Mag-log inซุนเจี้ยนเจี้ยน ทะลุมิติมาเป็นฮูหยินท่านแม่ทัพไร้พ่ายซางอันอวี๋ เธอรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าทั้งหมดเพราะนี่คือโลกนิยายที่นางอ่านจนจำได้ทุกตัวอักษร!! “ในนิยายเล่มนั้นซุนเจี้ยนเจี้ยนเป็นฮูหยินที่แทบจะไม่มีตัวตน เพราะโง่เขลายอมหย่าโดยไม่เอาสิ่งใดติดตัวไป แต่ตอนนี้ข้าได้ทะลุมะติมาแทนที่ พวกเจ้าก็แย่งชิงชายผู้นั้นกันไปเถอะ ข้าสร้างตัวได้เมื่อไหร่…ข้าจะใช้ชีวิตอย่างสุขสบายด้วยตัวคนเดียว!!”
view moreชีวิตของชุนเซียนในปี2050นั้นมีครบทุกอย่างในวัย89ปี ทั้งลูกๆหลานๆและสามีผู้ร่วมทุกข์สุขด้วยกันมา แต่ใครเลยจะคิด ตอนที่กำลังจะจากไปด้วยโรคชรา สามีอันเป็นที่รักกลับมากระซิบข้างหูทำหัวใจเธอหยุดเต้นทันทีพร้อมน้ำตาอาบแก้ม
“ชุนเซียน ชาตินี้พี่ซื่อสัตย์กับเธอแล้ว ชาติหน้าหากมีจริงอย่าผูกใจรักกันอีกเลยให้พี่ได้ใช้ชีวิตคู่กับหยางเหมยเถอะ ชาตินี้เธอขัดขวางความรักของพี่และอาเหมยแล้ว ปล่อยวางเสีย เธอต้องช่วยพี่ภาวนานะ!!” คนที่ใกล้สิ้นลมเต็มทีเบิกตากว้าง เธอปล่อยหยาดน้ำตาค่อยๆไหล แรงจะเอื้อนเอ่ยยังไม่มี ในใจมีแต่คำถามหยางเหมยนั่น…เธอเป็นน้องสาวฉันนะ!! แล้วฉันไปขัดขวางพวกมันตอนไหนกัน!! ตึก ตึก ตึก “ฮูหยินเจ้าคะ? ตื่นเถิดเจ้าค่ะมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นแล้ว” เสียงเรียกที่ไม่คุ้นหูทำเปลือกตาบางค่อยๆขยับขึ้นลงจนสุดท้ายก็ตื่นได้เต็มตา “อ่าา ปวดเมื่อยชะมัดเป็นคนแก่นี่ไม่ดีเลยสักนิด ฮ่าวววว” คนที่พึ่งตื่นบิดซ้ายบิดขวา ก่อนที่ดวงตาคู่งามจะเห็นฝ่ามือที่ควรจะเหี่ยวย่นกลายเป็นเรียบตึง นวลเนียนและมีเลือดฝาด!! เท่านั้นยังไม่พอ บริเวรห้องนอนที่ควรจะเป็นบ้านปูนในย่านชุมชนกลับเป็นผนังไม้!! พื้นไม้!! แล้วก็… “การตกแต่งแบบนี้นี่มันอะไรกัน!!” ยังไม่ทันจะหาคำตอบให้ตัวเอง จู่ๆเสียงคนที่ยืนอยู่ข้างนอกก็ดังขึ้นมาอีกหน “ฮูหยินเจ้าคะ หะ หากยังไม่ตื่น จะ…จะถูกปล้นคลังเสบียงอีกแล้วนะเจ้าคะ!!” คำพูดนั้นทำเธอรีบลุกขึ้นไปเปิดประตูกว้าง กลิ่นดอกท้อที่โชยมาพร้อมลมหนาวที่ปะทะหน้าทำเธอหลับตาปี๋ “ฮูหยิน!!” เมื่อยืนนิ่งให้สมองประมวลผล ภาพความทรงจำผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด “ทำไมเหตุการณ์พวกนี้มันคุ้นๆ เหมือน…นิยายที่ข้าอ่าน!!” เมื่อพึมพำจบก็ต้องแปลกใจตัวเอง “เมื่อกี้ ข้าพ่นภาษาโบราณออกมางั้นหรือ? อุ๊บ!!” เปิดเรื่องใหม่คร่าาาา 🥰 ฝากนิยายเบาสมองและความน่ารักของคุณชายน้อยไว้ในใจทุกคนด้วยนะคะ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า นิยายตลกและเบาสมองแบบนี้จะทำให้ทุกคนมีความสุขท่ามกลางสถานการณ์แย่ๆในชีวิตประจำวันค่ะ รักน๊าาา❤️“เจ้า!! เจ้าเด็กบ้า! เจ้าพูดจาเลอะเทอะอะไร!” เล่ออันหนิงหน้าเสีย ตวาดออกมาอย่างลืมตัว หัวคิ้วของแม่ทัพหนุ่มขมวดเป็นปมแน่น สองเท้าก้าวออกมายืนบังหน้าบุตรชายอย่างไม่พอใจนัก!!“อันหนิง…ลูกข้าพูดสิ่งใดผิดหรือ?” น้ำเสียงเหยียบเย็นทำเล่ออันหนิงได้สติ นางกำชายกระโปรงแน่น ในหัวเค้นหาเหตุผลที่เผลอตวาดลู่เซียนออกไป ใครบ้างจะไม่รู้แม้พ่อแม่ระหองระแหงกัน แต่คนทั้งจวนยกให้ลู่เซียนคือที่1“ข้าพูดอะไรผิดหรือขอรับ?” ลู่เซียนทำหน้าตกใจกลัว ขยับไปซ่อนหลังขาของซางอันอวี๋ แล้วช้อนสายตามองบิดา “ท่านพ่อขอรับ ท่านแม่ปลดบ่าวไพร่ขี้เกียจและแอบยักยอกของในเรือนหลัก แต่ท่านน้าเล่อกลับไปรับคนพวกนั้นไว้ แล้วมาโวยวายว่าท่านแม่ทำลายชื่อเสียงตระกูลเล่อ... แบบนี้ ไม่ใช่ว่าท่านน้าเล่อกำลังบอกว่า บ่าวไพร่ที่ยักยอกสินเดิมของท่านแม่ เป็นคนของตระกูลเล่อหรอกหรือขอรับ?”ตึง!เหมือนมีอสนีบาตฟาดลงกลางห้องโถง!คำพูดบริสุทธิ์ของเด็กห้าขวบสะกิดให้ซางอันอวี๋เบิ่งตาโพลงขึ้นทันที! แม่ทัพหนุ่มหวนคิดตามคำของบุตรชายอย่างรวดเร็ว... จริงอย่างที่ลูกเขาบอก! ซุนเจี้ยนเจี้ยนปลดคนในเรือนของนางเอง มันเกี่ยวอะไรกับตระกูลเล่อ? และหากบ่าวไพร่พว
“เกิดอะไรขึ้น เล่ามาให้ชัดเจน” ซางอันอวี๋ขมวดคิ้ว พยายามแกะมือของเล่ออันหนิงออกจากแขนเสื้อตามสัญชาตญาณ“บ่าวไพร่ในเรือนหลักนับสิบคน... ถูกพี่สะใภ้สั่งปลดและขับไล่ออกมาอย่างไม่มีเหตุผลเจ้าค่ะ!” เล่ออันหนิงสะอื้นไห้เสียงดัง ละครฉากใหญ่ของนางเริ่มเปิดฉากขึ้นอย่างงดงาม “พวกเขาน่าสงสารนัก ไม่มีที่ไป รับใช้ตระกูลซางมานานหลายปี จู่ๆ ก็ถูกไล่ออกเหมือนหมูเหมือนหมา ข้าเห็นแล้วอดสงสารไม่ได้ จึงรับพวกเขาเข้าไปพักที่เรือนของข้าชั่วคราว... แต่ยามนี้ คนเหล่านั้นล้นทะลักเข้าไปแออัดกันแน่นเรือนของข้าไปหมดแล้วเจ้าค่ะ!”นางยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นแตะน้ำตา พลางส่งสายตาตัดพ้อไปทางซุนเจี้ยนเจี้ยนอย่างแค้นเคือง“ข้าเป็นเพียงสตรีหม้าย... สามีตายตั้งแต่ยังสาว ต้องวนมาอาศัยจวนแม่ทัพอยู่ด้วยความเจียมตัวอีกครั้ง จวนเล่อนั่นท่านลุงซางมอบให้ข้าก็จริง แต่มิได้ใหญ่โต ทุกวันนี้ข้าก็แทบจะไม่มีที่ยืนอยู่แล้ว!“ นางเล่าย้อนหลังบ่งบอกว่าตัวเองเป็นผู้อาศัย แต่ซุนเจี้ยนเจี้ยนกลับคิดว่านางคือกาฝากที่เกาะติดไม่ยอมไปไหนสักที แต่งงานออกไปแล้วก็กลับมาอาศัยใบบุญสกุลซางอีกหลังสามีตาย พ่อสามีที่แสนใจดีของนาง ตัดปัญหาโดยการยกเรือนสวนให้
ซุนเจี้ยนเจี้ยนกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ ดวงตาคู่งามฉ่ำรื้นไปด้วยหยาดน้ำตา ใบหน้างดงามดูซูบซีดและไร้สีเลือด นางกำหีบไม้เปล่าในมือแน่น ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อยราวกับกิ่งหลิวโอนเอียงยามต้องลมพายุ โดยมีลู่เซียนตัวน้อยนั่งกอดขานางอยู่ข้างๆ ใบหน้าน้อยๆ เต็มไปด้วยความเศร้าสร้อยและตื่นกลัว“เกิดอะไรขึ้น?ข้าได้ยินบ่าวข้างนอกบอกว่าเจ้าไม่ยอมออกจากห้องนี้ นี่ไม่ใช่เวลานอนของเซียนเอ๋อร์หรือ?”ซางอันอวี๋ถามเสียงเรียบ พยายามรักษาท่าทีเย็นชา แม้ในใจจะเริ่มรู้สึกแปลกๆ กับบรรยากาศซุนเจี้ยนเจี้ยนเงยหน้าขึ้นมองเขา น้ำตาหยดหนึ่งไหลผ่านโหนกแก้มลงมาอย่างประจวบเหมาะ นางรีบใช้แขนเสื้อเช็ดออกอย่างลนลาน ทำทีเป็นพยายามเข้มแข็ง “ไม่มีอะไรเจ้าค่ะท่านพี่ ข้าแค่... แค่ตรวจนับสินเดิมของข้าเท่านั้น”“สินเดิม?” ซางอันอวี๋ขมวดคิ้ว สายตามองไปยังสมุดบัญชีและหีบไม้ที่ว่างเปล่าลู่เซียนได้ที รีบสูดน้ำมูกเสียงดัง ฟืด แล้วพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ละล่ำละลักว่า “ท่านพ่อ ท่านอย่าว่าท่านแม่เลยนะขอรับ! ท่านแม่ไม่ได้ตั้งใจจะร้องไห้ ท่านแม่แค่เสียใจ... สินเดิมที่ท่านตาและท่านยายทิ้งไว้ให้ก่อนตาย หายไปตั้งมากมาย ตั๋วเงินก็ไม่เหลือ เ
แสงแดดยามบ่ายทอดตัวผ่านยอดไม้ลงมายังเรือนหลักของจวนแม่ทัพ ทว่าบรรยากาศภายในกลับเงียบสงบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน บรรดาบ่าวไพร่ที่เคยเดินขวั่กไขว่ คอยสอดส่องและส่งข่าวให้แก่เรือนอื่น บัดนี้ถูก ซุนเจี้ยนเจี้ยน สั่งขับไล่และปลดออกไปจนเกือบหมดสิ้น เหลือไว้เพียงบ่าวรับใช้เก่าแก่ของแม่สามีและเด็กรับใช้ที่ไว้ใจได้เพียงไม่กี่คนเท่านั้นลู่เซียน หรือเหยียนคังในร่างเด็กห้าขวบ ยืนกอดอกมองบรรยากาศอันโล่งโปร่งภายในเรือนพลางพยักหน้าอย่างพึงพอใจ“ทำได้ดีมากขอรับท่านแม่ สลัดพวกสายสืบออกไปได้ เรือนเราก็สะอาดขึ้นเยอะ จะทำอะไรหลังจากนี้ก็ไม่ต้องระวังหน้าพะวงหลัง”ซุนเจี้ยนเจี้ยนไม่ตอบ แต่นางกำลังนั่งขมวดคิ้วอยู่หน้าโต๊ะไม้แกะสลัก บนโต๊ะมีสมุดบัญชีสินเดิมของร่างนี้กางหรา พร้อมกับหีบไม้หลายใบที่ถูกเปิดออก ด้านในมีเพียงเครื่องประดับทองคำไม่กี่ชิ้น ผ้าแพรเนื้อดีเพียงไม่กี่พับ และตั๋วเงินจำนวนหนึ่งซึ่งน้อยกว่ารายการในสมุดบัญชีอย่างน่าใจหาย!“หนอย... พวกยัยจิ้งจอกเล่อนั่น!” ซุนเจี้ยนเจี้ยนตบโต๊ะดัง ปัง! จนชาเย็นชืดในแก้วกระฉอก “สินเดิมของข้า! สินเดิมที่พ่อแม่ของร่างนี้หามาด้วยหยาดเหงื่อแรงกาย หายไปเกือบครึ่ง!











