Inicio / มาเฟีย / เมฆาโอบหยก / ตอนที่ 3 เงื่อนไขข้อตกลง

Compartir

ตอนที่ 3 เงื่อนไขข้อตกลง

Autor: LoveDay
last update Última actualización: 2026-01-21 15:14:51

จางหยุนฝืนเปิดเปลือกตาอันหนักอึ้ง ร่างอ่อนล้าดั่งสำลีอุ้มน้ำเปียก ๆ ยากจะขยับกาย ภายในหัวคล้ายกับมีเมฆหมอกปกคลุมหนาทึบเป็นพิเศษ

เขาฝืนตัวจนลุกขึ้นได้สำเร็จ ดวงตาคมกวาดมองรอยยับข้างเตียงแล้วถอนหายใจ ความทรงจำของเมื่อคืนหลั่งไหลกลับเข้าหัวมาเป็นฉาก ๆ เขาลุบตาลง ร่างกายภายใต้ผ้าห่มออกจะเรียบร้อยผิดคาด มือขวายกขึ้นนวดคลำหลังคอที่ปวดตึง ความรู้สึกว่างเปล่าถาโถมคลายในอกเกิดรูรั่วที่อุดไม่มิด

“เฮ่อ…”

เป็นเช้าที่ไม่แจ่มใสเอาเสียเลย…

จางหยุนนั่งใจลอยอยู่พักหนึ่งก็สัมผัสได้ถึงอาการเจ็บแสบตรงหางตา มันยิ่งชัดขึ้นยามพยายามคลำนิ้วแตะสัมผัส ความแห้งกร้านหลุดเป็นแผ่นผงที่สัมผัสได้ทางหางตา เรียกสติเขาให้กลับมาทีละนิด

"... “

หลายอึดใจต่อมาถึงค่อย ๆ พ่นลมหายใจออก ชายหนุ่มตัดสินใจไปล้างหน้า ในห้องน้ำ ร่างสูงโปร่งยืนมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกอย่างเงียบเชียบ คนในนั่นดูซีดเซียวเล็กน้อย สายตาที่จ้องตอบมายังคงอิดโรย แต่ก็ไม่ถือว่าย่ำแย่จนถึงที่สุด

เมื่อทำธุระเสร็จก็ออกมา ที่หน้าห้องมีสาวรับใช้คนเดิมยืนคอยอยู่ ความรู้สึกเดจาวูเกิดขึ้นในขั่วอึดใจ จางหยุนเดินตามเธอไปอย่างเงียบ ๆ จนถึงห้องรับประทานอาหาร เมื่อนั่งลงบนเก้าอี้ที่ถูกเลื่อนให้ ร่างสาวใช้ก็โค้งลงอย่างอ่อนช้อย แล้วถอยฉากไปด้านข้างอย่างรู้งาน หยุนยืนนิ่งในท่าพักรอรับคำสั่งหาถูกเรียกใช้ ดูเป็นระเบียบและมีวินัยยิ่ง

บนโต๊ะอาหาร จางหยุนทอดสายตามองผู้ร่วมโต๊ะอีกคน แน่นอนว่ายังคงเป็นชายวัยกลางคนคนเดิม ในวันนี้อีกฝ่ายเพียงแค่พยักทักทายจากนั้นจึงก้มลงพุ้ยข้าวเข้าปากอย่างรวดเร็ว ระหว่างทั้งสองคนไม่มีบทสนทนาใด จนกระทั่ง…

เมื่อชายวัยกลางคนผู้ครอบครองตำแหน่งมือขวาจัดการมื้ออาหารตรงหน้าเสร็จ ร่างกำยำแผ่กลิ่นอายนักเลงโตคุมซอยก็ผุดลุกขึ้น เมื่อนั้นจางหยุนถึงเริ่มมีปฏิกิริยา

“ดะ… เดี๋ยวก่อน” เด็กหนุ่มในสายตาของหนุ่มใหญ่ รั้งเขาไว้ด้วยท่าทีอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ

“มีอะไร?”

หัวใจของจางหยุนนั้นเต้นไม่เป็นจังหวะ ดวงตาสีลูกปัดนิลช้อนขึ้นมองสบและพยายามสงบจิตสงบใจ คำที่จะพูดต่อไปผ่านกลั่นกลองทั้งหนักแน่นและจริงจัง

“หาพวกเขาเจอรึยังครับ..?”

ไม่ต้องเสียเวลาคิดมากมายอีกฝ่ายก็นึกโจทย์ถูก คิ้วเข้มกระตุกนิด ๆ ก่อนเค้นเสียงขึ้นจมูกด้วยความดูแคลน แต่ไม่ใช่กับเพราะจางหยุนหรอก

"เป็นห่วงซะจริง ครอบครัวแบบนั้นมีอะไรดีนักเหรอไง?"

ซ่งอี้เฉิงไม่เคยนึกดูถูกเด็กหนุ่มตรงหน้า คนที่กล้าเงยขึ้นเผชิญและสบตาจะเป็นคนขี้ขลาดได้อย่างไรกัน ผู้ที่เขานึกดูถูกจริง ๆ กลับเป็นพวกผู้ใหญ่สกุลจางที่ทิ้งเด็กนี่ไว้รับหน้าซะมากกว่า แม้ภายนอกซ่งอี้เฉิงจะทำเหมือนรู้สึกรำคาญ แต่ลึก ๆ ก็ถูกใจนิสัยตรงไปตรงมาของเด็กมันไม่น้อย จึงค่อนข้างจะเกิดความเอ็นดูอยู่บ้าง

ช่างแตกต่างและไม่คู่ควรกับเจ้าพวกขี้ขลาดสกุลจางเอาเสียเลย

ความจริงแล้วซ่งอี้เฉิงจะไม่ใส่ใจเลยก็ได้ เพียงแค่เมินไปอย่างไม่แยแสย่อมไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องสนความโชคร้ายของคนอื่นนักหรอก ทั้งที่พร่ำบอกตัวเองอย่างรู้ดี แต่ดวงตาคู่นี้ก็ทำเอาเขารู้สึกช่วยไม่ได้

"เออ ๆ รู้แล้ว ถ้าเจอเมื่อไหร่จะบอกเอ็งเป็นคนที่สองรองจากบอสเลย"

หลังบอกปัดแบบรักษาน้ำใจมือหยาบก็หยิบสูทที่พาดไว้ขึ้นพาดบ่า เตรียมออกไปทำงานการ ถ้าไม่ติดว่าโดนเสียงด้านหลังเรียกไว้อีกหนล่ะก็นะ

"ถ้าเกิดหาตัวเจอ… ทำยังไงกับพวกเขา

..ครับ"

สายตาจางหยุนมองตามแผ่นหลังกว้างดูเลื่อนลอย คล้ายกับคนที่พยายามกอบกุมเศษเสี้ยวความหวังสายสุดท้ายไว้ อีกฝ่ายหยุนยืนนิ่งไปสักพักก่อนหันกลับมา

"ก็ไม่ได้อยากจะทำร้ายจิตใจหรอกนะ แต่จากประสบการณ์ที่ค่อยจัดการเรื่องพวกนี้ให้กับบอสมาตลอด เอ็งควรภาวนาให้พวกฉันหาไม่เจอ"

หลังขู่เด็กด้วยท่าทีร้ายกาจเสร็จ ซ่งอี้เฉินก็ไม่หันกลับไปมองอีก กระทั่งเสียงแผ่ว ๆ ตามไล่หลังมาบอกว่าขอบคุณ ไม่รู้ทำไมแต่หัวใจของซ่งอี้เฉิงคล้ายถูกหินถ่วงไว้ มันนักอึ้งและอัดอัดอย่างน่าประหลาด

ชายวัยกลางคนไม่ได้ตอบกลับคำพูดนั้น สันกรามขบเข้าหากัน ไม่นานก็เลือกเดินจากไป ด้านหน้ามีรถยนต์สีดำมันปลาบคันหนึ่ง

เมื่อมาถึงคนขับรถที่ยินคอยก็เปิดประตูให้ เมื่อเข้ามาด้านในซ่งอี้เฉิงกลับพ่นลมหายใจออกแรง แต่ไม่อาจลบล้างความรู้สึกงุ่นง่านภายในได้ มือหยาบยกขยี้เส้นผมบนหนังหัวจนยุ่งเหยิงด้วยความหงุดหงิด ก่อนคลำมือหาบางอย่างตรงอกเสื้อ ไม่นานก็ค้นเจอซองบุหรี่กับไฟแช็ค จึงล้วงมันออกพลางลดกระจกลง

ดวงตาคมกล้าของคนมากประสบการณ์มองพวยควันสีเทาขาวลอยอ้อยอิ่ง บดบังสีหน้าที่ปรากฏอารมณ์ความรู้สึก เพราะอยู่ข้างกายไป๋ลู่เสียนมาเนิ่นนาน แม้จะพูดไม่ได้เต็มปากว่าเจ้านายเป็นคนมีมโนธรรม แต่อย่างน้อยก็ไม่เคยบังคับฝืนใจใคร แต่แล้วเด็กที่ชื่อจางหยุนนั่นมันอะไรวะ!?

บอสคิดอะไรอยู่วะเนี่ย!?

เฮ้อ--

คนขับรถที่นั่งประจำตำแหน่ง เหลือบมองคนถอนหายใจดังผ่านกระจกมองหลังด้วยความเกริ่นเกร็ง วันนี้อีกฝ่ายไม่รู้ไปเจอเรื่องอะไรมาแต่เช้า... ทั้งที่ปกติจะไม่ชอบสูบบุหรี่ในรถแท้ ๆ เชียว

แม้ว่าภายในจะเกิดความสงสัย แต่หัวใจกลับไม่กล้าหาญพอจะเอ่ยปากถาม จึงเหลือตัวเลือกเพียงแสร้งทำเป็นมองไม่เห็น ฝ่าเท้ายันคันเร่ง สองมือกุมพวงมาลัย รถยนต์ปรับแต่งคันหนึ่งจึงทะยานออกนอกเขตรั้วตัวคฤหาสน์ไปจนลับตา

อีกด้าน จางหยุนเหม่อลอยมองทางทิศคนที่ไม่อยู่แล้ว กระเพาะยังคงไร้ซึ่งความอยากอาหาร แม้ว่าเมื่อเย็นวานจะไม่ได้มีอะไรตกถึงท้องเลยก็ตาม

จนหญิงรับใช้ที่คอยดูอยู่รู้สึกทนไม่ได้ ตัดสินใจก้าวออกไปขออณุญาตเก็บจานอาหารที่เย็นชืดแล้วจากบนโต๊ะ มองดูปริมาณที่แทบไม่พร่องลงไปเลยพลันเม้มปากแน่น คนตรงหน้าดูไม่ใส่ใจหรือไม่ก็ไม่รู้สึกตัว เธอมองเขาก่อนเดินหายไปทางนอกห้อง ไม่นานก็กลับมาพร้อมถาดใส่จานผลไม้ในมือ

เธอเรียกเขา คุณชายจางถึงค่อย ๆ หันหน้ามา ใบหน้าอ่อนล้าปรากฏวี่แววความประหลาดใจขึ้นมานิด ๆ

ชายหนุ่มทำอะไรไม่ถูกไปพักหนึ่ง นัยน์ตาสีลูกปัดนิลสั่นระริกคล้ายกำลังอึ้ง ก่อนเค้นเสียงตอบรับความหวังดีอย่างแหบพร่า "ขอบคุณ..."

เขาลังเลเล็กน้อยขณะเอื้อมมือไปรับมันมา ทว่าหญิงสาวกลับขืนตัวหนีพลางส่ายหน้ารัว จนเจ้าตัวได้แต่เอียงคออย่างสงสัย

"ไปนั่งทานที่สวนเปลี่ยนบรรยากาศกันเถอะค่ะ!"

ดวงตาของสาวน้อยช่างเป็นประกายอย่างคาดหวัง จนทำเอาคนฟังเอ่ยปฏิเสธไม่ออก อย่างไรก็ไม่ได้มีอะไรให้ทำอยู่แล้ว จึงตกปากตกคำอย่างง่ายดาย เลยได้รับรอยยิ้มสดใสเป็นการตอบแทน

อ่ะ...

เมื่อสายลมรำเพยปะทะใบหน้า ราวกับว่าเพิ่งได้ลิ้มรสอิสระภาพเป็นครั้งแรก เปลือกอุ่นตาจึงปิดลง จมูกสูดกลิ่นไอดินชื้นและหญ้าตัดใหม่… เมื่อลืมตาขึ้นในแววตาพลันปรากฏความมีชีวิตชีวาขึ้นมาเล็กน้อย

จางหยุนหย่อยร่างลงนั่งตามคำเชิญ ดวงตาคมกวาดมองรอบด้านให้ถ้วนทั่ว ธรรมชาติเขียวขจีงดงามตรงหน้าช่วยชโลมใจที่เหนื่อยล้า จนราวกับว่าเรื่องบ้าบอก่อนหน้าไม่เคยเกิดขึ้นจริง

สาวน้อยคนรับใช้เฝ้ามองท่าทีผ่อนคลายของอีกคนก็รู้สึกยินดีไปด้วย เธอถือถาดยืนเฝ้าอยู่ด้านข้าง พลางฮัมเพลงในใจอย่างเป็นสุข

ตึก ๆ ๆ ๆ

เสียฝีเท้าที่ดูเร่งรีบหยุดลงตรงหน้าคนรับใช้ชายคนหนึ่ง หญิงวัยกลางคนในชุดเครื่องแบบเนี๊ยบกริบคนนี้ดูแตกต่างจากคนรับใช้ทั่วไปอยู่บ้าง เธอมองดูท่าทางทำความเคารพของอีกฝ่ายที่ได้มาตรฐานด้วยสายตาประเมิน จากนั้นจึงพยักหน้าให้

"เห็นเสี่ยวอี๋รึเปล่า?"

ชายคนนั้นตอบปฏิเสธโดนไม่ต้องนึกนาน หญิงรับใช้ผู้เป็นหัวหน้าจึงเดินจากมาทันที ดวงตาเรียวภายใต้แว่นไร้กรอบดูเฉียบขาด หลังเหลือบซ้ายแลขวาอยู่พักใหญ่ ก็ตัดสินได้ว่าเรือนหลักคงไม่มีคนที่เธอตามหา แถมไม่เห็นแม้แต่วี่แววของแขกคนสำคัญ…

หลังจากกลับมาจากงานเก็บกวาดนอกสถานที่ หญิงวัยกลางคนยังไม่เห็นแม้แต่เงาของลูกสาวเธอ ด้วยสัญชาตญาณของผู้เป็นแม่ที่รู้สึกว่าลูกสาวอาจจะกำลังทำเรื่องไม่เป็นเรื่อง จึงรู้สึกร้อนใจขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ หลังเดินวนค้นหาทั่วเรือนหลักและเรือนพักของพนักงาน ก็ตัดสินใจเดินไปดูที่สวนด้านหลัง

นิ้วเรียวยาวขยับดันแว่นไร้กรอบให้เข้าที่ ขณะมองสาวน้อยผู้เป็นลูกกับคุณชายแขกคนสำคัญพูดคุยอยู่ด้วยกัน

ทำไมถึงได้ทำอะไรที่นายท่านไม่ได้สั่ง…

ฝีเท้าเตรียมจะก้าวออกไปยังไม่ทันไปถึงตัว ด้านข้างกลับมีเงาหนึ่งพาดผ่าน เธอชะงัก… ก่อนจะรู้ตัวว่าเป็นนายท่านจึงเร่งสืบเท้าตามเข้าไป ในใจนึกร้อนรนปนห่วงว่าลูกสาวจะถูกเอ็ด

จางหยุนที่รู้สึกปลอดโปร่งในรอบหลายวัน พูดตอบสาวน้อยที่คอยชวนคุยเจื้อแจ้วอยู่หลายครั้ง ไม่ทันไรเสียงของต้นต่อที่ทำให้เกิดความตึงเครียดก็เอ่ยทัก เล่นเอาแผ่นหลังที่ผ่อนคลายกลายเป็นเหยียดตรง หัวคิ้วขมวดมุ่น หันกลับมาตามเสียงเรียกด้วยใบหน้าแข็งกร้าว

บรรยากาศรอบด้านพลันเปลี่ยนไปในบัดดล ทว่าแม้จะมีท่าทีไม่ยินดีต้อนรับ แต่กลับแฝงเอาไว้ความกังวลจาง ๆ

"..ออกมารับลม?"

สาวน้อยที่ยืนอยู่ด้านข้างก็ตัวแข็งไปแล้วเช่นกัน ปากอ้าค้างรีบหุบฉับก่อนหันไปโค้งกายทำความเคารพ แล้วหลบฉากออกมาด้วยความเร็วสูง หลังแน่ใจว่าอยู่นอกระยะสายตา ความเจ็บจี๊ดก็เข้าจู่โจมตรงช่วงเอวทำให้เธอสะดุ้งโหยง รีบหันไปสบตากับมารดาที่มองมาอย่างตำหนิ

สาวน้อยวัย 20 เผยปากหัวเราะแห้ง ไม่นานก็ถูกผู้เป็นแม่ลากออกไป ที่แห่งนี้จึงเหลือเพียงจางหยุนกับไป๋ลู่เสียนที่กำลังเผชิญหน้ากันและกันตามลำพัง

ดวงตาคมจับจ้องใบหน้าสะสวยเกินไปของไป๋ลู่เสียนที่ยังคงประดับรอยยิ้มน้อย ๆ ไม่ตอบรับคำ ชายผู้มาใหม่จึงถือวิสาสะนั่งลงตรงเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม

ตาเรียวหงส์เหลือบมองจานผลไม้ที่พร่องไปเพียงครึ่งก็ไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรอีก บรรยากาศแบบนี้น่าอึดอัดมากสำหรับจางหยุน แข่งจ้องตากันได้ไม่นานในที่สุดก็เป็นเขาที่เริ่มหมดความอดทน

"ถ้าคุณหาพวกเขาเจอจะทำอะไร"

คำถามนั้นไม่มีปี่มีขลุ่ยไม่มีแม้แต่การเกริ่นนำ ทำเอาไป๋ลู่เสียนนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนหรี่ตาลงมาอย่างพริ้มพราย

"แล้วเธออยากให้ฉันไม่ทำอะไร"

คำตอบนั้นฟังดูแล้วไม่เหมือนคนกำลังถามกลับ แต่เป็นเหมือนประโยคบอกเล่าเสียมากกว่า ทำเอาคนฟังทนความร้อนใจไม่ไหวอีกต่อไป

"ต้องทำยังไงพวกเขาถึงจะปลอดภัย"

สิ้นคำ ไป๋ลู่เสียนก็ทำตาโต เท้าคางจับจ้องไปยังใบหน้าของจางหยุนอย่างสนอกสนใจ จนคนถูกจ้องแบบนั้นรู้สึกอึดอัด

ทั้งที่ไม่รู้เนื้อความในจดหมายแท้ ๆ

"ทำไมถึงคิดว่าฉันจะทำร้ายพวกเขาล่ะ"

เรียวปากหยักได้รูปเอ่ยถามเสียงหยอกเย้า ทว่าเมื่อสบตากันอย่างจริงจัง ไป๋ลู่เสียนกลับแย้มยิ้มจนตาหยี

"เอาอย่างนี้เป็นอย่างไร ระหว่างที่เธออยู่กับฉันอย่างเช่น บนเตียง... ลองทำตัวว่านอนสอนง่าย ถึงตอนนั้นฉันจะลองพิจารณาข้อเสนอของเธอ รวมทั้งในระหว่างนี้... หนี้ของบ้านเธอจะถูกแช่แข็งไว้ ดอกเบี้ยก็จะไม่เพิ่มขึ้น แถมฉันจะยังใจดีลดหนี้ให้เธออีกนิดหน่อย... ถ้าหากเห็นว่าความพยายามของเธอมันคุ้มค่ามากพอ เป็นอย่างไร... ฟังดูวิเศษไปเลยใช่ไหม?"

แน่นอนว่าจางหยุนที่ทนฟังประโยคยาว ๆ กล่าวอย่างไม่รีบร้อนนั่น ภายในใจก็สบถไปถึงสิบแปดโคตรบรรพบุรุษของเจ้าคนหน้าทนนี่แล้ว เพียงมองหน้าคนที่ยังคงพูดต่อด้วยใบหน้ายิ้มระรื่น ก็ยิ่งรู้สึกไม่สบอารมณ์อยู่ในใจ

"ถ้าเธอตอบตกลง... ลุกขึ้นมานั่งบนตักฉันสิ"

ดวงตาของทางนั้นมองมาอย่างแฝงแววท้าทาย ใบหน้าที่ต่อให้จะเกลียดแสนเกลียดแต่กลับต้องยอมรับว่างดงามจนน่าเหลือเชื่อ

จางหยุนนิ่งหนึ่งอึดใจก่อนพ่นลมออกจากปากโดยแรงแล้วลุกขึ้น ฝีเท้าหนักอึ้งและติดขัดก้าวเดินไปหาคนตรงหน้าอย่างช้า ๆ

ยามเห็นอีกฝ่ายเบี่ยงตัวอ้าแขนอย่างคอยท่า ในอกเขาพลันเต้นรัวด้วยความรู้สึกแสนชัง…

เวรเอ๊ย...

TBC.

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • เมฆาโอบหยก   บทส่งท้าย

    วันเวลาผ่านไป จางหยุนฝื้นตัวจากอาการบาดเจ็บทั้งหมดอย่างรวดเร็วจนเกือบหายดี ระหว่านี้ทั้งพ่อแม่และน้องสาวก็ค่อย ๆ เคยชินกับสภาพความเป็นอยู่ภายใต้เงื้อมมือของมาเฟียอย่างไป๋ลู่เสียนทีละนิดและถึงแม้จะไม่มีใครพูดอะไร ผู้ใหญ่ทั้งสองก็พอจะคาดเดาสถานการณ์ของลูกชายบุญธรรมได้แบบลาง ๆ แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นพวกเขาก็ยังคงตกใจจนวิญญาณแทบจะหลุดออกจากร่าง เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่าจางหยุนของบ้านเขาเป็นคนรักของผู้ชายคนนั้นอยู่ดีในวันที่ลูกชายพาอีกฝ่ายมาสารภาพ สองสามีภรรยาช็อคจะแทบหมดสติ ซ้ำยังคิดอย่างแง่ลบว่าอาจกำลังโดนอีกฝ่ายบังคับขู่เข็ญ เพราะด้วยสถานภาพของลูกชายที่ตกเป็นรองในทุก ๆ ด้าน จึงไม่น่าเกิดความรู้สึกดี ๆ ด้วยได้เลยขณะที่คุณและคุณนายจางกำลังอึ้ง ต้นเหตุของความไม่สบายใจอย่างไป๋ลู่เสียนกลับยืนข้างกายจางหยุนโดยไร้ปากเสียง ปล่อยหน้าที่อธิบายความต่าง ๆ ให้เป็นของคนข้างกาย ก็ในเมื่อเจ้าตัวเป็นคนเดินมาบอกกับเขาว่าจะจัดการเอง แม้ในตอนแรกไป๋ลู่เสียนจะไม่เห็นความจำเป็นของการเปิดตัว แต่จะมีใครทนความหนักแน่นยืนหยัดเพื่อคนรักของชายคนรักได้กันล่ะ?เพราะอย่างนั้น วันนี้ไป๋ลู่เสียนจึงได้ทำตัวสงบ

  • เมฆาโอบหยก   ตอนที่ 23 ถวิลหาทุกสัมผัส

    อ่ะ... ฮ้าา อึก...เสียงครางอืออาตอบรับกับฝ่ามือที่ลากไล้ทั่วแผ่นอก เส้นขนปุยนุ่มละเอียดของผ้าขนหนูปัด ปายผ่านยอดนูนเต่งจนมันแข็งเป็นไตจางหยุนค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจขณะหอบสั่น ยามปลายนิ้วเกลี้ยงเกลาราวกับหยกมันแพะคีบเอายอดถันขึ้นมาบีบขยี้ฮิ๊ก...ร่างของเขาบิดเร้าด้วยอารามเสียดเสียว มือขวากำจิกลงบนผืนผ้าปูหวังระบายความอึดอัด ก่อนจะได้คนเหนือกายลูบไหล่ปลอบร่างเกือบเปลือยค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ใบหน้างามล้ำอยู่ห่างเพียงแค่คืบ ปลายจมูกของทั้งสองเคลื่อนเข้าหากัน สัมผัสเปียกชื้นทาบทับลงมาบนอวัยวะเดียวกัน เรียวลิ้นร้อนกวาดต้อนไปทั่วทั้งโพรงปาก เป็นจูบที่ลุกล้ำเรียกร้องอย่างเอาแต่ใจจนช่วงล่างเปียกแฉะเรียวขาของจางหยุนอ้ากว้าง มีไป๋ลู่เสียนแทรกกลางอยู่ระหว่างนั้น ท่อนลำแข็งขึงพองขยายและเหยียดออก ดุนดันช่วงท้องใกล้กับบริเวณที่มีผ้าก๊อซปิดแผลไว้ หยาดเมือกสีใสไหลหยดลงบนแอ่งสะดืออ่าา...ไป๋ลู่เสียนยืดตัวขึ้นผิดกับบั้นเอวที่ยังคงขยับเสียดสี ใบหน้าสะสวยปรากฏริ้วสีแดงพาดผ่าน นัยน์ตาสีน้ำหมึกคู่งามพลันมืดครึ้ม ทอดมองภาพร่างตรงหน้าที่เต็มไปด้วยแรงอารมณ์ในสภาวะก้ำกึ่งระหว่างอยากทำตัวมีจิตสำนึกกับช่างแม่ง- กายแ

  • เมฆาโอบหยก   ตอนที่ 22 ร้างรามานาน

    แพขนตายาวหนาขยับไหว มันหรี่ลงอย่างช้า ๆ ขณะมอง เขารอจนอีกคนทานเสร็จแล้วจึงยื่นยาให้ จิตสำนึกอันน้อยนิดค่อย ๆ ดึงไป๋ลู่เสียนให้กลับมานั่งหลังตรง"เธอควรนอนพักสักอีกหน่อย"จางหยุนเอนหลังในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนมองไป๋ลู่เสียนคอยจัดการทุกอย่างให้ คงเพราะนอนมานานเกินไป บวกกับเพิ่งรู้สึกตัวจากฝันร้ายเขาจึงส่ายหัว "ยังไม่ง่วง"เล่นเอาภายในใจของไป๋ลู่เสียนร่ำ ๆ จะรังแกคนป่วยขึ้นมาให้ได้ แต่ไม่ทันคิดไปไกลคนบนเตียงก็พูดต่อ "แล้วนาย เอ่อ... ไม่ไปหาอะไรทานบ้างเหรอ"คนฟังแย้มยิ้มมุมปาก คำว่าไม่หิวติดค้างอยู่บนริมฝีปากที่เปิดออก ก่อนจะหุบลงเมื่อมองหน้าของจางหยุนแล้ว…ไปก็ได้...ชายหนุ่มออกจากห้องอย่างอิดออด ไม่นานทีมพยาบาลก็มาจัดการถอดสายต่าง ๆ บนร่างกายออกให้ ทำเอาจางหยุนรู้สึกไม่สบายตัวเล็กน้อย คล้อยหลังเสียงปิดประตู บานประตูก็เปิดขึ้นใหม่อย่างรวดเร็ว เป็นคุณและคุณนายจางที่เข้ามาจางหยุนทั้งแปลกใจทั้งดีใจ ไม่คิดว่าจะได้เจอกับอีกฝ่ายเร็วขนาดนี้ ทั้งสองมาถึงก็ก้มหัวขอโทษ บอกเล่าถึงความรู้สึกผิดต่าง ๆ นานา ทำเอารอยยิ้มบนใบหน้าของเขาจางลงเล็กน้อยคนบนเตียงทำเพียงรับฟังอย่างสงบตั้งแต่ตอนจนจบ ไม่ได้มีปฏิก

  • เมฆาโอบหยก   ตอนที่ 21 ความในใจของคนเห็นแก่ตัว

    ผ่านไป 2 วันเต็ม จางหยุนฟื้นอีกทีก็ช่วงเที่ยงของวันมะรืน แม้จะลืมตาขึ้นมาแล้วแต่สติกลับยังตามมาไม่ครบถ้วนดี ทำได้คือปรือตามองเพดานอยู่เป็นพักกว่าจะรู้สึกว่าช่างคุ้นเคย เวลาผ่านก็รู้สึกว่าปวดกระบอกตามาก จนต้องยกมือขึ้นคลึงเบา ๆ รอบเปลือกตาตาฉันคงบวมเป็นปลาทองแล้วมั้ง?แม้จะไม่รู้สึกถึงคราบน้ำตาแต่จางหยุนที่พอจะจดจำความฝันได้ก็ถอนหายใจออกโดยปกติแล้วเขามักจะรักษาเนื้อรักษาตัวให้ตนนั้นแข็งแรงอยู่เสมอ เพราะไม่อยากประสบกับฝันแบบนั้นเวลาป่วยไข้ ไม่ว่าโลกแห่งความจริงเขาจะเป็นชายหนุ่มที่เข้มแข็งเพียงใด แต่ในโลกแห่งความฝันเขากลับเป็นได้แค่เด็กหนุ่มที่อ่อนแอคนเดิม เป็นแค่เมฆในวัย 16 ปีที่ถูกทิ้งให้เคว้งคว้าง โดดเดี่ยว และไร้กำลังจะหยัดยืน...ทั้งที่ฉันจำหน้าพวกคนที่ขายฉันไม่ได้ด้วยซ้ำในขณะที่เพิ่งจะเค้นหัวเราะภายในใจ ดวงตาคมเฉี่ยวพลันลืมขึ้น เพราะรู้สึกได้ถึงสัมผัสแปลก ๆ บนหลังมือขวา เขาพลิกมันเพื่อมองดู เห็นเป็นเข็มสายน้ำเกลือที่แปะไว้ในหัวถึงเพิ่งระลึกได้อ่า... ใช่ ฉันถูกเล่นงานนี่นาพอนึกได้ดังนั้นก็เริ่มตามหาเส้นประสาทของมือซ้าย ปรากฏว่ายังรู้สึกอยู่ เพียงแต่ข้อมือมันปวดจนล้มเลิกความคิดท

  • เมฆาโอบหยก   ตอนที่ 20 ผู้ไม่อาจตื่นจากฝันร้าย

    ก่อนหน้านั้นเล็กน้อย จางหยุนพาน้องสาวลัดเลาะมาเรื่อย ๆ จนมาเจอกับห้อง ๆ หนึ่ง ที่ด้านหลังประตูบานนั้นมีเสียงดังโครมคราม ทำเอาผู้เป็นพี่ชายหยุดฝีเท้าไม่กล้าไปต่อ แต่เบื้องหน้านั้นเป็นตันอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่กำลังลังเลแว่วเสียงคุ้นเคยพลันลอดออกมาให้ยินหู ทำเอาเจ้าตัวยืนตัวแข็งทื่อดวงตาเบิกกว้างไม่กล้าเชื่อใจหูของตัวเอง "พี่ชาย...?" จางหยุนกระพริบดวงตาเพื่อเรียกสติ ขณะก้มลงมองน้องสาว เขาปล่อยมือพลางย่อตัวลงเพื่อให้ใบหน้าของตนอยู่ในระดับเดียวกัน "รอพี่แป๊บนึงนะ" หัวใจของเขาเต้นรัวด้วยความประหม่า แต่เพื่อเป็นการยืนยันข้อสันนิษฐานของตัวเอง ห้องนี้เป็นทางเชื่อมไม่ผิดแน่ อย่างไรเสียก็ต้องผ่านทางนี้อยู่แล้ว ตลอดทางที่มาก็ปลอดคน หากจะมีใครโผล่มาด้านหลังได้ ก็มีแต่ต้องปีนหน้าต่างเข้ามาเท่านั้น เขาจึงวางใจที่จะปล่อยน้องสาวให้อยู่คนเดียวเป็นการชั่วคราว มือขวาที่เต็มไปด้วยคราบเลือดแห้งเกรอะกรัง ค่อย ๆ ผลักประดูเปิดเข้าไปด้วยความระมัดระวัง เห็นกลุ่มคนที่กำลังปะทะกัน และเหนือสิ่งอื่นใดเมื่อมองไปยังใจกลางห้อง ภาพตรงหน้าทำเอาจางหยุนแทบจะไม่เชื่อสายตา !? บานประตูถูกผลักเปิดอ้า เขาเผลอก้าวเท้

  • เมฆาโอบหยก   ตอนที่ 19 เพิ่งรู้ใจ

    "พี่ชาย!"ร่างเล็กผลุนผลันเข้าหาอ้อมอกของคนพี่ ชายหนุ่มจึงย่อตัวลงให้เธอกอดได้ถนัดถนี่ ส่วนตัวเองเพียงนำมือข้างที่ยังพอเหลือแรงโอบประคองหัวทุยน้อย ๆ ไว้อย่างทะนุถนอม แนบเรียวปากจูบประโลมขวัญผมคนตัวเล็ก เป็นการปลอบที่ได้ผลทั้งตัวเองและคนตรงหน้าเมื่อสำรวจแบบคร่าว ๆ แล้วว่าน้องสาวของตนไม่เป็นอะไร น้ำหนักที่ถ่วงเอาไว้ภายในอกถึงค่อยเบาบางลง"ซินเอ๋อร์ของพี่ไม่เป็นไรแล้วนะ... พี่ชายมาช่วยเธอแล้ว... เห็นไหม?"จางหยุนพูดช้า ๆ ในขณะเดียวกันก็ฝืนกลืนก้อนบางอย่างที่ถูกดันมาจุกอยู่บริเวณลำคอ ความรู้สึกของกระบอกตาที่ค่อย ๆ ร้อนผ่าว ทำให้เขาต้องหยุดแล้วสูดลมหายใจ กระพริบตาถี่ ๆ ไล่อารมณ์อ่อนไหว พลางเม้มปากแน่นเพราะหากหลุดแสดงความอ่อนไหวออกมาตอนนี้ ที่ปลอบเหยาซินไปจะไม่มีความหมาย หลังจากย้ำกับตัวเองเสร็จแล้วจึงผละออก สองพี่น้องที่ไม่ได้ความเกี่ยวข้องทางสายเลือดมองหน้ากันตาแดงก่ำ!!จางเหยาซินมองเห็นสภาพอาภัพของพี่ชายเธอแล้วก็เม้มปากแน่น อยากร้องไห้ออกมาดัง ๆ แต่เพราะกลัวว่าพี่จะเหนื่อยต้องค่อยปลอยเธออีก เลยพยายามกลั้นไว้สุดฤทธิ์จนหน้าแดง เค้นเสียงพูดได้ไม่กี่คำก็ต้องแบะปาก ก่อนจะฮึบ ๆ ไว้"หยุนหยุ

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status