Masukงานมอเตอร์โชว์
สองพี่น้องก้าวเข้ามาในงานมอเตอร์โชว์ใหญ่หรู ซึ่งแบ่งโซนยี่ห้อรถไว้อย่างดี
“แยกไปดูที่มึงชอบก็ได้ ไม่ต้องเดินตามหลังกูหรอก”
“ไหนมึงบอกให้ช่วยเลือกของขวัญให้เค้กไง” คูเปอร์รู้ตั้งแต่แรกว่าโดนหลอก ทว่าเขาอยากจะถามลองเชิงกลับเฉย ๆ
“มึงรู้ทัน กูรู้” เคนตะยกนิ้วชี้ส่ายไปมา ทำหน้าประมาณว่า ‘กูก็รู้ทันมึงเหมือนกัน’
“...” เมื่อพี่ชายพูดอย่างนั้น คูเปอร์จึงยักไหล่ให้แล้วหมุนตัวไปโซนรถบิ๊กไบก์
เวลาผ่านไปสักพักใหญ่ทั้งคู่ต่างแยกย้ายไปในโชว์รูมที่ตัวเองสนใจ
คูเปอร์เดินไปเรื่อย ๆ เมื่อยังไม่เจอรุ่นที่ถูกใจ ปกติแล้วไม่เคยมาเดินดูแบบนี้ หากถูกใจก็สั่งให้ลูกน้องไปจัดการ แค่นั้นรถรุ่นที่ถูกใจก็มาจอดหน้าบ้านในวันรุ่งขึ้นแล้ว
จนกระทั่ง...บทสนทนาบางอย่างทำให้ร่างสูงใหญ่ถึงกับส่ายศีรษะ เอือมระอากับประโยคแทะโลมพวกนั้น และยิ่งปรายตาไปมองก็เห็นฝูงชายฉกรรจ์กำลังยืนลูบปากบ้าง แสดงอาการดี๊ด๋าจนออกหน้าบ้าง
แต่แล้วบางอย่างส่งผลให้ร่างสูงใหญ่หยุดเดินชะงักทันควัน คูเปอร์ยืนนิ่งราวนับนาที ก่อนจะทิ้งระยะออกจากบริเวณนั้น
“เป็นไง ดีกว่าอยู่บ้านใช่ไหมวะ” เคนตะเข้ามาตบไหล่
“อืม ดีกว่าที่คิด” เสียงนิ่งแฝงด้วยอำนาจบางอย่างเอ่ยตอบทันที
“หึ หมายความว่าไง พูดแปลก ๆ นะมึงเนี่ย” เพราะเขาไม่เคยได้ยินประโยคแบบนี้หลุดจากปากคูเปอร์มานานนับห้าปีได้ แค่มางานมอเตอร์โชว์เดี๋ยวเดียวเปลี่ยนได้ขนาดนี้เลยเหรอ รู้งี้เขาน่าจะชวนมาตั้งนานแล้ว
“ฉันขอตัวก่อน”
“จะไปไหนวะ!?” คิ้วหนาขมวดถาม สงสัยท่าทีของน้องชาย
“ห้องน้ำ”
คูเปอร์ตอบสั้น ๆ แล้วละหายไปจากมุมนั้น ทำให้เคนตะปล่อยไป เดินกลับไปดูรุ่นรถต่าง ๆ ต่อคนเดียว
.
.
ตุบ!
“ขอโทษคา...” แพร์พีญากลืนคำพูดลงคอทันทีเมื่อเงยหน้าขึ้นไปมองเจ้าของแผงอกกำยำที่เธอเพิ่งจะชนเข้าอย่างจัง
แววตาที่ก้มลงมาสบตาเต็มไปด้วยความน่ากลัว
เป็นเขาอีกแล้ว...คูเปอร์
“...” นัยน์ตาสีนิลไล่มองตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะแสยะยิ้มมุมปากอย่างสมเพช
ตึก! ทำให้ร่างบางเลือกที่จะเป็นฝ่ายเดินหนีไปเอง
“ไม่คิดจะทักทาย...” เสียงเข้มดังตามหลังมาติด ๆ
สองเท้าหยุดชะงักกับน้ำเสียงน่าเกรงขามนั้น ทว่าประโยคที่ได้ยินต่อจากนั้นมันเจ็บจี๊ดบาดลึกแผลในอดีต
“...ผัวเก่าบ้างเหรอ”
แพร์พีญาหันกลับไปมองด้วยหางตา ดวงตาสีนิลที่มองเธอมันเต็มไปด้วยการดูถูก แต่เมื่อเป็นคนอื่นต่อกันมานานแล้วก็ไม่จำเป็นต้องใส่ใจท่าทีนั้นอีก เธอจึงไม่คิดโต้ตอบแล้วหมุนตัวเพื่อเดินออกไปอย่างที่คิดไว้ทีแรก
หมับ!
ทว่า...ดูเหมือนอีกฝ่ายไม่คิดจะจบ เมื่อมือหนากระชากร่างบางให้หันไปเผชิญหน้าอีกครั้ง
“ปล่อย!” แพร์พีญากดเสียงสั่งพร้อมทั้งบิดข้อมือให้หลุดพ้น
“หึ” คูเปอร์แสยะยิ้มมุมปาก “ลืมไปว่าเนื้อตัวเธอมันมีราคา จะแตะจะจับก็ต้องจ่ายเงินก่อนสินะ” เขาพูดดูถูกพร้อมสายตาที่ประมาณตีราคา
“จะพูดอะไรก็เชิญ แต่ช่วยออกไปจากชีวิตฉันอย่างที่เคยทำมาตลอด”
“สำคัญตัวเองมากไปรึเปล่า”
“...” ร่างบางก็นิ่ง แต่ไม่คิดจะหลบสายตาคู่นั้น
“ที่ฉันคุยก็เพราะรู้สึกสมเพชอาชีพใหม่ของเธอต่างหาก”
ฟุ่บ!
ก่อนที่มือหนาจะสะบัดหญิงสาวออกจากการเกาะกุมอย่างแรง
แพร์พีญาจ้องหน้านิ่ง ทว่าสุดท้ายเธอเลือกที่จะไม่ต่อปากต่อคำ คนพาลต่อให้พูดดีแค่ไหนก็คงจะไม่เข้าหูอยู่ดี
“มานี่” ทันทีที่ร่างบางเดินผ่านหน้า คูเปอร์กระชากแขนเล็กให้หลบไปด้านหลัง แล้วจึงผลักดันไปยังห้องแต่งตัวคับแคบ
ปึง!
บานประตูปิดลงสนิท ร่างสูงใหญ่ของคูเปอร์เข้ามายืนปิดบังทางออกไว้ พร้อมทั้งยื่นมือค้ำยันเหนือศีรษะร่างบาง
“จะทำบ้าอะไรของนาย” แพร์พีญาตะคอกใส่หน้าทันที
“นาย!?” คูเปอร์ถึงกับทวนคำนั้นซ้ำ
“...” มือบางได้แต่ดันให้เขาออกห่าง เพราะเดาอารมณ์คูเปอร์ไม่ออกว่าจะมาไม้ไหน ทั้งที่เรื่องเธอกับเขามันจบไปนานมากแล้ว
“ห่างเหินดี ฉันชอบ!” ก่อนที่คูเปอร์จะปรายตาไล่มองใบหน้าเฉี่ยวที่เขาเคยชอบ
ทว่าความรู้สึกตอนนี้ มีแต่...ยิ่งมองยิ่งเกลียด!
“ออกไป ฉันจะกลับไปทำงาน” มือบางดันแผงอกด้วยแรงทั้งหมดที่มี ทำให้คูเปอร์ถอยห่างไปยืนติดประตู
“ชุบตัวนานไหมกว่าจะเปลี่ยนอาชีพได้”
“ไม่เกี่ยวกับนาย” แพร์พีญาเชิดหน้าตอบกลับไป
“...” คูเปอร์ก็นิ่งทันที
นัยน์ตาสีนิลไล่มองชุดที่ร่างบางสวมใส่ ความเกลียดความแค้นส่งผลให้จับจ้องเนินอกขาวเนียน ก่อนที่ความคิดชั่วร้ายจะผุดขึ้นมาในสมอง
คูเปอร์เดินเข้าไปแนบชิดจนไม่มีช่องว่างระหว่างกัน
“จา…จะทำอะไร” แพร์พีญาประหม่าจนเสียงสั่น
“...” คูเปอร์ไม่ตอบ
กึก!
ทว่าโน้มหน้าก้มลงไปกัดเนินอกที่โผล่พ้นชุดอย่่างเกลียดชัง
“โอ๊ย! จะ..เจ็บ!” มือบางเลื่อนขึ้นมาดันใบหน้าคมออกจากหน้าอกตัวเองด้วยความแรงแล้วก้มมองรอยช้ำแดงจากฟันแหลม ๆ ที่ฝังลงบนเนื้อผิว
“หึ” คนกระทำยืนมองด้วยรอยยิ้มร้ายกาจ พอใจกับผลงานตัวเอง
“ต้องการอะไร ทำแบบนี้หมายความว่าไงหะ” ตอนนี้แพร์พีญาทั้งโกรธทั้งเกลียดคนตรงหน้า เนื้อตัวสั่นเทาไปหมดอย่างที่ยากจะควบคุม
“แค่เห็นของมีตำหนิแล้วมันขัดตา เลยอยากให้คนอื่นตาสว่างเหมือนกับฉัน”
“เลว!” คราวนี้แพร์พีญายกมือหมายจะฟาดใส่คมสัน
ทว่า...หมับ!
“คิดดีแล้วเหรอ ที่จะตบฉัน” มือหนาบีบรัดข้อมือเล็กไว้แน่น
“...” เธอไม่ตอบ แต่จ้องดวงตาสีนิลอย่างไม่คิดจะหลบ
ฟิ้ว~ ก่อนที่เขาจะสะบัดแขนเล็กอย่างไม่แยแส
“อย่าลองดี ถ้าเธอไม่แน่พอ” เสียงดุดันเอ่ยต่อไม่เว้นจังหวะให้ร่างบางโต้ตอบ
“ออกไป”
“หึ” คูเปอร์หัวเราะออกมาทันที ไม่นึกกว่าผู้หญิงอวดดีจะไร้ไม้ต่อยอมแพ้ง่าย ๆ เขาจึงหมุนตัวหมายจะออกจากห้องแต่งตัว
แต่แล้วคูเปอร์ก็หันมาแสยะยิ้มให้ร่างบางอีกครั้ง “หวังว่ารอยนี้คงไม่ทำให้เธออายจนหนีกลับซะก่อนนะ”
เอ่ยดูถูกเสร็จเขาก็เดินออกไปทันที ทิ้งให้ร่างบางยืนแข็งชากับคำพูดพวกนั้น
คูเปอร์เหลียวหน้ากลับไปมองด้านหลังด้วยสีหน้าที่ยากจะคาดเดา สองขาเรียวยาวเดินตรงไปยืนข้างพี่ชายท่าทีสบายอย่างไม่มีอะไรเกิดขึ้นก่อนหน้านี้
“หายไปไหนมาวะ” เคนตะถามทันที
“กลับกันเถอะ” แต่คูเปอร์เลี่ยงที่จะตอบโดยเปลี่ยนเป็นเอ่ยชวนแทน
“อะไรของมึง”
“...” ร่างหนาเดินนำออกไป
ตึก! แต่แล้วเขาก็หยุดชะงัก
“อะไรอีก หยุดเดินทำไม!?” ทำให้เคนตะสงสัยกับท่าทีแปลก ๆ ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
“พรุ่งนี้มีงานอีกไหม”
“เฮ้ย! อย่าบอกนะว่าสนใจใครเข้าแล้ว” คนเป็นพี่ดี๊ด๋าจนออกหน้า เอื้อมมือมาตบบ่าคูเปอร์พร้อมทั้งเหลียวหน้ามองซ้ายมองขวา “คนไหน บอกมา”
“เปล่า แค่ถาม”
“กูไม่เชื่อ คนอย่างมึงเคยถามใครก่อนซะที่ไหน ถ้าไม่อยากรู้มึงจะถามทำไม”
“...” ในเมื่อเคนตะไม่ตอบ คูเปอร์จึงเบี่ยงไหล่ให้มือหนาหลุดพ้นแล้วเดินนำออกไปทันที
“อะไรของมันวะ” เคนตะเองก็เหนื่อยที่จะคาดเดาอารมณ์จึงยอมก้าวเท้าตามไปเช่นกัน
ห้องเช่าท้ายซอย
พีรภัทรสาวเท้าขึ้นบันไดด้วยความเร็วแสง ถ้าเป็นไปได้เขาแทบอยากจะกระโดดข้ามขั้นบันไดให้ถึงห้องพักเร็วที่สุด เพราะข่าวที่รับรู้มาทำให้เขาทั้งโมโหและมึนงงในเวลาเดียวกัน
ปึง!
“พี่แพร ทำบ้าอะไรลงไปวะ” ทันทีที่ปิดประตูห้อง พีรภัทรก็ยิงคำถามใส่พี่สาวทันท่วงที
“...” แพร์พีญาเงยหน้าไปมองต้นเสียง
“รู้ตัวรึเปล่าว่าทำให้คนอื่นเดือดร้อน จะหนีกลับมาทำไม”
“ฟังก่อน อย่าเพิ่งโมโหได้ไหมพีท” ก่อนที่ร่างบางจะเอ่ยออกมาบ้าง
“จะให้ผมไม่โมโหไม่ได้หรอกนะ พี่เล่นทำไอ้เดียร์มันเสียทั้งหน้าเสียทั้งงานขนาดนั้น” ในงานมอเตอร์โชว์กลับวุ่นวายเมื่อตามหาพริตตี้หน้าใหม่ที่ใคร ๆ ต่างอยากแชะภาพไม่เจอ จนทำให้เดียร์น่าเพื่อนของพีรภัทรยกสายโทรต่อว่าชายหนุ่มจนสายแทบจะไหม้
“เสียหน้า!?” แพร์พีญาไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเสียหน้าทั้งที่โชว์รูมของเธอมีคนอื่นแทนที่ตลอดเวลา
“เออดิ ทั้งตากล้องทั้งลูกค้าถามหาแต่พี่แพร”
ร่างบางเข้าใจทันที “ฉันก็ไม่อยากจะหนีกลับหรอกนะ”
ฟึ่บ! ทำให้พีรภัทรทิ้งตัวลงมานั่งข้าง ๆ ต่อว่าไปมันก็สายเกินจะแก้ไขแล้ว
“แต่ก็หนีมาแล้ว” ก่อนที่พีรภัทรจะเอ่ยต่ออย่างไม่ใส่ใจนัก “ทำไม่ได้ก็ไม่ต้องฝืน คนอื่นเขาเสียงาน”
“จะให้ฉันออกไปยืนโชว์ได้ไง ในเมื่อ...” รอยบ้านั่นเด่นชัดซะขนาดนี้ แพร์พีญาไม่ได้เอ่ยให้พีรภัทรฟัง
“พูดมาพี่แพร” แต่น้องชายที่สนิทที่สุดกลับจับสังเกตได้กับท่าทีนั่น
“เจอคูเปอร์ที่งาน” เสียงแผ่วเบาเอ่ยออกมา
“เจอเฮีย!?”
“อือ” แพร์พีญาพยักหน้าด้วยสีีหน้าเหนื่อยหน่าย
“แล้ว!? ยังไงต่อ” สรุปที่หนีกลับมาเพราะพี่สาวตัวเองขี้ขลาดจนไม่กล้าเผชิญหน้าหรอกเหรอ
แพร์พีญาจึงเล่าทุกอย่างตั้งแต่เริ่ม จนกระทั่งเหตุการณ์เลว ๆ นั่นที่คูเปอร์ทำกับเธอให้น้องชายฟังอย่างไม่คิดปิดบัง
ตุบ! กำหมัดพีรภัทรทุบตีบนเบาะนอนอย่างแค้นใจ
“นี่มันตั้งใจจะกดไม่ให้มีงานทำเลยรึไงวะ”
“...” ร่างบางเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมคูเปอร์ต้องทำอย่างนั้น ทั้งที่เป็นฝ่ายเดินออกไปจากชีวิตเธอเอง แล้วตอนนี้จะมาทำร้ายจิตใจเธออีกทำไม
“จะกดให้ตกต่ำกันไปถึงไหนวะ มันจะรู้บ้างไหมว่ากำลังหาเงินรักษาลูกมันอยู่”
“...” ร่างบางไม่แสดงความคิดเห็นใด ๆ
“สรุปตระกูลนั่นไม่มีใครดีจริงสักคน เลวกันหมด” พีรภัทรที่เกิดอารมณ์เดือดดาลจึงระบายออกมา นึกไม่ถึงว่าคูเปอร์ที่เคยรู้จักจะเปลี่ยนหน้ามือเป็นหลังมือ สุดท้ายกาลเวลาก็สามารถเปลี่ยนสันดานคนได้จริง ๆ หรือไม่นี่อาจจะเป็นธาตุแท้ที่ไม่เคยเห็นจากผู้ชายคนนี้
“ทำไมพี่แพรไม่ตอบโต้มันไปบ้าง”
“ตอบโต้แล้วไง สุดท้ายคนที่แพ้คือเราอยู่ดี” แพร์พีญาตอบอย่างเหนื่อย ๆ กี่ครั้งแล้วที่ต้องหนีไม่มีที่อยู่ ทั้งโดนอำนาจกดขี่ ไหนจะอุปสรรคอื่น ๆ ที่เทใส่เข้ามาในเวลาเดียวกัน จนครอบครัวของเธอต้องหนีไปเกือบสุดภาคใต้
และการกลับมาที่นี่อีกครั้งในรอบห้าปี เธอไม่ได้คิดที่จะเจอกับเขา แต่ทำไมโชคชะตาถึงทำให้เจอกันอย่างง่ายดาย ทั้งที่เขาเองก็ไม่เคยกลับมาเมืองไทยตั้งแต่เกิดเรื่อง...
“อื้อ~”“เสียงหอบเชียว” คูเปอร์แซวคนรักขณะที่เธอนอนหอบใต้ร่าง หน้าอกหน้าใจกระเพื่อมตามแรง จนร่างสูงอดไม่ได้ที่จะก้มลงมางับยอดเต้าเข้าปาก“อื้อ! พี่เปอร์ พอแล้ว แพรหายใจไม่ทัน” มือบางดันหน้าคมเข้มให้พ้นเต้าอกตัวเอง ประคองหน้าเขาไว้ไม่ให้หันมาทรมานเธอต่อตั้งแต่คืนดีกัน เขาใส่ใจ ดูแล มากกว่าเดิมหลายเท่ามาก ไหนจะเรื่องบนเตียงที่ดุดันเกินคำบรรยาย ต่อให้เธอเต็มใจปรีกายให้เขาทุกครั้งที่ขอ แต่ความต้องการที่ไม่มีสิ้นสุดทำให้เธอเหนื่อยอย่างที่เป็นตอนนี้“พี่ยังไม่หายอยากเลย อีกรอบนะครับ” เขาคลอเคลียซุกไซ้กับต้นคอ กระซิบข้างหู ชวนให้ขนลุก จากที่รักมากอยู่แล้ว พออะไรมันลงตัวกลับทำให้ความรู้สึกที่มีมันมากตามไปด้วย“แต่แพรเหนื่อย” คราวนี้น้ำเสียงแพร์พีญาออกอาการดุ อย่างน้อยก็น่าจะให้เธอได้พักบ้าง แต่นี่เขาล่อเธอตั้งแต่กลับจากบ้านใหญ่“พี่ให้พักก็ได้” คูเปอร์พลิกตัวลงไปนอนข้าง ๆ ดึงเธอมาโอบกอดเอาไว้“อื้อ! น่ารักจัง”“หายเหนื่อยแล้วค่อยต่อไง”“พี่เปอร์จะย้ำอีกกี่รอบ แพรท้องจริง ๆ นะคะ” ใบหน้าสวยเงยขึ้นไปสบตาด้วยอารมณ์แสนงอน พอบอกว่าท้อง เขาก็ดีใจยกใหญ่ แถมยังอยากทักทายลูกครั้งแล้วครั้งเล่า ทั้งที่เ
ห้องโถงใหญ่มีพี่น้องนั่งพร้อมหน้ากัน ทั้งสามไม่มีอะไรค้างคาในใจ ตอนนี้พวกเขามีครอบครัวที่สมบูรณ์ มีชีวิตใหม่ที่พร้อมจะสร้างรอยยิ้ม สร้างความสุข เขามองภาพพีพีกำลังนั่งเล่นกับคัพเค้ก มีแพร์พีญาที่นั่งพูดคุยกับรวงข้าวภรรยาคริสเตียน แพร์พีญาให้คำปรึกษาสาวสวยที่ใกล้วันคลอดเพราะเธอมีประสบการณ์มาก่อนคริสเตียน เคนตะ และคูเปอร์มองคนรักด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความรักใคร่ ผู้หญิงที่สามารถหยุดหัวใจผู้ชายดิบเถื่อนอย่างพวกเขาได้และไม่มีวันที่ใครจะเข้ามาแทนที่ได้เพราะหัวใจมาเฟียเถื่อนปิดตายตั้งแต่วินาทีที่รักผู้หญิงตรงหน้า“อยากได้สักคนไหมเค้ก” เคนตะเอ่ยถามคู่หมั้นด้วยสายตาสื่อความหมาย“หยุดความคิดเดี๋ยวนี้” คัพเค้กรู้ทันสายตาหื่น ๆ นั้นดี เธอรีบปรามเพราะคู่หมั้นชอบแสดงอาการหื่น ๆ ต่อหน้าคริสเตียนและคูเปอร์อยู่เรื่อย “พี่คริส จัดการน้องชายซะบ้างนะ” ก่อนที่เธอจะหันไปฟ้องคริสเตียน“พี่คริสมันจะกล้าทำไรพี่ นอกจากจะอิจฉาเพราะเมียใกล้คลอด ขาดของไปอีกนาน ฮ่า ๆ”ตุบ!ขาเรียวยกขึ้นมาถีบน้องชายตัวดีด้วยความหมั่นไส้ กล้ามากที่ล้อเลียนเขาแบบนี้ เรื่องอดเพราะเมียใกล้คลอดคนรักเมียแบบเขาทนได้อยู่แล้ว“หึ” คูเปอร์
“น้องพียืนนิ่ง ๆ ลูก” เสียงทุ้มบอกลูกสาวตัวน้อยไม่ให้กระดุกกระดิกเพราะคนที่ไม่เคยอาบน้ำให้พีพีโดยใช้ฝักบัวมาก่อน ค่อนข้างลำบากที่จะไม่ให้ตัวเองพลอยเปียกปอนไปด้วย“คิก ๆ คุณพ่อเปียกหมดแล้ว” พีพีหัวเราะชอบใจ มองคูเปอร์ด้วยสายตาวาววับ“ถ้าไม่อยากให้คุณพ่อเปียกไปกว่านี้ น้องพีควรยืนนิ่ง ๆ ครับ”“แล้วทำไมคุณพ่อไม่อาบน้ำพร้อมน้องพีไปด้วยเลยคะ” เด็กน้อยถามต่อ“ไม่ได้ครับ คุณพ่อเป็นผู้ชายอาบน้ำพร้อมน้องพีไม่ได้”“เหรอคะ~”พีพีลากเสียงยาว นึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ “แต่คุณพ่อเคยอาบน้ำพร้อมคุณแม่ ทำไมอาบด้วยกันได้ล่ะคะ” พีพีจำได้ว่าครั้งหนึ่งเคยเข้ามาในห้องคุณพ่อคุณแม่โดยที่ไม่ได้เคาะประตู จากนั้นจึงเดินตามหาในห้อง กระทั่งรู้ว่าคุณพ่อคุณแม่กำลังอาบน้ำกันอยู่ ซึ่งไม่ทันได้เอ่ยเรียกบอดี้การ์ดส่วนตัวของคูเปอร์ก็เข้ามาปิดปากและอุ้มออกนอกห้องไปซะก่อน“คือ...” คูเปอร์จนปัญญาไม่รู้จะอธิบายลูกยังไงดีพีพียังคงยืนมองหน้าผู้เป็นพ่อเพื่อรอคำตอบ“ไว้หนูโต หนูจะรู้เองนะครับ”“อ้อ ถ้าหนูโตแล้วสามารถอาบน้ำกับคนอื่นได้เหรอคะ”คราวนี้คูเปอร์ถึงกับกุมขมับ แย่แล้ว! แบบนั้นยิ่งไม่ได้“ไม่ได้ครับ น้องพีลูกสาวพ่อเปอ
วันเวลาผ่านไปครบหนึ่งปีหลังจากที่คูเปอร์ได้รับโอกาสจากคนรักให้กลับมาทำหน้าที่พ่ออย่างเต็มตัวพร้อมกับหน้าที่สามีเมื่อทั้งคู่เชื่อมั่นว่าครั้งนี้จะไม่มีอะไรสามารถทำลายความรักของพวกเขาอีก ชายหนุ่มจึงมัดมือชกรีบพาคนตัวเล็กไปจดทะเบียนสมรสและรับรองบุตรเป็นพ่อของเด็กหญิงพีพี เพราะช่องว่างตรงนี้แพร์พีญาไม่เคยคิดจะยกตำแหน่งให้ใครถ้าหากเจ้าตัวไม่มาทำหน้าที่นี่ เธอก็จะเว้นว่างเอาไว้อย่างนั้นตลอดไป“คุณพ่อ~” เสียงแจ๋วแหววดังแต่ไกล เอ่ยเรียกผู้ชายร่างสูงใหญ่สวมใส่เสื้อกล้ามบดบังรอยสักตรงลำตัว ทว่าทั้งสองแขนกำยำตอนนี้ไม่มีลวดลายให้ลูกสาวตัวเล็กของเขาหวาดกลัวอีกแล้ว“อย่าวิ่งพีพี” น้ำเสียงออกจะดุไปนิด คนเป็นพ่อจึงลดท่าทีสีหน้าด้วยการฉีกยิ้มรอยยิ้มที่ไม่ค่อยมีใครเห็นนอกจากภรรยาและลูกสาวเท่านั้น“น้องพีแข็งแรงแล้ว คุณอาหมอบอกว่าให้น้องพีเล่นได้” พีพีพูดตามประสาเด็กไม่ได้คิดอะไรซับซ้อน“...” คูเปอร์ถอดสีหน้าอีกครั้ง ทันทีที่ลูกสาวเอ่ยชื่ออีกคนกี่ครั้งแล้วที่พีพีเอ่ยชื่อหมอนั่นให้เขาฟัง ได้ยินทีไรก็ออกอาการเลือดขึ้นหน้าทุกที“คุณพ่อเป็นอะไรไปคะ ทำไมทำหน้าอย่างนั้น ทะเลาะกับคุณแม่อีกแล้วเหรอคะ” เด็กชั
วันเวลาผ่านไปจากหนึ่งวันกลายเป็นหนึ่งสัปดาห์จนกระทั่งหนึ่งเดือนเต็ม ความใกล้ชิดและเปิดใจของแพร์พีญาทำให้คูเปอร์มีสิทธิ์ได้เข้ามาใช้ชีวิตเธอกับลูกมากยิ่งขึ้น แพร์พีญาเองก็ไม่อยากห้ามใจตัวเองอีกแล้ว ยิ่งเห็นว่าลูกสาวเข้ากับพ่อได้ดีก็พลอยมีความสุขไปด้วยก่อนหน้านี้เธอได้ยินลูกพูดถึงพ่อบ่อย ๆ บ่นคิดถึงบ้าง แม้กระทั่งหลับตานอนยังละเมอหา แค่นี้ก็รู้แล้วว่าหนูน้อยพีพี รับคุณพ่อเข้ามาในหัวใจเรียบร้อยแล้ว“แพร...” คูเปอร์สบตาคนตัวเล็กแล้วละสายตาไม่กล้าเอ่ยต่อ ความกลัวยังมีอยู่มาก ตอนนี้อะไร ๆ กำลังจะดี หากเอ่ยอะไรไม่เข้าหูคนตัวเล็ก ก็กลัวว่าจังหวะดี ๆ แบบนี้จะพังไปด้วย“จะลังเลอยู่ทำไม โต ๆ กันแล้ว”สิ้นเสียงแพร์พีญา เขาหันมาสบตาเธออีกครั้ง ใบหน้าหวานบัดนี้ไม่ได้นิ่งเฉยอย่างเก่า ทว่าในแววตากลมโตนั้นมีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์แฝงอยู่ด้วย“แพร...คือพี่อยากจะ” น้ำเสียงเข้ม ๆ ที่เคยมั่นใจในตัวเองเวลานี้กลับหายไปปริดทิ้ง แต่คูเปอร์ก็เรียกสติกลับมาด้วยการเอื้อมมือไปจับมือบางมากุมไว้ ขยับขายาวเข้าไปให้ใกล้ชิดกัน ดึงมือเธอมากระชับทุกความรู้สึก“...” คนตัวเล็กยิ้มผ่านสายตา เวลามองคูเปอร์ตอนที่ไม่ค่อยมีความมั่นใ
ตั้งแต่วันที่ได้ทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตา คูเปอร์ก็หิ้วท้องมาฝากทั้งมื้อเช้าและมื้อเย็นตลอด ได้อยู่เล่นกับลูกมากขึ้น ได้ใกล้ชิดแม่ของลูกเช่นกันสายตาคมทอดมองคนตัวเล็ก จับสังเกตท่าทีเสมอมา ความจริงแล้วเธอไม่มีอะไรที่เปลี่ยนจากเดิมไปเลย ทั้งนิสัยและบุคลิก หากแต่ว่าระหว่างเขายังมีเส้นบาง ๆ กั้นกลางเอาไว้…ผลจากกระทำของเขานั้นเอง“ให้พี่ช่วยนะ” วันนี้เป็นวันหยุด คูเปอร์ก็เลยมีโอกาสเข้าครัวระหว่างที่แพร์พีญาทำกับข้าว ปกติแล้วเขาต้องไปรับลูก กลับมาถึงบ้านเธอก็จัดการทุกอย่างเสร็จหมดแล้ว ไม่เหลืออะไรให้ช่วย นอกจากการล้างจานหลังทานข้าวกันเสร็จ“…” แพร์พีญาก็เงียบ ยืนหั่นผักอย่างไม่สนใจคูเปอร์จึงยื่นมือมาแย่งมีดจากมือบางเพื่อจัดการหั่นผักเอง“อย่ายุ่ง”“แค่จะช่วย” คูเปอร์พูดเสียงอ่อน“ช่วย!? ทำเป็นเหรอ”“แพรก็สอนสิ”แพร์พีญาจึงวางมีดแล้วถอยหลังไปสองก้าว ให้ร่างสูงมายืนแทนที่ ก่อนจะพยักหน้าให้มาทำแทนโดยที่เธอยืนกอดอกดูคูเปอร์อมยิ้มแล้วรีบจัดแจงก่อนที่คนตัวเล็กจะเปลี่ยนใจทว่า…ทำไมมันยากอย่างนี้วะ ก็แค่หั่นผักเอง“ชิ้นใหญ่เกินไป” แพร์พีญาดุ เมื่อเห็นว่าร่างสูงหั่นไม่ได้เรื่อง “ฉันหั่นไปทั้งเยอะ ทำ




![DarkZ [I] MYZTERY HORO](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


