LOGIN‘เวลาทำให้คน ๆ นึงเปลี่ยนไปขนาดนี้เลยเหรอ’
ร่างบางนอนพลิกไปพลิกมา นึกย้อนเหตุการณ์เมื่อตอนเย็น
เย็นชา...ใช่เขาเป็นแบบนั้นมาตลอด
แต่!
คำพูดเหยียบหยามดูถูก...มันไม่ใช่เขาเลยสักนิด
ใช้อารมณ์ป่าเถื่อน...ยิ่งไม่ใช่นิสัยของเขา
“จะไปคิดถึงคนที่เลวใส่เราทำไม” จู่ ๆ เสียงพีรภัทรก็เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบในยามวิกาล
“ฉันคิดเรื่องอื่นต่างหากล่ะ” แพร์พีญาแก้ตัวออกไป
“เหรอ”
“อืม”
“ก็แล้วแต่ แค่อยากบอกว่าเราไม่จำเป็นต้องอ่อนข้อให้คนพวกนั้น” พีรภัทรที่นอนบนฟูกอีกด้านเอ่ยกลายตักเตือน
“ไม่ต้องห่วง ฉันตาสว่างพอที่จะเห็นอะไรเป็นอะไร” เห็นธาตุแท้ผู้ชายที่ใช้สถานะแฟนกันมาเกือบสองปี ผู้ชายที่ไม่เคยทำร้ายร่างกายหรือจิตใจเธอเลยสักครั้งในระยะเวลาที่คบกัน
จนกระทั่งวันที่เขาเลือกจะทิ้งเธอไปโดยไม่คิดจะบอกลาสักคำ
“ให้มันจริงเถอะ มันไม่ใช่คนดีของพี่อีกต่อไปแล้ว ถ้าเจอหน้ามันอีกก็เอาไม้หน้าสามฟาดหัวมันได้เลย”
“หึ” คำพูดของน้องชายทำเอาร่างบางหัวเราะตัวโยก
ฟึ่บ!
“ผมพูดจริงนะ ถ้าเป็นไปได้ผมก็อยากจะฟาดมันเองกับมือ ต้นเหตุที่ทำให้พี่แพรต้องลำบาก” พีรภัทรลุกขึ้นนั่งแล้วหันไปพูดกับแพร์พีญาอย่างจริงจัง พร้อมทั้งกำหมัดต่อยฝ่ามือตัวเองด้วยความเจ็บใจ
“นอนได้แล้ว พรุ่งนี้เราต้องหางานใหม่สู้กันต่อนะ” แพร์พีญาพลิกตัวกลับไปอีกด้านแล้วบอกเสียงอ่อนลง ไม่ใช่เปลี่ยนเรื่องเพราะใจไม่แข็งพอ แต่เธอต้องการตัดขาดจากผู้ชายคนนั้น แม้แต่อดีตก็ไม่ให้หลงเหลือในความทรงจำ
“พี่แพรรับปากผมก่อนว่าจะไม่ยอมให้มันทำร้ายพี่อีก” เขาไม่ยอมนอนลง ยังคงรบเร้าคำยืนยันให้ได้
“อืม พี่รับปาก” ร่างบางเอ่ยอย่างหนักแน่น ตอบอย่างที่คิดจะทำจริง ๆ “สบายใจยัง”
“โอเค งั้นผมนอนล่ะ”
ก่อนที่พีรภัทรจะทิ้งตัวนอนลงเหมือนเดิม ส่วนแพร์พีชญาเองก็ยอมสลัดความคิดทุกอย่างทิ้งและหลับตาลงเข้าสู่นิทราในที่สุด
เช้าวันต่อมา
พีรภัทรและแพร์พีชญาเซิร์ชหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ต หางานที่ตัวเองถนัดและคิดว่าจะใช้เวลาไม่นานในการหาเงิน
“เห้อ! ท้อวะพี่แพร เดือนเดียวกับเงินห้าแสน ไม่ใช่ง่าย ๆ เลยนะเว้ย”
ประโยคนี้ไม่รู้รอบที่เท่าไรที่พีรภัทรบ่นออกมา ต่างจากร่างแบบบางที่ไม่คิดจะท้อกับโชคชะตา
จนกระทั่ง...
ครืดดด ครืดดด
เสียงโทรศัพท์พีรภัทรดังขึ้น แต่แล้วมือหนากลับโยนมาวางบนหน้าตักพี่สาวโดยเร็ว เมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ
“อะไรของแกเนี่ยพีท” แพร์พีญาแวดเสียงใส่อย่างงุนงง
“ไอ้เดียร์พี่ เดียร์น่ามันโทรมา”
“ก็รับสิ”
“ไม่เอาอ่ะ มันต้องโทรมาด่าอีกแน่” แค่เมื่อวานที่โดน หูเขายังชาไม่หาย ขืนโดนอีกวันนี้มีหวังหูดับแน่
“คิดมาก รับก่อน” นิ้วเรียวกดรับสายแล้วยื่นไปแนบหูพีรภัทรทันที “พูด!” ก่อนจะกดเสียงต่ำเป็นการบังคับ
“อะไรวะพี่แพร” ทำให้พีรภัทรดีดตัวหนีเอ่ยแผ่วเบาเพราะยังรู้สึกเสียวสันหลัง
“อะ…ฮาโหลเดียร์” แต่สุดท้ายก็หลบเลี่ยงไม่ได้จนต้องเอ่ยพูดกับปลายสาย
(ฟังฉันอยู่ไหม ไอ้พีท!)
“ฟะ…ฟังอยู่”
(จะพูดตะกุกตะกักทำไมวะ ฉันไม่โทรมาด่าแล้วหรอกน่า)
“แล้วโทรมาทำไมวะ”
(พอดีมีคนสนใจพี่แพร อยากร่วมงานด้วยน่ะ ฉันเลยต้องติดต่อมาไง) เดียร์เข้าเรื่องไม่อยากเสียเวลานาน
“ติดต่องานพี่แพรเหรอวะ” พีรภัทรเงยหน้าสบตาพี่สาวทันที
(อือ)
“งานอะไร!?”
(ถ่ายแบบเสื้อผ้าแฟชั่นในอินสตาแกรมน่ะ)
“อ้อเหรอ...” ก่อนที่พีรภัทรจะกระตุกยิ้มอย่างดีใจ ไม่เสียแรงที่เขาเคยช่วยไว้จากกลุ่มวัยรุ่นในผับเมื่อหลายปีก่อน ตอนเดียร์ลงไปเที่ยวที่ใต้ ไม่อย่างงั้นระดับเขาก็คงไม่มีเพื่อนที่มีหน้ามีตาในสังคมได้หรอก
(แต่ห้ามหนีกลับเหมือนเมื่อวานอีก ไม่อย่างงั้นคงไม่มีงานให้ทำอีกแน่) ทำให้เดียร์เอ่ยดักเอาไว้ก่อน
“ไม่มีทาง ครั้งนี้ฉันจะไปด้วย จะไม่เกิดเหตุการณ์ซ้ำอีก ฉันรับประกัน”
พีรภัทรตกลงรับงานโดยที่ไม่ถามความสมัครใจจากพี่สาวเพราะรู้ว่ายังไง แพร์พีญาก็ไม่ปฏิเสธ
ณ ตอนนี้ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่า ‘เงิน’ อีกแล้ว
คอนโดหรู
ร่างสูงใหญ่นั่งไขว่ห้างมองทิวทัศน์ริมระเบียงห้องนั่งเล่นในคอนโดที่มีความสูงลิบลิ่ว ความเงียบเท่านั้นที่เขาต้องการมาตลอด
“นายน้อยครับ...ที่อยู่ผู้หญิงคนนั้นครับ” ลูกน้องเดินเข้ามาพร้อมเอกสารบางอย่างวางไว้ข้างโต๊ะ
“...” ร่างใหญ่นั่งฟังรายงานจากลูกน้องเงียบ ๆ โดยไม่คิดจะเงยหน้าไปมองต้นเสียง
“เธอพักอยู่กับน้องชายสองคน เพิ่งจะย้ายเข้ามาอยู่ได้ไม่ถึงเดือน” ลูกน้องรายงานต่อตามที่สืบมา
“...” คิ้วเข้มกระตุกเข้าหากัน คิดไม่ถึงว่าจะอยู่แค่สองคน
“ให้ผมสืบอย่างอื่นต่อไหมครับ...นอกจากที่อยู่ของเธอ”
“ไม่ต้อง! ที่เหลือฉันจัดการเอง” เสียงเข้มกล่าวอย่างราบเรียบ
นัยน์สีนิลฉายความรู้สึกบางอย่างออกมา ไม่มีใครสามารถคาดเดาได้ แม้แต่เขาก็ยังไม่รู้ว่าอารมณ์เดือดดาลของตัวเองนั้นจะระบายออกมาในรูปแบบไหน
“ความจริงไม่ต้องตามมาก็ได้” แพร์พีญาเดินนำพีรภัทร เหลียวหลังกลับไปเอ่ยเสียงเรียบ
“เดี๋ยวเจอไอ้เฮียเปอร์ ผมจะได้จัดการมันทันที” พีรภัทรหมายมั่นจะตามไปคุยงานด้วยให้ได้ หวังลึก ๆ หากเจอหน้าคนที่สร้างตราบาปให้พี่สาวด้วยก็ดี จะได้เคลียร์กันไปเลย
“จะเจอได้ไง นี่มันสตูดิโอแล้วเขาไม่มีทางรู้ว่าพี่ทำงานอะไร ที่ไหน”
“ใครจะไปรู้ มันอาจจะพาลมาดักรอเล่นงานพี่แพรอีกก็ได้ คนมันเลวมันทำได้ทุกอย่างแหละ”
“บอกแล้วไงว่าดูแลตัวเองได้ พีทกลับไปเรียนเถอะ”
ตึก!
ร่างสูงโปร่งวิ่งไปดักหน้าพร้อมชี้นิ้วเพื่อเอ่ยบางอย่าง
“หยุดเลย เราเลิกพูดเรื่องนี้ได้แล้ว” เขาไม่มีทางกลับไปเรียนอีกถ้าจะทำให้พีพีไม่ได้รักษาตัว
“แต่มานั่งเฝ้าแบบนี้มันก็เสียเวลาเหมือนกัน” เธอสวนกลับไป
“เสียเวลาอะไร ผมมีร้องเพลงต่อแถวนี้ด้วย”
“ร้องเพลงแถวนี้!?” คิ้วเรียวขมวดสงสัย “วันก่อนพีทไม่ได้บอกว่าร้านแถวนี้นี่” เพราะงานเสริมพีรภัทรคือร้องเพลงตามผับตามบาร์ ทว่าไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีร้านแถวที่เธอยืนอยู่ด้วย
“อืม เพิ่งหาเพิ่มน่ะ”
ร่างบางพยักหน้าเข้าใจทันทีเพราะภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นสินะ ถึงทำให้อนาคตน้องชายพลอยลำบากไปด้วย
คฤหาสน์ตระกูลซามูเอล
คางูยะมาเฟียเฒ่าลืมตามองรอบ ๆ ห้องที่คุ้นชิน สีหน้าท่าทางไม่ได้ดีขึ้นเลยตั้งแต่กลับจากโรงพยาบาล การสูญเสียในอดีตยังคงฝังลึกในหัวใจไม่จางหาย เขาอยากจะชดใช้ให้ใครหลาย ๆ คนที่เกี่ยวข้อง
ทว่า
ไม่มีโอกาสนั้นอีกแล้ว
“นายท่าน ต้องการอะไรไหมครับ” ลูกน้องคนสนิทเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงเพราะเจ้านายเอาแต่นอนนิ่งไม่ตอบโต้หรือตอบสนองอย่างใด เอาแต่ลืมตามองอากาศล่องลอย
“...” เช่นเคย...ไม่มีปฏิกิริยาตอบรับ
“อยากออกไปด้านนอกไหมครับ เดี๋ยวผมพาไป”
“...” เงียบเหมือนเคย
ลูกน้องได้แต่ก้มหน้าอย่างเห็นใจ ก่อนจะออกไปรายงานทุกอย่างให้สามพี่น้องที่เป็นหลานชายของตระกูล
คริสเตียนพี่ชายคนโตจึงนัดคนอื่น ๆ มาปรึกษาหารือเพื่อเยียวยาสภาพจิตใจปู่คางูยะ
“ฉันจะหาคนมาดูแลอาการปู่ ทุกคนว่าไง”
“อืม ก็ดีนะ” เคนตะตอบทันที
“...” ส่วนคูเปอร์ไม่ได้แสดงความคิดเห็นออกมา
“หมอบอกว่ารักษาด้วยสิ่งที่ปู่ชอบ” คริสเตียนเว้นวรรคก่อนจะพูดต่อ “นอกจากอาชีพที่ปู่วางมือแล้วก็มีแต่...งานศิลป์เท่านั้นที่เป็นสิ่งที่ปู่รัก”
“งั้นง่ายเลย จ้างจิตรกรมาสร้างสรรค์งานที่บ้าน”
“ไม่ง่ายอย่างนั้นน่ะสิ”
“...” คูเปอร์เงยหน้าขึ้นไปมองพี่ชายคนโต
“เราต้องหาคนที่ผลงานของเขาตอบสนองกับปู่”
“แล้วจะหาจากไหน!?” เคนตะแบมือถามสงสัย
“ประกาศเปิดรับสมัครสิวะ” คริสเตียนตอกกลับอย่างรำคาญ เรื่องง่าย ๆ ทำไมคิดไม่ได้
“เออวะ”
ฟึ่บ!
“มันไม่ได้ง่ายหรอกนะ ผลงานที่จะทำให้ถูกใจปู่” จู่ ๆ คูเปอร์ก็แสดงความคิดเห็น
“ตอนเปิดรับสมัครจะระบุสไตล์งานลงไปด้วย จะได้ไม่กว้างมาก” คริสเตียนจึงบอกน้องชายคนเล็ก
“ได้คนเมื่อไหร่ก็บอกแล้วกัน” ร่างสูงใหญ่ของคูเปอร์จึงลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วเดินออกจากห้องโถง
“ไปไหนวะ...ไอ้คูเปอร์!!” เคนตะตะคอกถามเสียงดังลั่นห้อง
แต่ก็ไร้ซึ่งเสียงตอบกลับเช่นเคย...
ตกดึก...หลังจากร่างบางเพิ่งจะตกลงงานเสร็จเรียบร้อยและไม่ได้กลับห้องพร้อมน้องชาย เพราะพรุ่งนี้เธอต้องไปถ่ายงานแต่เช้า เธอจึงจำเป็นต้องกลับห้องมาก่อน
ซอกซอยคับแคบในเวลามืดค่ำอย่างนี้แทบจะไม่มีผู้คนผ่านไปมา นอกเสียจากกลุ่มคนเมาที่นั่งตั้งวงกันหน้าบ้าน
ความเปลี่ยวและความเงียบส่งผลให้แพร์พีญาสาวเท้าด้วยความถี่ และความรู้สึกบางอย่างเวลาเดินผ่านซอกซอยยิ่งส่งผลให้เธอรีบกลับห้องให้เร็วที่สุด
ทว่า...เธอก็อดที่จะเหลียวหลังกลับไปมองไม่ได้เพราะบางอย่างมันทำให้เธอรู้ว่ามีใครมองอยู่
ฟึ่บ!
แพร์พีญาเหลียวหลังกลับไปมองด้านหลังให้คลายความสงสัย
ไม่มี! เธอคงคิดมากไปเอง
“กึก!”
“ว๊ายย!” มือบางยกขึ้นมาปิดตาตัวเองเอาไว้ด้วยความตกใจที่จู่ ๆ ก็มีคนเดินมาดักด้านหน้า
“แพร พี่เอง” น้ำเสียงคุ้นชินเอ่ยออกมา
ทำให้มือบางค่อย ๆ เลื่อนลงเบิกตามองต้นเสียง
“โธ่พี่หมอ แพรใจหายหมดแล้วเนี่ย” แพร์พีญาลูบหน้าอกให้หายตกใจ เธอกลัวจริง ๆ ถึงจะฝ่าฟันอุปสรรคมามากมาย แต่จะให้มาสู้กับคนตัวเป็น ๆ ยังไงเธอก็แพ้
เธอต้องรักษาชีวิตเพื่อหาเงินให้เร็วที่สุด
“ดี! จะได้จำว่าไม่ควรกลับห้องคนเดียวดึก ๆ แบบนี้” ติณณภพตำหนิทันทีเพราะเตือนเรื่องนี้ไปหลายครั้งแล้ว
“นี่พีทโทรบอกพี่หมอเหรอคะ”
“ถ้าพีทไม่บอกก็คงไม่เห็นเด็กดื้อกล้ากลับห้องคนเดียวกับตาหรอก” มือหนาเอื้อมมือมาโยกศีรษะทุยอย่างมันเขี้ยว
บรึ้นนนน~
แต่ทว่าเสียงรถทำให้ทั้งคู่เหลียวกลับไปมองทางด้านหลังพร้อมกัน
“เห็นไหมว่ากลับคนเดียวมันอันตราย เราไม่รู้เลยว่าใครเป็นใคร”
เพราะทันทีที่หันกลับไปมอง รถที่เพิ่งจะออกรถขับออกไปไกลมากแล้วคงเหลือแต่ความมืดที่มีไฟสาดเพียงเล็กน้อย
“ปะ! เดี๋ยวพี่เดินไปส่ง”
ร่างบางพยักหน้ายิ้ม ๆ แล้วเป็นฝ่ายเดินนำออกไปทางเข้าห้องเช่าตัวเอง
“อื้อ~”“เสียงหอบเชียว” คูเปอร์แซวคนรักขณะที่เธอนอนหอบใต้ร่าง หน้าอกหน้าใจกระเพื่อมตามแรง จนร่างสูงอดไม่ได้ที่จะก้มลงมางับยอดเต้าเข้าปาก“อื้อ! พี่เปอร์ พอแล้ว แพรหายใจไม่ทัน” มือบางดันหน้าคมเข้มให้พ้นเต้าอกตัวเอง ประคองหน้าเขาไว้ไม่ให้หันมาทรมานเธอต่อตั้งแต่คืนดีกัน เขาใส่ใจ ดูแล มากกว่าเดิมหลายเท่ามาก ไหนจะเรื่องบนเตียงที่ดุดันเกินคำบรรยาย ต่อให้เธอเต็มใจปรีกายให้เขาทุกครั้งที่ขอ แต่ความต้องการที่ไม่มีสิ้นสุดทำให้เธอเหนื่อยอย่างที่เป็นตอนนี้“พี่ยังไม่หายอยากเลย อีกรอบนะครับ” เขาคลอเคลียซุกไซ้กับต้นคอ กระซิบข้างหู ชวนให้ขนลุก จากที่รักมากอยู่แล้ว พออะไรมันลงตัวกลับทำให้ความรู้สึกที่มีมันมากตามไปด้วย“แต่แพรเหนื่อย” คราวนี้น้ำเสียงแพร์พีญาออกอาการดุ อย่างน้อยก็น่าจะให้เธอได้พักบ้าง แต่นี่เขาล่อเธอตั้งแต่กลับจากบ้านใหญ่“พี่ให้พักก็ได้” คูเปอร์พลิกตัวลงไปนอนข้าง ๆ ดึงเธอมาโอบกอดเอาไว้“อื้อ! น่ารักจัง”“หายเหนื่อยแล้วค่อยต่อไง”“พี่เปอร์จะย้ำอีกกี่รอบ แพรท้องจริง ๆ นะคะ” ใบหน้าสวยเงยขึ้นไปสบตาด้วยอารมณ์แสนงอน พอบอกว่าท้อง เขาก็ดีใจยกใหญ่ แถมยังอยากทักทายลูกครั้งแล้วครั้งเล่า ทั้งที่เ
ห้องโถงใหญ่มีพี่น้องนั่งพร้อมหน้ากัน ทั้งสามไม่มีอะไรค้างคาในใจ ตอนนี้พวกเขามีครอบครัวที่สมบูรณ์ มีชีวิตใหม่ที่พร้อมจะสร้างรอยยิ้ม สร้างความสุข เขามองภาพพีพีกำลังนั่งเล่นกับคัพเค้ก มีแพร์พีญาที่นั่งพูดคุยกับรวงข้าวภรรยาคริสเตียน แพร์พีญาให้คำปรึกษาสาวสวยที่ใกล้วันคลอดเพราะเธอมีประสบการณ์มาก่อนคริสเตียน เคนตะ และคูเปอร์มองคนรักด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความรักใคร่ ผู้หญิงที่สามารถหยุดหัวใจผู้ชายดิบเถื่อนอย่างพวกเขาได้และไม่มีวันที่ใครจะเข้ามาแทนที่ได้เพราะหัวใจมาเฟียเถื่อนปิดตายตั้งแต่วินาทีที่รักผู้หญิงตรงหน้า“อยากได้สักคนไหมเค้ก” เคนตะเอ่ยถามคู่หมั้นด้วยสายตาสื่อความหมาย“หยุดความคิดเดี๋ยวนี้” คัพเค้กรู้ทันสายตาหื่น ๆ นั้นดี เธอรีบปรามเพราะคู่หมั้นชอบแสดงอาการหื่น ๆ ต่อหน้าคริสเตียนและคูเปอร์อยู่เรื่อย “พี่คริส จัดการน้องชายซะบ้างนะ” ก่อนที่เธอจะหันไปฟ้องคริสเตียน“พี่คริสมันจะกล้าทำไรพี่ นอกจากจะอิจฉาเพราะเมียใกล้คลอด ขาดของไปอีกนาน ฮ่า ๆ”ตุบ!ขาเรียวยกขึ้นมาถีบน้องชายตัวดีด้วยความหมั่นไส้ กล้ามากที่ล้อเลียนเขาแบบนี้ เรื่องอดเพราะเมียใกล้คลอดคนรักเมียแบบเขาทนได้อยู่แล้ว“หึ” คูเปอร์
“น้องพียืนนิ่ง ๆ ลูก” เสียงทุ้มบอกลูกสาวตัวน้อยไม่ให้กระดุกกระดิกเพราะคนที่ไม่เคยอาบน้ำให้พีพีโดยใช้ฝักบัวมาก่อน ค่อนข้างลำบากที่จะไม่ให้ตัวเองพลอยเปียกปอนไปด้วย“คิก ๆ คุณพ่อเปียกหมดแล้ว” พีพีหัวเราะชอบใจ มองคูเปอร์ด้วยสายตาวาววับ“ถ้าไม่อยากให้คุณพ่อเปียกไปกว่านี้ น้องพีควรยืนนิ่ง ๆ ครับ”“แล้วทำไมคุณพ่อไม่อาบน้ำพร้อมน้องพีไปด้วยเลยคะ” เด็กน้อยถามต่อ“ไม่ได้ครับ คุณพ่อเป็นผู้ชายอาบน้ำพร้อมน้องพีไม่ได้”“เหรอคะ~”พีพีลากเสียงยาว นึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ “แต่คุณพ่อเคยอาบน้ำพร้อมคุณแม่ ทำไมอาบด้วยกันได้ล่ะคะ” พีพีจำได้ว่าครั้งหนึ่งเคยเข้ามาในห้องคุณพ่อคุณแม่โดยที่ไม่ได้เคาะประตู จากนั้นจึงเดินตามหาในห้อง กระทั่งรู้ว่าคุณพ่อคุณแม่กำลังอาบน้ำกันอยู่ ซึ่งไม่ทันได้เอ่ยเรียกบอดี้การ์ดส่วนตัวของคูเปอร์ก็เข้ามาปิดปากและอุ้มออกนอกห้องไปซะก่อน“คือ...” คูเปอร์จนปัญญาไม่รู้จะอธิบายลูกยังไงดีพีพียังคงยืนมองหน้าผู้เป็นพ่อเพื่อรอคำตอบ“ไว้หนูโต หนูจะรู้เองนะครับ”“อ้อ ถ้าหนูโตแล้วสามารถอาบน้ำกับคนอื่นได้เหรอคะ”คราวนี้คูเปอร์ถึงกับกุมขมับ แย่แล้ว! แบบนั้นยิ่งไม่ได้“ไม่ได้ครับ น้องพีลูกสาวพ่อเปอ
วันเวลาผ่านไปครบหนึ่งปีหลังจากที่คูเปอร์ได้รับโอกาสจากคนรักให้กลับมาทำหน้าที่พ่ออย่างเต็มตัวพร้อมกับหน้าที่สามีเมื่อทั้งคู่เชื่อมั่นว่าครั้งนี้จะไม่มีอะไรสามารถทำลายความรักของพวกเขาอีก ชายหนุ่มจึงมัดมือชกรีบพาคนตัวเล็กไปจดทะเบียนสมรสและรับรองบุตรเป็นพ่อของเด็กหญิงพีพี เพราะช่องว่างตรงนี้แพร์พีญาไม่เคยคิดจะยกตำแหน่งให้ใครถ้าหากเจ้าตัวไม่มาทำหน้าที่นี่ เธอก็จะเว้นว่างเอาไว้อย่างนั้นตลอดไป“คุณพ่อ~” เสียงแจ๋วแหววดังแต่ไกล เอ่ยเรียกผู้ชายร่างสูงใหญ่สวมใส่เสื้อกล้ามบดบังรอยสักตรงลำตัว ทว่าทั้งสองแขนกำยำตอนนี้ไม่มีลวดลายให้ลูกสาวตัวเล็กของเขาหวาดกลัวอีกแล้ว“อย่าวิ่งพีพี” น้ำเสียงออกจะดุไปนิด คนเป็นพ่อจึงลดท่าทีสีหน้าด้วยการฉีกยิ้มรอยยิ้มที่ไม่ค่อยมีใครเห็นนอกจากภรรยาและลูกสาวเท่านั้น“น้องพีแข็งแรงแล้ว คุณอาหมอบอกว่าให้น้องพีเล่นได้” พีพีพูดตามประสาเด็กไม่ได้คิดอะไรซับซ้อน“...” คูเปอร์ถอดสีหน้าอีกครั้ง ทันทีที่ลูกสาวเอ่ยชื่ออีกคนกี่ครั้งแล้วที่พีพีเอ่ยชื่อหมอนั่นให้เขาฟัง ได้ยินทีไรก็ออกอาการเลือดขึ้นหน้าทุกที“คุณพ่อเป็นอะไรไปคะ ทำไมทำหน้าอย่างนั้น ทะเลาะกับคุณแม่อีกแล้วเหรอคะ” เด็กชั
วันเวลาผ่านไปจากหนึ่งวันกลายเป็นหนึ่งสัปดาห์จนกระทั่งหนึ่งเดือนเต็ม ความใกล้ชิดและเปิดใจของแพร์พีญาทำให้คูเปอร์มีสิทธิ์ได้เข้ามาใช้ชีวิตเธอกับลูกมากยิ่งขึ้น แพร์พีญาเองก็ไม่อยากห้ามใจตัวเองอีกแล้ว ยิ่งเห็นว่าลูกสาวเข้ากับพ่อได้ดีก็พลอยมีความสุขไปด้วยก่อนหน้านี้เธอได้ยินลูกพูดถึงพ่อบ่อย ๆ บ่นคิดถึงบ้าง แม้กระทั่งหลับตานอนยังละเมอหา แค่นี้ก็รู้แล้วว่าหนูน้อยพีพี รับคุณพ่อเข้ามาในหัวใจเรียบร้อยแล้ว“แพร...” คูเปอร์สบตาคนตัวเล็กแล้วละสายตาไม่กล้าเอ่ยต่อ ความกลัวยังมีอยู่มาก ตอนนี้อะไร ๆ กำลังจะดี หากเอ่ยอะไรไม่เข้าหูคนตัวเล็ก ก็กลัวว่าจังหวะดี ๆ แบบนี้จะพังไปด้วย“จะลังเลอยู่ทำไม โต ๆ กันแล้ว”สิ้นเสียงแพร์พีญา เขาหันมาสบตาเธออีกครั้ง ใบหน้าหวานบัดนี้ไม่ได้นิ่งเฉยอย่างเก่า ทว่าในแววตากลมโตนั้นมีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์แฝงอยู่ด้วย“แพร...คือพี่อยากจะ” น้ำเสียงเข้ม ๆ ที่เคยมั่นใจในตัวเองเวลานี้กลับหายไปปริดทิ้ง แต่คูเปอร์ก็เรียกสติกลับมาด้วยการเอื้อมมือไปจับมือบางมากุมไว้ ขยับขายาวเข้าไปให้ใกล้ชิดกัน ดึงมือเธอมากระชับทุกความรู้สึก“...” คนตัวเล็กยิ้มผ่านสายตา เวลามองคูเปอร์ตอนที่ไม่ค่อยมีความมั่นใ
ตั้งแต่วันที่ได้ทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตา คูเปอร์ก็หิ้วท้องมาฝากทั้งมื้อเช้าและมื้อเย็นตลอด ได้อยู่เล่นกับลูกมากขึ้น ได้ใกล้ชิดแม่ของลูกเช่นกันสายตาคมทอดมองคนตัวเล็ก จับสังเกตท่าทีเสมอมา ความจริงแล้วเธอไม่มีอะไรที่เปลี่ยนจากเดิมไปเลย ทั้งนิสัยและบุคลิก หากแต่ว่าระหว่างเขายังมีเส้นบาง ๆ กั้นกลางเอาไว้…ผลจากกระทำของเขานั้นเอง“ให้พี่ช่วยนะ” วันนี้เป็นวันหยุด คูเปอร์ก็เลยมีโอกาสเข้าครัวระหว่างที่แพร์พีญาทำกับข้าว ปกติแล้วเขาต้องไปรับลูก กลับมาถึงบ้านเธอก็จัดการทุกอย่างเสร็จหมดแล้ว ไม่เหลืออะไรให้ช่วย นอกจากการล้างจานหลังทานข้าวกันเสร็จ“…” แพร์พีญาก็เงียบ ยืนหั่นผักอย่างไม่สนใจคูเปอร์จึงยื่นมือมาแย่งมีดจากมือบางเพื่อจัดการหั่นผักเอง“อย่ายุ่ง”“แค่จะช่วย” คูเปอร์พูดเสียงอ่อน“ช่วย!? ทำเป็นเหรอ”“แพรก็สอนสิ”แพร์พีญาจึงวางมีดแล้วถอยหลังไปสองก้าว ให้ร่างสูงมายืนแทนที่ ก่อนจะพยักหน้าให้มาทำแทนโดยที่เธอยืนกอดอกดูคูเปอร์อมยิ้มแล้วรีบจัดแจงก่อนที่คนตัวเล็กจะเปลี่ยนใจทว่า…ทำไมมันยากอย่างนี้วะ ก็แค่หั่นผักเอง“ชิ้นใหญ่เกินไป” แพร์พีญาดุ เมื่อเห็นว่าร่างสูงหั่นไม่ได้เรื่อง “ฉันหั่นไปทั้งเยอะ ทำ







