LOGINเสียงประตูรถดูดปิดเข้าหากันสนิท ตัดขาดเสียงอื้ออึงของโลกภายนอก เหลือไว้เพียงความเงียบงันภายในห้องโดยสารระดับเฟิร์สคลาส เครื่องปรับอากาศทำงานเงียบกริบ ส่งลมเย็นฉ่ำปะทะผิวกายที่กำลังร้อนรุ่มของอ้อน กลิ่นหอมเฉพาะตัวของหนังแท้เกรดพรีเมียมผสมผสานกับกลิ่นโคโลญจน์ราคาแพงของฉลาม อบอวลอยู่ในบรรยากาศ เป็นกลิ่นที่อ้อนจำได้ขึ้นใจกลิ่นของอันตรายที่หอมหวานอ้อนในสภาพนักศึกษาแสนเรียบร้อย นั่งคุกเข่าอยู่บนพรมหนานุ่มตรงหว่างขาของชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าชีวิต ใบหน้าหวานแดงก่ำ ดวงตาฉ่ำปรือไปด้วยแรงปรารถนาที่ถูกปลุกปั่นมาตลอดหลายชั่วโมง เธอมองดูฉลามที่วางแก้ววิสกี้ลง แล้วเอนหลังพิงเบาะด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับราชสีห์ที่รอให้เหยื่อคลานเข้ามาหา“เข้ามาใกล้ๆ สิ” ฉลามสั่ง มือหนาตบลงที่หน้าขาของตัวเองอ้อนขยับเข่าเข้าไปหาเขาอย่างว่าง่าย มือสั่นเทาค่อยๆ วางลงบนตักแกร่ง สัมผัสได้ถึงความร้อนระอุจากร่างกายของเขาที่แผ่ออกมาผ่านเนื้อผ้ากางเกงสแล็ค“ไหนดูซิ”ฉลามยื่นมือมาปลดกระดุมเม็ดบนสุดของเสื้อนักศึกษาของเธอออกอย่างเชื่องช้า นิ้วเรียวยาวลากไล้ผ่านไหปลาร้า ลงมาที่เนินอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมไหวรุนแรงจากการหอบหายใจ“พะพี่ฉลามห
แสงแดดจ้าในช่วงสายของวันสาดส่องลงมากระทบตึกคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์อันโอ่อ่า บรรยากาศภายในรั้วมหาวิทยาลัยเต็มไปด้วยความคึกคักและมีชีวิตชีวาของเหล่านักศึกษาที่เดินขวักไขว่ บ้างจับกลุ่มคุยกันเรื่องโปรเจกต์งาน บ้างเดินเร่งรีบเพื่อเข้าเรียนให้ทันคาบเช้า ภาพเหล่านี้คือความปกติสุขที่อ้อนเคยคุ้นชิน และเคยเป็นส่วนหนึ่งของมันอย่างกลมกลืนทว่าในวันนี้ทุกอย่างกลับเปลี่ยนไปตลอดกาลรถยุโรปสีดำคันหรูที่ติดฟิล์มทึบสนิทเคลื่อนตัวเข้ามาจอดเทียบท่าที่หน้าตึกคณะอย่างเงียบเชียบ ประตูรถถูกเปิดออกโดยคนขับรถในชุดสูท สร้างความฮือฮาและเรียกสายตาจากนักศึกษาบริเวณนั้นให้หันมามองด้วยความสนใจ ใครบางคนซุบซิบกันถึงความร่ำรวยของผู้มาเยือน แต่สำหรับอ้อน มันคือการก้าวออกจากกรงทองสู่ลานประหารทางสังคมอ้อนก้าวลงจากรถด้วยท่าทางที่ดูเกร็งและระมัดระวังผิดปกติ เธออยู่ในชุดนักศึกษาที่ถูกระเบียบทุกกระเบียดนิ้วตามคำบัญชาของสามีทางพฤตินัย เสื้อเชิ้ตสีขาวโอโม่ตัวโคร่งถูกติดกระดุมจนครบทุกเม็ดไล่ขึ้นไปจนถึงคอปก ปิดบังลำคอระหงและร่องรอยสีกุหลาบที่เขาฝากไว้อย่างมิดชิด แขนเสื้อยาวถูกปล่อยลงมาจนถึงข้อมือ กระโปรงพลีทจีบรอบตัวยาวคลุมเข่าลงไ
อ้อนหน้าซีดเผือด ส่ายหน้าถอยหลังกรูด“มะไม่เอา คุณฉลามจะทำอะไรคะ”“มันคือเครื่องเตือนใจว่าเธอเป็นของใคร นอนลงไปนอนหงายแล้วแหกขาออกให้กว้างที่สุด” ฉลามบีบเจลหล่อลื่นใสๆ ชโลมลงบนไข่สั่นจนชุ่มโชก“ไม่นะคะ หนูต้องไปเรียนใส่ไอ้นี่เดินไม่ได้หรอกค่ะ” อ้อนร้องประท้วง“ใครบอกว่าเดินไม่ได้? เขาออกแบบมาให้ใส่เดินโดยเฉพาะ นอนลงเดี๋ยวนี้อ้อน หรืออยากจะให้ฉันเรียกการ์ดสี่คนเข้ามาจับเธอกางขา?”คำขู่นั้นทำให้อ้อนจำยอม เธอค่อยๆ เอนกายลงนอนหงายบนพื้นพรมหน้าเก้าอี้ ยอมอ้าขาเรียวสวยออกกว้างในรูปตัว M เผยให้เห็นโพรงเนื้อนุ่มที่บวมแดงและยังขมิบตัวตุบๆ จากการถูกกระตุ้นเมื่อครู่ฉลามคุกเข่าลงระหว่างขาเธอ สายตาจับจ้องไปที่ กลีบดอกไม้งามที่ฉ่ำเยิ้ม เขาใช้นิ้วโป้งบดขยี้ที่เกสรด้านบน ทำให้อ้อนสะดุ้งเฮือก ร่างกายบิดเร่าด้วยความเสียวซ่านที่ผสมปนเปกับความอาย“แฉะขนาดนี้คงอยากได้ของเล่นแล้วสินะ”เขาค่อยๆ กดส่วนปลายของไข่สั่นเข้าไปที่ปากทางรัก สัมผัสเย็นเฉียบของซิลิโคนตัดกับความร้อนระอุภายในโพรงเนื้อ ทำให้อ้อนผวาเฮือก ขมิบก้นแน่นต่อต้านสิ่งแปลกปลอม“อ๊ะ! มันเย็นอื้อมันใหญ่!”“ผ่อนคลายอย่าเกร็ง อ้านั่นแหละกลืนมันเข้าไ
มื้ออาหารเช้าแห่งความอัปยศผ่านพ้นไปราวกับพายุที่พัดโหมกระหน่ำ ทิ้งไว้เพียงซากปรักหักพังของความยางอายอ้อนนั่งหอบหายใจแผ่วเบาอยู่บนเก้าอี้ตัวเดิม เหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายตามไรผมและกรอบหน้าหวาน ขาเรียวสวยที่ถูกสั่งให้แยกกว้างตลอดการทานอาหารเริ่มสั่นระริกด้วยความเมื่อยล้าและเกร็งเครียดฉลามยกผ้าเช็ดปากขึ้นซับมุมปากอย่างผู้ดี ท่าทางอิ่มเอมเปรมปรีดิ์ทั้งอาหารปากและอาหารตา เขาปรายตามองนาฬิกาเรือนหรูบนข้อมือ ก่อนจะหันมาส่งยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตาให้อ้อน“แปดโมงครึ่ง ได้เวลาเตรียมตัวไปมหาวิทยาลัยแล้วนะนักศึกษา”คำว่ามหาวิทยาลัย ทำให้อ้อนใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อย อย่างน้อยเธอก็จะได้ออกไปจากนรกขุมนี้ ได้ไปเจอโลกภายนอก ได้ไปเจอเพื่อนฝูง แม้จะเป็นเพียงชั่วคราวก็ตาม เธอรีบหุบขาเข้าหากันโดยอัตโนมัติ เตรียมจะลุกขึ้น“เดี๋ยว ใครสั่งให้หุบขา?” เสียงทุ้มทรงอำนาจขัดขึ้นอ้อนชะงักกึก มองหน้าเขาด้วยความหวาดหวั่น“กะก็คุณฉลามบอกว่าให้ไปเตรียมตัว”“ใช่เตรียมตัว แต่ก่อนจะสวมหน้ากากนักศึกษาแสนเรียบร้อยเธอต้องทำหน้าที่เมียให้เรียบร้อยเสียก่อน”ฉลามลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินอ้อมโต๊ะมายืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าเธอ เขาดีดนิ้วเพี
กลิ่นอาหารหอมกรุ่นถูกนำมาวางตรงหน้า เป็นข้าวต้มกุ้งร้อนๆ ควันฉุย แต่ตอนนี้ต่อให้อาหารเลิศรสแค่ไหน อ้อนก็กลืนไม่ลงแม้แต่คำเดียว“กินสิ ข้าวต้มกุ้งที่นี่อร่อยนะ” ฉลามคะยั้นคะยอ พลางตักอาหารเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อยอ้อนนั่งนิ่ง มือยังคงกอดอกแน่น ขาหนีบติดกันจนเกร็ง เธอส่ายหน้า น้ำตาหยดแหมะลงบนตัก“หนูทานไม่ลง ให้หนูไปใส่เสื้อเถอะนะคะขอร้อง”เสียงของเธอแผ่วเบาเพื่อให้ได้ยินกันแค่สองคน แต่ในห้องที่เงียบกริบ บ่าวไพร่ทุกคนย่อมได้ยินชัดเจนฉลามวางช้อนลงเสียงดัง บรรยากาศในห้องเปลี่ยนจากความเงียบสงบเป็นความตึงเครียดในพริบตา พ่อบ้านแม่บ้านรีบก้มหน้ามองพื้น ตัวสั่นด้วยความกลัวนายใหญ่ฉลามหันมามองอ้อนด้วยสายตาดุ ดุดันยิ่งกว่าเมื่อคืน“เอามือออก”“คะ?” อ้อนเงยหน้ามองเขาด้วยความไม่เข้าใจ“ฉันสั่งให้เอามือออกจากหน้าอก และเอาออกจากหว่างขาเดี๋ยวนี้ เธอกำลังเสียมารยาทบนโต๊ะอาหาร ผู้ดีเขาไม่นั่งกอดอกกุมเป้ากินข้าวกันหรอกนะ” ฉลามพูดเน้นทีละคำ“ตะแต่ ถ้าเอามือออกมันก็เห็นหมดสิคะ” อ้อนหน้าซีด“ก็ให้มันเห็นสิ! ร่างกายเธอสวยจะตายจะปิดทำไม หรือว่ากลัวคนพวกนี้เห็น? พวกมันเห็นตั้งแต่เธอเดินลงบันไดมาแล้วอ้อน จะมาปิ
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่งแสงสีขาวนวลเข้ามาภายในห้องนอนหรูหรา ปลุกให้อ้อนตื่นจากนิทราที่แสนเหนื่อยล้า เธอขยับตัวเพียงเล็กน้อย ความเจ็บร้าวก็แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย โดยเฉพาะบริเวณจุดกึ่งกลางลำตัวที่รู้สึกระบมราวกับถูกฉีกทึ้ง และสะโพกมนที่ยังคงปวดหนึบจากการถูกกระแทกกระทั้นอย่างรุนแรงตลอดค่ำคืนที่ผ่านมาอ้อนลืมตาขึ้นมองเพดานสูงลิ่วที่ประดับด้วยโคมไฟระย้า ความทรงจำเลวร้ายของเมื่อคืนไหลย้อนกลับเข้ามาในสมองราวกับฉากในภาพยนตร์สยองขวัญ ทั้งความเจ็บปวด เสียงคำรามของเขา และสัมผัสหยาบโลนที่ตีตราจองทุกตารางนิ้วบนร่างกายเธอ น้ำตาเม็ดใสเอ่อล้นออกมาที่หางตาอีกครั้ง เธอพลิกตัวมองไปข้างกาย แต่พบเพียงความว่างเปล่าและรอยยับย่นบนผ้าปูที่นอนสีดำที่บ่งบอกว่าเคยมีใครอีกคนนอนอยู่ตรงนี้ฉลามหายไปแล้วเหลือทิ้งไว้เพียงกลิ่นกายบุรุษเพศที่ผสมกลิ่นสบู่ราคาแพง และร่องรอยคราบเลือดพรหมจรรย์แห้งกรังที่เปรอะเปื้อนอยู่บนผ้าปูที่นอน เป็นหลักฐานตอกย้ำว่าเธอได้สูญเสียสิ่งที่มีค่าที่สุดไปแล้ว“ตื่นแล้วเหรอ”เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้นจากมุมห้อง ทำให้อ้อนสะดุ้งเฮือก รีบดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาคลุมร่างเปลือยเป







