Masukบรรยากาศบริเวณหน้าตึกคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ที่เคยจอแจไปด้วยเสียงพูดคุยของเหล่านักศึกษา กลับตกอยู่ในความเงียบงันและตึงเครียดอย่างกะทันหัน เมื่อขบวนรถหรูสีดำมันมะเมื่อมจำนวนสามคันเคลื่อนตัวเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าบันไดทางขึ้นอย่างอุกอาจ นำขบวนโดยรถบอดี้การ์ด ตามด้วยรถลีมูซีนคันยาวเหยียดที่ติดฟิล์มดำสนิทจนมองไม่เห็นภายใน และปิดท้ายด้วยรถติดตามอีกคันเสียงล้อรถบดเบียดกับพื้นถนนดังเอี๊ยดอ๊าดบาดหู ประตูรถคันหน้าและคันหลังถูกเปิดออกพร้อมกัน ชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำสวมแว่นตาดำกว่าสิบคนก้าวลงมาอย่างพร้อมเพรียง รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวพวกเขาทำให้นักศึกษาที่ยืนอยู่บริเวณนั้นรีบแหวกทางให้อย่างรวดเร็วด้วยความหวาดกลัวอ้อนยืนตัวแข็งทื่ออยู่ตรงบันไดขั้นสุดท้าย ใบหน้าสวยหวานซีดเผือดไร้สีเลือด เธอกำลังจะเดินหนีนนท์ เพื่อนชายร่วมคณะที่ตามตอแยไม่เลิก แต่การปรากฏตัวของกองทัพชุดดำนี้ทำให้ขาของเธอหนักอึ้งเหมือนถูกตรึงด้วยหมุดเหล็กเธอจำได้ดีนั่นคือเชน หัวหน้าบอดี้การ์ดมือขวาของฉลามเชนเดินตรงดิ่งเข้ามาหาอ้อนด้วยใบหน้าเรียบเฉย ไร้รอยยิ้ม และไร้ความปรานี เขาเดินผ่านหน้านนท์ไปราวกับชายหนุ่มเป็นเพียงอากาศธาตุ ก่อน
เช้าวันจันทร์ที่สดใสควรจะเป็นจุดเริ่มต้นของสัปดาห์ใหม่ที่เต็มไปด้วยพลังและความหวัง สำหรับนักศึกษาทั่วไป มันคือวันแห่งการเรียนรู้และการพบปะเพื่อนฝูง แต่สำหรับอ้อน หญิงสาวผู้ตกอยู่ภายใต้พันธนาการของซาตานในคราบเทพบุตร เช้าวันนี้กลับเต็มไปด้วยความอึดอัดและลางสังหรณ์ประหลาดที่ไม่อาจอธิบายได้ภายในห้องแต่งตัวขนาดมหึมาที่อัดแน่นไปด้วยเสื้อผ้าแบรนด์เนมราคาแพงระยับ อ้อนยืนนิ่งเป็นตุ๊กตากระเบื้องเคลือบอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ ปล่อยให้ฉลาม สามีทางพฤตินัยของเธอเป็นผู้จัดการเรื่องเครื่องแต่งกายให้เหมือนเช่นทุกวันวันนี้ฉลามอยู่ในชุดสูทสีกรมท่าตัดเย็บเข้ารูปดูภูมิฐาน สมกับตำแหน่งประธานกรรมการบริหารเครืออสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายเรียบนิ่งแต่แฝงไปด้วยอำนาจ เขาบรรจงติดกระดุมเสื้อนักศึกษาให้อ้อนทีละเม็ดอย่างใจเย็น นิ้วเรียวยาวที่เคยสร้างความเจ็บปวดและสุขสมให้เธอเมื่อคืน กำลังทำหน้าที่ปรนนิบัติอย่างอ่อนโยนจนน่าขนลุก“วันนี้มีเรียนเช้าสินะ” ฉลามเอ่ยถามเรียบๆ ขณะไล่นิ้วขึ้นมาถึงกระดุมเม็ดบนสุด“ค่ะมีควิซตอนเก้าโมง” อ้อนตอบเสียงเบา พยายามไม่สบตาเขาผ่านกระจกเงาฉลามหยิบกระดุมเม็ดบนสุดออกมาจ
ค่ำคืนแห่งงานกาล่าดินเนอร์การกุศลประจำปีของสมาคมนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เวียนมาถึง งานนี้ถือเป็นงานช้างที่รวมเอาเหล่าเศรษฐีและผู้มีอิทธิพลระดับประเทศมารวมตัวกัน ณ ห้องบอลรูมสุดหรูของโรงแรมห้าดาวริมแม่น้ำเจ้าพระยา แสงไฟระยิบระยับจากโคมไฟระย้าส่องประกายแข่งกับเพชรนิลจินดาบนเรือนกายของเหล่าคุณหญิงคุณนายที่ต่างจัดเต็มมาประชันโฉมทว่าดาวเด่นที่ดึงดูดสายตาของผู้คนในงาน กลับไม่ใช่ดาราชื่อดังหรือไฮโซสาวคนไหน แต่เป็นหญิงสาวร่างระหงที่เดินเคียงคู่มากับฉลาม มหาเศรษฐีหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลอ้อนปรากฏกายในรูปลักษณ์ที่แปลกตาและขัดแย้งกับกระแสแฟชั่นที่นิยมความวับๆ แวมๆ โดยสิ้นเชิง เธอสวมชุดราตรียาวกรุยกรายสีเขียวมรกตเข้ม ตัดเย็บจากผ้าเนื้อดีที่มีน้ำหนักทิ้งตัวสวยความแปลกประหลาดอยู่ที่ดีไซน์ของชุด มันเป็นชุดคอเต่าที่ปิดขึ้นมาจนถึงลูกกระเดือก แขนเสื้อยาวจรดข้อมือ กระโปรงยาวลากพื้นไม่เห็นแม้แต่ปลายรองเท้า ไม่มีส่วนไหนของผิวเนื้อที่โผล่พ้นออกมาให้เห็นเลยแม้แต่นิดเดียว ยกเว้นใบหน้าสวยหวานและมือเรียวบางทั้งสองข้างนี่คือคำสั่งประกาศิตของฉลามย้อนกลับไปเมื่อสองชั่วโมงก่อน ในห้องแต่งตัว“ปิดให้หมด ฉันไม่อยากให้
กลิ่นอายของตัณหาราคะยังคงลอยอวลอยู่รอบกายของหนุ่มสาวทั้งสอง แม้จะเพิ่งผ่านพ้นเหตุการณ์ระทึกขวัญที่สระว่ายน้ำมาหมาดๆ ทว่าไฟปรารถนาในกายของฉลามกลับไม่ได้มอดดับลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามภาพของอ้อนที่ยืนตัวสั่นระริก ปลดปล่อยน้ำพุแห่งความใคร่ออกมาต่อหน้าชายอื่น กลับยิ่งเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่โหมกระพือสัญชาตญาณสัตว์ป่าในตัวเขาให้ลุกโชนโชติช่วงฉลามอุ้มร่างบอบบางของอ้อนที่ห่อหุ้มด้วยผ้าขนหนูผืนใหญ่เดินเข้ามาภายในตัวคฤหาสน์ แอร์เย็นฉ่ำปะทะผิวกายที่ยังชื้นเหงื่อและน้ำ ทำให้อ้อนต้องซุกหน้าลงกับแผงอกเปลือยเปล่าของเขาเพื่อหาไออุ่น ร่างกายของเธอยังคงอ่อนระทวยและสั่นเทาจากจุดสุดยอดที่รุนแรงเกินรับไหวแทนที่เขาจะพาเธอขึ้นไปพักผ่อนบนห้องนอนชั้นสองตามที่ควรจะเป็น ฝีเท้าของฉลามกลับหยุดลงที่โถงบันไดวนขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางบ้านบันไดนี้เปรียบเสมือนหัวใจของคฤหาสน์ ปูด้วยหินอ่อนนำเข้าจากอิตาลีสีขาวลายเมฆ ราวบันไดทำจากเหล็กดัดลวดลายวิจิตรปิดทองคำเปลว ทอดยาวคดเคี้ยวขึ้นสู่ชั้นบนอย่างสง่างาม เหนือศีรษะขึ้นไปคือโคมไฟระย้าคริสตัลชานเดอเลียร์ขนาดใหญ่ที่ห้อยระย้าลงมา ส่องแสงระยิบระยับสะท้อนกับพื้นหินอ่อ
แสงแดดร้อนระอุยามบ่ายคล้อยของประเทศไทยสาดส่องลงมากระทบผิวน้ำสีฟ้าใสในสระว่ายน้ำส่วนตัวขนาดใหญ่ของคฤหาสน์หรู ประกายระยิบระยับของเกลียวคลื่นที่ไหวตัวตามแรงลมดูงดงามราวกับเพชรนับล้านเม็ดที่ถูกโปรยปรายลงมา ทว่าภายใต้ความเงียบสงบและงดงามนั้น กลับซ่อนเร้นไว้ด้วยกฎเกณฑ์อันบิดเบี้ยวของเจ้าของบ้านอ้อนหญิงสาวร่างบอบบางแหวกว่ายอยู่ในสายน้ำที่เย็นฉ่ำ ร่างกายของเธอพลิ้วไหวไปตามจังหวะการตีขาและวาดแขนอย่างเชื่องช้า เส้นผมยาวสลวยสีดำขลับลอยแผ่กระจายอยู่บนผิวน้ำราวกับสาหร่ายทะเลที่งดงาม ผิวพรรณขาวผ่องดุจน้ำนมตัดกับสีฟ้าจัดของกระเบื้องปูสระอย่างโดดเด่น และแน่นอนตามกฎเหล็กของฉลาม เธอไม่ได้สวมใส่ชุดใดๆ แม้แต่ชิ้นเดียวการว่ายน้ำเปลือยกายในตอนกลางวันแสกๆ เป็นสิ่งที่อ้อนไม่เคยคิดว่าจะต้องทำ แต่ในอาณาจักรของฉลาม คำสั่งถือเป็นประกาศิต เธอพยายามปลอบใจตัวเองว่าที่นี่เป็นพื้นที่ส่วนตัว กำแพงสูงตระหง่านกั้นสายตาจากโลกภายนอก และเวลานี้เป็นเวลาพักผ่อนที่คนรับใช้ไม่ควรเข้ามาเพ่นพ่าน เธอจึงปล่อยใจให้ล่องลอยไปกับสายน้ำ พยายามชำระล้างความคาวโลกีย์ที่เปรอะเปื้อนจิตใจออกไปชั่วคราวทว่าความเป็นส่วนตัวในบ้านหลังนี้ เป็นเ
เข็มวินาทีของนาฬิกาข้อมือเรือนหรูเดินวนไปข้างหน้าอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ทว่าสำหรับอ้อนแล้ว ทุกจังหวะการขยับของมันเปรียบเสมือนเสียงนับถอยหลังสู่ลานประหารการจราจรในกรุงเทพมหานครช่วงเย็นวันศุกร์ติดขัดวินาศสันตะโร รถราจอดนิ่งสนิทบนท้องถนนราวกับลานจอดรถขนาดใหญ่ อ้อนนั่งกระสับกระส่ายอยู่บนเบาะหลังของรถลีมูซีน มือบางชื้นเหงื่อกำชายกระโปรงนักศึกษาแน่นจนยับยู่ยี่ ดวงตากลมโตจ้องมองตัวเลขดิจิทัลบนหน้าปัดนาฬิกาด้วยความหวาดหวั่น18:03 น.“เลยเวลามาสามนาทีแล้ว” เธอบอกกับตัวเองเสียงสั่นเครือ หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอกกฎเหล็กของคุณฉลามคือต้องถึงบ้านก่อนหกโมงเย็น ห้ามขาด ห้ามสาย แม้แต่วินาทีเดียวก็ไม่ได้“พี่ศักดิ์คะเร็วกว่านี้อีกนิดไม่ได้เหรอคะ” อ้อนร้องถามคนขับรถด้วยน้ำเสียงวิงวอน“รถติดมากเลยครับคุณอ้อน ผมพยายามเบี่ยงออกซ้ายแล้วครับ แต่มันขยับไม่ได้เลย” คนขับรถตอบด้วยน้ำเสียงเห็นใจ แต่ก็จนปัญญาอ้อนกัดริมฝีปากล่างจนห่อเลือด ความกลัวแล่นริ้วขึ้นมาจับขั้วหัวใจ ภาพใบหน้าเรียบเฉยแต่แฝงแววอำมหิตของฉลามลอยเข้ามาในความคิด เขาไม่ใช่คนที่จะยอมรับข้อแก้ตัว ไม่ว่าเหตุผลนั้นจะสมควรแค่ไหนก็ตาม สำหรับ







