Mag-log in"เอ๊ะ นั่นนายคนนั้นนี่" วาวีแปลงความคิดออกมาเป็นคำพูดขณะที่สายตายังคงจ้องมองชายตัวโต
"ใครเหรอ?" แป้งร่ำถามก่อนจะสะบัดหน้าหันไปมองตามสายตาของวาวี ยังไม่ทันที่วาวีจะตอบเพื่อน ผู้ชายลามกก็เดินตรงดิ่งมาที่พวกเธอยืนอยู่เพราะจุดบริการมีเพียงตรงนี้ที่ว่าง แป้งร่ำเห็นว่าเพื่อนมีลูกค้าจึงไม่อยากอยู่เกะกะ จึงเดินเลี่ยงออกไปหาสามีที่ด้านนอกตามที่เขาสั่งไว้ก่อนหน้านี้ "สวัสดีค่ะ" วาวีจึงต้องกล่าวต้อนรับอย่างเลี่ยงไม่ได้เมื่อชายต่างชาติเดินมาถึง ที่เธอทักเขาเป็นภาษาไทยก็เพราะรู้อยู่แล้วว่าเขาพูดไทยได้ ถ้าเป็นพนักงานคนอื่นพวกเธอก็คงไม่รู้แล้วกล่าวคำทักทายเป็นภาษาอังกฤษแน่ ๆ จากพฤติกรรมที่เธอเคยเห็นชายคนนี้ทำ ทำให้เขากลายเป็นลูกค้าที่วาวีไม่อยากต้อนรับ ไม่รู้ว่าจะมาทำอะไรบัดสีบัดเถลิงที่นี่อีกหรือเปล่า แต่เมื่อสังเกตดูแล้วเธอก็พบว่าเขาเดินทางมาคนเดียว ไร้เงาแฟนสาวหุ่นสะท้านใจชายคนนั้นก็สบายใจขึ้นมาในระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่รู้ว่าจะนัดกันมาหรือเปล่า "ผมชื่อแฟรงค์ ไอ้ยุมันบอกว่าจัดห้องไว้ให้แล้ว" แม้จะชะงักตอนที่เห็นหน้าพนักงานต้อนรับตรงหน้าชัด ๆ แล้ว แต่แฟรงค์ก็แจ้งจุดประสงค์ของตนตามที่ต้องการว่าเพื่อนได้จัดห้องไว้ให้แล้ว เขาไม่ต้องเปิดห้องใหม่เอง ทั้งที่ระยะทางจากกรุงเทพและรีสอร์ตนี้ก็ห่างไกลตั้งหลายร้อยกิโล โลกก็ช่างกลมเหลือเกินที่มาเจอหญิงสาวคนนี้ที่นี่อีก "ค่ะ สักครู่นะคะ" วาวีตอบรับก่อนจะพิมพ์ชื่อลูกค้าวีไอพีที่พี่ชายโทรมาจองรีสอร์ตให้ สรรพนามที่ชายลามกใช้เรียกพี่ชายทำให้วาวีรู้สึกเกลียดขี้หน้าเขาขึ้นไปอีก "พักคนเดียวนะคะ" วาวีถามไปตามข้อปฏิบัติของรีสอร์ตที่จะต้องถามถึงจำนวนคนเข้าพัก "ผมมาคนเดียวก็ต้องนอนคนเดียวสิ" ไม่รู้ว่าทำไมแฟรงค์ต้องต่อปากต่อคำกับหญิงคนนี้ แต่สัญชาตญาณของเขาแจ้งให้รู้ว่าหญิงตรงหน้าไม่ชอบขี้หน้าเขา เขาเลยไม่ต้องรักษาน้ำใจกับเธอ ดีมาดีกลับ ร้ายมาก็ร้ายกลับ 'พี่ยุไปรู้จักกับคนมารยาทเสียแบบนี้ได้ยังไง!' เมื่อได้ยินคำย้อนของลูกค้ามารยาทเสีย เสียงตะโกนดังขึ้นในความคิดของวาวีขณะที่หันไปหยิบกุญแจรีสอร์ตที่แขวนอยู่ด้านหลัง หลังจากนี้อย่าได้มาเจอกันที่ไหนอีกเลย ไม่เช่นนั้นเธออาจจะอดใจไม่ไหวทะเลาะด้วยแน่ ๆ แค่นี้ก็ข่มใจตัวเองไม่ให้ต่อปากต่อคำจะแย่อยู่แล้ว "เดี๋ยวจะให้พนักงานพาไปที่ห้องพักนะคะ" หันกลับมาก็สวมวิญญาณพนักงานที่ดี ยิ้มหวานให้ลูกค้าตัวสูงก่อนจะหันไปเรียกพนักงานนำทางที่ยืนประจำการข้าง ๆ ให้มารับกุญแจและพาลูกค้าไปยังห้องพักที่เธอจัดไว้ให้ตอนที่พี่ชายเธอโทรมาร้องขอเมื่อสองวันก่อน .........................."ไหวไหมเนี่ย?" แฟรงค์เอ่ยถามพร้อมกับดันร่างอรชรให้ยืนตรง ๆ พยายามมองแต่ใบหน้าสวย ไม่หลุบตาไปมองร่องอกขาวเบื้องล่าง แต่เพราะใบหน้าเขาอยู่ในมุมที่สูงกว่า จะหักห้ามใจเพียงใดก็เห็นอยู่ดี ตอนที่มองแค่ตาก็ว่าเธอสามารถปลุกความต้องการส่วนลึกได้ง่าย ๆ แล้ว ยิ่งมาได้สัมผัสโอบกอดแบบนี้ ทำให้เขารู้ว่าน้องสาวของเพื่อนนั้นเนื้อตัวเนียนนุ่มไปเสียทุกส่วน โดยเฉพาะสองก้อนอวบที่คลอนกระเพื่อมใต้ชุดเดรสนั่น มันกลมกลึงขาวเนียนน่าเอาหน้าไปคลุกเคล้า พลันลำที่นอนสงบอยู่ในร่มผ้าก็สะดุ้งตื่นรับความคิดหื่นกามขึ้นมาทันที 'ถ้าไม่อยากให้พ่อโดนกระทืบก็ใจเย็นไว้ไอ้ลูกชาย' เสียงกล่อมดับอารมณ์กระสันดังขึ้นในหัวของแฟรงค์เมื่อคิดไพล่ไปถึงคำขู่ของเพื่อนที่มันเคยพูดห้ามไว้ก่อนหน้านี้ "หวาย ๆ " แล้วเสียงยานคางของคนในอ้อมแขนก็ดึงสติของแฟรงค์ให้กลับมา เขาส่ายหน้าระอาให้กับเด็กขี้เมา มองเธอที่พยายามดันตัวเองออกไปจากการประคองของตัวเองด้วยความเสียดาย อยากจะสัมผัสกับผิวนุ่มต่อแต่ก็ต้องยอมปล่อยเธอไป ถ้าเป็นสาวอื่นเขาคงไม่พลาดการไปส่งเธอถึงเตียงหรอก แฟรงค์มองน้องสาวเพื่อนที่พยายามดึงตัวเองขึ้นด้วยแขนเรียวทั้งสองข้าง แต่ดูเห
ชั่วโมงต่อมา "ตัวเอง.. เขาไม่ไหวแล้วอะ ไปนอนกันเถอะ" เป็นเสียงบอยที่บอกกับแฟนหนุ่มเพราะรู้สึกเมามายเสียเหลือเกิน ถ้าดื่มต่อไปคงได้ให้แฟนแบกกลับห้องแน่ ๆ "ไปสิ" แฟนหนุ่มของบอยก็ตกลงอย่างว่าง่าย ลุกขึ้นแล้วดึงให้บอยลุกขึ้นตาม ด้วยที่ไม่ได้เมามายเท่าบอยเลยทำให้เขาเป็นหลักให้คนเมาได้เกาะได้ "งั้นเราก็ไปนอนกันเถอะ ดึกแล้ว.." เมื่อเห็นเพื่อนเกาะแขนแฟนไปแล้วแตงโมจึงหันไปพูดกับบอลด้วยน้ำเสียงยานคางบ้าง แสดงให้เห็นว่าเธอก็เมามายไม่น้อยเหมือนกัน แต่ว่าไม่เมาเท่าน้องสาวเจ้าของวันเกิด ที่เมาจนนั่งแทบไม่อยู่บนเก้าอี้ "ว่าแต่วา แกกลับห้องไหวไหมเนี่ย ฉันไปส่งไหม?" แตงโมหันไปถามเพื่อนที่ตาเยิ้มหวานฉ่ำราวกับกินน้ำตาลเข้าไปทั้งโกดัง "ไม่เปนราย.. ฉานกลับหวาย.." วาวีโบกมือปฏิเสธน้ำใจเพื่อนด้วยเข้าใจว่าตัวเองไม่ได้เมามากจนกลับห้องไม่ไหว ไม่ใช่ว่าไม่เคยดื่มเสียหน่อย ห้องอยู่แค่นี้กลับได้สบายอยู่แล้ว "แกแน่ใจนะ ฉันไปส่งดีกว่า" แตงโมยังไม่เลิกเป็นห่วงเพื่อน "ห้องฉานอยู่โตงนี้เอง.. แกไปนอนป๊าย.." วาวีปฏิเสธเพื่อนอีกครั้งพร้อมกับปัดมือแตงโมที่มาจับไหล่ "ตามใจแก งั้นพวกฉันไปแล้วนะ" แตงโมถอนหายใจกับ
"น้องมึงดื่มเก่งขนาดนี้เลยเหรอวะยุ?" แฟรงค์ที่นั่งมองสาวโสดคนเดียวในกลุ่มด้วยความสงสัย หน้าตาสะสวยน่ารักช่างไม่เข้ากับบุคลิกเลย ไม่คิดว่าน้องสาวเพื่อนจะเป็นสาวสายปาร์ตี้ได้ขนาดนี้ "ก็เก่งอยู่ ว่าแต่มึงมองน้องกูทำไม?" วายุหันมาตอบเพื่อนด้วยน้ำเสียงที่ไม่เป็นมิตรนัก "เปล่า ก็กูหันหน้าไปทางนั้นพอดีไหม เงยหน้าไปก็เห็นน้องมึงกระดกเอา ๆ ทุกที" แฟรงค์รีบปฏิเสธตามความเป็นจริง ก็เขานั่งหันหน้าไปทางโต๊ะสาว ๆ พวกนั้น จะไม่ให้มองแล้วจะให้มองหมาแมวที่ไหน "กูเพิ่งรู้ว่ามึงหวงน้องขนาดนี้" ภูผาพูดขึ้นมาเมื่อสังเกตเห็นความหวงน้องสาวของเพื่อน "ปกติกูก็ไม่หวง แต่กับไอ้นี่ มึงก็รู้ว่ามันเจ้าชู้ขนาดไหน" วายุตอบเสียงห้วน ก่อนจะยกแก้วในมือขึ้นดื่มดับความขุ่นเคืองในใจ เห็นมันมองน้องสาวทีไรก็นึกอยากจะตะบันหน้าหล่อ ๆ ของมันทุกที "กูไม่ได้เจ้าชู้โว้ย! กูไม่ได้คบใครเป็นแฟนเลยนะ แค่มองหน้าแล้วสปาร์คก็พากันไปเล่นต่อ" แฟรงค์รีบแก้ตัว เขารู้ตัวว่าตัวเองไม่สามารถจะจริงจังกับใครได้ แค่ชอบสนุกกับร่างกายผู้หญิงแค่นั้น เขาจึงชอบไปเที่ยวผับบาร์เพื่อไปหาคนที่เคมีเข้ากัน แค่นี้เขาก็ได้สาวไปนอนกกแล้ว จะมีบ้างคนที่ติดใจ
ปาร์ตี้วันเกิดของวายุอบอวลความสุขความสนุกสนาน เพราะผู้ร่วมงานมีแต่คนกันเองทั้งนั้น วิโรจน์และอรดีถือโอกาสมาฉลองวันเกิดลูกและพักผ่อนไปในตัว เควินควงคู่มากับวิลาสินีที่ทำตัวติดกันอย่างกับปาท่องโก๋ตั้งแต่มาถึง จนทำให้ภูผาที่ฉายเดี่ยวคนเดียวเพราะเมียรักไม่ยอมมาด้วยถึงกับต้องเอ่ยปากกระแนะกระแหนคนมีคู่ ว่าเชิญมางานวันเกิดของเพื่อนไม่ใช่เชิญมาฮันนีมูน แถมยังลามมาถึงเจ้าของวันเกิดที่ประคบประหงมเมียรักที่กำลังตั้งท้องอ่อน ๆ อีกด้วย และงานนี้วาวียังขออนุญาตพี่ชายชวนเพื่อน ๆ ของตนมาด้วยจะได้เกิดความสนุกสนานมากขึ้น ซึ่งคนรักน้องอย่างวายุก็ย่อมยอมน้องอยู่แล้ว บอยซึ่งควงคู่มากับหนุ่มหล่อล่ำบึก จนสาว ๆ แถวนี้พากันอิจฉาวาสนาของชายใจหญิงว่าไม่รู้ว่าบอยไปหาแฟนคนนี้จากที่ไหน แตงโมและบอลซึ่งมีแผนจะแต่งงานกันในสิ้นปีก็ถือโอกาสมาดูที่ฮันนีมูนด้วย ด้วยเพราะต่างคนต่างมีเพื่อน เจ้าของวันเกิดและภรรยาสาวจึงได้แยกกันนั่งคนละโต๊ะ แต่ถึงอย่างนั้นวายุก็คอยหันมองเมียรักอยู่ตลอดเพราะเป็นห่วง เนื่องจากแป้งร่ำยังคงมีอาการอ่อนเพลียจากการแพ้ท้องอยู่ ตอนนี้งานปาร์ตี้วันเกิดผ่านไปประมาณสามชั่วโมงได้แล้ว จนตอนนี้ผู้ร
กึก! เสียงรองเท้าส้นเข็มบดกับพื้นเมื่อขาที่ก้าวเกิดหยุดกะทันหัน วาวีชะงักเท้าในทันทีเมื่อหันกลับมาแล้วเจอคนที่เธอไม่ประสงค์จะเห็นหน้าอยู่เบื้องหน้า แถมดวงตาสีน้ำตาลอ่อนจ้องมองมาทางเธอเขม็ง รู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูกกับการกระทำของชายต่างชาตินิสัยไม่ดีคนนี้ เธอมารู้ทีหลังว่าผู้ชายหื่นกามคนนี้เป็นเพื่อนของพี่ชายก็เมื่อตอนบ่ายนี่เอง วาวีแอบถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะตั้งสติได้ ก้าวเดินต่อตรงไปที่บันไดทางขึ้นเมื่อตั้งใจจะไปดูความเรียบร้อยในห้องครัวต่อ พยายามจะไม่สบตากับควงตาคมกริบคู่นั้น กึก กึก กึก เสียงจังหวะย่ำเดินของผู้หญิงหุ่นเซ็กซี่เบื้องหน้าที่กำลังเข้ามาใกล้ช่างตรงข้ามกับจังหวะการเต้นหัวใจใต้แผ่นอกแกร่งเสียเหลือเกิน เพราะยิ่งเธอเดินเข้ามาใกล้เขาก็ยิ่งเห็นทรวดทรงของเธอชัดเจนขึ้น ว่าด้านหลังน่าฟัดแล้ว มาเห็นด้านหน้ายิ่งน่าฟัดยิ่งกว่า คอชุดเดรสด้านหน้าย้วยเป็นชั้นเหมือนด้านหลังแต่ไม่ลึกเท่า ด้วยเพราะว่าชุดนี้ทำให้ไม่สามารถใส่บราเซียร์ได้ แฟรงค์เดาว่าสิ่งที่หุ้มเต้าอวบนั้นน่าจะมีแค่แผ่นซิลิโคนแปะจุกไว้แค่นั้น ยามเธอเดินจึงเห็นเนื้อหยุนกระเพื่อมคลอนตามจังหวะการย่างก้าว และเป็นเพราะเธ
เย็นวันเดียวกัน ด้วยที่มาคนเดียวจึงไม่มีอะไรดี ๆ ทำที่ห้องพัก แฟรงค์จึงออกจากห้องเดินไปตามทางเดินของอาคารรับรอง เพื่อจะไปยังลานโล่งซึ่งเป็นสถานที่ปาร์ตี้คืนนี้ก่อนเวลางานเริ่มในอีกประมาณครึ่งชั่วโมงข้างหน้า ด้วยหวังว่าจะมีอะไรดี ๆ ให้มองฆ่าเวลา เพราะตอนเข้ามาเช็กอินเห็นมีนักท่องเที่ยววัยรุ่นต่างชาติเข้ามาเช็กอินสามคน ไม่แน่คืนนี้อาจโชคดีได้หิ้วสาวไปนอนกอดแก้อารมณ์เปลี่ยวสักคน "น้ำแข็งยังไม่มาอีกเหรอ ใกล้ได้เวลาแล้วนะ!" "ผมโทรตามแล้วครับ เห็นว่ารถยางรั่วเลยมาช้า แต่ตอนนี้ให้รถอีกคันมาแทน ใกล้ถึงแล้วครับ.." แต่แล้วน้ำเสียงที่ดุนิด ๆ ก็ทำให้แฟรงค์ต้องชะลอเท้าก่อนจะกวาดตามองหาต้นเสียง แล้วเขาก็สะดุดตากับแผ่นหลังขาวเนียนของผู้หญิงไทยคนหนึ่งซึ่งในชุดเดรสสายเดี่ยวสีชมพูอ่อนคนหนึ่ง ด้านหน้าของเธอเป็นพนักงานชายสองคนยืนทำหน้าลำบากใจอยู่ พวกเธอยืนกันอยู่โต๊ะวางอาหารและเครื่องดื่ม ห่างจากจุดที่เขาอยู่ประมาณห้าสิบเมตร 'อื้อหือ..ขาวเนียนน่าลูบจังวุ้ย' ความคิดอกุศลดังขึ้นในหัวของแฟรงค์ก่อนจะรีบหยุดยืนข้างเสาใกล้กับบันไดทางลงไปสวนหย่อมเพื่อแอบมองสาว แปลกใจตัวเองเหมือนกันที่หวั่นไหวกับหุ่นของผ







