ANMELDENสามเดือนต่อมา
หลังจากที่สอบปลายภาคเทอมสุดท้ายเสร็จ วาวีก็มายังรีสอร์ตเพื่อมาเป็นเจ้าของเต็มตัว ถึงเธอจะเพิ่งจบการศึกษามาหมาด ๆ ก็ไม่มีปัญหาสำหรับเธอเลยสักนิดเมื่อได้พี่ชายได้ปูทางไว้ให้หมดแล้ว และที่ผ่านมาช่วงวันหยุดเธอก็จะมาเรียนรู้งานที่นี่บ่อยอยู่แล้ว ค่อย ๆ ซึมซับงานบริหารที่พี่ชายกรำสอนจนเชี่ยวชาญ หลังจากเสร็จเอกสารที่ออฟฟิศแล้ว ด้วยที่วาวีอยากจะเข้าถึงพนักงานและลูกค้า เธอจึงลงมาช่วยต้อนรับลูกค้าในล็อบบี้ และไม่อยากให้เกิดการแปลกแยกวาวีเลยใส่ชุดพนักงานต้อนรับเหมือนกับพนักงานคนอื่น ๆ ด้วยความที่องค์ประกอบหน้าของเธอนั้นรวมกันแล้วดูจิ้มลิ้มน่ารัก ปากเล็กจมูกหน่อย ริมฝีปากเอิบอิ่มสีชมพูระเรื่อ เพียงทาแค่ลิปกลอสก็สวยใสสมวัย ผมยาวสลวยรวบขึ้นเป็นหางม้าผูก จึงทำให้เจ้าของรีสอร์ตดูเหมือนเด็กมัธยม เพียงแค่แต่งหน้าบาง ๆ ก็ดูน่ามองกว่าพนักงานคนอื่นแล้ว "วา!" เสียงเรียกใสคุ้นหูทำให้วาวีที่กำลังก้มหน้าก้มตาดูห้องพักว่างในคอมพิวเตอร์ต้องเงยหน้าขึ้นมอง แล้วก็ฉีกยิ้มกว้างเมื่อเห็นหน้าเพื่อนสนิทและเป็นพี่สะใภ้ของเธอด้วยอีกตำแหน่ง "มากันแล้วเหรอ?" วาวีทักให้เพื่อนพร้อมกับยิ้มกว้างยินดีที่เจอเพื่อน มองไปข้างหลังเพื่อนก็เห็นพี่ชายของเธอเดินตามภรรยาสาวเข้ามา "อื้อ แกแต่งใส่นี้น่ารักจัง หนูใส่บ้างได้ไหม?" แป้งร่ำเอ่ยชมเพื่อนก่อนจะหันไปถามสามีที่มาหยุดยืนเยื้องด้านหลัง เรียนจบมาเธอไม่ได้สัมผัสของการทำงานเลย พอเรียนจบปุ๊บก็โดนสามีจับแต่งงานปั๊บ หนำซ้ำตอนนี้ในท้องยังมีเลือดเนื้อเชื้อไขของเธอและสามีอยู่อีกต่างหาก "ไม่ได้ หนูใส่ชุดนี้ก็แสดงว่าหนูต้องคอยดูแลลูกค้า พี่อยากให้หนูดูแลพี่คนเดียวก็พอ" "โอย.. จะหวงอะไรนักหนา" วาวีแสร้งว่าให้พี่ชาย แต่ก็แสดงความยินดีกับเพื่อนจากใจจริงที่ได้สามีคลั่งรักขนาดนี้ ไม่น่าเชื่อว่าพี่ชายจอมโหดของเธอพอมีลูกมีเมียแล้วจะเปลี่ยนไปเป็นคนละคน "แกไม่มีคู่ก็อยู่เงียบ ๆ ไป" วายุหันไปแขวะให้น้องสาวตัวดี พอมีจังหวะทีไรมันก็ชอบกัดเขาอยู่เรื่อย "พี่ยุอย่าว่าวาสิ" แป้งร่ำปรามพลางยกมือตีต้นแขนสามี ทำไมสองคนนี้ถึงชอบทะเลาะกันนักก็ไม่รู้สิน่า "ไม่ว่าแล้วก็ได้ งั้นพี่ไปดูที่จัดงานก่อนนะ คุยเสร็จก็เดินตามไปนะเดี๋ยวพี่พาไปพักผ่อน" วายุเสียงอ่อนลงเมื่อโดนเมียปราม ขอตัวแยกไปดูสถานที่จัดงานว่าพร้อมสำหรับงานเลี้ยงสังสรรค์ในคืนนี้แล้วหรือยัง แต่ก่อนจะเดินแยกไปวายุก็ยกมือขึ้นวางบนศีรษะเล็กโยกเบา ๆ หยอกล้อเมียเด็ก วาวีส่ายหน้าระอาให้กับความหลงเมียของพี่ชายแต่ก็ไม่ได้กระแนะกระแหนอะไร เมื่อพี่ชายเดินห่างไปแล้วเธอจึงหันไปหาเพื่อน "เป็นยังไงบ้าง หายแพ้ท้องหรือยัง?" วาวีเอื้อมมือไปดึงแขนเพื่อนให้เดินมายังข้าง ๆ โต๊ะบริการที่เธอยืนอยู่ เพื่อที่จะถามไถ่สารทุกข์สุกดิบของเพื่อนและหลานตัวน้อยในท้องให้สะดวก "บางวันก็แพ้มาก บางวันก็แพ้น้อย ดีที่นั่งรถมานี่ไม่เป็นอะไร" แป้งร่ำอมยิ้มอ่อนขณะที่ตอบเพื่อนพลางยกมือลูบหน้าท้องแบนของตัวเอง ถ้าไม่บอกก็จะไม่มีใครรู้เลยว่าตอนนี้เธอกำลังตั้งครรภ์อยู่ เพราะอายุครรภ์เพียงแค่ห้าสัปดาห์เท่านั้น หน้าท้องของเธอเลยยังเรียบแบนอยู่ "พี่ยุก็จริง ๆ เลย ไม่รู้จะรีบอยากมีลูกทำไมเร็วนัก ดูสิแกเพิ่งจะยี่สิบสองเองต้องมาอุ้มท้องเสียแล้ว ไม่อย่างนั้นฉันจะพาแกไปเที่ยวให้ทั่วไทยเลย" วาวีบ่นให้พี่ชายที่บังอาจมาทำให้เพื่อนเที่ยวของเธอท้องหลังเรียนจบทันที เพื่อนของเธอเลยหมดโอกาสเที่ยวฉลองเรียนจบเลย "ฉันป้องกันไม่ดีเองแหละ" แป้งร่ำยิ้มหวานให้เพื่อนผู้ชอบบ่นของเธอ "เข้าข้างกันเข้าไป" วาวีว่าพลางค้อนให้เพื่อนอย่างนึกหมั่นไส้ไม่จริงจัง แล้วเธอก็ได้รอยยิ้มหวานของเพื่อนกลับมา โชคดีจริง ๆ ที่ได้เพื่อนมาเป็นพี่สะใภ้ ดีแล้วที่พี่ชายของเธอไม่ไปเอาแฟนเก่ามาเป็นพี่สะใภ้ ไม่เช่นนั้นเธอคงจะเครียดไม่น้อย และตอนนั้นเองที่มีชายต่างชาติสวมแว่นกันแดดรูปร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาจากทางเข้าของอาคารรับรอง วาวีตั้งท่าจะยิ้มต้อนรับตามประสาผู้ให้บริการที่ดี แต่เมื่อพิจารณาดูดี ๆ ก็พบว่าชายคนนี้คือชายลามกที่เธอเจอที่คอนโดเมื่อสองเดือนก่อน .........................."ไหวไหมเนี่ย?" แฟรงค์เอ่ยถามพร้อมกับดันร่างอรชรให้ยืนตรง ๆ พยายามมองแต่ใบหน้าสวย ไม่หลุบตาไปมองร่องอกขาวเบื้องล่าง แต่เพราะใบหน้าเขาอยู่ในมุมที่สูงกว่า จะหักห้ามใจเพียงใดก็เห็นอยู่ดี ตอนที่มองแค่ตาก็ว่าเธอสามารถปลุกความต้องการส่วนลึกได้ง่าย ๆ แล้ว ยิ่งมาได้สัมผัสโอบกอดแบบนี้ ทำให้เขารู้ว่าน้องสาวของเพื่อนนั้นเนื้อตัวเนียนนุ่มไปเสียทุกส่วน โดยเฉพาะสองก้อนอวบที่คลอนกระเพื่อมใต้ชุดเดรสนั่น มันกลมกลึงขาวเนียนน่าเอาหน้าไปคลุกเคล้า พลันลำที่นอนสงบอยู่ในร่มผ้าก็สะดุ้งตื่นรับความคิดหื่นกามขึ้นมาทันที 'ถ้าไม่อยากให้พ่อโดนกระทืบก็ใจเย็นไว้ไอ้ลูกชาย' เสียงกล่อมดับอารมณ์กระสันดังขึ้นในหัวของแฟรงค์เมื่อคิดไพล่ไปถึงคำขู่ของเพื่อนที่มันเคยพูดห้ามไว้ก่อนหน้านี้ "หวาย ๆ " แล้วเสียงยานคางของคนในอ้อมแขนก็ดึงสติของแฟรงค์ให้กลับมา เขาส่ายหน้าระอาให้กับเด็กขี้เมา มองเธอที่พยายามดันตัวเองออกไปจากการประคองของตัวเองด้วยความเสียดาย อยากจะสัมผัสกับผิวนุ่มต่อแต่ก็ต้องยอมปล่อยเธอไป ถ้าเป็นสาวอื่นเขาคงไม่พลาดการไปส่งเธอถึงเตียงหรอก แฟรงค์มองน้องสาวเพื่อนที่พยายามดึงตัวเองขึ้นด้วยแขนเรียวทั้งสองข้าง แต่ดูเห
ชั่วโมงต่อมา "ตัวเอง.. เขาไม่ไหวแล้วอะ ไปนอนกันเถอะ" เป็นเสียงบอยที่บอกกับแฟนหนุ่มเพราะรู้สึกเมามายเสียเหลือเกิน ถ้าดื่มต่อไปคงได้ให้แฟนแบกกลับห้องแน่ ๆ "ไปสิ" แฟนหนุ่มของบอยก็ตกลงอย่างว่าง่าย ลุกขึ้นแล้วดึงให้บอยลุกขึ้นตาม ด้วยที่ไม่ได้เมามายเท่าบอยเลยทำให้เขาเป็นหลักให้คนเมาได้เกาะได้ "งั้นเราก็ไปนอนกันเถอะ ดึกแล้ว.." เมื่อเห็นเพื่อนเกาะแขนแฟนไปแล้วแตงโมจึงหันไปพูดกับบอลด้วยน้ำเสียงยานคางบ้าง แสดงให้เห็นว่าเธอก็เมามายไม่น้อยเหมือนกัน แต่ว่าไม่เมาเท่าน้องสาวเจ้าของวันเกิด ที่เมาจนนั่งแทบไม่อยู่บนเก้าอี้ "ว่าแต่วา แกกลับห้องไหวไหมเนี่ย ฉันไปส่งไหม?" แตงโมหันไปถามเพื่อนที่ตาเยิ้มหวานฉ่ำราวกับกินน้ำตาลเข้าไปทั้งโกดัง "ไม่เปนราย.. ฉานกลับหวาย.." วาวีโบกมือปฏิเสธน้ำใจเพื่อนด้วยเข้าใจว่าตัวเองไม่ได้เมามากจนกลับห้องไม่ไหว ไม่ใช่ว่าไม่เคยดื่มเสียหน่อย ห้องอยู่แค่นี้กลับได้สบายอยู่แล้ว "แกแน่ใจนะ ฉันไปส่งดีกว่า" แตงโมยังไม่เลิกเป็นห่วงเพื่อน "ห้องฉานอยู่โตงนี้เอง.. แกไปนอนป๊าย.." วาวีปฏิเสธเพื่อนอีกครั้งพร้อมกับปัดมือแตงโมที่มาจับไหล่ "ตามใจแก งั้นพวกฉันไปแล้วนะ" แตงโมถอนหายใจกับ
"น้องมึงดื่มเก่งขนาดนี้เลยเหรอวะยุ?" แฟรงค์ที่นั่งมองสาวโสดคนเดียวในกลุ่มด้วยความสงสัย หน้าตาสะสวยน่ารักช่างไม่เข้ากับบุคลิกเลย ไม่คิดว่าน้องสาวเพื่อนจะเป็นสาวสายปาร์ตี้ได้ขนาดนี้ "ก็เก่งอยู่ ว่าแต่มึงมองน้องกูทำไม?" วายุหันมาตอบเพื่อนด้วยน้ำเสียงที่ไม่เป็นมิตรนัก "เปล่า ก็กูหันหน้าไปทางนั้นพอดีไหม เงยหน้าไปก็เห็นน้องมึงกระดกเอา ๆ ทุกที" แฟรงค์รีบปฏิเสธตามความเป็นจริง ก็เขานั่งหันหน้าไปทางโต๊ะสาว ๆ พวกนั้น จะไม่ให้มองแล้วจะให้มองหมาแมวที่ไหน "กูเพิ่งรู้ว่ามึงหวงน้องขนาดนี้" ภูผาพูดขึ้นมาเมื่อสังเกตเห็นความหวงน้องสาวของเพื่อน "ปกติกูก็ไม่หวง แต่กับไอ้นี่ มึงก็รู้ว่ามันเจ้าชู้ขนาดไหน" วายุตอบเสียงห้วน ก่อนจะยกแก้วในมือขึ้นดื่มดับความขุ่นเคืองในใจ เห็นมันมองน้องสาวทีไรก็นึกอยากจะตะบันหน้าหล่อ ๆ ของมันทุกที "กูไม่ได้เจ้าชู้โว้ย! กูไม่ได้คบใครเป็นแฟนเลยนะ แค่มองหน้าแล้วสปาร์คก็พากันไปเล่นต่อ" แฟรงค์รีบแก้ตัว เขารู้ตัวว่าตัวเองไม่สามารถจะจริงจังกับใครได้ แค่ชอบสนุกกับร่างกายผู้หญิงแค่นั้น เขาจึงชอบไปเที่ยวผับบาร์เพื่อไปหาคนที่เคมีเข้ากัน แค่นี้เขาก็ได้สาวไปนอนกกแล้ว จะมีบ้างคนที่ติดใจ
ปาร์ตี้วันเกิดของวายุอบอวลความสุขความสนุกสนาน เพราะผู้ร่วมงานมีแต่คนกันเองทั้งนั้น วิโรจน์และอรดีถือโอกาสมาฉลองวันเกิดลูกและพักผ่อนไปในตัว เควินควงคู่มากับวิลาสินีที่ทำตัวติดกันอย่างกับปาท่องโก๋ตั้งแต่มาถึง จนทำให้ภูผาที่ฉายเดี่ยวคนเดียวเพราะเมียรักไม่ยอมมาด้วยถึงกับต้องเอ่ยปากกระแนะกระแหนคนมีคู่ ว่าเชิญมางานวันเกิดของเพื่อนไม่ใช่เชิญมาฮันนีมูน แถมยังลามมาถึงเจ้าของวันเกิดที่ประคบประหงมเมียรักที่กำลังตั้งท้องอ่อน ๆ อีกด้วย และงานนี้วาวียังขออนุญาตพี่ชายชวนเพื่อน ๆ ของตนมาด้วยจะได้เกิดความสนุกสนานมากขึ้น ซึ่งคนรักน้องอย่างวายุก็ย่อมยอมน้องอยู่แล้ว บอยซึ่งควงคู่มากับหนุ่มหล่อล่ำบึก จนสาว ๆ แถวนี้พากันอิจฉาวาสนาของชายใจหญิงว่าไม่รู้ว่าบอยไปหาแฟนคนนี้จากที่ไหน แตงโมและบอลซึ่งมีแผนจะแต่งงานกันในสิ้นปีก็ถือโอกาสมาดูที่ฮันนีมูนด้วย ด้วยเพราะต่างคนต่างมีเพื่อน เจ้าของวันเกิดและภรรยาสาวจึงได้แยกกันนั่งคนละโต๊ะ แต่ถึงอย่างนั้นวายุก็คอยหันมองเมียรักอยู่ตลอดเพราะเป็นห่วง เนื่องจากแป้งร่ำยังคงมีอาการอ่อนเพลียจากการแพ้ท้องอยู่ ตอนนี้งานปาร์ตี้วันเกิดผ่านไปประมาณสามชั่วโมงได้แล้ว จนตอนนี้ผู้ร
กึก! เสียงรองเท้าส้นเข็มบดกับพื้นเมื่อขาที่ก้าวเกิดหยุดกะทันหัน วาวีชะงักเท้าในทันทีเมื่อหันกลับมาแล้วเจอคนที่เธอไม่ประสงค์จะเห็นหน้าอยู่เบื้องหน้า แถมดวงตาสีน้ำตาลอ่อนจ้องมองมาทางเธอเขม็ง รู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูกกับการกระทำของชายต่างชาตินิสัยไม่ดีคนนี้ เธอมารู้ทีหลังว่าผู้ชายหื่นกามคนนี้เป็นเพื่อนของพี่ชายก็เมื่อตอนบ่ายนี่เอง วาวีแอบถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะตั้งสติได้ ก้าวเดินต่อตรงไปที่บันไดทางขึ้นเมื่อตั้งใจจะไปดูความเรียบร้อยในห้องครัวต่อ พยายามจะไม่สบตากับควงตาคมกริบคู่นั้น กึก กึก กึก เสียงจังหวะย่ำเดินของผู้หญิงหุ่นเซ็กซี่เบื้องหน้าที่กำลังเข้ามาใกล้ช่างตรงข้ามกับจังหวะการเต้นหัวใจใต้แผ่นอกแกร่งเสียเหลือเกิน เพราะยิ่งเธอเดินเข้ามาใกล้เขาก็ยิ่งเห็นทรวดทรงของเธอชัดเจนขึ้น ว่าด้านหลังน่าฟัดแล้ว มาเห็นด้านหน้ายิ่งน่าฟัดยิ่งกว่า คอชุดเดรสด้านหน้าย้วยเป็นชั้นเหมือนด้านหลังแต่ไม่ลึกเท่า ด้วยเพราะว่าชุดนี้ทำให้ไม่สามารถใส่บราเซียร์ได้ แฟรงค์เดาว่าสิ่งที่หุ้มเต้าอวบนั้นน่าจะมีแค่แผ่นซิลิโคนแปะจุกไว้แค่นั้น ยามเธอเดินจึงเห็นเนื้อหยุนกระเพื่อมคลอนตามจังหวะการย่างก้าว และเป็นเพราะเธ
เย็นวันเดียวกัน ด้วยที่มาคนเดียวจึงไม่มีอะไรดี ๆ ทำที่ห้องพัก แฟรงค์จึงออกจากห้องเดินไปตามทางเดินของอาคารรับรอง เพื่อจะไปยังลานโล่งซึ่งเป็นสถานที่ปาร์ตี้คืนนี้ก่อนเวลางานเริ่มในอีกประมาณครึ่งชั่วโมงข้างหน้า ด้วยหวังว่าจะมีอะไรดี ๆ ให้มองฆ่าเวลา เพราะตอนเข้ามาเช็กอินเห็นมีนักท่องเที่ยววัยรุ่นต่างชาติเข้ามาเช็กอินสามคน ไม่แน่คืนนี้อาจโชคดีได้หิ้วสาวไปนอนกอดแก้อารมณ์เปลี่ยวสักคน "น้ำแข็งยังไม่มาอีกเหรอ ใกล้ได้เวลาแล้วนะ!" "ผมโทรตามแล้วครับ เห็นว่ารถยางรั่วเลยมาช้า แต่ตอนนี้ให้รถอีกคันมาแทน ใกล้ถึงแล้วครับ.." แต่แล้วน้ำเสียงที่ดุนิด ๆ ก็ทำให้แฟรงค์ต้องชะลอเท้าก่อนจะกวาดตามองหาต้นเสียง แล้วเขาก็สะดุดตากับแผ่นหลังขาวเนียนของผู้หญิงไทยคนหนึ่งซึ่งในชุดเดรสสายเดี่ยวสีชมพูอ่อนคนหนึ่ง ด้านหน้าของเธอเป็นพนักงานชายสองคนยืนทำหน้าลำบากใจอยู่ พวกเธอยืนกันอยู่โต๊ะวางอาหารและเครื่องดื่ม ห่างจากจุดที่เขาอยู่ประมาณห้าสิบเมตร 'อื้อหือ..ขาวเนียนน่าลูบจังวุ้ย' ความคิดอกุศลดังขึ้นในหัวของแฟรงค์ก่อนจะรีบหยุดยืนข้างเสาใกล้กับบันไดทางลงไปสวนหย่อมเพื่อแอบมองสาว แปลกใจตัวเองเหมือนกันที่หวั่นไหวกับหุ่นของผ







