Se connecterภายในห้องผู้บริหารชั้นบนสุดของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง 'Phattharawut Medical center' มีแสงแดดยามบ่ายลอดผ่านกระจกใสสะอาดเอี่ยมสาดส่องเข้ามายังโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางห้อง
ชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนพับถึงข้อศอกสวมชุดกาวน์แพทย์สีขาวทับอีกทีนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน ใบหน้าคมสันดวงตายิ่งลึกจ้องมองเอกสารตรงหน้าด้วยความเงียบขรึม รายงานกองโตและไฟล์ case ของผู้ป่วยเรียงรายอยู่บนโต๊ะทำงาน
"ทำไมวันนี้เคสเยอะจัง"
เขาบ่นออกมาเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองไปยังประตูที่ถูกเคาะเบาๆ จากทางด้านนอก
"เข้ามาได้เลย"
หมอเจอริคเอ่ยออกมาก่อนจะมองประตูถูกเปิดออกอย่างนุ่มนวล หญิงสาวในชุดเดรสสีครีมก้าวเข้ามาพร้อมกับถือกล่องอาหารในมือ
"พี่เจอริค... แพรวาเอาข้าวเที่ยงมาส่งให้ค่ะ พักบ้างดีไหมคะเดี๋ยวจะป่วยเอาได้นะ"
เสียงของหญิงสาวหวานใสแสดงถึงความเอาใจใส่ที่ดูมากเกินความจำเป็น ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองเพียงครู่เดียวก่อนจะพยักหน้าช้าๆ ไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไรที่แสดงออกมาแม้แต่นิด
"ขอบใจนะวางไว้ตรงนั้นก็ได้"
หญิงสาวยิ้มออกมาบางๆ ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ชายหนุ่ม วางกล่องอาหารลงบนโต๊ะด้วยความเบามือ ดวงตาของเธอมองเขาอย่างมีความหวังแต่สิ่งที่ชายหนุ่มปฏิบัติกับเธอมีเพียงแค่ความเย็นชาและก็ความจำยอมเท่านั้น เรื่องราวมันซับซ้อนจึงทำให้ทั้งคู่ตกอยู่ในสถานะความสัมพันธ์นี้ ฝ่ายหญิงมีความรู้สึกที่ดีในขณะที่อีกคนกลับไม่เคยรู้สึกอะไรกับเธอเลยจริงๆ เพียงเพราะเหตุการณ์ในอดีตทำให้เขาไม่อาจจะเพิกเฉยจึงยอมรับการหมั้นหมายในครั้งนี้ แม้จะรู้ดีว่าความรู้สึกมันไม่อาจบังคับกันได้แต่เขาก็ยังฝืนตัวเองที่จะรับผิดชอบ
"เย็นนี้เราไปกินข้าวกันไหมคะ"
"ไม่ว่างเย็นนี้พี่ต้องกลับบ้าน"
"ทำไมพี่เจอริคถึงไม่พาแพรวาไปเจอคุณพ่อกับคุณแม่บ้างคะ เราสองคนกำลังจะหมั้นกันอยู่แล้วแพรวายังไม่มีโอกาสได้เจอกับครอบครัวพี่เลย"
เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงน้อยอกน้อยใจ เมื่อสองเดือนก่อนหญิงสาวถือแหวนประจำตระกูลและนามบัตรมาหาเขาถึงที่เพื่อบอกว่าตัวเองเป็นผู้หญิงที่มีความสัมพันธ์กับเขาในคืนนั้น หมอเจอริคยินดีที่จะรับผิดชอบจึงยอมขอหมั้นเธอแต่นี่ก็ผ่านมาสองเดือนแล้วชายหนุ่มกลับไม่มีความรู้สึกต่อเธอเลยแม้สักนิด ถ้าเป็นแบบนี้แต่งงานกันไปน่าจะได้แต่ความเย็นชาเท่านั้นซึ่งไม่มีทางยอมแน่นอน ก่อนที่เราสองคนจะแต่งงานกันเธอจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้เขารักเธอให้ได้
"เอาไว้ถึงเวลาแล้วค่อยเจอก็แล้วกัน ช่วงนี้พี่ต้องทำงานที่โรงพยาบาล เพิ่งเข้าซื้อกิจการแพรวารู้ใช่ไหมว่าพี่ต้องทำงานหนัก ไม่มีเวลากับเรื่องไร้สาระพวกนี้หรอกนะ"
"แต่เรื่องงานหมั้นของเรามันไม่ใช่เรื่องไร้สาระนะคะ"
เธอเอ่ยประท้วงทันทีเพราะเรื่องการหมั้นของเราสองคนมันเป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน แต่ชายหนุ่มไม่ได้มีความใส่ใจกับเรื่องนั้น เขาแค่ทำตามหน้าที่ไม่ได้มีความเต็มใจอยากจะหมั้นกับเธอเลย
"ถ้าเกิดว่างานหมั้นมันมีปัญหางั้นก็เลื่อนออกไปก่อนดีไหม พี่จะเคลียร์งานทุกอย่างให้เสร็จเรียบร้อยก่อนถึงตอนนั้นค่อยว่ากันอีกที"
"ไม่ได้หรอกค่ะ...! เอ่อ... แพรวาหมายถึงว่าถ้าเลื่อนออกไปอีกมันจะเสียฤกษ์เอานะคะ"
"ตอนนี้เรื่องงานของพี่สำคัญที่สุด แพรวากลับไปก่อนเถอะพี่ต้องทำงานต่อ บัตรที่พี่ให้อยากซื้ออะไรก็ซื้อนะไปพักผ่อนเถอะ"
เขาเอ่ยออกมาด้วยความเย็นชาก่อนจะก้มหน้าจ้องมองแฟ้มเอกสารไม่ได้สนใจเธออีก หญิงสาวนิ่งเงียบไปสักพักก่อนจากฝืนยิ้มออกมา
"ก็ได้ค่ะถ้าอย่างนั้นแพรวากลับก่อนนะคะ เอาไว้ถ้าเกิดพี่เจอริคว่างเมื่อไหร่เราค่อยนัดเจอกันก็ได้"
"อืม พี่ไม่ส่งนะ"
"ไม่เป็นไรค่ะทำงานเถอะ"
แพรวาเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มก่อนจะเดินออกไปจากห้องทำงานของเขาทันที และเมื่อหญิงสาวปิดประตูก็กำมือแน่นสีหน้าเปลี่ยนทันที
"ไม่มีทางที่จะยอมเลื่อนงานหมั้นแน่นอน ต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว...!"
เธอต้องคิดหาวิธีที่จะได้ครอบครองเขาทั้งตัวและหัวใจ ถ้าปล่อยให้เวลาผ่านไปมีหวังแผนที่เธอวางไว้ล้มเหลวแน่
หลังจากที่หญิงสาวเดินออกไปจากห้องแล้วชายหนุ่มจึงถอนหายใจออกมาทันทีด้วยความโล่งอก น่าแปลกที่เขาไม่รู้สึกคุ้นเคยกับผู้หญิงคนนี้เลย ทั้งที่คืนนั้นเรามีความสัมพันธ์กันทั้งคืนและเขารู้สึกมีความสุขมาก แต่ทำไมพอเจอกันอีกครั้งเขากลับไม่พิศวาสเธอเลยแม้แต่นิดเดียว
"ตอนนั้นเป็นเธอใช่ไหมแพรวา... ถึงรูปร่างจะคล้ายแต่ทำไมรู้สึกเหมือนไม่ใช่"
หลังจากที่เธอเดินมาบอกว่าเป็นผู้หญิงในคืนนั้นเขาไม่เคยแม้แต่จะแตะต้องตัวเธอเลยด้วยซ้ำ มันเป็นความรู้สึกแปลกแล้วก็ไม่อยากเข้าใกล้ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม ทั้งที่คืนนั้นเขารับปากแล้วว่าจะรับผิดชอบทุกอย่าง แต่พอเอาเข้าจริงเขาไม่อยากจะใกล้ชิดเธอเลยแม้แต่น้อย ถ้ายังเป็นอย่างนี้การแต่งงานคงเป็นเรื่องที่ยากสำหรับเขาแล้วล่ะ
"เอายังไงดีวะเนี่ย... เฮ้อ!"
ทุกคนภายในบ้านถึงกับกุมขมับเพราะรู้สึกว่าเรื่องนี้มันมีเงื่อนงำอะไรบางอย่าง ดูเหมือนว่าเรื่องราวจะซับซ้อนจนไม่สามารถแก้ไขได้ในทันที คุณแม่ขยับตัวลุกขึ้นก่อนจะลากคุณพ่อแล้วก็ลูกชายฝาแฝดออกไปคุยกันข้างนอกโดยปล่อยให้หญิงสาวนั่งรออยู่ภายในห้องรับแขกไปก่อน"คนสวยหนูใจเย็นก่อนนะลูก งั้นนั่งรออยู่ตรงนี้ก่อนนะแม่ขอคุยกับลูกชายแป๊บหนึ่ง""ก็ได้ค่ะ"หญิงสาวพยักหน้าเล็กน้อยด้วยท่าทีอ่อนลงก่อนจะมองซ้ายมองขวาเพื่อสำรวจภายในบ้าน ในขณะที่คุณแม่ลากแขนทุกคนที่อยู่ภายในห้องรับแขกยกเว้นผู้หญิงอีกคนก่อนจะรีบเดินออกไปตรงประตู"แม่ว่ามันมีเงื่อนงำอะไรบางอย่างนะ คนหนึ่งถือหลักฐานมาหาเมื่อสองเดือนก่อน ส่วนอีกคนท้องได้สองเดือนแต่ไม่มีหลักฐานอะไรเลย ถ้าเป็นแบบนี้เราจะเชื่อใครดีล่ะ""สำหรับพ่อนะคิดว่าคนที่น่าเชื่อถือน่าจะเป็นคนที่บอกว่าตัวเองท้องมากกว่า""ทำไมพ่อถึงคิดแบบนั้นครับ"เจย์ริวหันไปถามคุณพ่อเพราะอยากจะรู้เหตุผลในสิ่งที่ท่านคิดแบบนั้น ซึ่งตัวเขาเองก็คิดว่าผู้หญิงที่มาใหม่ดูน่าเชื่อถือมากกว่าอีกคน ถึงแม้จะไม่มีหลักฐานอะไรมายืนยันแต่การตั้งครรภ์ไม่ใช่เรื่องที่จะหลอกกันได้"หลักฐานไม่ว่าจะเป็นแหวนหรือนาม
หลังจากที่เขาทำงานเสร็จหมอเจอริคก็เดินทางกลับมาที่บ้านซึ่งวันนี้พี่ชายฝาแฝดมีเรื่องจะคุยกับครอบครัว เขาจึงต้องเข้าไปฟังด้วยเพราะอยากจะรู้เหมือนกันว่าจะคุยเรื่องอะไร แต่ดูจากสีหน้าแล้วน่าจะคืนดีกับเมียแล้วแหละ"ในที่สุดลูกฉันก็ฉลาดสักที""พ่อดีใจด้วยนะในที่สุดก็ง้อเมียสำเร็จสักที ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวเราหาเวลาเข้าไปคุยกับทางโน้น ต้องหาฤกษ์หายามดีๆ ก่อน เรื่องนี้ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวพ่อจะให้หลวงพ่อช่วยดูให้""ขอบคุณมากเลยนะครับคุณพ่อคุณแม่สำหรับเรื่องทุกอย่าง ยังไงผมฝากจัดการด้วยนะครับ"เจย์ริวยิ้มออกมาก่อนจะยกมือไหว้ขอบคุณคุณพ่อคุณแม่ที่เป็นธุระเกี่ยวกับงานแต่งงานของเขาในครั้งนี้ให้ ส่วนเจอริคเขามีใบหน้าที่เคร่งขรึมและดูเครียดกับอะไรบางอย่างซึ่งถ้าให้คนในครอบครัวคาดเดาก็น่าจะเกี่ยวกับงานหมั้นที่กำลังจะเกิดขึ้น"แล้วเราล่ะได้ฤกษ์งานหมั้นหรือยัง""ยังเลยครับแม่ คือผม...""ทำไมลูกดูเหมือนไม่อยากจะหมั้นล่ะ ไม่ได้รักหนูแพรวาเหรอแล้วทำไมถึงจะแต่งงานกันล่ะแม่ไม่เข้าใจ"คุณแม่จ้องมองใบหน้าของลูกชายอย่างคาดคั้นเอาคำตอบ เธอไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าลูกเคยคบหากับใครมาก่อนรู้อีกทีก็บอกจะหมั้นกับแม่หนูที่ชื่อแพร
ภายในห้องผู้บริหารชั้นบนสุดของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง 'Phattharawut Medical center' มีแสงแดดยามบ่ายลอดผ่านกระจกใสสะอาดเอี่ยมสาดส่องเข้ามายังโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางห้องชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนพับถึงข้อศอกสวมชุดกาวน์แพทย์สีขาวทับอีกทีนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน ใบหน้าคมสันดวงตายิ่งลึกจ้องมองเอกสารตรงหน้าด้วยความเงียบขรึม รายงานกองโตและไฟล์ case ของผู้ป่วยเรียงรายอยู่บนโต๊ะทำงาน"ทำไมวันนี้เคสเยอะจัง"เขาบ่นออกมาเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองไปยังประตูที่ถูกเคาะเบาๆ จากทางด้านนอก "เข้ามาได้เลย"หมอเจอริคเอ่ยออกมาก่อนจะมองประตูถูกเปิดออกอย่างนุ่มนวล หญิงสาวในชุดเดรสสีครีมก้าวเข้ามาพร้อมกับถือกล่องอาหารในมือ "พี่เจอริค... แพรวาเอาข้าวเที่ยงมาส่งให้ค่ะ พักบ้างดีไหมคะเดี๋ยวจะป่วยเอาได้นะ"เสียงของหญิงสาวหวานใสแสดงถึงความเอาใจใส่ที่ดูมากเกินความจำเป็น ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองเพียงครู่เดียวก่อนจะพยักหน้าช้าๆ ไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไรที่แสดงออกมาแม้แต่นิด"ขอบใจนะวางไว้ตรงนั้นก็ได้"หญิงสาวยิ้มออกมาบางๆ ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ชายหนุ่ม วางกล่องอาหารลงบนโต๊ะด้วยความเบามือ ดวงตาของเธอมองเขาอย่างม
ทางเดินเงียบสงบในชั้นบนของโรงแรมสุดหรู มีแสงไฟสีส้มอ่อนจากหลอดไฟติดผนังเรียงรายเป็นระเบียบ ในช่วงเวลากลางดึกแทบไม่มีเสียงใดนอกจากเสียงลมหายใจแผ่วเบาของชายคนหนึ่งที่กำลังพยายามประคองสติของตัวเองให้พ้นจากความมึนงงเจอริค... เดินโซเซตามทางเดินยาวของชั้น 18 มือหนึ่งกำลังพิงกำแพงในขณะที่มืออีกข้างกุมหน้าผากของตัวเองที่เริ่มร้อนวูบวาบ ความรู้สึกในตอนนี้เหมือนมีไฟกำลังแผดเผา ซึ่งแน่นอนว่าคนเป็นหมออย่างเขารู้ดีว่าสิ่งที่เผชิญอยู่ไม่ใช่ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์แต่น่าจะเป็นสารบางอย่างที่ปะปนอยู่ในแก้วที่ดื่ม เกิดมารูปหล่อพ่อรวยก็แบบนี้แหละมีแต่ผู้หญิงอยากได้ พอเขาไม่เล่นด้วยก็จะใช้วิธีสกปรกอย่างเช่นการวางยาปลุกเซ็กซ์เป็นต้น"ห้องนี้ปะ"เขาเอ่ยออกมารู้สึกหัวใจเต้นแรงผิดปกติแทบจะทะลุออกมาหน้าอก ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงรถเข็นดังขึ้นไม่ห่าง ดูเหมือนว่าหญิงสาวในชุดพนักงานจะสังเกตเห็นจึงรีบเดินเข้ามาให้ความช่วยเหลือเพราะเขาคือลูกค้าของโรงแรม"คุณคะเป็นอะไรหรือเปล่า"ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาว ดวงตาแดงพร่าจ้องมองเธอก่อนจะสะบัดหน้าไล่ความมึนเพราะตอนนี้เขาแทบจะไม่มีสติอยู่แล้ว ดวงตาพร่าเบลอมองอะไรก็ไม่เห็น




![Inbox ร้อนรัก [PWP] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


