مشاركة

เมียสุดโปรด
เมียสุดโปรด
مؤلف: สามินี

บทที่ 1

last update تاريخ النشر: 2025-10-09 23:22:35

บทนำ

เสียงพูดคุยแจ้วจ้าวของเด็กปฐมวัยเงียบสงบลงเมื่อถึงเวลานอนกลางวัน สุพรรณวดีซึ่งเป็นครูประจำชั้นของเด็กอนุบาลหนึ่งทับสองเดินตรวจตราการนอนของเด็กน้อยที่อยู่ในความดูแลของตน ใบหน้าสวยระบายยิ้มพร้อมส่ายไปมาเบา ๆ ด้วยความอ่อนใจระคนเอ็นดูเมื่อเห็นว่าเจ้าแสบทุกคนหลับสนิทกันหมดแล้ว

“หมดฤทธิ์กันแล้วสินะ” คุณครูยังสาวเอ่ยเบา ๆ พลางยอบตัวนั่งลงดึงกระโปรงและจัดท่าทางการนอนให้เด็กหญิงคนหนึ่ง จากนั้นก็ยืดตัวลุกขึ้นแล้วเดินกลับไปนั่งโต๊ะทำงานซึ่งอยู่มุมข้างประตูห้อง เพื่อเตรียมสมุดการบ้านให้เด็กน้อยทั้งหลายเอากลับไปทำที่บ้านเย็นนี้

“เอยจ๋า เด็ก ๆ หลับหมดแล้วหรือจ้ะ”

ดวงหน้าสวยหวานเงยขึ้นไปมองทางประตูฝั่งซ้ายมือของตน หลังได้ยินเสียงของรุ่นพี่สาวอย่างมัลลิกากระซิบถามพร้อมกับเยี่ยมหน้าเข้ามา สุพรรณวดีส่งยิ้มให้ก่อนจะลุกเดินออกไปคุยที่หน้าห้องเรียนเพราะกลัวเสียงจะไปรบกวนการนอนของเด็ก ๆ

“หลับกันไปได้สักพักแล้วค่ะ ห้องพี่มะลิหลับหมดยังคะ”

“หลับแล้ว แต่วันนี้เด็ก ๆ ซนกันมาก เพิ่งจะหมดฤทธิ์กันไปเมื่อกี้นี้เอง พี่ล่ะเพลียจริง ๆ” เด็กในความดูแลของมัลลิกานั้นอยู่ชั้นอนุบาลสาม ด้วยความที่เด็กนั้นสนิทสนมกันมานาน จึงทำให้มีระดับความแสบและซนมากกว่าเด็กชั้นอนุบาลหนึ่ง “แต่ดีนะที่วันนี้ไม่มีใครก่อเรื่องอะไร ไม่งั้นพี่ต้องไมเกรนขึ้นแน่ ๆ”

สุพรรณวดียิ้มขำ ด้วยเข้าใจดีว่าการดูแลเด็กในวัยนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แล้วยิ่งเป็นเด็กที่ไม่ใช่ลูกหรือหลานของตน การจะทำอะไรหรือสั่งสอนอะไรให้แก่เด็กนั้นต้องใจเย็น รอบคอบ รัดกุม ต้องผ่านกระบวนการคิดและไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนก่อนเสมอทุกครั้ง เพราะหากผิดพลาดไปแม้แต่นิดเดียวก็อาจจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่ส่งผลเสียเป็นวงกว้างได้

“แต่พี่มะลิก็เก่งนะคะ จัดการเด็ก ๆ ได้ทุกครั้งเลย” คนอายุน้อยกว่าเอ่ยชมด้วยความจริงใจ และนับถือในความสามารถของมัลลิกา

“โอ๊ย...พี่เจอมาเยอะ เจอมาหมดทุกรูปแบบแล้ว” สาวใหญ่โบกมือไปมากลางอากาศเพื่อกลบอาการเขินหลังถูกชม

“ก็นั่นแหละค่ะ เพราะพี่มะลิมีประสบการณ์ไงคะถึงจัดการทุกสถานการณ์”

“พอ ๆ หยุดชมพี่ได้แล้ว” มัลลิกาบอกปัดอีกครั้ง แล้วรีบเปลี่ยนเรื่องคุยก่อนที่ใบหน้าจะร้อนผ่าวเพราะความเขินไปมากกว่านี้ “ว่าแต่เอยได้กินข้าวเที่ยงหรือยัง”

“ยังเลยค่ะ เอยว่าเตรียมการบ้านให้เด็ก ๆ เสร็จก่อนแล้วค่อยจะกิน พี่มะลิล่ะคะกินหรือยัง”

“ยังเหมือนกัน มัวแต่วุ่นอยู่กับเด็ก ๆ กว่าจะยอมหลับยอมนอนกัน เอ้อ แล้วเอยมีข้าวยัง”

“มีแล้วค่ะ”

“ห่อมาจากบ้าน ?” มัลลิกาถามทั้งที่รู้อยู่แล้ว

“ใช่ค่ะ” สุพรรณวดีพยักหน้ารับยิ้ม ๆ เพราะเธอมักจะทำข้าวกล่องจากบ้านมารับประทานตอนกลางวันเกือบทุกวัน สาเหตุเพราะอร่อยถูกปากและประหยัด อีกทั้งยังไม่ต้องมานั่งคิดให้ปวดหัวอีกว่าวันนี้จะกินอะไรดี

“แล้วเย็นนี้ต้องไปสอนพิเศษที่บ้านเด็ก ๆ อีกไหมเนี่ย” สาวใหญ่ถามต่อ

“ไปเหมือนเดิมค่ะ วันนี้มีสอนสองบ้าน”

“หืม สองบ้านเลยเหรอ เยอะไปไหมเอย แล้วเอาเวลาไหนพักผ่อน” มัลลิกาถามด้วยความเป็นห่วง ถึงหล่อนจะรู้ดีว่าสุพรรณวดีมีความจำเป็นที่ต้องใช้เงินจำนวนมาก แต่หล่อนก็ไม่ค่อยเห็นด้วยหากรุ่นน้องสาวจะโหมทำงานหนักขนาดนี้ หากก็พูดอะไรมากไม่ได้ ได้แต่คอยดู คอยถามอยู่ห่าง ๆ ด้วยความเป็นห่วง “แล้วบ้านของเด็กทั้งสองคนอยู่ไกลกันมากไหม”

“ก็ประมาณสามหรือสี่กิโลได้ค่ะ...” หญิงสาวบอกพิกัดบ้านนักเรียนทั้งสองคนไป “ไม่ไกลเท่าไร”

“ไม่ไกล แต่ถนนเส้นนั้นรถติดมากนะ ตั้งกี่แยกไม่รู้มารวมกันที่เส้นนั้นเส้นเดียว”

สุพรรณวดีได้แต่ยิ้มเหย ๆ ไม่รู้จะพูดอะไรเพราะมันคือเรื่องจริง การสอนพิเศษเด็กนักเรียนบ้านละหนึ่งชั่วโมงไม่ใช่เรื่องหนักหนาอะไร แต่การเดินทางนี่สิ เป็นสิ่งที่เธอต้องวางแผนและควบคุมมันให้ได้ ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับการจราจรในกรุงเทพมหานครในช่วงเวลาเร่งด่วนที่ทุกคนต่างแย่งกันใช้ถนน เพื่อให้ถึงจุดหมายของตนให้เร็วที่สุด

“พี่บอกให้ดาวน์รถสักคันก็ไม่เชื่อพี่ เราจะได้ไม่ต้องเหนื่อย” สาวใหญ่บอกระคนบ่นด้วยความปรารถนาดี เรื่องการจราจรนั้นเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้ว แต่การมีรถส่วนตัวเป็นของตัวเองอย่างไรก็ย่อมดีกว่า “อีกอย่างเป็นผู้หญิงเดินทางไปไหนมาไหนคนเดียวมันอันตราย แล้วยังต้องกลับบ้านดึก ๆ ดื่น ๆ อีก เกิดเป็นอะไรขึ้นมาจะทำยังไง”

“เอยคิดว่ารถมันยังไม่จำเป็นขนาดนั้น เอามาก็มีแต่จะเป็นภาระเพิ่ม” หญิงสาวพูดความคิดในมุมของตัวเองออกไป เพราะการซื้อรถสักคันมันไม่จบที่การจ่ายเงินเพียงครั้งเดียวแน่นอน นอกจากการผ่อนชำระรายเดือนแล้ว มันยังมีค่าใช้จ่ายนู่นค่านี่ตามมาอีกมากมาย ซึ่งเธอยังไม่พร้อมที่จะแบกรับภาระพวกนั้น “ทุกวันนี้เอยใช้รถสาธารณะก็สะดวกดีนะคะ ชั่วโมงเร่งด่วนก็ใช้รถไฟฟ้า แพงนิดหน่อย แต่ก็ควบคุมเวลาได้”

“เฮ้อ...ถ้าเอยยืนยันมาแบบนั้น พี่ก็ไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว แต่ที่พี่บอกคือพี่หวังดีนะ”

“เอยรู้ค่ะ” สุพรรณวดียิ้มรับ ไม่ได้รู้สึกโกรธแต่อย่างใด เพราะเธอรู้ดีว่าที่มัลลิกาแนะนำนั้นเพราะเป็นห่วงและหวังดีกับเธอจริง ๆ “แต่เอยยังไม่พร้อมจะรับภาระเรื่องรถจริง ๆ ค่ะพี่มะลิ ทุกวันนี้เงินเดือนที่ได้ หักค่าใช้จ่ายแล้วก็เหลือเก็บนิดหน่อย ดีที่ยังได้เพิ่มจากการสอนพิเศษหลังเลิกเรียน”

มัลลิกาพยักหน้ารับ ด้วยรู้ว่าเงินเดือนครูปฐมวัยไม่ได้สูง ถึงจะเป็นโรงเรียนนานาชาติแต่ก็ไม่ได้เยอะแยะมากมายอะไรขนาดนั้น ถ้าเทียบกับค่าครองชีพก็คือพอ ๆ กัน หากไม่หางานเสริมทำเพิ่มก็คงไม่เหลือเก็บเลย

“แล้วนี่จะบินไปนู้นอีกทีเดือนไหน” สาวใหญ่เปลี่ยนเรื่องคุย ถึงแม้จะทำงานที่โรงเรียนเดียวกันแต่ก็ไม่ได้คุยกันบ่อย เนื่องจากต่างคนต่างมีงานทำ อีกทั้งยังต้องคอยสอดส่องเด็กในความดูแลอยู่ตลอดเวลา จะแอบอู้หรือแวบมาคุยได้เล็กน้อยแค่เฉพาะตอนที่เด็กหลับเท่านั้น

“ยังไม่แน่ใจเลยค่ะ ใจจริงเอยก็อยากบินเดือนหน้าเลย แต่ก็ต้องลองคำนวณเงินเก็บที่มีก่อน ไม่รู้ว่าจะพอไหม กลัวไปแล้วเป็นเหมือนคราวที่แล้วที่ต้องโทร. ข้ามประเทศมาขอยืมเงินพี่มะลิ”

“นี่ พี่ขอถามอะไรหน่อยสิ” มัลลิกาขยับเข้าไปใกล้รุ่นน้องสาวอีกนิด พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงเบาลงจากเดิม ก่อนจะจะเม้มริมฝีปากเล็กน้อย ทำสีหน้าครุ่นคิดเล็กน้อยคล้ายกำลังหนักใจ ไม่แน่ใจว่าควรจะถามดีหรือไม่ เพราะไม่รู้ว่าถ้าถามออกไปแล้วจะกระทบต่อจิตใจของอีกฝ่ายหรือเปล่า แต่สุดท้ายสาวใหญ่ก็ทนความสงสัยของตนเองไม่ไหว จึงตัดสินใจถามออกไปในที่สุด

“อย่าว่าพี่อย่านั้นอย่างนี้เลยนะเอย ทุกครั้งที่เอยบินไปฝรั่งเศส เอยได้เจอ...เอ่อ...เจอลูกบ้างไหม” ที่สงสัยอย่างนี้ก็เพราะว่าหลังจากที่หญิงสาวกลับมา หล่อนไม่เคยได้ยินอีกฝ่ายเล่าเรื่องลูกให้ฟังเลย ทั้ง ๆ ที่จุดประสงค์ของการบินไปที่นั่นก็เพื่อไปหาลูก

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق
تعليقات (1)
goodnovel comment avatar
Sasinud
นิยายวกวน ไม่น่าอ่านเลย ชื่อก็ยาวเหยียด เนื้อหาก็ไม่มีเว้น
عرض جميع التعليقات

أحدث فصل

  • เมียสุดโปรด   บทที่ 105

    ตอน...พิเศ๊ษพิเศษวันนี้ครอบครัวของสุดโปรดกับสุพรรณวดีถือโอกาสมาทำบุญที่วัด เพื่อระลึกถึงบิดาที่ล่วงลับทั้งสองคน โดยมีคุณแก้วมณีกับคุณสุนีย์เป็นธุระ จัดหาอาหารและข้าวของต่าง ๆ มาถวายพระประเสริฐกับชินภัทรจากไปคนละปี ทว่าจากไปในเดือนที่ไล่เลี่ยกัน ทั้งสองครอบครัวเลยตกลงกันว่าต่อไปนี้จะทำบุญระลึกถึงร่

  • เมียสุดโปรด   บทที่ 104

    “เรามีน้องให้เจ้าปลื้มกันนะ เจ้าปลื้มอยากมีน้อง พี่ก็อยากมีเอยตัวน้อย ๆ อีกคน” สุดโปรดเอ่ยขอด้วยเสียงทุ้มนุ่มนวล“แล้วถ้ารอบนี้ได้ผู้ชายอีกล่ะ”“ก็ไม่เป็นไร ถ้าได้ผู้ชาย เราก็ทำใหม่อีก”“แล้วถ้ายังได้ผู้ชายอีกล่ะคะ” สุพรรณวดีลองพูดอีก แล้วรีบพูดดักหน้าก่อนที่เขาจะพูดถึงลูกคนที่สี่ “แต่บอกไว้ก่อนนะว่

  • เมียสุดโปรด   บทที่ 103

    ตอนพิเศษ“พี่โปรด เอยถามได้ไหม ทำไมยังเก็บรูปพวกนี้กับของของเอยเอาไว้” เธอผละออกมาเล็กน้อย แล้วเงยหน้าขึ้นไปมองหน้าเขา อันที่จริงเธอตั้งใจจะถามหลายครั้งแล้ว หากไม่มีจังหวะได้ถามเลยพอนึกได้เขาก็ไม่อยู่ให้ถาม พอเขาอยู่เธอก็ดันลืม“ทิ้งไม่ลง” เพราะมันเป็นห้องนอนของเราสองคน ข้าวของมากกว่าครึ่งเป็นของสุ

  • เมียสุดโปรด   บทที่ 102

    ตอนพิเศษ 2“อาทิตย์หน้าพี่ต้องไปฝรั่งเศสนะ รอบนี้ว่าจะพาเอยกับลูกไปด้วย” สุดโปรดเอ่ยขึ้นมาในคืนหนึ่ง หลังจากกินข้าวเสร็จและขึ้นมาอาบน้ำเตรียมตัวเข้านอน เด็กชายปุณยวีร์เห่อนอนกับพ่อแม่แค่ช่วงแรก ๆ เท่านั้น ผ่านไปไม่ถึงเดือนหนุ่มน้อยก็แยกไปนอนห้องของตัวเอง หากก็มีบ้างที่ขอมานอนด้วยอีก แต่ก็ไม่บ่อยนัก

  • เมียสุดโปรด   บทที่ 101

    “แล้วตอนนี้ปลื้มอายุเท่าไรฮะ”“แปดขวบแล้วค่ะ”ปุณยวีร์ยกนิ้วทั้งสิบของตนเองขึ้นมากาง แล้วมุ่นคิ้วคิดอยู่สักพัก “เหลืออีกสิบสองปีเหรอฮะ ปลื้มถึงจะเข้าร้านอาพัฒน์ได้”“ใช่แล้วครับ” สุพรรณวดียิ้มกว้างด้วยความภูมิใจ แม้การนับเลขจะเป็นเรื่องปกติของเด็กวัยนี้ หากเธอก็อดชื่นชมลูกไม่ได้อยู่ดี“ก็ได้ฮะ อีกสิ

  • เมียสุดโปรด   บทที่ 100

    ตอนพิเศษ 1หลังจากสังเกตพฤติกรรมการเล่นโทรศัพท์และแท็บเล็ตของลูกชายมาสักระยะ ก็พบว่าปุณยวีร์ชักจะติดงอมแงมมากขึ้นทุกวัน สุดโปรดกับสุพรรณวดีที่ใจอ่อนผ่อนปรนให้ลูกเล่นมาตลอด จึงตกลงกันว่าต้องหาทางแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจังก่อนที่ลูกจะติดไปมากกว่านี้ ซึ่งอาจจะส่งผลเสียต่อตัวลูกในอนาคตโดยวิธีแก้แบบเบสิก

  • เมียสุดโปรด   บทที่ 62

    พ่อ แม่ ลูกสุพรรณวดีเก็บความสงสัยพวกนั้นเอาไว้กระทั่งสุดโปรดกลับมาถึงบ้านในเวลาสามทุ่มตรง วันนี้หญิงสาวไม่รีบกลับบ้านเหมือนทุกที เธอนั่งมองเจ้าของร่างสูงในชุดทำงานเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาว กางเกงสแล็กส์สีดำเนื้อดี กอดฟัดและหยอกล้อพลางถามไถ่ลูกชายถึงเรื่องที่โรงเรียนด้วยรอยยิ้ม ที่ทั้งสุขแล้วก็ทุกข์ในคร

  • เมียสุดโปรด   บทที่ 61

    พ่อ แม่ ลูก“ก็อย่าบอกพ่อซี ปลื้มจะรีบกินให้หมดก่อนพ่อจะกลับ” ว่าจบเด็กชายก็รีบแกะช็อกโกแลตที่ซื้อมาเข้าปากทันที เพื่อทำลายหลักฐานก่อนที่คุณพ่อจะกลับบ้านสุพรรณวดีที่เดินตามลูกเข้ามาในครัวส่ายหน้ายิ้ม ๆ เอ็นดูในความซุกซนของแก ก่อนจะเดินเข้าไปทักทายแม่บ้านสูงวัยที่เคยคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี “ป้ามาลัยสว

  • เมียสุดโปรด   บทที่ 60

    บทที่ 15พ่อ แม่ ลูก“เดี๋ยวเอยช่วยค่ะ” สุพรรณวดีรีบเดินเข้าไปอาสาช่วย เมื่อเห็นแก้วมณีกำลังง่วนเก็บของที่ซื้อมาเข้าชั้นเก็บของในครัว ขณะที่เด็กชายปุณยวีร์นั่งกินข้าวผัดต่อ ตรงหน้าแกมีแท็บเล็ตซึ่งเปิดช่องแคชเกมจากยูทูบเบอร์คนโปรด ตอนนี้แกจึงไม่ได้สนใจมารดากับคุณย่าสักเท่าไร“ไม่ต้องหรอก ไปกินข้าวต่

  • เมียสุดโปรด   บทที่ 59

    “จริงเหรอคะ พ่อดุขนาดนั้นเลยเหรอ”“คุณพ่อดุมาก ชอบห้ามไม่ให้ปลื้มซื้อของเล่น ชอบบ่นด้วย” เด็กน้อยถือโอกาสฟ้องแม่เสียเลย“เอ...ถ้าคุณพ่อดุที่สุดในโลก แล้วสำหรับลูกใครใจดีที่สุดในโลกคะ” เธอถามต่อยิ้ม ๆ ทั้งที่รู้คำตอบดีอยู่แล้ว เพราะจะเป็นใครไม่ได้ นอกจาก...“คุณพ่อฮะ ทั้งดุแล้วก็ทั้งใจดีที่สุดในโลกเล

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status