Share

บทที่ 6

last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-10 11:47:34

บทที่6 ให้ทำไม

รถยังจอดอยู่ตรงริมแม่น้ำ เสียงลมเย็นและแสงไฟสะท้อนจากผิวน้ำวิบวับเหมือนประกายใจที่สั่นไหว

ลูกพลับถือซองเงินไว้ในมือ เบามาก

เบาจนรู้สึกว่าอาจจะปลิวหายไปพร้อมกับความรู้สึกบางอย่างที่เพิ่งเริ่มต้นในใจเธอ

เธอเงยหน้ามองเขา

สายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม…แต่เธอเลือกจะถามออกไปแค่หนึ่งคำถามง่าย ๆ

“คุณให้เงินฉันทำไมคะ?”

เมฆหันหน้ามามองเธอ

ดวงตาคมที่เคยอ่านยาก ตอนนี้ดูเหมือนลังเลนิดหนึ่ง

“ก็...ตอบแทนไง” เขาพูดเสียงเรียบ

“เธอช่วยฉันวันนั้น ทำแผลให้ หาข้าวให้กิน ดูแลจนเช้า…”

เขาหยุดไปครู่หนึ่ง แล้วไปมองนอกหน้าต่าง

พยายามเก็บสีหน้าให้เรียบเฉยที่สุด

“ไม่ได้คิดอะไรเป็นพิเศษ แค่ไม่ชอบติดหนี้ใคร”

...

คำพูดนั้นตกลงใส่ใจพลับเหมือนก้อนหินในบ่อน้ำ

เธอชะงักนิ่ง

มือที่กำซองเงินอยู่สั่นเล็กน้อย

ไม่ได้คิดอะไรเป็นพิเศษ...

...

เธอพยักหน้าเบา ๆ แล้วเสหลบสายตา

ก่อนจะเอ่ยออกมา — เสียงเธอคุมให้เรียบ แต่ดวงตาเริ่มแดง

“เข้าใจแล้วค่ะ…ไปส่งฉันได้แล้ว”

เมฆขมวดคิ้วเล็กน้อย

เหมือนเพิ่งรู้ตัวว่า... สิ่งที่พูดไป อาจทำร้ายเธอมากกว่าที่คิด

แต่เขาเงียบ

นิ่งอยู่อย่างนั้น ไม่รู้จะพูดอะไรต่อดี

...

พลับยิ้มฝืน

แล้วเอื้อมมือไปเปิดประตู

“ส่งแค่นี้พอแล้วค่ะ ขอบคุณอีกครั้ง”

เธอลงจากรถช้า ๆ

ไม่หันกลับมามอง และเดินตรงไปยังที่ทำงาน

...

เมฆมองตามเงาหลังเล็ก ๆ นั้นเงียบ ๆ

ความรู้สึกแปลกประหลาดไหลเอ่ออยู่ในอก

เหมือนเขาเพิ่ง “ทำร้าย” ใครสักคน

โดยที่ไม่ตั้งใจเลย

เขายกมือขึ้นขยี้ผมตัวเองเบา ๆ

แล้วพึมพำกับตัวเอง

“บ้าชะมัด…”

...

ตัดภาพมาที่ในห้องพัก

พลับวางซองเงินลงบนโต๊ะ

ไม่ได้แตะมันอีก

เธอนั่งบนเตียงเงียบ ๆ ก่อนจะซุกหน้าเข้ากับฝ่ามือ

น้ำตาหยดเงียบ ๆ ไหลลงบนแก้มโดยไม่ต้องมีเสียงสะอื้น

“ไม่ได้คิดอะไรเป็นพิเศษ…”

เธอพูดกับตัวเองเบา ๆ

แล้วหัวเราะในลำคอ เหมือนจะขำกับหัวใจตัวเองที่ “คาดหวัง” ทั้งที่รู้ดีว่าเขาเป็นใคร

...

ในค่ำคืนนั้น — มีคนหนึ่งนอนไม่หลับ เพราะรู้สึกผิด

และอีกคนหนึ่ง...ก็นอนไม่หลับ เพราะรู้สึกเจ็บ

“ไม่คิดอะไรเป็นพิเศษ” — คำพูดของเขาเมื่อเย็นนี้

เหมือนสะกิดให้หัวใจเธอรู้ตัวว่า

ที่ผ่านมาทั้งหมด…เธอคิดไปเอง

ช่วงเวลาที่เขานอนเจ็บอยู่บนโซฟา

คืนที่เธอป้อนข้าว เช็ดตัวให้ พูดคุยกันเบา ๆ

สายตาเขาเวลามองเธอ...

เธอคิดว่าเขา...อาจรู้สึกอะไรบางอย่าง

แต่สุดท้ายแล้ว — มันก็เป็นแค่ "บุญคุณ"

แค่การตอบแทน

ไม่ใช่ "ความผูกพัน"

...

พลับเอนหลังพิงเก้าอี้เงียบ ๆ

แหงนมองเพดาน ก่อนจะค่อย ๆ ปิดตาลง

ในความมืดภายใต้เปลือกตา

ภาพของเขาก็ยังลอยเข้ามา...

— ชายหนุ่มที่หล่อ รวย เย็นชา และดูเหมือนจะไม่มีหัวใจ

— แต่เขา...ก็เคยยืนรอเธอหน้าร้านกาแฟโดยไม่พูดอะไร

— เคยยื่นข้าวให้เธอเงียบ ๆ ในคืนที่เธอไม่มีแรงแม้แต่จะหายใจ

เขาอาจไม่ได้รู้ตัวว่าเขา ให้ความหวัง

แต่เธอ...กลับรู้ตัวว่าเธอ “หวัง” ไปแล้ว

...

“ทำไมถึงคิดถึงเขานักนะ...”

เสียงในหัวพลับดังขึ้นเบา ๆ

“ทั้ง ๆ ที่เขาก็ไม่ได้คิดอะไรเลย”

เธอยิ้มจาง ๆ กับตัวเอง

ยิ้มเหมือนจะขำ แต่ในดวงตามีน้ำใส ๆ เอ่อคลอ

“เราไม่ได้ร้องไห้เพราะเขาหรอก...”

“เราแค่เสียใจที่หัวใจเราดื้อเอง...ก็แค่นั้น”

เธอพูดกับตัวเองเสียงเบา

แล้วลุกขึ้น เดินไปหยิบผ้าขนหนู ผืนเดิมที่เคยใช้เช็ดตัวให้เขาในคืนนั้น

เอามาพับเก็บไว้อย่างดี — เหมือนเป็นของสำคัญ

...

คืนนั้น พลับนอนกอดหมอนใบเก่า

แต่ในใจ...กลับมีชื่อเขาอยู่เต็มไปหมด

"เมฆ..."

หลังเลิกเรียน

รถเมล์วิ่งผ่านไปคันแล้วคันเล่า

แต่พลับยังยืนรออยู่ตรงป้ายรถโดยสาร สะพายกระเป๋าใบเดิม มือหนึ่งถือสมุดเรียน อีกมือแนบต้นขา แววตาของเธอล้า แต่ยังซ่อนรอยยิ้มบาง ๆ

เพราะเย็นนี้ เธอตั้งใจจะแวะไปเยี่ยมพลอย — พี่สาวคนเดียวที่เธอรักและห่วงที่สุดในโลก

ขณะที่สายตากำลังมองไปบนถนน

เสียงเครื่องยนต์เบา ๆ ดังขึ้น

ก่อนที่รถยนต์สีขาวสะอาดคันหนึ่งจะชะลอตัวจอดลงตรงหน้าเธออย่างนุ่มนวล

บานกระจกเลื่อนลงเผยให้เห็นใบหน้าคมเข้ม สุภาพ แววตาอ่อนโยนที่คุ้นเคย

“คุณภูผา…”

“ขึ้นรถไหมครับ?” เขาถามพร้อมรอยยิ้มสุภาพ

“เห็นยืนรออยู่นานแล้ว เดี๋ยวจะเป็นลมนะ”

พลับตกใจนิดหน่อย

เธอรู้ว่าเขาเป็นเจ้าของร้านกาแฟที่เธอทำงานอยู่ — และเป็นเจ้าของบริษัทเมล็ดกาแฟระดับประเทศด้วย

“เอ่อ…ไม่เป็นไรค่ะ รอรถเมล์ได้”

ภูผายิ้ม

“ไม่รบกวนหรอกครับ ไปทางเดียวกันหรือเปล่า?”

“จะไปเยี่ยมพี่สาวที่โรงพยาบาลจิตเวชศรีวารินค่ะ…”

พอได้ยินชื่อโรงพยาบาล เขาเงียบไปครู่หนึ่ง

สีหน้าเขานิ่งลงเล็กน้อย

“…งั้นยิ่งควรให้ไปส่งครับ”

เขาเปิดประตูฝั่งผู้โดยสารให้อัตโนมัติ “ขึ้นมาเลยครับ เดี๋ยวผมไปด้วย”

บรรยากาศเงียบสงบ มีเพียงเสียงเพลงเบา ๆ ที่เปิดคลอ

พลับนั่งก้มหน้า เธอไม่ค่อยกล้าพูดอะไรมาก เพราะไม่คิดว่าผู้ชายระดับนี้จะมาสนใจเรื่องของเธอ

ภูผาหันมามองเธอแวบหนึ่ง ก่อนถามด้วยน้ำเสียงจริงใจ

“ดูคุณเหนื่อยนะครับ…พักบ้างหรือยัง?”

“พักบ้างค่ะ แต่อยากทำงานเยอะ ๆ …มีเรื่องต้องใช้เงินนิดหน่อย”

เขาพยักหน้าช้า ๆ ไม่ซักไซ้อะไรเพิ่มเติม

แต่ในใจกลับสงสัยมากขึ้นเรื่อย ๆ

“คนแบบเธอ…ไม่ควรต้องมาเหนื่อยขนาดนี้เลยนะ”

ที่โรงพยาบาล

เมื่อไปถึง พลับพาภูผาขึ้นไปที่ห้องเดิมที่พลอยพักรักษา

ภูผาเดินตามเงียบ ๆ แต่สิ่งที่เขาไม่คาดฝันก็คือ…

ผู้หญิงที่นอนอยู่บนเตียงนั้น — สวยมาก

สวยเหมือนพลับ…แต่คนละแบบ

สวยแบบอ่อนแอ น่าทะนุถนอม ราวกับแตกหักได้ง่าย

“นี่พี่สาวพลับค่ะ…ชื่อพลอย”

ภูผาชะงัก

เขาไม่พูดอะไรอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยกมือไหว้สุภาพ

“ยินดีที่ได้รู้จักนะครับคุณพลอย…ผมเป็นหัวหน้าเขาที่ร้านกาแฟ”

พลอยยิ้มอ่อน ๆ อย่างไม่มั่นใจ

แต่พยักหน้าให้

“ขอบคุณที่ให้โอกาสน้องฉันนะคะ…”

ตอนนั้นเอง พลับค่อย ๆ เล่าเรื่องราวให้ภูผาฟังสั้น ๆ ว่า

ทำไมพลอยถึงอยู่ที่นี่ ทำไมเธอถึงไม่กลับบ้าน และทำไมถึงต้องทำงานหลายอย่างขนาดนี้

ทางด้านของเมฆ

พี่คิงนั่งพิงเบาะ พร้อมกล้องซูมถ่ายภาพในมือ

ข้าง ๆ คือเมฆา ที่กำลังมองภาพบนจอมือถือ — เป็นภาพที่พลับกับ “ชายคนหนึ่ง” เดินขึ้นโรงพยาบาลไปด้วยกัน

“มันคือไอ้ใครวะ…” เมฆพูดเสียงเย็นจัด

“ชื่อภูผาครับ เจ้าของร้านกาแฟที่พลับทำงานด้วย”

คิงตอบเสียงเรียบ

เมฆขบกรามแน่น

“ไอ้หมอนั่น…เป็นใครถึงคิดว่าตัวเองจะดูแลเธอได้”

เขาเงียบไปสักพัก

ก่อนจะพูดเสียงต่ำ

“ให้มันคุยกับเธอได้ไม่นานหรอก…”

กลางค่ำคืนของเมืองหลวง

ถนนสายหนึ่งเงียบกริบ

มีเพียงเสียงลมพัดและกลิ่นบุหรี่จาง ๆ ที่ลอยออกมาจากมุมหนึ่งของซอยเปลี่ยว

แก๊งค์ "อคนี" กำลังตั้งวงหัวเราะลั่น

เสียงดังโวยวายเหมือนพวกไม่มีวันตกต่ำ

“ไอ้เมฆาแม่งหายหัวไปเลยว่ะ! คิดว่าแน่ ที่แท้ก็หมา!”

ชายร่างใหญ่ในชุดเสื้อกล้ามสีดำตะโกนขึ้น

มีเสียงหัวเราะลั่นตามมาอย่างเมามัน

ไม่มีใครรู้เลยว่า...

รถสีดำเงาไร้ป้ายทะเบียนกำลังเคลื่อนเข้าใกล้แบบเงียบที่สุด

...

ล้อหยุดสนิท

ฝนเริ่มตกปรอย ๆ

ประตูรถฝั่งขวาถูกเปิดออกอย่างเนิบช้า

รองเท้าหนังสีดำขัดเงาสะท้อนแสงไฟถนนก้าวลงเหยียบพื้น

เมฆา

ในชุดสูทดำล้วน ใบหน้าเย็นชา ดวงตาคมกริบเหมือนคนไม่มีวิญญาณ

เขายืนมองกลุ่มนักเลงตรงหน้า เหมือนหมาป่ามองเหยื่อ

...

“โอ้โห…ใครมาแต่งตัวหล่อโชว์แถวนี้วะ?”

หนึ่งในพวกนั้นแสยะยิ้มก่อนจะเดินเข้ามาใกล้

เสียงเมฆดังขึ้นชัดถ้อยชัดคำ

เย็นจัดจนแสบโสต

“มึง...จำได้ไหม ว่าครั้งก่อน...มึงทำใครก่อน?”

...

เสียงเงียบไปทั้งซอยในชั่ววินาที

แต่ยังไม่ทันให้ใครตอบ

เสียงปืน "ปัง!" ดังขึ้นหนึ่งนัด เจาะลงบนหัวเข่าไอ้ตัวต้นเรื่องอย่างแม่นยำ

“อ๊ากกกก!!!”

เลือดไหลนองพื้นทันที

ไอ้คนอื่นลุกพรวด ชักอาวุธกันอลหม่าน

แต่ไม่ทัน — ลูกน้องของเมฆกว่า 10 คน

กระจายตัวออกจากเงามืดอย่างพร้อมเพรียง

พร้อมปืนในมือและแววตาโหดเหมือนผ่านนรกมาแล้วหลายรอบ

เสียงระเบิดแฟลชดัง “ปัง!” ตามด้วยเสียงยิงพังประตู

และเสียงกระจกแตกจากมุมโกดัง

ทุกอย่างเกิดขึ้นในเวลาไม่ถึงนาที

“พวกมึงจะเอาแบบไหน?”

เมฆถามเสียงเรียบในขณะที่คนของเขาเหยียบพวกนั้นนอนราบ

“หรือจะให้กูไล่ยิงแม่งทีละคน?”

ไอ้เด็กคนหนึ่งคุกเข่าทันที

มือไพล่หลัง โกนเสียงสั่น

“ขอโทษครับ! พวกผมไม่รู้ว่าพี่เป็นใคร—ผะ…ผมผิดไปแล้ว!”

“ไม่ได้ตั้งใจ—แค่เรื่องเข้าใจผิดครับพี่เมฆา!”

เมฆเดินเข้าไปช้า ๆ

ก้มลงสบตากับมัน ใกล้พอให้มันมองเห็นดวงตาเยือกเย็นชัดเจน

“มึงยิงคนของกู บุกถิ่นกู แล้วยังมีหน้ามา ‘ขอโทษ’ งั้นเหรอ?”

“กล้าทำ ก็ควรกล้ารับ หัวหน้ามึงเป็นใครบอกมันกูอยากเจอ อย่าแอบ”

เสียงเขาสั่งสั้น ๆ

“พังโกดังแม่งให้หมด”

“แล้วไอ้พวกนี้—ทิ้งไว้ที่ตรอกหลัง อย่าให้ตาย...แต่ให้มันจำไปตลอดชีวิตว่าเคยหายใจอยู่ใต้เงากู”

ลูกน้องตอบพร้อมเพรียง

“ครับพี่!”

เมฆายืนมองกลุ่มซากโกดังที่กำลังโดนเผาทิ้ง

สายฝนที่โปรยลงมาทำให้ควันจางลงนิดหน่อย

เขาสูดลมหายใจ

แต่ในอกกลับรู้สึก…ไม่ได้สาแก่ใจนัก

คิงเดินเข้ามาเงียบ ๆ

“เคลียร์เรียบร้อยครับนาย…”

“แต่...เรื่องผู้ชายที่อยู่กับน้องพลับ...จะให้ทำยังไงครับ?”

เมฆนิ่งอยู่นาน

ก่อนจะพูดเสียงต่ำ ดวงตาแข็งเหมือนน้ำแข็ง

“จับตาดูต่อไป แต่อย่าแตะต้อง…”

“…ยังไม่ถึงเวลา”

ภายในห้องทำงานส่วนตัวของเมฆา

ไฟดาวน์ไลท์สีขาวตกกระทบโต๊ะไม้สีน้ำตาลเข้ม

พี่คิงยืนอยู่ตรงข้ามเขา หลังจากเพิ่งรายงานเสร็จ

รายงานเรื่องการเคลื่อนไหวของแก๊งอคนี

เรื่องร้านกาแฟที่ทำงานของน้องพลับ

และที่สำคัญที่สุด...

เรื่อง “ภูผา” ที่เริ่มไปส่งเธอบ่อยขึ้น

เมฆเงียบ...ไม่ได้พูดอะไรเลย

เขานั่งกอดอกพิงเก้าอี้สายตาจ้องไปยังจอภาพตรงหน้า — รูปถ่ายจากกล้องวงจรปิดหน้าร้าน

ภาพของพลับ...ที่ยิ้มให้ลูกค้า

และอีกภาพคือเธอกำลังก้มหัวขอบคุณภูผาที่มาส่ง

...

พี่คิงถอนหายใจ

“นายครับ…”

“ผมขอพูดแบบไม่เกรงใจเลยนะ…”

เมฆเหลือบตามองเขาเล็กน้อย แต่ไม่ห้าม

“ถ้านายชอบน้องพลับมากขนาดนี้ ทำไมถึงยังไม่ลุกไปคว้าไว้?”

เสียงในห้องเงียบสนิท

คิงไม่รอคำตอบ เขาพูดต่อทันที

เพราะเก็บไว้ไม่ไหวแล้ว

“ขนาดผมดูยังรู้เลยครับ ว่านายรู้สึกยังไงกับเขา…”

“แต่เขาไม่รู้ครับนาย เขาคิดว่านายแค่มองว่าเขาเป็น ‘คนที่เคยช่วยไว้’ เท่านั้น”

เมฆขบกรามแน่น

นิ้วเรียวเคาะโต๊ะเบา ๆ อย่างควบคุมอารมณ์

“กูมีเรื่องต้องเคลียร์…มันยังไม่ใช่เวลา”

“หรือเพราะภูผา?”

คิงสวนกลับเสียงเข้ม

“เพราะเขาอบอุ่นกว่า ปลอดภัยกว่า? หรือเพราะนายกลัวว่าเขาจะดูแลเธอได้ดีกว่า?”

เมฆเงยหน้าขึ้นทันที

ดวงตาคมดุดันจ้องตรงไปที่คิงเหมือนจะเตือนให้อยู่ในขอบเขต

แต่คิงไม่กลัวอีกแล้ว เขาพูดต่อ

“นายเป็นหัวหน้าแก๊งเมฆา...ใช่ครับ ใครก็กลัว”

“แต่กับเรื่องความรู้สึก...นายไม่กล้าพอด้วยซ้ำ”

“ระวังนะครับ...”

“สุดท้าย คนที่เสียไป อาจจะไม่ใช่แค่ศัตรู แต่มันจะเป็นคนที่นายรัก...แต่ไม่กล้ายอมรับ”

...

คำพูดนั้นเหมือนก้อนหินก้อนใหญ่กระแทกใจเมฆเต็มแรง

เขายังไม่พูดอะไร

แต่ดวงตาของเขา...มีบางอย่างสั่นไหว

ก่อนที่เขาจะหลุบตามองรูปพลับบนจออีกครั้ง

ครั้งนี้...ไม่ใช่แค่มอง

แต่เริ่มรู้สึก “กลัว” ว่า…อาจจะมองไม่เห็นอีกแล้วก็ได้
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เมียเจ้าพ่อ   บทที่ 97

    เสียงเพลงเปลี่ยนเป็นจังหวะช้า พิธีกรประกาศเชิญเจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้าสู่ฟลอร์เต้นรำแต่บอกเลยว่า… งานนี้ไม่ใช่เต้นรำธรรมดา เพราะแฝดสี่ตะโกนขึ้นกลางฟลอร์ว่า “หนูอยากเต้นด้วย!!” พร้อมกระโดดตะกายพ่อแม่กันยกใหญ่ในวินาทีนั้น พลับและพลอยสบตากัน ก่อนจะหลุดขำเสียงดัง แล้วก็ช่วยกันจับมือลูกทั้งสี่คนขึ้นฟลอร์ไปด

  • เมียเจ้าพ่อ   บทที่ 96

    บทที่45 ตอนพิเศษค่ำคืนหนึ่งในเดือนธันวาคม — กรุงเทพฯร้านอาหารหรูบนชั้นดาดฟ้าของโรงแรมภูผา ถูกเนรมิตให้กลายเป็นดินเนอร์หรูส่วนตัวของ “สองครอบครัวใหญ่” ใต้ท้องฟ้าสีมืดมิดปนแสงดาว พื้นไม้สีเข้มสะท้อนแสงไฟนวลที่ประดับประดารอบโต๊ะอาหารยาว ซึ่งเต็มไปด้วยอาหารที่ถูกคัดสรรมาอย่างดี ทั้งไทย ฝรั่ง ญี่ปุ่น แ

  • เมียเจ้าพ่อ   บทที่ 95

    เสียงนาวาร้องอย่างตื่นเต้น แล้วรีบวิ่งไปหามุมประจำที่นั่งกับน้องๆพลอยและภูผาก็เดินมาพร้อมกัน “เมื่อคืนหลับกันสบายมั้ยคะ?” พลอยถามพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะหันไปมองเมฆที่ทำหน้าเหมือนคนไม่ได้นอนเต็มตา“สบายดีครับพลอย…” เมฆตอบ แต่โดนซันหันมาแซวทันที “พี่เมฆอ่ะเหรอ สบายจนหน้ายุ่งเลยครับเมื่อคืน”ทุกคนหัวเรา

  • เมียเจ้าพ่อ   บทที่ 94

    “อ๊ะ...อื้มมมม”เสียงครางฮือของเมฆาดังออกมาจากลำคอด้วยความเคลิบเคลิ้ม ราวกับถูกเวทย์มนต์ ทั้งสองลิ้นตวัดกันไปมาอย่างร้อนแรง แล้วมือหนาของเมฆก็เริ่มลูบคลำผิวเนียนของเธอทั่วร่าง แล้วมือหนาก็ขยับมานวดเคล้นเนินอกขาวๆทั้งสองข้างสลับไปมาใบหน้าหล่อเหลาซุกคอขาวของเธอพร้อมดูดดึงทิ้งรอยจูบไปทั่ว ปากไล้เลียมา

  • เมียเจ้าพ่อ   บทที่ 93

    บทที่44 อยากมีลูกอีกNCเสียงหัวเราะจากลานสวนค่อย ๆ ซาเมื่อเมฆเริ่มทำตัวอ้อนภรรยาหนักขึ้น เขาทั้งโอบทั้งหอมพลับซ้ายขวาไม่หยุด จนทุกคนต้องส่ายหน้า“พอเลยพี่เมฆ หอมเข้าไป เดี๋ยวก็หอบเมียกลับเข้าห้องแน่!” ซันแซวพร้อมยกแก้วไวน์ขึ้นดื่ม“เออ มันอุ้มไปแน่กูดูหลายรอบละ” ภูผาก็เสริมพลางหัวเราะเบา ๆ พลอยเองก็

  • เมียเจ้าพ่อ   บทที่ 92

    อีกด้านหนึ่ง เมฆ ภูผา และซันกำลังยืนคุยกันอย่างเคร่งเครียด"ได้ข่าวว่า…เฮียเหวินตายแล้ว" ซันพูดเสียงต่ำ สายตานิ่งสนิทขณะยกกาแฟขึ้นจิบภูผาเลิกคิ้ว "จริงดิ?""อืม ได้ข่าวจากคนในฮ่องกง ส่งต่อกันมาทางคนของเรา เฮียเหวินหัวใจวาย กะทันหัน" ซันพยักหน้าเมฆยืนนิ่ง สายตาจ้องวิวกรุงเทพที่กำลังจะค่ำ "กงเหว่ยร

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status