แชร์

บทที่ 6

ผู้เขียน: ไรท์มาย
last update วันที่เผยแพร่: 2026-02-10 11:47:34

บทที่6 ให้ทำไม

รถยังจอดอยู่ตรงริมแม่น้ำ เสียงลมเย็นและแสงไฟสะท้อนจากผิวน้ำวิบวับเหมือนประกายใจที่สั่นไหว

ลูกพลับถือซองเงินไว้ในมือ เบามาก

เบาจนรู้สึกว่าอาจจะปลิวหายไปพร้อมกับความรู้สึกบางอย่างที่เพิ่งเริ่มต้นในใจเธอ

เธอเงยหน้ามองเขา

สายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม…แต่เธอเลือกจะถามออกไปแค่หนึ่งคำถามง่าย ๆ

“คุณให้เงินฉันทำไมคะ?”

เมฆหันหน้ามามองเธอ

ดวงตาคมที่เคยอ่านยาก ตอนนี้ดูเหมือนลังเลนิดหนึ่ง

“ก็...ตอบแทนไง” เขาพูดเสียงเรียบ

“เธอช่วยฉันวันนั้น ทำแผลให้ หาข้าวให้กิน ดูแลจนเช้า…”

เขาหยุดไปครู่หนึ่ง แล้วไปมองนอกหน้าต่าง

พยายามเก็บสีหน้าให้เรียบเฉยที่สุด

“ไม่ได้คิดอะไรเป็นพิเศษ แค่ไม่ชอบติดหนี้ใคร”

...

คำพูดนั้นตกลงใส่ใจพลับเหมือนก้อนหินในบ่อน้ำ

เธอชะงักนิ่ง

มือที่กำซองเงินอยู่สั่นเล็กน้อย

ไม่ได้คิดอะไรเป็นพิเศษ...

...

เธอพยักหน้าเบา ๆ แล้วเสหลบสายตา

ก่อนจะเอ่ยออกมา — เสียงเธอคุมให้เรียบ แต่ดวงตาเริ่มแดง

“เข้าใจแล้วค่ะ…ไปส่งฉันได้แล้ว”

เมฆขมวดคิ้วเล็กน้อย

เหมือนเพิ่งรู้ตัวว่า... สิ่งที่พูดไป อาจทำร้ายเธอมากกว่าที่คิด

แต่เขาเงียบ

นิ่งอยู่อย่างนั้น ไม่รู้จะพูดอะไรต่อดี

...

พลับยิ้มฝืน

แล้วเอื้อมมือไปเปิดประตู

“ส่งแค่นี้พอแล้วค่ะ ขอบคุณอีกครั้ง”

เธอลงจากรถช้า ๆ

ไม่หันกลับมามอง และเดินตรงไปยังที่ทำงาน

...

เมฆมองตามเงาหลังเล็ก ๆ นั้นเงียบ ๆ

ความรู้สึกแปลกประหลาดไหลเอ่ออยู่ในอก

เหมือนเขาเพิ่ง “ทำร้าย” ใครสักคน

โดยที่ไม่ตั้งใจเลย

เขายกมือขึ้นขยี้ผมตัวเองเบา ๆ

แล้วพึมพำกับตัวเอง

“บ้าชะมัด…”

...

ตัดภาพมาที่ในห้องพัก

พลับวางซองเงินลงบนโต๊ะ

ไม่ได้แตะมันอีก

เธอนั่งบนเตียงเงียบ ๆ ก่อนจะซุกหน้าเข้ากับฝ่ามือ

น้ำตาหยดเงียบ ๆ ไหลลงบนแก้มโดยไม่ต้องมีเสียงสะอื้น

“ไม่ได้คิดอะไรเป็นพิเศษ…”

เธอพูดกับตัวเองเบา ๆ

แล้วหัวเราะในลำคอ เหมือนจะขำกับหัวใจตัวเองที่ “คาดหวัง” ทั้งที่รู้ดีว่าเขาเป็นใคร

...

ในค่ำคืนนั้น — มีคนหนึ่งนอนไม่หลับ เพราะรู้สึกผิด

และอีกคนหนึ่ง...ก็นอนไม่หลับ เพราะรู้สึกเจ็บ

“ไม่คิดอะไรเป็นพิเศษ” — คำพูดของเขาเมื่อเย็นนี้

เหมือนสะกิดให้หัวใจเธอรู้ตัวว่า

ที่ผ่านมาทั้งหมด…เธอคิดไปเอง

ช่วงเวลาที่เขานอนเจ็บอยู่บนโซฟา

คืนที่เธอป้อนข้าว เช็ดตัวให้ พูดคุยกันเบา ๆ

สายตาเขาเวลามองเธอ...

เธอคิดว่าเขา...อาจรู้สึกอะไรบางอย่าง

แต่สุดท้ายแล้ว — มันก็เป็นแค่ "บุญคุณ"

แค่การตอบแทน

ไม่ใช่ "ความผูกพัน"

...

พลับเอนหลังพิงเก้าอี้เงียบ ๆ

แหงนมองเพดาน ก่อนจะค่อย ๆ ปิดตาลง

ในความมืดภายใต้เปลือกตา

ภาพของเขาก็ยังลอยเข้ามา...

— ชายหนุ่มที่หล่อ รวย เย็นชา และดูเหมือนจะไม่มีหัวใจ

— แต่เขา...ก็เคยยืนรอเธอหน้าร้านกาแฟโดยไม่พูดอะไร

— เคยยื่นข้าวให้เธอเงียบ ๆ ในคืนที่เธอไม่มีแรงแม้แต่จะหายใจ

เขาอาจไม่ได้รู้ตัวว่าเขา ให้ความหวัง

แต่เธอ...กลับรู้ตัวว่าเธอ “หวัง” ไปแล้ว

...

“ทำไมถึงคิดถึงเขานักนะ...”

เสียงในหัวพลับดังขึ้นเบา ๆ

“ทั้ง ๆ ที่เขาก็ไม่ได้คิดอะไรเลย”

เธอยิ้มจาง ๆ กับตัวเอง

ยิ้มเหมือนจะขำ แต่ในดวงตามีน้ำใส ๆ เอ่อคลอ

“เราไม่ได้ร้องไห้เพราะเขาหรอก...”

“เราแค่เสียใจที่หัวใจเราดื้อเอง...ก็แค่นั้น”

เธอพูดกับตัวเองเสียงเบา

แล้วลุกขึ้น เดินไปหยิบผ้าขนหนู ผืนเดิมที่เคยใช้เช็ดตัวให้เขาในคืนนั้น

เอามาพับเก็บไว้อย่างดี — เหมือนเป็นของสำคัญ

...

คืนนั้น พลับนอนกอดหมอนใบเก่า

แต่ในใจ...กลับมีชื่อเขาอยู่เต็มไปหมด

"เมฆ..."

หลังเลิกเรียน

รถเมล์วิ่งผ่านไปคันแล้วคันเล่า

แต่พลับยังยืนรออยู่ตรงป้ายรถโดยสาร สะพายกระเป๋าใบเดิม มือหนึ่งถือสมุดเรียน อีกมือแนบต้นขา แววตาของเธอล้า แต่ยังซ่อนรอยยิ้มบาง ๆ

เพราะเย็นนี้ เธอตั้งใจจะแวะไปเยี่ยมพลอย — พี่สาวคนเดียวที่เธอรักและห่วงที่สุดในโลก

ขณะที่สายตากำลังมองไปบนถนน

เสียงเครื่องยนต์เบา ๆ ดังขึ้น

ก่อนที่รถยนต์สีขาวสะอาดคันหนึ่งจะชะลอตัวจอดลงตรงหน้าเธออย่างนุ่มนวล

บานกระจกเลื่อนลงเผยให้เห็นใบหน้าคมเข้ม สุภาพ แววตาอ่อนโยนที่คุ้นเคย

“คุณภูผา…”

“ขึ้นรถไหมครับ?” เขาถามพร้อมรอยยิ้มสุภาพ

“เห็นยืนรออยู่นานแล้ว เดี๋ยวจะเป็นลมนะ”

พลับตกใจนิดหน่อย

เธอรู้ว่าเขาเป็นเจ้าของร้านกาแฟที่เธอทำงานอยู่ — และเป็นเจ้าของบริษัทเมล็ดกาแฟระดับประเทศด้วย

“เอ่อ…ไม่เป็นไรค่ะ รอรถเมล์ได้”

ภูผายิ้ม

“ไม่รบกวนหรอกครับ ไปทางเดียวกันหรือเปล่า?”

“จะไปเยี่ยมพี่สาวที่โรงพยาบาลจิตเวชศรีวารินค่ะ…”

พอได้ยินชื่อโรงพยาบาล เขาเงียบไปครู่หนึ่ง

สีหน้าเขานิ่งลงเล็กน้อย

“…งั้นยิ่งควรให้ไปส่งครับ”

เขาเปิดประตูฝั่งผู้โดยสารให้อัตโนมัติ “ขึ้นมาเลยครับ เดี๋ยวผมไปด้วย”

บรรยากาศเงียบสงบ มีเพียงเสียงเพลงเบา ๆ ที่เปิดคลอ

พลับนั่งก้มหน้า เธอไม่ค่อยกล้าพูดอะไรมาก เพราะไม่คิดว่าผู้ชายระดับนี้จะมาสนใจเรื่องของเธอ

ภูผาหันมามองเธอแวบหนึ่ง ก่อนถามด้วยน้ำเสียงจริงใจ

“ดูคุณเหนื่อยนะครับ…พักบ้างหรือยัง?”

“พักบ้างค่ะ แต่อยากทำงานเยอะ ๆ …มีเรื่องต้องใช้เงินนิดหน่อย”

เขาพยักหน้าช้า ๆ ไม่ซักไซ้อะไรเพิ่มเติม

แต่ในใจกลับสงสัยมากขึ้นเรื่อย ๆ

“คนแบบเธอ…ไม่ควรต้องมาเหนื่อยขนาดนี้เลยนะ”

ที่โรงพยาบาล

เมื่อไปถึง พลับพาภูผาขึ้นไปที่ห้องเดิมที่พลอยพักรักษา

ภูผาเดินตามเงียบ ๆ แต่สิ่งที่เขาไม่คาดฝันก็คือ…

ผู้หญิงที่นอนอยู่บนเตียงนั้น — สวยมาก

สวยเหมือนพลับ…แต่คนละแบบ

สวยแบบอ่อนแอ น่าทะนุถนอม ราวกับแตกหักได้ง่าย

“นี่พี่สาวพลับค่ะ…ชื่อพลอย”

ภูผาชะงัก

เขาไม่พูดอะไรอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยกมือไหว้สุภาพ

“ยินดีที่ได้รู้จักนะครับคุณพลอย…ผมเป็นหัวหน้าเขาที่ร้านกาแฟ”

พลอยยิ้มอ่อน ๆ อย่างไม่มั่นใจ

แต่พยักหน้าให้

“ขอบคุณที่ให้โอกาสน้องฉันนะคะ…”

ตอนนั้นเอง พลับค่อย ๆ เล่าเรื่องราวให้ภูผาฟังสั้น ๆ ว่า

ทำไมพลอยถึงอยู่ที่นี่ ทำไมเธอถึงไม่กลับบ้าน และทำไมถึงต้องทำงานหลายอย่างขนาดนี้

ทางด้านของเมฆ

พี่คิงนั่งพิงเบาะ พร้อมกล้องซูมถ่ายภาพในมือ

ข้าง ๆ คือเมฆา ที่กำลังมองภาพบนจอมือถือ — เป็นภาพที่พลับกับ “ชายคนหนึ่ง” เดินขึ้นโรงพยาบาลไปด้วยกัน

“มันคือไอ้ใครวะ…” เมฆพูดเสียงเย็นจัด

“ชื่อภูผาครับ เจ้าของร้านกาแฟที่พลับทำงานด้วย”

คิงตอบเสียงเรียบ

เมฆขบกรามแน่น

“ไอ้หมอนั่น…เป็นใครถึงคิดว่าตัวเองจะดูแลเธอได้”

เขาเงียบไปสักพัก

ก่อนจะพูดเสียงต่ำ

“ให้มันคุยกับเธอได้ไม่นานหรอก…”

กลางค่ำคืนของเมืองหลวง

ถนนสายหนึ่งเงียบกริบ

มีเพียงเสียงลมพัดและกลิ่นบุหรี่จาง ๆ ที่ลอยออกมาจากมุมหนึ่งของซอยเปลี่ยว

แก๊งค์ "อคนี" กำลังตั้งวงหัวเราะลั่น

เสียงดังโวยวายเหมือนพวกไม่มีวันตกต่ำ

“ไอ้เมฆาแม่งหายหัวไปเลยว่ะ! คิดว่าแน่ ที่แท้ก็หมา!”

ชายร่างใหญ่ในชุดเสื้อกล้ามสีดำตะโกนขึ้น

มีเสียงหัวเราะลั่นตามมาอย่างเมามัน

ไม่มีใครรู้เลยว่า...

รถสีดำเงาไร้ป้ายทะเบียนกำลังเคลื่อนเข้าใกล้แบบเงียบที่สุด

...

ล้อหยุดสนิท

ฝนเริ่มตกปรอย ๆ

ประตูรถฝั่งขวาถูกเปิดออกอย่างเนิบช้า

รองเท้าหนังสีดำขัดเงาสะท้อนแสงไฟถนนก้าวลงเหยียบพื้น

เมฆา

ในชุดสูทดำล้วน ใบหน้าเย็นชา ดวงตาคมกริบเหมือนคนไม่มีวิญญาณ

เขายืนมองกลุ่มนักเลงตรงหน้า เหมือนหมาป่ามองเหยื่อ

...

“โอ้โห…ใครมาแต่งตัวหล่อโชว์แถวนี้วะ?”

หนึ่งในพวกนั้นแสยะยิ้มก่อนจะเดินเข้ามาใกล้

เสียงเมฆดังขึ้นชัดถ้อยชัดคำ

เย็นจัดจนแสบโสต

“มึง...จำได้ไหม ว่าครั้งก่อน...มึงทำใครก่อน?”

...

เสียงเงียบไปทั้งซอยในชั่ววินาที

แต่ยังไม่ทันให้ใครตอบ

เสียงปืน "ปัง!" ดังขึ้นหนึ่งนัด เจาะลงบนหัวเข่าไอ้ตัวต้นเรื่องอย่างแม่นยำ

“อ๊ากกกก!!!”

เลือดไหลนองพื้นทันที

ไอ้คนอื่นลุกพรวด ชักอาวุธกันอลหม่าน

แต่ไม่ทัน — ลูกน้องของเมฆกว่า 10 คน

กระจายตัวออกจากเงามืดอย่างพร้อมเพรียง

พร้อมปืนในมือและแววตาโหดเหมือนผ่านนรกมาแล้วหลายรอบ

เสียงระเบิดแฟลชดัง “ปัง!” ตามด้วยเสียงยิงพังประตู

และเสียงกระจกแตกจากมุมโกดัง

ทุกอย่างเกิดขึ้นในเวลาไม่ถึงนาที

“พวกมึงจะเอาแบบไหน?”

เมฆถามเสียงเรียบในขณะที่คนของเขาเหยียบพวกนั้นนอนราบ

“หรือจะให้กูไล่ยิงแม่งทีละคน?”

ไอ้เด็กคนหนึ่งคุกเข่าทันที

มือไพล่หลัง โกนเสียงสั่น

“ขอโทษครับ! พวกผมไม่รู้ว่าพี่เป็นใคร—ผะ…ผมผิดไปแล้ว!”

“ไม่ได้ตั้งใจ—แค่เรื่องเข้าใจผิดครับพี่เมฆา!”

เมฆเดินเข้าไปช้า ๆ

ก้มลงสบตากับมัน ใกล้พอให้มันมองเห็นดวงตาเยือกเย็นชัดเจน

“มึงยิงคนของกู บุกถิ่นกู แล้วยังมีหน้ามา ‘ขอโทษ’ งั้นเหรอ?”

“กล้าทำ ก็ควรกล้ารับ หัวหน้ามึงเป็นใครบอกมันกูอยากเจอ อย่าแอบ”

เสียงเขาสั่งสั้น ๆ

“พังโกดังแม่งให้หมด”

“แล้วไอ้พวกนี้—ทิ้งไว้ที่ตรอกหลัง อย่าให้ตาย...แต่ให้มันจำไปตลอดชีวิตว่าเคยหายใจอยู่ใต้เงากู”

ลูกน้องตอบพร้อมเพรียง

“ครับพี่!”

เมฆายืนมองกลุ่มซากโกดังที่กำลังโดนเผาทิ้ง

สายฝนที่โปรยลงมาทำให้ควันจางลงนิดหน่อย

เขาสูดลมหายใจ

แต่ในอกกลับรู้สึก…ไม่ได้สาแก่ใจนัก

คิงเดินเข้ามาเงียบ ๆ

“เคลียร์เรียบร้อยครับนาย…”

“แต่...เรื่องผู้ชายที่อยู่กับน้องพลับ...จะให้ทำยังไงครับ?”

เมฆนิ่งอยู่นาน

ก่อนจะพูดเสียงต่ำ ดวงตาแข็งเหมือนน้ำแข็ง

“จับตาดูต่อไป แต่อย่าแตะต้อง…”

“…ยังไม่ถึงเวลา”

ภายในห้องทำงานส่วนตัวของเมฆา

ไฟดาวน์ไลท์สีขาวตกกระทบโต๊ะไม้สีน้ำตาลเข้ม

พี่คิงยืนอยู่ตรงข้ามเขา หลังจากเพิ่งรายงานเสร็จ

รายงานเรื่องการเคลื่อนไหวของแก๊งอคนี

เรื่องร้านกาแฟที่ทำงานของน้องพลับ

และที่สำคัญที่สุด...

เรื่อง “ภูผา” ที่เริ่มไปส่งเธอบ่อยขึ้น

เมฆเงียบ...ไม่ได้พูดอะไรเลย

เขานั่งกอดอกพิงเก้าอี้สายตาจ้องไปยังจอภาพตรงหน้า — รูปถ่ายจากกล้องวงจรปิดหน้าร้าน

ภาพของพลับ...ที่ยิ้มให้ลูกค้า

และอีกภาพคือเธอกำลังก้มหัวขอบคุณภูผาที่มาส่ง

...

พี่คิงถอนหายใจ

“นายครับ…”

“ผมขอพูดแบบไม่เกรงใจเลยนะ…”

เมฆเหลือบตามองเขาเล็กน้อย แต่ไม่ห้าม

“ถ้านายชอบน้องพลับมากขนาดนี้ ทำไมถึงยังไม่ลุกไปคว้าไว้?”

เสียงในห้องเงียบสนิท

คิงไม่รอคำตอบ เขาพูดต่อทันที

เพราะเก็บไว้ไม่ไหวแล้ว

“ขนาดผมดูยังรู้เลยครับ ว่านายรู้สึกยังไงกับเขา…”

“แต่เขาไม่รู้ครับนาย เขาคิดว่านายแค่มองว่าเขาเป็น ‘คนที่เคยช่วยไว้’ เท่านั้น”

เมฆขบกรามแน่น

นิ้วเรียวเคาะโต๊ะเบา ๆ อย่างควบคุมอารมณ์

“กูมีเรื่องต้องเคลียร์…มันยังไม่ใช่เวลา”

“หรือเพราะภูผา?”

คิงสวนกลับเสียงเข้ม

“เพราะเขาอบอุ่นกว่า ปลอดภัยกว่า? หรือเพราะนายกลัวว่าเขาจะดูแลเธอได้ดีกว่า?”

เมฆเงยหน้าขึ้นทันที

ดวงตาคมดุดันจ้องตรงไปที่คิงเหมือนจะเตือนให้อยู่ในขอบเขต

แต่คิงไม่กลัวอีกแล้ว เขาพูดต่อ

“นายเป็นหัวหน้าแก๊งเมฆา...ใช่ครับ ใครก็กลัว”

“แต่กับเรื่องความรู้สึก...นายไม่กล้าพอด้วยซ้ำ”

“ระวังนะครับ...”

“สุดท้าย คนที่เสียไป อาจจะไม่ใช่แค่ศัตรู แต่มันจะเป็นคนที่นายรัก...แต่ไม่กล้ายอมรับ”

...

คำพูดนั้นเหมือนก้อนหินก้อนใหญ่กระแทกใจเมฆเต็มแรง

เขายังไม่พูดอะไร

แต่ดวงตาของเขา...มีบางอย่างสั่นไหว

ก่อนที่เขาจะหลุบตามองรูปพลับบนจออีกครั้ง

ครั้งนี้...ไม่ใช่แค่มอง

แต่เริ่มรู้สึก “กลัว” ว่า…อาจจะมองไม่เห็นอีกแล้วก็ได้
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เมียเจ้าพ่อ   บทที่ 97

    เสียงเพลงเปลี่ยนเป็นจังหวะช้า พิธีกรประกาศเชิญเจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้าสู่ฟลอร์เต้นรำแต่บอกเลยว่า… งานนี้ไม่ใช่เต้นรำธรรมดา เพราะแฝดสี่ตะโกนขึ้นกลางฟลอร์ว่า “หนูอยากเต้นด้วย!!” พร้อมกระโดดตะกายพ่อแม่กันยกใหญ่ในวินาทีนั้น พลับและพลอยสบตากัน ก่อนจะหลุดขำเสียงดัง แล้วก็ช่วยกันจับมือลูกทั้งสี่คนขึ้นฟลอร์ไปด

  • เมียเจ้าพ่อ   บทที่ 96

    บทที่45 ตอนพิเศษค่ำคืนหนึ่งในเดือนธันวาคม — กรุงเทพฯร้านอาหารหรูบนชั้นดาดฟ้าของโรงแรมภูผา ถูกเนรมิตให้กลายเป็นดินเนอร์หรูส่วนตัวของ “สองครอบครัวใหญ่” ใต้ท้องฟ้าสีมืดมิดปนแสงดาว พื้นไม้สีเข้มสะท้อนแสงไฟนวลที่ประดับประดารอบโต๊ะอาหารยาว ซึ่งเต็มไปด้วยอาหารที่ถูกคัดสรรมาอย่างดี ทั้งไทย ฝรั่ง ญี่ปุ่น แ

  • เมียเจ้าพ่อ   บทที่ 95

    เสียงนาวาร้องอย่างตื่นเต้น แล้วรีบวิ่งไปหามุมประจำที่นั่งกับน้องๆพลอยและภูผาก็เดินมาพร้อมกัน “เมื่อคืนหลับกันสบายมั้ยคะ?” พลอยถามพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะหันไปมองเมฆที่ทำหน้าเหมือนคนไม่ได้นอนเต็มตา“สบายดีครับพลอย…” เมฆตอบ แต่โดนซันหันมาแซวทันที “พี่เมฆอ่ะเหรอ สบายจนหน้ายุ่งเลยครับเมื่อคืน”ทุกคนหัวเรา

  • เมียเจ้าพ่อ   บทที่ 94

    “อ๊ะ...อื้มมมม”เสียงครางฮือของเมฆาดังออกมาจากลำคอด้วยความเคลิบเคลิ้ม ราวกับถูกเวทย์มนต์ ทั้งสองลิ้นตวัดกันไปมาอย่างร้อนแรง แล้วมือหนาของเมฆก็เริ่มลูบคลำผิวเนียนของเธอทั่วร่าง แล้วมือหนาก็ขยับมานวดเคล้นเนินอกขาวๆทั้งสองข้างสลับไปมาใบหน้าหล่อเหลาซุกคอขาวของเธอพร้อมดูดดึงทิ้งรอยจูบไปทั่ว ปากไล้เลียมา

  • เมียเจ้าพ่อ   บทที่ 93

    บทที่44 อยากมีลูกอีกNCเสียงหัวเราะจากลานสวนค่อย ๆ ซาเมื่อเมฆเริ่มทำตัวอ้อนภรรยาหนักขึ้น เขาทั้งโอบทั้งหอมพลับซ้ายขวาไม่หยุด จนทุกคนต้องส่ายหน้า“พอเลยพี่เมฆ หอมเข้าไป เดี๋ยวก็หอบเมียกลับเข้าห้องแน่!” ซันแซวพร้อมยกแก้วไวน์ขึ้นดื่ม“เออ มันอุ้มไปแน่กูดูหลายรอบละ” ภูผาก็เสริมพลางหัวเราะเบา ๆ พลอยเองก็

  • เมียเจ้าพ่อ   บทที่ 92

    อีกด้านหนึ่ง เมฆ ภูผา และซันกำลังยืนคุยกันอย่างเคร่งเครียด"ได้ข่าวว่า…เฮียเหวินตายแล้ว" ซันพูดเสียงต่ำ สายตานิ่งสนิทขณะยกกาแฟขึ้นจิบภูผาเลิกคิ้ว "จริงดิ?""อืม ได้ข่าวจากคนในฮ่องกง ส่งต่อกันมาทางคนของเรา เฮียเหวินหัวใจวาย กะทันหัน" ซันพยักหน้าเมฆยืนนิ่ง สายตาจ้องวิวกรุงเทพที่กำลังจะค่ำ "กงเหว่ยร

  • เมียเจ้าพ่อ   บทที่ 64

    ภูผาเอนตัวพิงเก้าอี้แล้วมองหน้าพลอยตรง ๆ ดวงตาคมนั้นสะท้อนความจริงใจ และอ่อนโยนจนเธอต้องหลบตา“เลิกงานเย็นนี้ พี่แวะมารับนะ”“หืม?”“อยากไปส่ง” เขาว่าพลางยิ้มมุมปากแบบที่เธอไม่เคยเห็นเขาทำมาก่อน “พี่ก็ไม่มีใครเหมือนกัน...พี่โสด”คำพูดนั้นเหมือนระเบิดลูกเล็ก ๆ ตกอยู่ในใจของพลอย“พะ...พี่พูดอะไรเนี่ย.

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-28
  • เมียเจ้าพ่อ   บทที่ 57

    ก่อนจากกัน ภูผาก็ยื่นโทรศัพท์ให้เธออย่างเป็นมิตร"ผมขอเบอร์คุณไว้ได้ไหมครับ?" “เผื่อวันหลังเราจะได้นั่งคุยกันอีก”พลอยลังเลอยู่ชั่ววินาที ก่อนจะยิ้มอาย ๆ และพิมพ์เบอร์โทรลงไปช้า ๆ ด้วยมือที่สั่นน้อย ๆภูผายิ้มรับ กดเซฟหมายเลข ก่อนจะพูดปิดท้ายด้วยน้ำเสียงทุ้มอ่อนโยน "ขอบคุณนะครับ… ผมดีใจที่ได้เจอคุ

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-26
  • เมียเจ้าพ่อ   บทที่ 55

    ทั้งสี่คน เมฆ พลับ และพลอย — พร้อมซัน ยืนหยัดเป็นทีมที่แข็งแกร่งที่สุดในเวลานั้นสื่อที่เคยตามรุมล้อมหน้าออฟฟิศเงียบเสียงลง หลังจากทีมกฎหมายของเมฆนำเอกสารทั้งหมดส่งให้กรมสรรพากร ป.ป.ง. และหน่วยงานภาษีครบถ้วน จนเจ้าหน้าที่ต้องออกแถลงการณ์ว่า “ไม่มีหลักฐานบ่งชี้ว่าบริษัทของเมฆหรือเครือบารมีออยมีการเลี

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-26
  • เมียเจ้าพ่อ   บทที่ 52

    เสียงประตูเหล็กเลื่อนดังเอี๊ยดอ๊าดเมื่อรถยนต์สีดำคันหรูของเจสแล่นเข้ามาจอดกลางโกดังร้าง แสงไฟสลัวของดวงอาทิตย์ยามเย็นส่องลอดผ่านหน้าต่างที่มีรอยร้าวและฝุ่นจับหนาแน่น สะท้อนลงบนพื้นซีเมนต์ที่เต็มไปด้วยคราบน้ำและเศษขยะเจสลงจากรถก่อนจะเปิดประตูด้านหลังอย่างแรง ดึงแขนของลูกพลับที่ยังอยู่ในอาการมึนจากกา

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-25
บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status