บทที่1 พวกคนบ้า
เสียงกรีดร้องจากฝูงชนดังลั่นกลางถนนสุขุมวิทในค่ำคืนที่ควรจะสงบสุข กลับกลายเป็นสนามประลองของกลุ่มชายฉกรรจ์สองฝั่งที่จ้องฟาดฟันกันด้วยไม้เบสบอล มีด และสายตาอาฆาตที่บ่งบอกถึงความแค้นฝังลึก
รถยนต์คันหรูสีดำสนิทจอดสนิทอยู่ริมถนน ประตูหลังเปิดออกอย่างสง่างามก่อนที่เท้าข้างหนึ่งจะก้าวลงจากรถตามมาด้วยร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มผู้มีอำนาจที่แม้จะยังไม่พูดสักคำ คนทั้งฝั่งก็หยุดนิ่งราวกับถูกบีบคอด้วยอำนาจล่องหน
“ไอ้พวกเศษสวะ กล้ามาดักหน้าถิ่นกูเหรอ?”
เสียงทุ้มต่ำเย็นยะเยือกของ เมฆ หัวหน้าแก๊งเมฆา ดังขึ้นพร้อมรอยยิ้มเหยียดเบาๆ ที่มุมปาก เขาแต่งตัวเรียบหรูในสูทสีดำสนิท ผูกเนกไทแบบหลวมๆ ผมดำขลับถูกเซ็ตอย่างเนี้ยบ คิ้วเข้มกับสายตาคมเฉียบจนแทบเชือดได้
เขาเหมือนพายุเงียบที่พร้อมพัดทุกอย่างให้พังพินาศในพริบตา
“เมฆา! มึงคิดว่าจะรอดอีกนานเหรอวะ!” เสียงจากฝ่ายตรงข้ามตะโกนก้อง นำโดยแก๊ง อัคนี คู่แข่งที่ร้อนแรงเหมือนชื่อ
ไฟแค้นในดวงตาพวกนั้นแทบจะลุกท่วมทั้งถนน
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้ากลุ่มใหญ่เร่งเข้ามา พร้อมเสียงคำรามของเครื่องยนต์จากมอเตอร์ไซค์หลายคัน มันคือคนของเมฆาที่ตามมาสมทบ กลุ่มชายในชุดดำที่ทุกคนต่างรู้ว่าไม่ใช่แค่บอดี้การ์ดธรรมดา แต่คือ ‘นักฆ่า’ ในนามของแก๊งเมฆา
เสียงกระจกแตก เสียงหมัดกระทบหน้า เสียงไม้กระแทกกับกระดูกดังสนั่น ลูกพลับกำลังจะเดินกลับหอพักหลังเลิกงานที่คาเฟ่เล็กๆ ใกล้ซอยนี้ เธอแค่ซื้อขนมแล้วเดินลัดทางลัดซอยประจำ หารู้ไม่ว่าวันนี้ทางลัดจะกลายเป็น ทางรอด หรือ ทางตาย
“กรี๊ด! อะไรกันเนี่ย!?”
เธอผงะ สองขารีบหลบเข้าหลังเสาไฟฟ้า พยายามกดเสียงหายใจไม่ให้ดัง แต่ภาพตรงหน้าทำให้หัวใจของเธอเต้นถี่ราวกับจะทะลุอก
เลือด… คนล้มลง… และชายคนหนึ่งที่ดูเหมือนเทพบุตรแต่กลับอาบไอปีศาจจากการสังหารอย่างเลือดเย็น
เมฆปรายตามองผ่านความวุ่นวาย จนสายตาไปสะดุดกับผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งในเงามืด สะพายกระเป๋าผ้า ขนมตกกระจายเต็มพื้น
หญิงสาวที่ดูธรรมดาจนไม่น่าจะอยู่ในสถานการณ์นี้เลย
“ใคร?” เขาถามกับตัวเองในใจ เสี้ยววินาทีนั้นเหมือนโลกหยุดหมุน
ลูกพลับสบตากับเขา ตาคู่นั้นมีประกายแข็งกร้าว แต่ลึกลงไปกลับเต็มไปด้วยความโดดเดี่ยว ราวกับเขาไม่เคยได้รับอะไรที่บริสุทธิ์จากโลกนี้เลย
“หลบตรงนั้นไม่ได้แล้ว ออกมา!” เมฆตะโกนบอกเสียงแข็ง ก่อนจะเดินเข้าหาเธอ ฝ่ายตรงข้ามสังเกตเห็นเช่นกัน และหนึ่งในนั้นรีบชักมีดพุ่งเข้าใส่เธอทันที
ฉัวะ!
เสียงมีดปะทะเนื้อก่อนที่เลือดจะกระเซ็น…แต่ไม่ใช่ของเธอ
เป็นเมฆที่พุ่งเข้ามารับไว้ แขนข้างหนึ่งของเขาเลือดไหลซึมจากแผลเฉียด แต่เขาไม่แม้แต่จะสะท้าน
เสียงปะทะยังดังต่อเนื่อง เสียงฝีเท้ากระทบพื้นคอนกรีตดังก้อง ทั้งสองฝั่งตะโกนคำสั่งปะปนกับเสียงคำรามจากแรงแค้นที่ก่อตัวมานาน
เมฆสะบัดข้อมือเบาๆ ก่อนปล่อยหมัดสวนเข้าเต็มกรามศัตรูที่พุ่งเข้ามา จังหวะนั้นลูกพลับยังยืนอึ้ง กำลังจะหันหนี แต่กลับโดนร่างของชายคนหนึ่งฟาดล้มลงกับพื้น
“โอ๊ย!” เธอร้องออกมาอย่างตกใจ มือถลอกเล็กน้อยจากเศษหิน และแผลที่ใบหน้า
สายตาคมของเมฆหันกลับมาทันที เห็นเธอล้ม เขาไม่ได้พูดอะไร แต่ร่างสูงก็ตรงเข้ามาหาเธอทันที ดึงแขนเธอให้ลุกขึ้นโดยไม่พูดพล่าม
“ลุกขึ้น!” เสียงทุ้มเข้มสั่งสั้น ๆ
ลูกพลับเบิกตากว้าง นึกกลัวแต่ก็ยื่นมือให้เขาดึงโดยไม่ทันคิดอะไร
เมฆผลักเธอไปด้านหลังเบา ๆ ราวกับปกป้องก่อนจะหันกลับไปปะทะกับชายอีกสามคนที่พุ่งเข้ามาพร้อมไม้กระบอง
ปัง! ปัง!
เสียงปืนดังขึ้นจากอีกฟากหนึ่งของถนน ลูกน้องเมฆใช้ปืนพกยิงขู่ให้กลุ่มศัตรูล่าถอย แต่ไม่มีใครถอย…พวกมันพร้อมแลกชีวิต
ลูกพลับหลบหลังรถคันหนึ่ง ใจเต้นแรงอย่างควบคุมไม่ได้ เสียงหัวใจของเธอกลบเสียงอื่นแทบมิด
เมฆหลบหมัดจากชายตรงหน้า แล้วคว้าคอเสื้ออีกฝ่ายกระชากเข้ามา ก่อนกระแทกเข่าขึ้นใส่จนทรุดลงไปกับพื้น เขามองไปรอบๆ พลางสบถ
“น่ารำคาญ!”
ทันใดนั้น เงาใหญ่จากชายอีกคนด้านหลังยกเหล็กแป๊บขึ้น จะฟาดหัวเมฆเต็มแรง
“ข้างหลัง!”
เสียงของลูกพลับดังขึ้นในพริบตานั้น เธอไม่รู้ว่ากล้าพูดได้ยังไง แต่พูดออกไปแล้ว
เมฆหันกลับไปทันที แล้วใช้แขนกันไว้ พุ่งศอกสวนกลับเต็มแรง
ชายคนนั้นฟุบลงกับพื้นแทบไม่ทันร้อง
เมฆหันกลับมามองเธอ
“มีสมองดีนะ… สำหรับคนที่ไม่ควรมาอยู่ตรงนี้” เขาพูดเสียงเรียบ แต่แววตาเปลี่ยนไปเล็กน้อย
“ฉันแค่... เดินผ่าน…”
“แล้วคิดจะยืนมองเฉย ๆ จนโดนลูกหลง?”
“ก็ใครจะไปรู้ว่าจะเจอพวกบ้าฟาดกันกลางถนนล่ะ!?”
ยังไม่ทันที่เมฆจะได้พูดอะไร เสียงมอเตอร์ไซค์ฝั่งตรงข้ามกลับแหวกเข้ามาจอดขวางทางไว้ หัวหน้าแก๊งอัคนีใส่หน้ากากปิดบังใบหน้า ยิงปืนขึ้นฟ้าหนึ่งนัด พร้อมพูดเสียงดัง
“เมฆา! ถ้ามึงยังไม่ถอยคืนนี้มึงไม่ได้กลับแน่!”
เมฆหรี่ตามองอีกฝ่าย “พูดมากไปนะมึง ก็แค่เสียงหมา” เขากล่าว พร้อมยกมือขึ้น
ลูกน้องของเขาอีกกลุ่มพุ่งทะลวงเข้ามาเสริมทันที เหมือนรอแค่สัญญาณนี้
ฝุ่นควัน เสียงปืน หมัดไม้ มีด และเสียงโห่ร้องปะทะกันระลอกใหญ่
ลูกพลับยืนหลบอยู่ข้างรถเหมือนหลุดเข้าไปในหนังแอคชั่น ท้องถนนตอนนี้คือสนามรบ
“เฮ้ย! มันมีคนเห็นนะพี่เมฆ! ตำรวจมาแน่!”
เสียงหนึ่งจากลูกน้องเมฆร้อง
เมฆสบถในลำคอ เขาหันกลับไปมองลูกพลับที่ยังคงหลบอยู่ เขารีบคว้าแขนเธออย่างแรง
“มา!”
“อะไร!? เดี๋ยวก่อน ฉัน—”
“จะตายอยู่แล้วยังจะยืนบื้ออยู่ทำไม!?”
เขาลากเธอวิ่งออกจากจุดปะทะทันที ร่างสูงวิ่งเร็วอย่างคล่องแคล่ว ลูกพลับแทบวิ่งตามไม่ทัน
“ไปไหนก็ได้ที่ไม่มีตำรวจ!” เมฆสั่งเสียงหนัก
“ฉันไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้! ฉัน—”
“ก็เลยต้องลากเธอออกมาก่อนจะโดนยิง เงียบแล้ววิ่ง!”
ทั้งคู่วิ่งฝ่าซอยแคบ ๆ ไปทางหลังตึกเก่า หอบหายใจแรงจนแทบทรุด
“บ้าเอ๊ย…” ลูกพลับนั่งลงกับพื้น หัวใจเต้นรัว “นี่มันเรื่องบ้าอะไรเนี่ย…”
เมฆยืนหอบเบาๆ แตะเลือดที่แผลเฉียดแขนแล้วสบถเบา ๆ
“เธอชื่ออะไร?” เขาถามขึ้นขณะยังมองออกไปที่วิวของเมืองด้านล่าง
“ทำไมต้องบอก?”
“ฉันลากเธอมาด้วย ฉันควรรู้ชื่อ”
“…พลับ”
เมฆพยักหน้าช้า ๆ
“ขอบใจที่เตือนเมื่อกี้” เขากล่าวสั้น ๆ แต่เป็นคำขอบคุณจริงจัง
“แล้วคุณเป็นใครกันแน่…” พลับมองเขา สีหน้าเริ่มจับต้นชนปลายได้
“พวกนั้น… พวกที่สู้กัน… คุณเป็นหัวหน้าแก๊งอะไรใช่ไหม…”
เมฆไม่ตอบทันที เขาเพียงมองแสงไฟจากถนนเบื้องล่าง
“อย่ารู้จักฉันมากจะดีกว่า” เขากล่าวเสียงเบา “แต่เอาเป็นว่า… ฉันเป็นคนที่เธอไม่ควรเข้าใกล้”
“แล้วทำไมคุณถึงช่วยฉัน?”
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมามองเธอ
สายตานั้นไม่เย็นชาเหมือนเดิม
“เพราะเธอไม่ควรมาเห็นของพวกนี้…”
“ต้องไปจากตรงนี้ ยังไม่ปลอดภัยพอ”
“ไปไหนล่ะ?”
“บ้านเธอไง”
“ห๊ะ!...ว่าไงน่ะ”
ลูกพลับนั่งเงียบ ๆ มือยังกำเสื้อแน่น เธอไม่รู้ว่าชายตรงหน้าเป็นใครกันแน่ แต่รู้แค่ว่า… เขาเพิ่งช่วยชีวิตเธอ
และเขา… กำลังจ้องเธอเหมือนพยายามอ่านอะไรบางอย่างจากดวงตาของเธอเช่นกัน