Share

บทที่ 7

last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-10 11:49:28

บทที่7 เรียนจบแล้ว

แสงแดดยามเช้าตกกระทบลงบนกระจกหน้าต่างของห้องเรียนตึกนิเทศศาสตร์

ลูกพลับ ก้าวเข้าห้องเรียนอย่างเงียบ ๆ

เธอสวมชุดนักศึกษารัดรูปที่เรียบร้อย

กระโปรงทรงสอบสีดำเข้ารูปกับเสื้อเชิ้ตขาวสะอาด

เรือนผมยาวตรงถูกรวบไว้หลวม ๆ ทำให้ใบหน้าหวานนั้นดูน่ามองยิ่งขึ้น

แค่เธอเดินเข้าห้อง...ก็มีหลายสายตามองตาม

ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนผู้หญิงด้วยกัน หรือหนุ่ม ๆ หลายคนในคณะอื่นที่บังเอิญผ่านมา

เธอสวย...แต่ไม่เย่อหยิ่ง

สง่างาม...แต่ก็ไม่เคยแสดงออกว่าเหนือใคร

“มานั่งนี่เร็วพลับ!”

เสียง แก้ว เพื่อนสนิทตัวเล็ก หน้าตาน่ารัก ท่าทางกระฉับกระเฉง โบกมือเรียกอย่างคุ้นเคย

ข้าง ๆ กันคือ โบตั๋น สาวสวยอีกคน ผิวขาวจัด ทรงผมดัดลอนดูทันสมัยและมั่นใจ

เธอยิ้มบาง ๆ ขณะเลื่อนเก้าอี้ให้พลับนั่ง

“วันนี้อาจารย์เช็คชื่อด้วยนะ ยิ้ม ๆ ไว้ เดี๋ยวได้คะแนนบวก”

พลับยิ้มรับ เธอเหนื่อย...แต่ก็ไม่เคยบ่น

เพราะเธอรู้ว่า นี่คือก้าวสุดท้ายก่อนจะได้ “ชีวิตใหม่”

การเรียนคณะนิเทศศาสตร์ปี 4 ไม่ได้ง่าย

มีทั้งการทำรายงาน โปรเจกต์จบ งานกลุ่ม และฝึกงานรออยู่เบื้องหน้า

บางคืนพลับทำงานพิเศษจนเกือบเที่ยงคืน

แล้วก็ตื่นมาตั้งแต่หกโมงเช้าเพื่อมานั่งเรียน 8 โมง

แต่เธอไม่เคยขาดเรียน ไม่เคยส่งงานช้า

เพราะทุกก้าวที่เหนื่อย คือการวิ่งหนีจากอดีต…ที่เธอไม่อยากย้อนกลับไปอีก

กลางคาบเรียน

อาจารย์พิเศษจากวงการสื่อชื่อดัง กำลังสอนเกี่ยวกับ “การสื่อสารแบรนด์ผ่านอินฟลูเอนเซอร์”

พลับนั่งจดอย่างตั้งใจ

ตาล้า แต่หัวใจยังเต็มเปี่ยม

อาจารย์เงยหน้ามามองเธอ พลางพูดขึ้นกลางห้อง

“นักศึกษาคนนี้...นั่งหน้าห้องทุกครั้ง ตั้งใจทุกครั้ง — ขอชมเชย”

พลับชะงักเล็กน้อย

มีเสียงเพื่อน ๆ ฮือฮาเบา ๆ

ส่วนแก้วกับโบตั๋นก็เอาศอกกระทุ้งเธอเบา ๆ อย่างภูมิใจ

ที่โต๊ะโรงอาหาร

พลับนั่งกินข้าวคลุกกะปิกับเพื่อน ๆ อย่างเรียบง่าย

โบตั๋นมองเธอแล้วถอนหายใจ

“หน้าสวยแบบนี้ ไม่ไปเป็นนางแบบละ?”

“หรือให้พี่ชายกูฝากเข้าโปรดักชันเถอะ งานดี เงินดี”

“ไม่เอาหรอก...” พลับหัวเราะเบา ๆ

“ขอเรียนให้จบก่อน...พอเรียนจบ กูจะหาเงินด้วยตัวเอง”

แก้วพยักหน้าแรง

“ใช่เลย เพื่อนกูโคตรเก่ง อยู่กับใครก็ต้องเฉิดฉาย”

คำพูดของเพื่อน ๆ

ทำให้พลับเผลอยิ้มออกมา แม้ในใจจะเหนื่อยแทบขาดใจ

พลับเดินออกจากคณะในช่วงเย็น

ลมเย็นพัดปลิวกลิ่นหอมจากดอกลีลาวดีหน้าตึก

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเบา ๆ — แจ้งเตือนข้อความจากเพื่อนๆ

แต่ไม่ใช่ใครคนเดิมที่เธอรอ

ไม่มีแม้แต่เงาของ “เขา” ที่หายไปเกือบเดือน

…แต่เธอก็ยังไม่ลืม

เธอสูดลมหายใจ

แล้วเดินตรงไปยังป้ายรถเมล์เหมือนทุกวัน

กระเป๋าสะพายหนัก แต่หัวใจยังแน่นด้วย “ความฝัน”

หลายวันต่อมาเสียงเครื่องปรินต์ในห้องเรียนดังต่อเนื่อง

กลุ่มนักศึกษาปี 4 กำลังปั่นโปรเจกต์กันอย่างเคร่งเครียด

พลับนั่งอยู่กลางโต๊ะล้อมด้วยแก้วและโบตั๋น

เอกสารรายงานหนา ๆ วางซ้อนกันบนโต๊ะ

เธอขมวดคิ้ว พิมพ์ข้อความลงในโน้ตบุ๊ก

แม้ใบหน้าจะดูอิดโรย แต่ดวงตายังคงแน่วแน่

“อีกนิดเดียว...จะจบแล้ว”

แก้วเอ่ยขึ้นอย่างตื่นเต้น

“เราจะได้ไม่ต้องมานอนคาโต๊ะอีกแล้วเว้ย!”

โบตั๋นหาวพลางหัวเราะ

“แค่ได้ใส่ชุดครุยกับเพื่อนกูก็พอใจละ!”

พลับเงยหน้าขึ้นยิ้มบาง ๆ

เธอไม่ได้หวังให้มีใครมาแสดงความยินดี

ขอแค่ได้ยืนตรงนี้...พร้อมเพื่อนที่เข้าใจ ก็มากพอแล้ว

ประกาศผลสอบปลายภาคถูกติดไว้ที่บอร์ดกลางคณะ

พลับยืนดูเลขประจำตัวของตัวเองอยู่นาน

เธอเลื่อนนิ้วไล่ชื่อ...จนกระทั่งหยุดที่บรรทัดหนึ่ง

“พิชยา จบหลักสูตร เกียรตินิยมอันดับสอง”

หัวใจเธอเต้นแรง

เธอเงยหน้าขึ้น น้ำตาซึม

“ในที่สุด…กูก็ทำได้”

เช้านั้นแดดสว่างจ้า

บริเวณมหาวิทยาลัยเต็มไปด้วยครอบครัว เพื่อน คนรัก และคนสำคัญของเหล่าบัณฑิต

เสียงแฟลชกล้อง เสียงหัวเราะ และรอยยิ้มอบอุ่นเต็มทุกมุม

แต่...ลูกพลับยืนอยู่คนเดียวใต้ต้นไม้ใหญ่

เธอสวมชุดครุยสีดำ ผมถูกรวบไว้อย่างเรียบร้อย ใบหน้าสวยหวานแต่งอ่อน ๆ

มือถือช่อดอกไม้เล็ก ๆ ที่เธอซื้อให้ตัวเอง

ไม่มีแม่

ไม่มีพ่อ

มีแต่พี่สาวที่ยังนอนอยู่โรงพยาบาล

เธอยิ้มให้กล้องของมหาวิทยาลัย…แต่ในใจเหมือนมีบางอย่างขาดหาย

...

“พลับ!”

เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง

“ภูผา” เดินเข้ามาพร้อมช่อดอกทิวลิปสีชมพูอ่อนในมือ

เขาสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวกับกางเกงสแล็ก เรียบหรูและดูดีเช่นเคย

“ขอโทษที่มาช้านะ” เขาวางดอกไม้ลงในมือเธอ “แต่ขอบคุณที่ไม่จบไปก่อนผมมา”

พลับหัวเราะเบา ๆ

“ขอบคุณที่มา…ไม่คิดเลยว่าจะมีใครมา”

ภูผาหยิบกล้องขึ้น

“วันนี้ต้องมีคนถ่ายรูปให้สิ ไม่งั้นคนสวยจะมีหลักฐานไหมว่าเคยเป็นบัณฑิต?”

แชะ!

ภาพนั้น — ภูผาเก็บไว้ในมือถือ

และเก็บไว้ในใจโดยไม่พูดออกมา

ภายใต้แสงแดดจากอีกฟากของมหาวิทยาลัย

เมฆ ยืนอยู่ริมรั้วใต้ต้นไม้ไกลออกไป

เขาสวมเสื้อเชิ้ตดำ สวมแว่นกันแดด

ยืนพิงรถยนต์หรูโดยไม่ให้ใครสังเกต

ดวงตาเขาไม่เคยละออกจากร่างของพลับที่ยืนยิ้มกับดอกไม้ช่อหนึ่ง

ชายหนุ่มที่ยืนข้างเธอ…ยื่นกล้องให้เธอเล่น

เธอยิ้มสดใสแบบที่เขาไม่เคยได้เห็นจากระยะใกล้

พี่คิงที่ยืนอยู่ด้านข้างกระซิบเบา ๆ

“เข้าไปไหมครับนาย?”

เมฆเงียบไปนาน

แล้วส่ายหัวเบา ๆ

“ยังไม่ใช่เวลา”

เขายืนมองเธอจากไกล ๆ อีกครู่

ก่อนจะหมุนตัวกลับขึ้นรถ...ทิ้งเพียงกลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ และความเงียบงัน

_____

แสงไฟนีออนสีม่วงตัดกับสีฟ้าอ่อนวาบไปทั่วเวที

เสียงดนตรี EDM ดังสะเทือนหัวใจ

คืนนี้ “ผับกรูฟวิซ” กลางเมืองกรุงเทพฯ คึกคักกว่าทุกคืน

ลูกค้าหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย

บอดี้การ์ดและพนักงานประจำคลับในชุดดำเข้มยืนเรียงรายอย่างเป็นระบบ

นี่คือหนึ่งในธุรกิจระดับ VVIP ของ...เมฆา – หัวหน้าแก๊งเมฆา

บันไดทางเข้าส่องไฟแสงฟ้าไล่ลงมาตามจังหวะ

เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ

แล้ว...ทั้งคลับก็เหมือนหยุดนิ่งไปชั่วครู่

ลูกพลับ เดินนำหน้าในชุดเดรสสายเดี่ยวสีแดงเลือดนก ความยาวเหนือเข่า

ผิวขาวเนียนตัดกับชุด ผมยาวปล่อยสยาย แต่งหน้าแน่นแต่หวานสะพรั่ง

เธอสวย...แบบที่ใครเห็นก็ต้องเหลียวหลัง

ตามมาด้วย แก้ว ในชุดมินิเดรสดำคาดเงินเปรี้ยวซ่า กับ โบตั๋น ที่ใส่เดรสสั้นสุดหรู

“คืนนี้กูจะเต้นให้ลืมชื่อแฟนเก่า!” แก้วตะโกนเสียงดัง

“คืนนี้กูจะเมาให้ได้บัตรเครดิตใหม่!” โบตั๋นขำตาม

“ส่วนกู...”

พลับยิ้มบาง ๆ

“ขอแค่วันนี้...ไม่ต้องเครียดเรื่องชีวิตก็พอ”

ทั้งสามหัวเราะ แล้วจูงมือกันเดินเข้าไปในผับ

โซน VIP…ที่เขามองจากมุมมืด

ชั้นสองของผับ ถูกแบ่งเป็นห้องกระจกโปร่งแสงสำหรับเจ้าของเท่านั้น

จากมุมสูงของห้องนั้น…เมฆ นั่งจิบวิสกี้เงียบ ๆ ข้างกระจก

ลูกน้องยืนรายล้อม พี่คิงยื่นโทรศัพท์ให้

“นาย...นั่นพลับนี่ครับ”

เมฆเหลือบตามองลงไปเบื้องล่าง

แล้วจู่ ๆ มือที่ถือแก้วก็แน่นขึ้นเล็กน้อย

เธอ...ใส่ชุดแบบนั้น

เธอ...ยิ้มร่าเริงกับเพื่อน

และเธอ...กำลังถูกมองโดยผู้ชายทุกโต๊ะ

ทุกสายตามองเธอ

"ขอโทษครับ พอจะขอ I* ได้ไหมครับ?”

“สวยจังครับ มากับใครหรือยัง?”

เสียงถามจากชายหนุ่มหลายโต๊ะ

พวกเขาต่างเข้ามาอย่างสุภาพ — แต่แววตาไม่สุภาพเลยสักนิด

ลูกพลับยิ้มบาง ๆ แล้วปฏิเสธทุกคน

“ขอโทษนะคะ ไม่สะดวกค่ะ”

แต่พอเธอเดินผ่าน...ก็มีเสียงแซว เสียงมองตาม

และสายตาบางคู่...จ้องแบบ “คิดจะงับจริง”

พลับนั่งลงหน้าโต๊ะ

เธอเพิ่งจะจิบค็อกเทลแก้วที่สอง แต่หน้าก็เริ่มแดงแล้ว

“พลับ...มึงเมาแล้ว”

โบตั๋นรีบยื่นน้ำเปล่าให้

“ปกติมึงไม่กินเลยไม่ใช่เหรอ?” แก้วถาม

“วันนี้...ขอได้ไหม”

“ชีวิตกูเพิ่งจบปีสี่นะ...ขอมีโมเมนต์บ้าง”

เธอหัวเราะ แล้วเงยหน้ารับแสงไฟบนเพดาน

สวย...จนคนทั้งคลับเหมือนหยุดหายใจ

เมฆกำมือแน่น เขาเฝ้ามองผู้ชายคนนั้นที่เข้ามานั่งข้าง ๆ พลับ

เฝ้าดูผู้ชายอีกคนที่ยื่นแก้วเหล้าให้

เฝ้าดูเธอที่หัวเราะ และโอนเอนไปมากับเสียงเพลง

พี่คิงถามเบา ๆ “จะให้ผมลงไปไหมครับ?”

เมฆเงียบ

“...ยัง”

เขาจ้องเธอราวกับจะฝังภาพนั้นไว้ในใจ

แต่ในใจเขา...

“ทำไมต้องเมาขนาดนั้น?”

“รู้ไหม...ว่าตัวเองสวยแค่ไหน?”

“รู้ไหม...ว่าอยู่ตรงนั้นมันอันตรายแค่ไหน?”

เขากัดฟัน

“แต่กูไม่มีสิทธิ์…จะเข้าไปบอกเธอได้ยังไง”

ชายคนหนึ่งวางมือบนบ่าพลับ

เธอสะดุ้ง และหันไปจะผลักออก แต่สายตาเริ่มพร่ามัว

“ไปนั่งโต๊ะพี่หน่อยไหมคนสวย…”

เสียงกรุ่มกริ่ม กระซิบข้างหู

“ไม่ค่ะ…”

พลับพยายามยกมือขึ้น แต่ตัวอ่อนลงทุกที

เสียงสื่อสารในหูพี่คิงดังขึ้น

“ลงไปเลย” เมฆสั่งเสียงนิ่ง

ตอนนี้...เขาจะไม่ยืนดูเฉย ๆ อีกต่อไป

เสียงเพลงยังคงดังกระหึ่มทั่วฟลอร์ ผสมกับเสียงหัวเราะ เสียงแก้วกระทบกัน และจังหวะเต้นรัวแรง

แต่ในสายตาของเมฆ ไม่มีสิ่งใดเคลื่อนไหว — มีเพียง “หญิงสาวร่างเล็กที่นั่งพิงโซฟา” อย่างหมดแรง

“พลับ...เมาแล้วจริง ๆ”

พี่คิงที่ยืนอยู่ด้านล่าง โบกมือเรียกพนักงานให้ถอยออกห่าง

เขาเฝ้าดูผู้ชายสองคนที่เพิ่งเดินเข้ามาจ้องพลับจากโต๊ะข้าง ๆ

พร้อมกับหยิบหูฟังขึ้นแนบหู

“นายครับ...ถ้ายังไม่ลงไป คืนนี้เธอได้เรื่องแน่”

เสียงคิงนิ่ง แต่กระชับ

“รออะไรอยู่ล่ะ”

เสียงของเมฆตอบจากข้างบน พร้อมกับเสียงเก้าอี้เลื่อน...

เมฆก้าวลงจากชั้น VIP

สูทสีดำเรียบหรู รองเท้าหนังเงาวับ และแววตานิ่งเรียบแบบอันตราย

เมื่อเขาเดินผ่าน…คนทั้งผับหลีกให้โดยไม่รู้ตัว

ไม่มีใครกล้าทัก…แม้แต่คนรู้ว่าเขาเป็นใคร

เขาเดินตรงไปยังโซฟาของสามสาว

และหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ

“พลับ…”

เสียงเขาเรียกเบา ๆ พลางก้มลง

หญิงสาวในชุดเดรสแดงตาหวาน พูดไม่ชัด

“อือ…เมฆ”

เธอพิงหัวกับโซฟาอย่างอ่อนแรง

“เอ่อ…ขอโทษนะคะ คุณเป็นใครอะ?”

แก้วรีบยืนขึ้นขวาง พร้อมดึงพลับให้นั่งตรง

“จะพาเพื่อนหนูไปไหน?”

โบตั๋นเสริมเสียงแข็ง “พลับเมานะ หนูไม่ให้ไปกับใครหรอก!”

เมฆมองทั้งสองคนครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดนิ่ง ๆ

“ผมจะพาเธอกลับไปนอน ไม่ปลอดภัยถ้าอยู่ต่อ”

ทั้งแก้วและโบตั๋นยังไม่ยอม

“รู้จักพลับเหรอ? เป็นอะไรกัน?”

เมฆกำลังจะตอบ แต่ยังไม่ทันเอ่ย…

“รู้จัก…”

เสียงพลับเบา ๆ เปล่งออกมาทั้งที่ตายังปิดอยู่

“อือ...รู้จัก”

สองสาวหันมองกัน ก่อนจะชะงัก

แม้จะงง...แต่สุดท้ายก็ยอมปล่อยให้เขาพาเพื่อนไป

โดยแก้วพูดเสียงเบา

“งั้นฝากเพื่อนเราด้วยนะคะ”

เมฆพยักหน้า

ก่อนจะอุ้มร่างบางที่สลบพับขึ้นแนบอกแน่นแล้วพาไปขึ้นรถ

“จุ๊บ!” เธอยิ้มแต่ยังคงเมา

“เอ๊ะ!” เมฆชะงัก

หลังจากที่พลับแอบหอมแก้มเมฆไปหนึ่งที

บรรยากาศภายในรถก็เหมือนจะเปลี่ยนไป

ร้อนขึ้น…ทั้งที่เครื่องปรับอากาศเปิดอยู่

เมฆพยายามตั้งสติ แล้วเบือนหน้าหนี

มือก็เอื้อมไปหยิบเข็มขัดนิรภัยมาให้เธอรัด

แต่แค่จะขยับตัว…พลับก็ค่อย ๆ เอนหัวมาซบไหล่เขาเต็มแรง

“เห้ย…เดี๋ยว ๆ”

“พลับ...เธอนั่งดี ๆ หน่อยสิ”

เขาเงยหน้ามองอย่างกระวนกระวาย

ตัดภาพมาที่เธอ…

หญิงสาวในชุดเดรสสั้นรัดรูปสีแดง

พอนั่งลงบนเบาะหนังขาวหรูหรา — ชายกระโปรงก็กระตุกขึ้นอีกนิด

เผยเรียวขาขาวเนียนจนเขาต้องเบือนสายตาหนีแทบจะทันที

"โอ๊ย...เธอจะใส่สั้นไปถึงไหนวะ"

เขาพึมพำเบา ๆ เหมือนดุ แต่ก็ไม่ได้ขยับเธอออก

กลับใช้มืออีกข้าง ดึงชายเดรสให้ลงมาปิดเข่าพลับเบา ๆ

หวงมาก…แต่ไม่อยากให้เธอรู้

“แบบนี้ถ้าไม่ใช่ฉัน เธอจะรอดไหมพลับ”

เธอยังซบอยู่ที่บ่าเขา

ใบหน้าซุกตรงต้นคอ ใกล้จนได้ยินเสียงลมหายใจอุ่น ๆ ของกันและกัน

“...พี่เมฆอุ่นจัง”

เสียงเธอแผ่วเบาเหมือนละเมอ

เมฆก้มหน้าลงเล็กน้อย มองเธออย่างอ่อนโยน

มืออีกข้างยกขึ้น ลูบผมเธอเบา ๆ ไม่ให้มันบังหน้า

“พลับ…เธอน่ารักเกินไปแล้วนะ”

เขากระซิบกับตัวเองเบา ๆ

ในใจเขาตอนนี้ปั่นป่วนไปหมด

อยากดุ

อยากว่า

อยากถามว่าใส่ชุดแบบนี้คิดอะไรอยู่

แต่สิ่งเดียวที่เขาทำได้...คือ

“ขอแค่คืนนี้ ฉันจะดูแลเธอเอง”

“แล้วพรุ่งนี้เช้า…ค่อยถอยออกมา”

แม้จะรู้ว่า…คงไม่มีวันถอยได้จริง ๆ แล้วก็ตาม

เสียงล็อคประตูคอนโด “แกร๊ก”

เมฆเดินอุ้มพลับเข้ามาในห้องอย่างระวัง

เธอหลับตาพริ้มบนอกเขา ร่างเล็กแนบสนิท

กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากตัวเธอทำให้หัวใจเขาเต้นถี่อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

“นายครับ ให้ผมช่วย—”

พี่คิงกำลังจะตามเข้ามา แต่เมฆยกมือห้ามไว้

“กลับไปก่อน เดี๋ยวฉันดูแลเอง”

คิงพยักหน้า ถอนหายใจในใจ…

‘ห่วงแบบนี้ยังจะทำเป็นปากแข็งอีกนะนาย’

เมฆอุ้มเธอมาวางลงบนเตียงเบา ๆ

พยายามจะดึงมือเธออกจากคอเขา…

แต่...

“ไม่เอาาาา...อย่าปล่อยพลับไปอีก”

เธอกอดคอเขาไว้แน่นกว่าเดิม

ตาเริ่มปรือ…แต่ปากพูดไม่หยุด

“ทำไมพี่เมฆชอบหายไป...”

“ชอบโผล่มาแบบไม่บอกก่อน…”

“ตอนที่หนูพยายามจะลืม พี่ก็โผล่มาทำไม...”

เมฆนิ่งงัน

หัวใจเหมือนหยุดเต้นไปชั่ววินาที

“วันรับปริญญา...หนูรอ...รออยู่นะ”

“รู้ไหมว่าอยากให้พี่ไปมากแค่ไหน…”

เสียงของพลับเบาเรื่อย ๆ เหมือนจะร้องไห้

“แต่พี่ไม่มา...หนูก็เลยบอกตัวเองว่า พี่ไม่คิดอะไรเลย...แล้วให้เงินหนูทำไม”

แล้วเธอก็ยกหน้าเข้าไปใกล้

“แต่ตอนนี้...อยู่ตรงนี้แล้วใช่ไหม”

จุ๊บ

ริมฝีปากเล็ก ๆ จรดลงบนแก้มเมฆอีกครั้ง

“...พลับ”

เสียงเขาแหบต่ำ

ดวงตาคมหลุบลง

มือสองข้างแน่นกับขอบเตียง

‘เธอเมา...เธอไม่ได้ตั้งใจ...’

เขาพยายามเตือนตัวเอง

แต่...กลิ่นหอมจากเธอ

น้ำเสียงที่เธอพูด

และคำสารภาพตรง ๆ แบบนั้น

มันทำให้เขาสั่น...สั่นไปหมด

เขากัดกรามแน่น — ดังจนได้ยิน

เธอกำลังหลับตา

แต่ยังคงยิ้มบาง ๆ เหมือนมีความสุขในฝัน

เมฆลุกขึ้นช้า ๆ

คว้าผ้าห่มมาคลุมตัวเธออย่างเบามือ

แล้วนั่งลงที่โซฟาปลายเตียง

เขาหันหน้าหนี

แต่ยังไม่ละสายตาจากหญิงสาวบนเตียงแม้แต่วินาทีเดียว

“นี่เธอ...พูดอะไรลงไปบ้างรู้ไหม”

เขาพึมพำกับตัวเองเบา ๆ

“ถ้ายังพูดแบบนี้อีก...ฉันอาจจะห้ามตัวเองไม่ได้แล้วจริง ๆ”
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เมียเจ้าพ่อ   บทที่ 97

    เสียงเพลงเปลี่ยนเป็นจังหวะช้า พิธีกรประกาศเชิญเจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้าสู่ฟลอร์เต้นรำแต่บอกเลยว่า… งานนี้ไม่ใช่เต้นรำธรรมดา เพราะแฝดสี่ตะโกนขึ้นกลางฟลอร์ว่า “หนูอยากเต้นด้วย!!” พร้อมกระโดดตะกายพ่อแม่กันยกใหญ่ในวินาทีนั้น พลับและพลอยสบตากัน ก่อนจะหลุดขำเสียงดัง แล้วก็ช่วยกันจับมือลูกทั้งสี่คนขึ้นฟลอร์ไปด

  • เมียเจ้าพ่อ   บทที่ 96

    บทที่45 ตอนพิเศษค่ำคืนหนึ่งในเดือนธันวาคม — กรุงเทพฯร้านอาหารหรูบนชั้นดาดฟ้าของโรงแรมภูผา ถูกเนรมิตให้กลายเป็นดินเนอร์หรูส่วนตัวของ “สองครอบครัวใหญ่” ใต้ท้องฟ้าสีมืดมิดปนแสงดาว พื้นไม้สีเข้มสะท้อนแสงไฟนวลที่ประดับประดารอบโต๊ะอาหารยาว ซึ่งเต็มไปด้วยอาหารที่ถูกคัดสรรมาอย่างดี ทั้งไทย ฝรั่ง ญี่ปุ่น แ

  • เมียเจ้าพ่อ   บทที่ 95

    เสียงนาวาร้องอย่างตื่นเต้น แล้วรีบวิ่งไปหามุมประจำที่นั่งกับน้องๆพลอยและภูผาก็เดินมาพร้อมกัน “เมื่อคืนหลับกันสบายมั้ยคะ?” พลอยถามพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะหันไปมองเมฆที่ทำหน้าเหมือนคนไม่ได้นอนเต็มตา“สบายดีครับพลอย…” เมฆตอบ แต่โดนซันหันมาแซวทันที “พี่เมฆอ่ะเหรอ สบายจนหน้ายุ่งเลยครับเมื่อคืน”ทุกคนหัวเรา

  • เมียเจ้าพ่อ   บทที่ 94

    “อ๊ะ...อื้มมมม”เสียงครางฮือของเมฆาดังออกมาจากลำคอด้วยความเคลิบเคลิ้ม ราวกับถูกเวทย์มนต์ ทั้งสองลิ้นตวัดกันไปมาอย่างร้อนแรง แล้วมือหนาของเมฆก็เริ่มลูบคลำผิวเนียนของเธอทั่วร่าง แล้วมือหนาก็ขยับมานวดเคล้นเนินอกขาวๆทั้งสองข้างสลับไปมาใบหน้าหล่อเหลาซุกคอขาวของเธอพร้อมดูดดึงทิ้งรอยจูบไปทั่ว ปากไล้เลียมา

  • เมียเจ้าพ่อ   บทที่ 93

    บทที่44 อยากมีลูกอีกNCเสียงหัวเราะจากลานสวนค่อย ๆ ซาเมื่อเมฆเริ่มทำตัวอ้อนภรรยาหนักขึ้น เขาทั้งโอบทั้งหอมพลับซ้ายขวาไม่หยุด จนทุกคนต้องส่ายหน้า“พอเลยพี่เมฆ หอมเข้าไป เดี๋ยวก็หอบเมียกลับเข้าห้องแน่!” ซันแซวพร้อมยกแก้วไวน์ขึ้นดื่ม“เออ มันอุ้มไปแน่กูดูหลายรอบละ” ภูผาก็เสริมพลางหัวเราะเบา ๆ พลอยเองก็

  • เมียเจ้าพ่อ   บทที่ 92

    อีกด้านหนึ่ง เมฆ ภูผา และซันกำลังยืนคุยกันอย่างเคร่งเครียด"ได้ข่าวว่า…เฮียเหวินตายแล้ว" ซันพูดเสียงต่ำ สายตานิ่งสนิทขณะยกกาแฟขึ้นจิบภูผาเลิกคิ้ว "จริงดิ?""อืม ได้ข่าวจากคนในฮ่องกง ส่งต่อกันมาทางคนของเรา เฮียเหวินหัวใจวาย กะทันหัน" ซันพยักหน้าเมฆยืนนิ่ง สายตาจ้องวิวกรุงเทพที่กำลังจะค่ำ "กงเหว่ยร

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status