บทที่7 เรียนจบแล้ว
แสงแดดยามเช้าตกกระทบลงบนกระจกหน้าต่างของห้องเรียนตึกนิเทศศาสตร์
ลูกพลับ ก้าวเข้าห้องเรียนอย่างเงียบ ๆ
เธอสวมชุดนักศึกษารัดรูปที่เรียบร้อย
กระโปรงทรงสอบสีดำเข้ารูปกับเสื้อเชิ้ตขาวสะอาด
เรือนผมยาวตรงถูกรวบไว้หลวม ๆ ทำให้ใบหน้าหวานนั้นดูน่ามองยิ่งขึ้น
แค่เธอเดินเข้าห้อง...ก็มีหลายสายตามองตาม
ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนผู้หญิงด้วยกัน หรือหนุ่ม ๆ หลายคนในคณะอื่นที่บังเอิญผ่านมา
เธอสวย...แต่ไม่เย่อหยิ่ง
สง่างาม...แต่ก็ไม่เคยแสดงออกว่าเหนือใคร
“มานั่งนี่เร็วพลับ!”
เสียง แก้ว เพื่อนสนิทตัวเล็ก หน้าตาน่ารัก ท่าทางกระฉับกระเฉง โบกมือเรียกอย่างคุ้นเคย
ข้าง ๆ กันคือ โบตั๋น สาวสวยอีกคน ผิวขาวจัด ทรงผมดัดลอนดูทันสมัยและมั่นใจ
เธอยิ้มบาง ๆ ขณะเลื่อนเก้าอี้ให้พลับนั่ง
“วันนี้อาจารย์เช็คชื่อด้วยนะ ยิ้ม ๆ ไว้ เดี๋ยวได้คะแนนบวก”
พลับยิ้มรับ เธอเหนื่อย...แต่ก็ไม่เคยบ่น
เพราะเธอรู้ว่า นี่คือก้าวสุดท้ายก่อนจะได้ “ชีวิตใหม่”
การเรียนคณะนิเทศศาสตร์ปี 4 ไม่ได้ง่าย
มีทั้งการทำรายงาน โปรเจกต์จบ งานกลุ่ม และฝึกงานรออยู่เบื้องหน้า
บางคืนพลับทำงานพิเศษจนเกือบเที่ยงคืน
แล้วก็ตื่นมาตั้งแต่หกโมงเช้าเพื่อมานั่งเรียน 8 โมง
แต่เธอไม่เคยขาดเรียน ไม่เคยส่งงานช้า
เพราะทุกก้าวที่เหนื่อย คือการวิ่งหนีจากอดีต…ที่เธอไม่อยากย้อนกลับไปอีก
กลางคาบเรียน
อาจารย์พิเศษจากวงการสื่อชื่อดัง กำลังสอนเกี่ยวกับ “การสื่อสารแบรนด์ผ่านอินฟลูเอนเซอร์”
พลับนั่งจดอย่างตั้งใจ
ตาล้า แต่หัวใจยังเต็มเปี่ยม
อาจารย์เงยหน้ามามองเธอ พลางพูดขึ้นกลางห้อง
“นักศึกษาคนนี้...นั่งหน้าห้องทุกครั้ง ตั้งใจทุกครั้ง — ขอชมเชย”
พลับชะงักเล็กน้อย
มีเสียงเพื่อน ๆ ฮือฮาเบา ๆ
ส่วนแก้วกับโบตั๋นก็เอาศอกกระทุ้งเธอเบา ๆ อย่างภูมิใจ
ที่โต๊ะโรงอาหาร
พลับนั่งกินข้าวคลุกกะปิกับเพื่อน ๆ อย่างเรียบง่าย
โบตั๋นมองเธอแล้วถอนหายใจ
“หน้าสวยแบบนี้ ไม่ไปเป็นนางแบบละ?”
“หรือให้พี่ชายกูฝากเข้าโปรดักชันเถอะ งานดี เงินดี”
“ไม่เอาหรอก...” พลับหัวเราะเบา ๆ
“ขอเรียนให้จบก่อน...พอเรียนจบ กูจะหาเงินด้วยตัวเอง”
แก้วพยักหน้าแรง
“ใช่เลย เพื่อนกูโคตรเก่ง อยู่กับใครก็ต้องเฉิดฉาย”
คำพูดของเพื่อน ๆ
ทำให้พลับเผลอยิ้มออกมา แม้ในใจจะเหนื่อยแทบขาดใจ
พลับเดินออกจากคณะในช่วงเย็น
ลมเย็นพัดปลิวกลิ่นหอมจากดอกลีลาวดีหน้าตึก
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเบา ๆ — แจ้งเตือนข้อความจากเพื่อนๆ
แต่ไม่ใช่ใครคนเดิมที่เธอรอ
ไม่มีแม้แต่เงาของ “เขา” ที่หายไปเกือบเดือน
…แต่เธอก็ยังไม่ลืม
เธอสูดลมหายใจ
แล้วเดินตรงไปยังป้ายรถเมล์เหมือนทุกวัน
กระเป๋าสะพายหนัก แต่หัวใจยังแน่นด้วย “ความฝัน”
หลายวันต่อมาเสียงเครื่องปรินต์ในห้องเรียนดังต่อเนื่อง
กลุ่มนักศึกษาปี 4 กำลังปั่นโปรเจกต์กันอย่างเคร่งเครียด
พลับนั่งอยู่กลางโต๊ะล้อมด้วยแก้วและโบตั๋น
เอกสารรายงานหนา ๆ วางซ้อนกันบนโต๊ะ
เธอขมวดคิ้ว พิมพ์ข้อความลงในโน้ตบุ๊ก
แม้ใบหน้าจะดูอิดโรย แต่ดวงตายังคงแน่วแน่
“อีกนิดเดียว...จะจบแล้ว”
แก้วเอ่ยขึ้นอย่างตื่นเต้น
“เราจะได้ไม่ต้องมานอนคาโต๊ะอีกแล้วเว้ย!”
โบตั๋นหาวพลางหัวเราะ
“แค่ได้ใส่ชุดครุยกับเพื่อนกูก็พอใจละ!”
พลับเงยหน้าขึ้นยิ้มบาง ๆ
เธอไม่ได้หวังให้มีใครมาแสดงความยินดี
ขอแค่ได้ยืนตรงนี้...พร้อมเพื่อนที่เข้าใจ ก็มากพอแล้ว
ประกาศผลสอบปลายภาคถูกติดไว้ที่บอร์ดกลางคณะ
พลับยืนดูเลขประจำตัวของตัวเองอยู่นาน
เธอเลื่อนนิ้วไล่ชื่อ...จนกระทั่งหยุดที่บรรทัดหนึ่ง
“พิชยา จบหลักสูตร เกียรตินิยมอันดับสอง”
หัวใจเธอเต้นแรง
เธอเงยหน้าขึ้น น้ำตาซึม
“ในที่สุด…กูก็ทำได้”
เช้านั้นแดดสว่างจ้า
บริเวณมหาวิทยาลัยเต็มไปด้วยครอบครัว เพื่อน คนรัก และคนสำคัญของเหล่าบัณฑิต
เสียงแฟลชกล้อง เสียงหัวเราะ และรอยยิ้มอบอุ่นเต็มทุกมุม
แต่...ลูกพลับยืนอยู่คนเดียวใต้ต้นไม้ใหญ่
เธอสวมชุดครุยสีดำ ผมถูกรวบไว้อย่างเรียบร้อย ใบหน้าสวยหวานแต่งอ่อน ๆ
มือถือช่อดอกไม้เล็ก ๆ ที่เธอซื้อให้ตัวเอง
ไม่มีแม่
ไม่มีพ่อ
มีแต่พี่สาวที่ยังนอนอยู่โรงพยาบาล
เธอยิ้มให้กล้องของมหาวิทยาลัย…แต่ในใจเหมือนมีบางอย่างขาดหาย
...
“พลับ!”
เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง
“ภูผา” เดินเข้ามาพร้อมช่อดอกทิวลิปสีชมพูอ่อนในมือ
เขาสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวกับกางเกงสแล็ก เรียบหรูและดูดีเช่นเคย
“ขอโทษที่มาช้านะ” เขาวางดอกไม้ลงในมือเธอ “แต่ขอบคุณที่ไม่จบไปก่อนผมมา”
พลับหัวเราะเบา ๆ
“ขอบคุณที่มา…ไม่คิดเลยว่าจะมีใครมา”
ภูผาหยิบกล้องขึ้น
“วันนี้ต้องมีคนถ่ายรูปให้สิ ไม่งั้นคนสวยจะมีหลักฐานไหมว่าเคยเป็นบัณฑิต?”
แชะ!
ภาพนั้น — ภูผาเก็บไว้ในมือถือ
และเก็บไว้ในใจโดยไม่พูดออกมา
ภายใต้แสงแดดจากอีกฟากของมหาวิทยาลัย
เมฆ ยืนอยู่ริมรั้วใต้ต้นไม้ไกลออกไป
เขาสวมเสื้อเชิ้ตดำ สวมแว่นกันแดด
ยืนพิงรถยนต์หรูโดยไม่ให้ใครสังเกต
ดวงตาเขาไม่เคยละออกจากร่างของพลับที่ยืนยิ้มกับดอกไม้ช่อหนึ่ง
ชายหนุ่มที่ยืนข้างเธอ…ยื่นกล้องให้เธอเล่น
เธอยิ้มสดใสแบบที่เขาไม่เคยได้เห็นจากระยะใกล้
พี่คิงที่ยืนอยู่ด้านข้างกระซิบเบา ๆ
“เข้าไปไหมครับนาย?”
เมฆเงียบไปนาน
แล้วส่ายหัวเบา ๆ
“ยังไม่ใช่เวลา”
เขายืนมองเธอจากไกล ๆ อีกครู่
ก่อนจะหมุนตัวกลับขึ้นรถ...ทิ้งเพียงกลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ และความเงียบงัน
_____
แสงไฟนีออนสีม่วงตัดกับสีฟ้าอ่อนวาบไปทั่วเวที
เสียงดนตรี EDM ดังสะเทือนหัวใจ
คืนนี้ “ผับกรูฟวิซ” กลางเมืองกรุงเทพฯ คึกคักกว่าทุกคืน
ลูกค้าหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย
บอดี้การ์ดและพนักงานประจำคลับในชุดดำเข้มยืนเรียงรายอย่างเป็นระบบ
นี่คือหนึ่งในธุรกิจระดับ VVIP ของ...เมฆา – หัวหน้าแก๊งเมฆา
บันไดทางเข้าส่องไฟแสงฟ้าไล่ลงมาตามจังหวะ
เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ
แล้ว...ทั้งคลับก็เหมือนหยุดนิ่งไปชั่วครู่
ลูกพลับ เดินนำหน้าในชุดเดรสสายเดี่ยวสีแดงเลือดนก ความยาวเหนือเข่า
ผิวขาวเนียนตัดกับชุด ผมยาวปล่อยสยาย แต่งหน้าแน่นแต่หวานสะพรั่ง
เธอสวย...แบบที่ใครเห็นก็ต้องเหลียวหลัง
ตามมาด้วย แก้ว ในชุดมินิเดรสดำคาดเงินเปรี้ยวซ่า กับ โบตั๋น ที่ใส่เดรสสั้นสุดหรู
“คืนนี้กูจะเต้นให้ลืมชื่อแฟนเก่า!” แก้วตะโกนเสียงดัง
“คืนนี้กูจะเมาให้ได้บัตรเครดิตใหม่!” โบตั๋นขำตาม
“ส่วนกู...”
พลับยิ้มบาง ๆ
“ขอแค่วันนี้...ไม่ต้องเครียดเรื่องชีวิตก็พอ”
ทั้งสามหัวเราะ แล้วจูงมือกันเดินเข้าไปในผับ
โซน VIP…ที่เขามองจากมุมมืด
ชั้นสองของผับ ถูกแบ่งเป็นห้องกระจกโปร่งแสงสำหรับเจ้าของเท่านั้น
จากมุมสูงของห้องนั้น…เมฆ นั่งจิบวิสกี้เงียบ ๆ ข้างกระจก
ลูกน้องยืนรายล้อม พี่คิงยื่นโทรศัพท์ให้
“นาย...นั่นพลับนี่ครับ”
เมฆเหลือบตามองลงไปเบื้องล่าง
แล้วจู่ ๆ มือที่ถือแก้วก็แน่นขึ้นเล็กน้อย
เธอ...ใส่ชุดแบบนั้น
เธอ...ยิ้มร่าเริงกับเพื่อน
และเธอ...กำลังถูกมองโดยผู้ชายทุกโต๊ะ
ทุกสายตามองเธอ
"ขอโทษครับ พอจะขอ I* ได้ไหมครับ?”
“สวยจังครับ มากับใครหรือยัง?”
เสียงถามจากชายหนุ่มหลายโต๊ะ
พวกเขาต่างเข้ามาอย่างสุภาพ — แต่แววตาไม่สุภาพเลยสักนิด
ลูกพลับยิ้มบาง ๆ แล้วปฏิเสธทุกคน
“ขอโทษนะคะ ไม่สะดวกค่ะ”
แต่พอเธอเดินผ่าน...ก็มีเสียงแซว เสียงมองตาม
และสายตาบางคู่...จ้องแบบ “คิดจะงับจริง”
พลับนั่งลงหน้าโต๊ะ
เธอเพิ่งจะจิบค็อกเทลแก้วที่สอง แต่หน้าก็เริ่มแดงแล้ว
“พลับ...มึงเมาแล้ว”
โบตั๋นรีบยื่นน้ำเปล่าให้
“ปกติมึงไม่กินเลยไม่ใช่เหรอ?” แก้วถาม
“วันนี้...ขอได้ไหม”
“ชีวิตกูเพิ่งจบปีสี่นะ...ขอมีโมเมนต์บ้าง”
เธอหัวเราะ แล้วเงยหน้ารับแสงไฟบนเพดาน
สวย...จนคนทั้งคลับเหมือนหยุดหายใจ
เมฆกำมือแน่น เขาเฝ้ามองผู้ชายคนนั้นที่เข้ามานั่งข้าง ๆ พลับ
เฝ้าดูผู้ชายอีกคนที่ยื่นแก้วเหล้าให้
เฝ้าดูเธอที่หัวเราะ และโอนเอนไปมากับเสียงเพลง
พี่คิงถามเบา ๆ “จะให้ผมลงไปไหมครับ?”
เมฆเงียบ
“...ยัง”
เขาจ้องเธอราวกับจะฝังภาพนั้นไว้ในใจ
แต่ในใจเขา...
“ทำไมต้องเมาขนาดนั้น?”
“รู้ไหม...ว่าตัวเองสวยแค่ไหน?”
“รู้ไหม...ว่าอยู่ตรงนั้นมันอันตรายแค่ไหน?”
เขากัดฟัน
“แต่กูไม่มีสิทธิ์…จะเข้าไปบอกเธอได้ยังไง”
ชายคนหนึ่งวางมือบนบ่าพลับ
เธอสะดุ้ง และหันไปจะผลักออก แต่สายตาเริ่มพร่ามัว
“ไปนั่งโต๊ะพี่หน่อยไหมคนสวย…”
เสียงกรุ่มกริ่ม กระซิบข้างหู
“ไม่ค่ะ…”
พลับพยายามยกมือขึ้น แต่ตัวอ่อนลงทุกที
เสียงสื่อสารในหูพี่คิงดังขึ้น
“ลงไปเลย” เมฆสั่งเสียงนิ่ง
ตอนนี้...เขาจะไม่ยืนดูเฉย ๆ อีกต่อไป
เสียงเพลงยังคงดังกระหึ่มทั่วฟลอร์ ผสมกับเสียงหัวเราะ เสียงแก้วกระทบกัน และจังหวะเต้นรัวแรง
แต่ในสายตาของเมฆ ไม่มีสิ่งใดเคลื่อนไหว — มีเพียง “หญิงสาวร่างเล็กที่นั่งพิงโซฟา” อย่างหมดแรง
“พลับ...เมาแล้วจริง ๆ”
พี่คิงที่ยืนอยู่ด้านล่าง โบกมือเรียกพนักงานให้ถอยออกห่าง
เขาเฝ้าดูผู้ชายสองคนที่เพิ่งเดินเข้ามาจ้องพลับจากโต๊ะข้าง ๆ
พร้อมกับหยิบหูฟังขึ้นแนบหู
“นายครับ...ถ้ายังไม่ลงไป คืนนี้เธอได้เรื่องแน่”
เสียงคิงนิ่ง แต่กระชับ
“รออะไรอยู่ล่ะ”
เสียงของเมฆตอบจากข้างบน พร้อมกับเสียงเก้าอี้เลื่อน...
เมฆก้าวลงจากชั้น VIP
สูทสีดำเรียบหรู รองเท้าหนังเงาวับ และแววตานิ่งเรียบแบบอันตราย
เมื่อเขาเดินผ่าน…คนทั้งผับหลีกให้โดยไม่รู้ตัว
ไม่มีใครกล้าทัก…แม้แต่คนรู้ว่าเขาเป็นใคร
เขาเดินตรงไปยังโซฟาของสามสาว
และหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ
“พลับ…”
เสียงเขาเรียกเบา ๆ พลางก้มลง
หญิงสาวในชุดเดรสแดงตาหวาน พูดไม่ชัด
“อือ…เมฆ”
เธอพิงหัวกับโซฟาอย่างอ่อนแรง
“เอ่อ…ขอโทษนะคะ คุณเป็นใครอะ?”
แก้วรีบยืนขึ้นขวาง พร้อมดึงพลับให้นั่งตรง
“จะพาเพื่อนหนูไปไหน?”
โบตั๋นเสริมเสียงแข็ง “พลับเมานะ หนูไม่ให้ไปกับใครหรอก!”
เมฆมองทั้งสองคนครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดนิ่ง ๆ
“ผมจะพาเธอกลับไปนอน ไม่ปลอดภัยถ้าอยู่ต่อ”
ทั้งแก้วและโบตั๋นยังไม่ยอม
“รู้จักพลับเหรอ? เป็นอะไรกัน?”
เมฆกำลังจะตอบ แต่ยังไม่ทันเอ่ย…
“รู้จัก…”
เสียงพลับเบา ๆ เปล่งออกมาทั้งที่ตายังปิดอยู่
“อือ...รู้จัก”
สองสาวหันมองกัน ก่อนจะชะงัก
แม้จะงง...แต่สุดท้ายก็ยอมปล่อยให้เขาพาเพื่อนไป
โดยแก้วพูดเสียงเบา
“งั้นฝากเพื่อนเราด้วยนะคะ”
เมฆพยักหน้า
ก่อนจะอุ้มร่างบางที่สลบพับขึ้นแนบอกแน่นแล้วพาไปขึ้นรถ
“จุ๊บ!” เธอยิ้มแต่ยังคงเมา
“เอ๊ะ!” เมฆชะงัก
หลังจากที่พลับแอบหอมแก้มเมฆไปหนึ่งที
บรรยากาศภายในรถก็เหมือนจะเปลี่ยนไป
ร้อนขึ้น…ทั้งที่เครื่องปรับอากาศเปิดอยู่
เมฆพยายามตั้งสติ แล้วเบือนหน้าหนี
มือก็เอื้อมไปหยิบเข็มขัดนิรภัยมาให้เธอรัด
แต่แค่จะขยับตัว…พลับก็ค่อย ๆ เอนหัวมาซบไหล่เขาเต็มแรง
“เห้ย…เดี๋ยว ๆ”
“พลับ...เธอนั่งดี ๆ หน่อยสิ”
เขาเงยหน้ามองอย่างกระวนกระวาย
ตัดภาพมาที่เธอ…
หญิงสาวในชุดเดรสสั้นรัดรูปสีแดง
พอนั่งลงบนเบาะหนังขาวหรูหรา — ชายกระโปรงก็กระตุกขึ้นอีกนิด
เผยเรียวขาขาวเนียนจนเขาต้องเบือนสายตาหนีแทบจะทันที
"โอ๊ย...เธอจะใส่สั้นไปถึงไหนวะ"
เขาพึมพำเบา ๆ เหมือนดุ แต่ก็ไม่ได้ขยับเธอออก
กลับใช้มืออีกข้าง ดึงชายเดรสให้ลงมาปิดเข่าพลับเบา ๆ
หวงมาก…แต่ไม่อยากให้เธอรู้
“แบบนี้ถ้าไม่ใช่ฉัน เธอจะรอดไหมพลับ”
เธอยังซบอยู่ที่บ่าเขา
ใบหน้าซุกตรงต้นคอ ใกล้จนได้ยินเสียงลมหายใจอุ่น ๆ ของกันและกัน
“...พี่เมฆอุ่นจัง”
เสียงเธอแผ่วเบาเหมือนละเมอ
เมฆก้มหน้าลงเล็กน้อย มองเธออย่างอ่อนโยน
มืออีกข้างยกขึ้น ลูบผมเธอเบา ๆ ไม่ให้มันบังหน้า
“พลับ…เธอน่ารักเกินไปแล้วนะ”
เขากระซิบกับตัวเองเบา ๆ
ในใจเขาตอนนี้ปั่นป่วนไปหมด
อยากดุ
อยากว่า
อยากถามว่าใส่ชุดแบบนี้คิดอะไรอยู่
แต่สิ่งเดียวที่เขาทำได้...คือ
“ขอแค่คืนนี้ ฉันจะดูแลเธอเอง”
“แล้วพรุ่งนี้เช้า…ค่อยถอยออกมา”
แม้จะรู้ว่า…คงไม่มีวันถอยได้จริง ๆ แล้วก็ตาม
เสียงล็อคประตูคอนโด “แกร๊ก”
เมฆเดินอุ้มพลับเข้ามาในห้องอย่างระวัง
เธอหลับตาพริ้มบนอกเขา ร่างเล็กแนบสนิท
กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากตัวเธอทำให้หัวใจเขาเต้นถี่อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
“นายครับ ให้ผมช่วย—”
พี่คิงกำลังจะตามเข้ามา แต่เมฆยกมือห้ามไว้
“กลับไปก่อน เดี๋ยวฉันดูแลเอง”
คิงพยักหน้า ถอนหายใจในใจ…
‘ห่วงแบบนี้ยังจะทำเป็นปากแข็งอีกนะนาย’
เมฆอุ้มเธอมาวางลงบนเตียงเบา ๆ
พยายามจะดึงมือเธออกจากคอเขา…
แต่...
“ไม่เอาาาา...อย่าปล่อยพลับไปอีก”
เธอกอดคอเขาไว้แน่นกว่าเดิม
ตาเริ่มปรือ…แต่ปากพูดไม่หยุด
“ทำไมพี่เมฆชอบหายไป...”
“ชอบโผล่มาแบบไม่บอกก่อน…”
“ตอนที่หนูพยายามจะลืม พี่ก็โผล่มาทำไม...”
เมฆนิ่งงัน
หัวใจเหมือนหยุดเต้นไปชั่ววินาที
“วันรับปริญญา...หนูรอ...รออยู่นะ”
“รู้ไหมว่าอยากให้พี่ไปมากแค่ไหน…”
เสียงของพลับเบาเรื่อย ๆ เหมือนจะร้องไห้
“แต่พี่ไม่มา...หนูก็เลยบอกตัวเองว่า พี่ไม่คิดอะไรเลย...แล้วให้เงินหนูทำไม”
แล้วเธอก็ยกหน้าเข้าไปใกล้
“แต่ตอนนี้...อยู่ตรงนี้แล้วใช่ไหม”
จุ๊บ
ริมฝีปากเล็ก ๆ จรดลงบนแก้มเมฆอีกครั้ง
“...พลับ”
เสียงเขาแหบต่ำ
ดวงตาคมหลุบลง
มือสองข้างแน่นกับขอบเตียง
‘เธอเมา...เธอไม่ได้ตั้งใจ...’
เขาพยายามเตือนตัวเอง
แต่...กลิ่นหอมจากเธอ
น้ำเสียงที่เธอพูด
และคำสารภาพตรง ๆ แบบนั้น
มันทำให้เขาสั่น...สั่นไปหมด
เขากัดกรามแน่น — ดังจนได้ยิน
เธอกำลังหลับตา
แต่ยังคงยิ้มบาง ๆ เหมือนมีความสุขในฝัน
เมฆลุกขึ้นช้า ๆ
คว้าผ้าห่มมาคลุมตัวเธออย่างเบามือ
แล้วนั่งลงที่โซฟาปลายเตียง
เขาหันหน้าหนี
แต่ยังไม่ละสายตาจากหญิงสาวบนเตียงแม้แต่วินาทีเดียว
“นี่เธอ...พูดอะไรลงไปบ้างรู้ไหม”
เขาพึมพำกับตัวเองเบา ๆ
“ถ้ายังพูดแบบนี้อีก...ฉันอาจจะห้ามตัวเองไม่ได้แล้วจริง ๆ”