Mag-log inขุนหรือขุนพล ที่บรรดาสาวๆ เรียกกันว่าเฮียพล เสี่ยพล ผมน่ะรวยมากมีธุรกิจมากมายที่ผมดูแลอยู่ ไม่ว่าจะผับ บ่อน โรงแรม บริษัท สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงสิ่งบังหน้าเท่านั้นแหละครับ จริงๆ แล้วผมน่ะเจ้าพ่อค้ายารายใหญ่ดีๆ นี่เอง ผมน่ะมันเกิดมาบนกองเงินกองทอง อยากได้อะไรก็ต้องได้ ไม่มีหรอกครับสิ่งไหนที่ผมอยากได้แล้วไม่ได้ ผู้หญิงก็เช่นกัน? ใครๆ มักคิดว่าผมน่ะมันโหด ตัวอันตราย อารมณ์ร้อน ชอบใช้กำลัง เห็นผมเป็นแบบนี้แต่ผมก็อยู่ในโหมดสีชมพูนะครับ ผมมีเพื่อนสนิทมากๆ ถึง2คน เยอะไหมครับ? ถึงจะไม่เยอะคนแต่เยอะคุณภาพผมคิดแบบนั้น ในค่ำคืนที่แสงไฟสลัว สายตาของผมก็คอยสอดส่องเหยื่อที่มาให้ผมกระแทกคืนนี้ ปกติผู้หญิงก็เข้าหาผมเยอะนะครับ แต่คืนนี้ผมอยากเป็นเสือที่ออกตามล่าเหยื่อเองบ้าง สอดส่องไปจนเจอกับร่างบางของผู้หญิงคนหนึ่ง หน้าตารูปร่างของเธอไม่ได้สวยจนโดดเด่น แต่ผมกลับมองมันอย่างหลงใหล ผม: เจอเหยื่อว่ะ
view moreตัดมาวันเสาร์วันนี้ขุนพลพาฉันมาเยี่ยมชบาที่โรงพยาบาล ชบาคลอดแล้วนะคะคลอดก่อนกำหนดสองวัน กำหนดคลอดจริงๆ ของชบาคือวันจันทร์แต่ชบาเจ็บท้องคลอดคืนวันศุกร์ ชบาได้แฝดค่ะตอนแรกหมอบอกว่าแฝดชายหญิง ไปๆ มาๆ แฝดชายซะงั้นทุกคนถึงกับงงเลยค่ะ ฉัน: เจ็บไหม ชบา: มดกัดนิดเดียว555 ชบาว่าพลางหัวเราะออกมาเหมือนเป็นเรื่องตลก แต่คนท้องใกล้คลอดแบบฉันไม่ได้ตลกด้วยเลยแม้แต่น้อย ฉัน: หลานล่ะ ชบา: เดี๋ยวก็คงมา ฉัน: อยากเจอ ชบา: ตื่นเต้นอย่างกับคลอดเอง ชบาว่าให้ฉันอย่างยิ้มๆ ตีคุณแม่เพิ่งคลอดได้ไหมทำไมถึงได้กวนตีนขนาดนี้ ฉันรอเจอหน้าหลาน ไม่ใช่สิทุกคนในห้องนี้ต่างตั้งหน้าตั้งตารอหลานกันทั้งนั้น และแล้วไม่นานประตูห้องพักฟื้นก็ถูกเปิดออกด้วยพยายาลพร้อมกับเด็กน้อยสองคนที่นอนอยู่ในรถเข็น ฉันรีบเดินไปประชิดรถเข็นทั้งสองคันทันทีเมื่อมันหยุดนิ่ง นาทีนี้ฉันตื่นเต้นยิ่งกว่าคุณแม่ผู้เป็นคนคลอดเสียอีก ขุนพล: ตื่นเต้นเกินประหนึ่งว่าตัวเองเป็นคนคลอดเอง ขุนพลว่าให้ฉันก่อนจะเดินมายืนใกล้ๆ แล้วหยิบทองคำที่ฉันกับเขาแวะซื้อก่อนมาโรงพยาบาลตั้งบนผ้าของหลาน ขุนพล: สิบบาทขาดตัว ชบา: เปย์หนักมากกก พี่แท
เย็นของอีกวันขุนพลก็กลับบ้านมา แต่เขาไม่ได้มาคนเดียวนะคะ เขามากับเพื่อนของเขา คนกลุ่มเดิมนั่นแหละค่ะรวมทั้งพี่เจกับชบาด้วย ฉันยืนกอดอกมองขุนพลที่กำลังเดินเข้าบ้านมาอยู่ตรงประตูบ้าน พอขุนพลเห็นหน้าฉันก็เดินมาโอบกอดทันที ขุนพล: มายืนทำอะไรตรงนี้ ฉัน: รอเหี้ยน่ะ ฉันพูดก่อนจะผลักเขาออกห่างจากตัวก่อนจะหันไปส่งยิ้มให้กับทุกคนที่กำลังยืนหน้าซีดอยู่ ฉัน: แตนล้อเล่นน่ะค่ะพอดีแตนดูหนังเลยอินไปหน่อย เชิญเข้าบ้านค่ะ ฉันพูดจบก็หมุนกายเข้าบ้านตรงมายังห้องรับแขกทั้งที ฉันนั่งลงโซฟาขุนพลก็เดินเข้ามานั่งใกล้ๆ คนอื่นๆ ก็พากันมานั่งกัน พี่เจ: สบายดีไหมแตน ฉัน: สบายแบบไหนคะ ใจหรือกาย ถ้าใจก็คงใกล้ตาย แต่ร่างกายก็ยังดีอยู่ ฉันตอบเสียงเรียบ ก่อนจะกวาดสายตามองไปยังทุกคนที่นั่งอยู่ ก่อนที่สายตาของฉันจะมาบรรจบที่หน้าของขุนพล ฉัน: ใกล้จะคลอดรึยังชบา เมื่อจบคำพูดของฉันก่อนหน้าทุกคนก็เอาแต่นั่งเงียบไม่มีใครพูดอะไร ฉันเลยเริ่มบทสนทนาบทใหม่กับชบาทันที ชบา: วันจันทร์ก็คลอดแล้ว ฉัน: เหนื่อยแย่เลยเนาะ ท้องแฝดด้วยนิ แต่คงไม่เป็นไรหรอกมั้งชบามีพี่เจดูแล ท้องแฝดสามยังได้เลย ฉันว่าก่อนจะปราย
ไม่รู้ว่าตัวฉันเผลอหลับไปตอนไหนรู้สึกตัวตื่นอีกทีเพราะแรงกอดรัดของใครบางคน ฉันลืมตาตื่นขึ้นมาก่อนจะมองไปยังหน้าท้องที่มีใบหน้าของใครบางคนซบอยู่ วงแขนของเขาก็โอบกอดรอบเอวฉันจนแน่น แรงถีบจากเจ้าตัวน้อยที่อยู่ในท้องทำให้ขุนพลที่กำลังนอนหลับอยู่ถึงกับสะดุ้งตื่น ขุนพล: อะไรวะถีบหัวกูตุบๆ ขุนพลเงยหน้ามาถามฉันพลางทำหน้างงๆ ขุนพลลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะมองมาที่หน้าท้องของฉัน ขุนพลยื่นฝ่ามือของเขามาแตะที่หน้าท้องฉันเบาๆ พลางลูบไปมา ฝ่าเท้าของเจ้าตัวน้อยมันเด่นชัดมากเลยนะคะ ถีบทีฉันนี่เจ็บไปหมดแต่ก็ต้องอดทน ขุนพล: ถีบเก่งจังเลยนะครับ ถีบเก่งแบบนี้ผู้หญิงหรือผู้ชายครับลูกป๊า ขุนพลว่าพร้อมก้มลงมาจุ้บตรงฝ่าเท้าของเจ้าตัวเล็กเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองฉัน ขุนพล: ขอโทษนะที่ไม่ได้กลับมาบ้านเมื่อคืน ขุนพลว่าพลางยื่นมือมาลูบศีรษะฉัน ฉันนอนมองการกระทำของเขานิ่งๆ ไม่แสดงอารมณ์อะไรออกไป ไม่ใช่ฉันไม่มีอะไรจะพูดกับเขานะ ฉันมีเรื่องอยากจะพูดกับเขามากมาย อยากกอด อยากหอม ฉันดีใจขนาดไหนที่รู้ว่าพี่ดำไปรับฉันกลับกรุงเทพ ฉันดีใจจนนอนไม่หลับอยากให้มันเช้าเร็วๆ จะได้เดินทางกลับกรุงเทพมาหาขุนพล มากอด
ผ่านไปอีกหนึ่งเดือนที่ฉันอาศัยอยู่กับพ่อตอนนี้ฉันท้องได้แปดเดือนแล้วค่ะ ปลายเดือนหน้าฉันก็จะได้เจอหน้าลูกของฉันแล้ว ช่วงหลังๆมานี้ฉันกับขุนพลเราแทบไม่ได้คุยกันเลยค่ะ ถึงได้คุยก็ได้คุยตอนดึกมากๆ แล้ว แต่ฉันไม่ได้งี่เง่าหรือเซ้าซี้อะไรหรอกนะคะ แล้วตอนนี้ฉันกำลังนั่งรถกลับกรุงเทพโดยที่พี่ดำเป็นคนขับรถ พี่ดำมารับฉันตั้งแต่เมื่อวานแล้วค่ะ ขุนพลเป็นคนให้พี่ดำมารับ ฉัน: ขุนพลเป็นไงบ้างคะ เขามีคนอื่นรึเปล่า ฉันเอ่ยปากถามพี่ดำหลังจากที่เรานั่งเงียบกันมานานไม่มีใครพูดอะไร พี่ดำมีสีหน้าเจื่อนลงเล็กน้อยเมื่อได้ยินประโยคคำถามของฉัน ก่อนที่พี่ดำจะเปลี่ยนสีหน้าให้มันปกติและตอบคำถามกัน พี่ดำ: เสี่ยสบายดีครับ เสี่ยไม่ได้มีใคร พี่ดำตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างเบาถ้าไม่ตั้งใจฟังจริงๆ แทบไม่ได้ยิน ฉัน: เหรอคะ พี่ดำ: คะ ครับ เอ่อคุณแตนหิวไหมครับ ฉัน: ง่วงมากกว่าค่ะ แตนของีบหน่อยนะคะถึงกรุงเทพแล้วปลุกแตนด้วยแล้วกัน พี่ดำ: ครับ จบบทสนทนากับพี่ดำฉันก็หลับตาลงทันทีฉันไม่ได้หลับหรอกนะคะ ฉันแค่หลับตาใช้ความคิดเฉยๆ 'เฮ้อ' นี่คงเป็นครั้งที่ร้อยได้แล้วนะฉันว่าที่พี่ดำถอนหายใจออกมา