LOGINอันดานั่งรอที่หน้าห้องอยู่นาน จนกระทั่งเห็นคุณหมอเจ้าของไข้เดินมาหญิงสาวก็รีบเข้าไปทักทายอีกรอบ
“สวัสดีค่ะคุณหมอ หนูขอถามอาการของแม่เพิ่มเติมได้ไหมคะ” เธอรู้สึกเกรงใจทั้งที่เพิ่งถามไปเมื่อเช้าแต่ก็ยังมาถามอีกแต่ด้วยความเป็นห่วงมารดาก็เลือกที่จะถามออกไป
“เมื่อกี้ได้เข้าไปเยี่ยมแล้วใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ แม่ของหนูดูเหนื่อยมากค่ะ หมอบอกความจริงกับหนูได้ไหมว่าอาการของแม่เป็นหนักมากใช่ไหม”
“คนไข้เข้ารักษาค่อนข้างช้า การจะให้หายกลับไปเป็นปกติคงยาก แต่หมอจะพยายามให้เต็มที่นะครับ” เขาอยากจะบอกให้เธอทำใจแต่ก็กลัวว่าอันดาจะรับไม่ได้
“หมอคะหนูโตแล้วไม่ใช่เด็กๆ หมอบอกความจริงมาได้เลยว่าแม่จะอยู่กับหนูได้นานอีกแค่ไหน”
“หมอเองก็ตอบไม่ได้เหมือนกันแต่หมอจะบอกว่าคนไข้ที่เป็นโรคหัวใจมีโอกาสที่จะจากเราไปอย่างกะทันหันได้ตลอดเวลาเพราะฉะนั้นตอนนี้เราต้องดูแลคนไข้อย่างใกล้ชิดอย่าให้เครียดมากและคนไข้ต้องการพักผ่อนมากๆ ด้วยครับ”
“คุณหมอคะแล้วหนูจะเข้าไปเยี่ยมแม่อีกไหม”
“หมอว่าเอาไว้พรุ่งนี้ดีกว่านะ หนูมาตอนเช้าเลยก็ได้ ถ้าคนให้ไม่เหนื่อยมากหมออาจถอดเครื่องช่วยหายใจออกหนูจะได้คุยกับแม่ด้วยนะ ตอนนี้กลับไปพักผ่อนก่อนก็ได้ ถ้าแม่เห็นอาจจะทำให้คนไข้กังวล หมอไม่อยากให้คนไข้ต้องเครียดหรือมีเรื่องอะไรกระทบจิตใจมาก”
“ค่ะหมอแล้วพรุ่งนี้ หนูจะมาเยี่ยมใหม่ขอบคุณนะคะ”
เธอยกมือไหว้ก่อนจะกลับก่อนจะเดินไปดูมารดาที่ตอนนี้ท่านหลับไปแล้วหญิงสาวกลับมานั่งรอหน้าห้องไอซีอยู่ตามเดิม
.....
เมื่อถึงเวลานัดนายหัวนทีก็ขับรถไปที่บ้านของอันดาพอไปถึงบ้านก็ปิดเงียบเขาตะโกนเรียกแต่ก็ไร้เสียงตอบรับ อีกทั้งมอเตอร์ไซค์ที่มารดาของหญิงสาวเคยขี่ไปทำงานในสวนยางก็ไม่อยู่แล้ว นทีเดาได้เลยว่าตอนนี้อันดาน่าจะขี่รถไปที่โรงพยาบาลแล้ว
นายหัวหนุ่มส่ายหัวให้กับความดื้อดึงของหญิงสาวก่อนจะรีบขับรถตรงมาที่โรงพยาบาลทันที
เมื่อมาถึงก็เห็นอันดานั่งหน้าเศร้าอยู่บริเวณหน้าห้องไอซียู เขาถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่เห็นเธอปลอดภัยดี
“อันดามาที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่”
“นายหัว....” หญิงสาวตกใจเพราะไม่คิดว่าเขาจะตามมาเธอที่นี่
“หนูมาตั้งแต่บ่ายแล้วค่ะ”
“ฉันบอกให้รอทำไมไม่รอล่ะ” เขาทำเสียงดุก่อนจะนั่งลงข้างๆ
“ก็มันเหลืออีกหลายชั่วโมงหนูอยากรีบมาหาแม่ค่ะ”
“เธอขี่มอเตอร์ไซค์มาเหรอ”
“ใช่ค่ะ”
“ระยะทางมันตั้งไกลเธอไม่คิดว่ามันจะเกิดอันตรายบ้างหรือไง” นายหัวนทีดุออกไปด้วยความเป็นห่วงกลัวหญิงสาวจะเกิดอันตราย
“นายหัวคะเส้นทางนี้หนูกับแม่ขี่มอเตอร์ไซค์เข้าในเมืองกันเป็นประจำ ไม่เห็นมีอะไรอันตรายตรงไหนเลย” อันดาเถียงเพราะเส้นทางนี้หญิงสาวใช้เป็นประจำตอนที่เรียนชั้นมัธยม
“ถ้าเป็นเหตุการณ์ปกติก็ไม่อันตรายหรอก แต่นี่จิตใจเธอไม่อยู่ในสภาพปกตินะ”
“แต่หนูก็มาถึงที่นี่อย่างปลอดภัยนะคะ”
“ทำไมเธอถึงชอบเถียงฉันจังนะ”
“หนูไม่ได้เถียงนะคะ หนูพูดจริงตอนนี้หนูก็ปลอดภัย”
“เอาล่ะๆ ฉันขี้เกียจเถียงแล้ว น้าไพเป็นยังไงบ้างหมอให้เข้าเยี่ยมหรือยัง”
“เยี่ยมแล้วค่ะ หนูเข้าไปคุยกับแม่แล้วค่ะ แม่พูดไม่ได้แต่แม่พิมพ์ได้”
เมื่อพูดถึงอาการของมารดาหญิงสาวสาวก็หน้าเศร้าลงเธอไม่รู้ว่าท่านจะอยู่กับเธอได้นานอีกแค่ไหนเพราะสังเกตจากอาการเหนื่อยของท่านแล้วก็รู้สึกใจหาย
“แล้วหมอว่ายังไงบ้าง”
“หมอก็พูดเหมือนเดิมค่ะนายหัวคะ หนูรู้สึกว่าแม่เหนื่อยมากๆ ก่อนหน้านี้แม่ทำงานในสวนแม่มีอาการแบบนี้หรือเปล่าคะ”
“ฉันเองก็ไม่ได้สังเกตเหมือนกัน แต่ช่วงหลังมาแม่เธอไม่ได้ไปกรีดยางแล้วนะ ฉันเปลี่ยนให้มาทำกับข้าวให้คนงานแค่อย่างเดียวแล้วก็มีผู้ช่วยให้แม่เธออีกสองคน นี่เธอกำลังจะโทษว่าเป็นเพราะฉันให้แม่เธอทำงานหนักใช่มั้ย”
“ไม่ใช่ค่ะ หนูไม่ได้หมายความอย่างนั้น หนูแค่อยากรู้ว่าแม่มีอาการอะไรก่อนหน้านี้หรือเปล่า”
“ถ้าเธออยากรู้ก็ลองไปถามป้าสุดาดูสิ ป้าสุดากับแม่เธอสนิทกันมากไม่ใช่เหรอ”
“ใช่ค่ะ ตั้งแต่มาที่นี่หนูยังไม่ได้เจอป้าสุดาเลย”
“พรุ่งนี้ก็แวะไปหาสิป้าเขาก็อยู่ที่บ้านของฉันนั่นแหละ”
“ค่ะ พรุ่งนี้หนูว่าจะแวะไปหาป้าสุดาค่ะ”
“ถ้าอย่างงั้นวันนี้จะกลับเลยไหม”
“หนูว่าจะนั่งอยู่ตรงนี้อีกสักพักค่อยกลับค่ะ นายหัวกลับไปเลยนะคะไม่ต้องเป็นห่วง”
“ไม่ให้เป็นห่วงได้ยังไง น้าไพเป็นคนของฉันเธอเป็นลูกของน้าประไพก็ถือว่าเป็นคนของฉันด้วยเหมือนกัน”
“งั้นนายก็ขับรถนำไปเลยค่ะเดี๋ยวหนูขี่มอเตอร์ไซค์ตาม”
“มอเตอร์ไซค์ทิ้งไว้ที่นี่แหละ ฝากกุญแจที่เคาน์เตอร์ไว้เดี๋ยวฉันจะให้ไอ้แหลมกับไอ้ต๋องมาเอา”
“ไม่ต้องรบกวนคนอื่นหรอกค่ะหนูขี่ไปได้”
“ฉันบอกให้กลับพร้อมฉันก็ทำตามนั้นอย่าดื้อให้มากนะอันดา” นทีหันมาดุ
“ก็ได้ค่ะ” หญิงสาวเดินไปฝากกุญแจรถกับพยาบาลก่อนจะเดินตามหลังนายหัวนทีออกมาจากตึกหญิงสาวยอมทำตามที่เขาพูดก็เพราะมารดาสั่งให้เชื่อฟังนายหัว
ระยะเวลาหนึ่งปีสำหรับบางคนอาจจะดูเหมือนไม่นานแต่สำหรับนายหัวนทีแล้วเขารู้สึกว่ามันยาวนานมากแม้จะได้เจอกับคนรักเดือนละสองครั้งแต่มันก็ยังไม่พอสำหรับเขาแล้ววันที่นายหัวหนุ่มรอมาตลอดก็มาถึง วันนี้อันดาลาออกจากงานแล้ว เขากับเธอช่วยกันเก็บของลงกล่องยกใส่หลังรถกระบะแล้วปิดท้ายก่อนจะขับรถออกจากกรุงเทพในเวลาบ่าย“เราแวะกินข้าวที่นี่ก่อนะ อันดาอยากไปเดินเล่นตลาดโต้รุ่งไหมครับ” นายหัวนทีถามคนรักเมื่อเดินทางเขาสู่หัวหิน“นายหัวเหนื่อยไหมคะ”“ไม่ครับ ไปเดินหาของกินกันนะ”“ได้ค่ะ”ทั้งสองเดินเที่ยวและซื้ออาหารทานจนอิ่มจากนั้นตกลงกันว่าจะขับรถต่อและไปนอนพักที่ตัวเมืองประจวบเพราะตอนนี้เพิ่งจะสองทุ่มจึงยังไม่ง่วงมากนักเช้าวันต่อมาทั้งสองคนก็ตื่นในช่วงสายๆ หาอาหารทานในตัวเมืองประจวบฯ ก่อนจะขับรถออกจากที่พัก“นายหัวดีใจไหมคะที่หนูจะกลับมาอยู่บ้านแล้ว” หญิงสาวชวนคุยเพราะกลัวเขาจะง่วงเนื่องจากต้องขับรถอีกหลายชั่วโมงกว่าจะถึงบ้าน“ดีใจสิ ฉันนับวันรอเลยนะ ฉันให้กลับไปอยู่บ้านไปช่วยงานบัญชีนะอย่าคิดจะไปสมัครงานที่อื่นล่ะ” เขารีบพูดดักทางไว้ก่อนเพราะรู้จากภาคินเพื่อนสนิทที่เป็นเจ้าของบริษัทว่าอันดาไปขอหนัง
ระยะเวลาหลายวันที่กลับมาอยู่บ้านเป็นช่วงที่อันดามีความสุขมาก หญิงสาวได้อยู่กับคนรัก ได้กลับมาดูแลบ้านซึ่งนายหัวให้คนมาทำความสะอาดอยู่เป็นประจำ“ป้าไม่อยากให้หนูกลับเลยนะอันดา” ป้าสุดาที่รักและเอ็นดูอันดาเหมือนลูกสาวพูดขึ้นขณะกำลังเตรียมแกงไตปลาแห้งใส่กระปุกและปิดอย่างแน่นหนาเพื่อให้หญิงสาวเอาไปทานที่กรุงเทพ“หนูต้องกลับไปทำงานค่ะป้า เอาไว้หยุดยาวๆ หนูจะกลับมาอีกนะคะ”“แล้วเมื่อไหร่จะกลับมาอยู่ที่นี่ละลูก”“หนูอยากทำงานเก็บเงินอีกสักพักค่ะป้า”“ป้าอยากให้หนูกลับมาอยู่กับนายหัวนะอันดา มาช่วยนายหัวทำงาน ช่วงที่หนูกลับมาไม่กี่วันนายหัวดูมีความมาก ป้าว่าเขาคงอยากให้หนูกลับมาอยู่ด้วยกันที่นี่”“นายหัวก็บอกหนูแบบนั้นค่ะ หนูคิดว่าจะทำงานให้ครบหนึ่งปีแล้วจะลาออกมาอยู่กับนายหัวค่ะ”“ได้ยินแบบนี้ค่อยสบายใจหน่อย ป้าไม่อยากให้อยู่ห่างกัน ไม่ใช่ว่ากลัวไปมีคนอื่นหรอกนะ แต่ป้าไม่อยากให้เหนื่อยกับการเดินทางทั้งสองคนนะ ก่อนมาหานายหัวหนูก็ทำงานหนักเพื่อจะได้วันลา ส่วนนายหัวก็เร่งงานในสวนให้เรียบร้อยก่อนจะขึ้นไปหาหนู ป้ากลัวจะเหนื่อยและท้อกันไปเสียก่อน” ป้าสุดาเตือนด้วยความหวังดี“จริงๆ หนูก็อยากกลับมาอย
มือใหญ่จับสะโพกเล็กขึ้นสูงแล้วทิ้งลงบนท่อนเอ็นร้อนพร้อมกับสะโพกที่อัดสวนขึ้นจนร่องสาวกลืนแท่งร้อนจนสุดโคน จังหวะแรงและเร็วขึ้นเรื่อยๆเสียงอันดาร้องครางเพราะความเสียวที่เขามอบให้มันไม่ได้ลดน้อยลงเลย จังหวะร้อนแรงยังมีอย่างต่อเนื่อง“ไม่ไหว....นายหัวหนู....อื้ออ....”แล้วเธอก็เกร็งกระตุกตอดรัดเขาแรงจนนายหัวนทีปวดหนึบ หญิงสาวกอดเขาไว้แน่น เสียงหอบเหนื่อยของหญิงสาวทำให้เขาต้องผ่อนแรงลงเพราะกลัวว่าเธอจะหมดแรงลงไปเสียก่อน“ดีไหมอันดา”“นายหัวล่ะคะ ดีขึ้นไหมหายหรือยัง”“ไม่เลย ขอต่อเลยนะ”อันดาไม่รู้ว่าสมุนไพรที่กินออกฤทธิ์นานแค่ไหน เพราะดูเหมือนว่าแรงของเขายังไม่ตกเลยสักนิด เธอรู้สึกว่าตัวของชายหนุ่มยังคงร้อนระอุ เสียงหายใจหนักๆ ที่อยู่ข้างหูทำให้เธอขนลุกชันไปทั้งตัวเขาพลิกให้หญิงสาวอยู่ด้านล่าง ก่อนจะส่งลิ้นร้อนเข้าไปดูดซับความหวาน จูบของเขายังคงรุนแรงและเร่าร้อน อันดาครางประท้วงเมื่อเริ่มจะขาดอากาศหายใจ ชายหนุ่มเปลี่ยนเป้าหมายจากปากอิ่มที่เริ่มจะบวมช้ำเพราะแรงจูบริมฝีปากของเขาลากไล้ไปตามลำคอ ก่อนจะดูดแรงจนเป็นรอยแดง สองมือบีบขย้ำจนอย่างหนักหน่วงบนหน้าอิ่ม ก่อนจะรวบเม็ดทับทิมเข้าปากดูด
เย็นวันนั้นหลังจากจดทะเบียนสมรสเสร็จเรียบร้อยแล้ว นายหัวนทีก็จัดงานเลี้ยงเล็กๆ เพื่อประกาศให้ทุกคนรู้ว่าตอนนี้เขาและอันดาได้จดทะเบียนสมรสเป็นสามีภรรยากันอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้วพสุเพื่อนสนิทของนายหัวนทีก็ขับรถเข้ามาพร้อมกับหลินเพื่อนของอันดาที่นายหัวฝากให้ไปรับมาทานอาหารค่ำด้วยกัน“ดีใจด้วยนะอันดา นายหัวเป็นคนดีมาก แกโชคดีที่ได้นายหัวเป็นสามี นายหัวคะหลินฝากดูแลเพื่อนของหลินด้วยนะคะ”“ฉันยินดีดูแลอันดาไปทั้งชีวิตเลย”“นายหัวในที่สุดก็มีเจ้าของแล้ว ฉันคิดว่านายจะโสดไปจนแก่เสียอีก” พสุยิ้มกว้าง ตบไหล่นายหัวนทีแรงๆ“ฉันก็ไม่คิดเหมือนกัน จนเจอเด็กคนนี้” นายหัวนทีหัวเราะในลำคอ กอดเอวอันดาไว้แน่นบรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและการพูดคุยอย่างเป็นกันเอง อันดากับหลินคุยอยู่มุมหนึ่ง ส่วนนายหัวก็นั่งคุยกับพสุเรื่องงานสวนและแผนขยายพื้นที่ปลูกปาล์มคนงานบางคนก็ทยอยแวะมาแสดงความยินดีและทานอาหาร ขนม เครื่องดื่มที่ป้าสุดาและแม่ครัวช่วยกันจัดเตรียมไว้อย่างครบครับ“นี่ก็ดึกแล้วฉันขอกลับก่อนนะ”“แล้วฉันจะแวะไปหาที่บ้านนะ จะพาอันดาไปรู้จักแม่ของนายด้วย” นายหัวบอกกับเพื่อนรัก“ได้สิ แม่ก็อยากเห็นว่าใค
เมื่อนายหัวนทีกลับไปแล้วอันดาก็อยู่กับความว่างเปล่า และความเหงาในคอนโดกว้าง บรรยากาศภายในห้องพักที่เคยเต็มไปด้วยอ้อมกอดอันอบอุ่นและเสียงหัวเราะเหลือเพียงความเงียบสงบ แต่ระยะทางก็ไม่ได้ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองลดน้อยลงตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านไป นายหัวหนุ่มโทรศัพท์หาเธอทุกวัน น้ำเสียงทุ้มคุ้นหูช่วยเติมกำลังใจให้หญิงสาวผ่อนคลายความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานได้อย่างดีอันดาทุ่มเททำงานล่วงเวลาถึงสองทุ่มทุกวันเพื่อเร่งเคลียร์เอกสารและงานที่อยู่ในความรับผิดชอบให้เสร็จก่อนกำหนด เพราะเธอวางแผนที่จะยื่นขอลางานล่วงหน้าก่อนถึงวันหยุดยาวหนึ่งวันจุดประสงค์ของการลางานก็คือเพื่อเดินทางไปจดทะเบียนสมรสกับนายหัวนทีให้เรียบร้อยตามที่ตกลงกันไว้ เพราะมีความตั้งใจอย่างจพทำตามสัญญาหญิงสาวจึงไม่รู้สึกเหนื่อยกับการทำงานเลยสักนิด“แค่ไปจดทะเบียนสมรสและไปพักผ่อนนะอันดา ไม่ใช่ไปอยู่ยาว” พี่ฝ้ายพูดกับหญิงสาวขณะที่เธอกำลังเก็บของบนโต๊ะให้เรียบร้อย“ไม่จดทะเบียนสมรสจริงๆ ค่ะ หมดวันหยุดยาวหนูก็กลับมาทำงานค่พี่ฝ้าย”“พี่รู้ว่ารักทางไกลมันเหนื่อยนะ แต่พอไม่ได้เจอกันก็จะรักกันและคิดถึงกันมากขึ้น” พี่เจนพูดตามประสบการณ์ที
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยรอยยิ้ม อันดาหันมายิ้มให้กับนายหัวนทีเมื่อรถจอดสนิทที่หน้าบริษัท“เย็นนี้ต้องทำโอทีจริงๆ เหรออันดา”“จริงค่ะ นายหัวมารับหนูหนึ่งทุ่มนะคะ”“ได้ครับ ฉันไปนะ”“นายหัวอย่าลืมคิดถึงหนูด้วยนะคะ” เธอบอกแล้วยิ้มจนตาหยี ก่อนจะเปิดประตูลงจากรถพร้อมกับถุงของฝากใบใหญ่อันดาเดินเข้ามาภายในแผนกด้วยรอยยิ้มสดใส เมื่อมาถึงก็รีบแยกถุงของฝากไปวางไว้ที่โต๊ะทำงานของรุ่นพี่ทั้งสองคน“มาแต่เช้าเลยอันดา แล้วเอาอะไรมาวางบนโต๊ะพี่กันล่ะ” พี่เจนที่เดินเข้ามาพร้อมกับพี่ฝ้ายทักทายรุ่นน้อง“สวัสดีค่ะพี่เจน พี่ฝ้าย หนูไปเที่ยวเสม็ดมาค่ะ เลยซื้อของมาฝากพี่ๆ ด้วย”“ขอบใจจ้ะ ไปเที่ยวทะเลมารอบนี้ดูหน้าตาอิ่มเอิบผ่องใสขึ้นเยอะเลยนะ” พี่รัตนาที่เดินตามเข้ามาอีกเอ่ยแซว“นั่นสิคะพี่รัตนา ดูสิแก้มชมพูระเรื่อเชียว” พี่ฝ้ายแซวตามหัวหน้า“สวัสดีค่ะพี่รัตนา ของฝากของพี่ก็มีนะคะ”ขณะที่อันดากำลังยื่นถุงของฝากให้พี่รัตนา สายตาของพี่เจนก็สะดุดเข้ากับประกายวาววับที่นิ้วนางข้างซ้าย แสงไฟในออฟฟิศกระทบกับเพชรเม็ดงามบนแหวนทองคำขาวเรียบหรู จนพี่เจนต้องรีบคว้าข้อมือเล็กขึ้นมาดูใกล้ๆ“อุ๊ย อันดา นี่มันอะไรกันเนี่ย ไ