LOGINอันดาหลับไปได้สองชั่วโมงก็ตกใจตื่นเพราะหญิงสาวฝันเห็นหญิงชราคนหนึ่งกำลังจะพามารดาของเธอไป อันดาพยายามร้องเรียกและฉุดกระชากลากถูแต่หญิงชราคนนั้นก็แรงเยอะมากแต่ในที่สุดหญิงสาวก็สามารถดึงมารดาของตนเองไว้ได้แต่ด้วยแรงดึงก็ทำให้เธอล้มก้นกระแทกจึงเป็นสาเหตุให้ตกใจตื่น เธอมองนาฬิกาแล้วเห็นว่าเป็นเวลาบ่ายสามเหลือเวลาอีกนานกว่าจะถึงเวลาที่นายหัวนทีนัดไว้
“แม่คะ รอนะคะหนูกำลังจะไปหา” หญิงสาวพึมพำกับตัวเองก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นแต่งตัว
เธอหยิบกางเกงยีน เสื้อยืดและสวมทับด้วยเสื้อแขนยาวหยิบหมวกกันน็อกแล้วหากุญแจรถจักรยานยนต์ก่อนจะออกมาตรวจดูว่ามันยังขี่ได้ไหม
“ไปหาแม่กันนะพี่ส้ม” หญิงสาวพูดกับรถจักรยานยนต์สีส้มที่เคยใช้ขี่ไปโรงเรียนและยิ้มเมื่อเห็นว่ามันยังอยู่ในสภาพดี
อันดาไม่อาจจะรอให้ถึงเวลานัดได้เธออยากไปนั่งรอหน้าห้องถึงแม้ว่าหมอไม่อนุญาตให้เยี่ยมแต่มันก็ยังดีกว่าถ้าหากมารดาลืมตาขึ้นมาแล้วเห็นว่าเธอยืนรออยู่ด้านนอก
ท่ามกลางเปลวแดดที่ร้อนในเวลาบ่ายสามโมงแต่ในใจของอันดากับร้อนยิ่งกว่าแดดเธอขี่มอเตอร์ไซค์ด้วยความเร็วที่สุดเท่าที่ตนเองจะทำได้
ผ่านมาครึ่งชั่วโมงรถสีส้มของหญิงสาวก็มาจอดที่โรงพยาบาล ในเวลาบ่ายแบบนี้การหาที่จอดรถจึงไม่ใช่เรื่องยาก เธอเลือกจอดรถใต้ต้นไม้ใหญ่ก่อนจะเดินตรงไปยังแผนกผู้ป่วยวิกฤติซึ่งมารดาของเธอนอนพักอยู่
“คุณพยาบาลคะแม่ของหนูฟื้นหรือยังคะ”
“คนไข้รู้สึกตัวแล้วค่ะ แต่ยังเหนื่อยอยู่”
“หนูขอเข้าไปเยี่ยมแม่ได้ไหมคะ ตั้งแต่แม่ป่วยหนูยังไม่ได้คุยกับแม่ได้เลยนะคะคุณพยาบาล” หญิงสาวพยายามขอร้อง
“หนูรอก่อนนะเดี๋ยวพี่ขอโทรถามหมอเจ้าของไข้ก่อนว่าจะอนุญาตให้หนูเข้าไปเจอกับแม่ได้ไหม”
“ได้ค่ะขอบคุณนะคะ”
อันดายืนยิ้มรอคอยคำตอบจากพยาบาลอย่างมีความหวัง ไม่นานพยาบาลก็เดินกินกลับมาที่เธอ
“หมออนุญาตไหมคะ”
“หมออนุญาตให้เยี่ยมได้ 15 นาทีนะ เดี๋ยวหนูไปล้างมือแล้วเปลี่ยนชุดในห้องนั้นนะแล้วก็อย่าลืมใส่สวมหมวกสวมแมสก์ที่โรงพยาบาลเตรียมไว้ให้ด้วยนะ”
“ได้ค่ะ” อันดารีบทำตามที่พยาบาลบอกอย่างรวดเร็วก่อนจะเปิดประตูเข้าไปในห้องไอซียูซึ่งตอนนี้ผู้ป่วยแต่ละเตียงมีสายระโยงระยางและเสียงเครื่องช่วยหายใจดังไปทั่วห้อง
หญิงสาวรีบเดินตรงไปยังเตียงของมารดาตอนนี้ท่านนอนอยู่บนเตียงรอยยิ้มบางๆ ปรากฏบนใบหน้ามือที่ใส่สายน้ำเกลือไว้พยายามจะเอื้อมมาจับมือลูกสาว
“แม่คะ แม่เป็นยังไงบ้างเจ็บมากไหม” หญิงสาวจับมือมารดาเบาๆ เพราะกลัวท่านจะเจ็บ
“น้องคะคนไข้ยังพูดไม่ได้ค่ะ การสื่อสารอาจจะยากสักนิดอาจจะใช้วิธีเขียนหรือวิธีพิมพ์ในโทรศัพท์เอานะคะ” พยาบาลประจำห้องผู้ป่วยบอก
“แม่ขา....แม่ไม่ต้องพูดนะแม่แค่พยักหน้าอย่างเดียว แม่เจ็บมากไหมคะ “ หญิงสาวถามอย่างอ่อนโยน
ประไพมองหน้าลูกสาวน้ำตาคลอเธอส่ายหน้าแม้จะรู้สึกเจ็บและเหนื่อยมากแต่ก็พยายามฝืนยิ้มให้ลูกสาว
“แม่ขาหนูคุยกับหมอแล้วหมอบอกว่าใช้เวลาอีกไม่นานแม่ก็จะกลับมาเป็นปกติ”
มารดาของหญิงสาวพยักหน้าก่อนจะเอามือชี้ไปยังโทรศัพท์
“แม่จะเอาอะไรคะ” อันดาพยายามเดาใจมารดา
มือของเธอยังคงชี้ไปที่โทรศัพท์อย่างเดิมอันดาจึงพอจะเดาออกว่าท่านอาจจะต้องการเขียนหรือบอกอะไรบางอย่าง
หญิงสาวหยิบโทรศัพท์ของตนเองให้เปิดแอปพลิเคชัน ที่สามารถพิมพ์ได้ให้กลับมารดา
มือสั่นเทาพิมพ์ตัวอักษรลงไปอย่างช้า ๆ ด้วยแรงที่มีน้อยนิด
‘แม่รักลูกนะ’
อันดาอ่านข้อความนั้นแล้วน้ำตาก็ไหลพราก
“หนูก็รักแม่ค่ะ รักที่สุดเลย แม่ขา....หนูอยากกลับมาดูแลแม่หนูคิดว่าจะหางานทำที่นี่”
ประไพส่ายหน้า แล้วเธอก็พิมพ์ตัวอักษรลงบนโทรศัพท์
‘ไม่ต้องห่วงแม่นะ งานที่กรุงเทพเงินเดือนเยอะ เดี๋ยวแม่ก็หายเดี๋ยวแม่ก็แข็งแรง’
“แม่คะ แต่หนูเป็นห่วงแม่นะคะ อยู่ที่นี่ไม่มีใครดูแลเลยหนูเป็นลูกสาวคนเดียวของแม่นะ ถ้าหนูไม่อยู่แล้วใครจะดูแล”
‘แม่จะดูแลตัวเอง หนูทำงานเก็บเงินสักก้อนแล้วค่อยกลับมาอยู่บ้านเรา’
“หนูจะรอจนแม่หายดีแล้วค่อยกลับไปทำงานค่ะ ที่บริษัทเขาให้หนูลามาดูแม่ได้จนกว่าแม่จะหาย” อันดารีบบอกเพราะกลัวมารดาจะไม่สบายใจ
ประไพพยักหน้าแต่เธอรู้ดีว่าตัวเองน่าจะเหลือเวลาอยู่บนโลกนี้ได้อีกไม่นานเพราะรู้สึกเหนื่อยมากๆ วันนี้เธอก็พยายามฝืนแรงทั้งหมดเพื่อคุยกับลูกสาว
“แม่ขาคุณหมอให้หนูเยี่ยมแม่แค่ 15 นาทีเดี๋ยวพรุ่งนี้หนูจะมาเยี่ยมใหม่ แต่หนูจะรออยู่ข้างนอกตรงนั้นนะคะ”
‘กลับไปพักที่บ้านดีกว่านะ’
“หนูขออยู่กับแม่จนเย็นค่อยกลับนะคะ”
‘ค่าโรงพยาบาลแพงไหม เอาเงินในบัญชีแม่นะ บัตรอยู่ในกระเป๋ารหัสคือวันเดือนปีเกิดของหนู ถ้าไม่พอเอาสร้อยทองไปขาย แม้เก็บไว้ที่เดิม’
“แม่ไม่ต้องห่วงเรื่องนี้เลยค่ะ นายหัวนทีบอกว่าจะจัดการให้ แต่หนูไม่เอาของเขาฟรีๆ หรอกค่ะ ก็หนูคิดว่าจะผ่อนจ่ายให้นายหัวค่ะ”
‘นายหัวเป็นคนดี หนูต้องเชื่อฟังนายหัวนะ’ มือสั่นเทาพิมพ์บอกลูกสาว
ตั้งแต่หอบลูกหนีสามีที่ชอบทำร้ายร่างกายมาจากเชียงใหม่ประไพก็ได้เข้าทำงานที่สวนยางของนายหัวนทีตามคำแนะนำของคนรู้จักที่แต่งงานแล้วย้ายมาอยู่ที่จังหวัดนี้
นายหัวนทีรับเธอเข้ามาทำงานและช่วยเหลือทุกอย่างจนถึงตอนนี้ก็ผ่านมาสิบกว่าปีแล้ว
“ค่ะแม่ หนูคงต้องไปก่อนแล้วมันครบ 15 นาทีแล้วค่ะ”
‘อันดา ดูแลตัวเองนะ แม่รักลูก’
“หนูก็รักแม่ค่ะ” หญิงสาวบอกมารดาแล้วกอดท่านไว้แน่น
เธอใช้เวลา 15 นาทีอย่างคุ้มค่าจากนั้นก็เดินออกไปเปลี่ยนชุดและรออยู่หน้าห้องจนกระทั่งเห็นมารดาหลับจึงถอยออกมานั่งอยู่บนเก้าอี้
อันดายังไม่อยากกลับบ้านเพราะกลับไปก็ไม่รู้จะทำอะไร เธอยากอยู่กับมารดาให้ได้มากที่สุด แม้ไม่ได้อยู่ใกล้กันมากไม่ได้พูดคุยแต่แค่ได้มองเห็นมันก็ดีมากๆ แล้วในสถานการณ์เช่นนี้
ระยะเวลาหนึ่งปีสำหรับบางคนอาจจะดูเหมือนไม่นานแต่สำหรับนายหัวนทีแล้วเขารู้สึกว่ามันยาวนานมากแม้จะได้เจอกับคนรักเดือนละสองครั้งแต่มันก็ยังไม่พอสำหรับเขาแล้ววันที่นายหัวหนุ่มรอมาตลอดก็มาถึง วันนี้อันดาลาออกจากงานแล้ว เขากับเธอช่วยกันเก็บของลงกล่องยกใส่หลังรถกระบะแล้วปิดท้ายก่อนจะขับรถออกจากกรุงเทพในเวลาบ่าย“เราแวะกินข้าวที่นี่ก่อนะ อันดาอยากไปเดินเล่นตลาดโต้รุ่งไหมครับ” นายหัวนทีถามคนรักเมื่อเดินทางเขาสู่หัวหิน“นายหัวเหนื่อยไหมคะ”“ไม่ครับ ไปเดินหาของกินกันนะ”“ได้ค่ะ”ทั้งสองเดินเที่ยวและซื้ออาหารทานจนอิ่มจากนั้นตกลงกันว่าจะขับรถต่อและไปนอนพักที่ตัวเมืองประจวบเพราะตอนนี้เพิ่งจะสองทุ่มจึงยังไม่ง่วงมากนักเช้าวันต่อมาทั้งสองคนก็ตื่นในช่วงสายๆ หาอาหารทานในตัวเมืองประจวบฯ ก่อนจะขับรถออกจากที่พัก“นายหัวดีใจไหมคะที่หนูจะกลับมาอยู่บ้านแล้ว” หญิงสาวชวนคุยเพราะกลัวเขาจะง่วงเนื่องจากต้องขับรถอีกหลายชั่วโมงกว่าจะถึงบ้าน“ดีใจสิ ฉันนับวันรอเลยนะ ฉันให้กลับไปอยู่บ้านไปช่วยงานบัญชีนะอย่าคิดจะไปสมัครงานที่อื่นล่ะ” เขารีบพูดดักทางไว้ก่อนเพราะรู้จากภาคินเพื่อนสนิทที่เป็นเจ้าของบริษัทว่าอันดาไปขอหนัง
ระยะเวลาหลายวันที่กลับมาอยู่บ้านเป็นช่วงที่อันดามีความสุขมาก หญิงสาวได้อยู่กับคนรัก ได้กลับมาดูแลบ้านซึ่งนายหัวให้คนมาทำความสะอาดอยู่เป็นประจำ“ป้าไม่อยากให้หนูกลับเลยนะอันดา” ป้าสุดาที่รักและเอ็นดูอันดาเหมือนลูกสาวพูดขึ้นขณะกำลังเตรียมแกงไตปลาแห้งใส่กระปุกและปิดอย่างแน่นหนาเพื่อให้หญิงสาวเอาไปทานที่กรุงเทพ“หนูต้องกลับไปทำงานค่ะป้า เอาไว้หยุดยาวๆ หนูจะกลับมาอีกนะคะ”“แล้วเมื่อไหร่จะกลับมาอยู่ที่นี่ละลูก”“หนูอยากทำงานเก็บเงินอีกสักพักค่ะป้า”“ป้าอยากให้หนูกลับมาอยู่กับนายหัวนะอันดา มาช่วยนายหัวทำงาน ช่วงที่หนูกลับมาไม่กี่วันนายหัวดูมีความมาก ป้าว่าเขาคงอยากให้หนูกลับมาอยู่ด้วยกันที่นี่”“นายหัวก็บอกหนูแบบนั้นค่ะ หนูคิดว่าจะทำงานให้ครบหนึ่งปีแล้วจะลาออกมาอยู่กับนายหัวค่ะ”“ได้ยินแบบนี้ค่อยสบายใจหน่อย ป้าไม่อยากให้อยู่ห่างกัน ไม่ใช่ว่ากลัวไปมีคนอื่นหรอกนะ แต่ป้าไม่อยากให้เหนื่อยกับการเดินทางทั้งสองคนนะ ก่อนมาหานายหัวหนูก็ทำงานหนักเพื่อจะได้วันลา ส่วนนายหัวก็เร่งงานในสวนให้เรียบร้อยก่อนจะขึ้นไปหาหนู ป้ากลัวจะเหนื่อยและท้อกันไปเสียก่อน” ป้าสุดาเตือนด้วยความหวังดี“จริงๆ หนูก็อยากกลับมาอย
มือใหญ่จับสะโพกเล็กขึ้นสูงแล้วทิ้งลงบนท่อนเอ็นร้อนพร้อมกับสะโพกที่อัดสวนขึ้นจนร่องสาวกลืนแท่งร้อนจนสุดโคน จังหวะแรงและเร็วขึ้นเรื่อยๆเสียงอันดาร้องครางเพราะความเสียวที่เขามอบให้มันไม่ได้ลดน้อยลงเลย จังหวะร้อนแรงยังมีอย่างต่อเนื่อง“ไม่ไหว....นายหัวหนู....อื้ออ....”แล้วเธอก็เกร็งกระตุกตอดรัดเขาแรงจนนายหัวนทีปวดหนึบ หญิงสาวกอดเขาไว้แน่น เสียงหอบเหนื่อยของหญิงสาวทำให้เขาต้องผ่อนแรงลงเพราะกลัวว่าเธอจะหมดแรงลงไปเสียก่อน“ดีไหมอันดา”“นายหัวล่ะคะ ดีขึ้นไหมหายหรือยัง”“ไม่เลย ขอต่อเลยนะ”อันดาไม่รู้ว่าสมุนไพรที่กินออกฤทธิ์นานแค่ไหน เพราะดูเหมือนว่าแรงของเขายังไม่ตกเลยสักนิด เธอรู้สึกว่าตัวของชายหนุ่มยังคงร้อนระอุ เสียงหายใจหนักๆ ที่อยู่ข้างหูทำให้เธอขนลุกชันไปทั้งตัวเขาพลิกให้หญิงสาวอยู่ด้านล่าง ก่อนจะส่งลิ้นร้อนเข้าไปดูดซับความหวาน จูบของเขายังคงรุนแรงและเร่าร้อน อันดาครางประท้วงเมื่อเริ่มจะขาดอากาศหายใจ ชายหนุ่มเปลี่ยนเป้าหมายจากปากอิ่มที่เริ่มจะบวมช้ำเพราะแรงจูบริมฝีปากของเขาลากไล้ไปตามลำคอ ก่อนจะดูดแรงจนเป็นรอยแดง สองมือบีบขย้ำจนอย่างหนักหน่วงบนหน้าอิ่ม ก่อนจะรวบเม็ดทับทิมเข้าปากดูด
เย็นวันนั้นหลังจากจดทะเบียนสมรสเสร็จเรียบร้อยแล้ว นายหัวนทีก็จัดงานเลี้ยงเล็กๆ เพื่อประกาศให้ทุกคนรู้ว่าตอนนี้เขาและอันดาได้จดทะเบียนสมรสเป็นสามีภรรยากันอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้วพสุเพื่อนสนิทของนายหัวนทีก็ขับรถเข้ามาพร้อมกับหลินเพื่อนของอันดาที่นายหัวฝากให้ไปรับมาทานอาหารค่ำด้วยกัน“ดีใจด้วยนะอันดา นายหัวเป็นคนดีมาก แกโชคดีที่ได้นายหัวเป็นสามี นายหัวคะหลินฝากดูแลเพื่อนของหลินด้วยนะคะ”“ฉันยินดีดูแลอันดาไปทั้งชีวิตเลย”“นายหัวในที่สุดก็มีเจ้าของแล้ว ฉันคิดว่านายจะโสดไปจนแก่เสียอีก” พสุยิ้มกว้าง ตบไหล่นายหัวนทีแรงๆ“ฉันก็ไม่คิดเหมือนกัน จนเจอเด็กคนนี้” นายหัวนทีหัวเราะในลำคอ กอดเอวอันดาไว้แน่นบรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและการพูดคุยอย่างเป็นกันเอง อันดากับหลินคุยอยู่มุมหนึ่ง ส่วนนายหัวก็นั่งคุยกับพสุเรื่องงานสวนและแผนขยายพื้นที่ปลูกปาล์มคนงานบางคนก็ทยอยแวะมาแสดงความยินดีและทานอาหาร ขนม เครื่องดื่มที่ป้าสุดาและแม่ครัวช่วยกันจัดเตรียมไว้อย่างครบครับ“นี่ก็ดึกแล้วฉันขอกลับก่อนนะ”“แล้วฉันจะแวะไปหาที่บ้านนะ จะพาอันดาไปรู้จักแม่ของนายด้วย” นายหัวบอกกับเพื่อนรัก“ได้สิ แม่ก็อยากเห็นว่าใค
เมื่อนายหัวนทีกลับไปแล้วอันดาก็อยู่กับความว่างเปล่า และความเหงาในคอนโดกว้าง บรรยากาศภายในห้องพักที่เคยเต็มไปด้วยอ้อมกอดอันอบอุ่นและเสียงหัวเราะเหลือเพียงความเงียบสงบ แต่ระยะทางก็ไม่ได้ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองลดน้อยลงตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านไป นายหัวหนุ่มโทรศัพท์หาเธอทุกวัน น้ำเสียงทุ้มคุ้นหูช่วยเติมกำลังใจให้หญิงสาวผ่อนคลายความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานได้อย่างดีอันดาทุ่มเททำงานล่วงเวลาถึงสองทุ่มทุกวันเพื่อเร่งเคลียร์เอกสารและงานที่อยู่ในความรับผิดชอบให้เสร็จก่อนกำหนด เพราะเธอวางแผนที่จะยื่นขอลางานล่วงหน้าก่อนถึงวันหยุดยาวหนึ่งวันจุดประสงค์ของการลางานก็คือเพื่อเดินทางไปจดทะเบียนสมรสกับนายหัวนทีให้เรียบร้อยตามที่ตกลงกันไว้ เพราะมีความตั้งใจอย่างจพทำตามสัญญาหญิงสาวจึงไม่รู้สึกเหนื่อยกับการทำงานเลยสักนิด“แค่ไปจดทะเบียนสมรสและไปพักผ่อนนะอันดา ไม่ใช่ไปอยู่ยาว” พี่ฝ้ายพูดกับหญิงสาวขณะที่เธอกำลังเก็บของบนโต๊ะให้เรียบร้อย“ไม่จดทะเบียนสมรสจริงๆ ค่ะ หมดวันหยุดยาวหนูก็กลับมาทำงานค่พี่ฝ้าย”“พี่รู้ว่ารักทางไกลมันเหนื่อยนะ แต่พอไม่ได้เจอกันก็จะรักกันและคิดถึงกันมากขึ้น” พี่เจนพูดตามประสบการณ์ที
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยรอยยิ้ม อันดาหันมายิ้มให้กับนายหัวนทีเมื่อรถจอดสนิทที่หน้าบริษัท“เย็นนี้ต้องทำโอทีจริงๆ เหรออันดา”“จริงค่ะ นายหัวมารับหนูหนึ่งทุ่มนะคะ”“ได้ครับ ฉันไปนะ”“นายหัวอย่าลืมคิดถึงหนูด้วยนะคะ” เธอบอกแล้วยิ้มจนตาหยี ก่อนจะเปิดประตูลงจากรถพร้อมกับถุงของฝากใบใหญ่อันดาเดินเข้ามาภายในแผนกด้วยรอยยิ้มสดใส เมื่อมาถึงก็รีบแยกถุงของฝากไปวางไว้ที่โต๊ะทำงานของรุ่นพี่ทั้งสองคน“มาแต่เช้าเลยอันดา แล้วเอาอะไรมาวางบนโต๊ะพี่กันล่ะ” พี่เจนที่เดินเข้ามาพร้อมกับพี่ฝ้ายทักทายรุ่นน้อง“สวัสดีค่ะพี่เจน พี่ฝ้าย หนูไปเที่ยวเสม็ดมาค่ะ เลยซื้อของมาฝากพี่ๆ ด้วย”“ขอบใจจ้ะ ไปเที่ยวทะเลมารอบนี้ดูหน้าตาอิ่มเอิบผ่องใสขึ้นเยอะเลยนะ” พี่รัตนาที่เดินตามเข้ามาอีกเอ่ยแซว“นั่นสิคะพี่รัตนา ดูสิแก้มชมพูระเรื่อเชียว” พี่ฝ้ายแซวตามหัวหน้า“สวัสดีค่ะพี่รัตนา ของฝากของพี่ก็มีนะคะ”ขณะที่อันดากำลังยื่นถุงของฝากให้พี่รัตนา สายตาของพี่เจนก็สะดุดเข้ากับประกายวาววับที่นิ้วนางข้างซ้าย แสงไฟในออฟฟิศกระทบกับเพชรเม็ดงามบนแหวนทองคำขาวเรียบหรู จนพี่เจนต้องรีบคว้าข้อมือเล็กขึ้นมาดูใกล้ๆ“อุ๊ย อันดา นี่มันอะไรกันเนี่ย ไ







