Masukepisode 3
-หลายเดือนต่อมมา- “เตรียมของครบหรือยังลูก” คุณนายอิงอรผู้เป็นแม่ถามลูกสาวซ้ำอีกรอบ เพราะวันนี้เป็นวันที่เธอจะได้ออกไปอยู่ข้างนอกครั้งแรก คนเป็นแม่จึงเป็นห่วง กลัวว่าจะไปก่อเรื่องอะไรข้างนอกบ้าน เพราะที่ผ่านมาขนมเค้กถูกเลี้ยงดูอย่างตามใจเนื่องจากเป็นลูกสาวคนเดียวของบ้าน แถวผู้เป็นพ่อเองก็ยุ่งกับบริษัทจนแทบไม่ได้กลับบ้านเลย ซ้ำแล้วคู่หมั้นของเธอยังตามอกตามใจจนอิงอรกลัวลูกสาวจะเสียคนเอา “เตรียมครบหมดแล้วค่า” ขนมเค้กขานรับน้ำเสียงสดใส เธอสะพายเป้สีชมพูใบโปรดไว้ เพราะเป็นของขวัญจากคุณพ่อจึงพาไปไหนมาไหนด้วยแทบจะตลอด “สวัสดีครับ” น้ำเสียงทุ้มนุ่นชวนฟังของบุคคลมาใหม่ดังขึ้น ภาคินมาในชุดสบายๆ เสื้อเชิร์ทแขนยาวสีขาวทีถูกปลดกระดุมบนถึงสองเม็ดจนทำให้เห็นแผงอกแกร่ง แขนเสื้อถูกพับขึ้นเนื่องจากเป็นวันสบายไม่ต้องพิธีรีตองอะไรมาก แต่ก็ยังคงดูดีมีภูมิฐานเนื่องจากเขาเคยชินกับการวางตัวเป็นนักธุรกิจหนุ่ม ที่มีลูกน้องมากมาย “สวัสดีจ้ะ” “เย้ เฮียมาแล้ว” สาวน้อยวิ่งเข้าหาภาคินด้วยความดีใจ ก่อนจะพุ่งตัวไปคว้าแขนแกร่งมากอดไว้หลวมๆ คนเป็นแม่ถึงกลับต้องส่ายหัวให้กับความซนของลูกสาว “เตรียมตัวเรียบร้อยหรือยังคะขนมเค้ก” “ค่ะ” “งั้นแม่ฝากน้องด้วยนะตาภาคิน แล้วก็หัดดุบ้างล่ะชักจะดื้อใหญ่แล้ว” ถึงจะพูดแบบนี้นแต่เธอเองก็ไม่เคยดุเองเลยสักครั้ง ถ้าให้เปรียบก็คงเหมือนไข่ในหินนั่นแหละ กลัวเหลือเกินว่าต่อไปลูกสาวจะถูกคนอื่นรังแก “จะดุให้หนักๆ เลยครับคุณแม่” แต่ความหมายของคำว่าดุนั้นทั้งคู้เข้าใจกันดี โดยเฉพาะแก้มแดงที่เปลี่ยนเป็นสีแดงเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากคิดไปไกลถึงเรื่องลามกที่เคยเกิดขึ้น “สัญญาว่าจะไม่ดื้อค่ะ” “จ้าๆ เดินทางปลอกภัยนะลูกทั้งสองคน” ของใช้ต่างๆ ถูกขนขึ้นรถตู้สีขาวที่ภาคินเตรียมแยกมาอีกคัน เขาสั่งงานให้ลูกน้องคนสนิทนำไปจัดไว้ที่คอนโดใหม่ ส่วนตัวเขาเองนั้นได้พาขนมเค้กไปยังห้างสรรพสินค้า เพื่อที่จะได้ซื้อของในส่วนที่ยังขาดเหลือ “หนูหิวรึเปล่า” เข้ามาในตัวห้างภาคินก็เอ่ยถามคนตัวเล็กก่อนเลย เขาใส่ใจเธอมากจึงไม่มีเหตุผลอะไรที่ขนมเค้กจะไม่ชอบเขา ถึงทั้งคู่จะอายุห่างกันมากถึงสิบสี่ปีเลยก็ตามที “ตอนนี้ยังค่ะ หนูอยากไปดูชุดนักศึกษาใหม่เร็วๆ จังเลยค่ะ” เธอตื่นเต้นมากที่จะได้เปลี่ยนการแต่งตัว จะเป็นสาวแล้วสิ แค่คิดว่าจะได้ใส่ชุดใหม่ก็สนุกแล้ว “ได้ครับ” ว่าแล้วภาคินก็พาขนมเค้กไปร้ายขายชุดนักศึกษา แต่ไม่ใช่ร้นทั่วไปเป็นถึงเจ้าของธุรกิจรายใหญ่ทุกอย่างบนตัวคู่หมั้นสาวต้องแบรนด์เนมเท่านั้น “ยินดีต้องรับค่ะคุณลูกค้า สนใจสินค้าแบบไหนคะ” พนักงานสาวต้อนรับด้วยน้ำเสียงสดใส สาวตาที่มองชายหนุ่มช่างหยดย้อยเสียจนคนมองไม่ค่อยชอบใจ แต่หล่อนกับมองขนมเค้กเชิงเหยียดหยาม คงจะเป็นเด็กเสี่ยสินะ “ขอชุดนักศึกษามหาลัย XX เอาแบบที่ดีที่สุด” ภาคินบอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ได้ค่ะ เชิญค่ะ” เจ้าหล่อนนำทางเข้าไปยังโซนชุดนักศึกษาหญิง ภาคินนั่งลงที่เก้าอี้รับรอง มองดูขนมเค้กเลือกชุดไม่วางตา “ขอลองหมดนี่เลยนะคะ” เธอเลือกเสื้อมากสามสี่แบบ กะโปรงอีกสี่ห้าตัว “ตามมาค่ะ” ขนมเค้กเข้าไปเปลี่ยนชุดในห้องลองเสื้อ เสื้อนักศึกษาเนื้อผ้าดี ขนาดพอดีตัว แต่พอจะติดกระดุมช่วงหน้าอกกลับคับเกินไป กระโปรงทรงเอสีดำเหนือเข่าขึ้นมาประมาณหนึ่งคืบดีไซน์เข้ากันเป็นอย่างดี เธอเดินออกไปด้านนอกเพื่อให้คนจ่ายเงินได้ดูและตัดสินใจ “เป็นยังไงบ้างคะ” ร่างบางถามด้วยรอยยิ้มสวย “อืม... พี่ว่ามันโป๊ไปนะ เธอไปหาชุดที่มันเรียบร้อยกว่านี้มาให้ลองหน่อยสิ” เขาติติงก่อนจะหันไปสั่งพนักงานสาว น้ำเสียงช่างแตกต่างกันเหลือเกิน “ค่ะ” พนักงานสาวน้อมรับก่อนจะพาขนทเค้กไปเลือกชุดใหม่ เธอทำตามหน้าที่ของตนเองอย่างดีแม้ในใจจะนึกอิจฉาเด็กสาวตรงหน้า “ดีจังเลยนะคะ อายุยังน้อยอยู่เลย” ไม่รู้อะไรดลใจเธอถึงกล้าพูดออกไป ขนมเค้กเอียงศีรษะอย่างงุนงง เพราะไม่เข้าใจว่าพี่พนักสาวต้องการจะสื่ออะไร “อะไรเหรอคะ” “นี่ใสซื่อหรือแกล้งโง่คะคุณหนู” เธอกอดอกหาเองขนมเค้ก หารู้ไม่ว่าที่ตนเองคิดนั้นไม่มีความจริงเลยสักนิด “หนูไม่เข้าใจที่คุณพูดค่ะ แล้วคุณมีสิทธิอะไรมาว่าหนูเหรอคะ” แม้เธอจะไม่เข้าใจ แต่ถามกลับไปอย่างไม่ยอมเช่นกัน “เป็นเด็กเป็นเล็กหัดใช้ตัวเข้าแลกเงิน” “อ๋อ..” เธอเข้าใจแล้วว่าหล่อนเป็นอะไร คงจะคิดว่าเธอเป็นเด็กเลี้ยงของพี่ภาคินเลยจงใจหาเรื่องกันสินะ แต่ถึงจะจริงคนเป็นพนักงานสมควรพูดแบบนี้กับลูกค้างั้นเหรอ “อะไร” “หนูว่าคนที่โง่น่าจะคือคุณมากกว่านะคะ” แม้จะสวนกลับแต่ก็ยังคงด้วยรอยยิ้มหวาน “อีเด็กนี่!!” “เกิดอะไรขึ้น” เสียงทุ้มเข้มดังขึ้นด้านหลังพนักงานสาว เล่นเอาเธอสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ “คะ...คือว่า” “หึ ไม่เห็นเก่งเหมือนตอนแรกล่ะคะ” ขนมเค้กที่ถือไพ่เหนือกว่าตั้งใจยั่วโมโหอีกคน เธอดินไปยืนข้างกายภาคิน แล้วกอดอกมองเธอคืนบ้าง “อธิบายมา” ภาคินเค้นเสียงถามหล่อนดสียงแข็ง “คุณพนักงานคนนี้ด่าขนมว่าเอาตัวเข้าแลกเงิน หาว่าขนมเป็นเด็กเลี้ยงของเฮีย” เธอฟ้องหมดเปลือกไม่ไว้หน้าเธอเลยแม้แต่นิด กล้ามาว่าคนอย่างเธอเตรียมตัวไม่มีที่ยืนได้เลยคอยดู ยัยขนมไม่ได้ใจดีเหมือนหน้าตานะบอกไว้ก่อน “งั้นเหรอ...” น้ำเสียงราบเรียบทำเอาคนฟังขนลุกซู่ ภาคินต่อสายหาเลขาคนสนิททันที (“สวัสดีครับบอส”) “รู้สึกว่าที่นี่จะไม่สั่งสอนพนักงาน นายไปนัดท่านประธานของห้างนี้ให้เป็นการส่วนตัวที สงสัยต้องให้ปิดร้านบางร้านแล้วล่ะ” เขาว่าเสียงเข้ม นี่ไม่ใช่การข่มขู่ (“ครับบอส”) “คุณผู้ชายคะ...ดิฉันขอโทษจริงๆ ค่ะ” พนักงานสาวคุกเข่ายกมือไหว้ชายตรงหน้า “ห้ามแก้ปัญหาด้วยความรุนแรงเข้าใจไหมขนมเค้ก” เขาไม่สนใจใยดีเธอเลยแม้แต่น้อย เดินโอบเอวสุดที่รักของตนออกมาให้ห่าง “อืม... ต้องแก้ด้วยเงินแบบเฮียใช่ไหมคะ ฮ่า ฮ่า” ขนมเค้กยิ้มอย่างมีความสุข “ใครใช้ให้มารังแกขนมของเฮียกันล่ะ” มือใหญ่ยีหัวเล็กอย่างเอ็นดู “ฮ่า ฮ่า เฮียน่ารักที่สุดเลยค่ะ” “ไปดูคอนโดของหนูกันดีกว่าค่ะ เดี๋ยวเฮียสั่งตัดชุดให้ใหม่” ...........ไอ้เจ้าลูกชายตัวแสบ …. “บอสครับคุณคิริวมีเรื่องอีกแล้วครับ” เดวิดรายงานพฤติกรรมสุดระห่ำของลูกชายหัวแก้วหัวแหวนให้ผมได้รับรู้ เป็นรอบที่ร้อยได้แล้วมั้ง นี่ขนาดเด็กคนนี้พึ่งเข้ามหาลัยปีแรกยังก่อเรื่องได้ไม่เว้นวัน ไม่รู้ว่าไปเอานิสัยนักเลงหัวไม้แบบนี้มาจากใครกัน “เฮ้อ ให้กวินลากตัวกลับบ้านเดี๋ยวนี้เลย” “ครับ” ผมรีบเคลียงานทุกอย่างให้เสร็จ ก่อนจะตรงกลับบ้านทันที วันนี้คงต้องจัดการให้เด็ดขาดแล้วสิ สงสัยจะตามใจมากเกินไปจริง ๆ นั่นแหละ “ว่าไงไอ้ตัวดี” ผมว่าเสียงไม่พอใจแต่ก็ไม่ได้ถึงกับตะคอกออกไป เพราะตอนนี้ไอ้เด็กแสบกำลังกอดแขนขนมเค้กของผมอยู่อย่างออดอ้อนยังไงล่ะ “ม๊า~ พวกนั้นรังแกผมก่อนจริง ๆ นะครับ” ดูมัน แถมยังจะเอาหน้าไปถูกไถแก้มเมียผมอีก นี่ถ้าไม่ใช่ลูกผมล่อกระบาลไปนานแล้ว “คิริวครับ นั่นเมียกู” “ดูป๊าดิ แล้วบอกผมนักเลง ท่าทางป๊าน่ากลัวกว่าอีก” “ลูกลุกนั่งคุยกันดี ๆ เลิกกอดแม่ได้แล้ว” คราวนี้ขนมเค้กดุบ้าง “ไอ้แสบ ถ้าไม่เลิกก่อเรื่องพ่อจะให้แกไปเรียนเมืองนอกเดี๋ยวนี้เลย” เอาจริงผมก็แกล้งขู่ไปอย่างนั้นแหละ ไม่คิดจะให้ลูกไปอยู่ไกลจริง ๆ หลอก “ถ้าผมไปใครจะดู
และแล้ววันสำคัญของทั้งคู่ก็ได้มาถึง ช่วงพิธีการเช้าผ่านพ้นไปแต่โดยดี แต่ก็เล่นเอาอ่วมอยู่เหมือนกัน เพราะแขกเหรื่อมากันจนเต็มห้องรับรองของโรงแรมหรูที่ใช้สำหรับจัดงานกลางวัน จนถึงเวลาที่คู่บ่าวสาวต้องขึ้นไปกล่าวขอบคุณแขกที่มาร่วมงาน “ต่อไปเชิญคู่บ่าวสาวขึ้นมาได้เลยครับ” พิธีกรหนุ่มกล่าวเรียกผ่านลำโพงเสียงดัง จึงทำให้แขทที่กำลังนั่งรับประทานอาหารอยู่ต่างพากันหยุกการกระทำลง แล้วหันมาให้ความสนใจกับคู่บ่าวสาวแทน “สวัสดีครับ ก่อนอื่นก็ต้องขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมแสดงความยินดีกับพวกเราทั้งสองในวันนี้นะครับ และที่สำคัญเลยก็คือ ขอบคุณผู้หญิงคนนี้ที่ยอมรับในตัวตนของผม และทำให้ผมมีความสุขอยู่ในทุก ๆ วัน อ่า…ผมไม่มีอะไรจะพูดเท่าไหร่ แค่อยากจะบอกว่าพี่รักหนูนะครับ” ภาคินพูดออกไมค์ด้วมน้ำเสียงแห่งความสุข น้ำเสียงเขาช่างนุ่มลึกจนทำให้คนฟังต่างเคลิบเคลิ้ม โดยเฉพาะสายตาคู่คมที่ก้มมองตาของเจ้าสาวตัวน้อยนั้นมันทำให้ทุกคนรู้สึกเขินแทน กรี๊ดดด
“อื้ม~” มือแกร่งโน้นใบหน้าสวยเข้ามาใกล้ก่อนจะประกอบริมฝีปากบางด้วยความคะนึงหา เขามอบจูบแสนหวานแต่ก็แฝงไปด้วยความเร่าร้อนให้แด่เธอแทนความในใจ เขาที่เคยเป็นคนที่ไม่ดีพร้อมสำหรับใคร แต่กลับทำได้ทุกอย่างเพื่อเธอจนน่าแปลกใจ จากคนที่เที่ยวเตร่หาผู้หญิงมาสนองความใคร่โดยไม่คิดอะไร กลับต้องมาสยบแทบเท้าแม่สาวน้อยคนนี้เสียได้ “อื้อ…” คนตั้วเล็กร้องประท้วงเพราะกำลังจะขาดอากาศหายใจ เขาจำทำให้เธอตามในวันแรกของการแต่งงานเลยหรือไง ถึงเล่นจูบไม่ยอมให้ได้หายใจเลยแบบนี้ “อ่า…ในเมื่อเราแต่งงานกันแล้ว” ภาคินเว้นช่วงแล้วฉายแววตาเจ้าเลห์ออกมา “ละ…แล้วทำไมคะ” คนตัวเล็กที่รู้สึกถึงความไม่ปลอดภะยเอ่ยถามกลับไป “เฮียก็จะรักหนูทุกวันทุกคืน รักจนกว่าหนูจะท้องลูกของเฮีย บอกจนกว่าหนูจะร้องขอชีวิ! …” มือเล็กรีบกขึ้นมาปิดปากคนตัวโตทันที่ เมื่อเขาพูดเรื่องไร้ยางอายออกมาได้หน้าตาเฉย “หยุดเลยนะคะ หนูบอกแล้วไงว่าขอเรียนจบก่อน” สาวน้อ
“เล่นเกมพระราชากัน จะหมุนขวดเหล้าแล้วถ้าปากขวดไปตกที่ใคร คนนั้นมีสิทธิสั่งให้ใครในนี้ทำอะไรก็ได้หนึ่งอย่าง แต่ถ้าไม่ทำก็ยกเหล้าเพียว ๆ ไปเลยหนึ่งช็อต” จีนี่อธิบายกติกาการเล่นออกมาอย่างละเอียด ทุกคนเองก็คิดว่าการเล่นอะไรแบบนี้ก็ดูน่าสนุกดี ถึงแม้พวกหนุ่ม ๆ ที่อายุนำสาวน้อยไปเยอะอย่างพวกเขานั้นจะรู้สึกว่ามันดูไร้สาระแต่ก็ยอมตามน้ำไป “งั้นจีนจะหมุนแล้วนะคะ” เธอพูดจบก็เริ่มหมุนขวดเป็นวงกลมทันที ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่สิ่งเดียวกัน จนในที่สุดปากขวดก็ไปตกลงที่ราเชนทร์ คุณเจ้าของร้านสุดหล่อหน้าตาดุดัน เขาเผยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาแล้วมองไปยังเพื่อนของตนทั้งสอง ในใจคิดอยู่ว่าจะแกล้งใครดี “อืม...เลือกลูคัสก็แล้วกัน” สายจาคมจ้องมองไปที่เพื่อนชายอย่างนึกสนุก “จะให้กูทำอะไร” “จูบกับจีนี่” เขาออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเรียบ คนได้ฟังถึงกลับหางคิ้วกระตุก ส่วนคนที่ถูกพ่วงไปด้วยกับกำลังเขินหน้าแดง “เหอะ เอาเหล้ามา” แต่สิ่งที
ขนมเค้กไม่ลืมนำชุดคลุมสีขาวตัวบางมาสวมทับอีกรอบ เพราะถึงจะไม่ค่อยมีคนก็เถอะ แต่ถ้าต้องเดินไปอวดสายตาคนอื่นแบบโต้ง ๆ เธอก็ไม่กล้า และที่สำคัญที่สุดเลยกฌคือคนตัวโตข้าง ๆ คงจะไม่ยอมเป็นแน่ การที่เขาให้เธอแต่งตัวแบบนี้ได้ก็นับว่าดีแค่ไหนแล้ว “พร้อมแล้วค่ะ” เธอบอกเขาที่ใส่เพียงเสื้อยืดตัวบางสีขาว กับกางเกงขาสั้นสำตัวหลวม น่าแปลกที่เขาแต่งตัวแบบนี้ก็ยังดูดีมากอยู่ดี “ไปครับ” ทั้งสองจูงมือกันเดินออกไปยังหาดเล็ก ๆ ไม่ไกล่ที่พักมากนัก สถานที่แห่งนี้ถูกจัดเตรียมไว้รองรับนักท่องเที่ยว โดยมีเก้าอี้ชายหาดตั้งเรียงเป็นคู่ ๆ อยู่ห่างกันออกไป แม้จะมีนักท่องเที่ยวไม่มาก แต่ทั้งคู่กลับเป็นจุดสนใจไปเรียบร้อยแล้ว แม้จะไม่ได้ใส่ใจสายตาคนอื่นแต่ก็แอบอึดอัดไม่น้อย “ห้อมถอดผ้าคลุมออกนะครับ” ภาคินโอบไหล่บางไว้ เขาก้มกระซิบบอกข้างหูเธอน้ำเสียงเชิงดุดัน “แบบนี้ก็น่าเสียดายแย่เลย” เธอแสร้งทำหน้าเหมือนเสียดาย
ไม่คิดว่าเพียงแค่พูดว่าอยากไปเขาก็จะพาไปในทันทีแบบนี้เลย ทันทีที่มาถึงบ้านตระกูลวรโชติวาทิน บรรดาคนใช้ต่างมารอต้อนรับทายาทคนเดียวของบ้านอย่างภาคินด้วยความเคารพ รวมถึงต้อนรับคู่หมั้นสาวข้าง ๆ เป็นอย่างดี “หายหน้าหายตาเลยนะลูกชายแม่” คุณหญิงมนีทิพย์ผู้เป็นแท่ออกมาทักทายลูกชายหัวแก้วหัวแหวนอย่างคิดถึง “สวัสดีค่ะคุณแม่” ขนมเค้กยกมือไหว้ทำความเคาระท่านอย่างนอบน้อม “สวัสดีจ้ะหนูขนมเค้ก เข้ามานั่งคุยกันก่อนเถอะ” เธอตอบรับคำทักทายอย่างยินดี ต้อนรับลูกสะใภ้อย่างใจดี “ของที่ผมขอล่ะครับ” เมื่อนั่งลงที่ห้องรับแขก ภาคินก็ตรงเข้าประเด็นทันทีอย่างไม่อ้อมค้อม “ใจร้อนจังเลยนะลูกชาย” ขนมเค้กนั่งงุนงงไม่เข้าใจว่าพวกเขาคุยเรื่องอะไรกัน แต่ก็ไม่กล้าแทรกบทสนทนาของทั้งสองคน เพียงแค่นั่งฟังอย่างเงียบ ๆ ไม่นานนักก็มี







