로그인ทัณฑ์บำเรอมาเฟีย Chapter 15 สายวันต่อมา มื้อเช้าบ้านฌอร์นวันนี้ต่างไปจากวันก่อน นอกจากตั้งสำรับช้ากว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ยังมีแขกพิเศษอีกสองคนมาร่วมโต๊ะอาหารด้วย คนแรกคือนรวิชญ์ คนที่สองคือพงษ์พัฒน์ คนรักนรวิชญ์ อาหารเช้าเป็นโจ๊กหมูร้อนๆ มีปาท่องโก๋ชิ้นเล็กที่วิลลี่ไปซื้อจากร้านใกล้ซอยบ้าน เหตุผลที่มื้อเช้าล่าช้าไปกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่งเป็นเพราะ แม่ครัวสาวตื่นสาย ซึ่งฌอร์นก็ไม่ปลุก เขาปล่อยให้ปรินดานอนหลับให้เต็มอิ่ม ชดเชยที่เขามักมากในกาม หลับนอนกับเธอรวมสามยก กว่าจะได้พักผ่อนจริงๆ ก็ปาไปตีสี่กว่า พอกลับขึ้นมาบนห้องกนิษฐายังคงหลับ ฌอร์นเดินเลี่ยงเข้าห้องน้ำ อาบน้ำให้สดชื่น จากนั้นก็เดินมาล้มตัวลงนอนที่ของตน โดยที่กนิษฐาไม่รู้ว่า เขากลับมานอนตามเดิม “วันนี้ดูพี่ฌอร์นอารมณ์ดีนะครับ” นรวิชญ์สังเกตเห็นพี่ชายเดินยิ้มเขามาในห้องกินข้าว ปกติใบหน้าฌอร์นจะนิ่งๆ แม้บางครั้งจะมีรอยยิ้มก็ไม่ได้ยิ้มแก้มแทบปริเช่นวันนี้ “ก็คนมีความสุขก็ต้องยิ้มสิ” ฌอร์นตอบ ใบหน้ายิ้มราวกับคนมีความสุข “มีความสุขเรื่องอะไรครับ ผมว่าต้องมีอะไรเป็น
ทัณฑ์บำเรอมาเฟีย Chapter 14ความที่สองหนุ่มสาวดำเนินกิจกรรมบนเตียงมานับครั้งไม่ถ้วน ทั้งสองรู้ใจกันและกัน อีกฝ่ายรุก อีกคนก็จะตั้งรับ ฌอร์นดันตัวตนอวบใหญ่เข้าสู่รวงผึ้งฉ่ำหวาน ปรินดายกสะโพกรับ ในขณะที่ปากหนุ่มผลัดเปลี่ยนทำงาน จุมพิตเรียวปากอิ่มบ้าง ก่อนเลื่อนใบหน้าไปยังยอดถันตั้งชัน โลมเลียด้วยลิ้น ดูดดื่มและเม้มด้วยปาก เพิ่มความเสียวให้หญิงสาว ความสุขจึงวิ่งเข้าใส่ร่างงามความอ่อนโยนระคนเร่าร้อนที่ได้รับ ปรินดาคิดว่า หัวใจห่อหุ้มด้วยความสุขอันเจิดจรัส แสงบนฟากฟ้าไม่ใช่สีดำทะมึนน่ากลัวอีกต่อไป มีหมู่ดาวเคียงข้างพระจันทร์กลมโต เสริมความสวยงามด้วยพลุไฟหลากสี สว่างวาบปัดความทุกข์ ความเสียใจและหม่นหมองไปจากจิตใจเธอจนสิ้น ปรินดาอ้าแขนรับความสุขเอ่อล้นด้วยความเปรมปรีดิ์“คุณฌอร์น...คุณฌอร์นขา...อา”ปรินดาจับท่อนแขนกำยำแน่น ร่างเกร็ง ช่องทางรักตอดขมิบตามความสุขโหมในกาย ไม่ใช่ว่าทุกครั้งที่ร่วมหลับนอนกับเขา ปรินดาจะไม่ได้รับความสุข เธอได้รับมัน เพียงแค่ว่าครั้งนี้ หญิงสาวสุขทั้งกายและหัวใจ“พระเจ้า...น้องสาวเธอยังรัดฉันแน่นเหมือนเดิม...อา...ดีเหลือเกิน...อูวว์”ร่องโยนีรัดรึงตัวตนชาย กระตุกถี
ทัณฑ์บำเรอมาเฟีย Chapter 13 ฌอร์นเชยชมดอกบัวคู่งามชั่วครู่ เขาเลื่อนใบหน้าไปยังจุดหมายใหม่ที่หัวใจร่ำร้องหนักมากว่า ต้องเดินทางไปเชยชม เป็นความรู้สึกนึกคิดที่ไม่เคยมีในหัว ทว่าเวลานี้ความปราถนามีมากเหลือเกิน มากจนเขาไม่อาจหยุดยั้งได้ริมฝีปากฌอร์นไล่ต่ำลงมาตามหน้าท้องไร้ไขมัน ที่เวลานี้แขม่วตามอารมณ์พิศวาสโห้มไหม เธอรุมร้อนราวกับถูกไฟแผดเผา อุณหภูมิในกายเพิ่มระดับทุกขณะ ยามเขาป่ายปากตวัดลิ้นไปตามผิวเนื้อสาวรอบร่องกลางสะดือ เธอเข้าใจความหมายของคำว่าเนื้อเต้นขึ้นมาทันทีทันใด ปรินดาหายใจไม่ทั่วท้องเพราะคิดว่าเขาจะหยุดปากเพียงแค่ช่วงท้อง หาใช่ตามใจคิด ใบหน้าเขาต่ำลงไปอีก ต่ำลงไปจนเธอใจสะท้าน ตื่นเต้นเป็นที่สุด“คุณฌอร์น...อา...คุณฌอร์น”คลื่นเสน่หาไหลเวียนไปทั่วกายาปรินดา ผิวกายเต้นเร้ารับสัมผัสเร่าร้อน หัวใจปรินดาเต้นแรงมาก เมื่อใบหน้าเขาซุกตรงอิสตรีเพศ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ฌอร์นโลมไล้ร่างกายตนต่ำกว่าเอว และเป็นครั้งแรกที่เธอทำความรู้จักกับคำว่า เสียวแทบขาดใจฌอร์นลงลิ้นบนดอกกุหลาบงามที่ไม่เคยเห็นค่าอย่าไม่รังเกียจ เขาไม่เคยป้อนความสุขให้หญิงสาวคนใดเช่นนี้มาก่อน แม้แต่กนิษฐ
ทัณฑ์บำเรอมาเฟีย Chapter 12 “ไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ” ปรินดารีบตอบ “แอลไม่คิดว่าคุณฌอร์นมาหาแอลค่ะ” “วันนี้ไปไหนกับมันมาบ้าง” “ไปกินข้าวค่ะ แล้วตั้งใจว่าจะดูหนัง แต่ก็ไม่ได้ดูเพราะคุณลุงโทรมาบอกเรื่องคุณป้าลื่นตกบันได พี่ตั้มกับแอลก็เลยไปโรงพยาบาลค่ะ”เธอตอบตามความจริง ฌอร์นนั่งบนเตียงให้เธอยืนอยู่ระหว่างขาตน “เธอคงชอบไปไหนมาไหนกับมันสิท่า ชอบมันหรือไง” น้ำเสียงขุ่นมาก “ไม่ค่ะ แอลไม่ได้ชอบพี่ตั้ม แอลคิดกับพี่ตั้มแค่พี่ชายค่ะ” “แต่ท่าทางมันจะคิดกับเธอมากกว่านั้นนะ” ผู้ชายด้วยกันย่อมดูออก “แอลไม่มีวันมีใครอื่นค่ะ แอลมีคุณฌอร์นคนเดียวค่ะ”จากน้ำเสียง สีหน้าและคำพูดชวนหาเรื่อง ทำให้ปรินดาที่อยู่กับเขามาหลายปีรู้ดีว่า ฌอร์นกำลังอารมณ์ไม่ดี เธอต้องใช้คำพูดให้ความไม่พอใจจางลง “ก็ลองมีคนอื่นสิ ฉันเอาตายทั้งคู่” กระแสเสียงหนักแน่น จริงใจ มองปรินดาด้วยสายตาผิดแปลกไปกว่าทุกวัน “เธอทำให้ฉันหงุดหงิดมากเลยรู้ไหม เธอต้องถูกทำโทษ” “แล้วคุณพายล่ะคะ เธอ...” เสียงหวานเอ่ยไม่จบประโยค เสียงทุ้ม
ทัณฑ์บำเรอมาเฟีย Chapter 11 “แอลเอาของกลับมาไว้ที่บ้านตั้งแต่ตอนเที่ยงกว่าๆ แล้วก็ออกไปข้างนอกค่ะ” ปรินดาตอบ กนิษฐาไม่คิดถามต่อ เพราะคิดว่าเป็นเรื่องส่วนตัวของปรินดา “บอกฉันว่าจะกลับก่อนห้าโมง นี่มันจะสามทุ่มแล้วนะ ผิดเวลาหลายครั้งแล้ว คราวหน้าฉันคงไม่ให้เธอไปไหนกับใครอีก” แม้เสียงจะเรียบ ทว่าปรินดารับรู้ได้ถึงความโกรธ “มีเรื่องด่วนน่ะค่ะ คุณแม่พี่ตั้มลื่นตกบันไดค่ะ พี่ตั้มกับแอลก็เลยไปโรงพยาบาลค่ะ กว่าคุณแม่พี่ตั้มจะเข้าเฝือกเสร็จก็ทุ่มกว่าๆ แอลเลยกลับมาช้าค่ะ”ฌอร์นฟังเหตุผลของการกลับบ้านช้าด้วยใบหน้าเรียบเฉย ราวกับไม่ตกใจที่เธอไปกับณัฐกิตต์ เป็นเพราะณัฐกิตต์โทรมาขออนุญาตพาปรินดาออกไปเที่ยว เขายอมให้ไปแต่มีข้อแม้ว่า ต้องพาปรินดากลับบ้านก่อนห้าโมงเย็นสีหน้ากนิษฐามีความตกใจและแปลกใจในเวลาเดียวกัน จากคำตอบปรินดา คาดเดาไม่ยากว่า ไปข้างนอกของอีกฝ่ายคือ ไปกับณัฐกิตต์“เธอไปไหนกับพี่ตั้ม แล้วทำไมฉันไม่รู้ล่ะว่าแม่พี่ตั้มลื่นตกบันได”กนิษฐารีบถาม ในใจขุ่นมาก ลืมนึกไปว่า ข้อตกลงอีกหนึ่งอย่างของฌอร์นคือ ระหว่างที่กนิษฐาอยู่กับฌอร์น เธอห้ามติดต่อกับณัฐกิตต์
ทัณฑ์บำเรอมาเฟีย Chapter 10 กนิษฐามองสร้อยคอปรินดาที่มองยังไงก็ไม่มีราคาค่างวด สร้อยทำจากทองคำขาวมีจี้รูปหัวใจสีชมพูทำจากพลอย ดูแล้วธรรมดามากคนอย่างเธอไม่มีวันใส่แน่นอน แต่เหตุใดดาราสาวถึงได้เกิดความริษยาเมื่อรู้ว่า ใครเป็นคนให้ อยากกระชากสร้อยออกจากคอปรินดาเสียตอนนี้ ความเป็นดาราเจ้าบทบาท กนิษฐาระงับความไม่พอใจไว้แนบเนียน ปรับสายตาและอารมณ์ให้คงที่ ฌอร์นไม่ควรรู้สึกอะไร ไม่ว่าความโกรธหรือไม่พอใจ และอีกหนึ่งความรู้สึกคือ หึง ปรินดาจะมีใครหรือใครมอบของให้ เขาไม่ควรใส่ใจ เธอเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตบนเตียงที่มอบความสุขให้เขาเมื่อมีความต้องการ แต่เหตุใดถึงได้เกิดสองความรู้สึกนี้ขึ้นมา เช่นเคยที่เพียงชั่วขณะหนึ่งเท่านั้น ฌอร์นสามารถระงับได้ฉับพลัน “พี่ตั้มให้หรอกเหรอ น่ารักดีนะ” ปากไม่ตรงกับใจโดยสิ้นเชิง กนิษฐาพูดด้วยรอยยิ้ม “พี่ตั้มบอกว่า ตั้งใจซื้อให้แอลตั้งแต่ไปเมกาค่ะ แต่ก็ไม่ได้ให้เพราะแอลกับครอบครัวย้ายออกจากบ้านพี่ตั้มก่อนพี่ตั้มกลับค่ะ พี่ตั้มเลยเก็บสร้อยเส้นนี้ไว้ เผื่อวันไหนได้เจอแอล พี่ตั้มก็จะให้แอลค่ะ”คำตอบเหมือนเล่าเรื่องราวความเป็







