تسجيل الدخولเขาดูชะงักไปและหันมาจูบซับน้ำตาให้ด้วยสัมผัสอ่อนโยน อ่อนโยนจนเธอประหลาดใจและหยุดนั่งรอดูปฏิกิริยาของเขา
มือหนาลูบไปตามแขนกลมกลึงปลอบประโลมเธอให้คลายจากความกลัว สัมผัสแบบนี้เธอเคยรู้สึกที่ไหนมาก่อน แต่กลับนึกต่อไม่ออก หญิงสาวนิ่งงันไปชั่วครู่คล้ายหลงเข้าไปในห้วงอารมณ์บางอย่างที่หาทางออกไม่ได้
ไม่มีคำพูดใดเปล่งออกมาจากริมฝีปากหยักหนาที่จูบเธอคล้ายคนอดอยากหิวโซ เธอได้ยินเสียงลมหายใจร้อนแรงที่เป่ารดไปทั่วใบหน้า และกลับมากดย้ำจูบด้วยความเอาแต่ใจกับริมฝีปากอิ่มของเธอซ้ำๆ พิรวดีพยายามเบี่ยงหลบ แต่มือหนาบีบท้ายทอยเอาไว้ บังคับให้เธอต้องรับจุมพิตดุดันที่มีชั้นเชิงเหนือกว่าโดยสิ้นเชิง
ลิ้นหนาแทรกเข้าดูดดึงลิ้นสีแดงสดในโพรงปากแสนหวาน กวาดลิ้นหยอกเย้ากับไรฟันเล็กอย่างเอ็นดูในความไม่ประสีประสา เขากำลังหลงใหลทุกสัดส่วนของเธอ ไม่ว่าจะแตะต้องสัมผัสไปตรงไหน ก็นุ่มนิ่ม เต็มตึง หอมกรุ่นน่าครอบครองไปเสียทุกสัดส่วน
ริมฝีปากร้อนเข้าซุกไซ้ซอกคอหอม ขบเม้มผิวเนียนละเอียดตรงจุดอ่อนไหวต่อความรู้สึก มือหนายังกดมือน้อยทั้งสองของเธอเอาไว้ ริมฝีปากเข้าดูดกลืนยอดอกทั้งสองสลับกันไปมา เรือนกายหนาแทรกเข้ากลางเรือนร่างหญิงสาว กดเอาไว้ไม่ให้เธอหนีไปไหนได้
“คุณเป็นใครคะ ได้โปรดปล่อยฉันไปเถอะ”
พิรวดีขอร้องเสียงสั่นด้วยความกลัว เหมือนเขาจะสัมผัสความกลัวของเธอ จึงผ่อนแรงที่กดทับ แต่ไม่ได้ปล่อยให้เธอหนีรอดดังที่คิด แสงสลัวไม่ได้ทำให้เธอมองเห็นใบหน้าเขาชัดเจน รู้เพียงว่าเขากำลังขบเม้ม ดูดไล้แตะต้องเธอไปทุกสัดส่วน
ไร้เสียงตอบรับจากชายหนุ่ม ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าเขาคงไม่ใช่เสี่ยสรชัยเพราะร่างที่บึกบึนสูงใหญ่ แข็งแกร่งมากกว่าร่างอ้วนๆ ของเสี่ยตัณหากลับคนนั้น ถึงกระนั้นเธอยังมองไม่เห็นใบหน้าของเขาชัดเจน
รติภัทรจู่โจมจุดอ่อนไหวของหญิงสาว แทรกนิ้วเข้าสู่ซอกทางรัก ความอัศจรรย์ใจทำให้ชายหนุ่มละทิ้งความตั้งใจแรกไปหมดสิ้น เครื่องป้องกันบนหัวเตียงถูกทิ้งให้เป็นหมัน แทนที่ด้วยความภาคภูมิใจที่ได้ครอบครองหญิงสาวเป็นคนแรก เขาตัดทุกสิ่งทุกอย่างที่ชวนว้าวุ่นออกไป ให้เหลือเพียงแค่สัมผัสที่พยายามอ่อนโยนที่สุด
สัมผัสทะนุถนอมทำให้พิรวดีเคลิบเคลิ้ม เขารู้ถึงจุดอ่อนไหว ลูบไล้บีบเคล้นหนักเบาจู่โจมคนอ่อนเดียงสา หญิงสาวหัวหมุน พอจะร้องเขากลับประกบปิดปากทาบทับเอาไว้ พอจะดิ้นเขากดมือประสานเอาไว้ ล็อกขาเธอไว้ด้วยขาใหญ่เพรียวทั้งสอง
“คะ... คุณเป็นใคร”
“ฉันเป็นเจ้าของเธอ ห้ามให้ใครมาทับรอยเด็ดขาด จำได้ไหม หือ...”
เขากระซิบบอกเสียงอ่อนโยนปนเปไปด้วยความเผด็จการเจืออยู่ในน้ำเสียง น่าแปลกที่เธอว้าวุ่นใจกลัวเขาจะจากไปเสียมากกว่าจะดิ้นหนี สัมผัสอ่อนโยนถ้อยทีถ้อยอาศัยก็ยังเป็นสิ่งที่สร้างความแปลกใหม่ให้อารมณ์สาว
“ถามว่าจำได้ไหม แล้วเราจะได้เจอกันอีกแน่นอน”
เขาซุกใบหน้าหยุดนิ่งซบที่ไหล่เนียน กระซิบถามคล้ายออดอ้อนและรอฟังคำตอบ พิรวดีพยักหน้ารับอย่างจำยอม ก่อนจะตาโตในคำพูดประโยคถัดมา
“เป็นของฉันนะ ฉันจะดูแลเธอไปตลอดชีวิต”
“เราไม่รู้จักกัน”
“เรารู้จักกัน ฉันชื่อรติภัทร จำเอาไว้ให้ดี”
พิรวดีตาโตนิ่งอึ้งเมื่อได้ยินประโยคนั้น หัวใจและสมองเธอเหมือนกับมีอะไรมากระแทกเข้าอย่างจัง ใบหน้าคมเข้าซุกไซ้ เธอหูอื้อตาลายกะพริบตาปริบๆ ปากร้อนหวีดร้องอย่างตกใจ เขาต้องล้อเธอเล่นแน่นอน ชายหนุ่มสบถด้วยความขัดใจแต่ไม่คิดจะปล่อยหญิงสาวในอ้อมแขน ปากร้อนจุมพิตเกลี่ยรอบใบหูขาวเนียน พิรวดีคิดว่าคนที่กดทับบนร่างเธอช่างอารมณ์แปรปรวนดีแท้ เธอพยายามดิ้นรน แม้จะคิดว่าคงไม่รอดเงื้อมมือเขาไปได้แน่นอน ก็พยายามขอให้ได้ทำเป็นพอ
ผู้ชายคนนี้มาล้อเล่นอะไรกับเธอกันแน่ อารมณ์ของพิรวดีตอนนี้หวาดกลัวมากกว่าจะคล้อยตาม
รติภัทรแยกเรียวขาของเธอออกอีกครั้ง เขาติดใจกับความหวานอร่อยของดอกไม้กลีบสวยที่เต่งตึงไร้ราคี ใบหน้าคมซุกไซ้ใช้ลิ้นเข้าดูดรัดกลีบสวาท จุ่มจ้วงซอกแซะเข้าออกเพื่อช่วงชิงน้ำหวานล้ำค่าที่ถูกเก็บซ่อนเอาไว้ภายใน
“อื้อ...”
พิรวดีถอยสะโพกหนีแต่ได้เพียงแค่เขยิบไปนิดเดียว เนื่องจากติดมือหนาที่กุมเอาไว้แน่น มือที่ผลักไสกลายเป็นวางแหมะเอาไว้บนศีรษะของเขาเมื่อลิ้นร้อนดูดดุนอย่างวาบหวาม
“ไม่!”
พิรวดีรู้สึกตกใจกับความเสียวซ่านที่ได้รับจากปากร้อน เขาช่างทำให้เธอปั่นป่วนแทบบ้า เมื่อขณะนี้ชิวหาสากสอดแทรกเข้าออกเป็นจังหวะรัว ดูดรวบกลืนกินน้ำทิพย์หวานอร่อย ส่งร่างน้อยอ่อนเดียงสาไปสู่ความหฤหรรษ์ที่ไม่เคยพานพบมาก่อน
พิรวดีหอบหายใจตัวโยน ทรวงสาวสะท้อนขึ้นลงจนชายหนุ่มอดใจไม่ไหว จำต้องกอบกุมเอาไว้ หญิงสาวได้สติ เริ่มถอยร่นหนี แต่ติดกับพนักหัวเตียง เขาเข้าแทรกกลางร่างสาว แล้วจับขาเธอแยกออกจนกว้าง ใช้มือผลักไสอกกว้าง แต่แรงน้อยนิดทำอันใดเขาไม่ได้
“ได้โปรด”
เธอขอร้อง ยกมือไหว้เขา รติภัทรใช้หมอนรองสะโพกผายให้เธอแอ่นหยัดขึ้น จับเรือนกายแข็งชันจดจ่อที่ซอกสวาทปริ่มน้ำหวานที่เกิดจากการเล้าโลม เพียงแค่เขาขยับเสียดสี เสียงครางแผ่วเครือปลดปล่อยออกมาแทบจะทันที
“อื้อ... ไม่นะคะ”
พิรวดีใจหายวาบเมื่อเขากดกายเข้าหา ความเจ็บตึงคับแน่นสอดแทรกเข้ามาในห้วงอารมณ์ความรู้สึกจนยากจะต้านทาน รติภัทรถอนสะโพกผายหนีแล้วกดเข้ามาใหม่ ดีที่ซอกทางรักปริ่มไปด้วยหยาดน้ำหวาน ไม่เช่นนั้นเขาคงเห็นความเจ็บทรมานของเธอมากกว่านี้
รติภัทรกดกายเข้าหาอีกครั้ง ความอัศจรรย์ใจของเขาทำให้สายตาเพ่งมองใบหน้าที่ส่ายไปมาอย่างช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ท่ามกลางแสงสลัวของโคมไฟที่อยู่อีกมุม มือบอบบางทุบร่างแกร่งไม่ยั้ง เพื่อให้ตัวเองหนีพ้นพันธนาการสวาทที่เขาหยิบยื่นให้
“ฉันเจ็บ ได้โปรด”
เธอเงยหน้ามองเขาทั้งน้ำตา รติภัทรลูบสะโพกผายไปมาจนขนในกายหญิงสาวลุกชัน ความสยิวแล่นพล่านไปทุกรูขุมขน ใบหน้าคมหล่อเหลาก้มลงจุมพิตกลีบปากสวยที่เผยอครางด้วยความเจ็บเสียวและทรมาน มือหนาอีกข้างที่ว่างเว้นเลื่อนมากอบกุมยอดอกแล้วเคล้นคลึง อีกมือลูบสะโพกงามงอนและต้นขาเปลือยให้เธอผ่อนคลาย
“อื้อ...”
พิรวดีเบี่ยงหน้าด้วยความเสียวซ่านเมื่อริมฝีปากร้อนเข้าดูดรัดหูเล็กแล้วขบกัดด้วยความมันเขี้ยว
“ชูวว์... มันจะไม่เจ็บอีก จำเอาไว้พิรวดีเธอเป็นของฉัน” เขาปลอบ
พิรวดีได้ยินเสียงลมหายใจร้อนระอุหอบรุนแรงขึ้นขณะกดกายเข้าหา
“อ๊า... พอแล้ว ได้โปรด”
พิรวดีสะดุ้งเฮือกเมื่อเขากดกายเข้ามาฝากฝังในเรือนกายเธอเกือบครึ่ง รติภัทรกัดฟันกรอดเมื่อผนังอ่อนนุ่มรัดรึงเขาจนแทบหายใจไม่ออก ความเจ็บปวดทำให้เขาอยากกระแทกแรงๆ ในซอกทางรักและฝังกายเข้าไปพักพิงอิงแอบแนบชิดสนิทเนื้อ แต่เพราะคนใต้ร่างกำลังร้องไห้เบาๆ เขาไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะความเสียวซ่านหรือความเสียใจที่มีมากกว่ากัน จึงหันมาจูบซับน้ำตา
ทุกสัมผัสอ่อนโยนจนพิรวดีคลายสะอื้น หญิงสาวยอมจำนนว่าถึงอย่างไรก็คงไม่มีวันหนีเขาได้พ้น เขาถอดสะโพกออกห่าง ทำให้เธอผวาตามติดเพราะความคับแน่นของโพรงเนื้อที่ตอดรัดดูดดึงกันแนบแน่น
“อ๊ะ!”
ใบหน้าของรติภัทรกระตุกเมื่อหญิงสาวตอดรัดรุนแรง เขาโหมสะโพกสอบลงมาอีกครั้งและขยับเคลื่อนกายควบขี่เข้าหาเธอมากขึ้น แต่มันยังไม่ถึงที่สุด
พิรวดีแอ่นสะโพกที่เบียดกับหมอนใบโตขึ้นรับแก่นกายร้อนระอุที่กระแทกลงมาหนักหน่วงแม่นยำ
แต่ละประโยคที่เขาบอกเรียกเลือดในกายสาวให้ร้อนฉ่าเสียจริงรติภัทรขยับโยกถี่กระชั้นเมื่อเห็นร่างสาวกระสับกระส่ายอยากปลดปล่อย เพียงไม่ถึงนาที เสียงหวีดร้องก็ตามติดมาพร้อมกับการกระตุกรัดรึงแก่นกายเขาสุดแรงกำลัง พิรวดีหอบพร่า ทรวงอกอวบอิ่มสะท้อนขึ้นลงยั่วเย้า คนที่ควบขี่อยู่บนร่างอดใจไม่ไหวต้องกอบกุมเอาไว้แล้วก้มลงมาเชยชมหลังจากปลดขาเพรียวทั้งสองให้ตั้งชันบนพื้นเตียง“อื้อ...”เสียงครางเหมือนเป็นการตอบรับดีเยี่ยม ริมฝีปากร้อนสาละวนกับอกอวบอยู่เพียงครู่ก่อนจะพลิกร่างภรรยาให้นอนตะแคงโดยที่เรือนกายชายยังฝากฝังไม่ถอยห่างร่างสูงที่คุกเข่าท่าเดิมบดเบียดแก่นกายเข้าทางเบื้องหลังในท่วงท่าใหม่ ร่างบางโยกไหวไปตามแรงกระแทกที่เริ่มขยับบรรเลงลีลาสวาทขึ้นอีกครั้งอุ้งมือใหญ่ยังไม่หนีห่างจากทรวงอกอวบอิ่ม สัมผัสที่ฟอนเฟ้นนวดเฟ้นทำให้ดอกบัวทั้งสองยิ่งขยายขึ้นตามแรงมือที่ชี้นำ นิ้วแกร่งที่ว่างเว้นอีกข้างลากไปตามกระดูกสันหลังแล้วกรีดไปมาจนภรรยาสาวขนลุกซ่านด้วยความสยิว หลับตาพริ้มครางด้วยความสุขสมที่ได้รับจากความเป็นชายรติภัทรพลิกร่างที่นอนครวญสะอื้นด้วยความเสียดเสียวให้คนที่คุกเข่าอัดกระแทกเข้าหาซอกใจสาว หน
แล้วความสากร้อนของชิวหาหนุ่มก็เข้าสอดแทรกที่ก้านเกสรคับแคบที่อ้าโอบรัดรึงเขาไว้ทุกค่ำคืน“อ๊า...”พิรวดีครางรับเสียงสั่นหวิว กายสาวสะท้านเยือกด้วยความรัญจวน สะโพกสวยส่ายวนบิดมวนด้วยความซ่านกระสัน กล้ามเนื้ออ่อนละมุนเกร็งรัดลิ้นหนุ่มที่บุกรุกเข้ามาอย่างอุกอาจ ไฟร้อนคุกรุ่นรุมเร้าให้สองหนุ่มสาวดำดิ่งสู่ห้วงดำกฤษณามือสวยบีบเคล้นทรวงอกสาวไปมาด้วยความเพลิดเพลิน แล้วมือใหญ่ก็เข้าช่วยเหลือบีบขยำรุกเร้ารัญจวนจิต เส้นขนบนเรือนร่างสาวลุกชันเป็นเม็ดเล็กๆ ด้วยความซ่านสยิว สะโพกสาวลอยจากพื้นเตียงด้วยมือหนาอีกครั้งที่ยกขึ้นมาให้แนบชิดกับใบหน้าคมคร้ามหล่อเหลาเส้นไหมสีอ่อนแนบชิดไปกับเนินสาว ลิ้นหนาที่ลากไล้ขึ้นลงป่ายปัดกับปลายคางสากที่ตอหนวดทำให้ความเสียวซ่านแล่นไปสู่เส้นประสาทจับจิตจับใจ น้ำหวานฉ่ำชื้นไหลซึมออกมาให้ลิ้นหนาได้ดูดดื่มอย่างสุขสมอารมณ์หมาย ทั้งอุดมไปด้วยความหอมกรุ่นกลิ่นที่กระตุ้นเร้าให้อารมณ์เพศรสของทั้งคู่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ“อ๊ะ... อ๊า”เสียงครวญเปล่งประสานพร้อมกับจังหวะลิ้น กระตุ้นน้ำหวานไหลบ่าเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะสุขสมเกร็งกระตุกจิกมือเท้าไปบนที่นอนหนานุ่มเรือนร่างแกร่งที่อุดมไปด้
ภาพที่เด็กหญิงพิรวดีขี่หลังเด็กชายวัยสิบขวบตอนล้มลงหัวเข่าเป็นแผล ภาพที่ทั้งสองป้อนขนมให้กัน ภาพพวกนี้ สุวดีมารดาของรติภัทรเป็นคนถ่ายเอาไว้แทบทั้งสิ้น และเป็นภาพที่รติภัทรเก็บเอาไว้ดูเสมอตั้งแต่จากสุรสิทธิ์ไปพิรวดีลูบมือบนภาพหลายภาพที่ขยายขนาดนั้นอย่างเปี่ยมสุข เธอเผลอปล่อยน้ำตาเม็ดใสออกมาด้วยความตื้นตัน แขกผู้มีเกียรติในงานอดชื่นชมความน่ารักของทั้งคู่ไม่ได้ นักข่าวและสื่อมวลชนเก็บภาพบรรยากาศหวานชื่นและอบอุ่นของทั้งคู่ทุกช็อตไม่พลาด เพราะรติภัทรเป็นนักธุรกิจไฟแรงที่ได้รับความสนใจมากคนหนึ่งหลังจากงานหมั้นหมายเสร็จสิ้น รติภัทรพาภรรยาเดินทางไปเข้าพิธีแต่งงานที่ไร่กาแฟจังหวัดเชียงใหม่ เป็นครั้งแรกที่เธอได้มีโอกาสได้มาเหยียบไร่กาแฟภูดาวที่กว้างใหญ่ ที่นี่มีโรงแรมและรีสอร์ตให้นักท่องเที่ยว รวมถึงโรงงานผลิตกาแฟภูดาวที่ขายในไทยและส่งออกไปขายยังต่างประเทศรีสอร์ตหรูมีโต๊ะสีขาวไว้จัดเลี้ยงแขกเหรื่อ รติภัทรกุมมือเธอตลอดเวลาพาไปทักทายแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน มือหนาคอยซับเหงื่อให้ พาไปนั่งพัก ป้อนอาหารในบางครั้ง หาน้ำให้ดื่ม พิรวดีมีความสุขจนลืมเวลา เธอภูมิใจที่ได้ยืนเคียงข้างเขาแบบนี้พิธีทุกอย่า
“เรียบร้อยแล้วค่ะ โห นางฟ้าน้อยๆ ของคุณติ”ลิลลี่ตาโตทำสีหน้าว่าตะลึงเข้ามาประคับประคองร่างบาง ความจริง ชุดที่สวมใส่ไม่ได้หรูหราอะไรเลย แต่เป็นชุดสบายๆ เสื้อเชิ้ตสีขาวและกางเกงขาสั้นธรรมดา เธอเองก็ยังไม่เข้าใจอยู่เช่นเดิมรติภัทรยังนั่งจิบกาแฟไปเรื่อยๆ เขาหันมองไปยังห้องแต่งตัวที่กั้นเอาไว้พอเป็นพิธี ก่อนจะสะดุดกึกเมื่อคนที่รอคอยเดินออกมาพอดีกับที่สายตาเขาหันไปมองอีกครั้ง ถ้วยกาแฟในมือแทบหลุดร่วง พิรวดีเองรู้สึกขัดเขินเมื่อถูกมองด้วยสายตาชื่นชม แอบพึงพอใจเล็กๆ ที่เธอทำให้เขามองด้วยสายตาชื่นชมแบบนี้ชายหนุ่มยื่นมือไปให้ภรรยาสาว พิรวดีค่อยๆ วางมือลงบนมือหนา เงยหน้ายิ้มขณะสบตา“พี่ติยังไม่บอกวดีเลยว่า เอ่อ... เรากำลังจะทำอะไร”“โฆษณาตัวใหม่ของเราไง”“เอ๊ะ!” พิรวดีเลิกคิ้วมีท่าทีสงสัย“วดีกับพี่ทดลองถ่ายให้นายแบบนางแบบดูกันก่อน”“แต่วดีไม่เคยถ่ายโฆษณานะคะ”“เราทำตัวปกติเหมือนกับเรากำลังทำอาหาร ไม่มีใครสนใจเราหรอก”รติภัทรจูงมือหญิงสาวมายังริมหาด ด้านหลังมองเห็นทะเลและท้องฟ้าสีคราม มีฉากกั้นเอาไว้เป็นห้องครัวเล็กๆ ทันสมัย“อุ๊ย!” หญิงสาวเดินไปหยุดยืนสำรวจผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทั้งหมดล้วนแล้วเป็นผ
พิรวดีนั่งเหม่อลอยคิดไปถึงถ้อยคำของเพื่อนสาวในแผนก แล้วบังเกิดความรู้สึกหดหู่ใจยิ่งนัก“คุณติเขาจะแต่งงานกับวดีหรือเปล่า เห็นไม่จัดงานแต่งเสียที ได้ข่าวว่าแม่ของวดีจะฆ่าคุณติเหรอ ข่าวดังมากเลยนะวดี ใช่ๆ ๆ แบบนี้เขาจะหย่าขาดจากวดีหรือเปล่า”เสียงเซ็งแซ่ในแผนกดูจะลือไปหนาหูครอบคลุมไปทั่วโรงงาน แต่เธอเพียงได้แต่ปิดปากเงียบ จนฉัตรเองต้องออกโรงปกป้อง พิยดาและปรียานุชจึงกล่าวขอโทษเพื่อสาว“วดี วดี”“คะ” พิรวดีสะดุ้งมองร่างสูงที่มาหยุดยืน“เป็นอะไร พี่เรียกตั้งหลายครั้ง ใจลอยไปถึงไหน หือ...” รติภัทรทรุดนั่งลงข้างๆ ภรรยาเอ่ยถามด้วยความสงสัยระคนห่วงใย“ปะ... เปล่าค่ะ วดีแค่คิดอะไรเพลินๆ เท่านั้นเอง”พิรวดีตอบตะกุกตะกักเมื่อต้องโกหก เธอก้มหน้าหลบสายตาคมกริบที่คอยมองเหมือนทะลุไปถึงใจ“งั้นกลับกันเถอะ ดึกมากแล้ว พรุ่งนี้ เราต้องไปดูเขาถ่ายทำโฆษณาแต่เช้า”รติภัทรยืนขึ้นเต็มความสูง เอื้อมมือส่งให้ภรรยาสาว ใบหน้าเรียบเฉย แต่สายตากลับอ่อนโยนทำให้เธอหัวใจอิ่มเอม พิรวดีวางมือบนมือหนาด้วยความรู้สึกว่าเธอปลอดภัยเมื่ออยู่กับเขารติภัทรดึงมือภรรยาเดินออกจากห้องทำงานซึ่งภายนอกมืดมิด มีแสงไฟตลอดทางเดินเท่านั
“จ้ะพี่ศักดิ์ ฉันจะดูแลพวกเขาอย่างดี ฮือๆ ๆๆ” อนงค์ร่ำไห้เมื่อภูมิศักดิ์สำลักเลือดที่ออกจากปากเป็นลิ่มๆทุกคนที่อยู่บริเวณนั้นนิ่งฟังอย่างสนใจ อนงค์มีลูกกับมือปืนคนนี้ด้วยหรือไง แล้วลูกของพวกเขาไปไหนเสียล่ะ นั่นคือคำถามที่เกิดขึ้นในใจของทุกคน“เธอมีลูกกับมันด้วยเหรอ”สุรเดชกระชากเสียงถามอย่างร้อนใจ อนงค์ไม่ตอบ แต่ดวงตาวาวโรจน์ ใครที่ทำกับนางเอาไว้จะต้องตาย ทุกคนจะต้องไม่ล่วงรู้ความลับนี้“อย่าบอกนะว่าลูกคนใดคนหนึ่งของเธอเป็นลูกมัน”สุรเดชตาวาวเมื่อได้รับรู้ความจริง เงียบไม่มีเสียงตอบรับจากอนงค์เช่นเดิม“แม่ยอมมอบตัวเถอะ” กวินตะโกนบอกมารดา“แม่ อ้อจะไม่ยอมให้ใครทำอะไรแม่เด็ดขาด” อารียาร้อนรนเมื่อเห็นมารดากำลังตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน“ใช่ค่ะคุณแม่ วดีจะช่วยคุณแม่เอง” พิรวดีพูดจากใจจริง เธอไม่คิดว่าเรื่องราวทุกอย่างจะเป็นแบบนี้“แกสามคนพูดจริงเหรอ” อนงค์พูดอย่างเลื่อนลอยปนหวาดระแวง“ใช่ค่ะ / ใช่ครับ”ทั้งสามเดินไปหามารดาที่สงบลง ก่อนที่อนงค์จะยกปืนขึ้นขู่“ลูกฉันสามคนเข้ามาได้ คนอื่นห้ามเข้ามาเด็ดขาด”อนงค์ตะคอกกลับ ทุกคนจึงรอดูท่าที“วดี” รติภัทรเป็นห่วงภรรยาสาวจับใจ“ไม่เป็นไรหรอกค่ะพี







