تسجيل الدخولหลังมือหนุ่มลากไล้ไปตามแก้มนวลของวัยสาวเปล่งปลั่งอย่างทะนุถนอม ลมหายใจร้อนรุ่มของรติภัทรสะท้อนเข้าออกจนทรวงอกกระเพื่อมไหว ความอดทนที่จะไม่ล่วงเกินมันหายไปตั้งแต่ตอนไหน เขาเองก็ไม่รู้ตัว ร่างบางยังนอนนิ่ง หลับตาพริ้มเพราะฤทธิ์ยาสลบ ไม่รับรู้ว่าตนเองกำลังจะเผชิญกับสิ่งใด ความมืดภายนอกเข้ามาปกคลุมเรื่อยๆ ชายหนุ่มกลับไม่หิวข้าว แต่กลับกระหายหิวเรือนร่างที่นอนหลับพริ้มตรงหน้าเสียมากกว่า
“วดี ตื่นได้แล้ว... จะนอนไปถึงไหน”
รติภัทรกระซิบเสียงนุ่มแนบใบหูขาวเนียน ขบเม้มเบาๆ ด้วยความเอ็นดู ดวงตาที่เคยเย็นชาแปรเปลี่ยนเป็นวาววับด้วยอารมณ์ที่ต้องการในอก หลังมือหนายังลากไล้ไปมาไม่หยุดหย่อนเพื่อปลุกคนขี้เซาให้ตื่นจากนิทรารมย์
รติภัทรปลดเสื้อผ้าอาภรณ์ของหญิงสาวออกจากกาย เขาชื่นชมความงดงามของเธออย่างอ้อยอิ่งไม่รีบเร่ง นิ้วแกร่งลากสัมผัสไปตามโครงหน้างดงาม เขี่ยขนตางอนงามที่เรียงเป็นระเบียบ หญิงสาวยังหลับสนิท ไม่รับรู้อันใดทั้งสิ้น ริมฝีปากร้อนกดจุมพิตหน้าผากมนด้วยสัมผัสอ่อนโยน น่าแปลกที่เขาไม่อยากทำรุนแรงกับเธอเพื่อให้สาแก่ความแค้นที่แม่เธอได้ทำเอาไว้ สายตาที่กร้าวกลับอ่อนแสงลงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน มือหนาเฝ้าลูบไล้ปัดปอยผมที่ระหน้าผาก กดจุมพิตซ้ำไปซ้ำมาทุกอณูเนื้อไม่มีมุมใดเล็ดลอด
ชายหนุ่มแยกสาบเสื้อเชิ้ตสีขาวออกจากกัน ลมหายใจร้อนผ่าวสะดุดกึกลงทันทีเมื่อสายตาปะทะกับผิวผุดผ่องภายในร่มผ้า ทรวงอกอวบอิ่มเต็มตึงจนแทบล้นบราเซียร์ไม่สมกับเรือนร่างเล็กของเจ้าหล่อน ยิ่งหน้าท้องแบนเรียบ เอวคอดจนสะโพกผายเป็นทรวดทรงชัดเจนทำให้เธอเป็นหญิงสาวที่สมบูรณ์แบบน่าปรารถนายิ่งยวด
รติภัทรก้มลงสูดดมหน้าท้องเนียนละเอียดที่หอมกรุ่นจรุงใจด้วยกลิ่นสาบสาว อีกทั้งความเรียบตึงที่สัมผัสทำให้เขากดย้ำซ้ำไปซ้ำมาไม่อยากผละห่าง ก้านนิ้วแกร่งปลดตะขอเสื้อชั้นในด้านหน้าออกเบามือ หัวใจหนุ่มเต้นแรงเหมือนกลัวว่าเธอจะตื่น เกิดมาเขายังไม่เคยลักหลับหรือสัมผัสหญิงสาวคนใดในยามหลับใหลไม่ได้สติเช่นนี้มาก่อน
ถ้าจะพูดให้ถูกเขาไม่เคยมองผู้หญิงคนไหนด้วยความรู้สึกพิเศษมาก่อน
น่าแปลกที่เขาตื่นเต้นจนมือสั่น ทั้งๆ ที่อยากให้เธอตื่นจากนิทรารมย์นี้เสียที ดวงตาคมกล้าของรติภัทรวาวหวานด้วยเพลิงปรารถนาทันทีที่ทรวงสาวเต็มตึงกระเด้งออกมาจากบราเซียร์สีสวยที่เขาอดคิดว่ามันชวนอึดอัดที่ต้องรัดรึงเอาไว้แบบนี้ตลอดทั้งวัน
ทรวงอกอวบอัดที่อวดโฉมโนมพรรณให้เขาได้ประจักษ์ถึงความงามทำให้รติภัทรถึงกับตะลึงในความสวยไม่มีที่ติ เขาก้มลงดูดเม้มยอดอกสีกุหลาบบางเบา ด้วยกลัวจะชอกช้ำ ก่อนแรงปรารถนาในกายจะเพิ่มมากยิ่งขึ้น รติภัทรขยำเคล้นคลึงทรวงอกอิ่มตามแรงอารมณ์คุกกรุ่นที่ถาโถมให้เขาเริ่มทรมานด้วยความต้องการ ริมฝีปากร้อนซุกไซ้เฝ้าวนเวียนอยู่ตามทรวงสาวไม่ละห่าง ความสดใหม่หอมหวานของสาบสาวทำให้อารมณ์ราคะร้อนแรงยากจะต้านทาน
มือหนาเลื่อนไปถอดกางเกงผ้าเนื้อดีที่หญิงสาวสวมใส่ เพียงแค่ขอบกางเกงเลยพ้นสะโพกผายงามงอน ลมหายใจร้อนรุ่มถึงกับหยุดกึก รติภัทรผ่อนลมหายใจหนักหน่วงออกมา คล้ายคนสะกดกลั้นอารมณ์เต็มที่ สายตาคมกล้าหลุบมองเนินอวบอิ่มที่ถูกปกปิดด้วยแพนตี้สีหวานบางเบา มองเห็นเส้นไหมอ่อนละมุนเป็นเงาสะท้อนให้เขาเข้าค้นหา รติภัทรสอดมือหนาที่สั่นอย่างควบคุมไม่ได้เข้าซุกซบด้านใน กอบกุมเนินดอกไม้อวบอูมเต็มไม้เต็มมือ ดึงขอบซับในตัวน้อยออกให้พ้นสะโพกเต็มตึง แล้วความงดงามที่เขาอยากสำรวจตรวจตราก็ปรากฏต่อสายตาคู่คม
ลำคอหนุ่มแห้งผาก ณ บัดดลทันทีที่ได้ยลโฉมความงามพิสุทธิ์ กลีบกายสาวปิดสนิทเหมือนไม่เคยผ่านมือชายคนใดมาก่อน ทำให้หัวใจหนุ่มพองโตเหมือนลูกโป่งที่สูบลมอัดแน่นจนเต็ม ก้านนิ้วแกร่งแข็งกระด้างซอกแซะเข้าสู่รอยแยกของกลีบกายสาว เขาสัมผัสความนุ่มของผนังด้านใน กลิ่นหอมกรุ่นของดอกไม้สาวล่อแมลงหนุ่มให้โบยบินเข้าหาอย่างลุ่มหลง
รติภัทรใช้นิ้วแยกตามกลีบดอกไม้หอมกรุ่นทั้งสองออกจากกัน มองเห็นยอดเกสรนารีสีแดงสดน่าลิ้มลอง ไม่รอช้าที่จะโน้มริมฝีปากแห้งผากเข้าหาแล้วตวัดลิ้นเลียไล้ขึ้นลงเพื่อเชยชิมความหวานล้ำ รสชาติกายสาวติดลิ้นจนเขาต้องเปลี่ยนจากการสะบัดลิ้นขึ้นลง เปลี่ยนเป็นเม้มดูดยอดเกสรดอกไม้กลีบนั้นให้สมกับความกระหายอยาก
ชายหนุ่มเหมือนคนหิวโซเมื่อได้พบแอ่งน้ำหวานที่เก็บซุกซ่อนเอาไว้รอดสายตาแมลงตัวผู้ทั้งหลาย เขาจ้วงลิ้นเข้าออกในช่อบุปผชาติที่คับแคบด้วยความกระหายรับรู้ถึงความฟิตแน่นตอดรัดของคนที่กำลังจะฟื้นคืนสติ
“อื้อ...”
พิรวดีขมวดคิ้ว ครางเสียงสั่นสะท้านด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ที่เข้าจู่โจมในขณะที่เธอกำลังมีสติไม่เต็มที่ หญิงสาวพยายามจะยกมือขึ้นผลักดันบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้เธอเสียดเสียวที่กลางกายสาว แต่ดูเหมือนแรงจะน้อยนิดยิ่งนัก ขาที่ทำท่าจะยกหนีให้พ้นจากความเสียวซ่านแทบไม่ขยับเลยด้วยซ้ำ และเหมือนเธอจะยิ่งทรมานมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความเสียวซ่านที่ลุกลามไปทั่วกายจนขนลุกชันไปทั่วทุกอณูเนื้อ
รติภัทรรู้ดีว่าไม่ควรหักหาญน้ำใจ แต่เพราะความต้องการอยากครอบครองเป็นเจ้าของและประทับตราความปรารถนาไว้กับเธอ เขาจึงปัดความรู้สึกนั้นทิ้งไป อย่างไรเสียเขาไม่มีวันปล่อยเธอไปตลอดชีวิต
“อื้อ สะ... เสียว”
เสียงหวานที่เปล่งออกมาของคนที่กำลังจะได้สติทำให้รติภัทรชะงัก เขามองร่างหอมหวานด้วยดวงตาที่เปล่งประกายถึงความต้องการร้อนแรง ก่อนที่จะลุกไปปิดไฟในห้องจนมืดมิด ชายหนุ่มปรับสายตาให้ชินกับความมืด เดินไปยังเตียงกว้าง ทอดสายตาคู่คมมองกายแสนหวานผ่านความมืดมิดไปยังร่างที่เขาติดใจจนไม่อาจถอนตัวได้
เตียงกว้างไหวยวบเมื่อร่างสูงนั่งลง พิรวดีค่อยๆ ปรือตาขึ้นมองโดยรอบ เธอกะพริบตาปริบๆ ให้สายตาคุ้นชิน สมองหนักอึ้งกำลังประมวลสิ่งต่างๆ ด้วยความเบลอ
นี่เธออยู่ที่ไหนกัน?
หญิงสาวทบทวนเรื่องราวอีกครั้งด้วยความปวดหัว เธอกำลังนั่งทานอาหารกับเสี่ยสรชัย เธอต้องเอาเอกสารบางอย่างที่มารดาฝากมาให้อีกฝ่าย เขาจองห้องอาหารที่เหมาไว้ทั้งหมดจึงมีเธอกับเขาทานกันแค่สองคน และหลังจากนั้นเธอก็ไม่รับรู้อะไรอีกเลย
หรือว่า!!!
พิรวดีสะดุ้งเฮือก แต่ก่อนที่เธอจะลุกหนี ร่างสูงของคนที่มองเธออยู่ก่อนแล้วในความมืดรีบตะครุบร่างบางเอาไว้ทันที หญิงสาวยิ่งตกใจเข้าไปใหญ่เมื่อสัมผัสได้ว่าเสื้อผ้าที่สวมใส่กำลังหลุดลุ่ยจนน่าใจหาย
“อื้อ...”
พิรวดีดิ้นรนให้รอดพ้นจากชายหนุ่มที่ทาบทับเธออยู่ เขาเอามือปิดปากเธอเอาไว้ หญิงสาวเบิ่งตากว้างตกใจสุดขีด
หรือเขาคือเสี่ยสรชัย!!!
ยิ่งคิดว่าเป็นเสี่ยใหญ่ที่พยายามลวนลามเธอตลอดเวลา ยิ่งทำให้พิรวดีดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง คนที่กำลังคุกคามเธอไม่ส่งเสียงข่มขู่เธอแม้แต่น้อย กลับกระชากบราเซียร์ของเธอออกแล้วมัดมือเอาไว้ กดมืดเธอเหนือศีรษะ ร่างสูงใหญ่แนบชิดลงมาจนเธอคิดว่าร่างจะจมหายลงไปในที่นอนกว้าง
แสงโคมไฟจากหัวเตียงทำให้พิรวดีมองหน้าชายหนุ่มชัดขึ้น เขาไม่มีเวลาให้เธอปฏิเสธอะไรทั้งสิ้น ริมฝีปากกระด้างกดจุมพิตลงมาอย่างเร่าร้อน พิรวดีกลัวจับใจ นี่เธอกำลังถูกอีกฝ่ายรังแกโดยที่ไม่มีทางสู้เช่นนั้นเหรอ น้ำตาเม็ดใสไหลรินจากดวงตากลมหวานอย่างหักห้ามใจไม่อยู่
แต่ละประโยคที่เขาบอกเรียกเลือดในกายสาวให้ร้อนฉ่าเสียจริงรติภัทรขยับโยกถี่กระชั้นเมื่อเห็นร่างสาวกระสับกระส่ายอยากปลดปล่อย เพียงไม่ถึงนาที เสียงหวีดร้องก็ตามติดมาพร้อมกับการกระตุกรัดรึงแก่นกายเขาสุดแรงกำลัง พิรวดีหอบพร่า ทรวงอกอวบอิ่มสะท้อนขึ้นลงยั่วเย้า คนที่ควบขี่อยู่บนร่างอดใจไม่ไหวต้องกอบกุมเอาไว้แล้วก้มลงมาเชยชมหลังจากปลดขาเพรียวทั้งสองให้ตั้งชันบนพื้นเตียง“อื้อ...”เสียงครางเหมือนเป็นการตอบรับดีเยี่ยม ริมฝีปากร้อนสาละวนกับอกอวบอยู่เพียงครู่ก่อนจะพลิกร่างภรรยาให้นอนตะแคงโดยที่เรือนกายชายยังฝากฝังไม่ถอยห่างร่างสูงที่คุกเข่าท่าเดิมบดเบียดแก่นกายเข้าทางเบื้องหลังในท่วงท่าใหม่ ร่างบางโยกไหวไปตามแรงกระแทกที่เริ่มขยับบรรเลงลีลาสวาทขึ้นอีกครั้งอุ้งมือใหญ่ยังไม่หนีห่างจากทรวงอกอวบอิ่ม สัมผัสที่ฟอนเฟ้นนวดเฟ้นทำให้ดอกบัวทั้งสองยิ่งขยายขึ้นตามแรงมือที่ชี้นำ นิ้วแกร่งที่ว่างเว้นอีกข้างลากไปตามกระดูกสันหลังแล้วกรีดไปมาจนภรรยาสาวขนลุกซ่านด้วยความสยิว หลับตาพริ้มครางด้วยความสุขสมที่ได้รับจากความเป็นชายรติภัทรพลิกร่างที่นอนครวญสะอื้นด้วยความเสียดเสียวให้คนที่คุกเข่าอัดกระแทกเข้าหาซอกใจสาว หน
แล้วความสากร้อนของชิวหาหนุ่มก็เข้าสอดแทรกที่ก้านเกสรคับแคบที่อ้าโอบรัดรึงเขาไว้ทุกค่ำคืน“อ๊า...”พิรวดีครางรับเสียงสั่นหวิว กายสาวสะท้านเยือกด้วยความรัญจวน สะโพกสวยส่ายวนบิดมวนด้วยความซ่านกระสัน กล้ามเนื้ออ่อนละมุนเกร็งรัดลิ้นหนุ่มที่บุกรุกเข้ามาอย่างอุกอาจ ไฟร้อนคุกรุ่นรุมเร้าให้สองหนุ่มสาวดำดิ่งสู่ห้วงดำกฤษณามือสวยบีบเคล้นทรวงอกสาวไปมาด้วยความเพลิดเพลิน แล้วมือใหญ่ก็เข้าช่วยเหลือบีบขยำรุกเร้ารัญจวนจิต เส้นขนบนเรือนร่างสาวลุกชันเป็นเม็ดเล็กๆ ด้วยความซ่านสยิว สะโพกสาวลอยจากพื้นเตียงด้วยมือหนาอีกครั้งที่ยกขึ้นมาให้แนบชิดกับใบหน้าคมคร้ามหล่อเหลาเส้นไหมสีอ่อนแนบชิดไปกับเนินสาว ลิ้นหนาที่ลากไล้ขึ้นลงป่ายปัดกับปลายคางสากที่ตอหนวดทำให้ความเสียวซ่านแล่นไปสู่เส้นประสาทจับจิตจับใจ น้ำหวานฉ่ำชื้นไหลซึมออกมาให้ลิ้นหนาได้ดูดดื่มอย่างสุขสมอารมณ์หมาย ทั้งอุดมไปด้วยความหอมกรุ่นกลิ่นที่กระตุ้นเร้าให้อารมณ์เพศรสของทั้งคู่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ“อ๊ะ... อ๊า”เสียงครวญเปล่งประสานพร้อมกับจังหวะลิ้น กระตุ้นน้ำหวานไหลบ่าเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะสุขสมเกร็งกระตุกจิกมือเท้าไปบนที่นอนหนานุ่มเรือนร่างแกร่งที่อุดมไปด้
ภาพที่เด็กหญิงพิรวดีขี่หลังเด็กชายวัยสิบขวบตอนล้มลงหัวเข่าเป็นแผล ภาพที่ทั้งสองป้อนขนมให้กัน ภาพพวกนี้ สุวดีมารดาของรติภัทรเป็นคนถ่ายเอาไว้แทบทั้งสิ้น และเป็นภาพที่รติภัทรเก็บเอาไว้ดูเสมอตั้งแต่จากสุรสิทธิ์ไปพิรวดีลูบมือบนภาพหลายภาพที่ขยายขนาดนั้นอย่างเปี่ยมสุข เธอเผลอปล่อยน้ำตาเม็ดใสออกมาด้วยความตื้นตัน แขกผู้มีเกียรติในงานอดชื่นชมความน่ารักของทั้งคู่ไม่ได้ นักข่าวและสื่อมวลชนเก็บภาพบรรยากาศหวานชื่นและอบอุ่นของทั้งคู่ทุกช็อตไม่พลาด เพราะรติภัทรเป็นนักธุรกิจไฟแรงที่ได้รับความสนใจมากคนหนึ่งหลังจากงานหมั้นหมายเสร็จสิ้น รติภัทรพาภรรยาเดินทางไปเข้าพิธีแต่งงานที่ไร่กาแฟจังหวัดเชียงใหม่ เป็นครั้งแรกที่เธอได้มีโอกาสได้มาเหยียบไร่กาแฟภูดาวที่กว้างใหญ่ ที่นี่มีโรงแรมและรีสอร์ตให้นักท่องเที่ยว รวมถึงโรงงานผลิตกาแฟภูดาวที่ขายในไทยและส่งออกไปขายยังต่างประเทศรีสอร์ตหรูมีโต๊ะสีขาวไว้จัดเลี้ยงแขกเหรื่อ รติภัทรกุมมือเธอตลอดเวลาพาไปทักทายแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน มือหนาคอยซับเหงื่อให้ พาไปนั่งพัก ป้อนอาหารในบางครั้ง หาน้ำให้ดื่ม พิรวดีมีความสุขจนลืมเวลา เธอภูมิใจที่ได้ยืนเคียงข้างเขาแบบนี้พิธีทุกอย่า
“เรียบร้อยแล้วค่ะ โห นางฟ้าน้อยๆ ของคุณติ”ลิลลี่ตาโตทำสีหน้าว่าตะลึงเข้ามาประคับประคองร่างบาง ความจริง ชุดที่สวมใส่ไม่ได้หรูหราอะไรเลย แต่เป็นชุดสบายๆ เสื้อเชิ้ตสีขาวและกางเกงขาสั้นธรรมดา เธอเองก็ยังไม่เข้าใจอยู่เช่นเดิมรติภัทรยังนั่งจิบกาแฟไปเรื่อยๆ เขาหันมองไปยังห้องแต่งตัวที่กั้นเอาไว้พอเป็นพิธี ก่อนจะสะดุดกึกเมื่อคนที่รอคอยเดินออกมาพอดีกับที่สายตาเขาหันไปมองอีกครั้ง ถ้วยกาแฟในมือแทบหลุดร่วง พิรวดีเองรู้สึกขัดเขินเมื่อถูกมองด้วยสายตาชื่นชม แอบพึงพอใจเล็กๆ ที่เธอทำให้เขามองด้วยสายตาชื่นชมแบบนี้ชายหนุ่มยื่นมือไปให้ภรรยาสาว พิรวดีค่อยๆ วางมือลงบนมือหนา เงยหน้ายิ้มขณะสบตา“พี่ติยังไม่บอกวดีเลยว่า เอ่อ... เรากำลังจะทำอะไร”“โฆษณาตัวใหม่ของเราไง”“เอ๊ะ!” พิรวดีเลิกคิ้วมีท่าทีสงสัย“วดีกับพี่ทดลองถ่ายให้นายแบบนางแบบดูกันก่อน”“แต่วดีไม่เคยถ่ายโฆษณานะคะ”“เราทำตัวปกติเหมือนกับเรากำลังทำอาหาร ไม่มีใครสนใจเราหรอก”รติภัทรจูงมือหญิงสาวมายังริมหาด ด้านหลังมองเห็นทะเลและท้องฟ้าสีคราม มีฉากกั้นเอาไว้เป็นห้องครัวเล็กๆ ทันสมัย“อุ๊ย!” หญิงสาวเดินไปหยุดยืนสำรวจผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทั้งหมดล้วนแล้วเป็นผ
พิรวดีนั่งเหม่อลอยคิดไปถึงถ้อยคำของเพื่อนสาวในแผนก แล้วบังเกิดความรู้สึกหดหู่ใจยิ่งนัก“คุณติเขาจะแต่งงานกับวดีหรือเปล่า เห็นไม่จัดงานแต่งเสียที ได้ข่าวว่าแม่ของวดีจะฆ่าคุณติเหรอ ข่าวดังมากเลยนะวดี ใช่ๆ ๆ แบบนี้เขาจะหย่าขาดจากวดีหรือเปล่า”เสียงเซ็งแซ่ในแผนกดูจะลือไปหนาหูครอบคลุมไปทั่วโรงงาน แต่เธอเพียงได้แต่ปิดปากเงียบ จนฉัตรเองต้องออกโรงปกป้อง พิยดาและปรียานุชจึงกล่าวขอโทษเพื่อสาว“วดี วดี”“คะ” พิรวดีสะดุ้งมองร่างสูงที่มาหยุดยืน“เป็นอะไร พี่เรียกตั้งหลายครั้ง ใจลอยไปถึงไหน หือ...” รติภัทรทรุดนั่งลงข้างๆ ภรรยาเอ่ยถามด้วยความสงสัยระคนห่วงใย“ปะ... เปล่าค่ะ วดีแค่คิดอะไรเพลินๆ เท่านั้นเอง”พิรวดีตอบตะกุกตะกักเมื่อต้องโกหก เธอก้มหน้าหลบสายตาคมกริบที่คอยมองเหมือนทะลุไปถึงใจ“งั้นกลับกันเถอะ ดึกมากแล้ว พรุ่งนี้ เราต้องไปดูเขาถ่ายทำโฆษณาแต่เช้า”รติภัทรยืนขึ้นเต็มความสูง เอื้อมมือส่งให้ภรรยาสาว ใบหน้าเรียบเฉย แต่สายตากลับอ่อนโยนทำให้เธอหัวใจอิ่มเอม พิรวดีวางมือบนมือหนาด้วยความรู้สึกว่าเธอปลอดภัยเมื่ออยู่กับเขารติภัทรดึงมือภรรยาเดินออกจากห้องทำงานซึ่งภายนอกมืดมิด มีแสงไฟตลอดทางเดินเท่านั
“จ้ะพี่ศักดิ์ ฉันจะดูแลพวกเขาอย่างดี ฮือๆ ๆๆ” อนงค์ร่ำไห้เมื่อภูมิศักดิ์สำลักเลือดที่ออกจากปากเป็นลิ่มๆทุกคนที่อยู่บริเวณนั้นนิ่งฟังอย่างสนใจ อนงค์มีลูกกับมือปืนคนนี้ด้วยหรือไง แล้วลูกของพวกเขาไปไหนเสียล่ะ นั่นคือคำถามที่เกิดขึ้นในใจของทุกคน“เธอมีลูกกับมันด้วยเหรอ”สุรเดชกระชากเสียงถามอย่างร้อนใจ อนงค์ไม่ตอบ แต่ดวงตาวาวโรจน์ ใครที่ทำกับนางเอาไว้จะต้องตาย ทุกคนจะต้องไม่ล่วงรู้ความลับนี้“อย่าบอกนะว่าลูกคนใดคนหนึ่งของเธอเป็นลูกมัน”สุรเดชตาวาวเมื่อได้รับรู้ความจริง เงียบไม่มีเสียงตอบรับจากอนงค์เช่นเดิม“แม่ยอมมอบตัวเถอะ” กวินตะโกนบอกมารดา“แม่ อ้อจะไม่ยอมให้ใครทำอะไรแม่เด็ดขาด” อารียาร้อนรนเมื่อเห็นมารดากำลังตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน“ใช่ค่ะคุณแม่ วดีจะช่วยคุณแม่เอง” พิรวดีพูดจากใจจริง เธอไม่คิดว่าเรื่องราวทุกอย่างจะเป็นแบบนี้“แกสามคนพูดจริงเหรอ” อนงค์พูดอย่างเลื่อนลอยปนหวาดระแวง“ใช่ค่ะ / ใช่ครับ”ทั้งสามเดินไปหามารดาที่สงบลง ก่อนที่อนงค์จะยกปืนขึ้นขู่“ลูกฉันสามคนเข้ามาได้ คนอื่นห้ามเข้ามาเด็ดขาด”อนงค์ตะคอกกลับ ทุกคนจึงรอดูท่าที“วดี” รติภัทรเป็นห่วงภรรยาสาวจับใจ“ไม่เป็นไรหรอกค่ะพี







