เข้าสู่ระบบวาตะ (ลม) อายุ : 20 ปี ส่วนสูง : 187 ซม. (58)🤭 เป็นคนนิ่งเงียบ เย็นชา ขี้รำคาญ คำพูดติดปาก : “อย่าดื้อ” “เธอเป็นของฉัน…และฉันก็เป็นของเธอ” จัสมิน (มิน) อายุ : 20 ปี ส่วนสูง : 162 ซม. ตัวเล็ก น่ารัก สดใส จัดฟัน มีลักยิ้ม ใบหน้าประดับรอยยิ้มตลอด คำพูดติดปาก : “ลม” “ขอกินไอติมสามถ้วยนะ” “ลมอยากเป็นหมาของมินเหรอ?”
ดูเพิ่มเติมด้านวาตะ เขาพยายามโทรหาคนตัวเล็กหลังจากที่มาถึงยังที่หมาย แต่โทรไปเท่าไรอีกฝ่ายกลับไม่รับสายของเขาเลย อีกทั้งส่งข้อความไปก็ไม่มีอะไรตอบกลับมา ก่อนจะติดต่อเธอไม่ได้อีกเลยจนกระทั่งผ่านไปสามวันเขาก็กลับมา เมื่อมาถึงเขาก็ตรงไปหาเธอที่หอพักทันที เพราะก่อนเขาจะไปได้มาส่งเธอที่นี่ แต่ทุกอย่างกลับว่างเปล่าไม่มีร่างเล็ก ไม่มีแม้แต่ลมเย็นของเครื่องปรับอากาศ เหมือนกับมันไม่ได้เปิดใช้งานมานานแล้วก่อนเขาจะตามไปดูที่คอนโดของเขาก็ไม่พบเจอตัวเธอเช่นกัน “ไปไหนวะจัสมิน!!” เขาพูดออกมาเสียงดังลั่นตามอารมณ์ของตัวเอง ก่อนมือจะคว้าแจกันที่อยู่ใกล้มาระบายลงบนพื้นจนแตกละเอียด ก่อนจะคว้าอีกอันมาทำแบบเดิม แต่มันก็ไม่ได้ช่วยให้เขาใจเย็นลงไปได้เลยสักนิดเขาเดินไปนั่งบนโซฟาก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมาโทรหาเธออีกครั้ง ครั้งนี้มันโทรติดแต่รออยู่นานมันก็ไม่ถูกกดรับเสียที แต่ในที่สุดมันก็ถูกกดรับ(……) “รับแล้วทำไมไม่พูด” เขาถามคนปลายสายที่กดรับแต่กลับไม่ยอมพูดอะไรออกมาด้วยน้ำเสียงเข้ม(…คือมินไม่ได้ตั้งใจจะรับ) เธอเผลอกดรับทั้งที่จะกดวางสายแล้วปิดเครื่อง แต่พอกดรับแล้วเธอจึงนำโทรศัพท์มาแนบหูเพราะอยากได้ยินเสียงของเขา แ
“มิน…” เสียงเรียกของใครบางคนทำให้เธอหลุดจากภวังค์ หันไปมองบุคคลที่เรียกก่อนจะยิ้มออกมาให้กับเพื่อนสาว“ขอพิงค์คุยกับมินสักแป๊บนะคะแม่จิน” พิงค์หันไปขอแม่ของเพื่อนสาว เธอพอจะรับรู้ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว“แม่ไปรอข้างล่างนะ น้องมินรีบตามแม่มาล่ะ”“ค่ะแม่จิน” เธอหันไปตอบกลับแม่ด้วยรอยยิ้ม มองตามหลังของแม่ไปจนหายไปจากสายตา“เข้ามาคุยกับพิงค์ก่อน” พิงค์จับข้อมือเล็กพาเดินเข้ามาภายในห้องของเธอ ปิดล็อกประตูเอาไว้อย่างแน่นหนา“พิงค์มีอะไร” เอ่ยถามคนตรงหน้าที่ให้เธอเข้ามาคุยด้วย“แม่จินรู้เรื่องแล้วใช่ไหม” เธอตรงเข้าประเด็นที่อยากจะรู้ในทันที“……” จัสมินทำเพียงพยักหน้าเท่านั้นพิงค์มองใบหน้าของจัสมินที่แววตาเริ่มเปลี่ยนเป็นเศร้า ตั้งแต่คบกันเป็นเพื่อนมาเธอเพิ่งจะเคยเห็นจัสมินแสดงสีหน้าแบบนี้ออกมา“แล้วจะทำยังไงกับวาตะ”“…มินต้องเลิกยุ่งกับลมตามที่แม่จินบอก”“วาตะจะยอมเหรอ…มินรู้ใช่ไหมว่าวาตะชอบมินมาก” ทุกคนมองออกว่าวาตะชอบจัสมินมาก ๆ และจัสมินเองก็ดูชอบวาตะด้วยเช่นกัน แต่ไม่เคยจะพูดออกมาให้ใครได้ยิน“มินรู้ว่าลมชอบมิน…มินเอง…ก็ชอบลมมากเหมือนกัน” “แล้วทำไม…” พิงค์หยุดคำถามไว้เมื่อจัสมินหั
หอพักจัสมินถูกวาตะอุ้มมาส่งถึงหน้าห้อง เพราะเขาเห็นขาเธอสั่นจนจะก้าวไม่ออก“ปล่อยมินลงได้แล้ว” เมื่อถึงหน้าห้องเธอก็บอกให้เขาปล่อยตัวเองลงวาตะยอมปล่อยร่างเล็กให้เธอยืนด้วยตัวเอง ก่อนเขาจะมองใบหน้าจิ้มลิ้มที่มองมายังเขาด้วยรอยยิ้มในแบบของเธอ“ขับรถดี ๆ นะ มินเป็นห่วง”“อืม จะรีบกลับ”“มินรออยู่ที่ห้องนี่แหละ”“อืม” เขาดึงคนตัวเล็กเข้ามากอดแน่น ๆ ก่อนจะหอมแก้มเธอและจูบปากจิ้มลิ้มหนัก ๆ จัสมินมองร่างสูงเดินไปจนสุดสายตา ก่อนเธอจะเดินไปที่ระเบียงเพื่อรอดูเขาขึ้นรถและขับออกไป เมื่อเห็นเขามองขึ้นมาเธอก็โบกมือให้เขาพร้อมรอยยิ้มสดใสของตัวเอง จนรถของเขาขับออกไปโดยการกระทำของทั้งสองตกอยู่ในสายตาของหญิงคนหนึ่ง ที่เธอได้ยินเสียงแวว ๆ อยู่หน้าประตูก็ได้เปิดแง้มออกมาดู เจอเข้ากับร่างเล็กของลูกสาวเธอกอดและจูบกับชายหนุ่มคนหนึ่งที่เธอก็รู้จักจัสมินเดินกลับมาหน้าห้องของตัวเอง เธอใช้กุญแจพร้อมคีย์การ์ดเปิดประตูเข้าไป ก่อนจะต้องชะงักเมื่อภายในห้องมีแสงสว่างจากไฟ“มะ…แม่จิน” เธอเรียกผู้เป็นแม่ที่นั่งนิ่งอยู่บนเตียง สายตามองมายังเธอด้วยความเจ็บปวด จนหัวใจของเธอกระตุกหน่วง“……” จินดามองลูกสาวเพียงคนเดีย
ร่างเล็กของจัสมินนอนหายใจหอบเหนื่อยบนร่างสูงของวาตะที่มือของเขากอดเอวคอดของเธอไว้แน่น มืออีกข้างของเขาลูบกลุ่มผมหอมนุ่มเบา ๆ ก่อนจะก้มลงมากดจูบอย่างรักใคร่“อือ…พอแล้วนะ มินหิวข้าว” เงยหน้าจากการซบอกแกร่งของเขามาบอกคนใต้ร่างที่ให้เธอนอนทับด้วยสายตาอ้อน“อืม” เขาตอบรับในลำคอเบา ๆ มองใบหน้าขาวเนียนที่ขึ้นดีแดงด้วยความเหนื่อยจากการที่โดนเขากระแทกไปเมื่อสักครู่จัสมินก็ยิ้มออกมากว้างให้เขาที่ยอมเธอ ก่อนจะเข้าไปหอมแก้มเขาเบา ๆ เพื่อให้เป็นการให้รางวัล “ทำแบบนี้อยากโดนอีกหรือไง”“อ๊ะ! มะ…ไม่เอาแล้ว” ร้องเสียงหลงเมื่อถูกมือหนาดันสะโพกเธอไปกระแทกใส่ท่อนเอ็นของเขา“หึ!” นึกเอ็นดูคนตัวเล็กจนต้องก้มลงไปจูบปากสีอมชมพูนั่นแรง ๆ “จุ๊บแรงจัง” “เธอมันน่าทำแรง ๆ…ทุกส่วน”“ทำแรงมินเจ็บนะ ขามินสั่นอีกด้วย”“ก็เธอดื้อ”“แค่…ซุ่มซ่ามนิดหน่อยเอง” เธอพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน “มันทำให้เธอเจ็บตัว” ถึงเธอจะพูดเบามากแค่ไหน แต่เขาก็ยังได้ยินชัดอยู่ดี“มินจะพยายามไม่ให้ตัวเองเจ็บ” พูดจบเธอก็ซบลงไปยังอกแกร่งของเขาอย่างออดอ้อนวาตะกอดกระชับร่างเล็กแนบชิดกันมากขึ้น เขารักและเป็นห่วงเธอมาก กลัววันไหนท
จากการประกาศของโรงเรียนในครั้งนั้น ทำให้พวกเธอไม่ค่อยได้กลับบ้าน อยู่อย่างนี้จนมาถึงปิดเทอมกลางภาค แต่กว่าจะปิดก็กินเวลาไปกว่านักเรียนชั้นอื่นอยู่เกือบสองสัปดาห์ ทำให้การปิดเทอมของพวกเธอในครั้งนี้ช่างสั้นกว่าเทอมไหน ๆ“มินได้กอดแม่แล้ว” พูดขึ้นมาขณะที่เข้าไปสวมกอดแม่แน่น ๆ ด้วยความคิดถึงที่ไม่ได้กอ
ตอนที่ 9 - อยากรู้อะไรก็โทรมา“น้องมินคิดถึงแม่จิน” เข้าไปสวมกอดแม่จากทางด้านหลังด้วยความคิดถึง“แม่ก็คิดถึง อยู่ที่โรงเรียนอย่าซนจนตัวเองเจ็บตัวนะน้องมิน”“น้องมินไม่ซนเลยค่ะ…แค่ซุ่มซ่าม” ยิ้มหัวเราะออกมาให้กับตัวเอง แม้จะระวังมากแค่ไหนก็ยังมีเรื่องให้ตัวเองเจ็บตัวและมีแผลเล็ก ๆ มาตลอด“น้องมินเจ็
ร่างสูงกลับมาพร้อมอุปกรณ์ทำแผล เข้ามานั่งย่อตัวอยู่ตรงหน้าร่างเล็ก มองบาดแผลของเธอที่เลือดยังซึมออกมาอยู่“มินทำเองก็ได้”“……” ความเงียบเป็นคำตอบของการปฏิเสธ จัสมินจึงนั่งตัวเกร็งให้เขาทำแผลให้ ยามที่สำลีแตะโดนแผลเธอก็สะดุ้งตัวทุกครั้ง มันแสบมากจนต้องบีบมือเข้าหากันแน่นวาตะสังเกตเห็นมือเล็กบีบเข้
ตั้งแต่เปิดเทอมมาได้เกือบหนึ่งเดือน เธอก็ไม่ได้กลับไปหาแม่ที่บ้านคุณน้าเฟิร์นเลย เพราะที่โรงเรียนมีกิจกรรมและต้องเตรียมตัวกับการสอบเข้ามหาวิทยาลัยอย่างหนัก“น้องมินคิดถึงแม่จินจังเลยค่ะ”“แม่ก็มาหาแล้วนี่ไง น้องมินต้องตั้งใจเรียนนะ” เป็นเพราะจัสมินไม่ได้กลับไปหาเธอเกือบเดือนได้ จึงได้มาหาลูกวันนี้ด






ความคิดเห็น