LOGINมือบางทุบตีไปบนอกแกร่ง เมื่อศิระแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปาก รสชาติแอลกอฮอล์ที่ติดอยู่กับปลายลิ้น ทำให้ เพียงขวัญสะอิดสะเอียน ศิระเป็นผู้ชายสกปรก ปากของเขา จูบใครต่อใครไปทั่ว ไม่ควรอย่างยิ่งที่เขาจะมาแตะต้องเธอ เธอให้อิสระแก่เขา เขาก็ต้องให้เกียรติเธอบ้าง
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้น้ำตาก็พากันไหลออกมา ไม่ได้เสียใจแต่เจ็บใจที่ทำอะไรไม่ได้ หนี้สินของครอบครัวเธอเหลือเท่าไรกัน เธออยู่กับเขามาสี่ปีน่าจะลดลงบ้าง เป็นอิสระเมื่อไรเธอจะไปจากเขาทันที ศิระ... ผู้ชายสารเลว!
มือหนาที่จับอยู่บริเวณต้นคอ สอดเข้าหาเส้นผมสลวย แล้วกระชากอย่างแรง บังคับให้เพียงขวัญเงยหน้าขึ้นรับจูบ ของเขา รสชาติเค็มปร่าของน้ำตา ยิ่งทำให้เสี่ยหนุ่มมีอารมณ์
เขารู้ดีว่าน้ำตาเธอไหลเพราะอะไร เพียงขวัญโมโหตัวเองที่ทำอะไรเขาไม่ได้ นับวันเมียเขาก็ยิ่งทำตัวห่างเหิน คงคิดว่าท่าทางเย็นชาที่แสดงจะทำให้เขาเบื่อเร็วขึ้น ยิ่งเธอเมินเฉย เขาก็ยิ่งอยากได้ เพียงขวัญเปรียบเสมือนอาหารทิพย์ แค่มองก็อิ่มไปทั้งวัน แต่งงานกันมาสี่ปีที่เขาไม่แตะต้อง เพราะอยากให้เธอรู้ว่าความรู้สึกที่ถูกผัวทิ้งให้นอนกอดทะเบียนสมรสมันเจ็บปวดแค่ไหน
แต่เปล่าเลย... เขาทำอะไรเธอไม่ได้สักนิด เพียงขวัญเงียบจนน่าตกใจ คนเงียบคือคนที่น่ากลัว เพราะเขาไม่รู้เลยว่าเธอ คิดอะไรอยู่ ความน้อยใจในดวงตาค่อย ๆ เลือนหาย ความเกลียดชังเข้ามาแทนที่ ตอนนี้เขารู้แล้วว่าเพียงขวัญเกลียดเขามากจริง ๆ มีหรือที่คนอย่างศิระจะสนใจ จะรู้สึกยังไงก็เรื่อง ของเธอ สำหรับเขาสะใจที่ได้ทรมานเธอ
“ดีใจจนน้ำตาไหลเลยสินะ แค่นี้แหละเพียง สำหรับเมีย ตีทะเบียนอย่างคุณ ได้แค่นี้ก็มากเกินไปแล้ว” พูดเมื่อถอนปากออก ปลายจมูกโด่งสวยยังคลอเคลียอยู่กับจมูกเล็กเชิดรั้น เพราะศิระยังยึดท้ายทอยเธอเอาไว้
“ฉันเกลียดคุณ!”
“เกลียดแล้วไง มีปัญญาไปจากผมไหมล่ะ ฮ่า ๆ ๆ” พูดจบศิระก็หัวเราะใส่หน้าเพียงขวัญ แม้หัวใจจะรู้สึกตรงกันข้าม ก็ตาม เจ็บทุกครั้งที่ได้ยินคำว่าเกลียดจากเธอ
“ปล่อย!”
“จำไว้นะเพียงขวัญ คุณเป็นเมียผม ต่อให้ไม่รักคุณผม แต่คุณต้องอยู่กับผมตลอดไป อย่าอวดเก่งให้มาก ผู้หญิงที่ผัวปล่อยให้นอนจนหยากไย่ขึ้น น่าจะรู้ตัวนะว่าควรทำยังไง หาวิธีทำให้ผัวหันมาสนใจจะดีกว่า ยังไม่รู้ตัวอีกหรือว่าเพราะอะไร ผมถึงไม่แตะต้องคุณ!”
จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่ สำหรับเพียงขวัญแล้วมันคือสิ่งที่ดีที่สุด ย่ามักจะถามหาเหลนอยู่บ่อย ๆ เหตุผลที่เขาตอบย่าคือยังไม่พร้อม นั่นคือเรื่องจริง เธอนึกภาพไม่ออกเลยว่าเด็กที่เกิดมาจากความเกลียดชังจะมีชีวิตยังไง ใบหน้าสวยที่อาบไปด้วยน้ำตายิ้มกว้าง ตากลมโตมองสบกับตาคมเข้ม หัวใจแกร่งกระตุกเมื่อเห็นสายตาของเธอ
“ไม่จำเป็น!” ถอยออกไปนั่งประจำที่ เมื่อศิระปล่อยมือจากต้นคอของเธอ เพราะกลัวจะพลั้งมือทำให้เธอบาดเจ็บ ไปมากกว่านี้ เธอแต่งงานเพื่อล้างหนี้ให้ครอบครัวที่เขาไม่ แตะต้องก็เพราะไม่อยากให้หนี้ก้อนนั้นหมดไป หมดหนี้ก็เท่ากับเธอจะได้เป็นอิสระ ถึงวันนั้นเธอก็จะตีปีกไปจากเขา อยู่กันดี ๆ ไม่ได้ ก็อยู่กันไปแบบนี้แหละสะใจดี
กระบะสี่ประตูพุ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูงตามอารมณ์ของคนขับ คนที่นั่งข้าง ๆ ยังนั่งตัวตรง ไม่แสดงอาการใด ๆ ออกมา
“ส่งฉันที่บ้านย่านะคะ” วันนี้เธอต้องไปทานข้าวกับย่า ศิระคงลืมไปแล้วว่าย่าบอกให้เขาพาเธอไปหาอาทิตย์ละครั้ง คนอย่างเขาจะจำอะไรได้
“อืม...” ตอบสั้น ๆ
“งานลอยกระทงปีนี้ เสี่ยจะจองโต๊ะไหมคะ” เพราะเป็นเรื่องของโรงเรียน เธอจึงยอมเปิดปากพูดกับเขา ไหน ๆ เขาก็อยู่ตรงนี้แล้ว จะได้ไม่ต้องโทร. หาให้เปลืองเงิน
“เหมือนเดิม!” ตอบด้วยความไม่พอใจ
“ค่ะ” เป็นอันจบบทสนทนา ศิระจะจองโต๊ะห้าโต๊ะเพื่อเลี้ยงลูกน้อง เขาจะพาใครมาอีกก็เรื่องของเขา เธอเป็นครูก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเอง เรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวเธอแยกมันออกจากกันได้ดีจนคนที่นั่งข้าง ๆ ยังนึกโมโห ผู้หญิงคนนี้คงไม่มีหัวใจ
ครืด~ ครืด~
มือถือในกระเป๋าสั่นขึ้น เพียงขวัญหยิบขึ้นมาดู ยิ้มแล้ว กดรับ
“ยังไม่ถึงบ้านเลยค่ะ คุณทำอะไรอยู่คะ”
ศิระเงี่ยหูฟัง เมื่อได้ยินบทสนทนา คนที่โทร. มาไม่น่าจะใช่กมลชัย เพราะเพียงขวัญจะเรียกเขาว่า ผอ.
“คืนนี้ฉันนอนดึก โทร. มาได้ค่ะ”
กรามแกร่งขบเข้าหากัน มีโทร. หากันตอนกลางคืนด้วย ไม่ธรรมดาเสียแล้ว
“วันอาทิตย์เหรอคะ จะโทร. หาอีกทีแล้วกัน แค่นี้นะคะ ฉันต้องวางแล้ว”
เพียงขวัญวางสายเมื่อจบบทสนทนา เก็บมือถือเข้ากระเป๋าตามเดิม โดยไม่รู้เลยว่าคนที่นั่งข้าง ๆ รู้สึกอย่างไร ศิระโมโหจนควันออกหู เขาประมาทเกินไปแล้ว ทิ้งเมียให้เหงาอยู่กับเทคโนโลยี ต่อให้เป็นแม่พระก็ต้องหวั่นไหว เมียเขาจัดว่าเป็น คนหน้าตาดีจนหาตัวจับยาก คนที่โทร. มาคงสะกดคำว่าตาย ไม่เป็น ถึงมายุ่งกับเมียเขา
กระบะคันงามเลี้ยวเข้ามาจอดหน้าบ้านทรงไทยหลังใหญ่ นานแล้วที่เขาไม่ได้มาหาย่า ทานข้าวกับย่าสักมื้อก็ดีเหมือนกัน บางทีคำถามน่าเบื่อที่ย่าชอบถาม อาจจะได้คำตอบเร็ว ๆ นี้ มีลูกสักคนก็ดี... เพียงขวัญจะได้ไม่เอาเวลาไปทำอย่างอื่น
นี่เป็นครั้งแรกที่ศิระอยากมีลูก ผู้หญิงของเขามีมากมาย แต่เขาอยากมีลูกกับเธอแค่คนเดียวเท่านั้น
หนูเล็กเข้ามาเติมเต็ม ให้ศิระและเพียงขวัญมีความสุข หนูขวัญเข้ากับหนูเล็กได้เป็นอย่างดี ครอบครัวของศิระอบอุ่นและมีความสุขที่สุด ณาราส่งข่าวมาบอกว่าเธอสบายดี ถึงแม้ไตรภพจะเลวร้าย แต่เขาก็ไม่เคยทำร้ายเธอ เพราะไตรภพยังเชื่อว่าเธอซ่อนลูกของเขาเอาไว้ หลัง ๆ มานี้ไตรภพอ่อนลง แต่เธอก็ไม่ใจอ่อนให้เขา นึกถึงคำพูดที่เขาสั่งให้เธอเอาลูกออกทีไร ใจก็เจ็บทุกที ถ้าวันนั้นเธอทำตามคำสั่งของเขา หนูเล็กก็คงไม่ได้ลืมตาดูโลก “หนูนาค่ะพี่อ๊อด” เพียงขวัญส่งมือถือให้สามี หลังจากคุยกับณาราสักพักหนึ่งแล้ว ศิระรับมือถือมาคุยต่อ ใบหน้าหล่อเหลายิ้มกว้าง พร้อมกับมองหน้าเมียรัก เมื่อถูกคนในสายแซวหนัก “ได้ คืนนี้พี่จะทำน้องให้สองหนู” สองหนูที่ศิระพูดถึงคือหนูเล็กและหนูขวัญ กำปั้นของคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ฟาดลงบนบ่าแกร่ง เมื่อจับใจความได้คร่าว ๆ “แค่นี้นะหนูนา พี่มีงานต้องทำ” งานที่ศิระพูดถึงคงไม่พ้นเรื่องเมีย มาทำร้ายกันแบบนี้ต้องจับทำโทษให้เข็ด เพียงขวัญเดินหนีเมื่อสามีกดวางสาย แต่ก็ช้ากว่าเสี่ยหนุ่ม เพราะทันทีที่เธอขยับตัวเท้าก็ลอยขึ้นจากพื้น “พี่อ๊อด!” ร้องออกมาอย่า
เพียงขวัญมองคนที่นอนเหยียดยาว อยู่บนเตียงอย่างแสนรัก ข้างกายเขามีลูกน้อยหลับอยู่เคียงข้าง แขนแกร่งกอดลูกเอาไว้ มีหมอนใบใหญ่วางอยู่ข้างหลังลูก เพื่อรับน้ำหนักแขนเอาไว้ “พี่อ๊อด ลุกไปอาบน้ำได้แล้วค่ะ” มือบางแตะลงที่บ่าแกร่ง ปลุกคนหลับให้รู้สึกตัว ศิระปรือตาขึ้นอย่างงัวเงีย เมื่อเห็นว่าคนที่เรียกเป็นใคร ก็ส่งยิ้มหวานให้เธอ “เพียงอาบน้ำเสร็จแล้วเหรอครับ เล่นกับลูกจนเผลอหลับเลยครับ” ขยับลงจากเตียงแล้วกางแขนออก เรียกคนตัวเล็กเข้ามาในอ้อมแขน เพียงขวัญยิ้มให้สามีเมื่อเดินมาสวมกอดเขา “ทำงานหนักไปไหมคะ พักบ้างก็ได้” ตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่ไร่ ศิระก็ทำงานหนักทุกวัน “ไม่ครับ แค่นี้สบายมาก เพียงละเหนื่อยไหม” “เพียงจะเหนื่อยได้ยังไงคะ อยู่บ้านเลี้ยงลูกทุกวัน พี่อ๊อดต่างหากที่เหนื่อย พักบ้างนะคะ” “ไม่เป็นไรครับพี่ไหว พี่ทำคนเดียวที่ไหน ลูกน้องและคนงานก็ช่วยกัน เพียงไม่ต้องเป็นห่วงนะ แรงพี่ยังเหลือ” “ไม่พูดกับพี่อ๊อดแล้ว ไปอาบน้ำเถอะค่ะ จะได้กินข้าวพร้อมกัน หนูขวัญน่าจะหลับยาว” เมื่อสามีพูดถึงแรงที่เหลือ เพียงขวัญก็เปลี่ยนเรื่อ
ตาคมเข้มที่เต็มไปด้วยน้ำตา มองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยหัวใจที่เต้นระส่ำ ก่อนจะเลื่อนสายตาไปยังเด็กน้อยที่อยู่ในอ้อมแขนของเธอ ตาคู่คมหยุดนิ่งอยู่ที่ใบหน้าเล็กเกลี้ยงเกลา “หนูขวัญของพ่อ” ทันทีที่กางแขนออก เพียงขวัญก็โผเข้าหาอ้อมแขนของสามี น้ำตาลูกผู้ชายไหลลงมาเป็นสาย จมูกโด่งเป็นสันพรมจูบไปตามศีรษะและกระหม่อมบาง แขนแกร่งกอดเธอเอาไว้ ลูบมือลงบนแผ่นหลังบาง เมื่อเพียงขวัญเอาแต่ร้องไห้ “พี่อ๊อดเพียงคิดถึงพี่อ๊อดเหลือเกิน” ตลอดเวลาหลายเดือนที่แยกจากกัน ไม่มีวันไหนที่เธอจะไม่คิดถึงเขา “คนดีไม่ร้องนะครับ พี่ก็คิดถึงเพียงกับลูกที่สุด เพียงขวัญของพี่” ศิระปลุกปลอบพร้อมกับให้กำลังใจ เพียงขวัญปาดน้ำตาออกจากใบหน้า พร้อมกับยิ้มให้เขา “ลูกค่ะพี่อ๊อดหนูขวัญลูกของเรา” ส่งคนในอ้อมแขนให้ศิระ แขนแกร่งที่ยื่นมารับคนตัวเล็กสั่นเทา นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นหน้าและได้สัมผัสลูก “ขวัญเอยขวัญมา บุญรักษานะลูก พ่อไม่มีของขวัญให้หนูสักชิ้น พ่อขอโทษนะลูก” พูดพร้อมกับหอมลงบนแก้มเล็กนุ่มนิ่มอย่างแสนรัก ก่อนจะยิ้มออกมาเมื่อคนตัวเล็กเอียงคอหนี ลูกคงจั๊กจี
ไตรภพมองคนตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะไปหยุดสายตาที่ใบหน้าของเธอ ตากลมโตมองเขาอยู่แล้วเช่นกัน ทันทีที่ตาคมเข้มสบกับตากลมโต หัวใจของไตรภพก็กระตุก อยากจะกอดอยากจะหอมคนตัวเล็กให้หนำใจ แต่ก็ต้องข่มความรู้สึกเอาไว้ “ลูกอยู่ไหน” เกือบปีที่เขาควานหาตัวเธอกับลูก วันนี้เธอกลับมาตัวคนเดียวอย่างนั้นหรือ ลูกเขาอยู่ที่ไหนไม่มีคำทักทายไม่มีคำพูดใด ๆ หลุดออกมาจากปากหญิงสาว มีเพียงสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังที่จ้องมองเขาอย่างไม่ลดละเช่นกัน “ฉันถามว่าลูกอยู่ไหน!” คำถามของไตรภพ ทำให้ณารายิ้มมุมปาก ไตรภพยังเหมือนเดิม หยาบคายและเลวทรามที่สุด “เสี่ยลืมไปแล้วเหรอคะ ว่าเป็นคนสั่งให้ฉันเอาเด็กออก” “ณารา!” “เด็กนั่นไม่ต่างจากมารหัวขน ฉันไม่เก็บไว้เป็นหนามทิ่มแทงตัวเองหรอกค่ะ” คำพูดของณาราทำให้ไตรภพโกรธจัด แต่พยายามเก็บกดเอาไว้ “เธอไม่ทำอย่างนั้นหรอก บอกมาว่าลูกอยู่ไหน” น้ำเสียงที่ใช้เบาลงก็จริง แต่ก็ยังดุดัน “ฟังให้ชัด ๆ นะคะ ลูกของเสี่ยตายไปแล้ว!” “ณารา!” “เสี่ยก็รู้ว่าฉันมาที่นี่เพราะอะไ
ตากลมโตที่เต็มไปด้วยน้ำตา มองเด็กผู้หญิงตัวน้อยที่อยู่ในชุดเด็กอ่อนลายลูกแมวสีชมพูสดใส ด้วยหัวใจที่เต้นระส่ำ ลูกของเธอนอนอยู่ตรงนั้นในรถเข็นเด็กที่พยาบาลดันมาจนชิดขอบเตียง มือสั่นเทาเอื้อมไปสัมผัสแก้มเนียนใส ก่อนจะปล่อยน้ำตาให้ไหลลงมาเป็นสาย เมื่อนึกถึงใครอีกคน ช่วงเวลาที่น่ายินดีแบบนี้ เธออยากให้เขามายืนข้าง ๆ เธอ “เพียงร้องไห้อีกแล้วลูก” คุณอังกาบเดินมาโอบไหล่เพื่อให้กำลังใจ เมื่อเห็นเพียงขวัญร้องไห้ออกมา จิตใจที่ย่ำแย่จะทำให้ร่างกายอ่อนแอไปด้วย นาทีนี้เพียงขวัญต้องเข้มแข็งเพื่อลูก “เพียงเป็นห่วงพี่อ๊อดค่ะคุณย่า” บอกไปตามตรงเพราะเธอเป็นห่วงศิระมากที่สุด “ตาอ๊อดต้องไม่เป็นอะไร อย่าคิดมากนะลูก เพียงต้องเข้มแข็งเพื่อลูก และคนที่อยู่ข้างหลัง ย่าก็เหมือนไม้ใกล้ฝั่ง ต้องฝากภาระไว้กับเพียงนะลูก” คำพูดของคุณอังกาบทำให้เพียงขวัญคิดได้ หญิงสาวปาดน้ำตาออกจากใบหน้า แล้วอุ้มคนตัวเล็กขึ้นมาไว้ในอก ศิระกำลังตกที่นั่งลำบาก เธอจะอ่อนแอไม่ได้ ต้องอยู่เป็นหลักและทำหน้าที่แทนเขา “สวัสดีค่ะคนเก่ง เจอกันแล้วนะคะ แม่คือแม่เพียงของหนูนะลูก คุณพ่อมีงานเลยมา
ตากลมโตปรือขึ้นช้า ๆ เมื่อได้ยินเสียงพูดคุยอยู่ข้างหู หลังจากผ่าคลอดเพียงขวัญก็หลับไปเป็นเวลานาน ร่างอวบของคุณแม่ขยับไปมา ก่อนจะต้องกัดปากเมื่อรู้สึกเจ็บร้าวไปทั้งตัวโดยเฉพาะบริเวณหน้าท้อง หัวใจดวงน้อยกระตุกเมื่อยกมือขึ้นลูบหน้าท้อง ก่อนจะร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อพบความเปลี่ยนแปลงบางอย่างของร่างกาย “ลูกฉันละคะ ลูกฉันอยู่ไหน!” ถามรัวเร็วเมื่อเห็นว่าคนที่ยืนอยู่ข้างเตียงเป็นใคร “ตื่นแล้วเหรอคะ อย่าเพิ่งขยับค่ะ หมอขอดูแผลก่อนนะคะ” คนที่เรียกตัวเองว่าหมอขยับมายืนข้างเตียง แล้วเปิดชายเสื้อดูแผลที่หน้าท้องของเธอ “ลูกฉันละคะ” เพียงขวัญถามย้ำอีกครั้ง หัวใจที่เต้นเร็วอยู่แล้วเต้นแรงขึ้น เมื่อยังไม่มีใครตอบคำถามของเธอ ภาพสุดท้ายที่เธอเห็นก็คือศิระถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวไป เธอเจ็บท้องมากแล้วหลังจากนั้นก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย “แผลดีมากค่ะ อีกสองวันก็กลับบ้านได้ หมอขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ คุณได้ลูกสาว” คำพูดของคุณหมอทำให้หัวใจที่หนักอึ่งเบาลง ความกังวลที่มีในตอนแรกเปลี่ยนเป็นความตื่นเต้น เมื่อได้ยินคำว่าลูกสาว “ฉันได้ลูกสาวเหรอคะ”






![ดวงใจคนเถื่อน (NC20+) [ซีรีส์ คนเถื่อน 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
