LOGINคีรินทร์มองแบงก์พันบึกใหญ่ที่ยื่นมาตรงหน้า แล้วมองหน้าเจ้านาย
“เสี่ยจะเอาอะไรครับ” ถามเพราะคิดว่าศิระใช้ให้ไป ซื้อของ
“เอาไปซื้อข้าว อย่าเสือกมาใช้เมียกูอีก” คำตอบของเจ้านายทำให้คีรินทร์อมยิ้ม สั่งให้ลูกน้องขนเสื้อผ้ามาไว้ที่นี่ แสดงอาการหึงหวงจนออกนอกหน้า คุณเพียงทำอะไรไว้นะเจ้านายถึงได้เปลี่ยนไปได้ขนาดนี้
“ที่เสี่ยให้ไว้คราวก่อนยังไม่หมดเลยครับ” ตอบอย่างเกรงใจ นอกจากเงินเดือนศิระยังให้เงินพิเศษกับเขาทุกเดือน
“ให้ก็เอาไปเถอะ ไปได้แล้ว ถ้ามีอะไรด่วนกูจะโทร. หาเอง” เสี่ยหนุ่มยัดเงินใส่มือคีรินทร์ มองตั้งแต่หัวจรดเท้า
คีรินทร์จัดว่าเป็นคนหน้าตาดี ตัดไฟตั้งแต่ต้นลมดีกว่าปล่อยเอาไว้ ต่อไปนี้เขาคงไม่ให้ใครมาอยู่ใกล้เมียอีกแล้ว ที่ทำงานมีครูหนุ่ม บ้านย่ามีเพื่อนบ้านที่ไว้ใจไม่ได้ รอบตัวเขา ก็มีแต่คนหน้าตาดี จับขังไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวันดีไหม จะได้ไม่ต้องหวาดระแวง
“พี่คินไปไหนคะ” เพียงขวัญถามเมื่อเห็นคีรินทร์ขับรถออกไปจากบ้าน
“ไปหาลูกหาเมียมันบ้างสิ” คำตอบของเสี่ยหนุ่ม ทำให้เพียงขวัญขมวดคิ้ว
“พี่คินมีเมียแล้วเหรอคะ ฉันไม่รู้เลย”
“จะเอาเมียไหนล่ะ จะได้บอกถูก ตั้งแต่หัวซอยยัน ท้ายซอย เมียไอ้คินทั้งนั้น” ได้ทีก็ใส่ไฟคีรินทร์ชุดใหญ่ ต้องเผาให้สิ้นซาก เพียงขวัญจะได้เลิกสนใจมัน
“อย่าเอานิสัยตัวเองไปตัดสินคนอื่นสิคะ ผู้ชายไม่ได้ มักมากทุกคนหรอกค่ะ”
พูดจบก็หันหลังเดินกลับเข้าบ้าน คีรินทร์อยู่กับเธอ มานาน ทำไมเธอจะไม่รู้เรื่องส่วนตัวของเขา ที่ถามก็เพราะอยากรู้ว่าศิระจะตอบว่าอะไร เสี่ยหนุ่มเดาะลิ้นเมื่อถูกเมียด่า คำก็มักมาก สองคำก็มั่ว พูดอย่างอื่นไม่เป็นหรือไง อย่างเขาไม่ได้เรียกว่ามั่ว แค่ดูแลให้ทั่วถึงเท่านั้นเอง ถึงจะแปลกใจที่ศิระไม่ไปไหน แต่เพียงขวัญก็ไม่ได้สนใจ
วันหยุดผ่านไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานก็หมดวัน ครูสาวทำงานได้งานตามเป้าหมาย บิดขี้เกียจอย่างเมื่อยล้า ปิดคอมพิวเตอร์ แล้วเดินออกไปรับลมหน้าบ้าน ศิระนั่งคุยโทรศัพท์อยู่ที่โต๊ะม้าหิน สีหน้าของเขาไม่ดีเท่าไร คงมีเรื่องให้คิดเพราะใกล้ถึงวันสมัครรับเลือกตั้งแล้ว
ข่าววงในแว่วมาว่าปีนี้มีผู้สมัครชิงตำแหน่งถึงสี่คน แต่ละคนไฟแรงทั้งนั้น นายกเก่าคงรักษาเก้าอี้ได้ยาก มีผลงานก็จริง แต่ชื่อเสียงก็เสียไม่น้อย เธอไม่อยากให้เขาเป็นหรอก นายก อะไรนั่น ยิ่งมีคนรู้จักเขามากเท่าไร เธอก็อับอายมากขึ้นเท่านั้น ไปทางไหนก็มีแต่คนเรียกครูเพียงเมียนายก ไม่อยากได้ยินคำนี้เลยจริง ๆ
มอเตอร์ไซค์เวฟ 125 เข็นมาจอดหน้าบ้าน เมื่อได้เวลาไปซื้อกับข้าว ศิระสั่งให้ลูกน้องเก็บของ แล้วเดินมาขวางหน้ารถเอาไว้ เมื่อเธอทำท่าจะขับมันออกไป
“ไปไหนเพียง” มือหนาจับหน้ารถ รอฟังคำตอบของเธอ
“ไปตลาดนัดค่ะ ถอยไปสิคะ” ไม่เข้าใจว่าเขาจะมาขวางทำไม ศิระพยักหน้ารับรู้
“ผมขับรถให้” เดินมาที่รถพร้อมกับทำอย่างที่พูด
“เสี่ยจะเอาอะไรคะ เดี๋ยวฉันซื้อมาให้”
ยังไม่ยอมขยับให้ที่เขา รถยนต์ก็มีถ้าเขาอยากไปจริง ๆ ขับรถยนต์ไปเองก็แล้วกัน
“อยากไปกับคุณ” นานแล้วที่เขาไม่ได้มาแถวนี้ ไปเดินเล่นดูนั่นดูนี่ก็ดี จะได้ถือโอกาสนี้ดูเสียงตอบรับจากชาวบ้านด้วย ถนน คู คลอง เขาพัฒนาให้ดีขึ้น ใช้งบตัวเองมากกว่างบหลวง คนในชุมชนจะได้อยู่กันอย่างสุขสบาย ถ้าไม่เทคะแนนให้เขา ก็ใจดำเกินไปแล้ว ร่างบางขยับถอยหลัง เมื่อคนตัวใหญ่แทรกตัวเข้ามาด้านหน้า ถึงจะไม่เข้าใจว่าศิระทำเพื่ออะไร เขาคงวุ่นวายกับเธอไม่นาน เบื่อก็คงจากไป ลูกน้องมองตามเมื่อเจ้านายขับรถมอเตอร์ไซค์ผ่านหน้าไป ใกล้ถึงวันลงสมัครเลือกตั้ง ความปลอดภัยของศิระคือสิ่งที่ต้องเฝ้าระวัง เพราะคู่แข่งมักจะหยอกล้อกันแรง ๆ เสมอ
มือหนาเอื้อมมาคว้ามือเล็กที่กำชายเสื้อของเขาเอาไว้ นิ้วยาวสอดประสานกับนิ้วเล็ก แล้ววางมือเธอไว้บนต้นขา หน้าอกอวบแนบไปกับแผ่นหลังกว้าง เมื่อเขายึดมือเธอเอาไว้ หัวใจดวงน้อยเต้นคร่อมจังหวะ ช่วงนี้ถนนโล่งเพราะอยู่ห่างจากบ้านคน ใกล้ ๆ ถึงชุมชนค่อยดึงมือกลับ จะได้ไม่ตกเป็นเป้าสายตา รู้สึกดีที่มีเขา แต่ก็ไม่อยากทำตามหัวใจตัวเอง ต้องอยู่คนเดียวให้ชิน ไม่มีความดีให้จดจำ ความเลวของเขา เธอก็จะลืมมันไปเสีย ศิระกำมือเล็กเอาไว้ หัวใจอุ่นขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุ ความรู้สึกมากมายลอยเข้ามาในหัว พลาดที่ไม่เคยใส่ใจจน ทำให้มันไกลออกไป อยากแก้ไขให้ดีขึ้น แต่ไม่รู้ว่าจะได้รับโอกาสนั้นไหม
หนูเล็กเข้ามาเติมเต็ม ให้ศิระและเพียงขวัญมีความสุข หนูขวัญเข้ากับหนูเล็กได้เป็นอย่างดี ครอบครัวของศิระอบอุ่นและมีความสุขที่สุด ณาราส่งข่าวมาบอกว่าเธอสบายดี ถึงแม้ไตรภพจะเลวร้าย แต่เขาก็ไม่เคยทำร้ายเธอ เพราะไตรภพยังเชื่อว่าเธอซ่อนลูกของเขาเอาไว้ หลัง ๆ มานี้ไตรภพอ่อนลง แต่เธอก็ไม่ใจอ่อนให้เขา นึกถึงคำพูดที่เขาสั่งให้เธอเอาลูกออกทีไร ใจก็เจ็บทุกที ถ้าวันนั้นเธอทำตามคำสั่งของเขา หนูเล็กก็คงไม่ได้ลืมตาดูโลก “หนูนาค่ะพี่อ๊อด” เพียงขวัญส่งมือถือให้สามี หลังจากคุยกับณาราสักพักหนึ่งแล้ว ศิระรับมือถือมาคุยต่อ ใบหน้าหล่อเหลายิ้มกว้าง พร้อมกับมองหน้าเมียรัก เมื่อถูกคนในสายแซวหนัก “ได้ คืนนี้พี่จะทำน้องให้สองหนู” สองหนูที่ศิระพูดถึงคือหนูเล็กและหนูขวัญ กำปั้นของคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ฟาดลงบนบ่าแกร่ง เมื่อจับใจความได้คร่าว ๆ “แค่นี้นะหนูนา พี่มีงานต้องทำ” งานที่ศิระพูดถึงคงไม่พ้นเรื่องเมีย มาทำร้ายกันแบบนี้ต้องจับทำโทษให้เข็ด เพียงขวัญเดินหนีเมื่อสามีกดวางสาย แต่ก็ช้ากว่าเสี่ยหนุ่ม เพราะทันทีที่เธอขยับตัวเท้าก็ลอยขึ้นจากพื้น “พี่อ๊อด!” ร้องออกมาอย่า
เพียงขวัญมองคนที่นอนเหยียดยาว อยู่บนเตียงอย่างแสนรัก ข้างกายเขามีลูกน้อยหลับอยู่เคียงข้าง แขนแกร่งกอดลูกเอาไว้ มีหมอนใบใหญ่วางอยู่ข้างหลังลูก เพื่อรับน้ำหนักแขนเอาไว้ “พี่อ๊อด ลุกไปอาบน้ำได้แล้วค่ะ” มือบางแตะลงที่บ่าแกร่ง ปลุกคนหลับให้รู้สึกตัว ศิระปรือตาขึ้นอย่างงัวเงีย เมื่อเห็นว่าคนที่เรียกเป็นใคร ก็ส่งยิ้มหวานให้เธอ “เพียงอาบน้ำเสร็จแล้วเหรอครับ เล่นกับลูกจนเผลอหลับเลยครับ” ขยับลงจากเตียงแล้วกางแขนออก เรียกคนตัวเล็กเข้ามาในอ้อมแขน เพียงขวัญยิ้มให้สามีเมื่อเดินมาสวมกอดเขา “ทำงานหนักไปไหมคะ พักบ้างก็ได้” ตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่ไร่ ศิระก็ทำงานหนักทุกวัน “ไม่ครับ แค่นี้สบายมาก เพียงละเหนื่อยไหม” “เพียงจะเหนื่อยได้ยังไงคะ อยู่บ้านเลี้ยงลูกทุกวัน พี่อ๊อดต่างหากที่เหนื่อย พักบ้างนะคะ” “ไม่เป็นไรครับพี่ไหว พี่ทำคนเดียวที่ไหน ลูกน้องและคนงานก็ช่วยกัน เพียงไม่ต้องเป็นห่วงนะ แรงพี่ยังเหลือ” “ไม่พูดกับพี่อ๊อดแล้ว ไปอาบน้ำเถอะค่ะ จะได้กินข้าวพร้อมกัน หนูขวัญน่าจะหลับยาว” เมื่อสามีพูดถึงแรงที่เหลือ เพียงขวัญก็เปลี่ยนเรื่อ
ตาคมเข้มที่เต็มไปด้วยน้ำตา มองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยหัวใจที่เต้นระส่ำ ก่อนจะเลื่อนสายตาไปยังเด็กน้อยที่อยู่ในอ้อมแขนของเธอ ตาคู่คมหยุดนิ่งอยู่ที่ใบหน้าเล็กเกลี้ยงเกลา “หนูขวัญของพ่อ” ทันทีที่กางแขนออก เพียงขวัญก็โผเข้าหาอ้อมแขนของสามี น้ำตาลูกผู้ชายไหลลงมาเป็นสาย จมูกโด่งเป็นสันพรมจูบไปตามศีรษะและกระหม่อมบาง แขนแกร่งกอดเธอเอาไว้ ลูบมือลงบนแผ่นหลังบาง เมื่อเพียงขวัญเอาแต่ร้องไห้ “พี่อ๊อดเพียงคิดถึงพี่อ๊อดเหลือเกิน” ตลอดเวลาหลายเดือนที่แยกจากกัน ไม่มีวันไหนที่เธอจะไม่คิดถึงเขา “คนดีไม่ร้องนะครับ พี่ก็คิดถึงเพียงกับลูกที่สุด เพียงขวัญของพี่” ศิระปลุกปลอบพร้อมกับให้กำลังใจ เพียงขวัญปาดน้ำตาออกจากใบหน้า พร้อมกับยิ้มให้เขา “ลูกค่ะพี่อ๊อดหนูขวัญลูกของเรา” ส่งคนในอ้อมแขนให้ศิระ แขนแกร่งที่ยื่นมารับคนตัวเล็กสั่นเทา นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นหน้าและได้สัมผัสลูก “ขวัญเอยขวัญมา บุญรักษานะลูก พ่อไม่มีของขวัญให้หนูสักชิ้น พ่อขอโทษนะลูก” พูดพร้อมกับหอมลงบนแก้มเล็กนุ่มนิ่มอย่างแสนรัก ก่อนจะยิ้มออกมาเมื่อคนตัวเล็กเอียงคอหนี ลูกคงจั๊กจี
ไตรภพมองคนตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะไปหยุดสายตาที่ใบหน้าของเธอ ตากลมโตมองเขาอยู่แล้วเช่นกัน ทันทีที่ตาคมเข้มสบกับตากลมโต หัวใจของไตรภพก็กระตุก อยากจะกอดอยากจะหอมคนตัวเล็กให้หนำใจ แต่ก็ต้องข่มความรู้สึกเอาไว้ “ลูกอยู่ไหน” เกือบปีที่เขาควานหาตัวเธอกับลูก วันนี้เธอกลับมาตัวคนเดียวอย่างนั้นหรือ ลูกเขาอยู่ที่ไหนไม่มีคำทักทายไม่มีคำพูดใด ๆ หลุดออกมาจากปากหญิงสาว มีเพียงสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังที่จ้องมองเขาอย่างไม่ลดละเช่นกัน “ฉันถามว่าลูกอยู่ไหน!” คำถามของไตรภพ ทำให้ณารายิ้มมุมปาก ไตรภพยังเหมือนเดิม หยาบคายและเลวทรามที่สุด “เสี่ยลืมไปแล้วเหรอคะ ว่าเป็นคนสั่งให้ฉันเอาเด็กออก” “ณารา!” “เด็กนั่นไม่ต่างจากมารหัวขน ฉันไม่เก็บไว้เป็นหนามทิ่มแทงตัวเองหรอกค่ะ” คำพูดของณาราทำให้ไตรภพโกรธจัด แต่พยายามเก็บกดเอาไว้ “เธอไม่ทำอย่างนั้นหรอก บอกมาว่าลูกอยู่ไหน” น้ำเสียงที่ใช้เบาลงก็จริง แต่ก็ยังดุดัน “ฟังให้ชัด ๆ นะคะ ลูกของเสี่ยตายไปแล้ว!” “ณารา!” “เสี่ยก็รู้ว่าฉันมาที่นี่เพราะอะไ
ตากลมโตที่เต็มไปด้วยน้ำตา มองเด็กผู้หญิงตัวน้อยที่อยู่ในชุดเด็กอ่อนลายลูกแมวสีชมพูสดใส ด้วยหัวใจที่เต้นระส่ำ ลูกของเธอนอนอยู่ตรงนั้นในรถเข็นเด็กที่พยาบาลดันมาจนชิดขอบเตียง มือสั่นเทาเอื้อมไปสัมผัสแก้มเนียนใส ก่อนจะปล่อยน้ำตาให้ไหลลงมาเป็นสาย เมื่อนึกถึงใครอีกคน ช่วงเวลาที่น่ายินดีแบบนี้ เธออยากให้เขามายืนข้าง ๆ เธอ “เพียงร้องไห้อีกแล้วลูก” คุณอังกาบเดินมาโอบไหล่เพื่อให้กำลังใจ เมื่อเห็นเพียงขวัญร้องไห้ออกมา จิตใจที่ย่ำแย่จะทำให้ร่างกายอ่อนแอไปด้วย นาทีนี้เพียงขวัญต้องเข้มแข็งเพื่อลูก “เพียงเป็นห่วงพี่อ๊อดค่ะคุณย่า” บอกไปตามตรงเพราะเธอเป็นห่วงศิระมากที่สุด “ตาอ๊อดต้องไม่เป็นอะไร อย่าคิดมากนะลูก เพียงต้องเข้มแข็งเพื่อลูก และคนที่อยู่ข้างหลัง ย่าก็เหมือนไม้ใกล้ฝั่ง ต้องฝากภาระไว้กับเพียงนะลูก” คำพูดของคุณอังกาบทำให้เพียงขวัญคิดได้ หญิงสาวปาดน้ำตาออกจากใบหน้า แล้วอุ้มคนตัวเล็กขึ้นมาไว้ในอก ศิระกำลังตกที่นั่งลำบาก เธอจะอ่อนแอไม่ได้ ต้องอยู่เป็นหลักและทำหน้าที่แทนเขา “สวัสดีค่ะคนเก่ง เจอกันแล้วนะคะ แม่คือแม่เพียงของหนูนะลูก คุณพ่อมีงานเลยมา
ตากลมโตปรือขึ้นช้า ๆ เมื่อได้ยินเสียงพูดคุยอยู่ข้างหู หลังจากผ่าคลอดเพียงขวัญก็หลับไปเป็นเวลานาน ร่างอวบของคุณแม่ขยับไปมา ก่อนจะต้องกัดปากเมื่อรู้สึกเจ็บร้าวไปทั้งตัวโดยเฉพาะบริเวณหน้าท้อง หัวใจดวงน้อยกระตุกเมื่อยกมือขึ้นลูบหน้าท้อง ก่อนจะร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อพบความเปลี่ยนแปลงบางอย่างของร่างกาย “ลูกฉันละคะ ลูกฉันอยู่ไหน!” ถามรัวเร็วเมื่อเห็นว่าคนที่ยืนอยู่ข้างเตียงเป็นใคร “ตื่นแล้วเหรอคะ อย่าเพิ่งขยับค่ะ หมอขอดูแผลก่อนนะคะ” คนที่เรียกตัวเองว่าหมอขยับมายืนข้างเตียง แล้วเปิดชายเสื้อดูแผลที่หน้าท้องของเธอ “ลูกฉันละคะ” เพียงขวัญถามย้ำอีกครั้ง หัวใจที่เต้นเร็วอยู่แล้วเต้นแรงขึ้น เมื่อยังไม่มีใครตอบคำถามของเธอ ภาพสุดท้ายที่เธอเห็นก็คือศิระถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวไป เธอเจ็บท้องมากแล้วหลังจากนั้นก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย “แผลดีมากค่ะ อีกสองวันก็กลับบ้านได้ หมอขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ คุณได้ลูกสาว” คำพูดของคุณหมอทำให้หัวใจที่หนักอึ่งเบาลง ความกังวลที่มีในตอนแรกเปลี่ยนเป็นความตื่นเต้น เมื่อได้ยินคำว่าลูกสาว “ฉันได้ลูกสาวเหรอคะ”
ตะวันคล้อยต่ำลาลับขอบฟ้า เส้นแสงสีทองที่ตกกระทบลงมาบนใบหน้าเคร่งเครียดของเสี่ยหนุ่ม ทำให้ใบหน้าที่ดุอยู่แล้ว ดูน่าเกรงขามขึ้นไปอีก ตาคมเข้มจับจ้องไปยังร่างสูงใหญ่ที่นั่งคุกเข่าก้มหน้าอยู่กับพื้น แล้วถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย เมื่อต้องพูดประโยคเดิมซ้ำ ๆ “มึงจะไม่รับปากกูใช่ไหม” เสี
ศิระขับรถนานเกือบชั่วโมง เพราะอยากพาเพียงขวัญมาดูอะไรบางอย่าง สถานที่แห่งนี้คือที่กบดานของเขา สี่ปีแล้ว ที่เขาสร้างที่นี่ขึ้นมาด้วยความภาคภูมิใจตากลมโตมองภาพเบื้องหน้าอย่างตื่นตะลึง เธอพอรู้ มาบ้างว่าพื้นที่ในอำเภอนี้ชาวบ้านจะปลูกฟักทองกับฟักแฟง เพื่อส่งออก แต่ไม่คิดว่าไร่ผักจะมากมายจนสุดลูก
“จัดการมัน!” ศิระสั่งเสียงเหี้ยม พร้อมกับกระชาก เพียงขวัญเดินไปที่รถ“หยุดนะ! ฉันบอกให้หยุด! หยุดเดี๋ยวนี้!” เพียงขวัญร้องห้าม เมื่อชัยกับลูกน้องลงมือทำร้ายคีรินทร์ มือบางทุบตีไปบนเนื้อตัวของเขา สะบัดแขนออกจากการเกาะกุม แล้ววิ่งเข้าไปขวางชัยกับลูกน้องเอาไว้“หยุดนะ! ฉันบอกให้หยุด!” ชัยกับลูกน้อ
“จะรีบลุกไปไหน วันหยุดไม่ใช่เหรอ” เสี่ยหนุ่มถาม เสียงพร่า ใบหน้าก้มต่ำลงมาเรื่อย ๆ มือที่ค้ำอกแกร่งสั่นขึ้น เมื่อต้านน้ำหนักของเขาไม่ไหว ปล่อยไว้แบบนี้ไม่ดีแน่“ชินแล้วค่ะ ตื่นเวลานี้ทุกวัน เสี่ยก็ลุกเถอะ กลับบ้าน ได้แล้ว”บอกด้วยความหวังดี เพราะมือถือของเขาสั่นทั้งคืน เสี่ยหนุ่มมองต







