FAZER LOGINณารามองคนที่เอาแต่นั่งดื่มเหล้าด้วยความไม่เข้าใจ วันนี้เสี่ยอ๊อดเปลี่ยนไป ตั้งแต่เข้ามาในรีสอร์ตเสี่ยก็เอาแต่ ดื่มเหล้า โดยไม่สนใจเธอเลยสักนิด ต่างจากทุกครั้งที่พอ เจอหน้ากันเสี่ยจะพาขึ้นเตียงทันที เธอรู้จักกับเขาในงานเลี้ยง เขาเป็นนักการเมืองท้องถิ่น หน้าตาหล่อเหลา เจ้าของงานบอกให้เธอดูแลเขา จึงมีคบหากันเรื่อยมา
เธอจะมาหาเขาบ่ายวันศุกร์ และจะกลับมหาวิทยาลัย เย็นวันอาทิตย์ วันนี้ไม่มีเรียนตอนบ่ายจึงมาก่อนเวลา รถไฟของเสี่ยจึงชนกันขบวนใหญ่ ผู้หญิงที่ชื่อเพียงขวัญคือภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของเขา ส่วนคนที่เหลือน่าจะเป็นของเล่นของเขา
เสี่ยก็เหมือนของสาธารณะ ถ้าเสี่ยพอใจและผู้หญิง เล่นด้วยก็ได้หมด ใจหนึ่งเธอก็สงสารเมียเสี่ย แต่นี่มันคืองานของเธอ มีเสี่ยแค่คนเดียวได้ค่าตอบแทนที่คุ้มค่า ใครบ้างจะ ไม่เอา
ร่างบางเดินเข้ามาหา หย่อนสะโพกลงบนตักกว้าง แขนเรียวคล้องคอเขาเอาไว้ จับหน้าเสี่ยหนุ่มให้หันมาทางเธอ ศิระยิ้มให้หญิงสาว วางแก้วในมือลงบนโต๊ะ เมื่อคนบนตักเริ่มไม่อยู่นิ่ง
“มีเรื่องให้คิดเหรอคะ” ถามด้วยน้ำเสียงออดอ้อน มองตาเสี่ยหนุ่มอย่างเว้าวอน
“อย่าใจร้ายกับหนูนาสิคะ หนูนาคิดถึงเสี่ยนะ”
“ไม่มีอะไรหรอก รอแป๊บนะเสี่ยอาบน้ำก่อน”
“ไม่ต้องค่ะเสี่ย หนูนาชอบกลิ่นตัวเสี่ย มันได้อารมณ์ดี”
พูดจบก็เงยหน้าขึ้นมาปิดปากหนา ศิระยิ้มให้กับคำพูดและท่าทางเอาอกเอาใจของหญิงสาว แต่อีกใจหนึ่งก็รู้สึกกังวล เมื่อนึกถึงใครอีกคน นอกจากเธอจะไม่หึงหวงเขาแล้ว ในสายตาของเธอยังมีแววเกลียดชังอยู่ในนั้น
เมื่อก่อนเขายังเห็นความน้อยใจและเสียใจในดวงตาคู่นั้น แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว ตั้งแต่ที่เธอรู้ว่าเขาเคยมีความ สัมพันธ์กับดารา เพียงขวัญก็ไม่ต่างจากน้ำแข็งขั้วโลกเหนือ เย็นชาและไร้หัวใจ เมื่อคิดมาถึงตรงนี้สมองด้านดีที่มีเพียง น้อยนิดก็สั่งให้เขาหยุด เพราะถ้ามันยังเป็นแบบนี้ต่อไปเธอคงไม่เหลือความรู้สึกอะไรกับเขาอีกเลย ความเกลียดชังที่เธอมีให้ ทำให้เสี่ยหนุ่มรู้สึกดี เพราะอย่างน้อย ๆ เธอก็ยังมีความรู้สึก กับเขาบ้าง แม้มันจะเป็นความเกลียดก็ตาม
ร่างสูงผละออกจากหญิงสาวเหมือนเป็นของร้อน
“โอ๊ย!” ณาราร้องเสียงหลง เมื่อถูกผลักลงไปกองกับพื้น
“เสี่ยเพิ่งนึกได้ว่ามีประชุม หนูนาพักผ่อนไปก่อนนะ เดี๋ยวเสี่ยมา” พูดจบก็คว้ากระเป๋าสตางค์และมือถือเดินออกไป ณารามองตาม แม้จะไม่พอใจแต่ก็ต้องเก็บเอาไว้ เป้าหมายเธอไม่ได้อยู่แค่นี้ ถ้าเสี่ยหย่ากับเมีย นั่นก็หมายความว่าเธออาจจะได้ขึ้นไปอยู่ตำแหน่งนั้นก็ได้
“อดทนไว้หนูนา ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้รักเสี่ย อีกไม่นานคงหย่ากัน” ที่เป็นอยู่ก็ดีแล้ว... แต่เธออยากได้มากกว่านี้
เลิกงานแล้วแต่เพียงขวัญยังไม่อยากกลับบ้าน ครูสาวนั่งตรวจการบ้าน และเตรียมการสอนสำหรับวันพรุ่งนี้ ภาพของสามีลอยเข้ามาในหัว เธอแน่ใจว่าความรู้สึกที่มีต่อเขาไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ความรักมันหมดไปตั้งแต่วันที่เธอรู้ว่าเขา มีคนอื่น ทุกวันนี้ก็ต่างคนต่างอยู่ แต่เสี่ยไม่ยอมหย่ากับเธอ บางครั้งก็ไม่เข้าใจว่าจะทนเพื่ออะไร ทำเรื่องขอย้ายไปสอนที่อื่น เพื่อจะได้ไปให้ไกลไปจากเขา แต่ก็อีกนั่นแหละ...
เสี่ยอ๊อดก็คือเสี่ยอ๊อด ถ้าเขาไม่พอใจ เธอก็คงหาความสงบในชีวิตไม่ได้ ทนมาตั้งสี่ปี... ทนต่ออีกนิดจะเป็นไรไป เด็กณารานั่นก็อยู่กับเสี่ยมานาน บางทีเสี่ยอาจจะคิดจริงจัง กับเธอก็ได้ ก็แค่รอเวลา...
ครูสาวคิดในใจ ตากลมโตมองออกไปทางหน้าต่าง รถกระบะยกสูงสีดำยังจอดอยู่ที่เดิม นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่ทำให้เธอเบื่อหน่าย เสี่ยจะให้ลูกน้องมาเฝ้าเธอทุกวัน ในขณะที่เขามี คนอื่นไปทั่ว ทำร้ายจิตใจเธอสารพัด แต่เธอต้องซื่อสัตย์กับเขาคนเดียว นี่คือความเห็นแก่ตัวของเสี่ย ถามว่าเธอจะทนเพื่ออะไร คำถามนี้เพียงขวัญก็ตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกัน
“เพียงจะกลับยังครับ ฝนจะตกแล้วนะ”
คำถามที่ดังมาจากหน้าประตู ปลุกเพียงขวัญให้ออกจากภวังค์ความคิด ครูสาวยิ้มให้ ผอ.หนุ่ม แล้วมองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง ฝนกำลังจะตกจริง ๆ เธอต้องรีบกลับบ้านเพราะขับรถมอเตอร์ไซค์มา
“ผอ.ยังไม่กลับเหรอคะ” ถามแล้วรีบเก็บของลงกระเป๋า
“กำลังจะกลับครับ”
“เพียงทำให้ ผอ.ลำบากหรือเปล่าคะ” เพียงขวัญรู้ว่า ที่กมลชัยไม่กลับบ้าน ก็เพราะเป็นห่วงเธอ
“ผมอยู่เตรียมวาระการประชุมครับ จะลอยกระทงแล้ว คงต้องเชิญคณะกรรมการสถานศึกษามาหารือร่วมกัน เรื่อง จัดงานโรงเรียนครับ”
“ขอโทษนะคะ เพียงลืมเรื่องนี้ไปเลย”
“ผมให้ครูวีจัดการแล้วครับ เพียงครับถ้าเพียงมีอะไร ไม่สบายใจ...”
“ไม่เป็นไรค่ะ ผอ. เพียงโอเค” เพียงขวัญขัดขึ้น เพราะไม่อยากให้กมลชัยพูดอะไรไปมากกว่านี้ สถานะที่เธอเป็นอยู่คง ไม่เหมาะสมกับคนดี ๆ อย่างเขา ผอ.เป็นคนดีก็ต้องคู่ควรกับ คนดี ๆ เช่นกัน
“เพียงกลับก่อนนะคะ เรื่องงานลอยกระทง เพียงจะช่วยวีอีกแรง ขอโทษที่บกพร่องในหน้าที่นะคะ”
เพราะกิจกรรมลอยกระทงคือโครงการของเธอ เพียงขวัญจึงรู้สึกผิดที่มัวแต่คิดเรื่องตัวเองจนลืมเรื่องของส่วนรวม
กระบะสีขาวคันใหญ่ขับเข้ามาในโรงเรียน เมื่อเพียงขวัญก้าวลงมาจากอาคาร คนขับโดดลงมาจากรถ แล้วสั่งให้ลูกน้องที่อยู่หน้าประตูช่วยกันยกรถมอเตอร์ไซค์ของครูสาวขึ้นรถ เพียงขวัญทำได้เพียงยืนกำมือ เพราะทำอะไรไม่ได้ ร่างบางเ ดินมาที่รถเปิดประตู แล้วขึ้นไปนั่งคู่คนขับ กลิ่นแอลกอฮอล์ ผสมกับน้ำหอมราคาแพงลอยมาเข้าจมูก
“ฮัดชิ่ว!” ครูสาวใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดปากแล้วจามออกมา ชุดใหญ่ เพราะน้ำหอมที่อยู่บนตัวเขาไม่ได้มีแค่กลิ่นเดียว
เสี่ยหนุ่มมองซีกหน้าภรรยา เธอเป็นภูมิแพ้ อีกหน่อยก็คงแน่นจมูกแล้วหายใจไม่ออก มือหนาเปิดลิ้นชักแล้วหยิบบางอย่างออกมาส่งให้
“ทาซะจะได้ไม่เป็นหวัด”
เพียงขวัญมองขวดสีฟ้าที่อยู่ในมือของเขา รับมาแต่ยังเมินเฉย ถ้าเป็นเมื่อก่อนเธอคงดีใจที่เขามีของพวกนี้ติดรถเอาไว้ แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว ขวดน้ำมันหอมระเหยในมือถูกวางลงในที่วางแก้วน้ำ ครูสาวเปิดกระเป๋าแล้วหยิบหน้ากากอนามัยขึ้นมาสวม หลับตาลงเมื่อไม่อยากเห็นหรือฟังอะไรทั้งนั้น เธอไม่ต้องการความห่วงใยจากเขา แม้แต่อากาศก็ไม่อยากหายใจร่วมกัน
หัวใจแกร่งกระตุก เมื่อเห็นการกระทำของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยา เขาอุตส่าห์เสียเวลามารับ แต่เธอทำแบบนี้กับเขาอย่างนั้นเหรอ กรามแกร่งขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน เกลียดเขานักใช่ไหม
“เสี่ย!” เพียงขวัญสะดุ้งสุดตัว เมื่อถูกกระชากแขนอย่างแรง ร่างบางหันมาเผชิญหน้ากับเขา มือหนาดึงหน้ากากอนามัยออก แล้วขว้างมันไปให้พ้นทาง ริมฝีปากสีคล้ำประกบลงมา บนกลีบปากสีชมพูเต็มอิ่มอย่างแรง ศิระรู้ดีว่าริมฝีปากแสนหวานยั่วยวนนี้มีเพียงลิปมันเคลือบไว้บาง ๆ เท่านั้น เขาคนเดียวเท่านั้นที่มีสิทธิ์แตะต้องมัน แม้เจ้าของจะไม่เต็มใจก็ตาม
“อื้อ...” มือบางทุบตีอกแกร่ง ตกใจจนแทบสิ้นสติที่ถูก จู่โจมแบบไม่ทันให้ตั้งตัว
หนูเล็กเข้ามาเติมเต็ม ให้ศิระและเพียงขวัญมีความสุข หนูขวัญเข้ากับหนูเล็กได้เป็นอย่างดี ครอบครัวของศิระอบอุ่นและมีความสุขที่สุด ณาราส่งข่าวมาบอกว่าเธอสบายดี ถึงแม้ไตรภพจะเลวร้าย แต่เขาก็ไม่เคยทำร้ายเธอ เพราะไตรภพยังเชื่อว่าเธอซ่อนลูกของเขาเอาไว้ หลัง ๆ มานี้ไตรภพอ่อนลง แต่เธอก็ไม่ใจอ่อนให้เขา นึกถึงคำพูดที่เขาสั่งให้เธอเอาลูกออกทีไร ใจก็เจ็บทุกที ถ้าวันนั้นเธอทำตามคำสั่งของเขา หนูเล็กก็คงไม่ได้ลืมตาดูโลก “หนูนาค่ะพี่อ๊อด” เพียงขวัญส่งมือถือให้สามี หลังจากคุยกับณาราสักพักหนึ่งแล้ว ศิระรับมือถือมาคุยต่อ ใบหน้าหล่อเหลายิ้มกว้าง พร้อมกับมองหน้าเมียรัก เมื่อถูกคนในสายแซวหนัก “ได้ คืนนี้พี่จะทำน้องให้สองหนู” สองหนูที่ศิระพูดถึงคือหนูเล็กและหนูขวัญ กำปั้นของคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ฟาดลงบนบ่าแกร่ง เมื่อจับใจความได้คร่าว ๆ “แค่นี้นะหนูนา พี่มีงานต้องทำ” งานที่ศิระพูดถึงคงไม่พ้นเรื่องเมีย มาทำร้ายกันแบบนี้ต้องจับทำโทษให้เข็ด เพียงขวัญเดินหนีเมื่อสามีกดวางสาย แต่ก็ช้ากว่าเสี่ยหนุ่ม เพราะทันทีที่เธอขยับตัวเท้าก็ลอยขึ้นจากพื้น “พี่อ๊อด!” ร้องออกมาอย่า
เพียงขวัญมองคนที่นอนเหยียดยาว อยู่บนเตียงอย่างแสนรัก ข้างกายเขามีลูกน้อยหลับอยู่เคียงข้าง แขนแกร่งกอดลูกเอาไว้ มีหมอนใบใหญ่วางอยู่ข้างหลังลูก เพื่อรับน้ำหนักแขนเอาไว้ “พี่อ๊อด ลุกไปอาบน้ำได้แล้วค่ะ” มือบางแตะลงที่บ่าแกร่ง ปลุกคนหลับให้รู้สึกตัว ศิระปรือตาขึ้นอย่างงัวเงีย เมื่อเห็นว่าคนที่เรียกเป็นใคร ก็ส่งยิ้มหวานให้เธอ “เพียงอาบน้ำเสร็จแล้วเหรอครับ เล่นกับลูกจนเผลอหลับเลยครับ” ขยับลงจากเตียงแล้วกางแขนออก เรียกคนตัวเล็กเข้ามาในอ้อมแขน เพียงขวัญยิ้มให้สามีเมื่อเดินมาสวมกอดเขา “ทำงานหนักไปไหมคะ พักบ้างก็ได้” ตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่ไร่ ศิระก็ทำงานหนักทุกวัน “ไม่ครับ แค่นี้สบายมาก เพียงละเหนื่อยไหม” “เพียงจะเหนื่อยได้ยังไงคะ อยู่บ้านเลี้ยงลูกทุกวัน พี่อ๊อดต่างหากที่เหนื่อย พักบ้างนะคะ” “ไม่เป็นไรครับพี่ไหว พี่ทำคนเดียวที่ไหน ลูกน้องและคนงานก็ช่วยกัน เพียงไม่ต้องเป็นห่วงนะ แรงพี่ยังเหลือ” “ไม่พูดกับพี่อ๊อดแล้ว ไปอาบน้ำเถอะค่ะ จะได้กินข้าวพร้อมกัน หนูขวัญน่าจะหลับยาว” เมื่อสามีพูดถึงแรงที่เหลือ เพียงขวัญก็เปลี่ยนเรื่อ
ตาคมเข้มที่เต็มไปด้วยน้ำตา มองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยหัวใจที่เต้นระส่ำ ก่อนจะเลื่อนสายตาไปยังเด็กน้อยที่อยู่ในอ้อมแขนของเธอ ตาคู่คมหยุดนิ่งอยู่ที่ใบหน้าเล็กเกลี้ยงเกลา “หนูขวัญของพ่อ” ทันทีที่กางแขนออก เพียงขวัญก็โผเข้าหาอ้อมแขนของสามี น้ำตาลูกผู้ชายไหลลงมาเป็นสาย จมูกโด่งเป็นสันพรมจูบไปตามศีรษะและกระหม่อมบาง แขนแกร่งกอดเธอเอาไว้ ลูบมือลงบนแผ่นหลังบาง เมื่อเพียงขวัญเอาแต่ร้องไห้ “พี่อ๊อดเพียงคิดถึงพี่อ๊อดเหลือเกิน” ตลอดเวลาหลายเดือนที่แยกจากกัน ไม่มีวันไหนที่เธอจะไม่คิดถึงเขา “คนดีไม่ร้องนะครับ พี่ก็คิดถึงเพียงกับลูกที่สุด เพียงขวัญของพี่” ศิระปลุกปลอบพร้อมกับให้กำลังใจ เพียงขวัญปาดน้ำตาออกจากใบหน้า พร้อมกับยิ้มให้เขา “ลูกค่ะพี่อ๊อดหนูขวัญลูกของเรา” ส่งคนในอ้อมแขนให้ศิระ แขนแกร่งที่ยื่นมารับคนตัวเล็กสั่นเทา นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นหน้าและได้สัมผัสลูก “ขวัญเอยขวัญมา บุญรักษานะลูก พ่อไม่มีของขวัญให้หนูสักชิ้น พ่อขอโทษนะลูก” พูดพร้อมกับหอมลงบนแก้มเล็กนุ่มนิ่มอย่างแสนรัก ก่อนจะยิ้มออกมาเมื่อคนตัวเล็กเอียงคอหนี ลูกคงจั๊กจี
ไตรภพมองคนตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะไปหยุดสายตาที่ใบหน้าของเธอ ตากลมโตมองเขาอยู่แล้วเช่นกัน ทันทีที่ตาคมเข้มสบกับตากลมโต หัวใจของไตรภพก็กระตุก อยากจะกอดอยากจะหอมคนตัวเล็กให้หนำใจ แต่ก็ต้องข่มความรู้สึกเอาไว้ “ลูกอยู่ไหน” เกือบปีที่เขาควานหาตัวเธอกับลูก วันนี้เธอกลับมาตัวคนเดียวอย่างนั้นหรือ ลูกเขาอยู่ที่ไหนไม่มีคำทักทายไม่มีคำพูดใด ๆ หลุดออกมาจากปากหญิงสาว มีเพียงสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังที่จ้องมองเขาอย่างไม่ลดละเช่นกัน “ฉันถามว่าลูกอยู่ไหน!” คำถามของไตรภพ ทำให้ณารายิ้มมุมปาก ไตรภพยังเหมือนเดิม หยาบคายและเลวทรามที่สุด “เสี่ยลืมไปแล้วเหรอคะ ว่าเป็นคนสั่งให้ฉันเอาเด็กออก” “ณารา!” “เด็กนั่นไม่ต่างจากมารหัวขน ฉันไม่เก็บไว้เป็นหนามทิ่มแทงตัวเองหรอกค่ะ” คำพูดของณาราทำให้ไตรภพโกรธจัด แต่พยายามเก็บกดเอาไว้ “เธอไม่ทำอย่างนั้นหรอก บอกมาว่าลูกอยู่ไหน” น้ำเสียงที่ใช้เบาลงก็จริง แต่ก็ยังดุดัน “ฟังให้ชัด ๆ นะคะ ลูกของเสี่ยตายไปแล้ว!” “ณารา!” “เสี่ยก็รู้ว่าฉันมาที่นี่เพราะอะไ
ตากลมโตที่เต็มไปด้วยน้ำตา มองเด็กผู้หญิงตัวน้อยที่อยู่ในชุดเด็กอ่อนลายลูกแมวสีชมพูสดใส ด้วยหัวใจที่เต้นระส่ำ ลูกของเธอนอนอยู่ตรงนั้นในรถเข็นเด็กที่พยาบาลดันมาจนชิดขอบเตียง มือสั่นเทาเอื้อมไปสัมผัสแก้มเนียนใส ก่อนจะปล่อยน้ำตาให้ไหลลงมาเป็นสาย เมื่อนึกถึงใครอีกคน ช่วงเวลาที่น่ายินดีแบบนี้ เธออยากให้เขามายืนข้าง ๆ เธอ “เพียงร้องไห้อีกแล้วลูก” คุณอังกาบเดินมาโอบไหล่เพื่อให้กำลังใจ เมื่อเห็นเพียงขวัญร้องไห้ออกมา จิตใจที่ย่ำแย่จะทำให้ร่างกายอ่อนแอไปด้วย นาทีนี้เพียงขวัญต้องเข้มแข็งเพื่อลูก “เพียงเป็นห่วงพี่อ๊อดค่ะคุณย่า” บอกไปตามตรงเพราะเธอเป็นห่วงศิระมากที่สุด “ตาอ๊อดต้องไม่เป็นอะไร อย่าคิดมากนะลูก เพียงต้องเข้มแข็งเพื่อลูก และคนที่อยู่ข้างหลัง ย่าก็เหมือนไม้ใกล้ฝั่ง ต้องฝากภาระไว้กับเพียงนะลูก” คำพูดของคุณอังกาบทำให้เพียงขวัญคิดได้ หญิงสาวปาดน้ำตาออกจากใบหน้า แล้วอุ้มคนตัวเล็กขึ้นมาไว้ในอก ศิระกำลังตกที่นั่งลำบาก เธอจะอ่อนแอไม่ได้ ต้องอยู่เป็นหลักและทำหน้าที่แทนเขา “สวัสดีค่ะคนเก่ง เจอกันแล้วนะคะ แม่คือแม่เพียงของหนูนะลูก คุณพ่อมีงานเลยมา
ตากลมโตปรือขึ้นช้า ๆ เมื่อได้ยินเสียงพูดคุยอยู่ข้างหู หลังจากผ่าคลอดเพียงขวัญก็หลับไปเป็นเวลานาน ร่างอวบของคุณแม่ขยับไปมา ก่อนจะต้องกัดปากเมื่อรู้สึกเจ็บร้าวไปทั้งตัวโดยเฉพาะบริเวณหน้าท้อง หัวใจดวงน้อยกระตุกเมื่อยกมือขึ้นลูบหน้าท้อง ก่อนจะร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อพบความเปลี่ยนแปลงบางอย่างของร่างกาย “ลูกฉันละคะ ลูกฉันอยู่ไหน!” ถามรัวเร็วเมื่อเห็นว่าคนที่ยืนอยู่ข้างเตียงเป็นใคร “ตื่นแล้วเหรอคะ อย่าเพิ่งขยับค่ะ หมอขอดูแผลก่อนนะคะ” คนที่เรียกตัวเองว่าหมอขยับมายืนข้างเตียง แล้วเปิดชายเสื้อดูแผลที่หน้าท้องของเธอ “ลูกฉันละคะ” เพียงขวัญถามย้ำอีกครั้ง หัวใจที่เต้นเร็วอยู่แล้วเต้นแรงขึ้น เมื่อยังไม่มีใครตอบคำถามของเธอ ภาพสุดท้ายที่เธอเห็นก็คือศิระถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวไป เธอเจ็บท้องมากแล้วหลังจากนั้นก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย “แผลดีมากค่ะ อีกสองวันก็กลับบ้านได้ หมอขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ คุณได้ลูกสาว” คำพูดของคุณหมอทำให้หัวใจที่หนักอึ่งเบาลง ความกังวลที่มีในตอนแรกเปลี่ยนเป็นความตื่นเต้น เมื่อได้ยินคำว่าลูกสาว “ฉันได้ลูกสาวเหรอคะ”





![ดวงใจคนเถื่อน (NC20+) [ซีรีส์ คนเถื่อน 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

