Masuk"ตอนบ่ายไม่ให้เฮียมารับแน่นะ?"
อาเดลเอ่ยปากถามคนตัวเล็กที่พึ่งก้าวลงจากรถไปอีกรอบเพื่อความมั่นใจ เธอยิ้มให้เขานิดหน่อยคงจะเพราะแอบขำกับความกังวลของเขา ตั้งแต่ได้ยินว่าเธอไม่ให้มารับก็ยังเอาแต่กระวนกระวายใจไม่หยุด
รู้ว่าชะเอมไม่ได้อ่อนแอถึงขั้นดูแลตัวเองไม่ได้ แต่เป็นเขาเองต่างหากที่เคยชินกับการดูแลเธอจนไม่อยากพลาดหรือบกพร่องไปไม่ว่าจะเป็นเรื่องไหนก็ตาม
"เฮียมีทำธีสิสไม่ใช่หรอ ไม่ต้องหรอก หนูว่าจะไปเยี่ยมแม่ที่บ้านสักหน่อย"
"แบบนี้ลูกเขยก็อดไปเยี่ยมสิ"
คนตัวสูงพูดหยอกเย้าไป เขาเองเคยไปหาแม่ของอีกคนอยู่บ้าง แต่นี่ก็ทิ้งระยะมานานมากแล้ว แอบเสียดายเหมือนกันที่ไม่ได้ไปด้วยกันกับคนตัวเล็ก เห็นทีต้องหาเวลาไปบ้าง ก่อนทางนั้นจะคิดว่าเขากับชะเอมเลิกกันไปซะแล้ว
"ไว้วันไหนเฮียว่าง ค่อยไปก็ได้"
"เดี๋ยวเฮียโอนเงินให้นะ ฝากเอาไปให้แม่ด้วย"
"ไม่เอาหรอก ถ้าเอาเงินเฮียไปให้ แม่ต้องบ่นแน่ๆเลย"
"บอกว่าลูกเขยฝากมา จะโกหกไปว่าถ้าแม่ไม่รับเฮียจะโกรธหนูก็ได้ ถ้าแม่บ่นเฮียรับผืดชอบเอง"
"เฮียก็พูดได้สิ แม่ไม่เคยบ่นเฮียหรอก แต่มาบ่นหนูเนี่ย"
เขาขำคนตัวเล็กที่เอาแต่พูดไม่หยุดว่าแม่จะบ่น รู้แล้วว่าชะเอมได้ความขี้บ่นนี้มาจากใคร พอรู้สึกตัวว่าขำมากเกินไปก็เห็นสายตาดุจากอีกคนส่งมาแล้ว สงสัยว่าเขาจะหัวเราะดังเกินไปหน่อยจนเธอรู้ตัว
"เฮียทำธีสิสเสร็จว่าจะกลับบ้านไปหาพ่อสักหน่อย ยังไงหนูถึงคอนโดบอกเฮียด้วยนะ ถ้าง่วงก็นอนก่อนเลยไม่ต้องรอ"
"อื้ม ไว้หนูโทรหานะ แต่ว่าไม่นอนก่อนหรอก หนูรอเฮียนะ"
อาเดลลูบแก้มคนที่ก้มมาหาเขาแล้วอมยิ้ม ขยับไปหอมหน้าผากหนึ่งทีแล้วไม่ลืมจะเอ่ยปากสั่งให้ตั้งใจเรียน ทุกการกระทำของเขาอยู่ในสายตาของใครอีกคนที่ยืนแสยะยิ้มดูอยู่หลังต้นไม้อย่างที่อีกสองคนไม่รู้ตัวเลย
คนตัวเล็กยืนโบกมือจนรถอาเดลพ้นสายตา หมุนหันหลังมาก็ชนเข้ากับอกของคนที่ดูจะจงใจมายืนชิดเธอเอาไว้แบบนี้ บอสตันถือวิสาสะโอบเอวเธอเอาไว้ จนพอเธอเห็นแน่ชัดว่าเป็นใครก็รีบผลักคนตรงหน้าออกไป
"คนอุตส่าห์ช่วย มาผลักกันซะได้"
"มาดักรอหรอ ต้องการอะไรกันแน่"
"ถ้าบอกไปว่าต้องการอะไร จะให้จริงๆอ่ะหรอ"
เส้นผมสลวยถูกจับไปลูบไล้ เธอปัดมืออีกคนออกไปเต็มแรงแล้วตั้งท่าจะเดินหนี ท่าทีแสนดื้อดึงยิ่งดึงดูดใจให้บอสตันรั้งเธอเอาไว้ก่อน ยอมรับว่าคนของอาเดลมีเสน่ห์มาก จากตอนแรกที่แค่จะเอาคืนให้ลูกน้องเท่านั้น เห็นทีตอนนี้เป้าหมายเขาน่าจะเปลี่ยนซะแล้ว
เขาเองเคยได้ยินคนพูดถึงผู้หญิงของอาเดลมาบ้าง แม้แต่สกายเพื่อนต่างสถาบันก็ยังพูดถึง พอได้มาเห็นแล้วก็พอจะเข้าใจ ไม่แปลกเลยที่อาเดลมันจะหวงมากขนาดนี้ เป็นผู้หญิงที่ถ้าผู้ชายคนไหนได้เห็นคงยากที่จะไม่คิดอกุศล
"ปล่อย!"
"จะจ้างงาน ไม่สนใจหรอไง"
"ตอนนี้ไม่ได้รับแล้ว แล้วต่อให้รับ...ชั้นก็ไม่รับงานนายหรอกโว้ย!"
ปึก! โดนหมัดเล็กชกเข้าที่ท้องหนึ่งทีจนต้องยอมปล่อข้อมือไป ชะเอมวิ่งหนีคนที่ยืนลูบท้องอยู่ เขาไม่ได้รู้สึกเจ็บหรอก แค่ตกใจนิดหน่อยตามสัญชาตญาณ มองคนที่วิ่งหนีไปแล้วก็ได้แต่ยิ้ม น่าสนใจจนจะบ้า
"ถ้าไม่ได้มาร้องครางอยู่ใต้ร่าง ก็อย่ามาเรียกกูว่าบอสตันเลย"
เวลาบ่ายสามโมงกว่าถึงเวลาเลิกคลาสเรียนพอดี ชะเอมนั่งอยู่บนรถของคิริน เพราะเพื่อนว่างก็เลยอาสาพามาหาแม่ด้วยกัน บ้านเธออยู่ห่างจากมหาวิทยาลัยราวหนึ่งชั่วโมง แต่พอพูดคุยอะไรกับเพื่อนไปเรื่อยก็เลยรู้สึกว่าไม่นานมากนัก
บ้านไม้เก่าสองชั้นเป็นที่ที่เธอเคยอาศัยอยู่ บางส่วนถูกซ่อมไปบ้างเพราะอาเดลดึงดันจะซ่อมให้ หลายครั้งที่เขาพยายามเสนอหาบ้านใหม่ให้ แต่แม่กับเธอก็ปฏิเสธไป เธอมาหาแม่อยู่บ่อยครั้ง เพราะต้องพาไปหาหมอตลอด และนั่นเป็นสิ่งที่อาเดลไม่รู้ อีกคนคิดว่าเธอแค่มาเยี่ยมแม่ธรรมดาเท่านั้น
เธอไม่บอกเขาเพราะเป็นสิ่งที่แม่ขอเอาไว้ แม่เธอไม่อยากให้อาเดลรับรู้ ไม่อยากให้มีคนมาสงสาร แล้วเธอเองก็เห็นด้วย ชะเอมรู้ดีว่าถ้าอีกคนรู้เข้าก็คงเอาเงินมาช่วยเธออีกแน่ แล้วเธอเองก็ไม่อยากให้แม่ของอาเดลมาเล่นงานแม่เธอถึงที่นี่ด้วย
"แม่~~ หนูมาแล้ว"
"เหมือนแม่ไม่อยู่เลยอ่ะเอม ได้บอกแม่ไว้ไหมว่าจะมาหา"
ชะเอมพยักหน้าตอบเพื่อนไป ภายในบ้านเงียบสนิทเสียจนเธอเองยังต้องขมวดคิ้วไม่เข้าใจ ไม่มีทางเลยที่แม่เธอจะออกไปไหน หรือว่าจะอยู่ชั้นบนกันนะ คิดได้อย่างนั้นก็รีบเดินขึ้นตัวบ้านไป เสียงบันไดเก่าดังตลอดทุกก้าวที่พวกเธอเดิน
เปิดดูที่ห้องนอนของแม่ก็ไม่มี ตัดสินใจเดินไปที่ห้องพระเป็นที่สุดท้าย พอเปิดประตูเข้าไปก็ต้องตกใจที่เห็นแม่นอนฟุบอยู่ที่พื้น
"แม่!!!"
คิรินวิ่งเข้ามาช่วยเพื่อนประคองแม่ขึ้นแล้วพยุงไปที่รถเพื่อมุ่งตรงไปโรงพยาบาลทันที คนตัวเล็กคอยเรียกแล้วบีบนวดแม่ตลอดเวลาจนกระทั่งถึงโรงพยาบาล พอแม่เธอเข้าไปในห้องฉุกเฉินก็ทรุดลงที่พื้นจนเพื่อนต้องเดินมากอดปลอบ
"โทรหาเฮียเดลดีไหมเอม"
"ถ้าคิดจะให้ตาเดลมาช่วย ก็หยุดคิดไปก่อนเลย"
เสียงแหลมของใครบางคนดังขึ้นมาจากด้านหลังขัดบทสนทนาของเธอกับเพื่อน คนตัวเล็กรู้ดีตั้งแต่ได้ยินว่าเจ้าของเสียงนั้นเป็นใคร เธอหันไปมองและพยายามทำสีหน้าเรียบเฉยเอาไว้ ไม่ให้เขารู้ตัวว่าเธอกำลังรู้สึกเสียใจ แล้วยกมือไหว้ไปตามมารยาท
"ไม่ต้องมาทำตัวมีมารยาทกับชั้นหรอก ชั้นแค่บังเอิญเห็นเธอพอดี แล้วก็ดูเหมือนจะเกิดเรื่องอย่างที่ชั้นคิดจริงๆ"
"ในเมื่อคุณรู้ก็ควรปล่อยให้เอมบอกเฮียเดลสิ ทำไมถึงยังมาห้ามอีก"
"ชั้นจะไม่ยอมให้ลูกชายชั้นเสียเงินก้อนใหญ่เพื่อช่วยผู้หญิงอย่างเธอแน่ ถ้าฉันเห็นเมื่อไหร่ว่าตาเดลโอนเงินให้กับเธอ ชั้นจะทำให้พวกแกเลิกกันทันที แล้วก็อย่าหวังว่าจะได้เจอลูกชายชั้นอีก"
คิรินกำหมัดแน่นแล้วจะพุ่งเข้าหาแต่เธอห้ามเอาไว้ มองดูแม่ของผู้ชายที่เธอแสนจะรักเขาอย่างหนักใจแล้วทรุดตัวนั่งลงที่พื้นอีกครั้ง ชะเอมคิดหนักว่าเธอควรจะทำยังไงต่อไปดี ในตอนที่ต้องการที่พึ่งพิงหรือเพียงแค่อ้อมกอดเท่านั้นก็ยังไม่สามารถบอกกับอาเดลให้รู้เรื่องได้
ใจเธอไม่ได้ต้องการให้อาเดลมาช่วยหรือรับผิดชอบชีวิตครอบครัวของเธออยู่แล้ว ใครได้ยินเข้าก็อาจจะหาว่าเธอเป็นหญิงสาวจนตรอกที่ทำตัวถือดีก็ได้ แต่ทว่าหากต้องการลบคำสบประมาทที่ใครต่อใครพูดถึง เธอก็จำเป็นจะต้องเดินได้ด้วยตัวเอง
1 ชั่วโมงผ่านไป
คนตัวเล็กนั่งอยู่ข้างเตียงผู้เป็นแม่ทั้งกอบกุมมือที่เริ่มจะเหี่ยวย่นนั่นเอาไว้ เธอมองดูมือคู่นี้ที่ทำงานหนักเพื่อเลี้ยงดูเธอมาอย่างไม่ขาดตกบกพร่องก่อนที่จะได้หยุดใช้งานมันหนักก็ตอนที่ล้มป่วยแล้ว นึกไปถึงคำพูดของคุณหมอก็พาลพาให้หยดน้ำตาที่ไม่อยากให้มันไหลเอ่อนองบนใบหน้า
"คนไข้อยู่ในสภาวะหัวใจล้มเหลวระยะที่สี่แล้วนะครับ วิธีเดียวที่จะรักษาได้คือการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ ถ้าไม่งั้นคนไข้อาจจะหัวใจวายเฉียบพลันได้"
ตอนได้ยินแบบนั้นราวกับโลกทั้งใบพังทลายลงมาตรงหน้า แม้เธอจะไม่รู้รายละเอียดแน่ชัดว่ามันจะต้องใช้เงินเท่าไหร่ในการรักษา แต่ก็คงจะมากจนคนอย่างเธอไม่สามารถที่จะนำมันมาจ่ายได้เลยในทันที ยิ่งคิดอย่างนั้นแล้วก็ยิ่งน้อยใจในโชคชะตา ทำไมต้องเป็นแม่ของเธอ ทำไมต้องเป็นเธอด้วยที่ต้องเผชิญกับเรื่องพวกนี้คนเดียว
"เอมลูก..."
เสียงแหบพร่าของแม่ดังขึ้นดึงให้คนตัวเล็กที่หันไปกอดเพื่อนเพื่อปล่อยโฮหันกลับมาหา ชะเอมจับมือของผู้เป็นแม่เอาไว้แน่นแล้วพยายามเช็ดน้ำตาที่เปอะเปื้อนใบหน้าออกอย่างไม่อยากให้แม่เป็นกังวล แต่สุดท้ายมือของแม่ที่ส่งมาแตะแก้มเธอก็ทำให้เธอยิ่งร้องไห้หนักมากกว่าเดิม
"หนูจะหาเงิน ฮึก มารักษาแม่นะ"
"เอม...ลูกเหนื่อยมามากแล้วนะ แม่ไม่อยากให้หนูฝืน ครั้งนี้ถ้าแม่จะไป ก็ปล่อยให้แม่ไปเถอะนะลูก"
เธอส่ายหัวไปมาปฏิเสธคำพูดของแม่ ไม่มีวันที่ชะเอมคนนี้จะยอมแพ้กับทุกอย่างโดยง่าย และไม่มีทางที่เธอจะยอมเสียแม่ไป ต่อให้รู้อยู่แล้วว่ามันเป็นเรื่องยากเกินไปที่คนตัวเล็กอย่างเธอจะจัดการได้
คนตัวเล็กอยู่เฝ้าจนแม่หลับไปก่อนจะเดินออกมาจากโรงพยาบาลอย่างกับคนไม่มีสติ คิรินขอตัวกลับไปก่อนเพราะมีธุระกับที่บ้าน พอขึ้นรถเมล์ได้ก็เอาแต่มองออกไปนอกหน้าต่าง ในเวลานี้เธอคงต้องประหยัด การขึ้นแท็กซี่หรือเรียกรถมันใช้เงินมากเกินไป
หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วเข้าไปดูที่แอพธนาคาร ในนั้นยังพอมีเงินจำนวนหนึ่งที่อาเดลเคยให้ไว้และเธอเก็บสะสมมา แต่สุดท้ายมันก็ไม่ได้มากพอจะจัดการกับทุกอย่างอยู่ดี
เสียงฟ้าร้องเริ่มดังขึ้นเป็นระยะก่อนเม็ดฝนจะกระหน่ำตกลงมา มองดูเวลาบ่งบอกว่าตอนนี้สามทุ่มแล้ว รถที่ติดคงทำให้เธอไปถึงห้องช้ากว่าปกติมาก แต่ก็หวังว่าอาเดลจะติดธุระของที่บ้านจนกลับมาช้าเหมือนกัน
"สู้หน่อยชะเอม มันคงไม่แย่ไปซะหมดหรอก ทุกอย่างต้องมีทางออก"
สนามรีลีฟ"อันนี้คู่อันนี้ ส่วนอันนี้....."อาเดลเปิดประตูเข้ามาอย่างเงียบเชียบก่อนจะอมยิ้มมองคนที่กำลังตั้งใจจัดเรียงเอกสารของสนามเขา ชะเอมอาสามาช่วยเขาในช่วงปิดเทอม ช่วงนี้เราอยู่ด้วยกันแทบจะยี่สิบสี่ชั่วโมง แต่เขากลับไม่รู้สึกเบื่อเลยสักนิด ออกจะชอบซะด้วยซ้ำริมฝีปากเล็กพูดมุบมิบกับตัวเองอย่างน่ารัก ชะเอมคงจะตั้งใจจัดเอกสารมากจนไม่รู้เลยว่าเขาเดินเข้ามา อาเดลเดินเข้าไปหาด้วยความเงียบ เดินให้เบาที่สุดหวังจะแกล้งให้อีกคนตกใจเล่น"หนูได้ยิน...."ชะเอมที่รู้สึกตัวได้ว่าอาเดลกำลังจะแกล้งเธอเลยตั้งหันไปบอกว่าเธอรู้ว่าเขาเดินเข้ามา แต่เป็นจังหวะเดียวกันกับที่อาเดลก้มหน้าลงมาหาพอดี ปลายจมูกชนกันทั้งดวงตาสบกันนิ่ง เป็นอาเดลที่รั้งท้ายทอยเธอไว้แล้วประกบจูบก่อน เอกสารที่ถืออยู่ในมือหลุดร่วงลงเมื่อเธอลุ่มหลงในจูบเขา รสจูบหวานที่ไม่มีทีท่าจะหยุดลงโดยง่ายยังคงดำเนินต่อ สักพักพออาเดลผละออกเจาก็เอาหน้าผากชนกับหน้าผากของเธอไว้"พอแล้ว"ชะเอมดันอกแกร่งปามคนที่จะจูบเธออีกรอบ อาเดลทำหน้าเสียดายใส่ก่อนจะหอมแก้มเธอแทน ปล่อยให้คนตัวเล็กได้หันไปสนใจเอกสารของตัวเองต่อ"ขยันจัง""เฮียอุตส่าห์ยอมให้มาช่วย ห
"คิดถึงแม่หรอ?"อาเดลเดินมาโอบกอดจากด้านหลังของคนที่ยืนดูรูปกับโกฐกระดูกของแม่นิ่ง ชะเอมสะดุ้งเล็กน้อยในตอนที่หลุดออกจากภวังค์ก่อนจะหันมามองอาเดลแล้วยิ้มให้ ปลายจมูกโด่งหอมแก้มเธอแล้วเอาปลายคางเกยกับไหล่เล็กเอาไว้ชะเอมกลับมาจากการรักษาตัวจากโรงพยาบาลร่วมหลายสัปดาห์แล้ว คนตัวเล็กของเขาดีขึ้นมาก ยอมกินมากขึ้น พูดคุยได้เป็นปกติ แต่ก็มีบ้างบางครั้งที่พอนึกถึงเรื่องแม่แล้วเธอจะนิ่งไป แล้วก็เป็นเขาเองที่ดึงเธอให้กลับมาจากความโศกเศร้า"อื้ม จนตอนนี้หนูก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมถึงได้ช่วยแม่ไม่ทัน""ไม่เอาสิ ไม่คิดแล้ว แม่ไปสบายแล้วนะ อย่างน้อยท่านก็ไม่ต้องเจ็บปวดอีก"".......""แทนที่จะเศร้าให้แม่เห็น สู้บอกแม่ไปดีกว่าว่าไม่ต้องห่วงหนู เพราะหนูมีเฮียคอยดูแลแล้ว"อาเดลเอ่ยบอกคนในอ้อมกอดแล้วมองไปที่รูปภาพตรงหน้า เขาสัญญาอยู่ในใจและหวังให้แม่ของชะเอมได้รับรู้ ว่าเขาจะดูแลลูกสาวของแม่คนนี้เป็นอย่างดี จะรักเธอให้มากอย่างที่เขาเคยรักมาตลอด และที่สำคัญสุดคือจะไม่ทำให้ชะเอมเสียใจ และไม่ยอมให้ใครมารังแกเธอได้อีก"เฮียจะดูแลหนูตลอดไปไหม?""ที่ผ่านมายังไม่ทำให้หนูรู้อีกหรอ ว่าเฮียรักหนูแค่ไหน เฮียจะไม่ดูแล
หลังจากชะเอมฟื้นขึ้นมาอาเดลก็เฝ้าไม่ห่าง อาการซึมเศร้าของเธอยังคงส่งผลให้อีกคนนิ่งเงียบไม่ค่อยพูดค่อยจา บางครั้งก็น้ำไหลลงมาอย่างห้ามไม่ได้ แต่ก็ยังดีที่พยักหน้าตอบรับคำพูดของเขาบ้างอาเดลตักข้าวต้มที่เขาพึ่งป้อนไปได้ไม่กี่คำให้เธออีกครั้ง แต่มือบางดันมือเขาออกห่าง เธอส่ายหัวไปมาปฏิเสธที่จะทานมันต่อ ส่วนเขาก็ส่ายหัวกลับไปเหมือนกันชะเอมพึ่งจะกินเข้าไปได้ไม่กี่คำ เขาคงปล่อยให้อีกคนหยุดกินตอนนี้ไม่ได้ คนป่วยก็ต้องมีสารอาหารเข้าไปบำรุงเยอะหน่อย ในตอนแรกเหมือนคนตัวเล็กจะไม่ยอม แต่พอเขาส่งสายตาดุไปอีกคนก็รับมันเข้าปากแต่โดยดี ถึงจะยังเศร้า แต่ก็ยังคงเป็นชะเอมที่เขารู้จักเป็นอย่างดี"กินอีกสักหน่อย แล้วเฮียจะหยุดป้อน แล้วก็ให้กินองุ่นของโปรดหนูดีไหม?เธอไม่ตอบอะไรออกมาแต่พยักหน้าแทน อาเดลถอนหายใจออกมา ผ่านมาหลายวันแต่เขาก็ยังไม่ได้ยินเสียงพูดจากชะเอมเลยสักคำ เข้าใจว่าคงต้องใช้เวลาให้เธอได้รักษาความเจ็บปวดครั้งนี้ แต่เขาก็เป็นห่วงมากจนแทบไม่เป็นอันทำอะไรแล้วอาเดลเก็บจานอาหารจนเรียบร้อยก่อนจะเช็ดปากให้คนตัวเล็กด้วย เขาส่งแก้วน้ำกับยาให้ ชนะเอมเหมือนจะทำหน้าไม่ชอบใจเท่าไหร่ แต่ก็ยังดีที่ยอมกิ
"เรื่องใหญ่ขนาดนี้ ทำไมหนูไม่บอกเฮียแต่แรกนะ"อาเดลยืนกอบกุมมือชะเอมที่นอนอยู่บนเตียงเอาไว้ เขาได้เอ่ยถามแผ่วเบาทั้งที่รู้ว่าเธอไม่ได้ยินในตอนที่ฟังคิรินเล่าให้ฟังถึงสาเหตุการจากไปของแม่ชะเอมจบ ทั้งที่แค่บอกเขาทุกอย่างก็จะถูกจัดการได้ทันทีแท้ๆ แต่คนตัวเล็กกลับไม่ยอมเอ่ยปากเลยสักคำ"มึงอย่าโทษตัวเองเลย ไม่ใช่ความผิดมึงหรอก""กูจะหยุดโทษตัวเองได้ยังไง มึงดูสภาพเมียกูตอนนี้สิ"เขาไม่อาจเลิกโทษตัวเองได้อย่างที่ออแกนบอก ยิ่งมองเห็นรอยฟกช้ำตามตัว ไหนจะอาการซูบผอมลงของอีกคนก็ยิ่งรู้สึกเจ็บในใจ มากไปกว่านั้นแผลในใจของชะเอมก็น่าจะหนักหนาพอสมควร "คิรินว่าเอมก็คงไม่อยากให้เฮียโทษตัวเองเหมือนกันนะคะ""เฮียอยากรู้..ว่าทำไมเอมถึงไม่แสดงอาการอะไรเลย ถึงจะไม่บอกเฮียเรื่องแม่ป่วย แต่ก็น่าจะมีอะไรที่ทำให้เฮียสงสัยบ้างสิ""คือว่า""พูดมาเถอะครับ อย่าปล่อยให้เฮียโง่อยู่แบบนี้เลย"เพราะเห็นว่าคิรินอึกอักไม่กล้าพูดเขาเลยต้องเอ่ยราวกับร้องขอออกไป "คือว่าแม่เฮียขู่เอาไว้""แม่เฮีย?""กูว่าแล้วเชียว ว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวกับแม่มึง"ลีโอที่นั่งอยู่ตรงโซฟาข้างออแกนตบเข่าพูดขึ้น คิดเอาไว้อยู่แล้วเชียวว่าต้นสาย
โรงพยาบาล"อย่างน้อยวันนี้ก็จะมีเรื่องดีเกิดขึ้น ยิ้มหน่อยสิชะเอม"เธอหยุดยืนพูดกับตัวเองอยู่หน้าโรงพยาบาลที่แม่พักรักษาตัว คุณหมอโทรไปบอกเธอเมื่อวานว่าหาหัวใจที่เขากับแม่เธอได้แล้ว และเธอเองก็มีเงินพอจะรักษา ถึงจะผ่านมาไม่รู้กี่เรื่องราว แต่อย่างน้อยก็กำลังจะช่วยชีวิตแม่ไว้ได้พยักหน้ากับตัวเองแล้วพยายามยิ้ม อย่างน้อยแม่จะได้สบายใจในตอนที่เห็นหน้าเธอ ชะเอมก้าวเดินเข้าไปอย่างละทิ้งทุกความเศร้า เดินมาถึงหน้าห้องผูู้ป่วยรวมก็เห็นพยาบาลยืนล้อมอยู่ที่เตียงแม่หลายคนเธอเผยรอยยิ้มออกมาเพราะคิดว่าแม่คงจะกำลังได้ส่งตัวเข้าห้องผ่าตัด แต่ยิ่งใกล้ขึ้นใจดวงน้อยก็ยิ่งรู้สึกเจ็บ ส่ายหัวอย่างไม่เชื่อในตอนที่เห็นเต็มตาว่าบนเตียงนั้นเป็นแม่ที่นอนแน่นิ่งแล้วพยาบาลกำลังจะดึงผ้าขึ้นคลุม"กะ เกิดอะไรขึ้นคะ?""ลูกสาวคนไข้มาพอดี หมอเสียใจด้วยนะครับ เราช้าไป คนไข้เสียชีวิตแล้วครับ"เหมือนโลกทั้งใบพังทลายลงมา สมองรู้สึกปวดหนึบราวกับโดนอะไรทุบเข้ามาเต็มแรง ของเยี่ยมไข้ในมือหลุดร่วงลงเต็มพื้น ก่อนเธอจะรุดเข้าไปหาร่างของผู้เป็นแม่แล้วร้องไห้โฮ เสียงสะอื้นไห้ทั้งเรียกให้คนที่หมดลมหายใจฟื้นขึ้นมาทำให้คนไข้กับญาติท
"ทำไมถึงบอกไม่ได้!? ทั้งที่เฮียพยายามจะดูแลหนูอย่างดีที่สุด! ถ้ามีเรื่องเดือร้อนอะไรแล้วไม่บอกเฮีย หนูจะมีเฮียไปทำไม!"อาเดลโมโหจนไม่สามารถคุมคำพูดของตัวเองได้อีก ทั้งที่เขาอยากจะดูแเธอให้ดี ให้เธอได้ทุกสิ่งที่เธอต้องการ แต่เธอดันทำเหมือนกับว่าเขาไม่สามารถช่วยอะไรเธอได้เลย ขอเพียงแค่เธอบอกเขาสักคำว่าต้องการอะไร ไม่มีทางเลยที่เขาจะไม่ให้ แต่ชะเอมเลือกที่จะไม่บอกอะไรเขาเลยสักอย่าง ปล่อยให้เขาอยู่แบบไม่รับรู้ เป็นคนโง่ที่ถูกเธอหลอกแล้วผิดสัญญาต่อกันอยู่ซ้ำๆ"........""รู้ป่ะ ว่าแม่งโคตรเหมือนว่าเฮียดูแลหนูไม่ได้ จนหนูต้องไปทำงานบ้าๆ นี่เพื่อหาเงินใช้อ่ะ"ที่ผ่านมาเขาใช้ความอดทนมากเท่าไหร่เธอคงไม่รู้ ในตอนที่ได้ยินใครต่อใครพูดถึงงานนี้ แม้จะในตอนที่ตกลงกันแล้วว่าให้เธอเลิกรับเขาก็ยังได้ยินมันอยู่เสมอแต่เขาก็ยังเป็นอาเดลที่รักเธอจนสุดหัวใจ ยอมทำปิดหูปิดตาไม่รับรู้ จนกระทั่งรับไม่ไหวถึงได้เลือกที่จะคุยกับเธอตามตรง ให้โอกาสเธอสัญญากันอีกครั้ง แต่เธอก็ไม่คิดจะรักษาโอกาสนั้นเลย"มันไม่ใช่แบบนั้นนะ ฮึก เฮียดูแลหนูดีมาก ฮึก หนูขอโทษ จะไม่ทำอีกแล้ว""จำได้ไหมว่าเฮียเคยพูดกับหนู ว่าโอกาสครั้งที







