Masuk"เฮีย...."
ชะเอมตื่นมาแล้วรับรู้ได้ว่าพื้นที่โดยรอบเงียบสนิท คนตัวเล็กทุบหัวตัวเองสองสามที เมื่อคืนไม่น่าดื่มเยอะเลย ตอนนี้ปวดหัวจนแทบจะระเบิดออกมาให้ได้ เปิดผ้าห่มขึ้นดูถึงรู้ว่าตัวเองใส่ชุดนอนแล้ว ส่วนข้างล่างเหมือนว่าจะถูกทำความสะอาดให้ด้วย
เอื้อมหยิบโทรศัพท์มาดูเวลาก็พอจะเข้าใจว่าเหตุผลที่ตื่นมาแล้วไม่เจออาเดลเพราะอะไร สายป่านนี้เขาน่าจะเข้าไปที่สนามแล้ว เพราะวันนี้มีนัดประชุมกับคนอื่นๆ เธอเอามือแตะที่หน้าผากตัวเองหลังตื่นเต็มตาแล้วรู้สึกได้ถึงอาการไม่สู้ดีนัก
ขอบตารู้สึกร้อนผ่าวทั้งลมหายใจที่ออกมาก็ร้อนมากด้วย มันบอกกับเธอได้ชัดเจนว่าเธอกำลังจะถูกอาการป่วยเล่นงานเข้าแล้ว พอพยุงตัวเองลุกขึ้นก็ได้แต่ทิ้งตัวกลับไปนอนอย่างเดิมเพราะเวียนหัวจนไม่สามารถลุกได้
ฝืนตัวเองลองดูอีกครั้งเพราะเธอรู้สึกคั่นเนื้อคั่นตัวไปหมดเลยอยากอาบน้ำสักหน่อย แถมตามตัวยังมีกลิ่นเหล้าหึ่งอยู่ ยิ่งได้กลิ่นก็ยิ่งเวียนหัวเลยอยากจะกำจัดมันออกให้หมด
ขาเรียวหย่อนลงจากเตียงแล้วลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก เธอจับนั่นจับนี่รอบข้างเพื่อประคองให้ตัวเองเดินไปได้ ก่อนจะทรุดลงที่พื้นอย่างห้ามไม่ได้ อ่า...ไม่น่าฝืนตัวเองเลย รู้สึกเหมือนจะไม่ไหวยังไงก็ไม่รู้
ตัดสินใจค่อยๆขยับไปที่เตียงแล้วหยิบโทรศัพท์มากดโทรออกหาอาเดลทันที ยอมกวนเขาให้เขารู้ว่าเธอป่วยยังดีกว่าปล่อยให้เขามารู้ทีหลังว่าเธอเป็นอะไรแล้วไม่ยอมบอก
(ตื่นแล้วหรอ เฮียออกมาสนาม อีกสักพักก็กลับแล้ว)
"เฮีย..."
(หนูเป็นอะไร ทำไมเสียงเป็นแบบนั้นละ)
"หนูรู้สึกเหมือนจะไม่สบายเลย ปวดหัวมาก เฮียช่วย...."
(ไม่เกิน 10 นาทีเฮียไปถึง)
เธอวางโทรศัพท์ลงบนที่เตียงแล้วเอาหน้าซุกข้างเตียงเอาไว้ ปวดหัวเกินกว่าจะขยับไปไหน ไม่มีแรงที่จะพยุงตัวเองขึ้นไปแล้วปล่อยให้ตัวเองหลับไปทั้งอย่างนั้น เพียงไม่นานอาเดลก็กลับมาตามคำบอก เขาตกใจแล้วเบิกตากว้างก่อนจะวิ่งเข้าไปดูเธอ
"หนู! เป็นยังไงบ้าง?"
ดวงตากลมพยายามลืมตื่นมามองเขาแต่คงทำได้อยากลำบาก ไอร้อนจากตัวแผ่ออกมาสัมผัสมือเขาแบบที่ไม่ต้องแตะหน้าผากดูก็รู้ว่าอีกคนกำลังมีไข้สูง อุ้มเธอขึ้นไปนอนบนเตียงแล้วหายออกไปครู่หนึ่งก่อนจะกลับมาพร้อมกับกาละมังใบเล็กและผ้าสำหรับเช็ดตัว
อาเดลถกแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นให้เขาเช็ดตัวเธอได้ถนัด ทันทีที่ผ้าชุบน้ำแตะลงบนใบหน้าร้อนเห่อคนตัวเล็กก็ขมวดคิ้วแล้วขยับยุกยิกเพื่อหนี อาจจะเพราะความเย็นไปรบกวนเธอเข้า ถึงแบบนั้นเขาจะใจอ่อนหยุดเช็ดไม่ได้
"อดทนหน่อยนะ ไข้จะได้ลด"
เธอยังคงดิ้นส่ายหน้าไปมา สุดท้ายเขาก็ก้มลงหอมหน้าผากแล้วพูดปลอบประโลม หลังได้ยินเสียงแผ่วเบาของเขาข้างหูไม่นานคนตัวเล็กก็สงบลง
อาเดลมองภาพตรงหน้าอย่างปวดใจ เขาไม่เคยชอบเวลาชะเอมป่วยเลยสักนิด ดูไม่มีชีวิตชีวาเอาซะเลย แถมสีหน้ายังแสดงออกถึงความทรมานอย่างเห็นได้ชัดด้วย
เขาเดินกลับมาหลังจากเอาทุกอย่างไปเก็บ เดินไปหยิบเจลลดไข้ในถุงที่แวะซื้อมาก่อนหน้าแล้วแปะที่หน้าผากเธอเอาไว้ ขยับเข้าไปใต้ผ้าห่มแล้วดึงอีกคนเข้ามากอดแน่นหวังคลายความหนาวของเธอลงบ้าง
"คนสวยของเฮีย หายไวๆนะครับ"
ก็อก ก็อก ก็อก
เสียงเคาะประตูดังขึ้น อาเดลเดินออกมาอย่างหัวเสียว่าใครกันที่มาเวลานี้ เขาอยากให้คนตัวเล็กได้พักผ่อน แต่ก็ดูเหมือนว่าจะมีคนมารบกวน แรงเคาะประตูที่ดังขึ้นเรื่อยๆยามที่เขาเดินไปเปิดมันช้าก็ยิ่ฃงชวนหงุดหงิดกว่าเก่า พอเปิดประตูไปก็ได้แต่เบิกตากว้างแล้วกั้นแขนไม่ให้คนที่มาเยือนอย่างไม่บอกกล่าวเข้าไปภายในห้อง
"คุณแม่พาแพมมาที่นี่ทำไม?"
"นี่ห้องแก ทำไมแม่จะมาไม่ได้"
"กลับไปเถอะ"
"ว่าไงนะ นี่แกไล่แม่หรอ!?"
"เอมไม่สบาย ผมอยากให้เอมพักผ่อน"
อาเดลแทบไม่อยากให้สองคนนี้มาเหยียบที่นี่ หรือแม้แต่พบเจอกับชะเอมเลยสักครั้ง เพราะมันจะเกิดเรื่องปวดหัวขึ้นทุกที แม่เขาชอบแพมแพมมาก เขาเองก็โตมากับน้อง แต่ทว่าเขาไม่เคยคิดกับอีกคนเกินเลยไปกว่านั้น ส่วนแม่ของเขาก็อยากให้เราสองคนคบหากัน และเขาก็ปฏิเสธทันทีตอนได้ยิน
"นังเด็กนั่นมันสำออยละสิ ไหนแม่จะเข้าไปดู!"
"ผมบอกว่าไม่ให้เข้า ไม่เข้าใจหรอ"
"แต่พี่เดลคะ แพมว่า..."
"แพมไม่ต้องพูด เป็นคนนอก ไม่ต้องมายุ่งหรอก"
ใครมาได้ยินเข้าก็คงว่าเขาใจร้ายที่พูดกับหญิงสาวที่แสนจะน่ารักแบบนี้ แต่ความจริงแล้วเขาก็แค่พูดตามตรง ไม่อยากอ้อมค้อมให้มันเสียเวลา แพมแพมต้องการอะไรจากเขาทำไมเขาจะไม่รู้ ยิ่งมีแม่คอยหนุนหลังแบบนี้แล้วอีกคนก็คงเดินหน้าเต็มที่
แต่มันจะไม่มีวันเกิดขึ้น ในชีวิตเขาตั้งแต่มีคนตัวเล็กเข้ามา เขาก็ไม่เคยรู้สึกเลยว่าใครจะมาแทนที่เธอได้อีก คนที่เขาต้องการมีแค่ชะเอมคนเดียวเท่านั้น และไม่ว่าอะไรที่ทำให้อีกคนไม่สบายใจ เขาสามารถตัดมันออกไปจากชีวิตได้ทั้งนั้น
"ทำไมลูกพูดกับหนูแพมแบบนี้ น้องเสียใจนะ!"
"ผมไม่สนว่าใครจะเสียใจ คนเดียวที่ผมกลัวจะเสียใจมีแค่ชะเอม"
"อาเดล!!"
"คุณแม่อย่าคิดว่าคุณพ่อให้อภัย ให้กลับมาอยู่ด้วยกัน ผมจะต้องเชื่อฟังนะ ต่างคนต่างอยู่แล้วอย่ามายุ่งกับชีวิตผม เพราะแม่ไม่มีสิทธิ์"
"แต่แม่เป็นแม่แกนะ!"
"ตอนทิ้งไปไม่เห็นคิดแบบนี้เลยนี่ อย่าให้ผมหมดความอดทน ถ้าอยากอยู่ให้คุณพ่อเลี้ยงดูสุขสบาย ก็อย่ามายุ่งกับผมให้มากนัก"
"......"
"เพราะถ้าแม่ยังเอาแต่ยุ่งกับผมไม่เลิก แล้วยังเอาผู้หญิงคนอื่นเข้ามาทำลายเรื่องของผมกับชะเอม"
"....."
"ผมจะทำให้เห็นว่าเด็กที่ไม่มีแม่คอยสั่งสอนมานาน มันทำอะไรได้บ้าง"
เขาปิดประตูลงเต็มแรงแล้วถอนหายใจ แม่เคยทิ้งเขาไปตั้งแต่เขาอายุสิบหกปี แล้วสุดท้ายหลังจากนั้นเพียงสามปีก็กลับมาขอคืนดีกับพ่อเขา และมาขอโทษเราสองคน ที่พ่อเขายอมให้กลับมาเพราะคิดว่ายังไงก็เป็นแม่ และคงจะดูแลเขาได้ดี ไม่อยากทำให้เขาขาดความรักจากแม่อีก
ตั้งแต่แม่กลับมาก็ดูแลทุกอย่าง ยอมรับว่าบางครั้งมันก็ดี แต่พออีกคนเข้ามายุ่มย่ามเรื่องที่เขาไม่อยากให้ใครมายุ่งอย่างเรื่องความรัก เขาก็ไม่อยากจะพบเจอแม่อีก
คนตัวเล็กเคยเจอแม่เขาครั้งหนึ่ง แต่ด้วยความไม่ลงรอยนักเขาเลยไม่พาเธอไปพบกับแม่อีก และคิดว่ามันคงจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด เขาไม่อยากให้ชะเอมต้องเจ็บปวดเพราะคำพูดแสนทิ่มแทงใจของผู้เป็นแม่อีกแม้แต่ครั้งเดียว
"เฮีย"
"หนูลุกมาทำไม"
"หนูได้ยินเสียงดัง เฮียทะเลาะกับใคร"
อาเดลเดินปรี่เข้าไปหาแล้วประคองคนป่วยไว้ พยุงพาเดินไปที่เตียงนอน ใช้หลังมือแตะวัดไข้อีกรอบ ดูเหมือนว่าจะร้อนน้อยกว่าก่อนหน้านี้แล้ว แต่ก็ยังดูเพลียมากอยู่ดี
"ปวดหัวไหม?"
"นิดหน่อย เฮียเสียงานไหม หนูขอโทษนะที่โทรไปตาม"
"ไม่เป็นไรเลย ขอแค่หนูบอก เฮียต้องรีบมาอยู่แล้ว ถ้าไม่บอกสิถึงจะโกรธ"
"ทำไมเฮียดีกับหนูจัง"
"ก็หนูเป็นเมียเฮีย แล้วเฮียก็รักหนูมากที่สุดในโลกเลย"
ชะเอมหอมแก้มคนปากหวานไปหนึ่งที แล้วอีกคนก็หอมเธอกลับมา ความจริงเธอตื่นขึ้นมาตั้งแต่ได้ยินเสียงโวยวายช่วงแรก และได้ยินทุกประโยคที่อาเดลพูดคุยกับผู้เป็นแม่ ยอมรับว่าแอบดีใจที่เขาเลือกจะปกป้องความรักของเราขนาดนั้น แต่ก็แอบหวั่นใจเหมือนกันว่าคนตรงหน้าจะต่อสู้กับความต้องการของแม่ได้แค่ไหน
"หนูรักเฮียมากจัง"
"ป่วยแล้วอ้อนหรอหืม?"
อาเดลก้มหอมหัวแล้วพูดกับคนที่ขยับมาสวมกอดแล้วซบที่อกเขา ไม่รู้ว่าทำไมวันนี้คนตัวเล็กถึงได้อ้อนเป็นพิเศษ แต่พอเห็นอีกคนอ้อนแบบนี้แล้วเขาก็อดที่จะโอบกอดไม่ได้ ชะเอมโหมดนี้ใช่ว่าจะได้เห็นบ่อยนัก
"นอนพักผ่อนดีไหม จะได้หายเร็วๆ"
"เฮียนอนกับหนูนะ อย่าไปไหน"
"ได้อยู่แล้ว คนสวยอยากให้ทำอะไร เฮียยอมทำตามบัญชาทุกอย่างเลย"
"งั้น....เรามาทำกันไหม?"
"ป่วยขนาดนี้ก็ยังไม่เข็ดหรอ เอาไว้หายเมื่อไหร่ โดนแน่ ครั้งนี้จะทำให้ป่วยไปสักเดือนเลยดีไหม"
"ถ้าป่วยขนาดนั้น เฮียจะอดทำเดือนหนึ่งเลยนะ"
"หึ แสบเอ้ย!"
สนามรีลีฟ"อันนี้คู่อันนี้ ส่วนอันนี้....."อาเดลเปิดประตูเข้ามาอย่างเงียบเชียบก่อนจะอมยิ้มมองคนที่กำลังตั้งใจจัดเรียงเอกสารของสนามเขา ชะเอมอาสามาช่วยเขาในช่วงปิดเทอม ช่วงนี้เราอยู่ด้วยกันแทบจะยี่สิบสี่ชั่วโมง แต่เขากลับไม่รู้สึกเบื่อเลยสักนิด ออกจะชอบซะด้วยซ้ำริมฝีปากเล็กพูดมุบมิบกับตัวเองอย่างน่ารัก ชะเอมคงจะตั้งใจจัดเอกสารมากจนไม่รู้เลยว่าเขาเดินเข้ามา อาเดลเดินเข้าไปหาด้วยความเงียบ เดินให้เบาที่สุดหวังจะแกล้งให้อีกคนตกใจเล่น"หนูได้ยิน...."ชะเอมที่รู้สึกตัวได้ว่าอาเดลกำลังจะแกล้งเธอเลยตั้งหันไปบอกว่าเธอรู้ว่าเขาเดินเข้ามา แต่เป็นจังหวะเดียวกันกับที่อาเดลก้มหน้าลงมาหาพอดี ปลายจมูกชนกันทั้งดวงตาสบกันนิ่ง เป็นอาเดลที่รั้งท้ายทอยเธอไว้แล้วประกบจูบก่อน เอกสารที่ถืออยู่ในมือหลุดร่วงลงเมื่อเธอลุ่มหลงในจูบเขา รสจูบหวานที่ไม่มีทีท่าจะหยุดลงโดยง่ายยังคงดำเนินต่อ สักพักพออาเดลผละออกเจาก็เอาหน้าผากชนกับหน้าผากของเธอไว้"พอแล้ว"ชะเอมดันอกแกร่งปามคนที่จะจูบเธออีกรอบ อาเดลทำหน้าเสียดายใส่ก่อนจะหอมแก้มเธอแทน ปล่อยให้คนตัวเล็กได้หันไปสนใจเอกสารของตัวเองต่อ"ขยันจัง""เฮียอุตส่าห์ยอมให้มาช่วย ห
"คิดถึงแม่หรอ?"อาเดลเดินมาโอบกอดจากด้านหลังของคนที่ยืนดูรูปกับโกฐกระดูกของแม่นิ่ง ชะเอมสะดุ้งเล็กน้อยในตอนที่หลุดออกจากภวังค์ก่อนจะหันมามองอาเดลแล้วยิ้มให้ ปลายจมูกโด่งหอมแก้มเธอแล้วเอาปลายคางเกยกับไหล่เล็กเอาไว้ชะเอมกลับมาจากการรักษาตัวจากโรงพยาบาลร่วมหลายสัปดาห์แล้ว คนตัวเล็กของเขาดีขึ้นมาก ยอมกินมากขึ้น พูดคุยได้เป็นปกติ แต่ก็มีบ้างบางครั้งที่พอนึกถึงเรื่องแม่แล้วเธอจะนิ่งไป แล้วก็เป็นเขาเองที่ดึงเธอให้กลับมาจากความโศกเศร้า"อื้ม จนตอนนี้หนูก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมถึงได้ช่วยแม่ไม่ทัน""ไม่เอาสิ ไม่คิดแล้ว แม่ไปสบายแล้วนะ อย่างน้อยท่านก็ไม่ต้องเจ็บปวดอีก"".......""แทนที่จะเศร้าให้แม่เห็น สู้บอกแม่ไปดีกว่าว่าไม่ต้องห่วงหนู เพราะหนูมีเฮียคอยดูแลแล้ว"อาเดลเอ่ยบอกคนในอ้อมกอดแล้วมองไปที่รูปภาพตรงหน้า เขาสัญญาอยู่ในใจและหวังให้แม่ของชะเอมได้รับรู้ ว่าเขาจะดูแลลูกสาวของแม่คนนี้เป็นอย่างดี จะรักเธอให้มากอย่างที่เขาเคยรักมาตลอด และที่สำคัญสุดคือจะไม่ทำให้ชะเอมเสียใจ และไม่ยอมให้ใครมารังแกเธอได้อีก"เฮียจะดูแลหนูตลอดไปไหม?""ที่ผ่านมายังไม่ทำให้หนูรู้อีกหรอ ว่าเฮียรักหนูแค่ไหน เฮียจะไม่ดูแล
หลังจากชะเอมฟื้นขึ้นมาอาเดลก็เฝ้าไม่ห่าง อาการซึมเศร้าของเธอยังคงส่งผลให้อีกคนนิ่งเงียบไม่ค่อยพูดค่อยจา บางครั้งก็น้ำไหลลงมาอย่างห้ามไม่ได้ แต่ก็ยังดีที่พยักหน้าตอบรับคำพูดของเขาบ้างอาเดลตักข้าวต้มที่เขาพึ่งป้อนไปได้ไม่กี่คำให้เธออีกครั้ง แต่มือบางดันมือเขาออกห่าง เธอส่ายหัวไปมาปฏิเสธที่จะทานมันต่อ ส่วนเขาก็ส่ายหัวกลับไปเหมือนกันชะเอมพึ่งจะกินเข้าไปได้ไม่กี่คำ เขาคงปล่อยให้อีกคนหยุดกินตอนนี้ไม่ได้ คนป่วยก็ต้องมีสารอาหารเข้าไปบำรุงเยอะหน่อย ในตอนแรกเหมือนคนตัวเล็กจะไม่ยอม แต่พอเขาส่งสายตาดุไปอีกคนก็รับมันเข้าปากแต่โดยดี ถึงจะยังเศร้า แต่ก็ยังคงเป็นชะเอมที่เขารู้จักเป็นอย่างดี"กินอีกสักหน่อย แล้วเฮียจะหยุดป้อน แล้วก็ให้กินองุ่นของโปรดหนูดีไหม?เธอไม่ตอบอะไรออกมาแต่พยักหน้าแทน อาเดลถอนหายใจออกมา ผ่านมาหลายวันแต่เขาก็ยังไม่ได้ยินเสียงพูดจากชะเอมเลยสักคำ เข้าใจว่าคงต้องใช้เวลาให้เธอได้รักษาความเจ็บปวดครั้งนี้ แต่เขาก็เป็นห่วงมากจนแทบไม่เป็นอันทำอะไรแล้วอาเดลเก็บจานอาหารจนเรียบร้อยก่อนจะเช็ดปากให้คนตัวเล็กด้วย เขาส่งแก้วน้ำกับยาให้ ชนะเอมเหมือนจะทำหน้าไม่ชอบใจเท่าไหร่ แต่ก็ยังดีที่ยอมกิ
"เรื่องใหญ่ขนาดนี้ ทำไมหนูไม่บอกเฮียแต่แรกนะ"อาเดลยืนกอบกุมมือชะเอมที่นอนอยู่บนเตียงเอาไว้ เขาได้เอ่ยถามแผ่วเบาทั้งที่รู้ว่าเธอไม่ได้ยินในตอนที่ฟังคิรินเล่าให้ฟังถึงสาเหตุการจากไปของแม่ชะเอมจบ ทั้งที่แค่บอกเขาทุกอย่างก็จะถูกจัดการได้ทันทีแท้ๆ แต่คนตัวเล็กกลับไม่ยอมเอ่ยปากเลยสักคำ"มึงอย่าโทษตัวเองเลย ไม่ใช่ความผิดมึงหรอก""กูจะหยุดโทษตัวเองได้ยังไง มึงดูสภาพเมียกูตอนนี้สิ"เขาไม่อาจเลิกโทษตัวเองได้อย่างที่ออแกนบอก ยิ่งมองเห็นรอยฟกช้ำตามตัว ไหนจะอาการซูบผอมลงของอีกคนก็ยิ่งรู้สึกเจ็บในใจ มากไปกว่านั้นแผลในใจของชะเอมก็น่าจะหนักหนาพอสมควร "คิรินว่าเอมก็คงไม่อยากให้เฮียโทษตัวเองเหมือนกันนะคะ""เฮียอยากรู้..ว่าทำไมเอมถึงไม่แสดงอาการอะไรเลย ถึงจะไม่บอกเฮียเรื่องแม่ป่วย แต่ก็น่าจะมีอะไรที่ทำให้เฮียสงสัยบ้างสิ""คือว่า""พูดมาเถอะครับ อย่าปล่อยให้เฮียโง่อยู่แบบนี้เลย"เพราะเห็นว่าคิรินอึกอักไม่กล้าพูดเขาเลยต้องเอ่ยราวกับร้องขอออกไป "คือว่าแม่เฮียขู่เอาไว้""แม่เฮีย?""กูว่าแล้วเชียว ว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวกับแม่มึง"ลีโอที่นั่งอยู่ตรงโซฟาข้างออแกนตบเข่าพูดขึ้น คิดเอาไว้อยู่แล้วเชียวว่าต้นสาย
โรงพยาบาล"อย่างน้อยวันนี้ก็จะมีเรื่องดีเกิดขึ้น ยิ้มหน่อยสิชะเอม"เธอหยุดยืนพูดกับตัวเองอยู่หน้าโรงพยาบาลที่แม่พักรักษาตัว คุณหมอโทรไปบอกเธอเมื่อวานว่าหาหัวใจที่เขากับแม่เธอได้แล้ว และเธอเองก็มีเงินพอจะรักษา ถึงจะผ่านมาไม่รู้กี่เรื่องราว แต่อย่างน้อยก็กำลังจะช่วยชีวิตแม่ไว้ได้พยักหน้ากับตัวเองแล้วพยายามยิ้ม อย่างน้อยแม่จะได้สบายใจในตอนที่เห็นหน้าเธอ ชะเอมก้าวเดินเข้าไปอย่างละทิ้งทุกความเศร้า เดินมาถึงหน้าห้องผูู้ป่วยรวมก็เห็นพยาบาลยืนล้อมอยู่ที่เตียงแม่หลายคนเธอเผยรอยยิ้มออกมาเพราะคิดว่าแม่คงจะกำลังได้ส่งตัวเข้าห้องผ่าตัด แต่ยิ่งใกล้ขึ้นใจดวงน้อยก็ยิ่งรู้สึกเจ็บ ส่ายหัวอย่างไม่เชื่อในตอนที่เห็นเต็มตาว่าบนเตียงนั้นเป็นแม่ที่นอนแน่นิ่งแล้วพยาบาลกำลังจะดึงผ้าขึ้นคลุม"กะ เกิดอะไรขึ้นคะ?""ลูกสาวคนไข้มาพอดี หมอเสียใจด้วยนะครับ เราช้าไป คนไข้เสียชีวิตแล้วครับ"เหมือนโลกทั้งใบพังทลายลงมา สมองรู้สึกปวดหนึบราวกับโดนอะไรทุบเข้ามาเต็มแรง ของเยี่ยมไข้ในมือหลุดร่วงลงเต็มพื้น ก่อนเธอจะรุดเข้าไปหาร่างของผู้เป็นแม่แล้วร้องไห้โฮ เสียงสะอื้นไห้ทั้งเรียกให้คนที่หมดลมหายใจฟื้นขึ้นมาทำให้คนไข้กับญาติท
"ทำไมถึงบอกไม่ได้!? ทั้งที่เฮียพยายามจะดูแลหนูอย่างดีที่สุด! ถ้ามีเรื่องเดือร้อนอะไรแล้วไม่บอกเฮีย หนูจะมีเฮียไปทำไม!"อาเดลโมโหจนไม่สามารถคุมคำพูดของตัวเองได้อีก ทั้งที่เขาอยากจะดูแเธอให้ดี ให้เธอได้ทุกสิ่งที่เธอต้องการ แต่เธอดันทำเหมือนกับว่าเขาไม่สามารถช่วยอะไรเธอได้เลย ขอเพียงแค่เธอบอกเขาสักคำว่าต้องการอะไร ไม่มีทางเลยที่เขาจะไม่ให้ แต่ชะเอมเลือกที่จะไม่บอกอะไรเขาเลยสักอย่าง ปล่อยให้เขาอยู่แบบไม่รับรู้ เป็นคนโง่ที่ถูกเธอหลอกแล้วผิดสัญญาต่อกันอยู่ซ้ำๆ"........""รู้ป่ะ ว่าแม่งโคตรเหมือนว่าเฮียดูแลหนูไม่ได้ จนหนูต้องไปทำงานบ้าๆ นี่เพื่อหาเงินใช้อ่ะ"ที่ผ่านมาเขาใช้ความอดทนมากเท่าไหร่เธอคงไม่รู้ ในตอนที่ได้ยินใครต่อใครพูดถึงงานนี้ แม้จะในตอนที่ตกลงกันแล้วว่าให้เธอเลิกรับเขาก็ยังได้ยินมันอยู่เสมอแต่เขาก็ยังเป็นอาเดลที่รักเธอจนสุดหัวใจ ยอมทำปิดหูปิดตาไม่รับรู้ จนกระทั่งรับไม่ไหวถึงได้เลือกที่จะคุยกับเธอตามตรง ให้โอกาสเธอสัญญากันอีกครั้ง แต่เธอก็ไม่คิดจะรักษาโอกาสนั้นเลย"มันไม่ใช่แบบนั้นนะ ฮึก เฮียดูแลหนูดีมาก ฮึก หนูขอโทษ จะไม่ทำอีกแล้ว""จำได้ไหมว่าเฮียเคยพูดกับหนู ว่าโอกาสครั้งที







