Share

บทที่ 7

last update Tanggal publikasi: 2025-06-19 18:35:31

เจ้าสมุทร...

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นหลายต่อหลายครั้งทำให้ผมต้องเงยหน้าขึ้นไปมองประตู แต่ถามว่าผมลุกไปเปิดไหม...ก็ไม่

แอร๊ดดดดด สักพักเสียงประตูเปิดออกอย่างช้าๆคล้ายกับว่าคนเปิดพยายามที่จะไม่ทำเสียงดังแต่ผมก็ได้ยินตั้งแต่เคาะแล้วล่ะแค่ขี้เกียจลุกไปเปิดก็เท่านั้น ประตูเปิดพร้อมกับคนรับใช้กิตติมศักดิ์ของพ่อที่ท่านบอกกับผมว่ายัยนี่ไม่ใช่คนรับใช้ท่านเลี้ยงเหมือนลูกเหมือนหลานมากกว่า หึ ผมเชื่อตายล่ะ

"ไง..ฉันนึกว่าเธอจะโง่ยืนเคาะประตูอยู่ตรงนั้นทั้งวันทั้งคืนซะอีก" ผมมองคนตรงหน้าแบบพิจารณาอยากจะบอกว่าผมมีความรู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูกเหมือนเคยสายตาแบบนี้มาก่อน ผมจำแววตาแบบนี้ได้แต่นึกยังไงก็นึกไม่ออกว่าเคยเจอที่ไหนเพราะผมไปอยู่อเมริกาตั้งแต่เจ็ดขวบเพิ่งกลับมาไทยครั้งแรก แต่ก็ช่างมันเถอะคิดไปก็ไร้สาระเพราะมันก็ไม่ได้สำคัญอะไรและอีกอย่างยัยนี่เป็นแค่คนรับใช้ที่บ้านที่แม้ว่าพ่อจะบอกว่าไม่ใช่แต่ดูจากสภาพ....ยังไงก็คนรับใช้สภาพซอมซ่อซะขนาดนี้ ไม่รู้ว่าเสื้อผ้าที่ใส่ใช้มันมากี่วันกี่ปีแล้วเพราะมันทั้งซีดทั้งเก่ามีรอยปะรอยเย็บจนผมคิดว่าผ้าเช็ดเท้าหน้าห้องน้ำยังสะอาดกว่านี้เลย

"ยังดีที่รู้จักหน้าที่นึกว่าฉันต้องเดินกลับไปตึกใหญ่แล้วยกกระเป๋ามาเอง" ผมพูดโดยที่คนตรงหน้าเอาแต่ยืนก้มหน้า

"เอากระเป๋าฉันขึ้นไปเก็บที่ห้องแล้วก็จัดการแขวนเสื้อผ้าให้เรียบร้อยของใช้ก็จัดวางไว้ให้เป็นระเบียบเข้าใจไหม" พอผมพูดจบประโยคยัยนี่ก็แค่พยักหน้ารับก่อนจะลากกระเป๋าของผมผ่านหน้าไปโดยไม่พูดไม่จาสักคำ ผมมองตามหลังก่อนจะหันกลับมาสนใจเครื่องดื่มตรงหน้าต่อ

ตึ๊ดดดดด ตึ๊ดดดดด ตึ๊ดดดดด

เสียงมือถือผมดังพอหยิบขึ้นมาดูปรากฏว่าเป็นเจษผู้จัดการโรงแรม

"มีอะไร"

"คุณเจ้าสมุทรครับเรื่องที่ให้ผมจัดการตอนนี้ผมติดต่อคุณคิตตี้ให้แล้วนะครับพอเธอรู้ว่าเป็นคุณเจ้าสมุทรเธอก็ถามผมว่าจะให้เธอไปพบเมื่อไหร่" ผมแสยะยิ้มมุมปากทันทีเมื่อได้ยินแบบนั้น

"หึ นึกว่าจะเล่นตัวซะอีก นายบอกไปว่าเดี๋ยวจะติดต่อกลับไปตอนนี้ฉันยังไม่มีอารมณ์ยังไม่อยากใช้บริการ"

"อ่ออ ครับๆ ถ้าอย่างนั้นผมคงไม่รบกวนแล้ว สวัสดีครับ"

หลังจากวางสายผมก็ยิ้มอย่างพอใจก่อนจะเปิดดูรูปของนางแบบดาวรุ่งที่ตอนนี้เธอกำลังโด่งดังแบบสุดๆในเวลานี้เธอชื่อว่าคิตตี้เธอดูสวยและดูหยิ่งเวลาเดินอยู่บนเวที ผมเจอเธอที่งานเดินแบบที่มีการประมูลเครื่องเพชรซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรมของผมเองเมื่อหลายวันก่อนเธอถูกเชิญให้มาเดินแบบงานนี้ที่ตอนแรกผมก็ไม่ได้สนใจที่จะไปดูเพราะผมไม่ชอบเครื่องเพชรแต่พอดีว่างานนี้เจ้าของงานคือเพื่อนสนิทสมัยเรียนที่อเมริกาของผมเองมันชื่อไอ้นุซึ่งพอมันเรียนจบมันก็กลับไทยมาช่วยพ่อแม่มันดูแลกิจการร้านเพชรมันก็เลยชวนผมไปเป็นแขกในงานโดยมันเอาเรื่องผู้หญิงมาล่อมันบอกว่างานนี้ดารานางแบบดังๆ มาเดินแบบกันเยอะ ไอ้ผมก็ชอบอยู่แล้วก็เลยไปร่วมงานตามคำเชิญของมัน และผู้หญิงในงานที่ผมสนใจก็คือคิตตี้นางแบบที่กำลังดังที่สุดในตอนนี้และที่สำคัญมากไปกว่านั้นก็คือเธอเป็นหลานสาวของผู้หญิงที่ชื่อพิไลลักษณ์ผู้หญิงที่พ่อของผมกำลังคบอยู่นั่นเองและในงานนี้ผมก็ได้เห็นหน้าผู้หญิงคนนั้นผู้หญิงที่พ่อจะเอามาแทนที่แม่ของผม แค่คิดผมก็รู้สึกโกรธแค้นอยากหาที่ระบาย ผมเลื่อนเบอร์ในมือถือเพื่อที่จะโทรเรียกติน่ามาแต่พอคิดถึงวันนั้นผมก็โยนมือถือลงข้างๆอย่างอารมณ์เสียแทนเอามาก็คงไม่ได้ช่วยอะไรหลวมซะขนาดนั้น ผมนั่งดื่มอีกสักพักจนเหล้าหมดขวดก่อนจะเดินขึ้นไปบนห้องเพราะเริ่มไม่ไหวสงสัย

ม่านไหม...

แอร๊ดดดด ฉันที่กำลังจัดการกับกระเป๋าเดินทางของคุณเจ้าสมุทรต้องรีบหันไปมองที่ประตูทันทีที่ได้ยินเสียงเปิดประตูห้องนอน พอเขาเห็นว่าฉันอยู่ในห้องเขาก็ทำหน้าไม่พอใจใส่ทันที

"จัดของยังไม่เสร็จ??" เขาถามฉันเสียงเข้มซึ่งตอนนี้ดูแล้วเขาน่าจะเมา ฉันคงจะต้องรีบออกไปเพราะไม่อยากรบกวน

"ถามทำไมไม่ตอบวะ" ฉันไม่รู้จะว่ายังไงเพราะเขาคงไม่รู้ว่าฉันพูดไม่ได้ ฉันก็เลยหยิบสมุดออกมาจากกระเป๋ากระโปรง

ฉันพูดไม่ได้ค่ะ ฉันยื่นกระดาษที่เขียนให้เขาอ่านเขาไม่ได้หยิบไปแต่ก้มมองดูแทนก่อนจะเงยหน้ามองฉันอีกรอบ

"เป็นใบ้??" ฉันพยักหน้าตอบ

"เหอะ พ่อฉันคิดยังไงเอาคนใบ้มาทำงานวะ"

"เธออยู่นี่กี่ปีแล้ว"

สิบสองปีแล้วค่ะ

"นานนี่หว่า ว่าแต่เธออายุเท่าไหร่"

สิบแปดจะสิบเก้า ค่ะ

"หึ ถามหน่อยดิเธอเป็นอะไรกับพ่อของฉันกันแน่ เป็นหลานอย่างที่ท่านบอกกับฉันหรือว่าเป็น...เมีย"

ฉันเป็นคนรับใช้ค่ะ ฉันรีบเขียนคำตอบทันทีแล้วยื่นให้เขาอ่าน

"ดูจากสภาพของเธอฉันก็คิดแบบนั้นแล่ะแต่พ่อฉันบอกว่าไม่ใช่ แต่ก็ช่างเหอะถ้าเธอจะเป็นอะไรก็เรื่องของเธอ เอาล่ะออกไปได้ละฉันจะนอน" ฉันรีบพยักหน้าก่อนจะรีบเดินออกไปจากห้องทันที

วันต่อมา...

"ลุงว่าจะขอให้ม่านไปอยู่ที่ตึกเล็กไปช่วยดูแลตึกเล็กคอยดูแลคุณเจ้าสมุทรจะได้ไหมลูก" คุณท่านเอ่ยถามฉันหลังจากที่ฉันจัดยาให้ท่านทานเรียบร้อยแล้ว

ได้ค่ะ แต่ถ้าม่านไปอยู่ตึกเล็กใครจะดูแลเรื่องยาให้คุณท่านคะ เพราะถ้าฉันต้องไปอยู่ตึกเล็กแล้วใครจะจัดยาให้คุณท่านเพราะท่านต้องทานยาหลังอาหารสามมื้อไหนจะยาก่อนนอนอีกเรื่องนี้คือสิ่งที่ฉันเป็นห่วงเพราะที่ผ่านมามีเพียงฉันคนเดียวที่ดูแลเรื่องยาและอาหารของคุณท่าน

"ลุงลืมบอกม่านไปใช่ไหมว่าอาทิตย์หน้าพิไลจะย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่ในฐานะภรรยาของลุง เธอเคยเป็นพยาบาลเก่ามาก่อนเธอจะมาดูแลลุงเอง" ฉันพยักหน้ารับเพราะถ้ามีคนที่ไว้ใจได้มาดูแลคุณท่านฉันก็เบาใจ

"แต่ลุงก็มีเรื่องที่ต้องกังวลอีกเรื่อง คือเรื่องตาเจ้า" แววตาของท่านดูมีความวิดกกังวลอย่างเห็นได้ชัด ฉันรู้สึกสงสารและเห็นใจคุณท่านเป็นอย่างมากเพราะคุณเจ้าสมุทรพูดว่าจะไม่ยอมรับผู้หญิงคนไหนจะไม่ยอมให้ใครมาแทนที่แม่ซึ่งคุณท่านเคยพูดให้ฉันฟังว่าตอนแรกท่านคิดว่าจะปิดกั้นตัวเองจะไม่มีภรรยาใหม่เพราะยังรักคุณแม่ของคุณเจ้าสมุทรอยู่เต็มหัวใจทั้งที่ท่านไม่เคยรักคุณท่านเลย จนกระทั่งมาเจอคุณพิไลลักษณ์ทำให้ท่านอยากจะเริ่มต้นชีวิตคู่อีกครั้ง คุณพิไลลักษณ์เป็นผู้หญิงสวยแม้อายุจะมากแล้วก็ตามเธอมักจะมาหาคุณท่านที่บ้านบ่อยๆแต่เวลาเธอมาฉันจะถูกเธอไล่เสมอ แม้ต่อหน้าคุณท่านเธอจะดูเป็นผู้หญิงอ่อนหวานใจดีแต่ลับหลังมันไม่ใช่เลยสักนิด ตอนแรกที่เธอมาที่นี่คุณท่านแนะนำว่าฉันเป็นหลานสาวของคุณท่านคุณพิไลลักษณ์จะพูดดีจะทำดีกับฉันมากๆคอยซื้อของมาฝากเสมอแต่พอเธอมารู้ภายหลังว่าฉันเป็นเพียงคนอาศัยไม่ใช่หลานจริงๆของคุณท่านการแสดงออกของคุณพิไลลักษณ์ก็เปลี่ยนไปทันทีจากหน้ามือเป็นหลังมือแต่พออยู่ต่อหน้าคุณท่านเธอก็จะทำตัวดีกับฉันเหมือนเดิม

"ตอนแรกฉันก็หลงเอ็นดูแกเพราะคิดว่าแกเป็นหลานสาวของท่านแต่จริงๆแล้วแกมันก็แค่กาฝากที่คุณท่านเอ็นดูรับมาเลี้ยงเพราะพ่อตายเด็กกำพร้าไม่มีพ่อไม่มีแม่อย่างแกเป็นได้แค่คนอาศัยเป็นได้คนรับใช้เท่านั้นแล่ะเพราะฉะนั้นก็จำใส่สมองของแกไว้ให้ดีว่าอย่าทำตัวเกินฐานะ กาฝากยังไงก็คือกาฝาก" ที่คุณพิไลลักษณ์พูดแบบนี้ก็เพราะว่ามีอยู่ครั้งหนึ่งคุณพิไลลักษณ์ชวนคุณท่านไปพักผ่อนที่เชียงใหม่กันตามลำพังสองต่อสองแต่คุณท่านเห็นว่าฉันไม่เคยได้ไปเที่ยวที่ไหนตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ท่านก็เลยให้ฉันตามไปเที่ยวด้วยซึ่งตอนแรกฉันก็ไม่อยากไปเพราะเกรงใจแต่คุณท่านให้เหตุผลว่าถ้าฉันไม่ไปด้วยท่านเกรงว่าจะลืมทานยาทำให้ฉันต้องตามไปด้วยอย่างช่วยไม่ได้ นั่นทำให้คุณพิไลลักษ์เกิดอาการไม่ค่อยพอใจเพราะต้องการไปกันแค่สองคน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เมียใบ้บำเรอรัก   บทที่ 121

    ดีเดย์....ตอนนี้ผมกำลังส่งนิ้วเข้าไปให้ความสุขกับรวงข้าว มองดูสีหน้าของเธอผ่านกระจกมันทำให้เห็นว่าเธอเสียวขนาดไหน จนเธอทนไม่ไหวสักพักนิ้วมือของผมก็เปียกชุ่มไปด้วยน้ำของเธอ เธอเสร็จไปแล้วครับเสร็จคานิ้วของผม แต่นี่มันแค่จุดเริ่มต้นของคืนนี้"อื้มมมมม เดย์ มันแสบไม่เอานิ้วแล้วได้มั้ย""แล้วจะเอาอะไร

  • เมียใบ้บำเรอรัก   บทที่ 120

    รวงข้าว.....วันนี้เป็นวันที่ฉันไม่คิดไม่ฝันว่าจะมีนั่นคืองานแต่งงานค่ะ ฉันคิดว่าไม่ต้องมีก็ได้เพราะอยู่ด้วยกันมานานแล้ว ลูกก็มีตั้ง6คนมาแต่งกันตอนนี้บอกตรงๆ ว่าเขินค่ะอันที่จริงเดย์เคยขอฉันแต่งงานมาแล้วหลายครั้งแต่ฉันเลี่ยงมาตลอดเลยค่ะ เพราะมันเสียเวลาจัดงานไหนจะตัดชุดแจกการ์ดทำของชำร่วยอีกสาระพัด

  • เมียใบ้บำเรอรัก   บทที่ 119

    "อย่ามาโกหก ถ้าไม่มีละใครที่หอมแก้มเดย์เมื่อวานที่ห้องทำงาน""หอมแก้ม??? ""ใช่ น้องเดมีเดลี่บอกว่ามีผู้หญิงหอมแก้มเดย์ ฮือออออ ถ้าเบื่อก็บอกกันตรงๆ จะเลิกก็แค่พูดมา ทำไมต้องพาผู้หญิงคนใหม่มาที่นี่และให้ลูกเจออีก ฮืออออ ใจร้ายไม่เคยเปลี่ยนเลย ข้าวนึกว่าเดย์จะเป็นสามีเป็นพ่อดีได้ แต่ตอนนี้ข้าวคิดว่าข

  • เมียใบ้บำเรอรัก   บทที่ 118

    รวงข้าวเวลาผ่านไป เด็กแฝดสี่ตอนนี้ก็ครบ1ขวบแล้วค่ะส่วนลูกสาวทั้งสองก็5ขวบกว่าๆ ซนกันสุดๆ ทั้งพี่ทั้งน้อง พอน้องๆ เริ่มเดินได้พี่สาวก็ดีใจพาจูงมือเดินไปทั่วบ้านล้มบ้างเป็นบางครั้งเพราะยังเดินไม่คล่อง ดีที่มีพีเลี้ยงเดินตามเพราะถ้าดูคนเดียวคงไม่ไหวตั้ง6คน มาคิดๆ ดูฉันมีลูกถึงหกคนเลยเหรอ ฉันไม่ได้ฝันไ

  • เมียใบ้บำเรอรัก   บทที่ 117

    รวงข้าว...คืนนั้นหลังจากพาลูกๆ เข้านอนกันเรียบร้อยทั้งน้องเดมี่เดลี่ และแฝดน้อยทั้งสี่คน เขาก็จูงมือฉันเข้าห้องพอประตูปิดปุ๊บเขาก็จู่โจมทันทีโดยที่ฉันไม่ทันตั้งตัว เขากอดฉันจากทางด้านหลัง มือลูบไล้ไปทั่วร่างกาย พร้อมกับจูบไซร้ตรงซอกคอและกัดลงไปเบาๆ ให้ฉันรู้สึกสยิว เราไม่ได้มีะไรกันมาหลายเดือนแล้วค

  • เมียใบ้บำเรอรัก   บทที่ 116

    หลายวันต่อมารวงข้าว .....ฉันพาน้องเดมี่กับเดลี่มาเยี่ยมแม่ครูค่ะ และมาเลี้ยงอาหารกลางวันให้กับน้องๆ ด้วย ท่านบอกว่าดีใจที่ฉันไม่ลืมที่นี่ ฉันจะลืมที่นี่ได้ยังไงคะถ้าไม่มีแม่ครูชีวิตจะเป็นยังไง ฉันเล่าเรื่องกันตาให้แม่ครูฟังค่ะ ท่านก็ได้แต่พยักหน้ารับรู้ ท่านไม่คิดว่ากันตาจะกล้าทำอะไรแบบนี้ส่วนเรื่

  • เมียใบ้บำเรอรัก   บทที่ 45

    "ขอบคุณที่ยินดีกับม่านนะคะเพราะผัวพิการที่คุณเกรซพูดถึงคุณเกรซก็อยากได้จนตัวสั่นไม่ใช่เหรอคะ""กรี๊ดดดดด""ไปกรี๊ดขอส่วนบุญที่อื่นที่นี่มันโรงพยาบาลไม่ใช่วัดไม่ใช่ป่าช้า"หลังจากคุณเกรซเดินออกไปด้วยความโมโหที่ถูกคุณเจ้าสมุทรด่า คุณเจ้าสมุทรก็นั่งหอบหายใจแรงเหมือนคนไปวิ่งมาสักร้อยกิโลเหมือนเขาเหนื่อย

  • เมียใบ้บำเรอรัก   บทที่ 44

    ม่านไหม..."ความรักของม่านไหมทำให้ฉันเปลี่ยนไปและฉันก็จะตอบแทนความรักของม่านไหมด้วยการรักเธอไปตลอดชีวิต ซื่อสัตย์กับเค้าแค่คนเดียว ไม่ทำให้เค้าเสียใจเพราะฉันอีก ที่ผ่านมาฉันทำเลวทำร้ายม่านมามากถึงเวลาที่ฉันจะต้องชดใช้ให้ม่านชดใช้ด้วยความรักที่ฉันมี"ฉันยิ้มอย่างมีความสุขที่ได้ยินคำพูดของคุณเจ้าสมุทร

  • เมียใบ้บำเรอรัก   บทที่ 43

    เจ้าสมุทร..หนึ่งอาทิตย์ต่อมา..."เมื่อไหร่ผมจะได้ออกจากโรงพยาบาลหมอ" หลังที่หมอตรวจอาการผมเสร็จเรียบร้อยผมก็ถามหมอเพราะทุกวันนี้อาการผมก็ไม่ได้มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้วมันไม่ได้เจ็บได้ปวดอะไรตรงไหนจะมีแค่ยังเดินไม่ได้เท่านั้นเอง แต่..จะบอกว่าไม่เจ็บเลยก็ไม่ใช่มันจะเจ็บเวลา....เอิ่มม ช่างมันเถอะ"ที่จริ

  • เมียใบ้บำเรอรัก   บทที่ 42

    ม่านไหม...ตอนนี้ฉันนั่งหันหน้าเข้าหาคุณเจ้าสมุทรนั่งคร่อมบนตักโดยที่ไร้เสื้อผ้าติดตัวเพราะเขาถอดออกจนแทบไม่เหลือส่วนเขาก็เอาแต่ดูดหน้าอกของฉันไม่ยอมหยุดทั้งดูดทั้งบีบทั้งขยำจนฉันต้องคอยบอกเขาให้พอแต่เขาก็ไม่ฟังจ๊วบ จ๊วบ จ๊วบ"อื้ออออ พะ พอเถอะค่ะ" จ๊วบ จ๊วบ จ๊วบอึก อึก เขาดื่มนมจากอกของฉันอย่างไ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status