Masukลัลณ์ลนินไม่คาดคิดว่าจูบแรกของตนจะทรมานหัวใจและความรู้สึกเช่นนี้เลย เธอเคยฝันไว้ว่า ในคืนวิวาห์ระหว่างตนกับคนรัก จะอวบอวลไปด้วยความสุข จุมพิตแรกที่ได้รับคือความซาบซ่านและอ่อนหวาน ทว่าในความเป็นจริง สิ่งที่ได้รับล้วนแต่ตรงกันข้าม น้ำตาจึงเป็นทางเดียวที่จะปลดปล่อยความรู้สึกให้บรรเทาลง น้ำตาอุ่นร้อนหยดไหลลงสู่หางตา
คุณานนท์กระทำต่อเมียที่ไม่ปรารถนาด้วยความกักขฬะ หยาบโลน มือใหญ่กอบกุมทรวงอกสาวผ่านชุดคลุมที่เธอสวมใส่ ออกแรงบีบจนเจ้าของดอกบัวเกิดความเจ็บ แต่ก็ต้องอดทนทุกการกระทำของเขา ดูเหมือนเขาจะไม่พอใจ อยากสัมผัสเนื้อแท้ของนมสาว คุณานนท์จึงจับสาปเสื้อคลุมให้ออกจากกัน ตะปบเต้าทรวงอวบ สัมผัสความใหญ่และนุ่มเด้ง ขยำและดึงสลับกับเคล้นหนักๆ ปากหนาก็จูบแบบไม่ลดน้ำหนัก รุนแรงเช่นเดิม จนหญิงสาวรู้สึกชาไปทั่วปาก
แม้ว่าจะได้กลิ่นคาวจากเลือดที่ไหลออกมามุมปากสาว และรับรู้รสชาติของมันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากปากของทั้งคู่ยังแนบติดกัน ทว่าคุณานนท์ก็ไม่ผ่อนน้ำหนักจุมพิต บดขยี้กลีบปากสวยจนบวมช้ำ เขาไม่สนใจว่าเธอจะเจ็บปวดมากแค่ไหน เธอเจ็บแค่กาย แต่เขากับครอบครัวเจ็บไปทั่วใจ เสียหน้ามากด้วย จึงเป็นที่มาของแรงโทสะลงที่ตัวต้นเหตุไม่ได้ เขาจึงมาลงกับลัลณ์ลนินแทน
ขาสวยข้างหนึ่งถูกดันออกไปด้านข้างด้วยเข่าของคุณานนท์ ดอกไม้ที่ไร้ภมรหนุ่มเชยชมถูกมือใหญ่ตะปบ ลัลณ์ลนินตกใจ หัวใจเต้นถี่แรงเมื่อของสงวนถูกเขาเคล้นคลึงหนักมือ จนเธอรู้สึกเจ็บแต่ก็ต้องอดทนไม่กล้านำมือไปปัดมือใหญ่ให้พ้นจากจุดที่เกิดความเจ็บ
แต่แล้วความเจ็บก็เริ่มมีความรู้สึกบางอย่างเข้ามาแทรก นั่นคือความเสียวจากปากหนาที่ขยับมาครอบครองเม็ดบัว เขาใช้ทั้งปากและลิ้นโลมเลีย ในขณะที่มือใหญ่ตอนนี้ไม่ได้นวดเคล้นของสงวนสาว แต่เขาใช้นิ้วสองนิ้วสอดเข้าไปในรังผึ้งหลวงที่เริ่มมีน้ำหวานไหลริน
การกระทำของเขาไม่หยาบกระด้าง ไม่มีความรุนแรง ปากเขาค่อยๆ ดูดดึงยอดปทุมสีหวาน ใช้ปากลูบเบาๆ สลับกันทั้งซ้ายและขวา จากนั้นปล่อยให้ลิ้นทำหน้าที่โลมเลีย ช้าๆ แผ่วเบา ก่อนพลิ้วลิ้นโบกสะบัด
“อ๊า” เมื่อความเสียวเข้ามาร่วมด้วย จึงเกิดเสียงครางออกมาเบาๆ นิ้วมือคุณานนท์ขยับเข้าออก มันเริ่มคล่องตัวเพราะเวลานี้น้ำสวาทเริ่มถูกผลิตออกมาต่อเนื่องจากปากที่ไม่ละขากยอดถัน โดยมีลิ้นทำหน้าที่สะบัดเลีย ลัลณ์ลนินจึงรู้จักกับความเสียวซ่านในเกมกามเวลานี้เอง “อา...อ๊า”
ทว่า...แค่ช่วงเวลาสั้นๆ
เสมือนร่างลัลณ์ลนินที่กำลังล่องลอยบนท้องนภาถูกดึงลงสู่หุบเหว จากขาวกลายเป็นดำ เมื่อเขาเปลี่ยนความอ่อนโยนเป็นหยาบคาย คุณานนท์กัดยอดบัวไม่แรงมากแต่ก็ให้เกิดความเจ็บ แล้วยังดูดปทุมถันแรงๆ กลืนทั้งปานสีอ่อน นิ้วมือใหญ่ที่ขยับสอดเพิ่มความเร็วและแรง กระแทกแต่ละครั้งโคนนิ้วกระทบกับปากถ้ำ ลัลณ์ลนินเจ็บจนต้องเปล่งเสียงระบายความรู้สึก
“โอ๊ย!”
ลัลณ์ลนินร้องออกมาอย่างสุดจะกลั้นกับความเจ็บปวด ตัวเธอบิดไปมา และพยายามจะกระเถิบตัวหนีชายหนุ่มที่รุกรานให้ตนได้รับความปวดร้าวร่างกาย
“อย่าให้ฉันได้ยินเสียงเธอร้องว่าเจ็บ ถ้าฉันได้ยิน ฉันจะทำให้ครอบครัวเธอเจ็บปางตาย”
ได้ยินประโยคนี้ คนที่ไม่มีส่วนผิดในเรื่องที่เกิดขึ้นถึงกับกลั้นเสียงไว้สุดกำลัง ปล่อยให้ความเสียใจกลั่นเป็นน้ำตาไหลลงสู่หางตา มือเรียวสวยทั้งสองข้างกำผ้าปูที่นอนแน่น ริมฝีปากเม้มเข้าหากั้น ส่วนคนที่ทำให้ลัลณ์ลนินเจ็บ คลี่ยิ้มสะใจ ก่อนลงมือลงทัณฑ์เธอในแบบฉบับของเขา
ในเมื่อเขาทุกข์ทรมานใจ ลัลณ์ลนินก็ต้องรับผิดชอบ เธอต้องเจ็บมากกว่าเขาหลายสิบหลายเท่า
วินาทีที่ลัลณ์ลนินหวาดกลัวก้าวเข้ามาใกล้ทุกขณะ ในความรู้สึกของเธอ ไม่ได้มีแค่ความเจ็บปวดเพียงอย่างเดียว มีความกลัวร่วมด้วย แค่ที่ตนเผชิญอยู่เวลานี้ถือว่าหนักหนาแล้ว เธอเจ็บทรวงอกทั้งสองข้างที่ไม่ได้เพียงแค่ถูกเขาขบกัด ขบเม้ม เต้าทรวงยังถูกเขาดูดจนเกิดรอยจ้ำแดงหลายจุด เป็นการดูดที่ลงน้ำหนักแรงด้วย ทว่าทุกความปวดร้าว ทุกการกระทำของเขา ลัลณ์ลนินต้องข่มความรู้สึกทั้งหลายทั้งมวลไว้ มิอาจเปล่งเสียงร้อง มีเพียงน้ำตารินไหล
ลัลณ์ลนินทรมานกายลามไปถึงหัวใจ ทว่าคุณานนท์กลับทรมานอารมณ์ตัวเอง เขาปฏิเสธไม่ได้ว่า เรือนกายของสาวใต้ร่างกำลังทำให้ธาตุไฟภายในกายแตกซ่าน กลิ่นตัวเธอหอม หอมแบบเฉพาะบุคคลที่ปะปนมากับแป้งฝุ่น
คุณานนท์หลับนอนกับผู้หญิงมานักต่อนัก การเสพสมด้วยท่าทางที่แทบจะเหมือนกัน จะต่างกันก็ตรงกลิ่นกายที่หอมต่างกันไป บางคนหอมจากน้ำหอมราคาแพงยี่ห้อชั้นนำของโลก หรือจากโลชั่นที่ยุคสมัยนี้มักมีส่วนผสมของดอกไม้และหัวน้ำหอม แต่ลัลณ์ลนินไม่ต้องมีตัวช่วย ตัวเธอหอมแบบธรรมชาติที่เขาไม่ได้สัมผัสมานาน กลิ่นที่ได้สัมผัสบวกกับผิวกายเนียนนุ่ม ได้เห็นยอดถันสีสวยงาม อารมณ์ทางเพศเขาพลุ่งพล่านอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และไม่น่าเกิดขึ้นกับภรรยาที่ไม่ต้องการ ที่เขามอบความเกลียดชังให้
เจ้าบ่าวตกอยู่ในอารมณ์โกรธผละจากร่างนวลอนงค์ เขาก้าวลงจากเตียงมายืนริมเตียง เพื่อจัดการกับเสื้อผ้าของตน ขณะที่ถอดอาภรณ์ สายตาคมกล้ามองเรือนร่างเปล่าเปลือยของเจ้าสาว เขายกมุมปากขึ้นข้างหนึ่ง แววตาสะใจกับรอยจ้ำแดงหลายจุดจากฝีมือตน
ลัลณ์ลนินรู้สึกโล่งที่ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มที่ขึ้นชื่อว่าสามีถอยห่างร่างตน ซึ่งเธอก็พอจะเดาออกว่า เขาห่างไปด้วยเหตุผลใด เนื่องจากหางตาเธอมองเห็นเขาถอดเสื้อผ้า หญิงสาวรีบหันหนีภาพที่ทำให้หัวใจตัวเองเต้นถี่แรง ทั้งตื่นเต้นและกลัว เป็นความรู้สึกที่เธอไม่อาจหลีกหนี เป็นความรู้สึกที่ต้องทนเผชิญให้จบ จะเจ็บปวดรวดร้าวกายใจเท่าใดก็ต้องทน
ซึ่งมันไม่จบง่ายๆ
คุณานนท์ก้าวขึ้นมาบนเตียง เขาทำในเรื่องที่ลัลณ์ลนินไม่คาดคิดมาก่อน เขานั่งคร่อมตัวเธอตรงช่วงทรวงอก นำส่วนปลายแก่นกายใหญ่จดจ่อตรงปากของเธอ ลัลณ์ลนินตกใจ หลุบตามองสิ่งนั้น หัวใจเต้นระรัว ไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไรจากตน ก่อนขยับสายตามองหน้าเขา
“อ้าปาก” เขาสั่ง ทว่าคนถูกสั่งไม่ได้ทำตาม คุณานนท์จึงออกคำสั่งอีกรอบ “ฉันบอกให้อ้าปาก ถ้าไม่ทำตามที่ฉันบอก เธอเจอหนักแน่ ครอบครัวเธอก็ด้วย”
ขู่อย่างนี้อีกแล้ว...
ลัลณ์ลนินน้ำตาไหล ปากจิ้มลิ้มติดสั่นค่อยๆ เปิดออกทีละน้อย แล้วเหมือนจะไม่ทันใจคนสั่ง คุณานนท์ดันความยิ่งใหญ่ของเอกบุรุษเข้าไปในปาก ด้วยความยาวของสิ่งนั้นยาวกว่าช่องปากสาว ส่งผลให้ส่วนปลายกระแทกกับคอหอยของเธออย่างตั้งใจ ลัลณ์ลนินสำลักแต่ก็มิอาจผลักไสอวัยวะที่อยู่ในปากออกไปได้ ซึ่งเขาเองก็คงไม่ยอม
ทาสรักนายเหมือง Chapter 30หนึ่งปีสามเดือนต่อมา เสียงทารกเพศหญิงที่กำลังนอนหลับอยู่บนเตียงไม้ร้องดังขึ้น ทำให้คนเป็นพ่อที่กำลังนั่งพับเสื้อผ้าเจ้าของเสียง จำต้องละมือจากงานที่ทำอยู่ มาดูเด็กหญิงปรายฟ้าหรือใบเตย จักรินทร์ใช้ฝ่ามือตบลงก้นของเด็กน้อยเบาๆ หลายครั้ง จนเสียงร้องนั้นเงียบลง หลังจากผ่านเรื่องร้ายในวันนั้น อีกไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ต่อมา เขาได้รับข่าวดีที่สุดในชีวิตว่า ขณะนี้อิงฟ้าได้ตั้งครรภ์หนึ่งเดือน เขาประคบประหงมภรรยาสาวยิ่งกว่าไข่ในหิน เพราะเกรงว่าเธอจะแท้งลูก และใส่ใจดูแลสุขภาพทั้งของคุณแม่ คุณลูกอย่างดี ยิ่งรู้ว่าตนได้ลูกสาว จักรินทร์เห่อหนักกว่าใคร ตกแต่งห้องใหม่ด้วยโทนสีชมพู เครื่องใช้ไม้สอยทุกอย่างใหม่หมด ของเด็กอ่อนที่ลูกสาวเขาต้องใช้มีเต็มห้อง จนอิงฟ้าต้องปรามว่า บางอย่างไม่จำเป็นต้องใช้ก็ไม่ต้องซื้อ ทว่าว่าที่คุณพ่อจอมเห่อเชื่อฟังซะที่ไหน ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ แต่สุดท้ายปรายฟ้าก็เข้ามาอยู่ร่วมห้องเดียวกับบิดามารดา ไม่ได้แยกนอนตามที่คนเป็นพ่อตั้งใจ “ใบเตยตื่นเหรอคะอาดิน เมื่อกี้ฟ้าได้ยินเสียงร้อง” อิงฟ้าเอ่ยถาม ขณะวางของใช้บุตรสาวลงบ
ทาสรักนายเหมือง Chapter 29“นะคะอาดิน ปล่อยอาหลันไปนะคะ ฟ้าไม่เคยขออะไรอาดินเลย วันนี้ฟ้าขอนะคะ อย่าทำอะไรอาหลันเลยนะคะ ที่อาหลันทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ อาดินปล่อยอาหลันนะคะ”อิงฟ้าขยับตัวกอดขาสามี ร้องขอชีวิตบุหลัน จักรินทร์ลดปืนลงมาข้างตัว ประคองอิงฟ้าให้ลูกขึ้นยืน เช็ดน้ำตาบนแก้มนวลเนียน“อาปล่อยได้แค่คนเดียว เรื่องนี้ต้องมีคนรับผิดชอบ” จักรินทร์เอ่ยบอกภรรยาเสียงนุ่ม “อาจะปล่อยหลันไป แต่นุ อาไม่ปล่อย อาจะส่งให้ตำรวจจัดการ ตกลงไหม”อิงฟ้ายิ้มอ่อน พยักหน้ากับการตัดสินใจของสามี เพียงแค่นี้อิงฟ้าก็พอใจแล้ว เธอไม่ต้องการให้มือจักรินทร์เปื้อนเลือด ให้ตำรวจเป็นคนจัดการคนผิด นั่นคือความเหมาะสมที่สุด“ขอบคุณมากค่ะอาดิน ขอบคุณค่ะ”“เธอจะไปไหนก็ไป แต่ชาตินี้เธออย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก ฉันจะให้อภัยให้เธอครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย หากเธอยังคิดชั่ว ทำชั่วอีกล่ะก็ จะไม่มีการให้อภัยอีกแล้ว มีแต่ความตายเท่านั้นที่ฉันจะมอบให้เธอ”จักรินทร์ดันร่างเมียรักออกเพียงนิด ก้มหน้าบอกบุหลันที่เอาแต่ร้องไห้เสียงเยียบเย็น ดวงตายังคงคุกรุ่นด้วยแรงโทสะ“ไม่นะ หลันผิดต่างหาก ฉันไม่ผิด คุณต้องจับหลินส่งตำรวจไม่ใช่ฉันนะ
ทาสรักนายเหมือง Chapter 28อีกด้านหนึ่งเสียงปืนยังคงดังเป็นระยะ วิษณุกับบุหลันหมอบหลบกระสุนบนพื้น สมองของทั้งคู่คิดอ่านใดไม่ออก นอกจากความหวาดกลัวที่วิ่งแล่นเข้าสู่จิตใจ ประพันใช้ความไวและความคล่องตัว หลบกระสุนไปด้วย ยิงสวนไปด้วย ค่อยๆ นำพาตัวเองมาถึงหน้าต่าง ใช้จังหวะหนึ่งพุ่งตัวออกไปทางด้านนอก เป็นจังหวะเดียวกันกับที่จักรินทร์เล็งปืนไปยังประพัน แล้วยิงออกไปทันที“โอ๊ย” เสียงร้องเจ็บดังจากปากประพัน คนถูกยิงล้มตัวลงคลุกฝุ่นบนพื้นดินแสนแข็ง มือหนาจับตรงสะโพกที่ถูกยิง แต่ก็ยังฝืนยืนและเดินกะเผลกหลบหนีไปท่ามกลางความมืดจักรินทร์ไม่คิดจะตามประพัน เพราะคนที่เขาต้องการตัวอยู่ในห้องนี้ และกำลังหวาดกลัวจนลนลาน คลานด้วยเข่าไปนั่งริมห้อง สายตาของวิษณุกับบุหลันมองไปยังจักรินทร์ราวกับว่า กำลังมองเห็นมัจจุราช สาเหตุที่ทั้งสองมองเห็นประกายตาของจักรินทร์ เพราะเวลานี้ แสงนีออนภายในห้องสว่างพรึบ มองเห็นทุกสิ่งอย่างชัดเจน“มึงสองคนกล้ามากนะที่ลักพาตัวฟ้า” จักรินทร์เอ่ยเสียงเหี้ยมเกรียม จ้องเขม็งไปยังสองร่างที่นั่งตัวสั่นไม่วางตา“ฉันผิดไปแล้ว ยกโทษให้ฉันนะ” วิษณุยกมือไหว้จักรินทร์ ดวงตาเหลือกลาน ความก
ทาสรักนายเหมือง Chapter 27อิงฟ้าดีดตัวลุกขึ้นนั่ง มองไปยังประตูห้องที่กำลังเปิดออกด้วยใจเต้นระทึก เพราะเธอไม่รู้ว่า ใครคือคนที่เข้ามาในห้องยามวิกาลเช่นนี้ ตั้งแต่เธอถูกจับตัวมาอยู่ที่นี่ หญิงสาวไม่เคยนอนหลับเต็มตาเลยสักคืน หวาดกลัวไปต่างๆ นานา ได้ยินเสียงอะไรนิดหน่อย ดวงตาก็เปิดออกโดยอัตโนมัติแสงจากไฟฉายที่อยู่ในมือชายร่างสูงใหญ่สองคนที่ก้าวเดินเข้ามาในห้อง ทำให้ความตกใจ ความหวาดระแวงของอิงฟ้าหายเป็นปลิดทิ้ง แต่มีความรู้สึกหนึ่งที่เข้ามาแทนที่คือ เธอเห็นสามีของตัวเองจริงหรือไม่ มันเป็นความฝันหรือความเป็นจริง วินาทีนี้อิงฟ้าแยกแยะไม่ออก จนกระทั่ง...“ฟ้า...ฟ้าของอา” เสียงเรียกจากปากจักรินทร์ สร้างความมั่นใจให้อิงฟ้าได้ในทันทีว่า ไม่ใช่ความฝัน มันคือเรื่องจริง เธอลุกขึ้นยืน วิ่งไปกอดร่างสามีแนบแน่น“อาดิน...ฮือ...อาดินจริงๆ ด้วย”เธอกอดเขา ร้องไห้กับอกแข็งแรงของสามี ไม่คิดไม่ฝันว่าจะเห็นเขาในห้องนี้ เวลานี้“รีบออกไปจากที่นี่กันดีกว่า”จักรินทร์ก็ดีใจเช่นกันที่เห็นเมียรัก อยากจะกอด อยากจะหอมและปลอบประโลมใจแทบขาด ทว่าเวลานี้หน้าสิ่วหน้าขวาน ทุกอย่างยังไม่เรียบร้อย สิ่งแรกที่เขาต้องทำคื
ทาสรักนายเหมือง Chapter 26“กูอยากให้วันพรุ่งนี้เป็นวันนี้เหลือเกิน ไม่รู้ว่าฟ้าจะเป็นยังไงบ้าง” ใจจักรินทร์ร้อนไม่ต่างกับไฟ อาจจะมากกว่าไฟที่กำลังโหมไหม้เสียอีก เขานอนไม่หลับสักคืนนับตั้งแต่อิงฟ้าถูกจับตัวไป หัวใจเสมือนหลุดออกจากตัว กินนอนแทบไม่ได้ อยากเร่งเวลาให้ถึงพรุ่งนี้เร็วๆ“ผมคิดว่า พวกนั้นคงไม่กล้าทำอะไรนายหญิง พวกมันอยากได้เงิน มันก็ต้องดูแลนายหญิงอย่างดี” มืดปลอบใจเจ้านาย“ใช่ครับนายหัว ผมก็คิดเหมือนพี่มืด พรุ่งนี้พอพวกมันได้เงินปุ๊บ ก็ปล่อยนายหญิงปั๊บแน่นอนครับ”เม่นปลอบเจ้านายอีกคน ซึ่งเขารู้ดีกว่าใครว่า วิษณุกับบุหลันไม่มีวันทำร้ายอิงฟ้า หากคิดทำ ความบรรลัยเกิดขึ้นกับสองคนนั้นแน่นอนคำปลอบใจของสองลูกน้องไม่ได้ทำให้จักรินทร์เกิดความสบายใจขึ้นเลย เขาจะสบายใจก็ต่อเมื่อ อิงฟ้ากลับมาอยู่ในอ้อมแขนของตน“เม่น มึงไปทำงานเถอะ ต้องเอาของไปส่งให้เฮียหลีไม่ใช่เหรอ นี่มันจะบ่ายแล้ว รีบไปทำซะให้มันเสร็จๆ”มืดหันมาบอกเม่น เม่นไม่พูดอะไร เขาหมุนตัวเดินออกไปจากบ้าน ไปทำตามหน้าที่ของตน ซึ่งคิดว่า วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่ตนต้องฟังคำสั่งจากคนอื่น นับตั้งแต่พรุ่งนี้ เม่นจะเป็นนายตัวเองด้วยเ
ทาสรักนายเหมือง Chapter 25รถเก๋งกลางเก่ากลางใหม่คันหนึ่งแล่นมาจอดหน้าร้านกาแฟกลางเมืองชุมพร ก่อนที่คนขับรถจะก้าวลงมาโดยอำพรางใบหน้าด้วยการสวมแว่นตาดำและสวมหมวกแก็ป วิษณุหันซ้ายมองขวาอย่างระแวดระวัง จากนั้นจึงเดินเข้าไปในร้านดังกล่าว สั่งกาแฟดื่มและนั่งรอคนที่ตนนัดหมายอยู่มุมร้าน อีกสิบนาทีต่อมารถจิ๊ปของเหมืองอัยราเคลื่อนตัวมาจอดหน้าร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่อยู่ติดกับร้านกาแฟ อึดใจต่อมาร่างสูงโปร่งของเม่นก็ก้าวลงมาจากรถ จุดหมายที่เขาเดินไปคือร้านกาแฟ “ขอโทษทีพี่นุที่มาช้า พอดีผมต้องไปส่งคนงานที่โรงพยาบาล” เม่นขอโทษวิษณุในความล่าช้า “ไม่เป็นไร แค่สิบนาทีเอง” วิษณุตอบกลับ ยกแก้วกาแฟขึ้นดื่ม “ได้เรื่องอะไรบ้าง” “ไอ้ดินเตรียมเงินตามที่พี่ขอไว้เรียบร้อยแล้ว มันไม่ได้บอกตำรวจตามที่พี่ต้องการ และมันก็เตรียมคนของมันไว้สิบกว่าคน อาวุธครบมือด้วยพี่ ถ้าพี่คิดจะตุกติกกับมัน พี่นุก็ระวังหน่อยนะ” เม่นบอกความเคลื่อนไหวของจักรินทร์ให้วิษณุรับรู้ พร้อมกับกล่าวเตือน “กูไม่ตุกติกกับมันให้เปลืองแรงหรอก กูได้เงินกูก็เปิดแล้ว”วิษณุไม







