รอยราคีที่จำยอม

รอยราคีที่จำยอม

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-04-22
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
Belum ada penilaian
20Bab
186Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

“อื้ม!..อย่าค่ะ” เสียงร้องประท้องที่แผ่วเบาแต่สั่นสะท้านนั้นทำเอาเขาพอใจไม่น้อย ลิ้นสากตวัดเลียวนไปรอบๆยอดอกที่มันแข็งเป็นติ่งไตสู้ลิ้น แล้วดูดดื่มเน้นหนักสลับเบาจนคนใต้ร่างแอ่นหยัดและเผลอครางออกมาอย่างลืมตัว “อ้า!..ซีดด” เสียงร้องคราง กายบิดเร่า ทำเอาปริญ แทบครั่ง แกนกายแกร่งแข็งตึงเปรี๊ยะจนแทบจะระเบิด แต่ยังหรอก...ขายังไม่รุกล้ำเธอตอนนี้ แต่จะเล่นกับเหยื่อที่หลงทางเข้ามาในกับดักสวาทของเขาให้หนำใจเสียก่อน

Lihat lebih banyak

Bab 1

ตอนที่ 1: โรงละครโรงใหญ่

แสงไฟระยิบระยับภายในห้องจัดเลี้ยงของโรงแรมหรู ใจกลางกรุงเทพมหานครดูจะสว่างจ้าเกินไปสำหรับ ปานวาด หญิงสาวในชุดเดรสสีขาวสั้นที่ขับเน้นความบริสุทธิ์และวัยสาวของเธอให้โดดเด่น  ท่ามกลางเหล่าผู้ลากมากดีที่มารวมตัวกันในงานวันเกิดของท่านรัฐมนตรี   สำหรับคนนอก นี่คือโอกาสทองที่จะได้กระทบไหล่คนดังแต่สำหรับเธอ มันไม่ต่างจากโรงละครโรงใหญ่

“ยิ้มหน่อยสิลูก วันนี้วันเกิดคุณลุงพิชิตนะ แล้วก็เป็นงานเปิดตัว ชานนท์ ด้วย”   เสียงกำราบเบาๆ จาก ประภาศรี มารดาของเธอทำให้ปานวาดต้องฝืนยกมุมปากขึ้น ชานนท์ ลูกชายคนเดียวของท่านรัฐมนตรีที่เพิ่งเรียนจบ กลับมาจากอังกฤษ คือชายหนุ่มที่ถูกวางตัวให้เป็นคู่หมายของเธอมาตั้งแต่ยังเยาว์วัย 

เขาดูดีในชุดสูทสากล ท่าทางสุภาพเรียบร้อยที่เขาแสดงต่อหน้าผู้ใหญ่นั้นสมบูรณ์แบบเสียจนน่าอึดอัด แต่ปานวาดสัมผัสได้ถึงกำแพงบางอย่างที่เขากั้นเอาไว้เสมอ

“ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งนะครับปานวาด”  ชานนท์เอ่ยทักทายพร้อมรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา  ข้างกายเขามีชายหนุ่มชาวต่างชาติรูปร่างสูงใหญ่นามว่า มาคัส ซึ่งถูกแนะนำว่าเป็นเพื่อนสนิทที่ตามมาเที่ยวเมืองไทยด้วย  ตลอดทั้งงาน ปานวาดรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงเครื่องประดับชิ้นหนึ่งที่ต้องคอยยกมือไหว้แขกเหรื่อจนเมื่อยล้า เธอเบื่อหน่ายการปั้นหน้าเข้าหากัน  การชื่นชมจอมปลอมที่พ่นใส่กันราวกับการหาเสียงเลือกตั้ง  ในจังหวะที่บิดาและมารดากำลังเพลิดเพลินกับการสนทนาเรื่องธุรกิจน้ำดื่มเจ้าใหญ่ของครอบครัว

หญิงสาวจึงฉวยโอกาสหลีกเร้นออกมาจากความวุ่นวาย เธอต้องการอากาศบริสุทธิ์ ต้องการพื้นที่ ที่ไม่มีสายตาจับจ้อง ปานวาดเดินเลี่ยงออกไปยังระเบียงมุมลับตาคนของโรงแรม โดยไม่รู้เลยว่าการก้าวเดินออกจากความวุ่นวายในครั้งนี้ จะนำพาเธอไปสู่โชคชะตาที่เปลี่ยนชีวิตไปตลอดกาล ลายลมแห่งค่ำคืนของเมืองกรุง  ที่ไม่ได้มีความบริสุทธิ์ของอากาศ ปะทะใบหน้า

แต่ก็ยังชวนให้รู้สึกผ่อนคลายกว่าอยู่ในงานเลี้ยง แต่แล้วหูของเธอกลับได้ยินเสียงกระซิบกระซาบที่คุ้นเคยมาจากเงามืดใกล้ๆ “ชานนท์ นี่ยูจะต้องแต่งงานกับยัยตุ๊กตาบาร์บี้นั่นจริงๆ เหรอ ไอไม่ยอมหรอกนะ”

เสียงของมาคัสสั่นเครือด้วยความน้อยใจ “ยูใจเย็นๆ ก่อนสิ นี่มันแค่งานวันเกิดของ Daddy เท่านั้นเอง ก็เป็นการแนะนำให้รู้จักกัน ในสังคมไทยก็เป็นแบบนี้แหละไอซั่มกับชะนีไม่ได้หรอกยูก็รู้”  คำพูดที่หลุดออกมาจากปากของชายหนุ่มที่ผู้ใหญ่หมายมั่นปั้นมือให้เป็นสามีในอนาคต  ทำให้ปานวาดตัวชาวาบเหมือนถูกสาด

ความจริงที่ปรากฏตรงหน้าผ่านเงามืดที่ระเบียงนั้นรุนแรงยิ่งกว่าพายุ ภาพชานนท์ที่กำลังแลกลิ้นกับมาคัสอย่างดูดดื่มโดยไม่แคร์สายตาใคร คือหลักฐานชั้นดีว่าชีวิตคู่  ที่พ่อแม่วาดฝันไว้นั้นเป็นเพียงเรื่องลวงโลก เธอยืนนิ่ง ลมหายใจติดขัด ไม่ใช่เพราะความเสียใจ แต่เป็นความตื่นตระหนกและสับสน ปานวาดรู้ดีว่าหากเดินกลับไปบอกใครตอนนี้คงไม่มีใครเชื่อคำพูดของเด็กอย่างเธอ  มือบางสั่นเทาขณะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพื่อบันทึกภาพความลับนี้ไว้เป็นเกราะป้องกันตัววาบ!แสงแฟลชจากตัวเครื่องสว่างขึ้นท่ามกลางความมืดโดยไม่ได้ตั้งใจ!

“ใครน่ะ!” เสียงตวาดของชานนท์ดังขึ้นพร้อมกับที่เขารีบผละออกจากมาคัส  ปานวาดไม่รอช้า  เธอหมุนตัวออกวิ่งหนีทันที หัวใจเต้นรัวแรงจนแทบจะหลุดออกมานอกอก  เธอไม่ได้วิ่งกลับเข้าไปในงาน เพราะรู้ดีว่านั่นคือทางตันที่พวกเขาจะดักทางได้ง่ายเกินไป  หญิงสาวตัดสินใจวิ่งลงบันไดหนีไฟแทนการใช้ลิฟต์ ความมืดและเสียงฝีเท้าที่ไล่หลังมาทำให้ความกลัวเกาะกินใจ เมื่อลงมาถึงชั้นที่หก เธอเห็นประตูห้องหนึ่งแง้มไว้เพียงนิดเดียว ด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอด ปานวาดจึงแทรกตัวเข้าไปข้างในและปิดประตูลงอย่างเงียบเชียบที่สุด  ภายในห้องนั้นมืดสลัว มีเพียงแสงไฟจากโคมไฟหัวเตียงที่ส่องสว่างรำไร เธอพยายามบังคับลมหายใจให้เบาที่สุด แผ่นหลังแนบสนิทกับบานประตูที่เพิ่งปิดลง  

แต่แล้ว... เสียงเปิดประตูห้องน้ำก็ดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับร่างกำยำของชายคนหนึ่งที่ก้าวออกมา  โดยมีเพียงผ้าเช็ดตัวพันกายหมิ่นเหม่ หยดน้ำยังเกาะพราวบนผิวแกร่ง และแผงอกกว้าง เขาสบตาเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความพึงใจและคุกคามในเวลาเดียวกัน  “สาวไซด์ไลน์สมัยนี้สวยน่ารักยังกับคุณหนูแนะ ดูแต่งเนื้อแต่งตัวก็ไม่ใช่ไก่กา”  น้ำเสียงแหบพร่าของผู้ชายแปลกหน้าคนนั้นเต็มไปด้วยกลิ่นอายขอแอลกอฮอล์และความต้องการ ปานวาดอ้าปากค้าง ความกลัวครั้งใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมกำลังจู่โจมเธอในห้องมืดแห่งนี้..

ริมฝีปากบางสั่นระริก ปานวาดพยายามจะเปล่งเสียงปฏิเสธ แต่ความหวาดกลัวที่สลักลึกทำให้ลำคอแห้งผากเหมือนผืนทราย พ่อเลี้ยงปริญขยับกายเข้าหา ความร้อนผ่าวจากร่างกายกำยำที่คละคลุ้งด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์เข้มข้นแผ่ซ่านออกมา กดดันร่างบางที่ถูกต้อนจนมุมอยู่ติดบานประตู แววตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความต้องการจ้องมองไปยังลำคอระหงและไหล่มนที่โผล่พ้นชุดเดรสสีขาว ขาหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นฟังดูเหมือนเสียงคำรามของราชสีห์ที่เจอเหยื่อ อันโอชะ “ไม่ต้องทำท่าทางตื่นกลัวขนาดนั้นหรอกน่า รับงานมาแล้วก็น่าจะรู้หน้าที่ดีนี่นา” เขาพูดพลางยื่นมือหนามาลูบไล้เส้นผมที่ตกลงมาปรกดวงตาของเธออย่างถือวิสาสะ  “มะ...ไม่ใช่ค่ะ ฉันไม่ใช่คนแบบนั้น”

เธอพยายามรวบรวมความกล้าพูดออกไปด้วนน้ำเสียงตะกุกตะกัก  พลางขยับหนีจากการเกาะกุม แต่ก็ไปไหนไม่ได้ไกลเพราะพื้นที่ห้องที่จำกัดและร่างกายแกร่งที่ขวางทางไว้ ปริญเลิกคิ้วขึ้นอย่างท้าทาย ความเมามายทำให้สติสัมปชัญญะของเขาลดลง จนเหลือเพียงสัญชาตญาณดิบ เขาคิดว่าการขัดขืนนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของละครราคาแพงที่เอเจนซี่สั่งให้เด็กพวกนี้เล่นเพื่ออัปค่าตัวให้สูงขึ้น ยิ่งเห็นแววตาตื่นตระหนกที่คลอด้วยหยาดน้ำตา เขากลับยิ่งรู้สึกอยากเอาชนะและลิ้มลองรสชาติของแม่สาวน้อยคนนี้ให้เร็วขึ้น  “แสดงได้เก่งนี่ จะเรียกอีกกี่หมื่นล่ะถึงจะยอมเลิกเล่นบทคุณหนูหลงทางเสียที”

เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบชิดติดกัน กลิ่นวิสกี้ที่ผสมกับกลิ่นกายชายทำเอาปานวาดเริ่มหายใจติดขัด  ขณะที่ความตึงเครียดภายในห้องพุ่งสูงขึ้น เสียงฝีเท้าหนักๆ จากภายนอกก็ดังสะท้อนมาตามทางเดินหนีไฟที่เธอเพิ่งวิ่งผ่านมา เสียงนั้นหยุดลงที่หน้าห้องพัก “ชานนท์! ยูแน่ใจนะว่าเห็นยัยนั่นวิ่งมาทางนี้” เสียงของมาคัสตะโกนถามด้วยความหงุดหงิดดังลอดเข้ามาถึงข้างใน

“ฉันเห็นผมสีดำแวบเข้าประตูมา แถวนี้มีไม่กี่ห้องหรอกที่เปิดทิ้งไว้ หาให้เจอ! ถ้าคลิปนั้นหลุดออกไปเราฉิบหายกันหมดแน่!”  เสียงของชานนท์เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดและกดดัน ปานวาดสะดุ้งสุดตัว หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธออยู่ตรงกลางระหว่างเสือโคร่งในห้องที่กำลังจะขย้ำเธอ กับหมาป่าข้างนอกห้องที่จ้องจะทำลายชีวิตเธอเพื่อปกปิดความลับ หากชานนท์พังประตูเข้ามาเห็นเธอในสภาพนี้กับผู้ชายกึ่งเปลือย ทุกอย่างจะยิ่งเลวร้ายลงไปอีก“ช่วย...ช่วยฉันด้วยค่ะ” เธอหันไปกระซิบอ้อนวอนผู้ชายตรงหน้าด้วย

สายตาน่าเวทนา หวังว่าความสุภาพบุรุษที่อาจจะยังหลงเหลืออยู่ในตัวเขาจะช่วยเธอได้ แต่ปริญกลับกระตุกยิ้มมุมปาก เขาไม่สนใจเสียงนกเสียงกาข้างนอกนั่นเลยแม้แต่นิดเดียว สิ่งเดียวที่เขาสนใจคือเรือนร่างหอมกรุ่นที่อยู่ตรงหน้า “ช่วยงั้นเหรอ? ได้สิ ฉันจะช่วยให้เธอได้ทำ ‘งาน’ ของเธอให้จบๆ ไปไงล่ะ” ไม่พูดเปล่า มือหนารวบเอวบางเข้าหาตัวอย่างแรงจนร่างกายของทั้งคู่บดเบียดกันจนไม่เหลือแม้ช่องว่าง

หญิงสาวอ้าปากจะกรีดร้องแต่ก็ถูกฝ่ามือใหญ่อีกข้างปิดกั้นไว้ได้ทันควัน เขาอุ้มร่างเธอขึ้นอย่างง่ายดายก่อนจะโยนลงบนเตียงกว้างอย่างไม่เบามือนัก  ความมืดสลัวในห้องกลายเป็นม่านพรางตาชั้นดีที่ปกปิดตราบาปที่กำลังจะเกิดขึ้น  โดยที่คนข้างนอกไม่มีวันรู้เลยว่าเหยื่อที่พวกเขากำลังตามหา กำลังติดอยู่ในบ่วงเสน่หาที่ร้อนแรงและอันตรายยิ่งกว่าสิ่งใด

โรงละครโรงใหญ่ที่เธอพยายามหนีออกมา กลับกลายเป็นบทเริ่มต้นของนิยายชีวิตเรื่องใหม่ที่เธอต้องจ่ายด้วยราคาสูงลิ่ว... และรอยราคีที่เธอต้องจำยอมในคืนนี้จะกลายเป็นรอยประทับที่ฝังลึกไปชั่วนิรันดร์

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
20 Bab
ตอนที่ 1: โรงละครโรงใหญ่
แสงไฟระยิบระยับภายในห้องจัดเลี้ยงของโรงแรมหรู ใจกลางกรุงเทพมหานครดูจะสว่างจ้าเกินไปสำหรับ ปานวาด หญิงสาวในชุดเดรสสีขาวสั้นที่ขับเน้นความบริสุทธิ์และวัยสาวของเธอให้โดดเด่น ท่ามกลางเหล่าผู้ลากมากดีที่มารวมตัวกันในงานวันเกิดของท่านรัฐมนตรี สำหรับคนนอก นี่คือโอกาสทองที่จะได้กระทบไหล่คนดังแต่สำหรับเธอ มันไม่ต่างจากโรงละครโรงใหญ่“ยิ้มหน่อยสิลูก วันนี้วันเกิดคุณลุงพิชิตนะ แล้วก็เป็นงานเปิดตัว ชานนท์ ด้วย” เสียงกำราบเบาๆ จาก ประภาศรี มารดาของเธอทำให้ปานวาดต้องฝืนยกมุมปากขึ้น ชานนท์ ลูกชายคนเดียวของท่านรัฐมนตรีที่เพิ่งเรียนจบ กลับมาจากอังกฤษ คือชายหนุ่มที่ถูกวางตัวให้เป็นคู่หมายของเธอมาตั้งแต่ยังเยาว์วัย เขาดูดีในชุดสูทสากล ท่าทางสุภาพเรียบร้อยที่เขาแสดงต่อหน้าผู้ใหญ่นั้นสมบูรณ์แบบเสียจนน่าอึดอัด แต่ปานวาดสัมผัสได้ถึงกำแพงบางอย่างที่เขากั้นเอาไว้เสมอ“ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งนะครับปานวาด” ชานนท์เอ่ยทักทายพร้อมรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา ข้างกายเขามีชายหนุ่มชาวต่างชาติรูปร่างสูงใหญ่นามว่า มาคัส ซึ่งถูกแนะนำว่าเป็นเพื่อนสนิทที่ตามมาเที่ยวเมืองไทยด้วย ตลอดทั้งงาน ปานวาดรู้สึกเหมือนตัวเองเป็
Baca selengkapnya
บทที่ 2:  ความลับหลังประตู nc
ความเงียบที่ปกคลุมอยู่ภายในห้องพักมืดสลัวนั้น ชวนให้รู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ปานวาดนอนนิ่งอยู่บนเตียงกว้างที่นุ่มเด้ง แม้จะถูกโยนลงมาอย่างแรงแต่ก็ไม่ได้ทำให้เธอเจ็บจุกนัก แต่ความกลัวก็ทำเอาเธอหัวใจเต้นกระหน่ำรัวราวกองศึกที่ตีระรัวอยู่กลางอก สายตาที่เริ่มชินกับความมืดมองเห็นเงาร่างกำยำของชายแปลกหน้าที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ กลิ่นอายของแอลกอฮอล์เข้มข้นที่แผ่ออกมาจากตัวเขามันรุนแรงจนทำให้เธอรู้สึกมึนงงและหวาดกลัวไปพร้อมๆ กัน "ช่วย!... ได้โปรดกรุณา อย่าทำอะไรฉันเลยนะคะ" เธอพยายามกระซิบอ้อนวอนด้วยเสียงที่สั่นเครือ น้ำตาอุ่นๆ เริ่มรินไหลออกจากหางตาเมื่อตระหนักว่าสถานการณ์ในตอนนี้มันเกินกว่าที่ผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างเธอจะควบคุมได้แต่ดูเหมือนคำอ้อนวอนนั้นจะส่งไปไม่ถึงโสตประสาทของคนเมา พ่อเลี้ยงปริญที่กำลังถูกแอลกอฮอล์และอารมณ์ดิบเข้าครอบงำ กลับมองว่าหยดน้ำตาและการสั่นสะท้านนั้นคือการแสดงที่สมจริงจนน่าประทับใจ เขาหัวเราะหึในลำคอ มือหนาคว้าข้อมือทั้งสองข้างของเธอรวบขึ้นเหนือศีรษะด้วยมือเดียว แรงบีบนั้นมหาศาลจนเธอรู้สึกเจ็บร้าวไปถึงกระดูก"บอกแล้วไงว่าอย่ามาทำเป็นไม่เคย แสดงได้ดีขนาดนี้
Baca selengkapnya
บทที่ 3 กำลังจะขึ้นสวรรค์ แต่กลับถูกกระชากลงนรก nc
ในขณะที่แม่แมวน้อยกำลังเคลิบเคลิ้ม เขาก็ปลดชุดออกอย่ารีบร้อนสองมือหนาบีบเคล้นดูดดื่มทรวงเต้าอย่างหลงไหล คนใต้ร่างยิ่งบิดเร่าครวญคราง อารมณ์ปราถนาของพ่อเลี้ยงหนุ่มยิ่งพลุ่งพล่าน สองมือหนาปัดป่านลูบไล้ไปทั่วร่างสาวที่บัดนี้อ่อนระทดระทวยราวกันต้องมนต์เขาละใบหน้าจากซอกคอซุกไซ้โลมเลียงลงมาจนถึงหน้าท้องแบนราบ มีร่องสิบแอดขึ้นเล็กน้อยอย่างสวยงาม บ่งบอกว่าเจ้าของร่างดูแลตัวเองดีแค่ไหน มือใหญ่ลูบไล้ปัดป่ายไปจนถึงดอกไม้งามที่ปัดนี้คายน้ำหวานจนชื้นแฉะ ความนุ่มนิ่มอวบอูมทำให้เขาต้องเลื่อนหน้าลงไปมอง แสงไฟสลัวจากห้องน้ำที่เปิดแง้มไว้ เผยให้เห็นความงดงามที่ซ่อนไว้ในรูปร่างบอบบางได้อย่างชัดเจน“อย่าค่ะ...ได้โปรด พอเถอะนะคะ อย่าทำต่ออีกเลย” ปานวาดกล่าวก่อนที่จะพยายามชันกายให้ลุกขึ้น พ่อเลี้ยงหนุ่มกลับฝังหน้าลงกับร่องสวาทในทันที ลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดลงมาในขณะที่เขากำลังดมดอมหอมเอากลิ่นขายสาวที่สะอาด แต่กลับแฝงไปด้วยกลิ่นฟีโลโมนที่กระตุ้นฝ่ายตรงข้าม ทำให้เขาอยากจะขย้ำกลืนเธอลงท้องไปเสียเดี๋ยวนี้สองนิ้วใหญ่ชำแรกรอยแยกที่ปิดสนิด เผยให้เห็นเกสรน้อยที่กำลังคายน้ำหวาน ภายในร่องหลืบดูชุ่มฉ่ำเจิ่งน
Baca selengkapnya
ตอนที่ 4: ราคีที่มองไม่เห็น
แสงสลัวของยามรุ่งสางที่ลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านหนาหนักภายในห้องพักหรู เริ่มทำหน้าที่ขับไล่ความมืดมิดของค่ำคืนที่แสนยาวนานออกไปทีละน้อย ทว่าแสงนั้นกลับไม่ได้นำพาความสดใสมาให้คนบนเตียงเลยแม้แต่นิดเดียว ปานวาด ค่อยๆลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก เปลือกตาของเธอยังคงหนักอึ้งและบวมช้ำจากการร้องไห้ความรู้สึกแรกที่จู่โจมเข้ามาคือความเจ็บระบมที่ใจกลางกึ่งกลางกายสาว และความปวดหนึบที่ขมับราวกับมีใครเอาค้อนมาทุบแรงๆ เธอนอนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง พยายามประมวลเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ราวกับหวังว่าเรื่องทั้งหมดจะเป็นเพียงฝันร้ายที่ตื่นมาแล้วจะมลายหายไป ทว่าสัมผัสจากท่อนแขนแกร่งที่พาดทับอยู่บนเอวบาง และกลิ่นอายกายชายที่ยังคงอบอวลอยู่บนหมอนกลับเป็นเครื่องยืนยันความจริงที่แสนโหดร้ายและเจ็บปวดหญิงสาวค่อยๆ เบือนหน้าไปมองคนข้างกาย พ่อเลี้ยงปริญยังคงหลับสนิท ใบหน้าคมเข้มยามหลับใหลดูไร้พิษสง ผิดกับซาตานร้ายที่ขย้ำเธออย่างป่าเถื่อนเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ น้ำตาอุ่นๆ ไหลรินลงทางหางตาอีกครั้ง เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นรอยเลือดสีแดงคล้ำที่เปรอะเปื้อนอยู่บนผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาด รอยราคีที่เป็นหลักฐานแห่งการสูญเสียสิ่งสำคัญที
Baca selengkapnya
ตอนที่ 5: แผนการเปิดโปง
ภายในคฤหาสน์หรูของตระกูลวรโชติ บรรยากาศกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดจนน่าอึดอัด คุณวิทยา และ คุณประภาศรี นั่งรอคอยบุตรสาวเพียงคนเดียวด้วยความกระวนกระวายใจ หลังจากที่ปานวาดหายตัวไปอย่างลึกลับในช่วงท้ายของงานเลี้ยงวันเกิดท่านรัฐมนตรี กว่าที่เธอจะกลับมาถึงบ้านก็ฟ้าสาง พร้อมด้วยสภาพที่ดูไม่จืด ใบหน้าหวานซีดเผือด ดวงตาบวมช้ำ และท่าทางที่ดูตื่นตระหนกจนผู้เป็นแม่สัมผัสได้ถึงความผิดปกติ“ยัยปาน! หายไปไหนมาลูก รู้ไหมว่าแม่กับพ่อตามหากันให้วุ่นไปหมด ท่านรัฐมนตรีกับชานนท์เขาก็ตกใจที่คุณหนูอย่างลูกหายไปกลางคันแบบนั้น” ประภาศรีเอ่ยขึ้นทันทีที่เห็นหน้าบุตรสาว น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตำหนิปนความเป็นห่วง ปานวาดนิ่งเงียบ เธอพยายามเลี่ยงสายตาคมกริบของบิดาที่จ้องมองมาอย่างต้องการคำตอบ “ปาน... ปานปวดหัวมากค่ะแม่ ปานขอขึ้นไปพักก่อนนะคะ” เธอพยายามจะเลี่ยงเดินขึ้นบันได แต่เสียงตวาดก้องของวิทยาทำให้เธอต้องหยุดชะงัก “หยุดเดี๋ยวนี้ปานวาด! พ่อต้องการรู้ความจริงว่ามันเกิดอะไรขึ้น ชานนท์บอกว่าเขาเห็นลูกวิ่งหนีออกมาจากงานเหมือนกลัวอะไรบางอย่าง แล้วลูกหายไปอยู่ที่ไหนมาทั้งคืน บอกพ่อมาเดี๋ยวนี้!” แรงกดดันจาก
Baca selengkapnya
บทที่ 6: ดินแดนแห่งมนต์ขลัง
เสียงประกาศเที่ยวบินจากลำโพงของสนามบินนานาชาติเอดินบะระดังขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่ขุ่นมัวด้วยไอหมอกหนา ปานวาดก้าวเท้าออกมาจากอาคารผู้โดยสารด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้งภายในอก อากาศที่นี่หนาวเหน็บกว่าที่เธอจินตนาการไว้มากลมแรงพัดมาปะทะใบหน้าจนผิวแก้มที่เคยเป็นสีชมพูระเรื่อเริ่มซีดเผือดหญิงสาวกระชับเสื้อโค้ตตัวหนาของแบรนด์เนมระดับโลกเข้าหาตัว พลางลากกระเป๋าเดินทางใบโตมุ่งหน้าไปยังจุดนัดพบที่เธอหวังว่าจะได้พบกับใครบางคนที่เปรียบเสมือนที่พึ่งสุดท้ายในชีวิต “ไอริณ! ทางนี้ลูก!” เสียงเรียกที่เปี่ยมไปด้วยความอาทรดังขึ้นจากหญิงสูงวัยที่ยังคงความสง่าในชุดสีเอิร์ธโทนเรียบหรูชาล็อต สูตินารีแพทย์ สาวโสดแม่ทูนหัวผู้ครองตัวเป็นอิสระมาจนถึงปัจจุบัน ยืนรอรับลูกสาวด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่นที่สุดเท่าที่ปานวาดเคยได้รับ ทันทีที่เห็นหน้ากัน หญิงสาวก็โผเข้ากอดชาล็อตอย่างไม่แคร์สายตาใคร ความเข้มแข็งที่เธอพยายามฝืนปั้นแต่งมาตลอดทางที่นั่งเครื่องบินยาวนานกว่าสิบหกชั่วโมงพังทลายลงในอ้อมกอดนี้“คิดถึงที่สุดเลยค่ะชาล็อต” ปานวาดพึมพำเสียงสั่นเครือ เรียกชื่อแม่ทูนหัวด้วยความสนิทสนมและยกย่องที่เธอไว้วางใจที่สุด “แม
Baca selengkapnya
ตอนที่ 7: มื้อค่ำใต้แสงเทียนและเงาอดีต
บรรยากาศภายในห้องรับประทานอาหารของบ้านพักเก่าแก่ในเอดินบะระคืนนี้ดูจะเงียบเชียบกว่าปกติ แสงจากเชิงเทียนสีทองอร่ามที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางโต๊ะไม้โอ๊กตัวยาวทอดเงาวูบวาบไปตามผนังหิน กลิ่นหอมของสเต็กเนื้อลิฟอายย่างสมุนไพรและไวน์แดงรสเลิศควรจะทำให้แขกผู้มาเยือนรู้สึกผ่อนคลาย แต่สำหรับ ไอริณ หรือปานวาดแล้ว เธอกลับรู้สึกเหมือนกำลังถูกหลอกหลอนด้วยฝันร้ายในอดีตหญิงสาวสวมชุดลำลอง เป็นเสื้อไหมพรมแขนยาวสีครีมที่ช่วยขับผิวขาวจัดของเธอให้ดูโดดเด่นท่ามกลางแสงไฟสลัว เธอพยายามก้มหน้าก้มตาจัดการกับอาหารในจานของตัวเอง หลีกเลี่ยงการสบตากับชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างสุดความสามารถ ทว่าความรู้สึกอึดอัดที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงสง่าของ จอร์น กลับคอยรบกวนจิตใตของเธออยู่ตลอดเวลา“ไอริณจ๊ะ ลองทานซอสเหรดไวน์ฝีมือจอร์นดูสิลูก เขาตั้งใจทำมากเลยนะ จอร์นเขาเรียนทำอาหารพื้นเมืองของที่นี่มาจนคล่องเลยล่ะ” ชาล็อตเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสดใส หวังจะทำลายความเงียบที่ปกคลุมโต๊ะอาหาร ปานวาดจำใจต้องเงยหน้าขึ้นและตักซอสราดลงบนเนื้อเบาๆ “ขอบคุณค่ะชาล็อต ขอบคุณนะคะคุณจอร์น”“ด้วยความยินดีครับคุณไอริณ หวังว่ารสชาติคงจะ
Baca selengkapnya
ตอนที่ 8: สงครามประสาทในเมืองเก่า
อากาศยามสายในย่านโอลด์ทาวน์ (Old Town) ของเมืองเอดินบะระนั้นเย็นเยียบจนเห็นเป็นไอสีขาวจางๆ ยามที่ลมหายใจพ่นออกมา ถนนรอยัลไมล์ (Royal Mile) ที่ปูด้วยหินเก่าแก่และแวดล้อมด้วยอาคารหินทรายสีเข้มสไตล์ยุคกลาง ดูเข้มขลังและมีเสน่ห์ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก แต่สำหรับไอริณ ที่กำลังเดินเคียงคู่ไปกับร่างสูงของจอร์น เธอกลับไม่ได้รู้สึกถึงความสุนทรีเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อยหญิงสาวสวมชุดกันหนาวจัดเต็มด้วยเสื้อสะเวตเตอร์ไหมพรมสีครีมทับด้วยโค้ตยาวสีน้ำตาล และผ้าพันคอขนมิ้งค์ที่ชาล็อตมอบให้ก่อนออกจากบ้าน ใบหน้าสวยถูกปกปิดด้วยแว่นกันแดดอันโตเพื่อซ่อนแววตาที่เต็มไปด้วยความระแวดระวัง“คุณไอริณดูเงียบไปนะครับ ไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้เหรอ?” จอร์นเอ่ยถามขณะที่ทั้งคู่กำลังเดินผ่านตรอกแคบๆ ที่เรียกว่า ‘โคลส’ (Close) ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่“เปล่าค่ะ ฉันแค่กำลังคิดว่ามนต์ขลังของที่นี่มันดู... น่ากลัวมากกว่าน่าหลงใหล เหมือนมีบางอย่างซ่อนอยู่ภายใต้ความสวยงามเหล่านี้นะคะ”เธอตอบโดยไม่หันไปมองเขา“บางทีสิ่งที่ซ่อนอยู่ อาจจะเป็นแค่ความทรงจำที่ใครบางคนอยากจะลืมก็ได้นะครับ” จอร์นกระตุกยิ้มมุมปาก สายตาคมจับ
Baca selengkapnya
ตอนที่ 9: คำทำนายของผู้หญิงเฟย์
นี่คือพรสวรรค์ที่ตกทอดมาตามสายเลือดของ ‘ผู้หญิงเฟย์’ (Fae Women) บรรพบุรุษของเธอเชื่อว่าโชคชะตาไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือเส้นด้ายที่ถูกปั่นและทอไว้ล่วงหน้า และหน้าที่ของเธอคือการมองเห็นรอยต่อของเส้นด้ายเหล่านั้นเพื่อชี้นำทางที่ควรจะเป็น “เลือด. และน้ำตา.” ชาล็อตพึมพำเบาๆ เมื่อภาพในลูกแก้วเริ่มชัดเจนขึ้นเธอมองเห็นเงาของชายหนุ่มและหญิงสาวที่เดินสวนกันท่ามกลางสายหมอกของเอดินบะระ แม้ใบหน้าจะพร่าเลือนแต่ความรู้สึกที่แผ่ออกมากลับรุนแรงและบีบคั้น ใจกลางของเงาเหล่านั้น มันมีความลับดำมืดที่ถูกปกปิดด้วยความละอายใจ รอยร้าวที่เกิดขึ้นในคืนที่มืดมิดที่สุดกำลังขยายตัวออกและกลายเป็นกำแพงหนาที่กั้นกลางระหว่างคนทั้งสอง ชาล็อตถอนหายใจยาว ความเจ็บปวดของไอริณและความรู้สึกผิด ที่ซ่อนอยู่ในแววตาของปริญนั้นรุนแรงกว่าที่เธอคาดคิดไว้มาก ในขณะเดียวกันที่ชั้นบนของบ้าน ไอริณยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้นวมอยู่ริมหน้าต่างห้องนอน มองออกไปเห็นดวงดาวที่พราวระยับท่ามกลางความมืดมิดและป่าสน ฝั่งห้องนอนเธอไม่มีเงาของปราสาทเอดินบะระที่ตั้งตระหง่านอยู่ใต้แสงจันทร์ที่ซีดเผือด เพราะอยู่คนละฝั่งกับปริญความสับสนจาก
Baca selengkapnya
ตอนที่ 10: อุบัติเหตุเปลี่ยนชีวิต
เช้าวันต่อมา ท้องฟ้าเหนือเมืองเอดินบะระถูกปกคลุมด้วยกลุ่มเมฆสีเทาทะมึนสลับกับแสงแดดอ่อนๆ ที่พยายามลอดผ่านลงมา หิมะที่เริ่มโปรยปรายเมื่อคืนทิ้งร่องรอยสีขาวบางๆ ไว้ตามยอดหญ้าและโขดหิน จอร์นยืนรอหญิงสาวอยู่ที่หน้าบ้านพักด้วยชุดเดินป่าที่ดูทะมัดทะแมง เขามองร่างบางของไอริณที่เดินออกมาในชุดที่รัดกุมขึ้นกว่าเมื่อวาน แต่ใบหน้าของเธอยังคงมีความวิตกกังวลประดับอยู่ไม่จางหาย“วันนี้เราจะไปอาร์เธอร์สซีต (Arthur's Seat) กันนะครับ อากาศข้างบนนั้นค่อนข้างดีแต่รับรองว่าวิวจะทำให้คุณลืมความทุกข์ทุกอย่างได้” จอร์นเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้อบอุ่นที่สุด ไอริณเพียงแต่พยักหน้าเบาๆ เธอยังคงรักษาระยะห่างไว้อย่างเหนียวแน่น ความฝันและคำทำนายของชาล็อตเมื่อคืนยังคงรบกวนจิตใจเธอไม่เลิกรา การต้องอยู่กับเขาตามลำพังท่ามกลางหุบเขาที่อ้างว้างดูจะเป็นบททดสอบที่หนักหนาเกินไปสำหรับเธอในตอนนี้ การเดินทางขึ้นสู่ยอดเนินเขาภูเขาไฟเก่าแก่เริ่มขึ้นอย่างช้าๆ ทางเดินหินที่ค่อนข้างชันและลื่นจากเกล็ดหิมะทำให้ไอริณต้องใช้สมาธิอย่างมาก จอร์นเดินนำหน้าอยู่ไม่ไกล เขามักจะหยุดรอและยื่นมือมาหมายจะช่วยพยุง แต่ทุกครั้งเธอก็
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status