LOGINตอนนี้ฉันกำลังนั่งอยู่บนรถตู้คันหรู โดยมีคู่หมั้นอย่างเฟยหลงนั่งนิ่งเงียบอยู่ตรงเบาะที่นั่งข้างๆกันโดยสายตาของฉันจ้องมองออกไปยังวิวด้านนอกที่มีตึกอาคารพาณิชย์เรียงรายอยู่เป็นจำนวนมาก
รถยนต์ที่แล่นผ่านไปมา รวมทั้งผู้คนกำลังเดินพลุกพล่านจับจ่ายใช้สอยและใช้ชีวิตดูไม่แตกต่างกันกับโลกที่ฉันจากมาเลยสักนิดเดียวเพียงแต่จะมีเสื้อผ้าที่ดูแปลกตาไปทางเชื้อสายจีนแบบร่วมสมัย นี่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นโลกคู่ขนานหรือเปล่านะ ฉันคงจะต้องปรับตัวเองเพื่อให้กลมกลืนกับพวกเขาให้มากที่สุดระหว่างที่ฉันกำลังนั่งคิดถึงการมีชีวิตรอดบนโลกใบใหม่อย่างเพลินๆก็ได้ยินเสียงเข้มดุเอ่ยดังแทรกขึ้นมา
“ต้องการให้ฉันไปส่งที่บ้านของท่านเจ้าสัวหรือจะกลับบ้านเลย” เฟยหลง เอ่ยถามขึ้นมา พร้อมกับเหลือบสายตามองไปยังหญิงสาวด้านข้างของเขาอย่างคนจับผิด เพราะหลังจากที่หลินหลิน ฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง พฤติกรรมต่างๆที่แสดงออกกับเขา มันทำให้ตัวของเขาเองรู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อยและจากการสอบถามคุณหมอที่รักษาก็บอกว่า เธอหยุดหายใจไปเกือบสองนาทีอาจจะเกิดภาวะแทรกซ้อนทำให้ความจำเสื่อมชั่วคราวก็เป็นได้
“....” ฉันนิ่งเงียบไม่พูดตอบกลับ เพราะไม่รู้ว่าตาบ้านี่กำลังพูดกับใคร
“ฉันถามเธอไม่ได้ยินหรือไง หลินหลิน”
“อ้าว..คุณถามฉันเหรอ ฉันนึกว่าคุณคุยคนเดียวเสียอีก”ฉันหันไปพูดตอบเฟยหลงด้วยสีหน้าและแววตาเต็มไปด้วยความยียวน
“สรุปจะให้ฉันไปส่งที่ไหน” เฟยหลง ที่ได้ยินคำตอบและท่าทางกวนประสาทของหลินหลินก็รู้สึกหงุดหงิดใจขึ้นมาเล็กน้อย จึงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เข้มขึ้นราวกับข่มอารมณ์ของตัวเองไว้
“ปกติฉันอยู่ที่ไหน ก็ไปที่นั่นแหละ” ฉันพูดตอบแบบส่งๆ เพราะฉันก็ไม่รู้ว่า หลินหลินคนเดิมพักอยู่ที่ไหนเหมือนกัน ก่อนจะต้องสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงของเฟยหลงเอ่ยสวนดังขึ้นมา
“อี้หยาง กลับบ้าน!!”
ฉันที่ได้ยินเฟยหลงพูดจบ ก็หันไปมองหน้าของเขาพร้อมกับแอบทำปากขมุบขมิบล้อเลียนคำพูดของเขากับคนขับรถ
ก่อนจะต้องชะงัก เมื่อจู่ๆ เฟยหลงหันหน้ามาสบตามองฉันนิ่ง ด้วยแววตาเต็มไปด้วยความเย็นชาและกลิ่นอายสังหารบางอย่างที่ทำให้ฉันต้องรีบก้มหน้าลงแล้วเบนสายตามองไปยังนอกหน้าต่างอย่างเลิ่กลั่กทันที
“จ้องกันขนาดนี้ เขาคงไม่คิดจะฆ่าฉันหรอกนะ “
# คฤหาสน์เฟยหลง
“ยินดีต้อนรับว่าที่นายหญิงกลับบ้านค่ะ”
ฉันที่ก้าวลงจากรถยนต์คันหรูและหยุดยืนนิ่งมองไปยังหน้าประตูทางเข้าคฤหาสน์ ที่มีสาวใช้อยู่ในชุดยูนิฟอร์มเดียวกันกำลังยืนเข้าแถวเป็นแนวยาวทั้งสองฝั่ง
แล้วก้มโค้งทำความเคารพอย่างนอบน้อมแทบจะทันที ด้วยความแปลกใจ นี่คนรวยที่นี่เขาเจ้ายศเจ้าอย่างขนาดนี้เลยเหรอ พร้อมทั้งมองไปยังรอบบ้าน ที่แสนโอ่อ่าใหญ่โตด้วยความอยากรู้อยากเห็น ก่อนจะได้ยินเสียงเข้มของเฟยหลง เอ่ยดังขึ้นมาอีกครั้ง
“ยืนงงอะไร ทำไมไม่เดินเข้าบ้านล่ะ”
เฟยหลง เอ่ยถามหลินหลินด้วยแววตาเต็มไปด้วยความสงสัยเมื่อเห็นแววตาเป็นประกายของเธอที่มองไปยังรอบๆบ้านของเขาด้วยความสนใจ
“นายก็เดินเข้าไปสิ เดี๋ยวฉันก็เดินเข้าไปเองจะมายืนรอทำไม” ฉันพูดขึ้นและเหลือบสายตามองเฟยหลงเล็กน้อยก่อนจะเบนสายตากวาดมองไปยังรอบๆบ้านด้วยความตื่นตาตื่นใจ
“นี่เธอ!! เหอะ อย่ามากวนใจฉันก็แล้วกัน” เฟยหลง แทบจะพูดอะไรไม่ออกเมื่อได้ยินคำพูดกวนประสาทของหลินหลิน ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปด้านในตัวบ้านของเขาอย่างหงุดหงิด
“ชิ!! น่าจะเปลี่ยนชื่อจากเฟยหลง เป็นหลงตัวเองมากกว่านะ คิดว่าหล่อตายแหละ”ฉันที่เห็นท่าทางของคู่หมั้นหน้าตึง ก็อดที่จะหมั่นไส้ขึ้นมาไม่ได้ ก่อนจะได้ยินเสียงเรียกชื่อของฉันดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง
“คุณหนูหลินหลินคะ”
ชิวเอ๋อ พี่เลี้ยงส่วนตัวของคุณหนูหลินหลิน เอ่ยเรียกผู้เป็นนายด้วยท่าทางหวาดกลัวเล็กน้อยหลังจากที่คุณหนูพลัดตกน้ำ เธอก็ถูกทำโทษจากท่านเจ้าสัววีระอย่างหนัก เพราะดูแลปกป้องลูกสาวของท่านไม่ดี หลังจากโดนทุบตีก็ทำให้เธอป่วยอยู่หลายวันจนไม่สามารถไปดูแลคุณหนูของเธอที่โรงพยาบาลได้เลย
“เธอคือ??” ฉันหันไปเอ่ยถามหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาเต็มไปด้วยความสงสัย
“คุณหนูจำชิวเอ๋อ ได้ไหมคะ”
“ชิวเอ๋อ อ๋อ..จำได้สิทำไมจะจำพี่เลี้ยงส่วนตัวของฉันไม่ได้ล่ะ” ฉันทำท่านครุ่นคิดเล็กน้อยแล้วเอ่ย พยักหน้าเอ่ยตอบในทันทีเมื่อได้ยินชื่อที่คุ้นหู ก่อนที่ชิวเอ๋อจะวิ่งร้องไห้เข้ามาสวมกอดฉันไว้แน่นอย่างรวดเร็ว
“คุณหนูฮือ..พี่ได้ยินคนในบ้าน ลือกันว่าคุณหนูความจำเสื่อม เลยกลัวว่าคุณหนูจะจำพี่ไม่ได้” ชิวเอ๋อวิ่งโผเข้ากอดคุณหนูของเธอไว้แน่น ก่อนจะร้องไห้โฮออกมาด้วยความดีใจ
“คือเอาจริงๆนะ ตั้งแต่ฉันฟื้นขึ้นมา มันก็มีเบลอๆแบบ หลงลืมบางอย่างไปเหมือนกัน ฉันอาจจะต้องรบกวนพี่ชิว ช่วยฟื้นฟูความจำบางอย่างให้กับฉันด้วยจะได้ไหม” ฉันพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มบางๆ
เพราะเท่าที่จำได้ หลินหลินคนเดิมก็มี ชิวเอ๋อ พี่เลี้ยงส่วนตัวคนนี้และเพื่อนสนิทของเธออีกสองคนที่รักและหวังดีกับเธอจริงๆ
“พี่ชิว งั้นเหรอคะ?” ชิวเอ๋อ เอ่ยถามขึ้นด้วยแววตาเต็มไปด้วยความแปลกใจเล็กน้อยกับคำสรรพนามและท่าทางของคุณหนูที่ดูเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดเจน
“อือพี่ชิว ต่อไปฉันจะเรียกพี่ว่า พี่ชิว ก็แล้วกัน ตอนนี้พี่ก็ไม่ต้องร้องไห้แล้วนะ พี่ช่วยพาฉันเดินเข้าไปห้องนอนของฉันทีสิ คือว่า ฉันลืมน่ะ ว่าห้องนอนมันอยู่ตรงไหน” ฉันรีบพูดตอบเมื่อเห็นแววตาของพี่เลี้ยงจ้องมองมาทางฉันด้วยความสงสัย
“อ๋อ เข้าใจแล้วค่ะ เชิญคุณหนูเดินตามพี่มาทางนี้เลย”
“อือ” ฉันพยักหน้ารับแล้วเดินตามพี่เลี้ยงเข้าไปยังด้านในตัวบ้านอันแสนใหญ่โตด้วยความตื่นตาตื่นใจในทันที
#อีกด้าน
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก”
“เข้ามา..!”
“คุณเฟยหลงครับ” อี๋หยาง เปิดประตูห้องทำงานพร้อมกับเอ่ยเรียกผู้เป็นนายที่กำลังยืนถือแก้ววิสกี้ราคาแพงและจ้องมองไปยังด้านนอกหน้าต่างด้วยใบหน้าและแววตาเต็มไปด้วยความเรียบเฉย
“นายช่วยไปตรวจเช็กเรื่องราวทุกอย่างก่อนหน้านี้ของหลินหลินมาทั้งหมด ว่าจริงๆแล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เธอถึงได้ตกลงไปในแม่น้ำแบบนั้น ฉันขอด่วนที่สุด”
เฟยหลง หันกลับไปมองตามเสียงพร้อมกับเอ่ยสั่งเลขาของเขาด้วยแววตาเต็มไปด้วยความเย็นชา ก่อนจะได้ยินชื่อผู้หญิงที่เขาเผลอลืมเลือนไปแล้วเพราะเขาต้องอยู่เฝ้าหลินหลินที่โรงพยาบาลตามคำสั่งของผู้เป็นพ่อในตลอดหลายวันที่ผ่านมา
“ได้ครับ แล้วเมื่อเช้านี้ คุณหนูเหม่ยลี่โทรมาขอนัดทานข้าววันเสาร์นี้ คุณเฟยหลงจะให้ผมตอบรับหรือปฏิเสธดีครับ”
“บ่ายสองโมง ฉันสะดวกเวลานั้น” เฟยหลงเอ่ยตอบ เสียงด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” อี๋หยางโค้งรับคำสั่งผู้เป็นนาย ก่อนจะเดินออกจากห้องทำงานส่วนตัวไปอย่างรวดเร็ว
เฟยหลงพยักหน้ารับและยกแก้วในมือกระดกขึ้นดื่มด้วยสีหน้าแววตาเต็มไปด้วยความครุ่นคิด ก่อนจะเบนสายตาจับจ้องไปยังคู่หมั้นที่เขาแสนเกลียดชัง กำลังยืนพูดคุยกับคนสนิทของเธออยู่ทางหน้าบ้านเขาจึงเอ่ยพึมพำขึ้นมาคนเดียวเบาๆ
“ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าเธอเสแสร้งแกล้งลืมฉันจริงๆ หรือ ต้องการเรียกร้องความสนใจจากฉันกันแน่ หลินหลิน”
@โรงพยาบาลฉันค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกมึนงงและสับสนไปหมด ก่อนจะปรับจูนสายตาของตัวเองเพ่งมองไปยังรอบๆ ห้องพักคนไข้อย่างช้าๆ ก็ทำให้ฉันรู้ได้ทันทีว่า “ฉันยังไม่ตาย”ฉันจึงขยับตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียง ก่อนจะต้องแปลกใจเมื่อเห็นคุณตาแก่ที่เคยให้กำไลหยกกับฉันกำลังเดินเปิดประตูเข้ามาด้วยรอยยิ้มกว้าง พร้อมกับเอ่ยขึ้นมาในทันที “ตื่นแล้วเหรอ แม่หนูหลินหลิน” “คุณตามาที่นี่ได้ยังไงคะ” ฉันเอ่ยถามขึ้นและมองหน้าของคุณตาด้วยความแปลกใจ“ตาก็อยู่ที่นี่ตั้งนานแล้ว แม่หนูล่ะเป็นยังไงบ้างอยู่ที่นี่มีความสุขดีไหม”“ค่ะหนูมีความสุขมากที่ได้เจอคนที่เขารักหนูจริงๆและทำให้หนูอยากมีชีวิตอยู่ต่อ เอ๊ะ!! หรือว่าที่ผ่านมาเป็นเพราะคุณตาเหรอคะ ที่ทำให้วิญญาณของหนูถึงได้มาอยู่ที่นี่”ฉันพูดตอบ ก่อนจะฉุกคิดขึ้นมาในทันที ว่าเป็นเพราะกำไลหยกนำโชคชิ้นนั้นของคุณตาที่ทำให้ฉันมาที่นี่หรือเปล่า แต่เมื่อก้มมองที่ตรงข้อมือ กำไลหยกก็หายไปแล้ว“เป็นเพราะแม่หนูต่างหากที่เลือกชะตาชีวิตของตัวเอง ส่วนกำไลหยกนำโชคที่ตาเคยให้ไป ตาขอคืนก็แล้วกันนะ จากนี้ตาก็ขอให้หนูมีความสุข ได้เจอกับคนที่รักและมีลูก มีหลานสืบทอดสกุลเยอะๆเลยนะ
#สะพานชิงชิงฉันขับรถเข้ามายังใต้สะพานชิงชิงที่แสนคุ้นตาเพราะมันคล้ายกับสะพานที่ฉันเคยตกลงไปก่อนที่จะข้ามมายังโลกคู่ขนานแห่งนี้ ฉันเปิดประตูก้าวลงจากรถ และเดินขึ้นมาบนสะพานริมแม่น้ำตามเวลานัดหมายในกระดาษโน้ตแล้วยืนรอได้ไม่นานก็ได้ยินเสียงและใบหน้าที่แสนคุ้นเคยของเหมยลี่เอ่ยดังขึ้นมา “ยังคงเป็นคนตรงต่อเวลา เหมือนเดิมเลยนะ หลินหลิน”เหมยลี่ เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันและก้าวเดินเข้าไปหาหลินหลิน ด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง โดยที่ด้านหลังของเธอมีชายฉกรรจ์สองคนที่เธอจ้างมาเพื่อจัดการผู้หญิงตรงหน้าโดยเฉพาะ“เธอเป็นคนนัดฉันมาที่นี่เองเหรอ เหมยลี่ อ้อไม่สิฉันต้องเรียกเธอว่า ลินดา ถึงจะถูกสินะ”ฉันพูดขึ้นและจ้องมองในแววตาวูบไหวของคนตรงหน้าอย่างไม่ได้นึกหวาดกลัวอะไร ก่อนที่ฉันจะเห็นรอยยิ้มเยาะและเสียงหวานที่เอ่ยตอบกลับราวกับชอบใจ“ยังคงฉลาดเฉลียว สมกับเป็นเธอจริงๆเลย หลินหลิน”“เธอมาที่นี่ได้ยังไง” ฉันพูดถามและเข้าเรื่องในทันที“แกลองกลับไปถามพ่อของแกดูสิว่า ฆ่าฉันกับพี่ปกป้องยังไง” เหมยลี่พูดตอบด้วยแววตาเต็มไปความหวาดกลัวเล็กน้อยเมื่อถึงภาพเหตุการณ์ที่เธอและพี่ปกป้องถูกลูกน้องของพ่อหลินหลิน จับมัดแ
#วันต่อมา“คุณเฟยหลงครับ นายหญิงมาหาครับ” อี้หยางเปิดประตูห้องทำงานของนายพร้อมกับเชิญให้นายหญิงของเขาเดินเข้าไปด้านในทันที“หลิน มารบกวนเวลางานของเฮียเฟยหรือเปล่าคะ”ฉันเอ่ยถามขึ้น พร้อมกับก้าวเดินเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวของเฟยหลง ที่วันนี้ฉันแอบมาหาอย่างไม่บอกล่วงหน้าโดยที่ฉันก็หอบหิ้วอาหารกลางวันมาฝากให้กับพนักงานของเฟยหลงทั้งหมดเช่นกันฟอด!“ดีใจจัง หลินหลินของเฮียมาหาถึงที่ทำงาน”เฟยหลง รีบลุกขึ้นมาพร้อมกับเข้าสวมกอด และก้มหอมหัวเล็กๆของเด็กดื้อในทันที“ไม่ต้องมาอ้อนเลยนะคะ เมื่อเช้าหลินบอกเฮียให้ช่วยปลุกหลินด้วย แต่เฮียก็ปล่อยให้หลินนอนอืดอยู่บ้านและก็หนีมาทำงานซะก่อน” ฉันพูดขึ้นอย่างงอแง พร้อมกับยกมือโอบรัดเอวหนา กอดตอบเฮียเฟยหลงไว้อย่างหลวมๆ“เมื่อคืน กว่าหลินของเฮียจะได้นอนก็เกือบเช้าแล้ว ใครจะคิดล่ะว่าเด็กดื้อของเฮีย จะอึดและสู้มือเฮียขนาดนี้”เฟยหลงเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงกระเซ้าเย้าแหย่เด็กดื้อของเขา ด้วยแววตาเป็นประกาย เพราะหลังกลับมาจากงานเปิดตัวรถยนต์และงานเลี้ยงเมื่อคืน เขาก็อดใจไม่ไหวที่จะจับหลินหลินของเขากินจนเกือบเช้า“เพราะเฮียขี้หื่นต่างหากล่ะ วันนี้หลินตั้งใจทำอาหารกลา
“หลินหลิน”หยางจือ เอ่ยเรียกเพื่อนรักของเธอที่กำลังยืนพูดคุยอยู่กับเหมยลี่ราวกับมีเรื่องทำให้เธอรีบก้าวเดินเข้ามาหาเพื่อนรักของเธออย่างรวดเร็ว“หยางจือ” ฉันหันกลับไปมอง ก็พบว่าเป็นเพื่อนของฉัน กำลังเดินตรงเข้ามาหาฉันในทันที“แกมาถึงนานแล้วเหรอ แล้วมายืนทำอะไรตรงนี้คนเดียวที่รักสุดหล่อของแกอยู่ไหนอ่ะ” หยางจือเอ่ยขึ้นโดยที่เลือกเมินใส่เหมยลี่ที่กำลังส่งยิ้มให้กับเธออย่างเป็นมิตรจนต้องหุบยิ้มลงในทันที“ฉันหิว เลยแวะมาหาอะไรกิน ส่วนเฮียเฟยกำลังคุยเรื่องงานอยู่ด้านนู้นน่ะ” ฉันพูดต่อพร้อมกับชูจานที่มีขนมและอาหารจนเกือบล้นจาน ให้กับหยางจือดูด้วยรอยยิ้มเขินอายเล็กน้อย ก่อนจะได้ยินเสียงของเหมยลี่เอ่ยทักทายเพื่อนรักของฉันดังขึ้นมา“สวัสดีหยางจือ ไม่เจอกันนานเลยนะ”เหมยลี่ ทำใจพูดทักทายเจ้าของงานด้วยรอยยิ้มอย่างเป็นมิตรอีกครั้ง ก่อนที่เธอจะต้องหน้าเปลี่ยนสีขึ้นมาและหุบยิ้มลงเมื่อได้ยินประโยคของคนที่ทักทายเอ่ยตอบกลับมา“ไม่เจอก็ดีแล้วล่ะ เพราะว่าฉันกลัวจะมีเรื่องกับคนนิสัยไม่ดีที่ชอบขโมยหรือแย่งของคนอื่นแบบเธอ”“หยางจือ!!”“ทำไม ถ้าเธอไม่พอใจเจ้าของงานอย่างฉัน ก็เชิญออกไปได้เลย เพราะเท่าที่ฉันจำไ
#สัปดาห์ต่อมา“นายหญิง แต่งตัวเสร็จหรือยังขึ้นไปตามให้ฉันหน่อย” เฟยหลง เอ่ยขึ้นกับสาวใช้ในบ้าน เมื่อเขายกนาฬิกาขึ้นมาดูเวลา ว่าใกล้จะถึงฤกษ์การเปิดงานโชว์รูมรถยนต์ที่หลินหลินมาขอให้เขาไปเป็นประธานเปิดงานให้กับเพื่อนสนิทของเธอ ก่อนจะได้ยินเสียงใสๆเอ่ยตะโกนดังขึ้นมาทำให้เขาเงยหน้าขึ้นไปมองในทันที“เสร็จแล้วค่ะ เร่งกันอยู่ได้” ฉันบ่นอุบอิบตามประสา พร้อมกับค่อยๆก้าวเดินลงบันไดอย่างทุลักทุเลกับชุดราตรียาว ที่ฉันสวมใส่จนมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของเฟยหลง เฟยหลง ที่ยืนตะลึงเมื่อถูกความสวยของเด็กดื้อสะกดสายตาเขาจนแทบลืมหายใจ กับชุดราตรียาวสีเขียวมรกตประดับด้วยคริสตัล ที่ขับผิวของเธอให้ขาวผ่องราวกับเทพธิดา ก่อนจะพูดพึมพำคล้ายคนละเมอ ออกมาเบาๆ“หลินหลินของเฮียสวยมาก” “ขอบคุณค่ะ เฮียเฟย เราไปกันได้หรือยังคะหลินพร้อมแล้วนะ” ฉันพูดขึ้น ด้วยรอยยิ้มกว้างและกำลังจะเดินตรงไปยังหน้าบ้าน แต่ถูกวงแขนแกร่งของเฟยหลง โอบกอดฉันไว้จากทางด้านหลัง“เฮียเปลี่ยนใจไม่ไปงานเพื่อนของหลินหลินแล้วได้ไหม”เฟยหลงเอ่ยถามและจับหมุนตัวของหลินหลิน ให้หันหน้ามาทางเขา“ทำไมล่ะคะ เฮียคือคนสำคัญของงานเลยนะ จะไม่ไปได้ยังไง”ฉันพ
#หนึ่งอาทิตย์ต่อมา“สรุปคือแกต้องการให้ฉันบอกทุกคน ที่มาถามข้อมูลเรื่องวันนั้น ว่าแกมาปรึกษาเรื่องทำร้านขนมกับฉัน” ซูเซียว เพื่อนสนิทของเหมยลี่เอ่ยถามขึ้นด้วยความรู้สึกแปลกใจหลังจากที่เพื่อนของเธอโทรนัดออกมาทานข้าวกลางวันด้วยกันแค่เพียงสองคน“ก็ใช่นะสิ ตอนนี้ฉันรู้สึกว่า คุณพ่อเหมือนกำลังให้คนติดตามฉันอยู่ และฉันก็รู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ” เหมยลี่ พูดตอบด้วยใบหน้าและท่าทางเต็มไปด้วยความกังวล ก่อนจะได้ยินซูเซียวถามเธอถึงเหตุการณ์วันนั้นด้วยความอยากรู้“แล้วจริงๆ เรื่องวันนั้นแก คงไม่ได้ตั้งใจทำให้หลินหลินตกลงไปในแม่น้ำใช่ไหมเหมยลี่”“ฉันดูเป็นคนใจร้ายขนาดนั้นเลยเหรอ” เหมยลี่ พูดเลี่ยงที่จะไม่ตอบคำถาม และเอ่ยถามเพื่อนของเธอด้วยใบหน้าและท่าทางเต็มไปด้วยความตัดพ้อ“ก็ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อย แค่ฉันเห็นว่า ช่วงนี้แกดูเปลี่ยนไปมากก็เท่านั้นเอง” ซูเซียว พูดตอบตามความรู้สึกของเธอแต่ก็คิดในใจว่าเหมยลี่คงจะมีเรื่องเครียดที่ไม่อาจบอกใครแม้แต่ตัวเธอก็ตาม“แกก็รู้ว่านังหลินหลิน มันแย่งผู้ชายของฉันไป ฉันก็แค่จะทวงคืนทุกอย่างที่เป็นของฉันคืนก็เท่านั้น”เหมยลี่พูดพร้อมกับแววตาและสีหน้าที่ดูเปลี่ยนไปเมื่







