Beranda / รักโบราณ / เมื่อฉันกลายเป็นภรรยาขี้โรคในยุค 80 / ตอนที่ 14 เก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์

Share

ตอนที่ 14 เก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์

last update Terakhir Diperbarui: 2025-01-14 21:00:36

ทันทีที่หญิงสาวลงจากเกวียน เธอเดินไปสำรวจจุดเดิมที่เคยวางของขาย เมื่อเห็นว่ายังว่างอยู่จึงคลี่ผ้าที่เตรียมมาออกแล้วปูลงบนพื้น จากนั้นจึงเดินเข้าไปยังซอกตึกเพื่อเตรียมสินค้าของวันนี้มาวางขาย เนื่องจากตั้งใจจะปล่อยสินค้าจำนวนมากขึ้น จึงต้องเดินขนของหลายรอบหน่อยกว่าจะได้ของครบ

เพียงไม่นานแอปเปิ้ลผลใหญ่น่าทานจำนวนสี่ลังก็วางลงบนข้างผืนผ้าเรียบร้อย ข้างกันยังมีสาลี่และองุ่นที่วางอยู่ในลังเช่นกันอีกอย่างละสองลัง

เธอยังคงขายเนื้อแพ็คอย่างดีเช่นเดิม โดยไม่ลืมของแห้งอย่างหมูแผ่น หมูฝอย และหมูหยองอย่างละสามสิบแพ็ควางเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ หลังจากเรียงสินค้าชิ้นสุดท้ายเสร็จก็พอดีกับที่ลูกค้ารายแรกมาติดต่อซื้อพอดี

จางซิ่วอิงพอจำได้ว่าหญิงชราที่แต่งตัวดูดีตรงหน้าเป็นลูกค้าประจำของร้านเธอ คุณยายท่านนี้มักมาซื้อเนื้อแพ็คของเธอไปคราวละห้าถึงสิบแพ็คทุกครั้ง คาดว่าคนที่บ้านคงเยอะน่าดู แต่คราวนี้หลังจากหยิบเนื้อเช่นทุกวันแล้ว แทนที่จะจ่ายเงินและจากไปอย่างทุกครั้ง กลับหันมาสนใจอาหารแปรรูปลักษณะแปลกตา

“คืออะไรเหรอแม่ค้า?”หญิงชราท่าทางใจดีถามแม่ค้าด้วยน้ำเสียงแปลกใจไม่น้อย ตั้งแต่เกิดมาจนแก่ป่านนี้เธอเองก็พึ่งเคยเห็นสิ่งเหล่านี้เช่นกัน

เมื่อสบโอกาสแม่ค้าสาวจึงยิ้มตอบกลับไป พร้อมกับแกะเนื้อหมูแปรรูปทีละแพ็คเพื่อให้ลูกค้าได้ชิมก่อนตัดสินใจซื้อ ซึ่งบทสนทนาที่ไม่เบานักเรียกความสนใจจากคนี่อยู่โดยรอบให้เดินมาชิมอีกหลายคน

ระหว่างนั้นจางซิ่วอิงสังเกตเห็นสีหน้าพึงพอใจของหลายคนจึงเริ่มอธิบายข้อมูลของสินค้าเพื่อเพิ่มมูลค่ามากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะหมูหวานที่ใช้น้ำตาลค่อนข้างมาก ทั้งยังใช้เวลาปรุงและเคี่ยวค่อนวันกว่าจะได้หมูหวานที่รสชาติอร่อยเช่นนี้ จากนั้นจึงตบท้ายด้วยประโยคที่มัดใจลูกค้าได้อยู่หมัด

“เนื้อแปรรูปเหล่านี้สามารถทานกับข้าวต้มก็เข้ากันได้ดี กับข้าวขาวหุงร้อน ๆ ยิ่งเจริญอาหาร ทั้งยังสามารถเก็บได้นานถึงสองเดือนโดยที่คุณภาพยังคงเดิมหากยังอยู่ในแพ็คเหมาะสำหรับกักตุนไว้ในช่วงฤดูหนาวนี้มากทีเดียวค่ะ”

พูดเสร็จไม่ลืมส่งยิ้มการค้าออกมาอย่างที่ชอบทำ เมื่อฤดูหนาวมาถึงอาหารทุกอย่างล้วนหาได้ยาก และถึงแม้จะหาได้ราคาแต่ละอย่างก็สูงลิบจนบางบ้านไม่อาจจับต้องได้ เช่นนั้นมีบ้านไหนบ้างล่ะอยากอยู่อย่างอดอยาก

อีกอย่างจากที่ขายสินค้าที่นี่เธอสังเกตไว้แล้วว่าลูกค้าในตลาดมืดค่อนข้างกระเป๋าหนัก ดูได้จากการควักเงินซื้อเนื้อจากเธอทีละหลายแพ็คโดยไม่กระพริบตานั่นสิ ไหนจะผลไม้ที่สามารถจับจ่ายได้โดยไม่ต่อรองราคาสักคำ นี่ไม่เรียกว่าร่ำรวยแล้วจะเรียกว่าอย่างไรได้อีก

“ราคาเท่าไหร่เหรอแม่ค้า?”เสียงของชายหนุ่มที่อยู่ด้านหลังดังแหวกอากาศเข้ากระทบกับใบหูของแม่ค้าสาวอย่างพอดิบพอดี

เมื่อเห็นว่าลูกค้าคนอื่นยังรอฟังอยู่ด้วยเช่นกันจึงยกยิ้มกว้าง ก่อนตอบออกไปด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าอย่างไรก็ขายได้

“ฉันขายเพียงแพ็คละ 25 หยวนเท่านั้นค่ะ สินค้ามีจำนวนจำกัด ไม่แน่ว่าหลังจากนี้อาจจะไม่มีอีกแล้วก็ได้นะคะ”

ทันทีที่แม่ค้าพูดจบลูกค้าหลายรายมีสีหน้าครุ่นคิดเล็กน้อย แต่ก็เลือกซื้อกลับไปคนละหลายแพ็คทีเดียว เมื่อมีสินค้าที่ดึงดูดลูกค้าได้มากพอสินค้าอย่างอื่นก็พลอยขายได้ไปด้วย จางซิ่วอิงทั้งหยิบสินค้าใส่ถุง ตอบคำถามลูกค้า ทั้งทอนเงินจนมือเป็นระวิง ผ่านไปราวชั่วโมงเศษตรงหน้าเธอก็เหลือเพียงผ้าปูรองที่ว่างเปล่า และลูกค้ารายสุดท้ายที่กำลังเดินจากไป

มือเรียวหยิบผ้าปูผืนยาวขึ้นมาพับเก็บอย่างอารมณ์ดี ยังเหลือเวลาอีกมากกว่าเกวียนกลับหมู่บ้านจะออกเดินทาง วันนี้เธอคิดว่าจะเดินไปดูเมล็ดพันธุ์ที่หว่านไว้สักหน่อยว่าเป็นอย่างไรบ้าง

“สวัสดีค่ะคุณป้าหลี่”หญิงสาวเดินเข้ามาในร้านขายอาหารแห้งตระกูลเฉิง พอดีกับหญิงวัยกลางคนที่เธออยากพบก็เดินออกมาพอดี ใบหน้าเล็กเผยรอยยิ้มกว้าง ก่อนจะกล่าวทักทายเถ้าแก่เนี๊ยของร้านอย่างมีมารยาท

“ซิ่วอิง ป้ากำลังจะออกไปหาเธอที่ตลาดมืดอยู่พอดี”หลี่ฟางอิงคว้ามือเล็กของหญิงสาวรุ่นลูกให้เดินตามเข้ามาในร้าน ใบหน้าที่เริ่มมีริ้วรอยแสดงความดีใจออกมาอย่างไม่ปิดบัง

“ไปหาฉัน? มีอะไรเหรอคะ? หรือสินค้าที่ให้ไปมีปัญหา”ถึงจะถามไปอย่างนั้น ทว่าในใจของเธอกลับรู้ดีอยู่แล้วว่าเรื่องอะไร อีกอย่างเมื่อนึกถึงเม็ดเงินที่กำลังหลั่งไหลเข้ากระเป๋าจากหลายทาง ในใจก็รู้สึกลิงโลดไม่น้อย

“ฮ้ายยย!! ปัญหาอะไรกันล่ะ ดีมากเลยต่างหาก”หลี่ฟางอิงยิ้มกว้าง พลางโบกมือไปมา ก่อนจะเล่าเรื่องที่ลูกสาวและลูกเขยได้บอกเอาไว้ก่อนไป

ซึ่งในวันที่ลูกสาวมาเยี่ยมบ้านเธอทำอาหารจานเนื้อและอย่างอื่นอีกหลายอย่างขึ้นโต๊ะเพื่อต้อนรับลูกเขยที่เธอแสนภาคภูมิใจ โดยบนโต๊ะนั้นมีของแถมที่เด็กสาวคนนี้แถมให้ครั้งก่อนด้วย ซึ่งทันทีที่ทั้งคู่ได้ทานก็รู้สึกถูกใจอย่างมาก ถึงกับถามที่มาและราคา เธอจึงบอกไปว่าเป็นของแถมได้มาไม่เสียเงิน

และด้วยเป็นอาหารแปรรูปที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ลูกสาวจึงเสนอให้เธอติดต่อนำมาขายที่ร้าน ส่วนลูกสาวเองนั้นก็อยากแบ่งไปขายที่ร้านต่างอำเภอของเธออีกด้วย วันนี้หลี่ฟางอิงจึงตั้งใจว่าจะติดต่อกับแม่ค้าอย่างจางซิ่วอิง เพื่อรับของเหล่านี้มาขายที่ร้านของตนเองและลูกสาว

จางซิ่วอิงที่ตั้งใจฟังทุกอย่างเงียบ ๆ ก็เข้าใจได้ในทันที เพราะนี่คือเมล็ดพันธุ์ที่เธอจงใจหว่านเอาไว้ตั้งแต่แรก และเช่นเดิมเธอไม่ลืมสาธยายกรรมวิธีแสนยุ่งยากของอาหารเหล่านี้เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับมัน

“อันที่จริงฉันขายอยู่ในตลาดมืดแพ็คละ 25 หยวนค่ะ แต่ฉันจะให้คุณป้าในราคาส่งคือแพ็คละ 20 หยวน คุณป้าตกลงไหมคะ?”

หลี่ฟางอิงคิดคำนวณในใจเพียงเงียบ ๆ ครู่หนึ่งจึงตอบออกมา

“ราคานี้ไม่มีปัญหาเลย แต่ฉันอยากจะขออะไรสักอย่าง”

แม้จะพอเดาได้อยู่บ้าง แต่สำหรับการคุยเรื่องการค้าจางซิ่วอิงไม่รีบร้อนที่จะพูดทุกสิ่งออกไป หญิงสาวเลือกที่จะฟังและเก็บข้อมูลจากอีกฝ่ายมากกว่าและพูดคุยแค่ที่จำเป็นก็เพียงพอแล้ว “อะไรหรือคะ?”

“ฉันอยากทำเป็นสัญญาระยะยาว อีกอย่างในสัญญาจะต้องระบุว่าเธอจะขายให้ป้าเพียงเจ้าเดียว”หญิงวัยกลางคนตอบออกไปอย่างที่ได้คิดไว้ พลางสังเกตุสีหน้าของเด็กสาวเป็นระยะ

“ตกลงค่ะ ฉันจะให้ลูกค้าของฉันมาซื้อที่ร้านป้านะคะ”จางซิ่วอิงยิ้มกว้างก่อนจะตอบตกลงออกมาเมื่อสิ่งที่คาดการณ์ไว้เข้าล็อคพอดีราวกับจับวาง

“เดี๋ยวป้าร่างสัญญาเลยแล้วกัน”

จางซิ่วอิงพยักหนารับรู้ด้วยรอยยิ้มใสซื่อ หลังจากนั้นไม่นานสัญญาการค้าฉบับที่สองของชีวิตนี้ก็วางอยู่ตรงหน้าเธอ ดวงตาคู่เรียวกวาดมองรายละเอียดแต่ละข้อ ก่อนจะจรดปลายปากกาลงลายมือชื่อของตนเองลงไป

ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นสร้างความแปลกใจให้กับหลี่ฟางอิงอีกครั้ง เด็กคนนี้นอกจากเรื่องการเจรจาการค้าที่ดูเก่งกาจแล้ว เธอยังอ่านออกและเขียนได้คล่องแคล่วโดยไม่ต้องมีคนอธิบายแต่อย่างใด ดูแล้วแม่ค้าจากชนบทคนนี้เธอไม่อาจดูเบาได้จริง ๆ

ในครั้งแรกป้าหลี่ต้องการสินค้าอย่างละ 50 แพ็คก่อน หญิงสาวจึงแสร้งบอกว่าจะเดินไปเอาของ ก่อนจะหายเข้าไปในมุมลับตาคนหอบหิ้วสินค้ารอบแรกจำนวน 150 ชิ้นใส่ถุงใบใหญ่เข้ามาส่งในร้าน

ความขยันขันแข็งของเด็กสาวและการทำการค้าที่ค่อนข้างชาญฉลาดนับว่าถูกใจหลี่ฟางอิงมากทีเดียว เถ้าแก่เนี๊ยร้านตระกูลเฉิงควักเงินจ่ายค่าสินค้าไป 3,000 หยวน ก่อนบอกให้เด็กสาวมาส่งอีกครั้งในอีกสามวันข้างหน้า

จางซิ่วอิงตอบรับในทันที ก่อนจะกำถุงเงินในมือแน่น แล้วจากมาด้วยรอยยิ้ม เห็นทีคงได้ซื้อบ้านเร็ว ๆ นี้อย่างแน่นอน

อันที่จริงเธอมีเงินมากพอที่จะซื้อบ้าน แต่ห้างสรรพสินค้าที่มีเธอไม่รู้ว่ามันจะหายไปตอนไหน ช่วงนี้จึงขอกอบโกยเงินให้มากหน่อย อีกอย่างเธอยังอยากมีหน้าร้านเป็นของตัวเองโดยไม่ต้องไปขายที่ตลาดมืดอีก จึงต้องสะสมเงินเอาไว้ให้มาก หากอนาคตเจอร้านที่ถูกใจกำลังปิดกิจการก็จะได้ควักเงินไปเซ้งต่อได้เลย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เมื่อฉันกลายเป็นภรรยาขี้โรคในยุค 80   ตอนที่ 65 ชีวิตที่สมบูรณ์แบบ (จบ)

    ภายในบ้านหลังสีขาวขนาดกลางในย่านการค้าสำคัญ เสียงหัวเราะพูดคุยของคนที่อาศัยอยู่ในบ้าน ช่วยทำให้บรรยาของบ้านหลังนี้ดูอบอุ่นไม่น้อยในช่วงเช้าอากาศสดใสจางซิ่วยืนมองหน้าท้องที่เริ่มนูนเล็กน้อยของตนเองผ่านกระจกเงาบานใหญ่ ใบหน้าเอิบอิ่มของคุณแม่ยังสาวนับวันยิ่งสวยขึ้นจนผิดหูผิดตาตอนนี้เธอตั้งครรภ์ได้สี่เดือนแล้ว หลังจากที่เจ้าสองแสบเข้าโรงเรียนได้ไม่นาน สามีอย่างหยางซีห่าวที่ขยันบอกรักภรรยาเป็นทุนเดิมอยู่แล้วก็ขยันมากขึ้นอีกหลายเท่า จนผ่านไปสองเดือนเจ้าหัวผักกาดหัวที่สามก็ถือกำเนิดขึ้นมาในท้องของเธอในที่สุด“ผมต้องไปแล้วครับ คุณก็อย่าหักโหมนะครับ ผมเป็นห่วง”ชายหนุ่มเอ่ยเตือนภรรยาประโยคเดิมเช่นทุกวัน น้ำเสียงนุ่มทุ้มฟังดูอบอุ่น ทั้งแววตาที่มองภรรยานั้นอ่อนโยนกว่าตอนที่อยู่ต่อหน้าผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นไหน ๆเพราะภรรยาของเขานั้นขึ้นชื่อเรื่องความขยันขันแข็ง ในแต่ละวันเธอทั้งทำงานนอกบ้าน ทำอาหาร เลี้ยงลูก

  • เมื่อฉันกลายเป็นภรรยาขี้โรคในยุค 80   ตอนที่ 64 สะสางความแค้น

    จางซิ่วอิงยังต้องอยู่รักษาตัวที่โรงพยาบาลต่ออีกหนึ่งสัปดาห์ ซึ่งก็ทำให้ลูกน้อยทั้งสองต้องอยู่กับเธอด้วย หยางซีห่าวก็เช่นกัน เขาทำเรื่องลางานถึงหนึ่งเดือนเพื่อมาดูแลภรรยาและลูกน้อยทั้งสองด้วยตนเอง“เด็ก ๆ ป้ามาแล้ววววว!!”เยว่ผิงอันส่งเสียงเรียกหลานทั้งสองก่อนที่ตัวเองจะเข้ามาในห้องเสียอีก เธอเข้ามาเยี่ยมหลาน ๆ พร้อมกับสามีที่ถือของพะรุงพะรังตามหลังมาจางซิ่วอิงยิ้มให้กับคนเห่อหลานทั้งสองเล็กน้อย ก่อนจะให้สามีรับข้าวของเหล่านั้นและนำไปเก็บไว้ก่อน“ผมฝากดูแลเธอและเด็ก ๆ ด้วยนะครับ แล้วผมจะรีบกลับมา”หยางซีห่าวพูดขึ้นอย่างเป็นกังวล วันนี้เขากับพี่ภรรยามีธุระที่ต้องไปสะสางจึงต้องฝากเธอกับลูกไว้กับพี่สะไภ้เสียก่อนจางซิ่วอิงยังไม่หายดีนัก ส่วนลูกทั้งสองแม้จะเป็นเด็กเลี้ยงง่ายแต่การมีคนคอยช่วยเหลือย่อมดีกว่า เขาไม่อยากให้ภรรยาเหนื่อยจนเกินไป“ไปจัดการ

  • เมื่อฉันกลายเป็นภรรยาขี้โรคในยุค 80   ตอนที่ 63 พรข้อสุดท้าย

    สายลมวูบหนึ่งพัดผ่านร่างโปร่งแสงไปอย่างแรงจนผมยาวพลิ้วไสวไปตามแรงลม จางซิ่วอิงเผยรอยยิ้มยินดีออกมาในทันที เธอเข้าใจว่าคุณยายรับรู้ความปรารถนาของเธอแล้วจึงเอ่ยพรข้อที่สามออกไป“พรข้อสุดท้ายฉันขอให้ฉันและลูก ๆ ปลอดภัยค่ะ ขอโอกาสให้ฉันได้คลอดพวกเขา ให้พวกเขาได้ออกมาใช้ชีวิตบนโลกอย่างปลอดภัยด้วยนะคะ”คำอ้อนวอนปนเสียงสะอื้นไห้ของหญิงสาวลอยหายไปตามสายลม ก่อนจะได้รับรู้ได้ถึงลมอีกระลอกหนึ่งพัดผ่านร่างของเธอไปอย่างรวดเร็ว สายลมแรงนี้ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกหนาวเหน็บ แต่ทว่ากลับทำให้รู้สึกถึงความอบอุ่นที่โอบรอบตัวเธอเอาไว้ต่างหาก“พรของหล่อนถูกใช้หมดแล้วนะ ต่อจากนี้ยายขอให้หล่อนมีชีวิตที่ดี”เสียงของหญิงชราดังแว่วอยู่ไกล ๆ จางซิ่วอิงพยายามมองหาเจ้าของเสียงแต่ก็ไม่พบ ทว่าเมื่อมองไปยังหน้าห้องคลอดที่มีร่างของเธอนอนนิ่งอยู่ กลับเห็นเด็กชายหญิงหน้าตาน่ารักยืนยิ้มแฉ่งให้เธออยู่

  • เมื่อฉันกลายเป็นภรรยาขี้โรคในยุค 80   ตอนที่ 62 คลอดฉุกเฉิน

    ซ่งเฟยหลงประกาศกร้าวพร้อมยกปืนขึ้นเล็งไปยังผู้ก่อเหตุทั้งหมด อันธพาลสี่คนที่ถูกจ้างมาให้คอยช่วยเหลือหวงไฉ่หง เมื่อเห็นชายในชุดเครื่องแบบทหารพร้อมปืนก็หวาดกลัวจนต้องยกมือขึ้นเหนือหัว ก่อนจะคุกเข่าลงกับพื้นตามคำสั่ง แม้แต่หวงไฉ่หงเองที่เป็นเพียงชาวบ้านชนบทมีหรือจะกล้าขัดขืนพันโทซ่งเฟยหลงย้ายมาประจำการที่นี่ในวันนี้ซึ่งเขาไปรายงานตัววันแรก พอเรียบร้อยแล้วก็เจอเข้ากับลูกน้องเก่าอย่างหยางซีห่าวกำลังออกจากค่ายพอดี เขาจึงขอติดรถออกมาด้วยเพื่อหาบ้านพักชั่วคราว ระหว่างรอทำเรื่องขอบ้านพักสวัสดิการ ซึ่งหยางซีห่าวก็รับปากว่าจะพาไปดูบ้านพัก แต่ขอไปรับภรรยาที่กำลังท้องแก่เสียก่อน แต่เมื่อรถเข้ามาจอดภาพเหตุการณ์อุกฉกรรจ์นี้ก็ทำให้เขาต้องเร่งฝีเท้าวิ่งมาจากรถที่จอดอยู่อีกด้านทว่าจากที่ซ่งเฟยหลงคิดว่าเป็นเหตุการณ์ของชาวบ้านธรรมดาทั่วไปคงไม่ใช่แล้ว เพราะลูกน้องอย่างหยางซีห่าวรีบวิ่งไปประคองหญิงท้องแก่ พร้อมตะโกนเรียกชื่อภรรยาดังลั่น“ซิ่วอิง ภรรยา!”

  • เมื่อฉันกลายเป็นภรรยาขี้โรคในยุค 80   ตอนที่ 61 เรื่องราววิ่งเข้าหา

    กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ไม่ทันไรจางซิ่วอิงก็อุ้มท้องเจ้าหัวผักกาดมาได้จนถึงแปดเดือนแล้ว เพราะขนาดท้องที่ใหญ่กว่าปกติของคุณแม่ลูกแฝดทำให้การเดินเหินค่อนข้างเป็นไปอย่างยากลำบากโดยปกติแล้วการมาทำงานของจางซิ่วอิงจะต้องมีพี่ชายหรือสามีอยู่ด้วยเพื่อคอยระมัดระวังหากเกิดเหตุไม่คาดคิด แต่ทว่าเมื่อวานโรงงานผลไม้กระป๋องของเธอที่อยู่ต่างเมืองมีปัญหาพี่ชายอย่างจ้าวคุนจึงรับอาสาไปดูแทนส่วนสามีนั้นติดภารกิจตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งอันที่จริงเขาทำภารกิจนี้เรียบร้อยแล้วตั้งแต่เมื่อวาน แต่ต้องอยู่ต่ออีกนิดเพื่อทำเรื่องลาหยุดงานมาดูแลเธอจนกระทั่งคลอด ซึ่งคนเป็นภรรยาเองก็เข้าใจและไม่ได้เร่งรัดอะไรจากคนเป็นสามี เพราะอย่างไรวันนี้เธอก็ตั้งใจจะมาทำงานวันสุดท้ายอยู่แล้ว ท้องเธอโตมากและใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว การเดินทางไปทำงานคงไม่สะดวกนัก หลังจากนี้จึงตั้งใจว่าจะให้พี่สะไภ้เอางานส่วนของเธอมาให้ที่บ้านแทนจางซิ่วอิงเดินไปยังลานจอดรถโดยมีพี่สะไภ้คอยประคองอย

  • เมื่อฉันกลายเป็นภรรยาขี้โรคในยุค 80   ตอนที่ 60 เจ้าหัวผักกาดมาแล้ว

    “ฉุนเหรอคะ?” คำพูดของเจ้านายสาวทำเอาแม่บ้านซุนคิดหนัก หญิงวัยกลางคนขมวดคิ้วเข้าหากันจนเป็นปม พยายามนึกถึงอาหารแต่ล่ะจานว่าเธอทำผิดพลาดที่ตรงไหนกัน มีส่วนผสมอะไรที่ผิดแปลกหรือพิศดารจึงได้ทำให้เจ้านายอาเจียนออกมาจนหมดไส้หมดพุงเช่นนี้“ขอโทษด้วยนะคะ ฉันไม่ได้ว่าอาหารของป้าซุนไม่ดี แต่ว่าฉันได้กลิ่นแล้วรู้สึกเวียนหัวมากจริง ๆ”หญิงสาวกล่าวขอโทษแม่บ้านทั้งน้ำตาคลอหน่วย เธอเห็นแก่ความทุ่มเทของป้าซุนที่พยายามรังสรรอาหารหลากหลายอย่างเพื่อเอาใจเธอ แต่กลิ่นแบบนั้นเธอไม่สามารถทนได้จริง ๆแม่บ้านวัยกลางคนได้รับคำยืนยันเช่นนั้นก็คิดหนัก แต่ก็ทำได้เพียงพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ เห็นทีฝีมือการทำอาหารของเธอคงตกเสียแล้ว พลันวิ่งเข้าไปเตรียมยาดมและยาหอมมาให้กับเจ้านายเพื่อบรรเทาอาการเยว่ผิงอันที่ยืนอยู่ข้างกันกับคู่หมั้นหนุ่มพอฟังอยู่ไม่ไกลนั้นรู้สึกแปลกใจกับน้องสาวขึ้นมาในทันที อาหารบนโต๊ะนั้นแน่นอนว่าล้วนเป็นอาหารอย่างดี ถูกรังสรรขึ้นมาจนหน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status