เข้าสู่ระบบ“เจฟ ทำไมคุณดู”
“อย่าถามมากน่า” สีหน้าที่แสดงออกไปชัด ราวกับว่าตัวเองนั้นไปโกรธใครมา ตวัดสายตาเหี้ยมมองมาที่บัวที่กำลังผลักร่างกายอันแข็งแรงของเจฟออกห่าง ก่อนเจฟจะส่ายหน้ารัว และถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ จู่ ๆ เขาก็ทำไม่ลง ทั้ง ๆ เขาอยากจะระบายอารมณ์กับใครสักคนแท้ ๆ แล้วบัวก็เป็นคนที่เขาพอใจมากที่สุดในช่วงนี้ “ผมหมดอารมณ์แล้ว” เจฟผลักตัวบัวออกห่าง ก่อนควักเอาบุหรี่ที่กระเป๋ากางเกงมาจุดสูบ บัวมองชายหนุ่มที่อารมณ์แปรปรวนอย่างงุนงง เขาเป็นคนโทรตามเธอเองแท้ ๆ “คุณเป็นอะไรหรือเปล่าคะเจฟ ดูเครียด ๆ นะคะ” บัวถามด้วยความสงสัย ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเจฟ เรียกว่าแค่คู่นอนยามเหงา หรือ บริการเพียงชั่วคราวเท่านั้น เขาพอใจก็ให้เงินเธอในจำนวนที่บัวเองก็พอใจ แล้วจากไป โดยที่เธอเองก็เคยไปยุ่งเรื่องส่วนตัวของเขาเลยสักนิด ไม่สนว่าเจฟมีข่าวควงกับดารา หรือ นางแบบคนไหน เจฟตอนนี้เขาไม่ได้คิดถึงใคร นอกจากเรื่องของมิริน ทำไมเขาต้องโกรธเธอที่มาก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของเขา หรือเขาห่วงชีวิตโสดอันมีค่าของตัวเอง หรือ เพราะเธอกำลังจะผูกมัดเขากันนะ มันเป็นเพราะอะไร..... ตี๊ด ตี๊ด ๆ ๆ ๆ บนหน้าจอโทรศัพท์ปรากฏชื่อของผู้หญิงที่อยู่ในหัวเขามาตลอดในช่วงนี้ เขาหลุดหัวเราะออกมาในลำคอ แต่ก็รับอยู่ดี “คุณ! ออกไปไหน ทิ้งให้ฉันอยู่คนเดียวได้ยังไง ฉันไม่สบายอยู่นะ หรือคุณออกไปหากิ๊กคุณ คุณกำลังจะเอากับนางนั้นใช่ไหม อย่าหวังเลย ฉันจะโทรกวนคุณอยู่แบบนี้จนกว่าคุณจะกลับมา แล้วก็เลิกซะนะ” เจฟยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู เสียงแหลม ๆ ของมิรินก็พุ่งปรี๊ดเข้ามาในโซนประสาทของเขาเลย เล่นเอาสมองเขาทื่อไปชั่วขณะ ตั้งแต่เขารู้จักเธอมา เขาเพิ่งรู้ว่าความสามารถของมิรินคือการด่าให้คนหูชา “ทำไม! ผมออกข้างนอกไม่ได้หรือไง หึงเหรอไงที่ผมจะไปทำอะไรกับคนอื่น” น้ำเสียงดูมั่นอกมั่นใจในตัวเองเหลือเกินของปลายสาย ทำเอายอดชีวันหมั่นไส้ ไม่เคยรู้สึกหมั่นไส้อะไรเท่านี้มาก่อน บอกเลยอ่านพล็อตเรื่องเดาก็รู้ว่า เจฟ คือ ลูกรักนักเขียน ถ้าออกไปจากที่นี่เธอจะดูชื่อคนแต่งนิยายเรื่องนี้ เธอสะเพร่าเรื่องคนแต่งลืมสังเกตไปเลย มัวอินแต่กับเนื้อเรื่อง “ใครเขาหึงคุณกัน เออ หึง กลับมาได้แล้ว ขากลับซื้อยาสีฟันกับน้ำยาบ้วนปากมาด้วยนะ” มิรินสั่งเขา เจฟแปลกใจไม่น้อย ของใช้ในชีวิตประจำวันพวกนี้เขาให้แม่บ้านนำมาส่งตลอดทุกสัปดาห์ไม่มีทางที่จะขาดได้ เขายกยิ้มอยากจะฟังเหตุผลของเธอ มือก็ดับบุหรี่ที่เพิ่งจุดไป “ในห้องหมดแล้วเหรอ แล้วอีกอย่างถ้าผมไม่กลับคุณจะทำยังไง” ไม่รู้อะไรดลใจทำให้เขานึกสนุกกับการต่อล้อต่อเถียงกับมิรินขึ้นมา หัวเราะออกมาอย่างไม่ปิดบัง แม้กระทั่งบุคคลที่สามที่ยืนฟังบทสนทนาอย่างห่าง ๆ ก็อดอยากรู้ไม่ได้ว่าใครกันทำให้เจฟหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดีขนาดนี้ “ฉันก็จะไปตามนะสิ ถามโง่ ๆ อย่าหาว่าฉันไม่รู้นะว่าคุณอยู่ที่ไหน คุณรู้จักน้อยเกินไปแล้วเจฟ” มิรินด่าเขารัวเลย จนรู้สึกผิดไม่ทันแล้ว “เดี๋ยวผมกลับเดี๋ยวนี้แหละ..” เจฟพยายามควบคุมเสียงตัวเอง “ดี ซื้อน้ำยางล้างห้องน้ำมาด้วย” ยอดชีวันได้ใจก็เอ่ยปากสั่งชายหนุ่มใหญ่เลย มันโอกาสของเธอแล้วยอดชีวันจะไม่ยอมโอกาสสนุก ๆ หลุดลอยไปเด็ดขาดยอดชีวันตะเบ็งเสียงร้องเรียกเขา เจ้าของชื่อได้ยินถึงกลับหยุดนิ่งทันที เหลียวมองหญิงสาวที่กำลังวิ่งมาหยุดตรงหน้าเขาด้วยความเหนื่อยหอบเล็กน้อย จนเขาแปลกใจว่าเธอจะรับอะไรหนักหนา เขาไม่ได้ไปไหนเสียหน่อย “มีอะไรหรือครับ” “เราสองคนเคยเจอกันมาก่อนไหม” “ไม่เคยนะครับ” คำตอบของหนุ่มหน้าละม้ายคล้ายพระเอกทำให้เธอผิดหวังไม่น้อย ยอดชีวันรู้สึกผิดหวังขึ้นมา เสียจนคนชอบแกล้งไม่อยากแกล้งต่อ “ไม่ต้องร้องนะครับมิริน หรือ ให้ผมเรียกว่า ยอดชีวัน ดีครับ” คิ้วขมวดเป็นปมเข้าไปอีก ไม่เข้าใจที่เขาพูด “ผมชื่อ ธิเบตนะครับ ไม่ใช่ เจฟ ผมเคยเจอคุณในฝัน” “ถ้างั้น เราสองคนมาเป็นแฟนกันเถอะนะคะ ฉันไม่อยากเสียคุณไปอีก” “อะไรนะครับ” คราวนี้ธิเบตเองที่เป็นฝ่ายนิ่งงัน เพราะคำขอของหญิงสาวที่เพิ่งเจอและรู้จักยังไม่ถึงชั่วโมง เจ้าหล่อนก็ขอคนอื่นเป็นแฟนเสียแล้ว มันน่าตีจริง ๆ “เป็นแฟนฉันไหม ถ้าคุณไม่มีใครมาเป็นแฟนฉันเถอะนะ” ยอดชีวันไม่รีรอ เมื่อคิดว่าเขาคือ
ยอดชีวันพะวงแต่เรื่องของเจฟ เธอคิดถึงเขาเหลือเกิน “เป็นห่วงเขาขนาดนั้น” แม่มดยังคงไม่ยอมเรื่องราวของคนที่ยอดชีวันเป็นห่วง “บอกมาเถอะนะคะ เจ๊” ยังไม่ทันที่แม่มดจะตอบ ก็มีใครบางคนเปิดประตูเข้ามาเรียกความสนใจจากยอดชีวันได้ไม่น้อย แต่แม่มดมายาก็ยกยิ้มเหมือนรู้เหตุการณ์บางอย่าง “ป้าครับ ของที่แม่ผมฝากซื้อได้หรือยัง” น้ำเสียงแสนคุ้นหู ยอดชีวันอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างมองผู้มาเยือนแต่งตัวเรียบง่าย เสื้อยืดกางเกงยีน ผมเผ้าดูยุ่งเหยิง แต่ใบหน้าเหมือนกับพ่อพระเอกนิยายมากจนเธอไม่อยากจะเชื่อว่า คนหน้าตาแบบเจฟจะมีอยู่จริง “เจฟ” ยอดชีวันเผลอเรียกคนที่เพิ่งเข้ามาในร้านหนังสือเก่าที่ขายของสารพัดอย่างขยี้ผมตัวเองเบา ๆ เลิกคิ้วหญิงสาวตัวเล็กที่มองเขาอย่างอึ้งทึ่ง “เรียกผมเหรอครับคุณ” ชายหนุ่มหน้าใสเงยหน้ามองส่งยิ้มให้สาวตรงหน้า แต่เหมือนคนที่เขาฝันเมื่อคืนมากทีเดียว แถมชื่อเรียกที่คุ้นเคยในฝันสาวก็คล้ายเธอไม่น้อย “อ้าว มาแล้วเหรอจ๊ะ พ่อหนุ่มน้อยธิเบต แม่กลับมาจากต่างประเทศแล้วเหรอจ๊ะ”
ยอดชีวันตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองอยู่ในห้องนอนของตัวเอง เธอรับรู้ได้ทันทีว่าเธอกลับมาอยู่ในโลกของเธอแล้ว ไม่มีอีกแล้วพระเอกนิยายของเธอ มีเพียงความว่างเปล่าของห้อง สายตาพลันเหลือบเห็นนิยายปกสีแดงที่นอนแน่นิ่งข้างกาย ถูกปิดสนิทเอาไว้ ครั้งล่าสุดเธอจำได้เธอเปิดมันเอาไว้แล้วคว่ำหน้าที่เธออ่านลงกับเตียงนอน “จบแล้วสินะ” ปลายนิ้วลูบปกนิยายเอาไว้ ก่อนนำมันแนบขึ้นบนอก เธอมองโทรศัพท์ พบว่า เรื่องราวต่าง ๆ มากมายในนิยายมันก็แค่หนึ่งคืนที่เธอฝันไป ยอดชีวันหยิบโทรศัพท์ติดต่อหาหัวหน้างานของเธอ ขอลางาน เธอไม่มีอารมณ์จะทำงาน วันนี้เธอต้องไปหาแม่มดที่ส่งเธอเข้าไปอยู่ในนิยาย แล้วเรื่องทุกอย่างมันไม่ใช่แค่ความฝัน ยอดชีวันใช้เวลาไม่นานในการอาบน้ำแต่งตัว ในใจภาวนาให้ร้านของยัยแม่มดยังอยู่ที่เดิมไม่หายไปไหน เพราะถ้าร้านหายไป เรื่องราวที่คลั่งค้างอยู่ในใจของเธอก็ไร้คำตอบ เธอไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้น ลงมาถึงใต้คอนโด ยอดชีวันเรียกพี่วินเจ้าประจำไปที่ปากซอย ร้านของยัยแม่มดยังไม่หายไปไหน โชคดีเป็นของเธอ “ยัยแม่มด”
ยอดชีวันเริ่มเล่าเรื่องราวมากของตัวเองว่าแท้จริงแล้วตัวเองอยู่ในโลกอีกแห่งทำอะไรบ้าง ที่สำคัญ เธอบอกว่าตัวเองโสด แล้วเจอแม่มดในร้านหนังสือ แล้วพลั้งปากขอให้เธอมีแฟนพระเอกนิยายเรื่องนี้ อาจจะเป็นต้นเหตุที่ทำให้ต้องมาเจอกับเขา “จริงเหรอที่มีแม่มด” ยิ่งฟังเรื่องราวของเธอ เจฟก็ยิ่งรู้สึกว่ามันลึกลับเข้าไปใหญ่ แต่วินาทีนี้ไม่มีอะไรที่เขาคิดว่ามันไม่เป็นความจริง แค่คิดว่าตัวเองเป็นแค่นิยายมันก็ห่อเยี่ยวหัวใจพอแล้ว จากต้องมาจากลาคนรักของเขาเป็นอะไรที่เศร้าเสียใจยิ่งกว่า แต่เขาก็เป็นคนมีเหตุผลมากพอ และอยากให้เธอใช้ชีวิตที่ปกติสุข สำหรับเขาแค่เห็นรอยยิ้มของเธอก็นับว่าเป็นความสุขแล้ว “จริงสิ” ทั้งคู่แลกเปลี่ยนความคิดกันไปมา ส่วนมากยอดชีวันมากกว่าที่เป็นคนเล่าเรื่องตัวเอง เจฟเห็นคนตัวเองในอ้อมแขนของเขาเป็นตัวของตัวเอง เขายิ่งรู้สึกเสียดายเวลาที่อยู่กับเธอน้อยเหลือเกิน คุยไปคุยมาหญิงสาวก็หลับในอ้อมอกของเจฟ โดยที่เขาไม่ลืมจุมพิตขมับของหญิงสาวด้วยความรัก ตอนนี้เขารู้แจ่มแจ้งแล้วว่าความรักเขาเป็นอย่างไร “ผมรักคุ
หลังจากทั้งสองกลับมาจากเดินเล่นชายหาด เจฟก็ยังไม่ยอมพูดอะไรออกมา มาถึงห้อง เขาก็นั่งนิ่งบนโซฟา จนเธอต้องมานั่งข้าง ๆ เขา เธอรู้ว่าตอนนี้เขากำลังช็อกอยู่ สีหน้าที่ดูเคร่งเครียดมันก็ทำให้เธอรู้สึกผิดต่อเขาไม่น้อย “เออ...คุณ” “คุณจะจากผมไปวันไหน” น้ำเสียงสั่นเครือ แววตาเออหล่นไปด้วยน้ำตา ยอดชีวันตกใจไม่น้อย ไม่คิดว่าที่เขาก้มหน้าก้มตาร้องไห้เพราะเธอ เหมือนเด็ก เจฟที่เห็นยอดชีวันที่ยิ้มมุมปากก็เกิดความสงสัยว่าเธอกำลังยิ้มอะไรกัน เขากำลังเสียใจ หรือเขารักเธออยู่คนเดียวอย่างนั้นเหรอ “คุณยิ้มอะไร” “ก็ยิ้มให้คนน่ารักสิค่ะ” ยอดชีวันแนบฝ่ามือแนบแก้มทั้งสองข้างของชายหนุ่ม ก่อนขยับไหวไปมา “อือ ผมกำลังร้องไห้อยู่นะ” ยอดชีวันฉีกยิ้มกว้าง เม้มปากก่อนจะพูดอะไรออกมา “ฉันรักคุณนะคะ” “หะ....” เขาดูตกใจ “ยอดชีวันรักคุณนะคะ พระเอกนิยายของฉัน ฉันสัญญาถ้ากลับไปฉันไม่ลืมคุณหรอกนะ” ปลายนิ้วเช็ดนิ้วขอบตาร้อนผ่าวของเจฟ ไม่คิดเลยว่าพระเอกที่เข้มแข็งจะมีมุมที่
ไม่นานทั้งคู่มาถึงห้องอาหารแสนหรูหราวชมวิวริมทะเล คนที่จองยิ้มร่า อวดฟันขาว ๆ เขากำลังมีความสุข ข้อนั้นยอดชีวันไม่อยากทำร้ายจิตใจของเขา เขาเริ่มรักเธอ.....คิดแค่นั้นจิตใจภายในของเธอก็สั่นไหว “เป็นอะไรหรือเปล่าครับที่รัก เดี๋ยวนี้ผมเห็นคุณเหม่อบ่อย” เจฟสังเกตเห็นสาวน้อยของเขาทำหน้าครุ่นคิด กำลังหนักใจอะไรสักอย่าง คิ้วเป็นโบตั้งแต่ตื่นขึ้นมา “กำลังคิดเรื่องคุณ” “หือ ผมมีอะไรให้คุณต้องคิด ผมเลิกเจ้าชู้แล้วเหอะ...ไม่มีแล้วเนี่ย ผู้หญิง หรือคนอื่น ไม่มีกิ๊กอีกแล้ว” เขาไม่ได้สัญญาเปล่า พร้อมชูสาวนิ้วขึ้นเหมือนลูกเสือ “คือ ฉันมีเรื่องจะบอก” “ครับ” เขารับคำสั้น ๆ มันก็ทำให้หัวใจดวงน้อย ๆ ของยอดชีวันเต้นรัวเร็ว “เอ่อ....” “ถ้าคุณมัวแต่อ้ำอึ้งอยู่แบบนี้ ผมขอก่อนแล้วกัน” จากนั้นคนตัวโตก็ลุกขึ้นยืน บรรยากาศในร้านดูเปลี่ยนไปแสงไฟที่จ้าเริ่มหรี่ลงจนมันสลัวเป็นสีส้มอ่อน ๆ ดนตรีเริ่มบรรเลงเพลงรัก พนักงานเดินอุ้มช่อดอกไม้ช่อใหญ่ตรงมาทางพ่อพระเอกหนุ่ม หัวใจของยอดชีวันที่เต้นแรงมันก็เริ่มเต้นแรงเข้า







