Share

ตอนที่ 2 วางแผนชีวิต

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-12 13:13:43

ถ้วยยาจีนถูกวางลงบนโต๊ะข้างเตียง ดวงตาที่เคยหมองหม่นด้วยความเหนื่อยล้าของเจ้าของห้องเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เขามองเจียงหมิ่นด้วยแววตาที่ห่วงใย

“คิดได้ไงไปทะเลาะกับซูอี้” หลี่หมิงเหว่ยบ่นให้เธอเล็กน้อย พลางส่ายหน้า

“ก็ซูอี้ อ๋อ.. แม่นางเอกนั่นนะหรือ ก็เธอมาดูถูกฉันก่อนนี่” เธอตอบแล้วยกถ้วยยามาดม ก่อนจะจิบมันเล็กน้อยเพื่อรักษาน้ำใจสหายรัก

เจียงหมิ่นมองปฏิกิริยาของเขาแล้วรู้สึกเอ็นดู ชายหนุ่มคนนี้ดูเป็นสหายที่ซื่อตรงและจริงใจ ใบหน้าของเขาไม่มีร่องรอยของการเสแสร้งใดๆ เลยแม้แต่น้อย

“แล้วนายล่ะ ไปโผล่ที่สถานีโทรทัศน์ได้ยังไง เอาบทละครไปเสนออีกแล้วเหรอ”

“อืม ไม่ผ่านเหมือนเดิม” เขาพูดเสียงเบาด้วยความผิดหวัง

“แต่สุดท้ายสิ่งที่นายนำไปเสนอที่พวกนั้นไม่ให้ผ่าน ก็ถูกซ่งเหยาเอาไปดัดแปลงมาเขียนเป็นบทละครจนโด่งดังอยู่ดี นายควรจะร้องเรียนเรื่องพวกนี้ได้แล้วนะ” ในความทรงจำ คนขี้แพ้ที่ส่งบทละครให้สถานีโทรทัศน์ไม่เคยผ่าน แต่กลับถูกลอกพล็อตเรื่องไปเขียนใหม่ แต่เขาก็ไม่เคยโวยวาย

“แต่เขาเขียนได้ดีกว่าฉันจริงๆ ที่นา” หลี่หมิงเหว่ยเงยหน้าขึ้นมองเธออีกครั้ง คราวนี้ใบหน้าของเขาแดงก่ำกว่าเดิมชัดเจน

“เอาเถอะ หากนายอยากแพ้ต่อไปก็แล้วแต่”

ดวงตาของเขาเบิกโพลงราวกับไม่เชื่อสายตาตัวเอง เขาไม่เคยเห็นเจียงหมิ่นกล้าที่จะพูดหรือคิดอะไรแบบนี้มาก่อน มันช่างแตกต่างจากเจียงหมิ่นที่เขารู้จักโดยสิ้นเชิง

“เอ่อ... เธอ... เธอสบายดีแน่นะอาหมิ่น” เขาถามเสียงอ้อมแอ้ม มือไม้ไม่รู้จะวางไว้ตรงไหนดี

“ฉันเห็นเธอพูดจาแปลกๆ ตั้งแต่ในกองถ่ายแล้ว และตอนนี้ก็ด้วย”

หญิงสาวถอนหายใจออกมาเล็กน้อย เธอรู้ว่าคงต้องสร้างเรื่องโกหกขึ้นมาเพื่ออธิบายเรื่องทั้งหมดนี้

“ฉัน... ฉันอาจจะเหนื่อยมากไปหน่อยน่ะ แล้วก็ไม่อยากถูกรังแกอีกต่อไปแล้ว ความอดทนของคนเรามันมีจำกัด” เธอเริ่มปั้นสีหน้าให้ดูอ่อนเพลีย เงยหน้าขึ้นสบตากับเพื่อนรัก

“ฉันขอโทษนะ ที่ทำให้นายเป็นห่วง แต่ฉันไม่อยากเป็นเจียงหมิ่นคนเดิมอีกแล้ว” เจียงหมิ่นมองเห็นแววความห่วงใยอย่างแท้จริงในดวงตาของเขา เธอตัดสินใจว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องเริ่มแผนการของเธอ

“อาเหว่ย นายอยากเห็นบทละครของนายได้รับการยอมรับไหม” เธอเอ่ยเรียกชื่อเขาอย่างตั้งใจ คำถามของเพื่อนวัยเยาว์ทำให้หลี่หมิงเหว่ยถึงกับชะงัก

“ทำไม... ทำไมเธอถึงถามแบบนั้นล่ะ บทละครของฉัน... ไม่มีใครสนใจหรอก” เขาก้มหน้าลงมองพื้นอย่างอ่อนแรง

“ไม่จริงหรอก” เจียงหมิ่นตอบอย่างหนักแน่น เธอยื่นมือออกไปจับแขนเสื้อของเขาเบาๆ เพื่อให้เขารู้สึกถึงความจริงใจของเธอ

“ฉันเชื่อในความสามารถของนาย เพียงแต่นายต้องเปลี่ยนวิธีคิด” หลี่หมิงเหว่ยเงยหน้าขึ้นมองเธอช้าๆ แววตาของเขาสะท้อนความสับสนและความหวังที่ริบหรี่ปะปนกันไป

“ฉันอยากเขียนบทละครที่ยอดเยี่ยม อยากให้มันถูกสร้างเป็นหนัง อยากให้ผู้คนจดจำ แต่มันก็เป็นแค่ความฝันลมๆ แล้งๆ เท่านั้นแหละ” เสียงของเขาแผ่วลงในตอนท้าย

“ไม่ใช่ความฝันลมๆ แล้งๆ หรอก” เจียงหมิ่นกระชับมือที่จับแขนเสื้อเขาเบาๆ เธอจ้องมองเข้าไปในดวงตาของเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและเปี่ยมด้วยพลังที่หลี่หมิงเหว่ยไม่เคยเห็นมาก่อน

“ฉันจะช่วยทำให้ความฝันของนายเป็นจริง”

 “เธอ... เธอหมายความว่ายังไง”

“ฉันจะบอกบทละครให้นายเป็นคนเขียน ส่วนฉันจะแสดงให้มันโด่งดัง” หญิงสาวตอบด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยว

“เราจะร่วมมือกัน นายจะเป็นนักเขียนบทชื่อดัง และฉันจะเป็นนักแสดงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคนี้”

ดวงตาของหลี่หมิงเหว่ยเบิกกว้างขึ้นอีกครั้ง เขาจ้องมองเจียงหมิ่นที่อยู่ตรงหน้า ซึ่งตอนนี้ดูราวกับเป็นคนละคนกับที่เขารู้จัก

แววตาของเธอไม่ได้อ่อนไหวหรือสิ้นหวัง เป็นคนที่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ เหมือนเดิมอีกแล้ว แต่เต็มไปด้วยประกายของความแข็งแกร่งและความมุ่งมั่น

“เธอ... เธอแน่ใจนะว่าไม่ได้เป็นไข้” เขาเอ่ยถามเสียงสั่นๆ ด้วยความไม่แน่ใจ พลางยกมือขึ้นแตะหน้าผากเธอเบาๆ เจียงหมิ่นยิ้มกว้าง เธอรู้ว่าการเปลี่ยนแปลงของเธอจะต้องทำให้เขาตกใจ แต่ก็เป็นเรื่องดีที่จะทำให้เขาเชื่อในตัวเธอ

“ฉันสบายดี” เธอตอบ พลางลดมือของเขาลงจากหน้าผากของเธอ

“ฉันจริงจังอาเหว่ย นี่คือโอกาสของเราทั้งสองคนที่จะเปลี่ยนชะตาชีวิต นายจะยอมให้โอกาสนี้หลุดลอยไปเหรอ”

คำพูดของเจียงหมิ่นทำให้หลี่หมิงเหว่ยตกอยู่ในภวังค์แห่งความคิด เขามองใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจของหญิงสาวตรงหน้า แววตาที่เคยหม่นหมองของเขากลับปรากฏประกายบางอย่างที่จุดขึ้นมา

“แต่เธอ... เธอเนี่ยนะจะบอกบทให้ฉันเขียน” น้ำเสียงของหลี่หมิงเหว่ยยังคงแฝงความไม่มั่นใจ

“ใช่” เธอตอบอย่างหนักแน่น เว้นช่วงไปเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยวขึ้น

“สิ่งที่ฉันต้องการตอนนี้คือการ เปลี่ยนชะตาชีวิตของตัวเอง ฉันจะสร้างชื่อเสียงให้เจียงหมิ่นเป็นที่จดจำ ไม่ใช่แค่ในฐานะนักแสดงตัวประกอบไร้ค่า แต่เป็นนักแสดงที่ทุกคนต้องยอมรับ และนายคือคนที่ฉันเชื่อว่าจะสามารถร่วมทางไปกับฉันได้” เธอตอบพลาง

หลี่หมิงเหว่ยจ้องมองเธออย่างพิจารณา สีหน้าของเขายังคงสับสนปนลังเล แต่ในใจก็เริ่มมีความหวังริบหรี่ผุดขึ้นมา เขาอยากจะเชื่อเธอเหลือเกิน แต่ก็กลัวเหลือเกินว่าจะต้องผิดหวังอีกครั้ง

“ถ้าอย่างนั้น...” หลี่หมิงเหว่ยเอ่ยขึ้นเสียงแผ่ว แต่แววตาของเขากลับฉายความมุ่งมั่นที่ไม่เคยมีมาก่อน

“ถ้าเธออยากจะเปลี่ยนชะตาชีวิตของเธอจริงๆ และช่วยดันบทละครให้ฉัน เราจะต้องฝ่าด่านเส้นสายอย่างซ่งเหยาไปให้ได้ บทละครดีแค่ไหนฉันก็คงไม่ผ่าน แล้วถูกเขาเอาไปอยู่ดี”

“จริงด้วย งั้น ฉันมีความคิดใหม่” เธอพูดพลางมองไปยังเครื่องพิมพ์ดีดของเขา ที่อุตส่าห์เก็บเงินซื้อกว่าจะได้มันมา

“อะไร” เขาถามแล้วกะพริบตาปริบๆ จริตออกสาวหน่อยๆ ต่อหน้าสหายรักโดยไม่ปิดบังตัวตน

“นายพิมพ์เป็นนิยายออกวางขาย ถ้านิยายของนายได้รับการตีพิมพ์และมียอดขายที่สูง เชื่อเถอะว่าต้องมีคนมาติดต่อขอซื้อไปทำเป็นละคร นายไม่ต้องลำบากเขียนบทละครส่งสถานีโทรทัศน์อีกต่อไป แต่งหนังสือนิยายขายดีกว่า” เจียงหมิ่นรีบออกความเห็น

“นิยายหรือ แต่รัฐบาลไม่สนับสนุนนิยายรักที่มีฉากโรแมนติก เน้นให้เขียนแต่แนวรักชาติ หนังสือฉันจะขายได้เหรอ” เขาถามอย่างเป็นกังวล เพราะว่าบทละครนั้นสามารถกล่าวถึงได้

สถานีโทรทัศน์มีข้ออ้างว่าพัฒนาอุตสาหกรรมละครและภาพยนตร์ให้เข้าสู่ระดับนานาชาติ แต่ในนิยายที่ขายภายในประเทศ การมีฉากวาบหวิวแค่กอดจูบกันก็มีข้อจำกัดอยู่มาก

“แนวรักใคร่เขียนไม่ได้ งั้นก็เขียนแนว ‘ฉันคือประธานบริษัท’ รับรองเลยว่าขายดีเชียวล่ะ”

“แนวฉันคือประธานบริษัทเหรอ มันคืออะไร ฉันไม่เห็นเคยได้ยิน” เขาถามพลางเลิกคิ้วสูง ไม่รู้ว่าสหายวัยเยาว์คนนี้ไปเอาความคิดแปลกๆ เหล่านี้มาจากไหน

“ยกตัวอย่างเช่น พระเอกร่ำรวยมาก แต่เพราะมีแต่คนเข้าหาเพราะความร่ำรวยจึงปลอมตัวเพื่อตามหารักแท้ เป็นพนักงานระดับล่างในบริษัทของตนเอง ถูกคนอื่นดูถูก ยกเว้นนางเอกที่ไม่เคยดูถูกและเลือกรักเขาในสถานะที่ยากจน ระหว่างนั้นก็มีการกลั่นแกล้งพระเอกนางเอกสารพัดจากคนในบริษัท จนสุดท้ายก็มาเฉลยว่าพระเอกนั่นแหละคือเจ้านายของพวกเขา ไม่เน้นฉากรัก แต่เน้นฉากการกลั่นแกล้ง และการเอาคืนแบบกรรมตามสนอง” หญิงสาวอธิบายอย่างไหลลื่น

หลี่หมิงเหว่ยอ้าปากค้าง สิ่งที่เธอพูดมานั้นเป็นความคิดที่ไม่เลวเลยทีเดียว

“จริงสิ อีกแนวหนึ่ง แนวย้อนเวลา” เธอนึกได้ถึงนิยายในยุคปัจจุบัน

“พระเอกในยุคปัจจุบันตายแล้วเกิดใหม่ในยุคโบราณ ใช้ความรู้ในยุคปัจจุบันทำการค้าจนร่ำรวย แนวเหนือธรรมชาติแบบนี้ น่าตื่นเต้น และน่าจะเรียกความสนใจจากคนอ่านได้ไม่น้อย”

“เธอนี่มันสุดยอดเลยจริงๆ ฉันจะเริ่มลงมือเขียนเลย ขนาดแค่ฟังเธอเล่าฉันยังชอบเลย”

“และถึงตอนนั้น นายต้องดันฉันเป็นนักแสดงด้วยนะ”

“ได้สิ ไม่มีปัญหา เพื่อนรักของฉัน” หลี่หมิงเหว่ยพูดด้วยความดีใจ แสงแห่งความหวังของเขาเริ่มสว่างขึ้นอีกครั้ง

************************

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เมื่อดาราสาวเกิดใหม่มาเป็นตัวประกอบตกอับในยุค80   ตอนที่ 42 ตอนจบ

    ท่ามกลางกระแสข่าวที่ร้อนแรง ความรักของเจียงหมิ่นและจางเหล่ยได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลามเกินคาด แฟนละครที่เคยโกรธเกรี้ยวกลับเปลี่ยนเป็นชื่นชมและยินดีกับความรักของพวกเขาอย่างไม่น่าเชื่อในขณะเดียวกันโทษจากการกระทำของแต่ละคนก็ได้ตามมาอย่างรวดเร็ว เจ้าของร้านออกแบบเครื่องประดับออกมาประกาศขอโทษพร้อมมอบชุดเครื่องประดับพลอยที่ประกอบด้วยต่างหูและสร้อยคอให้แก่เจียงหมิ่นเพื่อเป็นการแสดงความขอโทษอย่างจริงใจ พร้อมกับปลดพนักงานที่ให้ข้อมูลเท็จกับนักข่าวให้ออกจากร้านทันทีส่วนต้าเซา แม้หนังสือพิมพ์ไป๋เจิ้นและเขาจะไม่ฟ้องร้อง แต่เขาก็ได้ยื่นใบลาออกเพื่อรับผิดชอบต่อการกระทำที่ผิดพลาดในการนำเสนอข่าวที่ผิดพลาดต่อเนื่องกันถึงสามครั้ง และต้าเซาก็ออกมาเปิดเผยแหล่งข่าว ว่าคนที่ให้ข้อมูลเขาเพื่อเล่นงานเจียงหมิ่น ทั้งสามครั้งมาจากฟางจื่อหลิน โดยมีซูอี้ร่วมด้วยในครั้งก่อนเมื่อเรื่องนี้แดงขึ้น ซูอี้ นางเอกสาวจากสถานีโทรทัศน์บีเคเธอถูกขุดคุ้ยประวัติว่าเคยกลั่นแกล้งนักแสดงตัวประกอบในกองละครอยู่เสมอ มีหลายคนที่ออกมาให้ข่าวเรื่องนี้ จากที่ถูกพักงานหนึ่งปีจึงกลายเป็นว่าถูกปลดออกจากสถานีโดยส

  • เมื่อดาราสาวเกิดใหม่มาเป็นตัวประกอบตกอับในยุค80   ตอนที่ 41 ของขวัญ

    รถยนต์ของจางเหล่ยเคลื่อนตัวออกจากงานเลี้ยง ทิ้งความวุ่นวายไว้เบื้องหลัง ภายในรถที่เงียบสงบ เจียงหมิ่นนั่งข้างสามี ใบหน้าเธอเต็มไปด้วยความสุขและความโล่งใจ“ฉันว่าแผนการของคุณหวังสุดยอดมากเลยนะคะ ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะสามารถพลิกสถานการณ์จากร้ายกลายเป็นดีได้ขนาดนี้” เจียงหมิ่นพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความชื่นชม“ส่งเสริมกระแสของเราให้ยิ่งได้รับความนิยม แล้วยังหาทางออกเรื่องสถานะของเราได้อีกด้วย” เธอพูดด้วยรอยยิ้มที่หุบไม่ลง มองแหวนที่สวมแล้วก็ยิ่งมีความสุขและอิ่มเอมใจหัวใจ ค่ำคืนที่เธอเป็นกังวลกลับกลายเป็นความทรงจำที่แสนวิเศษจางเหล่ยหันมามองเธอแล้วยิ้มอย่างอ่อนโยน ก่อนจะหันไปสนใจกับถนนตรงหน้าต่อ“นั่นก็เพราะคุณหวังอยากจะรักษาชื่อเสียงของเราเอาไว้ครับ เขาเป็นเจ้าของสถานีจะต้องทำทุกอย่างเพื่อชื่อเสียงของนักแสดงอยู่แล้ว เพราะมันคือผลประโยชน์ของเขา” เขาพูดพร้อมกับยื่นมือข้างหนึ่งไปลูบมือของเธออย่างแผ่วเบา“แล้วถ้าพวกเราไม่ใช่ดาราดังล่ะคะ เขาจะช่วยเราไหมคะ” เจียงหมิ่นถามอย่างสงสัย“ผมว่าถ้าใครมีผลประโยชน์เขาก็คงจะช่วยเหมือนกันครับ” จางเหล่ยตอบอ

  • เมื่อดาราสาวเกิดใหม่มาเป็นตัวประกอบตกอับในยุค80   ตอนที่ 40 เปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส

    หวังเซียวเจ้าของสถานีโทรทัศน์จินเผิงเรียกให้เจียงหมิ่นและจางเหล่ยเข้าไปพบเป็นการส่วนตัวในห้องทำงานที่ดูเงียบสงบเมื่อทุกคนเข้ามาในห้องแล้ว หวังเซียวก็ปิดประตูแล้วมองไปที่ทั้งคู่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย“ข่าวลือเรื่องแหวนแต่งงานเป็นเรื่องจริงใช่ไหม” เขาถามอย่างตรงไปตรงมา “พวกเธอสองคนสร้างข่าวคบหากัน ทั้งๆที่เจียงหมิ่นกำลังจะแต่งงานแล้วอย่างนั้นเหรอ”เจียงหมิ่นและจางเหล่ยสบตากันเล็กน้อย ก่อนที่นักแสดงหนุ่มจะเป็นฝ่ายอธิบายถึงเรื่องที่เกิดขึ้น“จริงๆก็คือ พวกเราแต่งงานกันแล้วครับ”คำตอบของทั้งคู่ทำให้หวังเซียวและเฉินหลิงถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ“คนรักของเจียงหมิ่น คือนายเหรอจางเหล่ย” เฉินหลิงพึมพำด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา“แล้วพวกเธอจะทำยังไงต่อไป” หวังเซียวถามด้วยน้ำเสียงที่ดูเครียด“เราจะประกาศเรื่องนี้ในงานเลี้ยงนี้ครับ เราจะบอกทุกคนให้รู้ความจริงไปพร้อมๆ กัน” จางเหล่ยพูดด้วยน้ำเสียงที่มุ่งมั่น คำตอบของเขาทำให้หวังเซียวถึงกับส่ายหน้าด้วยความไม่เห็นด้วย“ไม่ ถ้าหากพวกเธอประกาศเรื่องนี้ออกไป ความนิยมของพวกเธอจะต้อง

  • เมื่อดาราสาวเกิดใหม่มาเป็นตัวประกอบตกอับในยุค80   ตอนที่ 39 ข่าวใหญ่

    สองวันต่อมา ในร้านรับออกแบบเครื่องประดับที่ดูหรูหรา ต้าเซาจากหนังสือพิมพ์ไป๋เจิ้นกำลังนั่งอยู่ตรงหน้าพนักงานขายด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความจริงจัง“ผมอยากทราบข้อมูลว่าคุณหลี่หมิงเหว่ยมาสั่งทำแหวนให้คุณเจียงหมิ่น จริงหรือเปล่าครับ”พนักงานขายคนนั้นมองไปที่ต้าเซาแล้วส่ายหน้า เพราะกลัวว่าจะทำผิดกฎร้าน“ผมไม่สามารถให้ข้อมูลของลูกค้าได้จริงๆครับ ต้องขออภัยด้วย” คำพูดของพนักงานทำให้ต้าเซาถึงกับต้องนั่งนิ่งไปครู่หนึ่ง เขามองไปที่พนักงานคนนั้นด้วยสายตาที่ดูไม่เชื่อถือ ก่อนจะตัดสินใจที่จะยื่นซองเงินหนาๆ ให้กับพนักงานคนนั้นอย่างเงียบๆ“ถ้าคุณให้ข้อมูลผมมากกว่านี้ คุณจะได้มากกว่านี้อีก” ต้าเซากระซิบน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่เต็มไปด้วยความนัยเมื่อเห็นซองเงินในมือ พนักงานคนนั้นก็ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดคอ เขามองไปรอบๆ ร้านเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครเห็น ก่อนจะตัดสินใจที่จะบอกความจริงออกมา“คุณหลี่มาจ้างให้ร้านทำแหวนคู่ครับ คาดว่าจะใช้เป็นแหวนแต่งงาน แหวนของผู้หญิงสลักชื่อเจียงหมิ่น ส่วนแหวนผู้ชายสลักชื่อว่าจางอวี่หนิว” พนักงานหันซ้ายแลขวาขณะกระซิบบอกเสียงเบาคำพูดของพนักงานทำให้ต้าเซาถึงกับเบิกตากว้า

  • เมื่อดาราสาวเกิดใหม่มาเป็นตัวประกอบตกอับในยุค80   ตอนที่ 38 ของแทนใจ

    ภายในห้องนั่งเล่นในบ้านที่ดูอบอุ่น เจียงหมิ่นและจางเหล่ยกำลังนั่งดูโทรทัศน์ด้วยกัน ข่าวบันเทิงซุบซิบพูดถึงเรื่องราวที่ทั้งคู่เริ่มไปไหนมาไหนด้วยกันสองต่อสอง หญิงสาวอมยิ้มกับข่าวตรงหน้า“ข่าวซุบซิบกอสซิบดารามันมีมาตั้งแต่ยุคนี้แล้วสินะ” หญิงสาวบ่นพึมพำเสียงเบา“อาหมิ่น เมื่อครู่คุณพูดอะไรนะ”“เปล่าหรอกค่ะ” เธอพูดแล้วขยับเข้าไปนั่งชิดสามี แล้วเอนศีรษะซบไหล่ของเขา“อาหนิวคะ สัปดาห์หน้าจะเป็นวันเกิดครบรอบอายุยี่สิบปีของฉันแล้วนะคะ.” เจียงหมิ่นพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลเจือออดอ้อนเล็กน้อย“อืม และมันก็จะเป็นวันครบรอบสามเดือนที่เราจดทะเบียนสมรสกันด้วยนะ” เขาหันมามองเธอแล้วยิ้มอย่างอบอุ่น“ฉันว่าเราควรจะทำอะไรเป็นของขวัญให้กันและกันบ้างนะ” เจียงหมิ่นพูดอย่างตรงไปตรงมา“คุณอยากได้อะไรล่ะ”“ฉันอยากให้เราทำแหวนแต่งงานไว้ใส่คู่กันค่ะ” คำพูดของเจียงหมิ่นทำให้จางเหล่ยถึงกับยิ้มกว้างด้วยความพอใจ“ผมก็คิดเหมือนกันครับ” เขาพูดพร้อมกับเดินไปหยิบด้ายมาวัดนิ้วของเธอ“แล้วคุณอยากได้แบบไหนเป็นพิเศษไหม มีเพชรประดับ แหวนทองคำดีไหม” เขาถามเธออย่างเอาใจและกระตือรือร้นเป็นพิเศษ“ทองคำมันเด่นไปค่ะ ฉันอยากได้

  • เมื่อดาราสาวเกิดใหม่มาเป็นตัวประกอบตกอับในยุค80   ตอนที่ 37 ความสำเร็จของอาเหว่ย

    เสียงกรีดร้องของเจียงหมิ่นดังขึ้นขณะที่หยางเหมี่ยวผลักเธอจนล้มลงบนพื้นตามบทละคร เธอแสดงสีหน้าที่เจ็บปวดและหวาดกลัวได้อย่างสมจริงก่อนที่น้ำตาจะไหลออกมาจากดวงตาอย่างช้าๆ“คัต” ผู้กำกับสั่งเสียงดังทันทีที่สิ้นเสียง หยางเหมี่ยวก็รีบเข้าไปหาเจียงหมิ่นแล้วช่วยพยุงเธอขึ้นจากพื้นด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล“พี่เจียงหมิ่น เป็นอะไรไหมคะ ฉันขอโทษนะคะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ค่ะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเจียงหมิ่นยิ้มอย่างอ่อนโยนแล้วส่ายหน้า “ไม่เป็นไร เธอแสดงได้ดีมากเลยนะ”หยางเหมี่ยวยังคงมีสีหน้าไม่สบายใจ“พี่ไม่โกรธหรอก พี่เข้าใจ” เธอพูดพร้อมกับลูบที่ไหล่ของหยางเหมี่ยวเบาๆ คำพูดและการกระทำของนักแสดงรุ่นพี่ทำให้หยางเหมี่ยวถึงกับน้ำตาคลอ เธอไม่คิดว่าเจียงหมิ่นจะใจดีกับเธอขนาดนี้เธอเคยได้ยินจากพนักงานในสถานีว่า นางเอกส่วนใหญ่จะหยิ่งและถือตัว แต่สำหรับเจียงหมิ่นแล้ว ทั้งใจดี เป็นกันเอง และไม่เคยหวงความรู้กับเธอเลยสักครั้ง“ขอบคุณนะคะพี่เจียงหมิ่น” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่ซาบซึ้งใจ ก่อนที่จะชักชวนกันท่องบทเพื่อเตรียมตัวถ่ายฉากถัดไปด้วยกันหลังจากการถ่ายทำเสร็จสิ้นในตอนบ่ายแก่ๆ ที่ห้องแต่งตั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status