Mag-log inหกดาราสาวยอดนิยมแห่งปี เข้าร่วมรายการส่งเสริมอนุรักษ์วัฒนธรรมดั้งเดิมที่หมู่บ้านโบราณ แต่ระหว่างถ่ายทำรายการเกิดแผ่นดินไหวทำให้ต้องเสียชีวิต และหลิวซินเยว่คือหนึ่งในนั้น เมื่อเธอฟื้นมาอีกทีจึงพบว่าตนเองอยู่ในร่างของเจียงหมิ่น นักแสดงประกอบที่ไม่มีแม้แต่บทพูดและถูกกลั่นแกล้งสารพัด ในเมื่อกลับไปไม่ได้ เธอจะใช้ทักษะที่ติดตัวมาพลิกชะตาของดาราตัวประกอบให้เป็นนักแสดงนำอย่างเฉิดฉาย ใช้ชีวิตใหม่ในร่างของเจียงหมิ่นให้สมกับโอกาสที่ได้รับ
view moreณ หมู่บ้านหลงซาน เป็นหมู่บ้านเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยอารยธรรมแบบโบราณ
“หลิวซินเยว่ ทางนี้!” เสียงเรียกสดใสของซูหย่าฉิน ดาราสาวที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยความงาม เพื่อนในวงการของเธอเอ่ยขึ้น พร้อมโบกมือให้
หลิวซินเยว่ ก้าวเท้าลงจากรถตู้คันหรูอย่างสง่างาม ในชุดกี่เพ้าสีฟ้าอ่อนปักลวดลายดอกโบตั๋นพลิ้วไหว เธอยิ้มให้กล้องและแฟนๆ ที่มารอต้อนรับ ใบหน้าหวานใสเปล่งประกายออร่าของซูเปอร์สตาร์แห่งยุค ยิ่งทำให้ผู้คนรอบข้างต่างชื่นชมในความงามและมารยาทอันน่ารักของเธอ
นอกจากจะเป็นนักแสดงที่โด่งดังแล้ว เธอยังมีความสามารถในการเขียนบทละครที่โดดเด่น แต่ที่ใครหลายคนไม่รู้ เธอคือนักเขียนนิยายรักน้ำเน่าแนวชิงรักหักสวาทที่กำลังขายดิบขายดี ด้วยนามปากกาลับที่ไม่เคยเปิดเผยตัวตน
“วันนี้อากาศดีจริงๆ นะ เหมาะกับการถ่ายทำสุดๆ ฉันไม่เคยคิดเลยว่าในจีนจะมีที่แบบนี้อยู่ด้วย” ถังมี่มี่ ดาราสาวร่างเล็กที่มีความสามารถในการเขียนบทละครเช่นเดียวกับหลิวซินเยว่เอ่ยขึ้นอย่างกระตือรือร้น
ช่างภาพของรายการ ‘ลมหายใจแห่งอดีต’กำลังจัดเตรียมอุปกรณ์กันอย่างขะมักเขม้น รอบตัวเต็มไปด้วยทีมงานและชาวบ้านหลงซานที่มารอชมดาราที่พวกเขาเห็นแต่ในจอแก้ว
“สวัสดีครับทุกท่าน พวกเราดีใจมากที่ได้มาเยือนหมู่บ้านที่สวยงามแห่งนี้” พิธีกรหนุ่มหล่อที่เป็นขวัญใจสาวๆ ค้อมศีรษะเล็กน้อยให้ชาวบ้าน หลังจากที่เริ่มถ่ายทำ
“สวัสดีค่ะแฟนๆทุกคน ขอบคุณที่มาให้กำลังใจพวกเรานะคะ”
อีกสามนักแสดงผู้มากประสบการณ์ พวกเธอต่างก็กำลังทักทายและพูดคุยกับแฟนคลับอย่างเป็นกันเอง
การมาเยือนหมู่บ้านหลงซานครั้งนี้ นับเป็นโปรเจกต์ใหญ่ที่รวมดาราแถวหน้าของวงการไว้มากที่สุด เพื่อเผยแพร่เสน่ห์ของวัฒนธรรมท้องถิ่นที่กำลังเลือนหายให้คนรุ่นใหม่ได้รู้จัก
พวกเธอเดินผ่านบ้านไม้เก่าแก่ที่ปลูกเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ แวะทักทายคุณป้าคุณลุงที่กำลังนั่งสานตะกร้าอยู่หน้าบ้าน
รายการดำเนินไปอย่างราบรื่น ผู้กำกับพยักหน้าด้วยความพอใจ
ขณะที่หลิวซินเยว่กำลังโพสท่าถ่ายภาพหน้าต้นไม้โบราณอายุกว่าร้อยปี จู่ๆ พื้นดินใต้เท้าก็เริ่มสั่นสะเทือนเบาๆ ในตอนแรกมันเป็นเพียงการสั่นไหวเล็กน้อยที่ทำให้ทุกคนหันมองหน้ากันอย่างงงงวย แต่แล้วความสั่นสะเทือนก็ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว วินาทีต่อมาเสียงดังกึกก้องเหมือนฟ้าผ่าก็ดังลั่นทั่วหมู่บ้าน
“แผ่นดินไหว!” ใครบางคนตะโกนขึ้นอย่างตื่นตระหนก
ต้นไม้โบราณที่สูงเสียดฟ้าเริ่มโค่นล้มลงมาอย่างช้าๆ บ้านเรือนไม้เก่าแก่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดลั่น ก่อนจะพังทลายลงมาเป็นชิ้นๆ ฝุ่นควันคลุ้งตลบไปทั่วทุกทิศทาง เสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวของชาวบ้านและทีมงานดังระงม หลิวซินเยว่พยายามจะวิ่งหนี แต่พื้นดินที่แยกตัวออกจากกันทำให้เธอเสียหลักล้มลง
หญิงสาวพยายามมองหาเพื่อนๆ ในความโกลาหล แต่ทุกสิ่งรอบตัวล้วนอยู่ในความมืดมิดและเต็มไปด้วยเศษซากปรักหักพัง ไม่นานนักแผ่นดินตรงหน้าเธอก็ยุบตัวลงไปอย่างช้าๆ เผยให้เห็นรอยแยกขนาดใหญ่ที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่ง
หลิวซินเยว่รู้สึกเหมือนร่างกายของเธอลอยคว้างอยู่ในอากาศ แรงดึงดูดมหาศาลกำลังฉุดรั้งเธอลงสู่เบื้องล่าง ความมืดมิดเข้าปกคลุมทุกโสตประสาท เสียงสุดท้ายที่ได้ยินคือเสียงเรียกชื่อของเพื่อนๆ ที่แผ่วเบาลงไปทุกที
และไม่นาน ท่ามกลางความมืดมิดนั้น ก็มีเสียงที่ไม่คุ้นหู กำลังต่อว่าใครบางคนอยู่ด้วยน้ำเสียงฟังดูไร้หัวใจ
“เจียงหมิ่น อย่ามาแกล้งเป็นลมนะ ฟื้นขึ้นมาเดี๋ยวนี้ นังตัวประกอบไร้ค่า!”
******************
ท่ามกลางกระแสข่าวที่ร้อนแรง ความรักของเจียงหมิ่นและจางเหล่ยได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลามเกินคาด แฟนละครที่เคยโกรธเกรี้ยวกลับเปลี่ยนเป็นชื่นชมและยินดีกับความรักของพวกเขาอย่างไม่น่าเชื่อในขณะเดียวกันโทษจากการกระทำของแต่ละคนก็ได้ตามมาอย่างรวดเร็ว เจ้าของร้านออกแบบเครื่องประดับออกมาประกาศขอโทษพร้อมมอบชุดเครื่องประดับพลอยที่ประกอบด้วยต่างหูและสร้อยคอให้แก่เจียงหมิ่นเพื่อเป็นการแสดงความขอโทษอย่างจริงใจ พร้อมกับปลดพนักงานที่ให้ข้อมูลเท็จกับนักข่าวให้ออกจากร้านทันทีส่วนต้าเซา แม้หนังสือพิมพ์ไป๋เจิ้นและเขาจะไม่ฟ้องร้อง แต่เขาก็ได้ยื่นใบลาออกเพื่อรับผิดชอบต่อการกระทำที่ผิดพลาดในการนำเสนอข่าวที่ผิดพลาดต่อเนื่องกันถึงสามครั้ง และต้าเซาก็ออกมาเปิดเผยแหล่งข่าว ว่าคนที่ให้ข้อมูลเขาเพื่อเล่นงานเจียงหมิ่น ทั้งสามครั้งมาจากฟางจื่อหลิน โดยมีซูอี้ร่วมด้วยในครั้งก่อนเมื่อเรื่องนี้แดงขึ้น ซูอี้ นางเอกสาวจากสถานีโทรทัศน์บีเคเธอถูกขุดคุ้ยประวัติว่าเคยกลั่นแกล้งนักแสดงตัวประกอบในกองละครอยู่เสมอ มีหลายคนที่ออกมาให้ข่าวเรื่องนี้ จากที่ถูกพักงานหนึ่งปีจึงกลายเป็นว่าถูกปลดออกจากสถานีโดยส
รถยนต์ของจางเหล่ยเคลื่อนตัวออกจากงานเลี้ยง ทิ้งความวุ่นวายไว้เบื้องหลัง ภายในรถที่เงียบสงบ เจียงหมิ่นนั่งข้างสามี ใบหน้าเธอเต็มไปด้วยความสุขและความโล่งใจ“ฉันว่าแผนการของคุณหวังสุดยอดมากเลยนะคะ ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะสามารถพลิกสถานการณ์จากร้ายกลายเป็นดีได้ขนาดนี้” เจียงหมิ่นพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความชื่นชม“ส่งเสริมกระแสของเราให้ยิ่งได้รับความนิยม แล้วยังหาทางออกเรื่องสถานะของเราได้อีกด้วย” เธอพูดด้วยรอยยิ้มที่หุบไม่ลง มองแหวนที่สวมแล้วก็ยิ่งมีความสุขและอิ่มเอมใจหัวใจ ค่ำคืนที่เธอเป็นกังวลกลับกลายเป็นความทรงจำที่แสนวิเศษจางเหล่ยหันมามองเธอแล้วยิ้มอย่างอ่อนโยน ก่อนจะหันไปสนใจกับถนนตรงหน้าต่อ“นั่นก็เพราะคุณหวังอยากจะรักษาชื่อเสียงของเราเอาไว้ครับ เขาเป็นเจ้าของสถานีจะต้องทำทุกอย่างเพื่อชื่อเสียงของนักแสดงอยู่แล้ว เพราะมันคือผลประโยชน์ของเขา” เขาพูดพร้อมกับยื่นมือข้างหนึ่งไปลูบมือของเธออย่างแผ่วเบา“แล้วถ้าพวกเราไม่ใช่ดาราดังล่ะคะ เขาจะช่วยเราไหมคะ” เจียงหมิ่นถามอย่างสงสัย“ผมว่าถ้าใครมีผลประโยชน์เขาก็คงจะช่วยเหมือนกันครับ” จางเหล่ยตอบอ
หวังเซียวเจ้าของสถานีโทรทัศน์จินเผิงเรียกให้เจียงหมิ่นและจางเหล่ยเข้าไปพบเป็นการส่วนตัวในห้องทำงานที่ดูเงียบสงบเมื่อทุกคนเข้ามาในห้องแล้ว หวังเซียวก็ปิดประตูแล้วมองไปที่ทั้งคู่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย“ข่าวลือเรื่องแหวนแต่งงานเป็นเรื่องจริงใช่ไหม” เขาถามอย่างตรงไปตรงมา “พวกเธอสองคนสร้างข่าวคบหากัน ทั้งๆที่เจียงหมิ่นกำลังจะแต่งงานแล้วอย่างนั้นเหรอ”เจียงหมิ่นและจางเหล่ยสบตากันเล็กน้อย ก่อนที่นักแสดงหนุ่มจะเป็นฝ่ายอธิบายถึงเรื่องที่เกิดขึ้น“จริงๆก็คือ พวกเราแต่งงานกันแล้วครับ”คำตอบของทั้งคู่ทำให้หวังเซียวและเฉินหลิงถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ“คนรักของเจียงหมิ่น คือนายเหรอจางเหล่ย” เฉินหลิงพึมพำด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา“แล้วพวกเธอจะทำยังไงต่อไป” หวังเซียวถามด้วยน้ำเสียงที่ดูเครียด“เราจะประกาศเรื่องนี้ในงานเลี้ยงนี้ครับ เราจะบอกทุกคนให้รู้ความจริงไปพร้อมๆ กัน” จางเหล่ยพูดด้วยน้ำเสียงที่มุ่งมั่น คำตอบของเขาทำให้หวังเซียวถึงกับส่ายหน้าด้วยความไม่เห็นด้วย“ไม่ ถ้าหากพวกเธอประกาศเรื่องนี้ออกไป ความนิยมของพวกเธอจะต้อง
สองวันต่อมา ในร้านรับออกแบบเครื่องประดับที่ดูหรูหรา ต้าเซาจากหนังสือพิมพ์ไป๋เจิ้นกำลังนั่งอยู่ตรงหน้าพนักงานขายด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความจริงจัง“ผมอยากทราบข้อมูลว่าคุณหลี่หมิงเหว่ยมาสั่งทำแหวนให้คุณเจียงหมิ่น จริงหรือเปล่าครับ”พนักงานขายคนนั้นมองไปที่ต้าเซาแล้วส่ายหน้า เพราะกลัวว่าจะทำผิดกฎร้าน“ผมไม่สามารถให้ข้อมูลของลูกค้าได้จริงๆครับ ต้องขออภัยด้วย” คำพูดของพนักงานทำให้ต้าเซาถึงกับต้องนั่งนิ่งไปครู่หนึ่ง เขามองไปที่พนักงานคนนั้นด้วยสายตาที่ดูไม่เชื่อถือ ก่อนจะตัดสินใจที่จะยื่นซองเงินหนาๆ ให้กับพนักงานคนนั้นอย่างเงียบๆ“ถ้าคุณให้ข้อมูลผมมากกว่านี้ คุณจะได้มากกว่านี้อีก” ต้าเซากระซิบน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่เต็มไปด้วยความนัยเมื่อเห็นซองเงินในมือ พนักงานคนนั้นก็ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดคอ เขามองไปรอบๆ ร้านเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครเห็น ก่อนจะตัดสินใจที่จะบอกความจริงออกมา“คุณหลี่มาจ้างให้ร้านทำแหวนคู่ครับ คาดว่าจะใช้เป็นแหวนแต่งงาน แหวนของผู้หญิงสลักชื่อเจียงหมิ่น ส่วนแหวนผู้ชายสลักชื่อว่าจางอวี่หนิว” พนักงานหันซ้ายแลขวาขณะกระซิบบอกเสียงเบาคำพูดของพนักงานทำให้ต้าเซาถึงกับเบิกตากว้า











