Masuk“พี่ต่างหากที่ดูถูกตัวเอง โดนเขาทิ้งแล้วยังโง่รักเขาอีก พริกก็โง่ โง่ที่รักพี่!” พริมาคิดมาตลอดว่าความรัก ความเสมอต้นเสมอปลายของเธอจะช่วยให้บาดแผลในใจของชาญชัยจางลงจนหายสนิท
แต่วันนี้ เธอเห็นชัดแล้ว
ต่อให้เป็นคนดีขนาดไหน ถ้าไม่ใช่คนที่ถูกรัก ทำดีแทบตายก็ไม่ใช่คนที่ถูกเลือก
“ถ้างั้นก็หย่า เราจะได้หายโง่กันทั้งคู่”
เอาอะไรมามั่นใจว่าเขายังรักอรอุมา เขาไม่เลวระยำถึงกลับแต่งงานกับผู้หญิงอีกคนเพราะอยากลืมคนที่เคยรักมากที่สุด
ใช่อยู่ที่ว่าบาดแผลยังไม่หายสนิท แต่ก็ไม่โง่พอที่จะเอาตัวเองกลับเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงที่เห็นแก่เงินคนนั้น แม้ในอดีตจะเคยรักมากก็เถอะ
เคยรักมากก็เกลียดมากมีแต่ในผู้หญิงหรืออย่างไร ผู้ชายก็รักมากและเกลียดมากเป็นเหมือนกัน
“พริกไม่หย่า!”
“ถ้าเก่งแต่ปาก ก็อย่ามาหาเรื่องพี่อีก พี่เบื่อ!”
โพล่งปากอย่างไม่ไว้หน้า ปัญหาระหว่างเขากับพริมา ไม่มีคนนอกเข้ามาเกี่ยวข้อง
สามปีที่แต่งงานอยู่กินฉันสามีภรรยา ชาญชัยมั่นใจว่าตัวเองเป็นสามีที่ดีมาตลอด เขาไม่ใช่คนโรแมนติก ไม่ใช่คนช่างเอาอกเอาใจและหน้าที่สามีก็ทำได้อย่างไม่บกพร่อง
ก็มีแค่พักหลังมานี้...
ที่งานเริ่มมีปัญหาจนทำให้กลับบ้านไม่ตรงเวลา ด้วยความที่ต่างคนต่างทำงาน เขาเป็นหัวหน้าฝ่ายขาย ส่วนพริมาทำงานในตำแหน่งเลขานุการส่วนตัว ล้านเปอร์เซ็นต์ที่เวลาการทำงานไม่ตรงกัน บางคืนในขณะที่เขานอนหลับอยู่บนเตียง เมียยังนั่งทำงานให้เจ้านายอยู่ด้วยซ้ำ บางอาทิตย์เขาอยู่ภาคเหนือส่วนเมียก็ติดตามเจ้านายไปทำงานที่ภาคใต้
ช่องว่างระหว่างความสัมพันธ์ก็มาจากเรื่องเวลาล้วน ๆ ไม่ใช่มือที่สาม มือที่สี่ที่ไหนหรอก
“เออ พริกมันเก่งแต่ปาก พริกมันโง่ ใครจะไปฉลาดเท่าเมียเก่าพี่ล่ะ”
“พริกหยุดได้แล้ว! หยุดพูดถึงคนอื่น มันไม่เกี่ยวกับอุ๋ย ไม่เกี่ยวกับใครทั้งนั้น เพราะพริกเป็นแบบนี้ไงล่ะ เราถึงได้มีปัญหากัน ขอเถอะ แค่เรื่องงานพี่ก็เหนื่อยมากแล้ว” ชาญชัยพูดเสียงดัง ตึงสีหน้าและดวงตายามที่มองมายังเมีย ถ้าพริมายังไม่เลิกขุดคุ้ยเรื่องเขากับอดีตคนรัก เรื่องจะไม่จบ มันจะบานปลายและเลยเถิดไปจนอาจจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมไม่ได้
พริมาทรุดนั่งลงกลางห้องนอนที่อยู่ในคอนโดขนาดสี่สิบตารางเมตร เสียงประตูปิดทำเอาใจหญิงสาวสั่นไหว ชาญชัยไปแล้ว เขาออกไปจากห้องทั้งที่ยังเคลียร์ใจกันไม่สำเร็จด้วยซ้ำ
เขาเหนื่อยคนเดียวที่ไหน เธอเองก็เหนื่อยไม่น้อยกว่าเลย ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ยอมทำงานเป็นเลขาให้กับเจ้านายที่เอาแต่ใจ ชี้นิ้วสั่งงานไม่รู้จักเวล่ำเวลาเพื่อแลกกับเงินเดือนครึ่งแสน
บ้าน...
บ้านที่เคยฝันว่าอยากมี ใกล้เอื้อมถึงแล้ว ทว่าความรัก ความผูกพันระหว่างสองผัวเมียกลับดูห่างเหินและไม่หวานชื่นเหมือนตอนที่รักกันแรก ๆ
“พี่ก็ต้องขอโทษที่ทำให้พริกร้องไห้กับความไม่เด็ดขาดของพี่ พี่รักพริกมากนะ แต่พี่รู้แล้วว่าแค่ความรักอย่างเดียวไม่พอ มันต้องมีความชัดเจนด้วย ที่ผ่านมาถ้าพี่เด็ดขาดและชัดเจนกว่านี้ เราก็ไม่เจ็บปวด”อดีตเป็นบทเรียนให้ดำเนินชีวิตในปัจจุบันและอนาคตได้อย่างดีที่สุด เมื่อเคยทำผิดพลาดก็ต้องไม่เกิดซ้ำอีกเขายังโชคดี ที่ยังรักษาครอบครัวไว้ได้ ถ้าขี้ขลาดและเห็นแก่ตัว ปล่อยมือพริมาแล้วเลือกเดินด้วยเส้นทางที่มีแค่ตัวเอง ป่านนี้...ก็คงไม่ได้มีโอกาสได้สัมผัสความสุข ความอิ่มเอมใจเหมือนที่เคยได้รับมาในช่วงแรก ๆที่แต่งงานกับพริมา“เราอาจจะมีช่วงเวลาที่รักกัน มีช่วงเวลาที่เบื่อหน่าย ทะเลาะกันบ้าง แต่พริกสัญญาค่ะ ว่าพริกจะไม่เอ่ยปากขอหย่ากับพี่ชาญอีกเด็ดขาด” เพราะเคยถูกชาญชัยประชดด้วยการขอหย่า พริมาถึงได้เข้าใจว่าแค่คำว่า ‘หย่า’ คำสั้น ๆที่หลุดมาจากปากของคนที่เรารัก มันสร้างความเจ็บปวดเชือดเฉือนหัวใจเพราะเหตุนี้ ไม่ว่าจะเกิดปัญหาอะไรกับชีวิตคู่ เธอจะไม่ปากพล่อยพูดคำว่า ‘หย่า’ ออกมาง่าย ๆอีกแล้ว“พี่ก็สัญญาว่าพี่จะไม่ขอหย่ากับพริกตอนที่มีอารมณ์โกรธอีกแล้ว พี่ยังยืนยันว่าถ้าพี่จะหย่ากับพริก มีเหตุผลเดี
พริมาหายเข้าไปจัดการกับธุระของตัวเองอยู่ราวยี่สิบนาที พอออกมาก็เห็นว่าชาญชัยนอนพิงหลังอยู่กับหัวเตียง ทำเหมือนว่ากำลังรอเธออยู่กายขาวโพลนที่อยู่ในชุดนอนกระโปรงสีหวานเผลอยกมือจับที่กระดุมเสื้อชุดนอนอย่างลืมตัวเมื่อถูกดวงตาคู่คมหวานหยาดเยิ้มจ้องอย่างไม่ลดละใจสาวหายวาบ เมื่อคนที่นอนอยู่บนเตียงลุกเดินมาหา เข้ามาสวมกอดแล้วกระซิบเสียงแหบพร่าข้างหู“ทำลูกกันนะครับ”ไม่ทันได้เอื้อนเอ่ยคำใด ก็ถูกสามีอุ้มขึ้นไปวางที่เตียงโดยที่เขาคลานขึ้นมาคร่อมทับไว้“พี่รักพริก”“พริกก็รักพี่ชาญค่ะ”หัวใจของพริมาเต้นเร็วถี่เมื่อกระดุมเสื้อชุดนอนเม็ดแรกถูกแกะและตามมาด้วยกระดุมเม็ดต่อไปผิวกายขาวเนียนละเอียดต้องใจของกายหนา ฝ่ามือสากสัมผัสที่ทรวงอกนุ่มนิ่มถวิลหายิ่งนักสองกายแนบชิด สนิทไปทุกสัดส่วน ความหวามหวานแผ่ซ่านไปทั่วอณูของผิวเนื้อเน้นหนักและนุ่มนวลจังหวะรักผ่อนหนัก ผ่อนเบา ดำเนินไปอย่างไม่ว่างเว้น ความคิดถึง ความโหยหาโถมซัดจนระบายความกระสันอยากเป็นจังหวะวาบหวามที่แสนอ่อนหวาน“พริกรักพี่ชาญ”กอดรัดเอวสอบ บดเบียดส่วนอ่อนไหวกับกายแก่ง ช่องทางรักฉ่ำชื้นด้วยพิษของน้ำใคร่ใจนางหวิววาบ ยามที่ดอกไม้งามถูกกล
คืนแรกของการย้ายมาอยู่บ้านหลังใหม่ครึกครื้นด้วยงานเลี้ยงฉลองเล็ก ๆที่จัดขึ้นภายในครอบครัว ตัวชูโรงในการสร้างเสียงหัวเราะก็คงหนีไม่พ้นภพภัค เจ้าเก่าเจ้าเดิม “บ้านมึงนี้เงียบมากเหมาะเอาเมียน้อยหนีมาซุกไว้” ยักคิ้วหลิ่วตาใส่เพื่อนก่อนที่กระป๋องเบียร์เปล่าจะลอยลิ่วตรงมาหา “น้องพริก ไอ้ชาญทำร้ายพี่” พริมาหัวเราะขำพลางส่ายหน้ากับความซุกซนของสองหนุ่ม อายุก็เลยเลขสามกันแล้ว ยังเล่นหยอกล้อกันเหมือนเด็กน้อยน่าปวดหัวจริง ๆ“พริกว่าพี่ภัคหาเมียเถอะค่ะ จะได้ไม่ซนมาก”“พี่ซนที่ไหน ไอ้ชาญสิซน ดู ๆน้องพริกดูมันทำหน้าใส่พี่” พอเห็นเพื่อนมองตาขวาง ใบหน้าขึงตึง ภพภัคก็ชิงฟ้องพริมาอีกครั้ง “เออ พี่มีอะไรให้น้องพริกดูด้วย ของเด็ดเลย”ภพภัคล้วงมือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วเปิดหน้าจอ ค้นหารูปที่ถ่ายเก็บไว้ จากนั้นยื่นให้พริมาดูดวงหน้าสวยหวานปรากฏรอยยิ้มกว้าง ตั้งแต่คบหาและแต่งงานกันมา ยังไม่เคยเห็นชาญชัยในลุกพ่อบ้านแบบนี้สักครั้ง“อันนี้พ่อบ้านใจกล้านี่คะ” หันหน้าจอให้สามีดูพลางยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างชอบใจ ทว่าคนที่อยู่ในรูปกลับใบหน้าบูดบึ้งกว่าเดิม“ไอ้เหี้ยภัค! แอบถ่ายไว้ตอนไหนวะ!”“
“น้องมาทำงานที่นี่เพราะอะไร ?”พอเด็กเสิร์ฟเดินมาหา ภพภัคก็เอ่ยถามด้วยใบหน้านิ่ง ๆดวงตาสีดำขลับไล่มองรูปร่างผอมบางของเด็กสาว ผอมมาก ไม่มีเนื้อไม่มีหนังเลย“หนู...เอ่อ หนูมาทำงานช่วยแม่หาค่าเทอมให้หนูกับน้องค่ะ” เด็กสาวตอบด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก ก้มหน้าจนคางชิดอกเลยไม่ทันได้เห็นแววตาที่แฝงไปด้วยความชื่นชมของคนถาม“เป็นเด็กดีสินะเรา ดีจริง ไม่ใช่ดีแตกนะ ?”“ดีจริงค่ะ” เด็กสาวตอบกลับด้วยความใสซื่อจนเรียกรอยยิ้มของสองผัวเมีย“อะ พี่ให้ เอาไปขายแล้วเอาเงินไปจ่ายค่าเทอม” หยิบแหวนขึ้นมาจากโต๊ะแล้วยื่นให้เด็กสาว ทว่าคนรับกลับไม่ยอมรับแหวน นอกจากนั้นแล้วยังเงยหน้าช้อนตาขึ้นสบกับคนให้ด้วยสายตาที่ฉายชัดว่ามีความคับข้องใจ “เอ้า! รับไปสิ ทองจริง ไม่ใช่ทองเก๊”“หนูรับไปเถอะ พี่เขาตั้งใจให้”พริมาช่วยพูดจนเด็กสาวรับแหวนไปจากภพภัคแต่โดยดี ก่อนจะยกมือไหว้ขอบคุณในน้ำใจแล้วกลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง โดยที่ยังแอบมองมาที่คนให้อยู่เป็นพัก ๆ“ได้บุญใหญ่เลยนะมึง ให้การศึกษาเด็ก”“กูได้บุญ มึงได้หน้างี้” ชาญชัยเบ้หน้าพร้อมมองเพื่อนด้วยความหมั่นไส้ เขาก็พูดหยอกภพภัคไปเพื่อความเฮฮาเท่านั้น ถึงแหวนจะมีราคา แต่ในเมื
“พูดมากนะมึง” ตวัดสายตาดุพร้อมสาดคำพูดด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้างส่งไปหาเพื่อนผู้ที่ขยันหาเรื่องมาพูดให้เขาขายขี้หน้า “ตอนนั้น พี่เฮิร์ทหนักน่ะ ตอนนี้ไม่แล้ว”เอื้อมจับมือเมียมากุมไว้พลางยกแนบที่แก้ม ได้ยินเสียงจิ๊จ๊ะดังลอดมาจากคนที่นั่งเก้าอี้อีกฝั่ง“เกรงใจกูบ้าง เห็นกูเป็นหัวหลักหัวตอรึไง”ชาญชัยเบ้ปากส่งให้เพื่อนพร้อมทำหน้าสื่อไปว่า ‘กูไม่แคร์’ จนภพภัคบุ้ยปากส่งกลับมาให้ด้วยความหมั่นไส้กับความคลั่งรักของเพื่อน“สรุปตอนนี้คือดีกันแล้ว ? ไม่หย่า ?”“ไม่หย่าโว้ย! ถามเหี้ยอะไรของมึง!”คำถามมีตั้งเยอะแยะ ดันเสือกมาถามคำถามที่จี้ใจของเขากับพริมา มันน่ายกเท้าถีบไปสักที“เอ้า! กูถามเพราะอยากรู้ ไม่หย่าก็ดีแล้ว กูดีใจด้วย พี่ดีใจด้วยนะน้องพริก”“กว่าจะมาถึงวันนี้ กว่าจะเข้าใจกัน พริกก็เสียน้ำตาไปเยอะเหมือนกันค่ะ วันหลังถ้าพริกกับพี่ชาญงอแงกันอีก พี่ภัคช่วยเตือนสติด้วยนะคะ” พริมาไม่รู้หรอกว่าอนาคตข้างหน้าความสัมพันธ์ของเธอกับชาญชัยยังจะราบรื่น แต่สิ่งหนึ่งที่ย้ำเตือนกับตัวเองคือ ถ้าชีวิตคู่เริ่มมีปัญหา อย่าปล่อยให้มันคาราคาซัง อย่าหนีปัญหา ให้รีบเปิดใจคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น แลกเปลี่ยนความรู
“เหม็นความรักว่ะ”พอเห็นเพื่อนควงเมียเดินตรงมาที่โต๊ะ ภพภัคก็แสร้งพูดลอยอย่างกวน ๆได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักของพริมาแว่วตามมา“มานานหรือยังคะพี่ภัค” พริมาเดินไปนั่งเก้าอี้ที่อยู่ด้านในสุดแล้วให้ชาญชัยนั่งเก้าอี้ตัวที่อยู่ถัดไป“มานั่งรอจนคิดว่าจะกลับแล้วล่ะ”“มึงก็เว่อร์ไป กูมาเลทแค่ครึ่งชั่วโมงเอง”ชาญชัยยกเท้ายันไปที่ขาเก้าอี้ของเพื่อนที่นั่งอยู่อีกฝั่งตรงข้ามพลางมองด้วยสายตาคาดโทษ“ดื่มอะไร เบียร์หรือเหล้า”“กูไม่ดื่ม” บอกไปด้วยเสียงดังฟังชัด วันนี้ที่มาตั้งใจแค่พาพริมามานั่งดื่มด่ำบรรยากาศในยามราตรีก็เท่านั้น“ไม่ดื่มแล้วมึงมาทำเหี้ยไรวะ!” ภพภัคถามกลับอย่างไม่เข้าใจว่าชาญชัยจะถ่อมาร้านเหล้าทำไม ถ้าไม่ดื่ม ไม่สู้นอนกกเมียอยู่ที่บ้านยังจะดีกว่าอีก“มานั่งเป็นเพื่อนเหี้ย ๆอย่างมึงไง”ไม่มีใครยอมใครเอาเสียเลย จนพริมาต้องเป็นฝ่ายห้าม ไม่อย่างนั้นที่โต๊ะคงมีสัตว์อีกหลายชนิดออกมาวิ่งจนทั่ว“พริกขอให้พี่ชาญพามาเที่ยวเองค่ะพี่ภัค แต่พริกไม่ได้ห้ามพี่ชาญดื่มนะคะ” ออกตัวก่อนเพราะไม่อยากให้ภพภัคเข้าใจผิดคิดว่าที่ชาญชัยไม่ดื่มเป็นเพราะเธอสั่งห้ามเขาไว้ “พี่ชาญอยากดื่มก็ดื่มได้นะคะ เดี๋ยวพริกขับร
“ไม่ตามไปดูเหรอวะ จะตบกันในห้องน้ำไหมนั่น” สถานการณ์ตอนนี้ดูไม่น่าไว้ใจนัก ดูออกว่าอรอุมากำลังโกรธ คงโกรธที่เพื่อนไม่สนใจและโกรธที่เจอศัตรูหัวใจตัวฉกาจ“ไปทำไม มึงก็รู้ว่าพริกเอาอยู่” ยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มดับความขุ่นเคืองใจอีกครั้ง ลองถ้าอรอุมาทำอะไรพริมา เขาไม่ปล่อยไปง่าย ๆแน่“อุ๋ย แม่งน่ากลัววะ ท
พริมาตื่นก่อนสามี พอเข้ามาในห้องน้ำก็เห็นชุดนอนของตัวเองและชุดทำงานของเขาถูกทิ้งอยู่ในห้องน้ำตั้งแต่เมื่อคืน ก้มไปหยิบเสื้อเชิ้ตขึ้นพลันก็สะดุดเข้ากับอะไรบางอย่างรอยลิปสติกสีแดงอีกแล้ว...ฝีมืออรอุมาอีกแล้วสินะมือขาวเล็กกำเสื้อเอาไว้แน่น โกรธจนหายใจผิดจังหวะ หัวใจเต้นโครมคราม หวิวเนื้อหวิวตัวเธ
“ทำไมเราบังเอิญเจอกันบ่อยจังเลยเนาะอุ๋ย”ภพภัคเปิดก่อนได้เปรียบ เพราะรู้ว่าอรอุมาต้องพูดคำว่า ‘บังเอิญ’ แบบไม่บังเอิญออกมาแน่“เบื่อ ไม่อยากอยู่ห้อง ขอนั่งด้วยได้ไหม ?”“เอาสิ นั่งเลย เก้าอี้ยังว่าง” ภพภัคผายมือเชิญให้อรอุมานั่งที่เก้าอี้ที่อยู่ข้างตัวพอก้นแตะเก้าอี้ อรอุมาก็ส่งยิ้มให้ชาญชัยแล้วก็
“พี่ภัค คิดถึงจังเลยค่ะ”“ว่าไงครับ น้องพริกคนสวยของพี่ นึกยังไงให้ผัวชวนพี่มาดื่ม” ภพภัคยิ้มเจ้าเล่ห์อยู่ในหน้าพลางเอื้อมมือไปขยี้ที่ศีรษะของพริมาด้วยความเอ็นดูด้วยความที่เมียเพื่อนอายุน้อยกว่าเป็นรอบ ภพภัคก็เอ็นดูและรักเหมือนน้องสาว“คิดถึงน่ะค่ะ ไม่เจอพี่ภัคหลายเดือนแล้ว”อมยิ้มจนแก้มป่องพลางเ







