Share

บทที่ 4

Penulis: RINSP
last update Tanggal publikasi: 2026-07-23 12:42:31

คนเปิดบิลนั่งยิ้มแฉ่งรอคอยให้ฉันเดินไปหาหลังจากมันเข้ามานั่งในร้านตั้งแต่ประตูเปิด ท่ามกลางแสงไฟมืดสลัวแต่ฉันกลับมองเห็นเขาชัดเจน แค่เสี้ยวหน้าก็จำได้ราวกับใบหน้าของเขาสลักลงในใจ

ฉันก็พูดเว่อร์ไปอย่างนั้น สลักลงในใจบ้าบออะไร แต่เรื่องที่มองแค่เสี้ยวหน้าแล้วจำได้ อันนั้นฉันพูดจริงเพราะแอบมองมาสามปีแล้ว

“พีอาร์ทำหน้าไม่รับแขกเลยนะครับ” ขุนพลเอ่ยแซวพลางตบที่นั่งว่างข้างกายให้ฉันนั่งข้าง ๆ มัน

เกลียดหน้าเขาเวลาที่เอาแต่ใจมากจริง ๆ

“มึงทำแบบนี้กูไม่โอเค” ฉันเดินไปยังโซนชั้นเครื่องดื่มแล้วเริ่มชงเหล้าให้เพื่อนตัวดีได้ดื่มเพราะไม่อยากให้มันเสียเงินห้าหมื่นไปแบบไม่ได้รับการบริการที่คุ้มค่า

“มึงคิดว่ากูโอเค” ขุนพลสวนกลับ ใบหน้าหล่อชักสีหน้าบึ้งตึงใส่กันอย่างไม่ปิดบัง สายตาคมมองมาอย่างไม่สบอารมณ์ เขาสำรวจมองฉันตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าโดยหยุดที่ต้นขาเวลานานพอควร “กูรู้จักกับมึงมาสามปีไม่เคยเห็นมึงใส่กระโปรงสั้นคืบเดียวแบบนี้มาก่อน”

“มึงก็เห็นแล้วนี่ไง” ฉันพยายามไม่มองสบตากับมัน

“กูต้องไหว้เลยไหม”

“ขุน มึงอย่าประชดได้ป้ะ”

“ทำไมมึงไม่บอกกูสักคำว่าจะมาทำงานที่นี่” ขุนพลมองฉันด้วยสายตาตัดพ้อ “มึงยังเห็นกูเป็นเพื่อนอยู่หรือเปล่า”

“กูก็แค่ทำงานป้ะ มึงจะซีเรียสเพื่อ?”

“งานก็มีให้ทำตั้งเยอะแยะ มึงมาทำที่นี่ให้เปลืองตัวเพื่อ?”

“มันก็สิทธิ์ของกูไหม อีกอย่างกูก็แค่เป็นพีอาร์ชงเหล้าให้ลูกค้า ไม่ได้จะขายตัวสักหน่อย กูไม่ให้ก็ไม่มีใครเอากูได้”

ขุนพลนิ่งเงียบไป มันเอาแต่มองฉันด้วยสายตานิ่งเรียบ แต่ฉันรับรู้ได้ว่ามันกำลังโกรธกันหนักมาก

“งั้นมึงก็มาทำหน้าที่ดูแลลูกค้า มานั่งนี่”

ฉันถอนหายใจใส่มันแรง ๆ แสดงออกว่าไม่พอใจแต่ก็ยอมเดินเข้าไปนั่งข้างมัน

จู่ ๆ ขุนพลวางมือใหญ่บนต้นขาอย่างไม่ทันตั้งตัว พอฉันหันไปส่งสายตาดุให้มันเอามือออก มันก็ทำสิ่งตรงข้ามคือบีบต้นขาของฉันแทน

“ขุน เอามือออกไป”

“กูเสียเงินตั้งห้าหมื่น อย่างน้อยก็ขอจับนิดจับหน่อยไม่ได้เหรอไง” มันบอกหน้าตายพลางใช้อีกมือหนึ่งเอื้อมหยิบแก้วเหล้าซึ่งฉันชงเอาไว้ขึ้นมาดื่มจนมันพร่องลงเหลือครึ่งแก้วแล้วส่งให้ฉัน

“อะไร”

“ดื่มเป็นเพื่อนลูกค้าหน่อย”

คำก็ลูกค้า สองคำก็ลูกค้า ฉันได้แต่กัดฟันกรอดรับแก้วมาจากมือของขุนพลแล้วยกดื่มจนหมดแก้ว ของเหลวสีอำพันไหลลงสู่ลำคออย่างรวดเร็ว ความขมฝาดส่งผลให้ใบหน้าของฉันบิดเหยเกสมใจคนช่างประชดที่รอชมอยู่

“มึงดื่มเหล้าไม่เก่งแต่อยากเป็นพีอาร์ ไม่ห่วงตัวเองบ้างหรือไง” ขุนพลโน้มใบหน้ากระซิบข้างหูจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นปะทะกับแก้มขาว “มึงบอกว่าไม่ให้แต่คนจะเอา มึงห้ามมันได้ไหมล่ะ แค่ลูกค้าขอให้มึงดื่ม มึงยังต้องทำเลย”

“กูดูแลตัวเองได้” ฉันพยายามขยับตัวออกห่างจากขุนพลแต่มันก็ใช้วงแขนตัวเองกักตัวฉันไว้ไม่ยอมให้ถอยหนี

“ครีม ถ้าหากมึงยังเห็นกูเป็นเพื่อน มึงลาออกจากที่นี่เถอะ กูจะช่วยหางานให้เอง อย่าเอาตัวเองมาอยู่ในที่อันตรายแบบนี้เลย กูขอละนะ”

เราต่างนิ่งเงียบกันพักใหญ่ ฉันจึงเป็นฝ่ายทำลายความเงียบเพราะทนความอึดอัดต่อไปไม่ไหว

“กูก็แค่อยากลองทำ แต่เพื่อความสบายใจของมึง กูก็จะไม่ทำ โอเคไหม” สุดท้ายก็เป็นฉันที่ต้องเป็นฝ่ายยอมแพ้ให้กับขุนพล ความจริงฉันรู้สึกไม่โอเคกับงานตั้งแต่ตอนที่พวกเขาเอารูปไปโพสต์บนเพจแล้วละ ตั้งใจว่าจะทำงานตามที่รับปากไว้แค่คืนนี้เท่านั้น อีกอย่างคนบางคนก็เสียเงินตั้งห้าหมื่นให้กับร้านไปแล้วด้วย จะให้เดินออกไปเลยก็คงไม่ได้

“มึงพูดจริงใช่ไหม” เขาถามอย่างดีใจ

“มึงไม่เชื่อก็เรื่องของมึง”

“กูเชื่อ เพราะมึงไม่เคยโกหก เฮ้อ…ได้ยินแบบนี้ก็โล่งใจ วันหลังมึงจะทำอะไรก็หัดปรึกษาเพื่อนบ้าง ไม่ใช่อยากจะทำก็ทำ นึกถึงใจคนที่เป็นห่วงบ้าง รู้ไหมว่ากูต้องรีบขับรถกลับมาจากหัวหินเพราะมาหามึงเลย” ขุนพลพูดเสร็จก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ประหนึ่งยกภูเขาออกจากอกได้แล้ว

“มึงไปทำอะไรหัวหิน”

“กูไปเที่ยว”

“คนเดียว” แน่ล่ะว่าฉันรู้ว่าเขาไม่ได้ไปคนเดียว แต่แม่งชอบตอกย้ำให้ตัวเองช้ำใจ

“ไปสองคน”

ฉันหยุดซักไซ้ถามทันที พอจะคาดเดาได้ว่าขุนพลคงไปกับผู้หญิงสักคนหนึ่ง แถมวันนี้มันยังเป็นวันวาเลนไทน์ด้วยซึ่งฉันไม่อยากรับรู้อะไรเกี่ยวกับเขาและคนของเขาทั้งนั้น แต่มันก็ยังพาผู้หญิงคนนั้นเข้ามาให้รับรู้

“กูพาน้องเขามาด้วย”

ประโยคของขุนพลทำเอาหัวใจของฉันรู้สึกวูบโหวงขึ้นมา มือคู่นั้นที่เคยวางบนต้นขาถูกดึงกลับไปเมื่อใครบางคนปรากฏตัวต่อหน้าพวกเรา

“พี่ขุน ห้องน้ำคนเยอะมากเลยค่ะ”

เธอคนนั้นเดินมานั่งอีกฝั่งหนึ่งแสดงความเป็นเจ้าของคนข้างกายด้วยการสอดแขนแล้วจับมือประสานกันแนบแน่นเพื่อแสดงให้เห็นว่าไม่มีใครแทรกกลางระหว่างพวกเขาสองคนได้

“เออ น้องโอปอลครับ พี่จะแนะนำให้รู้จักเพื่อน คนนี้เพื่อนสนิทพี่ชื่อครีม” ขุนพลหันมาแนะนำสาวของมันให้ฉันรู้จัก

“ส่วนมึงนี่โอปอล เรียนปีสอง บริหาร”

น่าจะเป็นครั้งแรกเลยที่เขาพาสาวมาแนะนำให้เพื่อนรู้จัก เท่ากับว่ามันคงจริงจังกับคนคนนี้ เธอหน้าตาน่ารัก หน้าหมวย ๆ ตัวเล็ก ผิวขาว ยิ้มสวย แต่งตัวเซ็กซี่น่ามอง ตรงสเป็กของเพื่อนทุกอย่าง

“สวัสดีค่ะพี่ครีม ปอลได้ยินชื่อพี่ครีมมานานแล้วเพิ่งจะได้เจอตัวจริง ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ”

“ยินดีที่ได้รู้จักนะ ว่าแต่ที่บอกว่าได้ยินชื่อพี่มานานคือขุนชอบเอาเรื่องพี่ไปเม้าท์ให้น้องฟังใช่ไหม” ฉันใช้รอยยิ้มกลบเกลื่อนความขมขื่นในใจที่กำลังก่อตัวขึ้นมา พยายามจะทำให้บรรยากาศมันออกมาดีอย่างที่ควรเป็น ฉันควรยินดีกับเพื่อนที่กำลังมีความรักกับผู้หญิงที่มันชอบ

“กูไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับมึงให้น้องฟังเลย”

“จริงค่ะ พี่ขุนแค่เล่าให้ฟังว่านอกจากพี่กัสแล้วเขายังมีเพื่อนเป็นผู้หญิงอีกสองหนึ่ง แต่ไม่เคยพาโอปอลมารู้จักพี่ครีมสักที เจอแต่พี่กัสกับพี่ยิ้ม”

ซูกัสกับอมยิ้มก็รู้จักผู้หญิงของขุนพลคนนี้มาสักพักแล้วสินะ มีแต่ฉันที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย เข้าใจไปเองว่าเขายังไม่มีใคร เข้าใจไปเองว่าตัวเองยังรู้สึกกับเขามากกว่าเพื่อนได้ ทั้งที่ความจริงแล้วฉันควรจะรู้ตัวเองสักทีว่าต้องกลับไปเป็นเพื่อนจริง ๆ ได้แล้ว เลิกทำตัวเป็นอีแอบคิดไม่ซื่อกับเพื่อนตัวเองเสียที

“พี่ขุนขับรถดี ๆ นะคะ ถึงคอนโดละโทรหาหนูด้วย” โอปอลพูดพลางโบกมือลา ใบหน้ายิ้มแย้มแต่แฝงความเป็นห่วง

“โอเคครับ โอปอลเข้าบ้านเถอะ”

“บาย ๆ ค่ะพี่ครีม ฝากคุมพี่ขุนให้ด้วยนะคะ ไว้เจอกันใหม่น้า” โอปอลหันไปพูดกับฉัน พลางส่งยิ้มหวานให้เราทั้งคู่

คล้อยหลังร่างเล็กเดินเข้าไปในบ้าน ขุนพลย้ายสายตาจากเด็กของมันหันมามองฉันแล้วบอกให้มานั่งข้างหน้าด้วยกัน

“กูขี้เกียจย้าย นั่งนี่แหละ”

“เฮ้อ...วันนี้กูเสียเงินค่าดริงก์ให้มึงห้าหมื่นไม่พอยังต้องเป็นคนขับรถให้มึงอีก” ขุนพลพูดขึ้นมาลอย ๆ พร้อมกับถอนหายใจ

“กูขอให้มึงซื้อหรือไง กดเอง โอนเองยังจะมาทวงบุญคุณกันอีก” ฉันบ่นพึมพำแต่ก็ยอมเปิดประตูลงจากรถแล้วย้ายมานั่งข้างหน้าเป็นเพื่อนเขา แม้ในใจจะไม่อยากนั่งแทนที่เจ้าของตัวจริงเลยสักนิด

รถยนต์เคลื่อนออกจากหน้าบ้านของโอปอล ระหว่างเรานั่งเงียบพักใหญ่ ๆ ก่อนที่ฉันจะตัดสินใจถามเรื่องที่ค้างคาใจ อย่างน้อยฉันก็อยากรู้ในฐานะเพื่อนที่ต้องตัดใจจากเขา

อยากได้ความชัดเจนเพื่อตอกย้ำให้ตัวเองตัดใจจากเขาได้สักที อยากย้ำให้มันลึกเข้าไปในหัวใจว่าอย่าคิดเกินเพื่อนอีก

“มึงกับน้องโอปอลคบเป็นแฟนกันแล้ว” ตอนนั่งคุยกันอยู่ที่ร้าน ฉันก็ไม่กล้าถามว่าทั้งสองคนคบกันสถานะไหนแต่พอจะคาดเดาจากการกระทำได้ว่าพวกเขากำลังคบหากัน แม้ขุนพลไม่ได้บอกว่าโอปอลเป็นแฟน

“ยังเรียกว่าแฟนไม่ได้ว่ะ” ขุนพลถอนหายใจเบา ๆ หลังจากตอบคำถามคล้ายกับว่ามันก็ไม่ได้ยินดีกับสถานะที่เรียกว่าแฟนไม่ได้สักเท่าไร

“ทำไม จับมือสวีตหวานกันขนาดนั้น ไม่เรียกว่าแฟนเรียกว่าอะไร” แถมพวกเขายังไปเที่ยวทะเลด้วยกันอีก

“ก็เพิ่งดูใจกันไง คุยกันไม่ถึงเดือนเลย อีกอย่างน้องบอกขอเวลาดูใจอีกสักพัก ตอนนี้ก็อยู่ในสถานะมากกว่าคนคุยแต่ยังไม่ใช่แฟน” ขุนพลเอ่ยเสียงราบเรียบ หากแต่ฉันรับรู้ได้ว่าเขามีความกังวลกับความสัมพันธ์นี้พอสมควร

“อ้อ คนสวยน่ารักก็เลือกได้อะเนาะ” โอปอลคงอยากดูนิสัยใจคอผู้ชายที่จะเข้ามาเป็นแฟนของเธอให้มั่นใจก่อน น้องเป็นคนสวยน่ารักแถมโพรไฟล์ดีเป็นถึงลูกสาวของอธิการบดีมหาวิทยาลัย ก็ต้องเลือกผู้ชายให้รอบคอบจะได้ไม่เสียชื่อไปถึงวงศ์ตระกูล

“มึงรู้จักน้องได้ยังไงเหรอ”

“กูปัดเจอน่ะ”

“อ้อ” ฉันรู้ว่าขุนพลเล่นแอปหาคู่ แต่ไม่บ่อยที่เขาจะเจอผู้หญิงที่ชอบแล้วนัดเจอกัน

“มึง…”

“อะไร”

“มึงว่าคนอย่างกูเหมาะจะเป็นแฟนใครได้ไหม”

“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ถ้าหากมึงชอบน้องเขา ก็ทำตัวดี ๆ น้องจะได้ตอบตกลงไวๆ” มันอาจจะไม่ใช่คำแนะนำจากคนที่แอบรักแต่ฉันแนะนำเขาในฐานะเพื่อนคนหนึ่ง

“แล้วมึงคิดว่าน้องเป็นไง คนนี้ผ่านป้ะ” ขุนพลหันมาถามอย่างตื่นเต้น

“จะถามกูเพื่อ กูไม่ได้เป็นคนคบซะหน่อย”

“ก็อยากให้มึงช่วยดูไง ผู้หญิงเหมือนกันน่าจะดูกันออก”

“ถ้าหากกูบอกว่าไม่ผ่าน มึงก็จะไม่คบหรือไง”

“ต้องฟังเหตุผลก่อนว่าทำไมมึงไม่ให้ผ่าน”

“สุดท้ายมึงก็เป็นคนเลือกอยู่ดี ถ้าใจมึงบอกว่าใช่ ก็อย่าถามความคิดคนอื่นให้เสียเวลาชาวบ้านเขาเลยดีกว่า เอาหรือไม่เอาก็ขึ้นอยู่กับตัวมึงเอง”

“เหวี่ยงใส่กูซะงั้น มึงเครียดเรื่องงานขนาดนั้นเลย” ขุนพลหันมามองฉันอย่างเป็นห่วง “กูรับปากจะช่วยหางานให้แล้วไง มึงไม่ต้องเครียดหรอกน่า”

“กูเหวี่ยงเพราะรำคาญคนพูดมากนี่แหละ แค่มึงหยุดพูดแล้วขับรถไปส่งกูที่คอนโด อย่าหาเรื่องมากวนใจกันก็พอ”

“เออ ๆ”

บรรยากาศภายในรถเงียบลงอีกครั้ง กระทั่งเสียงแจ้งเตือนแชตจากโทรศัพท์ดังขึ้น ฉันหยิบมันขึ้นมาเปิดดูก็พบว่าเป็นแชตจากเพื่อนใหม่ที่เพิ่งทำความรู้จักกันส่งข้อความมาทักทาย

พี่โชตะทักมาถามว่าทำงานวันแรกเป็นอย่างไรบ้าง ฉันทำเพียงตอบไปว่า ก็ดี แต่คงไม่ได้ทำอีกแล้วเพราะไม่ค่อยสะดวกใจที่จะทำต่อ อีกฝ่ายก็ตอบว่าเข้าใจแถมยังชวนฉันไปทำงานกับเขา

เขากำลังอยากได้ลูกมือช่วยทำงานในบาร์พอดี ถ้าหากฉันสนใจก็บอกเขาได้ เขาจะพูดกับเพื่อนให้รับฉันเข้าทำงาน ซึ่งฉันขอบคุณเขาแต่ขอคิดดูก่อน

“ใครทักมา” ขุนพลหันมาถาม

“พี่ที่รู้จัก”

“ใคร กูรู้จักไหม”

“พี่โชตะ พี่ไอ้กัส” ฉันไม่มีความจำเป็นต้องปกปิดเพื่อนก็เลยบอกมันไปโดยไม่ได้คิดอะไรแต่อีกฝ่ายเหมือนจะคิดมากแทนฉันอีกแล้ว

“มึงรู้จักไอ้พี่โชได้ยังไง”

“ก็เขาทำงานเป็นบาร์เทนเดอร์อยู่ที่ร้าน เขาเคยเห็นรูปกูอยู่ไอจีไอ้กัส ก็เลยเข้ามาทักทาย” ฉันก็ไม่รู้ว่าทำไมตัวเองต้องไปแจกแจงไทม์ไลน์ให้เพื่อนฟังทั้งหมด แต่ก็พูดออกไปแล้ว

“แล้วเขาทักมึงมาได้ยังไง”

“ก็ฟอลไอจีกัน มึงจะถามอะไรเยอะแยะ เป็นพ่อกูหรือไง” ความอดทนที่กักเก็บเอาไว้เพราะไม่อยากทะเลาะกับเพื่อนเริ่มปะทุออกมา เรื่องขุนพลเข้ามาก้าวก่ายการงานก็ยอมให้มันมากแล้ว แต่ถ้าหากมันยังก้าวก่ายเรื่องฉันจะคบหากับใครอีก ฉันคงทนยอมมันไม่ได้อีกต่อไป

“ฟังก่อนครีม กูแค่เป็นห่วง เมียพี่โชมันขี้หึง กูไม่อยากให้มึงมีปัญหา” ขุนพลบอกเหตุผลอย่างใจเย็นเมื่อเห็นว่าฉันระเบิดอารมณ์ใส่มันอย่างไม่พอใจ

“กูไม่ได้จะยุ่งอะไร” น้ำเสียงฉันอ่อนลงเมื่อสัมผัสได้ว่าเขาพูดเพราะเป็นห่วงกันจริง ๆ

“ถ้าหากมันทักมาอีก มึงก็อย่าไปตอบ บล็อกมันไปเลยก็ได้ เดี๋ยวเป็นเรื่อง”

ขุนพลขับรถมาส่งฉันที่คอนโด คราแรกมันบอกว่าจะขอนอนค้างที่ห้องเพราะอย่างไรเสียพรุ่งนี้มันก็ต้องมาช่วยฉันขนของย้ายออกจากคอนโดตั้งแต่เช้า แต่ฉันปฏิเสธและไล่มันกลับไปนอนคอนโดตัวเอง ด้วยเหตุผลที่ไม่สามารถบอกมันได้ว่า

‘ฉันอยากมีเวลาส่วนตัวให้เสียใจบ้าง’

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เมื่อเธอรักเขามากกว่าเพื่อน (When she love him more)   บทที่ 73

    อีกไม่กี่นาทีก็จะเปลี่ยนเป็นวันใหม่แล้ว “สี่แก้วไม่เมาหรอก” “ไม่เมาแต่ตาเยิ้มเลยนะ” ขุนพลไม่เถียงแต่วางแก้วบนโต๊ะเป็นการตอบรับว่าจะหยุดดื่มแล้ว สองแขนเปลี่ยนมากอดคนตัวเล็กไว้แนบกาย “ขุนปล่อย อย่ามากอด คนเยอะ” “ไม่มีใครสนใจหรอกน่า” ขุนพลกระชับอ้อมกอดแน่นมากกว่าเดิม ครีมจำต้องยอมเป็นตุ๊

  • เมื่อเธอรักเขามากกว่าเพื่อน (When she love him more)   บทที่ 72

    “จูบหน่อยครับเมีย” ใบหน้าหล่อโน้มจูบปิดปากขณะมือหนาเลื่อนลงต่ำ ลูบไล้ผ่านหน้าท้องแบนราบไปยังขอบกางเกงผ้านิ่ม มือหนาสอดเข้าไปใต้กางเกงในตัวจิ๋ว เพียงแค่ปลายนิ้วลูบเบา ๆ บริเวณส่วนกลางกายสาวพลันเปียกชื้นอย่างรวดเร็ว ความรู้สึกเสียวซ่านแล่นปราดทั่วสรรพางค์กาย ครีมเผลออ้าปากค้าง ลืมสิ้นซึ่งความตั้งใจท

  • เมื่อเธอรักเขามากกว่าเพื่อน (When she love him more)   บทที่ 71

    “หนูจะนอนกับใคร พ่อแม่หรือตาตา” ครีมถามลูกสาววัยสองขวบครึ่งด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เด็กน้อยนั่งรถตรงจากกรุงเทพมาเชียงใหม่เพื่ออยู่ฉลองปีใหม่กับคุณตา ทริปครั้งนี้คุณย่าก็บินตามมาด้วย ทางลูกชายได้จองที่พักโรงแรมในตัวเมืองเพื่อให้ท่านได้ใช้เวลาพักผ่อนสิ้นปีอย่างสะดวกสบาย “ตาตา” หนูน้อยของขวัญเอ่ยตอบเสีย

  • เมื่อเธอรักเขามากกว่าเพื่อน (When she love him more)   บทที่ 70

    “อื้อ ขุน” ครีมใช้สติอันน้อยนิดผลักแผงอกปรามสามีเบาๆ รับรู้ได้ว่าเขาเครื่องติดแล้ว และเธอก็ให้เขาไม่ได้ “ไม่เอา” ขุนตอบเสียงแหบพร่า ก้มจูบลงบนซอกคอ เม้มผิวเนื้ออย่างกระหาย ตั้งแต่ครีมท้อง เขาก็ละเว้นเรื่องเซ็กซ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่กล้าแตะต้องเธอด้วยซ้ำ ทว่าเสือจำศีลเมื่อได้ลิ้มรสเหยื่อแสนหวาน ค

  • เมื่อเธอรักเขามากกว่าเพื่อน (When she love him more)   บทที่ 69

    “อันที่จริงตอนเป็นเรียนมหาลัย เธอเหวี่ยงเรากว่าดีนี้อีก ไม่ยอมให้จับ ไม่ยอมให้ใกล้ เราต้องซื้อข้าวหมูกรอบไปนั่งขอบเตียงง้อเธอ” แม้มันจะผ่านมานานหลายปี แต่ความทรงจำในช่วงมหาวิทยาลัยยังคงชัดเจน ชีวิตของพวกเราช่างว้าวุ่น แต่ก็เป็นความทรงจำที่มีค่ามหาศาล เพราะมันเป็นบทเรียนให้เราก้าวเป็นผู้ใหญ่ แก้ไ

  • เมื่อเธอรักเขามากกว่าเพื่อน (When she love him more)   บทที่ 68

    อยากจูบปลอบใจเมียว่ะ “ถ้าครีมไม่พูด ขุนก็ลืมไปแล้วว่าวันนี้วันเกิดตัวเอง” น้ำเสียงทุ้มเจือหัวเราะในลำคอเบา ๆ มือหนาวางบนเอวเล็ก “ครีมขอโทษนะ น่าจะจำให้ได้เร็วกว่านี้ จะหมดวันแล้ว” ครีมเอ่ยรู้สึกผิด ช่วงนี้เธอแพ้ท้องหนักจนไม่อยากจะเห็นหน้าอีกฝ่าย ทำเอาเขาลำบากไปด้วย แถมยังเหวี่ยงใส่เขาทุกวัน ตั้ง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status