Home / รักโบราณ / เรือนหลังฉ่ำราคะ / ตอนที่ 17 เสี้ยนหนามในตระกูลใหญ่

Share

ตอนที่ 17 เสี้ยนหนามในตระกูลใหญ่

last update publish date: 2026-09-02 20:54:38

แสงอรุณแห่งเช้าวันใหม่ค่อยๆ สาดทอผ่านรอยต่อของผ้าม่านหนาทึบเข้ามาภายในห้องหับอย่างเชื่องช้า บรรยากาศอันร้อนรุ่มด้วยเพลิงราคะเมื่อค่ำคืน ถูกแทนที่ด้วยความเงียบสงบและอบอุ่นของวันใหม่

จ้าวหานเฟิง ค่อยๆ ปรือเปลือกตาตื่นขึ้นจากห้วงนิทราอันยาวนาน ภาพแรกที่ปรากฏแก่สายตาคือ ไป๋เหม่ยหลาน ที่ยังคงหลับใหลอยู่เคียงข้าง เรือนร่างอวบอิ่มอุดมสมบูรณ์ของสตรีมีครรภ์ซบอิงแอบแนบชิดอยู่กับแผงอกแกร่งของเขาอย่างโหยหา ราวกับกลัวว่าหากนางปล่อยมือ ชายคนรักจะเลือนหายไปอีกครา ขุนศึกหนุ่มทอดสายตามองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่อ่อนวูบในอก มือหนายกขึ้นลูบเรือนผมเนียนนุ่มของนางอย่างแช่มช้าด้วยความรักใคร่ พลางเอ่ยกระซิบแผ่วเบา

"คนดีของข้า... เจ้ายังไม่ตื่นอีกหรือ..."

เมื่อได้รับสัมผัสอันอ่อนโยน แพขนตาความงอนงามของฮูหยินหนุ่มก็ขยับไหว ก่อนที่นางจะค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นอย่างเชื่องช้า แววตาคู่สวยที่เคยฉ่ำปรือด้วยไฟตัณหาเมื่อค่ำคืน บัดนี้กลับมาใสกระจ่างนางช้อนสายตามองเขาพลางเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงหวานละมุน

"ข้าเพียงแค่กำลังรอให้ท่านพี่... ช่วยปลุกข้าให้ตื่นจากห้วงฝันเท่านั้นเจ้าค่ะ"

หญิงสาวคลี่รอยยิ้มละมุนละไมส่งให้สามีอย่างอ่อนโยน ท่าทางอันแสนเรียบร้อย อ่อนหวาน และไร้เดียงสาของนางในยามนี้ ช่างดูผิดแปลกแตกต่างจากสตรีที่ร้องครางอย่างดิบเถื่อนและตักตวงรสสวาทอย่างกระสันอยากเมื่อคืนก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง ราวกับว่าความหื่นกระหายและจินตนาการอันวิปริตบิดเบี้ยวเหล่านั้น... ไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของนางแม้แต่น้อย

ภาพความย้อนแย้งตรงหน้าทำให้จ้าวหานเฟิงนิ่งอึ้งไปเล็กน้อย ในใจของเขาตระหนักดีว่า ทั้งตัวเขาที่ต้องยอมทอดกายให้จอมทัพเฒ่า และภรรยาที่ต้องใช้สิ่งเทียมเพื่อปลดปล่อยความอัดอั้น ล้วนแต่ถูกสงครามอันยาวนานบิดเบือนสัญชาตญาณไปจนหมดสิ้น ทว่าในยามที่แสงตะวันสาดส่อง ทั้งเขาและนางต่างก็พร้อมใจที่จะสวมหน้ากากแห่งความดีงาม คืนสู่บทบาทสามีภรรยาผู้ประเสริฐเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ร่วมกันอีกครั้ง

เมื่อม่านราคะอันแสนวิปริตในห้องหับถูกพับเก็บไว้ในความมืด จ้าวหานเฟิงและไป๋เหม่ยหลานก็กุมมือเคียงคู่กันเยื้องกรายเข้าสู่โถงอาหารหลัก ทว่าทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตู บรรยากาศอบอุ่นที่ควรจะมีให้แก่ขุนศึกผู้ตรากตรำศึกกลับพลันมลายหายไป ท่ามกลางแสงแดดยามเช้า สายตาของญาติพี่น้องร่วมสายเลือดที่จับจ้องมายังคนทั้งสองกลับเย็นเยียบ

ในตระกูลใหญ่ที่ภายนอกดูโอ่อ่า เนื้อในกลับผุกร่อนด้วยการแก่งแย่งชิงดี ความก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดดของจ้าวหานเฟิงที่เพิ่งสร้างผลงานใหญ่กลับมา จึงมิใช่เรื่องน่าปรีดาสำหรับพวกเขา หากแต่เป็นเสี้ยนหนามชิ้นโตที่คอยทิ่มแทงความรู้สึกต้อยต่ำของคนที่อยู่เบื้องหลัง

และหนึ่งในสายตาที่ฉายแววริษยาอย่างปิดไม่มิดนั้น คือ จ้าวเหวินป๋อ ชายผู้เป็นลูกพี่ลูกน้องของเขา บุตรชายคนโตของท่านลุงใหญ่ ชายผู้นี้มีรูปร่างอ้วนท้วมลงพุงฉุฉาด เนื้อหนังมังสาพอกพูนไปด้วยไขมันจากการเสพสุขบนกองเงินกองทอง แม้อายุอานามจะล่วงเลยเข้าสู่วัยสามสิบเอ็ดปีอันเป็นช่วงอายุที่บุรุษควรสร้างรากฐานให้มั่นคง ทว่าเขากลับไม่มีตำแหน่งแห่งหนหรือเกียรติยศใดๆ ประดับกาย วันๆ เอาแต่กบดานอยู่หลังกำแพงจวน ปล่อยให้วันเวลาหมดไปกับการกินดื่มและหาความสำราญ ปฏิเสธที่จะออกไปเผชิญโลกกว้างหรือสร้างความก้าวหน้าด้วยลำแข้งของตนเอง

ยามที่เห็นจ้าวหานเฟิงเดินเข้ามาพร้อมรัศมีองอาจของนักรบ และฮูหยินท้องแก่ที่งดงาม จ้าวเหวินป๋อที่นั่งเอกเขนกอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวหนาก็แค่นยิ้มหยัน พลางพ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างแรง ก่อนจะเอ่ยกระแทกเสียงแดกดันขึ้นท่ามกลางความเงียบ

"ตัวเจ้า... มีเพียงแค่ผลงานเล็กน้อยจากชายแดน ทว่ากลับถือดีทำตัวโอหัง ปล่อยให้คนทุกคนในตระกูลต้องนั่งจับเจ่ารอนานถึงเพียงนี้เชียวหรือ?"

วาจาเหน็บแนมที่หลุดออกมาจากปากของคุณชายเจ้าเนื้อผู้ไร้แก่นสาร ดั่งจงใจจะเหยียบย่ำเกียรติยศที่จ้าวหานเฟิงเพิ่งได้มา ชายหนุ่มผู้อ้วนท้วมสะบัดแขนเสื้ออย่างฉุนเฉียว นัยน์ตาเล็กหยีเต็มไปด้วยความอิจฉาที่ตนเองไม่มีวันเอื้อมถึง บรรยากาศรอบโต๊ะอาหารพลันดิ่งวูบลงสู่ความอึดอัดขัดเคือง

"ต้องขออภัยที่ทำให้ท่านพี่ขัดเคืองใจ ที่ข้ามาล่าช้าเป็นเพราะร่างกายเพิ่งผ่านการหักโหมตรากตรำมาจากศึกสงครามอันยาวนาน... ตัวข้านั้นช่างอิจฉาท่านพี่เหวินป๋อยิ่งนัก ที่มีวาสนาได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขและมีเวลาว่างเหลือเฟือเยี่ยงนี้"

คำพูดที่ดูอ่อนน้อมถ่อมตน ทว่าเนื้อแท้กลับเป็นการตบหน้าฉาดใหญ่กลางโถงระบายความอัปยศ จ้าวเหวินป๋อถึงกับหน้าชาช้อนตาค้าง เลือดลมตีขึ้นจนใบหน้าอ้วนฉุเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความอับอาย แม้น้ำเสียงของลูกพี่ลูกน้องผู้นี้จะฟังดูเคารพยำเกรง แต่ใจความของมันกลับกรีดลึก เสียดแทงและประจานความไร้แก่นสารของเขาต่อหน้าธารกำนัลอย่างเจ็บแสบ

ก่อนที่ความตึงเครียดจะปะทุไปมากกว่านั้น สตรีที่นั่งอยู่เคียงข้างจ้าวเหวินป๋อก็ขยับกาย นางคือเฉินฟางเซียน ฮูหยินเอกของเขา สตรีผู้เยือกเย็นและเฉลียวฉลาด คนทั้งคู่แต่งงานกันด้วยเหตุผลทางการเมืองและผลประโยชน์ระหว่างตระกูล หาได้มีความรักผูกพันกันไม่ นางปรายสายตามองสามีอ้วนท้วมด้วยความระอาเล็กน้อย ก่อนจะหันมาส่งยิ้มบางอันงดงามและเปี่ยมด้วยจริตของผู้ดีให้แก่สองสามีภรรยาผู้มาใหม่

"น้องหานเฟิง น้องสะใภ้... ข้าต้องขออภัยแทนจ้าวเหวินป๋อด้วยเถิด ยามเช้าเช่นนี้เขาเพียงแค่โมโหหิวจนลืมตัวไปชั่วขณะ จึงได้พ่นวาจาเลอะเลือนเช่นนั้นออกมา พวกเจ้าอย่าได้เก็บมาใส่ใจเลย"

คำพูดของเฉินฟางเซียนประหนึ่งน้ำเย็นที่ราดรดลงบนหัวของจ้าวเหวินป๋อ ชายอ้วนท้วมตบโต๊ะเสียงดัง ตวัดสายตาหันไปมองฮูหยินของตนด้วยความไม่สบอารมณ์และเดือดดาลเป็นล้นพ้น เขากล่าวลอดไรฟันด้วยความเกรี้ยวกราด

"นี่เจ้าเป็นเมียข้านะฟางเซียน! จะไปพูดดีชุบตัวให้มันทำไมกัน!"

บิดาของจ้าวหานเฟิง ซึ่งนั่งประทับอยู่ในตำแหน่งประธาน ทอดสายตามองการฟาดฟันฝีปากของคนรุ่นลูกด้วยท่าทีสงบนิ่ง ในฐานะอดีตรองแม่ทัพผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวและก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำตระกูล เผชิญกับการเมืองภายในและการแก่งแย่งชิงดีมานับครั้งไม่ถ้วน ชายชราไหนเลยจะเดือดเนื้อร้อนใจกับเรื่องเพียงเท่านี้ ในใจของเขาคิดเพียงว่านี่เป็นเพียงการกระทบกระทั่งและหยอกเย้ากันตามประสาวัดวาของพวกเด็ก ๆ ที่ยังไม่โตพอ ชายชราหัวร่อร่าระเบิดเสียงหัวเราะอันอบอุ่นและทรงพลังขึ้นมาทำลายความอึดอัดขัดเคืองรอบโต๊ะอาหารฉับพลัน

"ฮ่าฮ่าฮ่า! พวกเจ้าทั้งสองคนทักทายพาทีกันแต่เพียงเท่านี้เถิด เอาล่ะ... พวกเราเริ่มลงมือทานข้าวกันได้แล้ว ข้าเองก็เริ่มจะหิวขึ้นมาแล้วเหมือนกัน วันนี้ข้ากำชับให้แม่ครัวเอกลงมือทำอาหารเลิศรสเป็นพิเศษเพื่อต้อนรับหานเฟิงโดยเฉพาะ เชิญทุกคนตามสบาย!"

คำสั่งของผู้นำตระกูลเปรียบเสมือนระฆังหย่าศึกที่ทรงอำนาจ บ่าวไพร่เริ่มทยอยยกสำรับอาหารควันฉุยเข้ามาจัดวาง บรรยากาศอันเย็นเยียบเมื่อครู่ถูกละลายลงด้วยกลิ่นหอมของอาหารและการพูดคุยสรวลเสเฮฮาฉาบหน้า

ทว่าภายใต้รอยยิ้มและการคีบอาหารให้กันอย่างนอบน้อมนั้น... สายตาของจ้าวเหวินป๋อยังคงวาวโรจน์ด้วยความเคียดแค้น ขณะที่เฉินฟางเซียนลอบส่งสายตาพิจารณามายังจ้าวหานเฟิงอย่างเงียบเชียบ ส่วนขุนศึกหนุ่มทำเพียงประคองตะเกียบคีบอาหารเอาใจไป๋เหม่ยหลานอย่างรักใคร่

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เรือนหลังฉ่ำราคะ   ตอนที่ 86 ยอดขุนพลผู้หลุ่มหลง(จบ)

    นับแต่จ้าวหานเฟิงได้รับแต่งตั้งเป็นแม่ทัพใหญ่แห่งเมืองหลวง เขาก็ย้ายออกจากเรือนเดิมเพื่อเข้ามาจับจองจวนหลังใหม่ที่ได้รับพระราชทานจากองค์ฮ่องเต้ คฤหาสน์อันกว้างขวางและวิจิตรบรรจงแห่งนี้ไม่ต่างอะไรไปจากสวรรค์บนดิน เพราะไม่ว่าเขาจะกระทำสิ่งใด ล้วนสยบอยู่ภายใต้อำนาจและการควบคุมของเขาแต่เพียงผู้เดียว โดยไม่ต้องไยดีต่อสายตาหรือคำนินทาของคนภายนอกภายในพื้นที่ส่วนตัว เหล่าสตรีของเขาต่างได้รับอิสระอย่างเต็มที่ พวกนางสามารถสวมใส่อาภรณ์โปร่งบางเย้ายวน หรือแต่งกายเปิดเผยเรือนร่างไร้ยางอายเพียงใดก็ย่อมได้ เพื่อรอคอยการปรนนิบัติรับใช้เขา"ท่านพี่... ตั้งแต่ท่านรับตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ ท่านก็มัวแต่วุ่นวายกับราชการจนแทบไม่ค่อยแตะต้องสัมผัสพวกเราเลยนะเจ้าคะ"ไป๋เหม่ยหลาน สตรีเรือนร่างอวบอัดในชุดผ้าปานบางเบาที่เผยให้เห็นเรือนร่างวับๆ แวมๆ ชวนหลงใหล เดินเข้ามาเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงแง่งอน กระซิบกระซาบข้างกายเขาอย่างน้อยใจเล็กน้อย จ้าวหานเฟิงยิ้มรับพลางยื่นมือไปรวบเอวคอดกิ่วของนางเข้ามาประชิดอกแกร่ง ฝ่ามือหนาบีบเค้นสะโพกผายอย่างหนักหน่วงจนนางอุทาน"งานราชการแล้วอย่างไร... ขอเพียงเจ้าต้องการ ไม่ว่าเวลาไหน ข้าก

  • เรือนหลังฉ่ำราคะ   ตอนที่ 85 อาจารย์ส่วนตัว

    นับแต่วันที่จ้าวหานเฟิงได้รับแต่งตั้งเป็นอาจารย์ส่วนตัวขององค์ชาย เขาก็เข้าออกตำหนักในเป็นว่าเล่น เหล่าขุนนางและผู้คนทั่วทั้งราชสำนักต่างสรรเสริญชื่นชมเขาอย่างไม่ขาดปาก ถึงความเสียสละเวลาส่วนตัวทุ่มเทกับการฝึกสอนพระราชโอรสอย่างเต็มกำลัง แน่นอนว่าแม่ทัพหนุ่มได้มอบประสบการณ์และถ่ายทอดวิชาการต่อสู้ให้อย่างไม่ปิดบัง มอบหมายบททดสอบให้องค์ชายฝึกฝนเคี่ยวกรำตนเองตามลำพังที่ลานฝึกทว่ายามเมื่อองค์ชายทรงฝึกฝนอยู่นั้น เวลาที่เหลือทั้งหมดของแม่ทัพหนุ่มกลับถูกนำมาใช้ สั่งสอนองค์ฮ่องเฮาเบื้องหลังม่าน หากแต่วิชาที่เขากำลังเคี่ยวกรำสตรีผู้ทรงอำนาจ มิใช่วิชาเพลงดาบแต่เป็นวิชารักอันดุเดือดดิบเถื่อนภายในห้องบรรทม จ้าวหานเฟิงในสภาพเปลือยกายท่อนบน อวดมัดกล้ามกำยำแน่นตึงและหยาดเหงื่อที่ไหลซึม กำลังบดขยี้ผ้าหรูของฮ่องเฮาจนขาดวิ่น เรือนร่างอวบอิ่มอันสูงศักดิ์บัดนี้ทอดกายสั่นสะท้านอยู่ใต้ร่างแกร่ง เรียวขาขาวเนียนอวบอิ่มถูกจับถ่างออกกว้าง เปิดทางให้ท่อนลำกำยำใหญ่มหึมาตอกอัดสอดใส่เข้าสู่ร่องรักฉ่ำแฉะอย่างหนักหน่วงลึกล้ำครั้งแล้วครั้งเล่า"ฮ๊าาา... ฮ่าาา... ท่านแม่ทัพ! อื้อออ... ข้า... ข้าไม่เคยรู้สึกดีเท่านี้ม

  • เรือนหลังฉ่ำราคะ   ตอนที่ 84 กลิ่นสวาทสะท้านท้องพระโรง

    จ้าวหานเฟิงใช้เวลาเพียงไม่กี่วันก็สามารถจัดการสยบปัญหากบฏแดนเหนือลงได้อย่างเด็ดขาด ด้วยการผสานกองกำลังสองทัพเข้าด้วยกัน ทหารเจนศึกแดนใต้ที่ติดตามเขามาด้วยความจงรักภักดี หลอมรวมเข้ากับกองทหารแดนเหนืออันเข้มแข็งของอดีตแม่ทัพเซียวหลงเหยียน ภายใต้การสืบทอดสายผู้บังคับบัญชาและการนำทัพอันชาญฉลาดเด็ดเดี่ยว กลุ่มเสี้ยนหนามที่เคยสร้างความระส่ำระสายจึงถูกบดขยี้จนพินาศสิ้นในเวลาอันรวดเร็วเมื่อศึกสยบลง ขบวนทัพอันเกรียงไกรจึงเดินทางกลับคืนสู่เมืองพร้อมกับร่างไร้วิญญาณของแม่ทัพเซียวหลงเหยียน ที่ถูกตระเตรียมประดิษฐานอย่างสมเกียรติในฐานะ วีรบุรุษแห่งแผ่นดินบรรยากาศทั่วทั้งเมืองคละคลุมไปด้วยความรู้สึกอันหลากหลายที่ปะปนกันไป เสียงโห่ร้องยินดีในชัยชนะและข่าวการหยุดยั้งศึกสงครามดังแทรกสลับกับเสียงร่ำไห้ไว้อาลัยให้แก่การจากไปของแม่ทัพใหญ่ ธงรบและผ้าไว้อาลัยพลิ้วสะบัดไปตามสายลมหนาว ชาวบ้านต่างพากันออกมาเรียงรายสองข้างทาง บางคนก้มหน้าน้ำตาคลอด้วยความเศร้าโศก ในขณะที่บางคนมองไปยังบุรุษบนหลังม้าด้วยความเลื่อมใสศรัทธาจ้าวหานเฟิงในชุดเกราะตึงแน่นสง่างามควบม้าเดินนำหน้าขบวนด้วยท่วงท่าอันผ่าเผย สายตาคมกล้าทอดม

  • เรือนหลังฉ่ำราคะ   ตอนที่ 83 ดับแค้นคนชั่วช้าปลุกสวาทนางหม้าย

    ระหว่างที่ขบวนทัพกำลังเร่งเดินทางมุ่งหน้าขึ้นสู่แดนเหนือ จ้าวหานเฟิงที่นั่งอยู่บนหลังม้าพลางทอดสายตามองไปเบื้องหน้า ก็นึกถึงสาเหตุการตายของแม่ทัพเซียวหลงเหยียนได้อย่างไม่ยากเย็นนักเบื้องหลังการถูกทหารชั้นผู้น้อยลอบวางยาพิษจนถึงแก่ชีวิต น่าจะมีชนวนเหตุมาจากความสัมพันธ์ทางกายอันซับซ้อนและเร่าร้อนของตัวท่านแม่ทัพเอง แม้จะเป็นบุรุษเพศเช่นเดียวกัน ทว่าความหึงหวงและริษยากลับไม่เคยปรานีใคร ยิ่งภายในกองทัพเต็มไปด้วยทหารหนุ่มหน้าตาหมดจดที่เคยถูกท่านแม่ทัพดึงตัวไปเชยชมและเสพสมสวาท ย่อมต้องมีใครบางคนที่แค้นเคืองเมื่อตนเองถูกละเลย หรือไม่อาจยอมรับความริษยาที่เห็นผู้อื่นได้รับความโปรดปรานมากกว่าได้รองแม่ทัพหนุ่มระบายลมหายใจออกมาเบาๆ สายลมหนาวจากทางเหนือพัดผ่านใบหน้าคมคาย ขณะที่เขาเอื้อนเอ่ยพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดแกมสมเพช"ข้าไม่คิดเลยว่า... ความปรารถนาอันเร่าร้อนที่ท่านเคยเสพสุข มันจะกลับมาเล่นงานและปลิดชีวิตท่านในภายหลังเช่นนี้"จ้าวหานเฟิงกำบังเหียนม้าในมือแน่นขึ้น นึกถึงภาพความกำหนัดอันมืดมิดที่ตน เคยเข้าร่วมกับแม่ทัพเซียวและฮูหยินหวานหลินซู ความปรารถนาอาจ

  • เรือนหลังฉ่ำราคะ   ตอนที่ 82 รสรักในรอยแค้น

    ใช้เวลาเดินทางรวมถึงกรำศึกอยู่อีกหลายเดือน ในที่สุดขบวนทัพของรองแม่ทัพจ้าวหานเฟิงก็เดินทางมาถึงดินแดนทางใต้ เมืองชายแดนอันห่างไกลที่เต็มไปด้วยกลุ่มโจรป่าและซ่องกบฏชุกชุม พวกมันอาศัยภูมิประเทศอันซับซ้อนหลบซ่อนตัว ดำรงอยู่ราวกับวัชพืชที่ปราบอย่างไรก็ไม่เคยถอนรากถอนโคนได้หมดสิ้น จ้าวหานเฟิงรู้ดีว่าหากคิดจะเผด็จศึกให้เด็ดขาด ย่อมมีเพียงทางเดียวคือการเด็ดหัวผู้นำและบดขยี้ศูนย์กลางของพวกมันให้สิ้นซากด้วยสติปัญญาการวางกลศึกอันเฉียบแหลมและพละกำลังอันเกรียงไกรของรองแม่ทัพหนุ่ม ในที่สุดเพลิงสงครามแดนใต้ที่เคยลุกโชนก็ถูกสยบลงจนสงบราบคาบเหล่านายทหารผู้ใต้บังคับบัญชาต่างโห่ร้องด้วยความยินดี ใบหน้าของทหารทุกนายเปี่ยมไปด้วยความสุขและเลื่อมใสในตัวผู้นำทัพ นายทหารคนหนึ่งก้าวออกมาเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น"หากไม่ได้ท่านรองแม่ทัพใช้อุบายอันลึกล้ำปราบหัวหน้าพวกมัน พวกเราคงไม่สามารถสยบพวกกบฏได้รวดเร็วถึงเพียงนี้แน่ขอรับ!"จ้าวหานเฟิงทอดสายตามองเหล่าทหารกล้า พลางยกยิ้มบางๆ ที่มุมปากอย่างผ่อนคลาย"นี่ไม่ใช่ผลงานของข้าเพียงคนเดียว... แต่มันคือผลงานและชัยชนะของพวกเราทุกคน"คำพูดอันหนักแน่นของชายหนุ่มสร้างความ

  • เรือนหลังฉ่ำราคะ   ตอนที่ 81 บดขยี้ราคะกลางพนา

    แม้ยามค่ำคืนนี้ จ้าวหานเฟิงจะจำต้องนอนค้างแรมอยู่กลางป่าลึกอันมืดมิด ท่ามกลางเสียงสายลมราตรีพัดก้องและความเย็นเยือกที่โรยตัวปกคลุม สอดประสานกับเสียงฝีเท้าของเหล่านายทหารยามที่เดินตรวจตรารักษาการณ์อย่างเข้มงวด ทว่าบรรยากาศภายในกระโจมพักของรองแม่ทัพหนุ่มกลับร้อนรุ่มโชติช่วงไปด้วยเพลิงสวาทอันไร้ที่สิ้นสุดชายหนุ่มนอนเหยียดยาวอยู่บนเตียงนอนสนาม ขณะที่มู่หลันรัวทอดตัวคุกเข่าอยู่เบื้องต่ำ นางใช้เรียวลิ้นอุ่นชื้นและริมฝีปากนุ่มละมุนปรนเปรอแก่นกายกำยำของเขาอย่างลุ่มหลงหื่นกระหาย เรียวปากอวบอิ่มละเลียดเลียไล้ไปตามความแข็งแกร่งอย่างซาบซ่าน ก่อนจะช้อนสายตาชุ่มฉ่ำหยาดเยิ้มขึ้นมองชายหนุ่ม พลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่ากระเส่า"นายท่าน... ท่านชอบให้ข้าทำสิ่งใด โปรดสั่งข้ามาได้เลยนะเจ้าคะ..."สิ้นคำเอื้อนเอ่ย นางก็ครอบครองความเป็นชายใหญ่โตไว้แน่น แล้วเริ่มขยับโยกศีรษะ รูดรั้งบดเบียดเข้าออกตามจังหวะอย่างเร่าร้อนดุดัน สัมผัสอุ่นชื้นที่ดูดกลืนลึกล้ำสลับเร่งจังหวะเน้นย้ำ ทำเอารองแม่ทัพหนุ่มเสียวซ่านจนร่างกายเกร็งสะท้านไปทุกส่วน ต้องบิดสะโพกตอบรับด้วยความกระสันซ่าน สติสัมปชัญญะแทบมอดไหม้ไปกับไฟราคะกลางป่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status