Partager

บทที่ 7

last update Date de publication: 2025-10-22 20:14:18

ค่ำคืนนั้น หลังจากการถ่ายทำที่เปรียบเสมือนการสารภาพรักโดยไร้เสียงจบสิ้นลง ไม่มีใครในคอนโดมิเนียมแห่งนั้นที่ข่มตาหลับลงได้สนิท พวกเธอต่างนอนอยู่ในห้องนอนของตัวเอง จ้องมองความมืดมิดที่ว่างเปล่า แต่ในหัวกลับเต็มไปด้วยภาพเหตุการณ์ที่ฉายวนซ้ำไปซ้ำมาไม่รู้จบ ราวกับฟิล์มภาพยนตร์ที่ตกร่อง

สำหรับพลอยแล้ว ทุกครั้งที่เธอหลับตาลง สัมผัสจากปลายนิ้วของฝนก็ยังคงเด่นชัดอยู่บนผิวหนังของเธอ ความร้อนที่ส่งผ่านมา ความสั่นเทาเล็กๆ ที่บ่งบอกถึงความประหม่า และวินาทีที่นิ้วของพวกเธอกำลังจะสอดประสานกัน... ทุกอย่างมันยังคงสดใหม่และรุนแรงจนทำให้ร่างกายของเธอสั่นสะท้านขึ้นมาอีกครั้ง เธอไม่ได้รู้สึกอับอายหรือสับสนอีกต่อไปแล้ว คำถามที่เคยมีว่า "นี่เรารู้สึกอะไรกันแน่" ได้ถูกแทนที่ด้วยคำตอบที่ชัดเจนจนน่ากลัว... "นี่คือสิ่งที่หัวใจเราต้องการ"

ความกลัวที่จะสูญเสียมิตรภาพไปไม่ได้หายไปไหน แต่มันถูกบดบังด้วยความปรารถนาที่ทรงพลังยิ่งกว่า เธอปรารถนาที่จะได้กลับไปอยู่ในช่วงเวลานั้นอีกครั้ง ปรารถนาที่จะได้เห็นแววตาของฝนที่มองมาที่เธอด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งแบบนั้นอีก ความเงียบหลังจากการถ่ายทำจบลงไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกอึดอัด แต่กลับทำให้เธอรู้สึกโหยหา... โหยหาที่จะได้ยินเสียงของฝน โหยหาที่จะได้รับการยืนยันว่าสิ่งที่เธอรู้สึกนั้น... ไม่ได้เป็นแค่เรื่องที่เธอคิดไปเองฝ่ายเดียว

แต่สำหรับฝนแล้ว ค่ำคืนนี้คือฝันร้ายที่เธอภาวนาให้มันจบสิ้นลงเสียที เธอนอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม กอดหมอนข้างไว้แน่นราวกับเป็นที่ยึดเหนี่ยวสุดท้ายของชีวิต ในฐานะผู้กำกับและช่างภาพ เธอคือคนที่ควรจะควบคุมทุกอย่างได้ แต่เมื่อคืนนี้... เธอได้สูญเสียการควบคุมไปโดยสิ้นเชิง ไม่ใช่แค่ควบคุมการถ่ายทำ แต่คือการควบคุมหัวใจของตัวเอง

ภาพของผิวเนียนละเอียดของพลอยภายใต้แสงเทียน กลิ่นหอมอ่อนๆ ของโลชั่นที่ยังติดอยู่ที่ปลายจมูก และสัมผัสที่นุ่มนวลจนแทบจะหลอมละลายได้นั้น มันได้ตีตราลงไปในจิตวิญญาณของเธออย่างถาวร ความรู้สึกผิดบาปถาโถมเข้าใส่เธออย่างรุนแรง เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นผู้ร้าย เป็นคนที่ล่วงละเมิดความไว้วางใจที่เพื่อนรักมีให้ เธอคือคนที่ผลักดันให้สถานการณ์มันเดินทางมาถึงจุดนี้ จุดที่อันตรายและเปราะบางจนอาจจะแตกสลายลงได้ทุกเมื่อ แววตาของพลอยที่มองตอบกลับมา... แววตาที่เต็มไปด้วยการยอมจำนนและความรู้สึกที่ไม่ต่างกันนั้น... คือสิ่งที่ทำให้เธอหวาดกลัวที่สุด เพราะมันคือการยืนยันว่าเธอไม่ได้คิดไปเองฝ่ายเดียว และนั่นหมายความว่า... หายนะกำลังรอพวกเธออยู่ข้างหน้า

เช้าวันรุ่งขึ้น ความเงียบที่เคยหนักอึ้งได้กลายสภาพเป็นความเงียบที่เจ็บปวด คอนโดมิเนียมที่เคยเป็นเหมือนสวรรค์อันอบอุ่นของพวกเธอ บัดนี้ได้กลายเป็นเหมือนกล่องสุญญากาศที่ดูดกลืนทุกความมีชีวิตชีวาออกไปจนหมดสิ้น พวกเธอเดินสวนกันไปมาในห้องราวกับวิญญาณที่มองไม่เห็นซึ่งกันและกัน การกระทำง่ายๆ อย่างการเดินไปรินน้ำในครัว กลายเป็นเหมือนการวางแผนการรบที่ต้องคำนวณเส้นทางและจังหวะเวลาเพื่อที่จะได้ไม่ต้องเผชิญหน้ากัน

พันธสัญญาที่ว่าจะ "พูดคุยกันทุกเรื่อง" ได้กลายเป็นเรื่องตลกที่น่าสมเพช พวกเธอจะเริ่มต้นพูดคุยเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ได้อย่างไร ในเมื่อมันเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่และซับซ้อนเกินกว่าที่คำพูดใดๆ จะสามารถอธิบายได้หมด

แต่แล้ว ภาระหน้าที่ก็บีบบังคับให้ฝนต้องเป็นฝ่ายเคลื่อนไหวก่อน... เธอรู้ดีว่าเธอต้องตัดต่อวิดีโอเจ้าปัญหานั้นให้เสร็จ มันเป็นเหมือนหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่ผูกมัดเธอกับเหตุการณ์ในคืนนั้น และมันก็ได้กลายเป็นตัวจุดชนวนของความขัดแย้งที่กำลังจะปะทุขึ้นมา

ฝนหอบแล็ปท็อปของเธอเข้าไปขังตัวเองอยู่ในห้องนอน ล็อคประตูราวกับจะป้องกันตัวเองจากโลกภายนอก เธอสวมหูฟัง เปิดโปรแกรมตัดต่อขึ้นมา แล้วเผชิญหน้ากับภาพเหตุการณ์นั้นอีกครั้งอย่างเลี่ยงไม่ได้

มันคือการทรมานตัวเองดีๆ นี่เอง เธอต้องนั่งดูภาพความใกล้ชิดของตัวเองกับพลอยซ้ำไปซ้ำมาเป็นสิบรอบ เธอต้องเลื่อนไทม์ไลน์ไปทีละเฟรมเพื่อหาจุดตัดต่อที่ดีที่สุด และในทุกๆ เฟรมที่เคลื่อนผ่านไป เธอก็ได้เห็นในสิ่งที่ตาเปล่าอาจจะมองข้ามไป... เธอเห็นลมหายใจที่สะดุดของพลอยในวินาทีแรกที่มือของเธอสัมผัสลงบนแผ่นหลัง... เธอเห็นเปลือกตาของพลอยที่ปิดลงอย่างผ่อนคลายในเสี้ยววินาทีที่นิ้วโป้งของเธอลูบไล้บนหลังมือ... และเธอเห็นความสั่นเทาในมือของตัวเองที่พยายามจะเก็บซ่อนเอาไว้

หลักฐานมันมัดตัวเธอจนดิ้นไม่หลุด มันไม่ใช่การแสดง มันคือเรื่องจริง และความจริงนั้นก็คือ... เธอได้ทำให้เพื่อนสนิทของตัวเองหวั่นไหว และตัวเธอเองก็ตกหลุมรักเพื่อนคนนั้นอย่างหัวปักหัวปำ ความรู้สึกผิดถาโถมเข้าใส่เธอระลอกแล้วระลอกเล่า

สุดท้าย เธอก็ได้สร้างวิดีโอเวอร์ชั่นที่ "สามารถขายได้" ขึ้นมาจนสำเร็จ เธอต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการตัดต่อช่วงเวลาที่เปิดเผยความรู้สึกที่แท้จริงออกไปให้หมด... ทั้งสายตาที่ประสานกัน... ทั้งวินาทีที่ปลายนิ้วกำลังจะสอดประสาน... เธอได้ทำการ "ฆ่า" ความจริงที่เกิดขึ้น แล้วสร้างเรื่องโกหกที่สวยงามขึ้นมาแทนที่ ผลงานชิ้นสุดท้ายที่ได้ออกมานั้นดูสวยงามไร้ที่ติในเชิงศิลปะ แต่มันช่างดูว่างเปล่าและจืดชืดเมื่อเทียบกับความรู้สึกที่รุนแรงในตอนที่มันถูกสร้างขึ้นมา

ในขณะเดียวกัน พลอยที่อยู่นอกห้องก็ได้ยินเสียงคลิกเมาส์ที่ดังลอดออกมาเป็นระยะๆ เธอรู้ดีว่าฝนกำลังทำอะไรอยู่... เธอกำลังตัดต่อ "ความทรงจำ" ของพวกเธอ เธอนั่งรออยู่ที่โซฟาด้วยหัวใจที่บีบคั้น เธอไม่ได้ต้องการให้ฝนทำงาน แต่เธอต้องการให้ฝนเดินออกมาจากห้องนั้น แล้วพูดกับเธอ... ยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเธอ ความเงียบที่ดังออกมาจากห้องของฝนจึงเปรียบเสมือนการปฏิเสธ... เป็นการบอกเธอเป็นนัยๆ ว่าเรื่องราวในคืนนั้นไม่มีความหมายอะไรเลย

เมื่อฝนตัดต่อวิดีโอเสร็จ เธอก็เดินออกมาจากห้องนอนด้วยใบหน้าที่ซีดเซียวและแววตาที่ว่างเปล่า เธอไม่มองหน้าพลอยแม้แต่น้อย แต่เดินตรงไปยังโต๊ะทำงาน เปิดอีเมล อัพโหลดไฟล์วิดีโอ แล้วกดส่งไปให้ลูกค้า... ทุกการกระทำของเธอดูเย็นชาและเป็นกลไกราวกับหุ่นยนต์

การกระทำที่ดูเหมือนเป็นการปัดความรับผิดชอบและลดทอนคุณค่าของช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเธอนั้น... มันคือฟางเส้นสุดท้ายสำหรับพลอย ความหวังและความปรารถนาที่เธอสั่งสมมาทั้งคืนได้แปรเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวดและความสับสนในพริบตา

"แค่นี้เหรอ"

เสียงของพลอยดังขึ้น ทำลายความเงียบในห้อง มันเป็นเสียงที่เบาแต่ก็แฝงไว้ด้วยความคมกริบ "เธอก็แค่... ส่งมันไปเหมือนกับว่ามันเป็นแค่งานชิ้นหนึ่งงั้นเหรอ"

ฝนชะงักไป เธอหันมาเผชิญหน้ากับพลอยด้วยแววตาที่สั่นระริก "มันก็คืองานไงพลอย... นี่คือสิ่งที่เราทำกันอยู่ไม่ใช่เหรอ" เธอพยายามจะดึงสถานการณ์ทุกอย่างให้กลับเข้าไปอยู่ในกรอบของคำว่า "งาน" ที่ปลอดภัย... เธอกำลังอยู่ในโหมด "หลีกหนี" อย่างเต็มรูปแบบ

"อย่าโกหกฉันฝน... และที่สำคัญที่สุด อย่าโกหกตัวเอง" พลอยสวนกลับไปทันที น้ำเสียงของเธอเริ่มสั่นเครือ "เธอรู้ดีว่าเมื่อคืนนี้มันคืออะไร ฉันรู้สึกได้... และฉันก็เห็นมันในแววตาของเธอ"

คำพูดของพลอยเปรียบเสมือนการยืนยันในสิ่งที่ฝนหวาดกลัวที่สุด... ความรู้สึกนั้นมันเป็นเรื่องจริง และมันก็เกิดขึ้นกับคนทั้งสองฝ่าย นี่คือจุดที่ไม่มีอะไรจะย้อนกลับไปได้อีกแล้ว... ความตื่นตระหนกเข้าครอบงำจิตใจของฝนจนหมดสิ้น

"ฉัน... ฉันไม่รู้ว่าเธอกำลังพูดถึงเรื่องอะไร" เธอโกหกออกไปเป็นครั้งแรกในชีวิตที่คบกันมา น้ำเสียงของเธอแตกพร่าจนน่าสมเพช "เมื่อคืนนี้เราแค่... อินกับบทบาทมากเกินไป มันเป็นความผิดพลาด... เราก้าวข้ามเส้นที่ไม่ควรก้าวข้ามไป"

คำว่า "ความผิดพลาด"...

มันคือมีดที่กรีดลงไปกลางหัวใจของพลอยจนแหลกลาญ สำหรับเธอแล้ว มันคือช่วงเวลาที่งดงามที่สุด คือการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ที่สุด แต่สำหรับฝน... มันคือความผิดพลาด

"ความผิดพลาดเหรอ" พลอยทวนคำนั้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและไม่อยากจะเชื่อ "การที่เธอสัมผัสฉัน... มันคือความผิดพลาดอย่างนั้นเหรอ"

ฝนที่ถูกต้อนจนจนมุมและหวาดกลัวจนขาดสติ ได้ตัดสินใจเลือกหนทางที่เลวร้ายที่สุด... คือการวิ่งหนี

"ฉัน... ฉันทำแบบนี้ต่อไปไม่ไหวแล้วพลอย" เธอพูดออกมาอย่างยากลำบาก "ฉันคิดว่า... ฉันต้องการพื้นที่... ฉันจะกลับไปอยู่บ้านกับพ่อแม่สักพักนะ... แค่สองสามวัน... เราทั้งคู่ต้องการเวลาที่จะใจเย็นลง"

เมื่อไม่สามารถเผชิญหน้ากับความจริงได้... เธอก็เลือกที่จะวิ่งหนีไปจากมัน

ฝนรีบวิ่งกลับเข้าไปในห้องนอนของเธอ คว้ากระเป๋าเป้แล้วยัดเสื้อผ้าลงไปอย่างลวกๆ เธอพยายามหลีกเลี่ยงที่จะสบตากับพลอยที่บัดนี้น้ำตาได้ไหลทะลักออกมาอาบแก้มทั้งสองข้างแล้ว พลอยได้แต่ยืนนิ่งตัวแข็งทื่ออยู่กลางห้อง มองดูเพื่อนรักของเธอกำลังจะเดินจากไป...

เมื่อฝนเก็บของเสร็จ เธอก็เดินตรงไปยังประตูโดยไม่หันกลับมามองพลอยอีกเลย

"ฝน... อย่าไปนะ" พลอยพูดออกมาเสียงแผ่วเบา "เราคุยกันได้นะ... ได้โปรด"

แต่ฝนไม่ได้หยุด... เธอเปิดประตูแล้วก้าวออกไป...

...ปัง...

เสียงประตูปิดลงดังสนั่น ทิ้งให้พลอยต้องยืนอยู่อย่างเดียวดายท่ามกลางความเงียบที่เข้ามาแทนที่

ความเงียบที่เกิดขึ้นหลังจากที่ประตูบานนั้นปิดลง มันไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัดหรือเจ็บปวดอีกต่อไปแล้ว... แต่มันคือความเงียบที่ว่างเปล่า... คือความเงียบที่โหดร้ายและกัดกินหัวใจ

พลอยทรุดตัวลงนั่งบนพื้นอย่างหมดแรง น้ำตาของเธอยังคงไหลออกมาไม่ขาดสาย เธอรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบได้พังทลายลงมาอยู่ตรงหน้า ความหวังทั้งหมดที่เธอเคยมีได้ถูกทำลายลงอย่างไม่เหลือชิ้นดีด้วยคำว่า "ความผิดพลาด" เพียงคำเดียว เธอรู้สึกเหมือนตัวเองถูกปฏิเสธอย่างรุนแรงจนร่างกายเจ็บปวดไปหมด

เธอลุกขึ้นเดินอย่างไร้จุดหมายไปทั่วคอนโดที่บัดนี้ดูใหญ่โตและเวิ้งว้างจนน่าใจหาย ทุกสิ่งทุกอย่างในห้องนี้ล้วนแต่มีความทรงจำของฝนอยู่เต็มไปหมด... แก้วกาแฟที่ฝนชอบใช้... หนังสือที่ฝนอ่านค้างไว้... กลิ่นน้ำหอมจางๆ ของฝนที่ยังคงลอยอบอวลอยู่ในอากาศ...

เท้าของเธอพาเธอเดินไปหยุดอยู่ที่หน้าห้องน้ำ... สถานที่เกิดเหตุของ "ความผิดพลาด" นั้น... เธอเปิดประตูเข้าไปแล้วมองดูกรอบร่างของตัวเองในกระจกเงา... หยดน้ำตาที่ไหลลงมาทำให้ภาพตรงหน้าพร่ามัวไปหมด เธอยกมือขึ้นมาสัมผัสแผ่นหลังของตัวเอง... ในที่ที่มือของฝนเคยสัมผัส... แล้วก็ปล่อยโฮออกมาอย่างสุดจะกลั้น

ในขณะเดียวกัน... ฝนที่นั่งอยู่บนรถแท็กซี่ก็กำลังร้องไห้ออกมาอย่างเงียบๆ เช่นกัน เธอมองดูกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนที่เคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็วผ่านม่านน้ำตา เธอไม่ได้รู้สึกโล่งใจเลยแม้แต่น้อยที่หนีออกมาได้... ในทางกลับกัน... เธอรู้สึกทุกข์ทรมานยิ่งกว่าเดิม การวิ่งหนีมันไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาอะไรเลย แต่มันกลับยิ่งขยายความเจ็บปวดและความรู้สึกผิดในใจของเธอให้ใหญ่ขึ้นไปอีก เธอรู้ดีว่าเธอได้ทำร้ายจิตใจของพลอย... คนเพียงคนเดียวที่เธอไม่เคยต้องการจะทำร้าย... และเธอก็เกลียดตัวเองเหลือเกินที่เป็นคนทำมัน

...ติ๊ง...

เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือของพลอยดังขึ้น ทำลายความเงียบที่น่าเศร้าลง เธอกวาดน้ำตาออกจากหน้าจอแล้วหยิบมันขึ้นมาดูอย่างไม่ใส่ใจนัก

มันเป็นการแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันธนาคารบนมือถือ...

'เงินจำนวน 25,000.00 บาท ได้ถูกโอนเข้าบัญชีร่วมของคุณแล้ว'

มันคือเงินค่าจ้างสำหรับวิดีโอตัวล่าสุด... เงินโบนัสก้อนใหญ่จากลูกค้าที่พึงพอใจในผลงานของพวกเธอ...

เงิน... ที่พวกเธอเคยต้องการมันอย่างสุดหัวใจ... บัดนี้ได้มาอยู่ในบัญชีของพวกเธอแล้ว...

แต่มันกลับต้องแลกมาด้วยทุกสิ่งทุกอย่าง...

พลอยปล่อยโทรศัพท์มือถือหลุดจากมืออย่างไร้เรี่ยวแรง เธอมองดูตัวเลขบนหน้าจอด้วยสายตาที่ว่างเปล่า... แล้วก็หัวเราะออกมาเบาๆ... มันเป็นเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความขมขื่นและเจ็บปวดที่สุดในชีวิตของเธอ
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เรื่องราวของเราสองคน    บทที่ 45

    การได้เห็นเรื่องราวที่เป็นส่วนตัวที่สุดของตัวเองถูกนำเสนอออกมาได้อย่างงดงามและให้เกียรติขนาดนี้... มันคือการได้รับการยอมรับที่สมบูรณ์แบบที่สุด... พลอยร้องไห้ออกมาอย่างเงียบๆ... และฝนก็ได้ดึงเธอเข้าไปกอดไว้แน่น... มันคือการเดินทางที่ยาวไกล... และในที่สุด... พวกเธอก็ได้เดินทางมาถึงจุดหมายปลายทางแล้ว

  • เรื่องราวของเราสองคน    บทที่ 44

    กระบวนการสร้างสรรค์ครั้งสุดท้ายสำหรับโปรเจกต์ "กล้องที่ถูกทอดทิ้ง" ไม่ได้เกิดขึ้นในห้องมืดที่อบอวลไปด้วยกลิ่นสารเคมี... และก็ไม่ได้เกิดขึ้นภายใต้แสงแดดที่นุ่มนวลในสตูดิโอ... แต่กลับเกิดขึ้นบนหน้ากระดาษที่ว่างเปล่าของไฟล์เอกสาร... ในรูปแบบของ "บทสัมภาษณ์ถาม-ตอบ" สำหรับหนังสือภาพถ่ายของพวกเธอ มันคือก

  • เรื่องราวของเราสองคน    บทที่ 43

    จึงอยากจะขอเสนอให้มีการจัดพิมพ์หนังสือภาพถ่าย (Photobook) จากคอลเลคชั่นดังกล่าว เพื่อที่จะได้นำเรื่องราวและความงดงามนี้ไปสู่สายตาของผู้ชมในวงกว้างยิ่งขึ้น ทั้งในและต่างประเทศ... ข้อเสนอนั้นคือบันไดอีกขั้นหนึ่งที่พวกเธอไม่เคยคาดฝันว่าจะได้ก้าวขึ้นไป... นิทรรศการนั้นเป็นเพียงแค่เรื่องชั่วคราว... แต่ห

  • เรื่องราวของเราสองคน    บทที่ 42

    สตูดิโอแห่งใหม่ของพวกเธอได้กลายเป็นมากกว่าแค่สถานที่ทำงาน... มันได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต... เป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ความรักและศิลปะของพวกเธอได้เติบโตและหายใจไปด้วยกันอย่างอิสระ และในบรรดาพื้นที่ทั้งหมดที่พวกเธอได้ร่วมกันสร้างขึ้นมานั้น... ก็ไม่มีที่ไหนที่จะมีความหมายและเป็นส่วนตัวสำหรับฝนได้มา

  • เรื่องราวของเราสองคน    บทที่ 41

    แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกอย่างที่จะราบรื่นไปเสียหมด... พวกเธอต้องเจอกับปัญหาน่าปวดหัวอย่างท่อประปารั่วซึมที่ทำให้ต้องเสียเงินซ่อมแซมไปอย่างไม่คาดฝัน... แต่การได้ร่วมกันเผชิญหน้าและแก้ไขปัญหา... การได้เรียนรู้ที่จะจัดการกับความเครียดและงบประมาณที่บานปลายไปด้วยกัน... มันก็ได้ช่วยพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพวกเธอคื

  • เรื่องราวของเราสองคน    บทที่ 40

    สตูดิโอแห่งใหม่ที่พวกเธอได้ตัดสินใจเช่าในย่านตลาดน้อยนั้น... ในวันแรกที่ได้กุญแจมา... มันดูไม่ต่างอะไรกับซากปรักหักพังที่ถูกทอดทิ้ง สีบนผนังหลุดลอกร่อนออกมาเป็นแผ่นๆ พื้นไม้เก่าส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดทุกครั้งที่ก้าวเดิน และฝุ่นหนาก็ปกคลุมทุกตารางนิ้วราวกับหิมะสีเทา... แต่มันก็เป็นซากปรักหักพังที่เต็มไปด้

  • เรื่องราวของเราสองคน    บทที่ 39

    บทสัมภาษณ์นั้นได้ถูกตีพิมพ์ในสัปดาห์ต่อมา... และมันก็ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่... พวกเธอได้กลายเป็นเสียงของศิลปินรุ่นใหม่ที่กล้าหาญและมีความคิดที่ลึกซึ้ง และแน่นอน... ความสำเร็จนั้นก็ได้นำมาซึ่งผลตอบแทนที่จับต้องได้ เช้าวันหนึ่ง... เงินค่าตอบแทนก้อนแรกจากทางแกลเลอรี่ก็ได้ถูกโอนเข้ามาในบัญชีร

  • เรื่องราวของเราสองคน    บทที่ 35

    แล้วมิ้นท์ก็คว้าแขนของพลอย... แล้วลากเธอเดินตรงไปยังโซนจัดแสดงผลงานของพวกเธอ... โดยที่ไม่รู้เลยว่าเธอกำลังลากหนึ่งในศิลปินเจ้าของผลงานไปด้วย... มันคือการเดินที่เชื่องช้าและทรมานที่สุดในชีวิตของฝน... เธอก้าวเดินตามหลังกลุ่มเพื่อนไปอย่างเงียบเชียบ... รู้สึกไม่ต่างอะไรกับนักโทษที่กำลังจะเดินไปยังลานปร

  • เรื่องราวของเราสองคน    บทที่ 28

    เสียงชัตเตอร์พลาสติกที่ดังขึ้นนั้นมันช่างแตกต่างจากเสียงชัตเตอร์ของกล้องโปรโดยสิ้นเชิง... มันเป็นเสียงที่ถ่อมตัว... ไม่โอ้อวด... และไม่สร้างความกดดันใดๆ พลอยหันมามองกล้องในมือของฝน... แต่ในครั้งนี้... เธอไม่ได้ตัวแข็งทื่อ... เธอไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกจับจ้อง... เพราะมันไม่ใช่กล้อง "ของงาน"...

  • เรื่องราวของเราสองคน    บทที่ 27

    "ฝน... เราไปจากที่นี่กันสักพักดีไหม" เธอเสนอขึ้นมาในเย็นวันหนึ่ง "ไปไหนก็ได้... ที่ไม่ใช่ที่นี่... ไม่ต้องเอาคอมพิวเตอร์ไป... ไม่ต้องคุยเรื่องงาน... ไปแค่... 'เรา' สองคน" ข้อเสนอนั้นเปรียบเสมือนแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์สำหรับฝน... เธอพยักหน้ารับในทันทีโดยไม่ต้องคิด พวกเธอไม่ได้วางแผนการเดินทางที่หรูห

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status