LOGINเขาไม่พูดไม่จา ล้วงมือเข้าไปในชายเสื้อและเคล้นเต้าอวบเบาๆ น้ำฟ้าเองก็ดื่มไวน์ไปไม่น้อย เมื่อเห็นว่าธนาเป็นฝ่ายเริ่มรุกจูบและอุ้มตนเองขึ้นเตียงก็รู้สึกดีใจ ผู้ชายที่เธออยากจะได้เป็นสามีก็คือเขา พี่นาเป็นคนมีความรับผิดชอบ ในเมื่อทำกับเธอแบบนี้...ก็เลยตามเลยก็แล้วกัน
เสื้อของน้ำฟ้าถูกโยนลอยลงจากเตียง สองมือของเธอโอบรอบคอเขา หญิงสาวแหงนหน้าขึ้นครางเมื่อริมฝีปากของชายหนุ่มแนบลงที่เนินอกนุ่ม เขาดูดเม้มเบาๆ ทำเอาเธอร้อนรุ่ม แสงจันทร์สาดเรือนร่างแข็งแรงที่คร่อมอยู่ด้านบน สองมือเรียวขาวของน้ำฟ้าลูบไหล่แผ่นหลังเขาอย่างหลงใหล แวบหนึ่งเหมือนเธอจะเห็นรอยสักที่ต้นแขน
‘พี่นาก็แอบสักด้วยเหรอ? ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย’
หญิงสาวใบหน้าแดงก่ำ อมยิ้ม เธอนึกดีใจว่าตนเองเป็นคนเดียวที่ได้เห็นความลับบนร่างกายของเขา ชายหนุ่มเคล้นคลึงและโลมไล้ปทุมถันสองก้อนงามจนหญิงสาวใจเพริศ พอเขาใช้ลิ้นสัมผัสเธอก็ส่งเสียงพอใจในลำคอ
“อือ เบาหน่อยสิคะ ฟ้าไม่เคยนะ” หญิงสาวสะดุ้งเมื่อมือของเขาสอดเข้าไปในหว่างขา เธอยื่นมือไปกุมข้อมือของเขาไว้ ส่งเสียงประท้วงแผ่วเบา
ชายหนุ่มชะงัก “อืม...ได้” เขาครางต่ำ
เขายื่นหน้ามาจูบเธอเนิ่นนาน น้ำฟ้ารู้สึกว่าเขาอ่อนโยนกว่าเดิม เธอตอบสนองเขาด้วยความเต็มใจ หญิงสาวกอดรัดเขาแน่น ปลายนิ้วเท้าจิกเกร็งเมื่อถูกเขาสอดนิ้วเข้าไปสร้างความหรรษา
“ดีไหม?” เขาอดไม่ได้ที่กระซิบข้างหู
แสงจันทร์สาดใบหน้าเขินอายของเธอที่พยักเบาๆ ตอบรับความสุขที่เขามอบให้ เธอไม่เห็นหน้าของเขาเพราะอยู่ในด้านมืดพอดี ความมึนเมาและความสุขที่ผสมผสานอยู่ตอนนี้ทำให้น้ำฟ้าไม่ได้นึกสงสัย
มือของณัฐวุฒิยื่นไปดึงลิ้นชักโต๊ะหัวเตียง หยิบได้ถุงยางอนามัยมาชิ้นหนึ่ง เขาใช้ปากฉีกแล้วรูดครอบส่วนสำคัญของตนเองที่กำลังแสดงความพร้อมจะสู้ศึกรัก
น้ำฟ้านอนระทวยอยู่ใต้ร่างของเขา เธอมองผู้ชายที่ยืดร่างขึ้นค่อยๆ ประสานส่วนของร่างกายเข้ากับเธอด้วยใจระทึก
“จะ เจ็บค่ะ”
เขาชะงัก โน้มตัวลงมาจูบปลอบ “เดี๋ยวก็หายนะ” น้ำเสียงของเขาแหบพร่า ฟังแล้วชวนให้รู้สึกอบอุ่นใจ คราวนี้เขาทำให้เธอคลายความกังวลลงแล้วค่อยดันตัวเข้ามาใหม่
น้ำฟ้าจิกไหล่กับต้นแขนเขา ชายหนุ่มครางน้อยๆ ก่อนจะเริ่มขยับบั้นท้ายช้าๆ น้ำฟ้าพยายามอดทน เธอไม่กล้าร้องออกมาว่าเจ็บอีกเพราะกลัวว่าเขาจะรำคาญ หญิงสาวส่ายหน้าร้องอึกอักในลำคอ กระทั่งความเจ็บปวดค่อยๆ ลดลง มีความหวานล้ำระคนปนเข้ามา
ร่างกายของคนทั้งสองค่อยๆ โน้มเข้าหากัน เธอบีบต้นแขนของเขาสองข้างขณะที่ชายหนุ่มยังคงขยับร่างกายอย่างคล่องแคล่ว
“ผมจะเสร็จแล้วนะ...” น้ำเสียงของเขาแหบพร่าอยู่เหนือหน้าผาก
“ฟ้าด้วยค่ะ” เธอครางรับ
ณัฐวุฒิควบเร่งจนถึงปลายทาง ร่างกายของเขาเกร็งกระตุก เขากอดเธอแน่นแล้วค่อยๆ ลุกขึ้นถอนตัวตนออก ดึงเอาถุงยางอนามัยใช้แล้วทิ้งไปในถังขยะเล็กข้างเตียง
น้ำฟ้าปลื้มใจยื่นหน้ามาใกล้ ประคองหน้าเขา “ฟ้าดีใจจังค่ะ ที่เราสองคนกลายเป็นคนๆ เดียวกัน” เธอพูดพร้อมยื่นหน้าเข้ามาจูบ
ชายหนุ่มร้องอืม เขากอดก่ายร่างอ้อนแอ้นใต้ผ้าห่มนวม มือยังอยู่ไม่เป็นสุข คอยลูบไล้สะโพกเธอไปมา ริมฝีปากเขาแนบอยู่ใบหู ประเดี๋ยวก็ดูด ประเดี๋ยวก็เม้ม น้ำฟ้าปลื้มใจที่เขาดูเหมือนจะชอบเรือนร่างของเธอ หญิงสาวยกมือลูบแผ่นอกเป็นลอนของเขาจากบนไล่ลงไปจนถึงหน้าท้อง
เขาดึงมือเธอให้ต่ำลงไปลูบส่วนนั้น “ตรงนี้ดีกว่า”
เสียงของเขาแผ่วเบา เธอปล่อยให้เขาควบคุมมือของเธอเคลื่อนไหวตามใจ ร่างกายของเขาค่อยๆ ตื่นตัวขึ้นอีกครั้ง เธอร้องอุ๊ยเมื่อเขาเคล้นหน้าอกของเธอพร้อมกับดูดติ่งหู
ร่างกายของทั้งสองเสียดสีกันใต้ผ้าห่มจนร้อนฉ่า ชายหนุ่มพาเธอเริ่มบทรักอีกหน และคราวนี้น้ำฟ้ารู้สึกว่าพี่นาของเธอช่างทำได้ถึงอกถึงใจนัก
แสงเรื่อเรืองจับผ้าม่านขาวผืนยาวระย้าตรงประตูระเบียงห้อง น้ำฟ้าค่อยๆ ลืมตา ความรู้สึกอึดอัดช่วงเอวทำให้เธอพยายามขยับตัว เพดานห้องแปลกตา เธอพลันนึกขึ้นได้ว่าไม่ได้นอนในห้องพักของตนเอง
‘เมื่อคืน ฉันจะมาคุยเรื่องสำคัญกับพี่นาแต่....’
ความอบอุ่นของผู้ชายที่นอนกอดเธอจากด้านหลังทำให้น้ำฟ้ายิ้มออกมา เธอกับพี่นาถือว่าลงเอยกันแล้ว เมื่อคืนเขาสัมผัสเนื้อตัวเธออย่างร้อนแรงราวกับภูเขาไฟที่ปะทุลาวาออกมา
เธอยกมือขึ้นลูบท่อนแขนที่กอดเธอจากด้านหลัง ใบหน้าของเธอร้อนผ่าวเมื่อเลื่อนนิ้วลูบไปตามนิ้วของเขาทีละนิ้ว มือคู่นี้ทั้งบีบเคล้นเคล้าคลึงจนเธอร้องประท้วงออกมาตั้งหลายหน ร่างกายของเขาดูภายนอกเหมือนจะบางแต่พอได้แนบชิดกลับแข็งแกร่งและแน่นจนเธอคาดไม่ถึง ลมหายใจของชายหนุ่มเป่าเบาๆ ใส่หลังใบหู น้ำฟ้าขนลุกเกรียว เธอพลิกร่างกลับไปหาเขา อยากจะดูใบหน้าหล่อเหลาของพี่นาในยามหลับ
“อ๊ะ!” เธอรีบยกมือขึ้นปิดปาก ดวงตาเบิกโพลงราวกับเห็นผี
ใบหน้าของผู้ชายที่หลับใหลอยู่ตรงหน้า ไม่ใช่พี่นาที่เธอใฝ่ฝัน แม้จะคมเข้ม ขนตาหนา และมีสันกรามเป็นแนวชัด แต่.....
‘นรกแล้ว! ฉันขึ้นเตียงกับไอ้บ้านี่ได้ยังไง?’
เธอตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง เปลือกตาของณัฐวุฒิขยุกขยิก น้ำฟ้าได้สติ ค่อยๆ จับแขนของเขาออกจากเอวของตัวเอง ถดร่างถอยออกจากผ้าห่มลงด้านข้างเตียง ปลายเท้าเธอเตะเข้ากับกางเกงผ้าของตัวเองพอดี เธอรีบคว้าเอากางเกงชั้นในตัวจิ๋วที่ถูกทิ้งแมะไว้บนกางเกงขายาวขึ้นมาสวมแล้วใส่กางเกงโดยไม่ละสายตาจากผู้ชายที่นอนอยู่บนเตียง ในใจเธอคอยลุ้นเพราะกลัวว่าเขาจะตื่นขึ้นมาเสียก่อน เธอกวาดตามองไปรอบๆ ก็เห็นเสื้อยืดเอวลอยถูกโยนไปพาดบนโซฟา
‘บ้าจริง บราฉันล่ะ?’
เธอก้มลงแนบหน้ากับพื้นมองใต้โซฟา กวาดตามองอย่างไรก็หาสิ่งนั้นไม่เห็น จำต้องสวมเสื้อยืดไปก่อน พอย่องมาถึงปลายเตียงสายตาพลันสะดุดกับเสื้อคลุมแบรนด์เนมของตน
“อย่าเพิ่งไปนะ” ณัฐวุฒิละเมอออกมา
น้ำฟ้าตะลึง เธอแทบจะหยุดหายใจ พอรออยู่ชั่วอึดใจเขาก็ยังหลับอยู่ เธอจึงระบายลมหายใจเบาๆ ออกมา ตัดสินใจยุติการตามหาบราเซียร์ตัวงาม รีบย่องออกจากห้องราวกับกำลังหนีตาย
พอเข้าไปในห้องพักของตนเองได้ น้ำฟ้าก็ตบอกตัวเองแรงๆ สองสามครั้งก่อนจะพ่นลมฟู่ออกมาจากปาก เธอเข้าไปในห้องน้ำ เปิดน้ำอุ่นใส่อ่างแล้วหย่อนร่างลงไปนอนแช่ ค่อยๆ ทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น
“บ้าชิบ ครั้งแรกของฉันที่อยากจะให้เป็นพี่นา กลับเป็นไอ้บ้านั่นซะได้ แต่ก็ช่างเถอะ คงจะมีแค่วันเดียวนี่ล่ะ ดีนะที่ยังใส่ถุง ไม่งั้นฉันช็อกแน่”
เธออาบน้ำแต่งตัวแล้วโผเผลงจากห้อง พอเข้าไปในลิฟต์จึงค่อยรู้ตัวว่าตนเองขาสั่นเล็กน้อย
“คุณฟ้า เมื่อคืนเป็นไงคะ?”
น้ำฟ้าสะดุ้ง หันขวับไปมองพิมลักษณ์ “พิม โผล่มาเงียบๆ ฉันตกใจนะ”
“ทำไมหน้าซีดแบบนั้นคะ?”
“เออ” หญิงสาวยกมือขึ้นลูบหน้า “เมื่อคืนฉันนอนน้อยน่ะ” น้ำฟ้าใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ เธอกลัวว่าพิมลักษณ์จะรู้เรื่องเมื่อคืนเข้า
“คุณฟ้าปรับความเข้าใจกับท่านประธานหรือยังคะ?”
“ยัง” เธอก้มหน้าเล็กน้อย
“เมื่อคืนบุกเข้าห้องท่านประธานไม่ได้เหรอคะ?”
“อือ” น้ำฟ้าตอบไม่เต็มเสียง “อย่าถามมากเลยน่า ไปกินข้าวเช้ากันเถอะ ฉันหิวมากเลยตอนนี้”
ณัฐวุฒิลุกขึ้นมาก็พบว่าข้างกายว่างเปล่า เขายกยิ้มมุมปากเมื่อนึกถึงเรื่องดีๆ บนเตียงเมื่อคืน เขาดื่มไวน์องุ่นไปหลายอึกทำให้เกิดความปั่นป่วนภายใน ทั้งอาการแพ้และอาการร้อนสวาทที่แผดเผาอยู่ภายใน พอคิดดูให้ดีน่าจะมีคนที่รู้ว่าเขาแพ้ของสิ่งนั้นจึงได้เอามาใส่ในขวดน้ำดื่มประจำตัว
‘เจตนาของคนที่ทำ ต้องไม่ดีแน่ ใครกันเอาไวน์องุ่นมาใส่ไว้?’
เขาเหลือบมองในถังขยะใบเล็กที่มีเศษถุงยางอนามัยใช้แล้วถูกทิ้งไว้สามชิ้น น้ำฟ้าที่คิดจะบุกเข้ามาปรับความเข้าใจกับธนา ถูกเขาอุ้มขึ้นเตียง ตัวเธอมีกลิ่นไวน์องุ่นด้วยเหมือนกัน
“อาบน้ำแล้วไปตามหาผู้หญิงหน้าหนาคนนั้นดีกว่า”
เขาผิวปากอย่างอารมณ์ดี อาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ลงไปห้องอาหาร น้ำฟ้ากำลังตักข้าวต้มใส่ปากเป็นคำสุดท้าย พอเหลือบเห็นสายตาที่สาดมาทางตน เธอก็พลันขนลุกเกรียว รีบหลุบตาลงต่ำ
ณัฐวุฒิก้าวเร็วมายืนอยู่ต่อหน้า “ตื่นเช้าดีนี่”
หญิงสาวทำหูทวนลม พิมลักษณ์ได้ยินคำทักทายนั้นก็เงยขึ้นมอง เธอทำหน้าประหลาดใจที่เห็นเลขานุการของท่านประธานเข้ามาทักทายน้ำฟ้าก่อนเป็นครั้งแรก
“คุณฟ้า แน่ใจเหรอว่าจะทำตัวไม่ได้ยินคำทักทายของผม?”
*************
งานแต่งงานของน้ำฟ้ากับณัฐวุฒิจัดขึ้นในโรงแรมห้าดาวที่คุณ ธนากรถือหุ้นอยู่ ห้องแกรนด์บอลลูมถูกเนรมิตให้เป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยดอกไม้งดงาม บิดากับมารดาของน้ำฟ้าผิดหวังที่ลูกสาวไม่ยอมให้เชิญแขกตามใจต้องการ น้ำฟ้าให้เหตุผลว่าเธออยากให้งานแต่งงานของเธอมีเพียงคนที่สนิทสนมกับเธอและณัฐวุฒิจริงๆ เท่านั้น จำนวนคนในงานจึงมีไม่ถึงสองร้อยคน “งานแต่งของคุณฟ้าน่ารักจริงๆ ค่ะ” “ธีมที่ฉันชอบ สวยงามราวกับเดินอยู่บนทุ่งลาเวนเดอร์” “น่าจะเชิญแขกมาเยอะๆ นะคะ” เจ้าสาวทำตาโต “พิม เธอยังคิดว่าคนไม่เยอะอีกเหรอ? ฉันว่าเยอะแล้วนะ แขกทุกคนล้วนสนิทกับฉันและพี่ณัฐ นี่ล่ะงานแต่งในฝัน” “จริงค่ะ ไม่ต้องเชิญคนที่แค่รู้จักกันมาให้ประดักประเดิด” พิมลักษณ์ยิ้ม กวาดตามองไปทั่วงาน “นั่น! ไต้ฝุ่น ดาราหนุ่มที่กำลังดังนี่คะ?” น้ำฟ้ามองเห็นหนุ่มหล่อร่างสูง โดดเด่นอยู่ท่ามกลางผู้คนก็ยิ้มออกมา “เพื่อนสนิทของพี่ณัฐน่ะ” “ไม่ยักกะรู้ว่าคุณณัฐมีเพื่อนเป็นดาราด้วย แล้วนี่คุณฟ้าไม่เชิญแก๊งเจ็ดดาวเลยเหรอคะ? พิมอยากเห็นตัวจริงของเฟิร์นกับไ
แม้จะไม่ค่อยชอบใจในตัวลูกเขยนัก แต่บิดามารดาของน้ำฟ้าก็ไม่กล้าปฏิเสธผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าบ่าวที่มาสู่ขอเพราะนั่นก็คือคุณธนากร ผู้ถือหุ้นใหญ่และอดีตผู้บริหารสูงสุดของบริษัทวินเนอร์เบฟเวอเรจ “ในเมื่อคุณกรออกหน้าเอง ก็แล้วแต่คุณกรเถอะค่ะ” คุณภาวิณีมารดาของน้ำฟ้ายิ้มรับอย่างเสียมิได้ คุณถนัดผู้เป็นบิดาของฝ่ายหญิงหายใจแรงของสองสามเฮือก เขากำลังติดต่อลูกชายของเพื่อนเก่าคนหนึ่งเอาไว้หวังจะให้มาดูตัวกับลูกสาว “เอาน่าคุณถนัด เรื่องสินสอดคุณไม่ต้องห่วงหรอก ณัฐเขาก็เหมือนลูกหลานผมคนหนึ่ง งานแต่งผมรับรองไม่ให้น้อยหน้า เดี๋ยวผมซื้อบ้านให้เป็นเรือนหอหลังหนึ่งเลยแล้วกัน” สองสามีภรรยาตาโต คำว่าบ้านที่คนระดับเจ้าสัวบอกว่าจะซื้อให้คนที่รักเหมือนลูกเหมือนหลาน ราคาก็คงหลายสิบล้าน “ในเมื่อคุณกร รับปากแบบนี้ผมก็สบายใจแล้วครับ บอกตามตรง ผมกลัวจะอายครอบครัวเพื่อนฝูงถ้าเกิดหนูฟ้าแกแต่งงานไม่สมฐานะ” ธนาที่นั่งอยู่ข้างๆ บิดายิ้มน้อยๆ “คุณถนัดคงไม่รู้ว่าณัฐมีทั้งคอนโด ที่ดิน และทองคำในเซฟธนาคารอยู่พอสมควร ที่เขาทำงานเป็นเลขาก็เพราะคุณพ
น้ำฟ้าหน้าแดง เธออุตส่าห์เก็บความลับไว้เสียดิบดีแต่กลับถูกธเนศสงสัยเข้า เธอรู้สึกว่าสองพี่น้องฝาแฝดธนาและธเนศเจ้าเล่ห์มากกว่าที่เธอคิด ธนาวางแผนล่อให้คนที่คิดจะฆ่าเขาปรากฎตัว ส่วนธเนศก็ส่งอนุรักษ์มาค้นหาหลักฐานและยังล่อหลอกให้เธอกับณัฐวุฒิสารภาพความสัมพันธ์ด้วย ณัฐวุฒิหน้าร้อนวูบ เขาไม่คิดว่าตนเองจะถูกธเนศส่งคนมาตลบหลัง “คุณเนศ ทำไมไม่บอกผมก่อนว่าอนุรักษ์เป็นคนของคุณ?” เสียงคนในโทรศัพท์หัวเราะเสียงดัง “ถ้าบอกก่อนก็จับไม่ได้น่ะสิว่าแกกับน้ำฟ้าแอบคบกันลับหลังธนา” “ผมไม่ได้แอบคบซะหน่อย คุณเนศก็ได้ยินคุณฟ้าสารภาพแล้ว เธอต่างหากที่บุกเข้าไปในห้องผมก่อน” ณัฐวุฒิเถียงเสียงอุบอิบ เขาไม่กล้าพูดเสียงดังเพราะกลัวคนโต๊ะอื่นที่ทำท่าสอดรู้สอดเห็นจะรู้ความลับเข้า “ได้ๆ ไม่แอบก็ไม่แอบ ตกลงว่าคุณฟ้าเขาบังคับข่มเหงแกก็แล้วกัน เรื่องนี้ฉันกับธนาจะออกหน้าจัดการแทนแกเอง คุณฟ้าต้องรับผิดชอบแก แกอย่ายอมให้เธอได้แล้วทิ้งเด็ดขาด เข้าใจไหม?” “ครับ ผมไม่ยอมแน่” น้ำฟ้าที่นั่งฟังธเนศกับณัฐวุฒิคุยกันผ่านโทรศัพท์ของอนุรักษ์อายจนแทบจ
ฉากเถาวัลย์ปลอมช่วยบังตา และพอเขานั่งหันหลังคนทั้งคู่ก็ไม่ได้สงสัย ณัฐวุฒิเงี่ยหูฟังคนทั้งสองคุยกัน “เมื่อวานเป็นไงบ้างครับคุณฟ้า? ท่านประธานน่าจะปิดข่าวแต่ก็คงปิดได้ไม่นาน ข่าวว่ามือปืนที่ซุ่มอยู่ในโรงงานพวกนั้นมีหมายจับกันทุกคน” “ฉันรออยู่ข้างนอกค่ะ แค่ได้ยินเสียงก็น่ากลัวแล้ว” “ตอนที่คุณบอกว่าคุณก็ไปด้วย ผมตกใจมากจริงๆ นะครับ ทีแรกคิดว่าคุณฟ้าแค่ช่วยสืบ ไม่คิดว่าจะไปมีส่วนร่วม นี่ คุณไม่เป็นไรใช่ไหมครับ?” อนุรักษ์ถือช้อนกับส้อมค้างไว้ มองสำรวจร่างกายของผู้หญิงตรงหน้า “ไม่เป็นไรค่ะ ปลอดภัยดี” อนุรักษ์ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ลดเสียงลง “ผมได้ยินว่าท่านประธานใหญ่ถูกยิงด้วย คงไม่หนักหนาหรอกนะครับ” “ค่ะ ไม่อันตรายมากแต่คงต้องพักรักษาตัวสักระยะ” “บอดี้การ์ดพวกนั้นมีคนตายไหมครับ?” “ไม่มีค่ะ มีแต่บาดเจ็บหนักหน่อย ฝีมือพวกเขาดีมากทีเดียว ฝ่ายตรงข้ามมีแต่มือปืนอาชีพ น่ากลัวมากจริงๆ” “ครั้งหน้าถ้าคุณฟ้าจะไปเสี่ยงแบบนี้ ชวนผมไปช่วยก็ได้นะครับ” “คุณไม่กลัวเหรอคะ?”
ระหว่างรออาหาร น้ำฟ้าเข้าไปอาบน้ำ พอเธอกลับออกมา เขาจัดอาหารใส่จานเรียบร้อยแล้ว “ผมเพิ่งรู้ตัวว่าหิวจนแทบจะกินช้างได้เป็นตัวแล้ว วันนี้เหนื่อยจริงๆ ทั้งวิ่งทั้งหลบ ใครจะรู้ว่าพวกมันซ่อนอยู่มากกว่าที่คิด พวกหนึ่งใช้ปืนเก็บเสียง ดีนะที่ผมบอกให้ทุกคนหลบทัน โชคดีมากที่ผู้จัดการโรงงานซอสกับผู้ช่วยของเขาก็ปลอดภัย เพียงแต่ตกใจมากไปหน่อยจนปัสสาวะราด” น้ำฟ้านิ่วหน้า “ไปเจอดงกระสุนปืนยังงั้น ไม่ช็อกตายก็ดีแล้วค่ะ” ชายหนุ่มตัดเนื้อสเต็กเป็นชิ้นเล็กๆ “คุณไม่กินกับผมเหรอ?” “ไม่ค่ะ ฉันอยากกินแค่ข้าวผัด ฉันไม่ได้บาดเจ็บเหมือนคุณนี่คะ แค่เหนื่อยนิดหน่อยตอนใช้เครื่องช็อตทำให้คนของลุงสายชักตาตั้ง” “คุณกับคุณผักกาด ทำให้ผมนึกไม่ถึง ไม่คิดว่าพวกคุณสองคนจะกล้า” “ไม่กล้าก็แย่สิคะ พวกคุณยิงกันโป้งป้างดังสนั่นขนาดนั้น” สองหนุ่มสาวกินไปคุยกันไปจนอิ่ม น้ำฟ้าอาสาล้างจานชาม ณัฐวุฒิลุกไปบ้วนปากและแปรงฟัน เขาหยิบผ้าห่มผืนบางติดมือมาจากลิ้นชักพลาสติก เปิดโทรศัพท์แล้วเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือเปิดภาพยนตร์ที่เขาชอบ
ผู้หญิงสี่คนบนรถ ฟังเสียงปืนที่ยิงตอบโต้กันด้วยใจระทึก ขณะเดียวกันก็จับจ้องที่ประตูใหญ่ไฟฟ้าหน้าโรงงานด้วย สักพักก็มีผู้ชายสองคนวิ่งหนีออกมา “นั่นมันคนของลุงสายกับคนของคุณกรินทร์นี่คะ?” น้ำฟ้าวิ่งนำหน้าไป “รอฉันด้วย” ทักษพรฉวยเอาที่ช็อตไฟฟ้าวิ่งตามติด น้ำฟ้ากับทักษพรช่วยกันใช้เครื่องช็อตจนผู้ชายสองคนทรุดกองลงไปกับพื้น พวกเธอไม่ได้ใช้กระแสไฟฟ้ารุนแรงนัก แบงก์ถือไม้เบสบอลวิ่งตามลงมาช่วยกระหน่ำตีคนทั้งสองจนน่วมไปทั้งตัว “เก่งมากแบงก์ สมแล้วที่แกเป็นนักมวยเก่า” ลิลี่แฟนของแบงก์ถือเชือกม้วนใหญ่วิ่งตามลงมา “มัดพวกเขาไว้ก่อนค่ะ เพื่อความปลอดภัย” ผู้หญิงสี่คนช่วยกันทั้งลากทั้งประคองฝ่ายตรงข้ามทั้งสองไปมัดไว้ที่ด้านหลังของต้นไม้ใหญ่ แล้วกลับไปซ่อนอยู่ในรถ น้ำฟ้ารู้จักผู้ชายสองคนที่แอบวิ่งออกมาจากโรงงาน เธอบอกกับกลุ่มของทักษพรว่านั่นคือคนของสายน้ำและคนของกรินทร์ “น่ากลัวกว่าที่ฉันคิดไว้อีก ศัตรูของศัตรูคือมิตร ในเมื่อศัตรูของพี่นาร่วมมือกัน แบบนี้พวกบอดี้การ์ดจะสู้ไหวไหม?” น้ำฟ้านิ่วหน้า







