Se connecter“ใจเย็นๆ น่าคุณนาย อย่าเพิ่งตื่นตูมสิ เดี๋ยวเรียกพ่อมันมาจัดการรับรองวิ่งปร๋อเหมือนเดิม หายห่วงน่า”
ว่าแล้วก็ควักโทรศัพท์มือถือจากในกระเป๋ากางเกงยีนส์ออกมากดโทร.ออก เซมิรอนคุยกับคนปลายทางอยู่สองสามประโยค แต่สีหน้าแหยๆ ชอบกล ก่อนจะวางสายแล้วหันมายิ้มแฉ่งให้เพื่อนสาวที่ยืนอยู่ข้างรถมอเตอร์ไซค์ พลางเอ่ยบอก
“รอดแล้วเรา โชคดีที่คืนนี้พี่ใหญ่ค้างที่บ้านพักสัตหีบ ยี่สิบนาทีเดี๋ยวพี่ท่านมา แต่ทนหูชากันหน่อยนะ โดนปลุกตอนเกือบตีสองแบบนี้อารมณ์ไม่ดีนักหรอก”
แค่ได้ยินชื่อหัวใจของคีรดาก็กระตุกแบบไม่มีสาเหตุ นี่เธอไม่ได้เจอเขามานานแค่ไหนแล้วนะเนี่ย นับตั้งแต่เจอกันครั้งสุดท้ายที่งานแต่งงานของคีรินทร์พี่ชายคนโตกับศิริกานดาเพื่อนรักของเธอ ก็เกือบเจ็ดเดือนแล้วสินะ ก่อนคีรดาจะลองหยอดถามเซมิรอนให้แน่ใจ ว่าคนที่จะมาช่วยเป็นคนเดียวกับที่ใจเธอกำลังคิดอยู่
“มอเตอร์ไซค์คันนี้ของพี่ชายนายเหรอ”
“อืม...ของเล่นพี่ใหญ่เขาละ เจ้าดูคาติ ปานิกาเล่คันนี้เพิ่งถอยมาสดๆ ร้อนๆ เลย ที่สำคัญตอนเล็กเอาออกมาขับไม่ได้ขออนุญาตด้วยนี่สิ งานนี้เจอคุณชายใหญ่สวดยับแน่ๆ”
คีรดาสูดลมหายใจเข้าไปเต็มปอดแล้วผ่อนออกมาช้าๆ เพื่อลดอาการตื่นเต้นที่เริ่มก่อตัวขึ้นมา เพียงแค่ได้รู้ว่าอีกเดี๋ยวจะได้เจอผู้ชายที่เธอลืมไม่เคยลงสักทีคนนั้น ก่อนจะขยับไปยืนพิงมอเตอร์ไซค์คันโตข้างๆ เพื่อนหนุ่มรอการมาของใครบางคนอยู่เงียบๆ ใบหน้านวลเนียนสวยซึ้งนั้นพยายามปั้นให้นิ่งสนิทเอาไว้อย่างเต็มที่ แต่หัวใจดวงน้อยๆ ในอกกลับเต้นระรัว ซึ่งเธอห้ามมันไม่ได้จริงๆ
**********
ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เฟอร์รารี่สีดำวาววับก็แล่นมาเบรกพรืดต่อท้ายมอเตอร์ไซค์ที่สองหนุ่มสาวกำลังยืนพิงพลางคุยกันอยู่เบาๆ คนขับเปิดประตูพาหน้าตาขึ้งเคร่งก้าวลงมาแล้วปิดประตูรถคันหรูด้วยมือหนักๆ สีหน้าและท่าทางของคนเพิ่งมาบอกชัดว่าอารมณ์ไม่รื่นรมย์เท่าที่ควร ทำให้คนเป็นน้องที่กำลังฉีกยิ้มเผล่ค่อยๆ หุบยิ้มจนดูจืดเจื่อน และจากที่เตรียมจะอ้าปากทักทายก็ต้องหุบฉับแล้วลอบกลืนน้ำลายไปอย่างฝืดคอแทน
ผู้อ่อนวัยกว่าทั้งคู่พร้อมใจกันยกมือไหว้เป็นการทักทายและหยั่งอารมณ์คนมาช่วยดูก่อน แต่ผู้มาใหม่หาได้ทักทายตอบ ไม่แม้แต่จะรับไหว้เสียด้วยซ้ำ สองหนุ่มสาวเพื่อนรักจึงได้แต่หันมาคลี่ยิ้มแห้งๆ ให้กัน ก่อนคีรดาจะหันไปมองคนที่ก้าวไปก้มๆ เงยๆ ดูมอเตอร์ไซค์เจ้าปัญหาไม่พูดไม่จานั้นอย่างจริงจัง เพราะคืนนี้เขามาในลุคที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน ทุกทีที่เจอกันเขาจะอยู่ในสูทเรียบหรูดูดีตลอด หากขณะนี้ร่างกำยำสูงใหญ่อย่างชาวยุโรปตามเผ่าพันธุ์ทางฝ่ายมารดามาในมาดใหม่ และแปลกตาเอามากๆ
เขาสวมกางเกงผ้ายืดขาสั้นสีเทายาวเคลียเข่า เสื้อยืดคอวีสีขาวเนื้อบางเบาอวดแผงอกตึงแน่นให้เห็นอย่างเด่นชัด เธอเดาว่าคงจะเป็นชุดนอน รองเท้าก็เป็นผ้าใบสีดำ แต่ไร้ถุงเท้า คาดว่าลุกจากเตียงได้พ่อคุณคงตรงดิ่งมาที่นี่เลยเป็นแน่ แต่ที่ทำให้คีรดาจ้องอย่างลืมตัวด้วยความสนใจและสงสัยกว่าอะไรทั้งหมดทั้งมวลก็คือ ผมสีน้ำตาลแกมทองที่เคยเป็นรองทรงหวีเรียบอยู่เสมอขณะนี้สั้นเกรียนติดหนังศีรษะ หรือที่เรียกว่าสกินเฮดจนน่าแปลกใจ ด้วยวัยและหน้าที่การงานของเขา คงไม่ได้คิดจะเปลี่ยนลุคลดวัยเล่นแน่ๆ
แต่ใช่ว่ามันจะขัดลูกตาหรือน่าเกลียดหรอกนะ หากมันกลับทำให้ผู้ชายที่เธอกำลังแอบมองดูดีและดูเด็กจนแทบไม่น่าเชื่อว่าอายุอานามจะสามสิบสามปีเข้าไปแล้ว หนวดเคราขึ้นครึ้มสองข้างแก้มนั้นก็ส่งให้ใบหน้าขาวๆ ดูคมคายน่ามอง ถ้าบอกว่ารุ่นราวคราวเดียวกับเธอและน้องชายของเขาก็คงมีคนเชื่ออย่างไม่ต้องสงสัย หรือถ้าเขาระเบิดหูใส่ต่างหูสักข้าง พร้อมสักมังกรตัวโตๆ พันเลื้อยแขนเสียหน่อย แล้วควบมอเตอร์ไซค์คันโตเป็นพาหนะ ก็เป็นเด็กแว้นได้แบบเนียนๆ เลยทีเดียว
ภาพแว้นหนุ่มหล่อหัวเกรียนตาสีฟ้าที่ผุดขึ้นมาในหัว ทำเอาหญิงสาวหลุดยิ้มออกมาอย่างอดขำไม่ได้ แต่ก็ต้องหุบยิ้มฉับหลบตาวูบทันใด เมื่อดวงตาสีฟ้าคมเข้มปรายมามองหน้าดุๆ ก่อนเซบาสเตียนจะทรุดนั่งบนส้นเท้า พลางคว้าสายอะไรบางอย่างหมุนๆ เสียบๆ อย่างชำนาญและคล่องแคล่ว โดยไม่ต้องมานั่งสุ่มเดาอาการของมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ให้เสียเวลา เหมือนเจ้าของจะรู้สาเหตุการดับของเจ้าบิ๊กไบค์ของตนอยู่แล้ว ขณะที่มือทำงานชายหนุ่มก็เงยมาจ้องหน้าน้องชายเขม็ง พร้อมกับเอ่ยออกมาน้ำเสียงเครียดๆ ปนหงุดหงิด
“อยากจะซิ่งก็ควรหัดซ่อมให้เป็นด้วย ไม่ใช่สักแต่จะขี่มันเป็นอย่างเดียว คราวหลังจะได้ไม่ต้องมารบกวนเวลานอนชาวบ้านเขาแบบนี้ นี่ถ้าฉันอยู่ภูเก็ตไม่ต้องบินมาซ่อมมอเตอร์ไซค์ให้แกกลางดึกหรือไงไอ้เล็ก แล้วข้าวของที่ไม่ใช่ของตนเอง ก่อนที่จะเอามาใช้หัดขออนุญาตเจ้าของเขาบ้าง ถึงเจ้าของเขาจะไม่ว่า แต่คำว่ามารยาทน่ะรู้จักไหม ตั้งแต่เล็กจนโตฉันสอนแกอยู่ตลอด เคยจำใส่สมองมั่งหรือเปล่า ฉันมั่นใจว่าเลี้ยงแกมาด้วยอาหารชั้นดี ไม่ใช่หญ้า ทำตัวให้มันห่างไกลจากสัตว์จำพวกนั้นหน่อย ให้ฉันได้ภาคภูมิใจในตัวน้องชายคนเดียวที่เลี้ยงมากับมือสักนิดไม่ได้หรือไงวะ”
หลังจากที่คลอดเจ้าหนูเซคีออกมาได้หนึ่งเดือน คีรดาก็กลับไปเรียนต่อปริญญาโทอีกครั้ง เพราะมันได้จังหวะเปิดเทอมพอดี และอีกอย่างเธอไม่อยากให้มันค้างคาอยู่นาน คิดว่าถ้าทิ้งช่วงนานไปเดี๋ยวจะพานขี้เกียจแล้วจะเรียนไม่จบเอาได้ เหลืออีกแค่เทอมเดียวเธอก็จะจบแล้ว แต่ช่วงที่ไปเรียนเธอก็จะปั๊มน้ำนมกักตุนเอาไว้ให้ลูกน้อยอย่างพอเพียง ให้คุณนายอันนาและผู้เป็นพ่อขุนลูกชายของเธอจนตอนนี้ตัวจ้ำม่ำเกินเด็กวัยสามเดือนเข้าไปทุกทีด้านเซบาสเตียนเองนับจากเธอคลอดลูกเขาก็เปลี่ยนเวลากลับจากที่ทำงานไวขึ้น ไม่เกินสี่โมงเย็นก็จะเห็นเขาโผล่กลับบ้านมารับช่วงเลี้ยงลูกต่อจากคุณนายอันนา ซึ่งต้องไปทำหน้าที่ดูแลเรื่องปากท้องของคนในบ้าน หลังจากกลับมาจากเรียนคีรดาก็จะเห็นสามีอุ้มเจ้าตัวเล็กติดมืออยู่เป็นประจำ ส่วนงานที่ท่าเทียบเรือทั้งที่ภูเก็ตและสัตหีบชายหนุ่มจะไปเคลียร์เดือนละไม่เกินสามครั้ง แล้วไปแต่ละครั้งก็อยู่ไม่เกินสามวัน ไม่ได้อยู่เป็นอาทิตย์เหมือนเมื่อครั้งยังไม่ได้แต่งงาน ส่วนใหญ่จะให้ผู้จัดการของท่าเทียบเรือขนแฟ้มงานสำคัญที่เขาต้องเซ็นต้องอนุมัติเอามาให้ที่บริษัทแม่ในกรุงเทพฯ แทนส่วนคุณนายอันนาก็ยุ่งอยู่กับการเลี้
สองเดือนต่อมา สองหนุ่มเพื่อนซี้อย่างเซบาสเตียนกับคีรินทร์ก็ต่างแข่งกันนั่งหน้าซีดตาเซียวอยู่ตรงโซฟาตรงโถงรับแขกของคฤหาสน์ภูวภาดล พลางพิงศีรษะเอาไว้กับพนักพิง และถือหลอดยาดมจ่อปลายจมูกอยู่ตลอดเวลา เรียกได้ว่าอาการแพ้ท้องแทนภรรยาเล่นงานผู้ชายตัวโตๆ เสียหมดสภาพเลยทีเดียว ในขณะที่ภรรยาสาวของทั้งคู่นั้นไม่มีอาการแพ้ใดๆ ทั้งสิ้น กลับดูอิ่มเอิบผิวพรรณมีน้ำมีนวลแลสวยขึ้นผิดหูผิดตาเวลานี้สองสาวเพื่อนรักอย่างศิริกานดากับคีรดาก็กำลังช่วยกันลำเลียงจานผลไม้หมักดองและผลไม้รสเปรี้ยวต่างๆ เอามาวางไว้ให้สามีที่โต๊ะหน้าโซฟา ปกติสองหนุ่มไม่เคยพิสมัยอาหารแสลงเช่นนี้เลยสักนิด ทว่านับตั้งแต่ภรรยาท้องกลับโหยหิวที่จะกินมันอย่างเอาเป็นเอาตาย จนผู้เป็นภรรยาต้องซื้อหาเอามาตุนติดบ้านเอาไว้ให้ตลอดและโดยปกติในวันหยุดสุดสัปดาห์เช่นนี้ ถ้าทั้งสองครอบครัวว่างตรงกันก็จะไปมาหาสู่กันอยู่เป็นประจำ อย่างเช่นในวันนี้ที่คีรดาลากสามีมาเยี่ยมเยียนพี่ชายถึงที่บ้าน อาการแพ้ท้องของสามีที่สองสาวได้เห็นมันก็น่าสงสารอยู่หรอกนะ แต่คีรดากับศิริกานดาก็แอบดีใจอยู่ลึกๆ ที่สามีแพ้แทนให้หมด เพราะเธอสองคนต้องเรียนหนังสือ ถ้าต้องแพ้ท้องเห
“แล้วไงคะ”คีรดาชักเสียงขุ่น ดวงตาคู่งามก็เริ่มวาววับ จ้องคนพูดอย่างเอาเรื่อง เมื่อพอจะเข้าใจอะไรได้รางๆ แต่ยังไม่ชัดเจน เธอต้องบังคับใจให้เย็นแล้วฟังเขาต่อให้จบ“พี่ก็แค่โทรไปปรึกษาว่าอยากมีลูก ช่วยทำยังไงก็ได้ให้เมียพี่ท้องภายในหนึ่งเดือน ไอ้หมอมันก็ดีใจหาย เปลี่ยนยาคุมมาเป็นยาบำรุงเลือดให้เมียพี่รวดเร็วทันใจ จนเซบาสเตียนน้อยมานอนอยู่ในพุงของน้องควีนอยู่นี่ไง”“อ๊ายยย! คุณใหญ่! จะทำอะไรทำไมไม่ปรึกษาควีนก่อนฮะ! ไหนใครบอกว่าไม่ซีเรียสไง ควีนยังเรียนไม่จบเลยเห็นไหมเล่า เหลืออีกตั้งสองเทอมกว่าจะเรียนจบ ท้องกลางคันแบบนี้แล้วคราวนี้จะทำยังไง คนบ้า! เจ้าเล่ห์ เจ้าแผนการที่สุดเลย”เมื่อความกระจ่าง ภรรยาสาวก็รัวคำต่อว่าโวยวายใส่เป็นชุด พร้อมกับกระหน่ำกำปั้นเล็กลงที่อกกว้างรัวเร็วแบบไม่ยั้งด้วยความโมโห“ใจเย็นทูนหัว เดี๋ยวลูกพี่กระเทือน ที่อยากให้เราท้องพี่มีเหตุผลนะน้องควีน”เซบาสเตียนบอกพลางรวบกำข้อมือเล็กเอาไว้ทั้งสองข้างได้อย่างไม่ยากเย็น หากคนเป็นเมียเมื่อทำอะไรเขาไม่ได้เธอก็สะบัดหน้าให้อย่างแสนงอน ทว่าชายหนุ่มก็ยังไม่ละความพยายามที่จะอธิบายให้ฟัง“ไอ้หมอมันบอกพี่ว่าวิธีคุมกับเนิดด้วยการ
ในชั่วโมงต่อมา คีรดาก็ขึ้นลิฟต์มาถึงชั้นที่เป็นห้องทำงานของคนเป็นสามี เธอเจอเข้ากับเลขาฯ หนุ่มกำลังนั่งก้มหน้าก้มตาอยู่กับเอกสารบนโต๊ะทำงาน ซึ่งตั้งอยู่หน้าห้องเยื้องๆ กับประตูห้องทำงานของคนเป็นเจ้านาย พอเขาเงยหน้าขึ้นมาเห็นเธอก็ส่งยิ้มทักทายนำมาก่อน แล้วถึงกำมือเหลือแต่หัวแม่โป้งชี้ไปยังประตูห้องทำงานด้านหลัง บอกให้เธอรู้ว่าเจ้านายของเขาอยู่ที่ไหนโดยไม่ต้องเอ่ยปากอะไรออกมาสักคำ เพราะเลขาฯ อย่างภีมรู้จักเธอดีว่าเป็นใคร ในวันแต่งงานเขาก็ยังไปร่วมแสดงความยินดีอยู่เลย และเธอก็ไม่ได้มีกิจธุระอันใดกับสถานที่แห่งนี้ ยกเว้นธุระเดียวที่เกี่ยวข้องกับเธอโดยตรงก็คือผู้ชายที่กำลังทำงานอยู่ในห้องนั่นเท่านั้น คาดว่าเลขาฯ อย่างเขาก็คงมองออกคีรดาคลี่ยิ้มสดใสมอบให้กับคุณเลขาฯ พร้อมกับก้มหัวเล็กน้อยเป็นการขอบคุณ ก่อนเธอจะเคาะประตูห้องทำงานเบาๆ แล้วผลักเปิดเข้าไปทันทีโดยไม่รอให้เจ้าของห้องเอ่ยปากอนุญาตด้านเจ้าของห้องทำงานสุดหรูก็เงยหน้าจากงานบนโต๊ะขึ้นมามองอย่างสงสัยเมื่อได้ยินเสียงประตูเปิดเข้ามา พอได้เห็นร่างอรชรในชุดเดรสสั้นเหนือเขา แขนเสมอศอก เนื้อผ้าสีขาวพริ้วสวย ประดับด้วยลวดลายดอกไม้หลากสีดูกระ
เรียวปากร้อนจัดบดเบียดกลีบปากนุ่มอิ่มเต็มหนักหน่วงร้อนแรง ส่งปลายลิ้นระคายซอกซอนเลาะไปตามไรฟันขาวสะอาดของเธอย่างช่ำชองและชำนาญราวกับปรมาจารย์ทางด้านจูบมาเอง ผลสุดท้ายคีรดาก็ต้านไม่ไหว จำต้องเปิดปากให้เขาเข้าไปลิ้มรสความหวานแสนซ่านใจในอุ้งปากเล็กในที่สุดเพียงไม่นานหญิงสาวก็เริ่มครวญครางออกมาแผ่วหวาน เมื่อปากร้อนๆ เริ่มไต่ลงไปดูดซับลำคอนุ่มหอมกรุ่น พร้อมกับสองมือใหญ่ลากไล้ลงไปตามเรือนกายสาวขาวนวลช้าๆ สติสัมปชัญญะก็ชักถดถอยลงเรื่อยๆ ตอนที่เขาดึงชุดนอนผ้าพลิ้วสวยหลุดออกไปจากร่างเธอก็เลือนรางเต็มที หมดปัญญาที่จะห้ามปรามและต้านทานอีกต่อไปคีรดาได้แต่ครางหวิวไหวอยู่ในลำคอ เมื่อกายแกร่งกำยำอันไร้อาภรณ์ใดๆ ซึ่งไม่รู้ว่าบ็อกเซอร์ตัวเดียวที่เขาใส่ติดตัวหลุดออกไปจากร่างเขาตั้งแต่เมื่อไรเริ่มบดคลึงเข้าหาเรือนกายสาวขาวอ่อนนุ่ม ทำการหลอมละลายเธอกับเขาให้เป็นหนึ่งเดียวกัน จากจังหวะเนิบช้า แล้วเร่งเร้าระดับความร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ สองมือเล็กไขว่คว้ากายหนาโอบรัดเอาไว้แน่น ปล่อยตัวปล่อยใจให้เขานำพาเข้าสู่กระแสธารพิศวาสอันเชี่ยวกรากและแสนรัญจวญใจ แต่ขณะเดียวกันเธอก็เรียนรู้ที่จะตอบสนองอารมณ์รักที่สามีเป็น
“คุณใหญ่น่ะ”คีรดาแว้ดเสียงให้เสร็จก็ต้องหันหน้าขวับเข้าหาผนังห้องน้ำว่องไว แล้วทำทีเปิดน้ำฝักบัวล้างตัวและผมบนศีรษะพัลวัน เพราะชายหนุ่มกำลังดึงอาภรณ์ตัวน้อยแบรนด์หรูชิ้นสุดท้ายออกจากกาย ด้านเซบาสเตียนก็หัวเราะหึๆ อยู่ในลำคอ ขำภรรยาสาวที่อายจนจะมุดหน้าเข้าผนังห้องน้ำได้อยู่แล้ว ไม่รู้ว่าอายจากคำพูดของเขาหรืออายที่จะมองเนื้อตัวของเขากันแน่ ชายหนุ่มส่ายหน้าให้เบาๆ พลางโยนกางเกงเนื้อนิ่มที่อยู่ในมือไปใส่ตะกร้ามุมห้องอย่างแม่นยำ ก่อนเขาจะเดินไปทรุดนอนในอ่างอาบน้ำอีกด้าน จัดการเปิดน้ำอุ่นให้ไหลลงสู่ในอ่าง แล้วเอนศีรษะลงกับขอบอ่างสบายๆ จากนั้นถึงเอ่ยบอกผู้เป็นภรรยา“มาสระผมให้พี่หน่อยเร็ว”คีรดารีบล้างเนื้อล่างตัวพร้อมทั้งล้างแชมพูออกจากผมอย่างรวดเร็ว เสร็จก็ไปดึงผ้าขนหนูเอามาพันกายเอาไว้ลวกๆ ก่อนที่จะก้าวไปนั่งคุกเข่าตรงศีรษะทุยสวยของสามี เธอคว้าเอาขวดแชมพูมาเทลงบนฝ่ามือแล้วเริ่มนวดคลึงไปบนศีรษะได้รูปช้าๆ ก็บอกแล้วถ้ามันเป็นความสุขของผู้ชายที่รัก เธอยินดีที่จะทำให้ด้านเซบาสเตียนก็หลับตาลงปล่อยให้ภรรยาสาววุ่นวายอยู่กับศีรษะอย่างสบายอารมณ์ ความจริงผมสั้นๆ แค่นี้เขาสระเองก็ได้ ดูจะง่ายดายและ







