LOGINสัญญาลวงจากผู้ชายสารเลว ทำให้นาตาชาหรือ ‘นังช้อย’ ของเพื่อนๆ ต้องตกอยู่ในสภาวะอกหักรักคุด เป็นเหตุให้ค่ำคืนเคาท์ดาวน์ที่แสนเงียบเหงากลายเป็นค่ำคืนเคาท์ดาวน์ที่เร่าร้อนอย่างไม่น่าจะเป็นไปได้ และผู้ชายที่ทำให้นาตาชากลายเป็นผู้หญิงร้อนแรงชนิดเจ้าตัวยังตกใจนั้นไม่ใช่ใคร แต่เป็นเพื่อนของไอ้ผู้ชายเฮงซวยคนนั้นนั่นเอง!! แต่ในความสับสน กลับเกิดเป็นความสะใจอยู่ลึกๆ ผู้หญิงไม่จำเป็นต้องทำตัวน่าสมเพช ร้องไห้ฟูมฟายเมื่อผิดหวังกับความรักเสมอไป ในเมื่อเรามีสิทธิ์ที่จะเลือก และตัวเลือกที่แสนจะเพอร์เฟกต์ก็ยืนอยู่ตรงหน้าแล้วทั้งคน... ความสับสน ปนอ้างว้าง ผิดหวัง ทำให้แรงต่อต้านของนาตาชาค่อยๆ หย่อนยาน แล้วในที่สุดก็เปลี่ยนเป็นคลายลงอย่างสิ้นเชิง ทั้งยังหยุดนิ่ง ยอมให้เขาเปิดเรียวปากแล้วส่งปลายลิ้นเข้ามาทักทายความนุ่มหวานในโพรงปากที่อวลไปด้วยรสชาติของแอลกอฮอล์ กระตุ้นอารมณ์ของคนตัวโตให้โหมแรง เช่นเดียวกับคนที่อ่อนประสบการณ์ให้ฮึกเหิมลิงโลดไปกับสัมผัสที่เกิดขึ้นกับคนไม่คุ้นใจ...
View Moreบทนำ
“ช้อย…” น้ำเสียงนุ่มทุ้มที่ดังขึ้นข้างกายทำให้คนที่กำลังยืนเหม่อมองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่มีดอกไม้ไฟหลากสีสันแตกกระจายสวยงามหันไปมองตามเสียงเรียก ในทันทีที่เห็นว่าเป็นใครหญิงสาวก็ต้องย่นคิ้วด้วยความแปลกใจยิ่งกว่า เพราะแม้จะเห็นแค่ลูกนัยน์ตาที่โผล่ออกมาจากหน้ากากอนามัยสีดำหล่อนกลับยังจำเขาได้อย่างไม่น่าเชื่อ
คงอาจเป็นเพราะลูกตาคมกริบที่รับกับคิ้วหนาเข้มเจนตา การถูกบดบังไปเสียค่อนจึงไม่อาจลดทอนความน่ามองลงได้ ตรงกันข้าม กลับเพิ่มความน่าค้นหามากยิ่งขึ้น ทั้งยังกระตุ้นความทรงจำที่ผ่านมาให้ชัดแจ้งตามลำดับ ต่อให้ไม่สนิท ก็ยังจดจำได้แม่นยำ ไยเป็นเช่นนั้นไปได้
“พี่อิง” คือชื่อเล่นของคนตัวโตในชุดเสื้อยืดแขนยาวสีดำกับกางเกงยีนสีเดียวกัน เขาเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงไว้ทั้งสองข้าง ชื่อของเขาหลุดจากริมฝีปากสีเรื่อของนาตาชาอย่างแผ่วเบา
แววตาของพี่อิงหรืออชิระยิ้มให้หญิงสาวเล็กน้อยขณะมองหล่อน
“มายืนทำอะไรตรงนี้คนเดียว”
นาตาชาสบตาเขาเพียงครู่ก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปมองบนท้องฟ้าอีกครั้ง
“ออกมาหาอะไรกินค่ะ แต่ดอกไม้ไฟสวยดี ก็เลยหยุดดูสักหน่อย” บอกเขาเสียงเบาด้วยท่าทางที่ไม่ค่อยร่าเริงอย่างเห็นได้ชัด อชิระมองท่าทางแบบนั้นนิ่ง เขารู้สาเหตุเป็นอย่างดี เพราะก่อนที่จะมายืนอยู่ตรงนี้ชายหนุ่มได้พบกับเนติคนรักของหญิงสาว อีกนัยคือเพื่อนของเขาอยู่พักใหญ่ก่อนแยกย้าย
“แล้วพี่อิงล่ะคะ มาทำอะไรแถวนี้” เมื่อดอกไม้ไฟชุดสุดท้ายหมดลง หญิงสาวก็หันไปมองเขาเต็มตาอีกครั้ง
วันนี้อชิระอยู่ในชุดธรรมดา ท่าทางของเขาเรื่อยๆ ดูสบายใจดี หญิงสาวพยายามมองหาผู้หญิงที่มักติดตามมาด้วยเสมอและเปลี่ยนไปเรื่อยๆ แทบไม่ซ้ำหน้าจนหล่อนจำไม่ได้แต่กลับไม่พบเห็น ซึ่งเป็นเรื่องน่าแปลกใจอีกเรื่องหนึ่ง โดยเฉพาะค่ำคืนที่ค่อนข้างสำคัญเช่นคืนนี้เขาควรอยู่กับครอบครัวหรือคนรัก อีกอย่างทางภาครัฐก็ออกมาตรการและขอร้องให้ทุกคนฉลองปีใหม่อยู่ภายในบ้านเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคโควิด ทว่าอชิระกลับมาปรากฏตัวอยู่ตรงนี้ตามลำพังเสียอย่างนั้น
“พี่แวะส่งเพื่อนแถวๆ นี้ ก็เลยลงมาซื้อของนิดหน่อย เขาบุ้ยหน้าไปทางร้านสะดวกซื้อที่หญิงสาวเองก็เพิ่งเดินออกมาได้ไม่นาน
“อ้อ” นาตาชาทำเสียงรับรู้ในลำคอ พลางคิดไปว่าเขาคงมาส่งเพื่อนสาวๆ ของเขานั่นเอง คิดได้เช่นนั้นก็หลุบตามองนาฬิกาข้อมือ แต่นี่มันเพิ่งจะเที่ยงคืนนิดๆ เองไม่ใช่เหรอ มาส่งไวไปนะ...
“คิดอะไรอยู่”
คนถูกถามกะพริบตาปริบๆ ยิ้มเจื่อนผ่านหน้ากากอนามัยสีฟ้าเมื่อถูกอีกฝ่ายหรี่ตามองอย่างจับผิด
“ก็เรื่อยเปื่อยค่ะ เอ่อ...ช้อยขอตัวกลับก่อนนะคะ สวัสดีปีใหม่ค่ะ” นาตาชาโน้มศีรษะให้คนตัวโตรูปหล่อตรงหน้าเบาๆ ถือเป็นการทักทายและบอกลาเป็นครั้งแรกในวันขึ้นปีใหม่ ขณะที่กำลังจะก้าวเท้าผ่านหน้าของเขา ไปชายหนุ่มก็เอ่ยขึ้นว่า
“เดี๋ยวช้อย”
ร่างบางชะงักฝ่าเท้า เงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตากลมโตเบิกนิดๆ ด้วยความกังขา
“ให้พี่ไปส่งดีกว่า”
เปลือกตาบอบบางกะพริบเบาๆ อย่างนึกแปลกใจอีกคำรบ เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาแม้จะรู้จักเขาในนามเพื่อนของคนรัก แต่อีกฝ่ายแทบจะไม่เคยสนใจไยดีหรืออยากจะพูดคุยกับหล่อนเลยสักครั้ง มิหนำซ้ำทุกครั้งที่เจอหน้ากันเขาก็มักจะหนีบสาวๆ สวยๆ ตามมาด้วยเสมอ ทำให้แต่ละครั้งที่ได้เจอกันอย่างมากก็แค่ส่งยิ้ม พยักหน้าทักทายและพูดคุยกันสองสามคำเท่านั้น
ต่างจากวันนี้ ที่เขาและหล่อนพูดคุยกันหลายประโยค เรียกว่ามากที่สุดเป็นประวัติการณ์ จึงทำให้หล่อนค่อนข้างแปลกใจพอสมควรกับทุกๆ เรื่องที่จู่ๆ เขาก็มีทีท่าให้ความสนใจหล่อนขึ้นมา หรือว่า...
เขารู้เรื่องระหว่างหล่อนกับพี่เนย์แล้ว หญิงสาวขบคิด พลางหรี่ตามองเขาอย่างค้นคว้าขึ้นมาบ้าง
แต่ดวงตาคมกริบที่กำลังมองมานั้นค่อนข้างไร้ความหมาย ไม่มีอะไรที่สื่อออกมาให้รู้ว่าเขาคิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ทำให้คนที่กำลังครุ่นคิดนั้นค่อนข้างสับสนไม่น้อย แต่ถึงเขาจะมีน้ำใจกับหล่อนขึ้นมาจริงๆ ก็คงจะรับเอาไว้ไม่ได้อยู่ดี เพราะเวลานี้หล่อนอยากอยู่คนเดียว จากนั้นก็เมา เผื่อว่าเมื่อตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่เงาของใครบางคนจะจางหายไปจากความทรงจำเสียที
“ขอบคุณค่ะ แต่ช้อยไม่อยากรบกวนพี่อิง ห้องพักช้อยอยู่ใกล้แค่นี้เองค่ะ” หญิงสาวมองไปยังคอนโดสูงกว่าสิบชั้นเบื้องหน้า อชิระมองตามสายตาของคนตัวบางแล้วหันมามองหล่อนอีกครั้ง สบตากลมโตหม่นมัวแล้วลดต่ำไปที่มือเล็กซึ่งถือถุงผ้าสีดำเอาไว้ก่อนหล่อนขยับมือไปซ่อนไว้ด้านหลัง แต่เขาก็ยังมองเห็นอยู่ดีว่าสิ่งที่อยู่ข้างในนั้นคืออะไร
“พี่แค่ห่วงเรา”
นาตาชาตัวเย็นวาบ ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าในคำว่า ‘ห่วง’ จากคนที่หล่อนแทบจะไม่รู้จักจะทำให้หัวใจบอบช้ำในคืนเหงาและหนาวเหน็บเช่นคืนนี้อบอุ่นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ก่อเกิดไอร้อนแทรกซ้อนขึ้นมายังกระบอกตาแดงก่ำ จากนั้นหยาดน้ำก็เอ่อ แต่ก่อนที่มันจะไหลหญิงสาวก็ต้องรีบกะพริบตาไล่ความอ่อนแอนั้นลงไปอย่างรวดเร็ว
นาตาชาส่ายหน้ายิ้ม ก่อนจะยกมือที่ถือถุงผ้าขึ้นแล้วบอกเสียงแผ่ว
“ช้อยมีแค่นี้” หญิงสาวเปิดถุงให้เขาดู ในนั้นมีเบียร์อยู่สี่ห้ากระป๋อง ทำให้คนตัวสูงที่หลุบตามองสิ่งของที่อยู่ในถุงผ้าขยับเรียวปากยิ้ม ดวงตาสีเข้มพราวขึ้นวูบหนึ่งพร้อมบอก
“กินคนเดียวจะไปสนุกอะไร”
คนฟังนิ่งอึ้ง สบตาเขาโดยปราศจากคำพูด
“บนรถพี่มีติดอยู่นิดหน่อย แต่คิดว่าคงพอสำหรับคืนนี้”
เพียงแค่นั้น ความเหงา ความเสียใจ ทุกความรู้สึกที่ประเดประดังและทุกความสับสนก็พาตัวตนของนาตาชาเดินตามอชิระขึ้นไปบนบีเอ็มดับเบิ้ลยูสีดำมันปลาบ
ดวงตาคู่งามสบตาคมกริบแวบเดียว จากนั้นก็มองไปข้างหน้า บอกตัวเองว่าคืนนี้ยังอีกยาวไกล...
สี่ทุ่มครึ่ง ขณะที่นาตาชากำลังล้มตัวลงนอนอชิระก็เอ่ยถาม “เมื่อตอนเย็นเป็นอะไร พี่เห็นช้อยหน้าซีดเหมือนตกใจอะไรสักอย่าง” หญิงสาวถึงกับนิ่งอึ้งเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมลืมเรื่องในตอนเย็น ก่อนฉีกยิ้มสดใสกลบเกลื่อน “ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ แค่คิดอะไรเพลินๆ พอพี่อิงมาเรียกเลยตกใจเท่านั้นเอง” ขยับร่างเข้าไปกอดเขาอย่างเอาใจทันที แต่คนรู้ทันไม่เชื่อ “ช้อย อย่าโกหกพี่” เขาทำเสียงขรึม ดวงตาก็ขรึมไม่แพ้กัน ทำให้คนถูกต้อนจนมุมเหมือนทุกครั้งผ่อนลมหายใจยาว นึกกลัวว่าเขาจะโกรธหากรู้ว่าหล่อนคิดอะไรไม่เข้าเรื่อง แต่ถ้าไม่ยอมตอบเขาคงโกรธมากกว่า “ช้อย...” หญิงสาวอ้ำอึ้ง ก่อนจะช้อนตาขึ้นมองเขาด้วยสายตาของเด็กที่ทำความผิดแล้วถูกผู้ใหญ่จับได้ “ช้อยหลงคิดไปว่าผู้หญิงคนนั้น...” “คุณอัญ” อชิระแก้ให้ถูกต้อง และถ้ามีแว่นเขาคงมองลอดแว่น นาตาชาคิด... “ค่ะ ช้อยคิดว่าคุณอัญเป็นม่าย” ชายหนุ่มกอดอกหรี่ตามองภรรยาด้วยท่าทางเคร่งขรึม “แล้วไง” หญิงสาวยิ้มแหย รู้สึกคอแห้งผากอยากได้น้ำผึ้งผสมมะนาวสักแก้วขึ้นมาทันที
ปีต่อมาของการใช้ชีวิตร่วมกันกับนาตาชา อชิระตัดสินใจลาออกจากบริษัทเดิมเพื่อมาเปิดบริษัทโฆษณาเล็กๆ เป็นของตนเอง เขาไม่เคยคิดดึงลูกค้าจากบริษัทเก่าตามมาด้วย เพราะตัวเขานั้นมีความสามารถมากเพียงพอ ทั้งยังรู้จักคนในวงการนี้อย่างกว้างขวาง แต่ด้วยฝีไม้ลายมือของเขา เมื่อคนเหล่านั้นรู้ว่าชายหนุ่มลาออกเพื่อมาเปิดบริษัทเป็นของตนเองก็ตามมาใช้บริการกับชายหนุ่มอย่างคับคั่ง ทำให้ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ชื่อเสียงจึงเติบโตขึ้นเป็นเงาตามตัว “ช้อย เมื่อไรแกจะหยุดคร่ำเคร่งกับงานสักทีวะ อย่าลืมนะเว้ยว่าแกเป็นเมียเจ้าของบริษัท ไม่ใช่ลูกน้องเหมือนกับพวกฉัน” ทั้งลัดดา กันตาและรุ่งรวินทร์ต่างพร้อมใจกันลาออกและติดสอยห้อยตามเพื่อนรักมาด้วย ทั้งหมดเต็มใจที่จะออกมาทำงานกับบริษัทของนาตาชาและสามีของหล่อน แม้เงินเดือนที่ได้รับเริ่มแรกจะยังเท่าเดิม แต่ทว่าทุกคนต่างยินดีที่จะช่วย ทว่าผลประกอบการกลับเป็นที่น่าพอใจตั้งแต่ครึ่งปีแรกทำให้อชิระขึ้นเงินเดือนให้กับคนทั้งสามภายในปีนั้น “เอ่อจริงวะ ดูมันเหอะ หน้ามันทอดไข่ได้แล้วมั้ง” กันตาเสริมต่อจากลัดดาเมื่อครู่ ส่วนรุ่งรวินทร์เห็นด้วยตา
บทส่งท้ายเมื่อพระสงฆ์รูปสุดท้ายเดินจากไป นาตาชาก็หันไปยิ้มให้กับสามีหมาดๆ วันนี้อชิระสวมใส่ชุดสีขาวเช่นเดียวกับหล่อน เป็นชุดเรียบง่ายมากเหมือนชุดที่บ่าวสาวใส่แต่งงานริมชายหาด แต่หล่อนกับเขาใส่ในวันดีที่บ้านตัวเอง เพื่อนรักสามคนยืนยิ้มอยู่ข้างหลัง มีแม่บ้านอีกสองคนคอยลำเลียงของเข้าไปเก็บ เพื่อนสนิทของอชิระมากันสองคนและคุณอาของเขาที่เป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ทั้งหมดฉลองกันเงียบๆ ที่บ้านชองชายหนุ่ม สรุปคือมีคนรู้ว่าอชิระตัดสินใจร่วมชีวิตกับนาตาชาเพียงแปดคนถ้วนไม่นับรวมบ่าวสาว แม้แต่พ่อกับแม่ของเขาเขายังไม่คิดจะบอก เป็นงานแต่งที่เรียบง่ายจนเพื่อนๆ ต่างรู้สึกประหลาดใจไม่เลิกรา แต่ไม่มีใครคัดค้านเพราะเป็นความต้องการของทั้งคู่ ใบทะเบียนสมรสถูกเพืื่อนรักโพสต์ลงโซเชียลกลายเป็นประเด็นร้อน เป็นเรื่องน่าตื่นเต้นปนยินดีและถูกกล่าวขานไปนานนับเดือนในหมู่เพื่อนร่วมงานและคนรู้จักของชายหนุ่ม โดยเฉพาะเขาที่ถูกบิดาและมารดาตำหนิ ทว่าคนที่ออกมาใช้ชีวิตตัวคนเดียวเนิ่นนานท่ามกลางความอ้างว้างไร้คนเหลียวแลอย่างอชิระไม่ได้ให้ความสนใจอะไรเลย เขาสามารถเย็นชากับทุกคนยกเว้นแค่ภรรยา... “ต่
ลมหนาวโชยวูบอาบไล้ผิวกายขาวผ่อง ทว่าคนทั้งสองไม่สะทกสะท้าน ต่างใช้เนื้อแนบเนื้อถ่ายทอดความอบอุ่นให้แก่กันอย่างล้ำลึก หญิงสาวครางครวญบิดเร่าไปมา ฝ่าเท้าเรียวงามทาบวางลงบนไหล่กว้าง สะโพกผายยักย้ายส่ายไหวสลับกับการแอ่นรับการโจมตีที่สุดแสนจะหฤหรรษ์ “อ๊าส์” บริเวณบ้านมีเพียงสองหนุ่มสาว แม่บ้านที่จ้างเอาไว้นั้นไปเช้าเย็นกลับ จึงไม่ต้องกลัวว่าใครจะมาพบเห็นหรือรับรู้กับสิ่งที่ทั้งสองทำกัน จะมีก็เพียงสัตว์น้อยใหญ่และหมู่ดาวที่ร่วมเป็นสักขีพยานแก่ความรักความใคร่ของคนทั้งสอง ชายหนุ่มทิ้งกายลงทาบทับหญิงสาวอีกครั้ง เขาสบตาที่ฉ่ำเยิ้มของหล่อนพร้อมเสียงครางกระหึ่มในลำคอเมื่อผลักดันแก่นกายเข้าหาความอบอุ่น มือนุ่มนิ่มยกขึ้นลูบไล้บ่าไหล่กำยำ ริมฝีปากห่อครางกับสัมผัสชิดเชื้อ ก่อนจะกระตุกเบาๆ เมื่อเขาขยับกายเข้าออก “พี่อิง พี่อิง!” น้ำเสียงสั่นเทาบ่งบอกความปรารถนาสูงสุดทุกครั้งที่ชายหนุ่มกระแทกกายหนักหน่วง ความร้อนสาดวูบผ่านร่างของเขาและหล่อน โอบกอดมอบความอบอุ่นให้แก่หนุ่มสาวท่ามกลางความหนาวเหน็บของอากาศและกลิ่นหอมของมวลไม้นานาพันธ์ุ ชายหนุ่มรู้สึกเสี