Beranda / โรแมนติก / เล่ห์พสุธา / บทที่หก ...หวานไปทั้งตัว

Share

บทที่หก ...หวานไปทั้งตัว

Penulis: Kaowsethong
last update Tanggal publikasi: 2024-11-02 12:32:20

บทที่หก

...หวานไปทั้งตัว

           

            แม้จะเป็นเวลาเที่ยงคืนแต่ความหิวก็ไม่ปราณีใคร สองสามีภรรยาช่วยกันทำอาหารมื้อดึกคือเมนูผัดมาม่าใส่ไข่ที่แสนจะเรียบง่าย “ไม่เอาผัก” แม้ว่าจะล้างผักและหั่นเองกับมือแต่พอเห็นดาริกาจะเอาลงกระทะก็อดห้ามไม่ได้

            “แล้วจะหั่นมาทำไม”

            “ก็อยากช่วย” ใบหน้าหวานเต็มไปด้วยความระอาแล้วใส่ผักลงไปจนเต็มกระทะ พสุธาหน้างอเดินออกไปจากครัวนั่งรอที่โต๊ะอาหารไม่บอกกล่าวอะไรเลยสักคำ หญิงสาวมองไล่หลังแล้วอมยิ้มในความแสนงอนของเขาแม้รู้ว่าอีกฝ่ายแค่แกล้งเย้าเล่นเท่านั้น

            ไม่กี่นาทีต่อมาผัดมาม่าสีสวยก็วางบนจานพร้อมเสิร์ฟ ดาริกายกมาให้ร่างสูงและตนเองนั่งกินท่ามกลางแสงจันทร์ที่ส่องประกายลงมา ไม่ค่อยได้สัมผัสบรรยากาศแบบนี้เท่าไหร่เพราะเอาแต่เรียนกับทำงานพอมาเจอแบบนี้ก็รู้สึกอิ่มเอมในใจ

            “ที่รักทำอะไรก็อร่อย อย่างนี้น่าจะส่งไปรายการมาสเตอร์เชฟ” พสุธาชมไม่ขาดปากจนเธอคร้านจะฟัง เขาเคี้ยวไม่หยุดดูท่าคงจะหิวมาก

            “แล้วแผนการบ้าๆ นี้นายคิดคนเดียวหรือ” อาจจะมีคนช่วยแต่ถ้าแผนพิเรนทร์แบบนี้คนต้นคิดคงไม่ใช่คนอื่นไกลนอกจากสามีเธอคนเดียว

            “ก็..ไม่หมดหรอก มีคนช่วยคิดบ้าง ก็เธอไม่ยอมมาฮันนีมูนกับฉันดีๆ ก็เลยต้องทำแบบนี้โทษกันไม่ได้นะ” นั่นปะไรมาโทษเธออีกต่างหาก ร่างบางถอนหายใจเหนื่อยหน่ายมองหน้าคนตัวสูงที่ส่งยิ้มมาให้แล้วรู้สึกหมั่นไส้เหลือทน

            “อยากมาขนาดนั้นเลยหรือ”

            “มาก คนแต่งงานกันแล้วก็ต้องมากันทั้งนั้นแหละ” อ้างตัวอย่างเพื่อนที่รู้จักหรือคนที่ทำงานด้วยว่าไปดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ถึงต่างประเทศ

            “แต่เราไม่เหมือนคนอื่น คู่เราไม่ได้รักกัน” บอกไปใจก็เจ็บเอง พสุธาวางช้อนส้อมลงมองเธอนิ่งอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

            “ใครบอกเธอ คิดเองหรือว่าฟังใครมา เราไม่ได้รักกันเลยอย่างนั้นหรือ คิดว่าฉันแต่งงานกับเธอเพราะต้องรับผิดชอบอย่างเดียวหรือไง ฉันดูเป็นคนมีความรับผิดชอบมากขนาดนั้นเลยหรือ” คำถามที่ฟังดูแล้วก็จริงดังว่า พสุธาผู้แหกทุกกฎเกณฑ์เอาตนเป็นที่ตั้งจะยอมรับผิดชอบเธอเพราะสถานการณ์บังคับอย่างเดียวจริงหรือ แล้วถ้าไม่ใช่มันเป็นเพราะเขารักเธอใช่ไหม พสุธาที่วางเธอไว้ด้วยคำว่าเพื่อนตลอดอย่างนั้นหรือจะมาหลงรักเธอได้ ไม่มีทางเกิดขึ้นแน่นอน

            “ต่อจากนี้ฉันจะตอบคำถามของเธอด้วยการกระทำ แล้วคิดให้ดีว่าตกลงความรู้สึกของฉันที่มีต่อเธอมันเป็นยังไง” ปล่อยให้ดาริกานั่งอยู่คนเดียวเพราะพูดจบก็เก็บจานตนเองไปไว้ในครัวเพื่อล้าง หญิงสาวเองก็ทานไม่ลงจึงลุกตามไป

            “เดี๋ยวฉันล้างเอง” เห็นพสุธาทำความสะอาดของตนเองเสร็จจึงบอกขึ้นด้วยไม่อยากให้อีกฝ่ายลำบากทำหลายรอบ

            “ฉันจะทำให้ ไปนั่งรอเถอะ” มือหนาแย่งจานไปล้างเองเธอทำเพียงมองแผ่นหลังหนาเงียบๆ ไหล่ของเขากว้างน่าซบแต่เธอก็ไม่อาจหาญเดินไปกอดรับความอบอุ่นได้ จึงตัดใจเดินออกมารอข้างนอก ใกล้กันกับโต๊ะกินข้าวมีระเบียงยื่นออกไป ด้านบนมีเพียงผ้าโปร่งแสงคลุมไว้ทั้งยังมีเก้าอี้นอนขนาดกว้างมีหมอนถูกวางไว้อย่างเป็นระเบียบ

            ร่างบางนั่งลงแล้วเอนกายนอนมองดูท้องฟ้าที่แสงจันทร์กลบดวงดาวจนมองไม่เห็น มีเพียงดาวดวงน้อยที่อยู่ห่างเกาะกลุ่มกันเปล่งแสงจนท้องฟ้าไม่ดูโล่งเกินไป คำบอกเล่าของพสุธาที่ให้ดูเพียงการกระทำเธอก็ไม่อาจแน่ใจได้ ทุกอย่างมันรวดเร็วและดูเหลือเชื่อเกินไปในความรู้สึก

            “ดูอะไรอยู่หรือ” ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมานั่งข้างๆตอนไหน เธอลุกขึ้นนั่งจะเดินเข้าห้องแต่เขาเร็วกว่าคว้าเอวบางไปกอดเอาไว้ได้ทัน

            “อะไรของนาย”

            “ไม่ตอบแถมยังจะเดินหนีอีก เป็นอะไร” วางคางเกยบนไหล่พลางสูดความหอมที่ซอกคอขาว เห็นแล้วก็อยากทำรอยสีกุหลาบเอาไว้

            “เปล่าสักหน่อย ฉันแค่ง่วงจะไปอาบน้ำนอน” ข้ออ้างของเธอไม่ได้ผลเพราะนอกจากพสุธาจะไม่ปล่อยแล้วยังกอดแน่นขึ้นอีกพร้อมกับฝังจมูกลงที่ซอกคอขาวอย่างนุ่มนวล

            “ทำอะไร” ย่นคอหนีเขาแต่อีกฝ่ายก็เปลี่ยนที่เป็นแก้มนุ่มแทนจนต้องหันมามองค้อนใส่

“โธ่ดาว เรามาฮันนีมูนกันนะ เธอจะให้ฉันนั่งจ้องหน้าเธอเป็นปลากัดหรือ” เข้าใจแต่ก็ยังไม่พร้อมกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น และหากจะหาทางเลี่ยงเขาก็ยากเหลือเกินเพราะใจเกินครึ่งของเธอก็เอนเอียงไปหาพสุธาแล้ว

            “แต่ว่าฉันไม่เคย” คำตอบของเธอสร้างรอยยิ้มให้พสุธา

            “เคยแล้ว แต่เธอไม่รู้สึกตัว”

            “ครั้งนั้นไม่นับ” ตื่นมามีเพียงความรู้สึกเมื่อยขบไปทั่วร่างไม่ได้สัมผัสถึงอาการแห่งความสุขแต่อย่างใดเธอจึงไม่คิดว่ามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งระหว่างกันเกิดขึ้น

            “ถ้าอย่างนั้นเรามานับครั้งนี้ใหม่ดีไหม” จับไหล่บางให้หันมาหา ดวงตาสบกันท่ามกลางแสงจันทร์ไม่รู้ว่ามีมนต์ขลังหรือกลอันใด   ดาริกาจึงนั่งนิ่งรอรับจุมพิตจากเขา เปลือกตาค่อยๆ หลับลงช้าๆ ก่อนจะรู้สึกถึงสัมผัสแผ่วเบาที่ริมฝีปากและหนักหน่วงขึ้น มือหนาดันเธอให้นอนลงโดยที่ริมฝีปากยังไม่ห่างกัน ลิ้นหนาเกี่ยวกระหวัดหยอกล้อกันอย่างเพลิดเพลิน รสจูบแสนหวานที่ชวนติดใจเพียงแค่ได้ชิมครั้งแรกจนตอนนี้ถอนตัวไม่ขึ้นเสียแล้ว

            “นี่มันกลางแจ้งนะเดี๋ยวคนเห็น” มือหนาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตเธอออกแต่อีกฝ่ายห้ามเอาไว้

            “เกาะส่วนตัวไม่มีคนหรอก” ขณะที่มือก็ทำหน้าที่ไม่มีขาดจนกระทั่งเสื้อหลุดออกจากตัวเหลือซับในและชุดชั้นใน

            “ถอดเสื้อให้ฉันหน่อย” กระซิบข้างหูแล้วก้มลงจูบแก้ม ดาริกาเหมือนตกอยู่ในมนต์สะกดทำตามอย่างว่าง่าย เสื้อเชิ้ตแขนสั้นของพสุธาหลุดออกเผยให้เห็นหน้าอกกว้างและกล้ามท้องเป็นลอนสวยงามที่อุตส่าห์ฟิตมาเป็นเดือนเพื่อการนี้โดยเฉพาะ

            “อือ” ค่อยๆ จูบลงที่ลำคอก่อนจะฝากรอยจูบเอาไว้สองสามจุดเพื่อตีตราจอง มือหนาเอื้อมไปปลดชุดชั้นในแล้วถอดทั้งเสื้อและชั้นในของเธอด้วยความเร็วที่เจ้าของชุดแทบมองไม่ทัน ตอนนี้ท่อนบนของทั้งสองเปลือยเปล่าแถมยังแนบชิดกันอีกด้วย

            “หนะ หนาว” ลมพัดโชยมามือบางก็กอดตนเองเอาไว้แต่พสุธาจับมือเธอออกแล้วตรึงไว้เหนือศีรษะ

            “เขาบอกหนาวเนื้อให้ห่มเนื้อ” เสียงกระเส่าบอกพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนก้มหน้าลงสูดดมความหอมของดอกบัวคู่งามก่อนจะเคล้าคลึงไปมา ร่างบางที่ไม่เคยให้ผู้ใดแตะต้องกายมาก่อนครางเสียงแผ่ว มวนช่องท้องไปหมดปลายเท้าจิกเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว

            “อื้อ” มือข้างที่ว่างก็ผละจากแขนเรียวลงมาลูบสีข้างเรื่อยไปจนร่นกระโปรงเธอขึ้นมากองเอาไว้ที่หน้าขา

            “ให้ตาย เธอเนียนไปทั้งตัวเลย” พสุธาเอ่ยชมก่อนริมฝีปากหนาจะครอบครองปากบางได้รูปเอาไว้

            “จะไปไหน” ผวาตามเมื่ออีกฝ่ายผละออกจากตัวเธอ

พสุธายิ้มมุมปาก

“ถอดข้างล่างไง คงไม่คิดว่าจะอยู่ครึ่งๆ กลางๆ แบบนี้ใช่ไหม”พูดจบร่างสูงก็ถอดกระโปรงและแพนตี้ตัวน้อยออกทำให้ตอนนี้เธอเปล่าเปลือยไม่มีอะไรปิดบังร่างกายจนนึกอาย จึงเอามือมาปิดด้านบนและล่างเอาไว้ ชายหนุ่มบอกแล้วก็หัวเราะในลำคอรีบจัดการกางเกงของตนเองออกและปราการชิ้นสุดท้าย

            “ถอดหมด ไม่โกงแน่นอน” กอดเธอเอาไว้บอกเสียงอ่อนแล้วจูบดาริกาอีกครั้ง เขาจับมือเธอออกแล้วกอบกุมหน้าอกที่ใหญ่เกินตัวเอาไว้สองมือ เคล้นคลึงไปมาอย่างเมามันก่อนจะใช้นิ้วบี้ปทุมถันสีหวานไปมาสร้างความเสียวกระสัน จนดาริกาครางไม่เป็นสรรพแอ่นอกยอมรับสัมผัสจากร่างหนาอย่างเต็มใจ

            มือบางกอดเขาเอาไว้เป็นหลักยึดเหนี่ยวขาสองข้างเกี่ยวเอวหนาในท่าหันหน้าเข้าหากันก่อนจะรู้สึกถึงความแข็งแกร่งแห่งร่างชายที่แข็งตัวทิ่มหน้าขาเธอในขณะนี้

“อื้อ” ริมฝีปากหนาเคลื่อนลงไปชิมดอกบัวงามสลับข้างไปมาอย่างมีความสุขมือบางจับกลุ่มผมดำเอาไว้กัดปากตัวเองระงับเสียงครางด้วยอายเกินกว่าจะร้องออกมาอีกครั้ง

            “อย่ากัดปากสิ ร้องออกมาเลย” เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าหวานที่กลั้นอารมณ์ไว้สุดความสามารถเขาจึงบอก เธอส่ายหน้าปฏิเสธ

            “ที่รัก ร้องออกมาเถอะ ฉันอยากได้ยิน” แพ้อย่างราบคาบกับน้ำเสียงทุ้มอ่อนหวานที่ร่างสูงบอกเธอ ดาริกาไม่สามารถสะกดกลั้นเสียงครางที่ดังออกมาได้ พสุธายกยิ้มพอใจเริ่มขยับเข้าใกล้เธออีกครั้งมือหนาลูบไปข้างล่างทักทายกลีบดอกไม้งามด้วยนิ้วของตนเอง

            “ตรงนั้นไม่ได้” จับมือหนาเอาไว้ห้ามปรามด้วยความอาย แม้จะอยู่ใต้แสงจันทร์ที่แสงสว่างอาจไม่มากพอ แต่เขาก็เห็นชัดว่าแก้มเธอแดงขนาดไหน น่าเอ็นดูเหลือเกิน

            “ได้สิ แล้วเธอจะมีความสุข” กล่อมเธอให้คล้อยตามพลางดูดดึงริมฝีปากล่างขมเม้มเบาๆ มือสองข้างก็ทำหน้าที่สอดประสานกันเป็นอย่างดีจนร่างบางลืมไปชั่วขณะครางออกมาเสียงดังเพราะเสียวเกินจะทานทนไหว

            “ดิน มันเจ็บ” เห็นดาริกาหลงไปกับอารมณ์ที่อีกฝ่ายนำพาร่างสูงก็ค่อยๆ แทรกเข้าไปในกายสาวช้าๆ แต่แล้วเธอก็ร้องบอกเขาพลางจับไหล่หนาแน่นสบตาอ้อนวอนราวกับจะให้ร่างสูงหยุดเสียเดี๋ยวนั้น

            “ทนอีกนิดนะ” โน้มไปจุมพิตเธอเพื่อให้หญิงสาวลืมความเจ็บมือก็เคล้นดอกบัวงามจนร่างบางหลงไปกับสิ่งที่อีกคนทำให้เธอคลายเจ็บ คงเพราะส่วนบอบบางของเธอไม่เคยมีผู้ใดกล้ำกรายเข้าไปได้และขนาดของเขาก็ไม่ใช่น้อยกว่าจะเข้าไปจนสุดก็ต้องใช้เวลาเพื่อไม่ให้เธอรู้สึกเจ็บ

            “อื้อ เบาๆ” นิ่งค้างเอาไว้สักพักก่อนจะเริ่มขยับทีละน้อย เขาไม่สนที่เธอบอกให้เบาเพราะพสุธาใส่เต็มแรงเหยียบเต็มสปีดเร่งความเร็วจนร่างบางครางเสียงหลงด้วยอารมณ์เสียวที่ปะทุขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่เคยพบพานมาก่อน

“เร็วกว่านี้หน่อย” เขาหัวเราะในลำคอเมื่อเธอเปลี่ยนคำรวดเร็ว ดอกไม้แรกแย้มตอดรัดจนคับแน่น รู้ว่าเป็นครั้งแรกควรจะทะนุถนอมเธอมากกว่านี้แต่อารมณ์เขาช่างไม่ยอมทำตามสมองสั่งเลย มันรั้นจะไปแรงดังเรือยนต์

คลื่นซัดเข้าฝั่งดังรับกับเสียงรักของทั้งสอง ท่ามกลางหมู่ดาวและแสงจันทร์พราวบนฟากฟ้าสองหนุ่มสาวก็สอดประสานเป็นหนึ่งเดียวกัน ตอนนั้นเองที่ราวกับเท้าแตะท้องฟ้าเธอเห็นดาวระยิบระยับเต็มไปหมดอารมณ์พุ่งทะยานสูงขึ้นด้วยความสุขก่อนจะดิ่งลงอย่างรวดเร็วแล้วใบหน้าหวานก็ซบลงที่ไหล่หนาหอบหายใจเหนื่อยอ่อนราวกับวิ่งมานับสิบกิโลเมตร

            “ให้ตาย เธอฮอตเป็นบ้า” พสุธาว่าเสียงภูมิใจในตัวภรรยาแต่ตอนนี้เธอไม่ตอบรับแล้วนอกจากหายใจเข้าออกแล้วซ่อนหน้าที่แดงก่ำจากสายตาคม

            “ปล่อยได้แล้ว” พักได้ไม่นานก็จะออกจากอ้อมกอดอุ่นแต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่ปล่อยเธอ

            “ไปไหน”

            “อาบน้ำเหนียวตัว” ก้มหน้าพูดเพราะน้ำสีขุ่นที่เขาฉีดมาเต็มไปหมดทั้งกลิ่นยังคลุ้งจนต้องการชำระร่างกาย พสุธายิ้มพลางคิดในใจว่าตนไม่ได้ป้องกันเพราะเธอคือภรรยาและแน่นอนว่าเขามีแผนในใจ แผนที่จะกักตัวเธอเอาไว้กับเขาไปตลอดกาล

            “ไปด้วย” ว่าอย่างนั้นก็ทำเอาเธอตาโตส่ายหัวพัลวันจนผมยาวปิดหน้า มือหนาจึงเอาผมเธอทัดหูให้อย่างอ่อนโยน

            “ไม่เอา” ดาริกาปฏิเสธเสียงแข็ง

“ทำไม กลัวฉันต่ออีกรอบหรือ” ใครจะไปบอกว่าคิดอย่างนั้นจริง

            “ไม่ต้องห่วงหรอกฉันไม่ต่ออีกรอบแน่” ฟังเขาตอบก็ไม่แน่ใจมองแววตากรุ้มกริ่มที่ส่งให้แล้วชั่งใจว่าจะทำอย่างที่ตนพูดจริงหรือเปล่า

            “เพราะฉันจะต่ออีกหลายๆ รอบยังไงล่ะ” พูดไม่ทันขาดคำตัวเธอก็ลอยขึ้นโดยอ้อมแขนของสามีที่ส่งยิ้มเจ้าเล่ห์มาให้ “คืนนี้ยังอีกยาวไกลที่รัก” แล้วเธอจะทำอย่างไรได้เล่าเพราะร้องประท้วงไปแล้วเขาก็ไม่สะท้านจะทุบก็ไม่ได้เพราะมือปิดของสงวนทั้งบนและล่างเอาไว้ พสุธาพาเธอเข้าไปในห้องน้ำตามบัญชาแต่กว่าจะได้อาบน้ำเธอก็เสียเหงื่อไปอีกรอบ ทั้งยังบนเตียงอีกสองรอบกว่าจะได้นอนก็..

            ฟ้าสว่างพอดี

            ตื่นมาอีกทีแสงจากด้านนอกก็สาดมาใส่เธอกว่าครึ่งตัวแล้ว ม่านสีขาวไม่สามารถกันแดดไว้ได้เลย ร่างเปล่าเปลือยของดาริกามีผ้าห่มผืนหนาปิดเอาไว้และลำแขนหนากอดเอวเธอเสียแน่นจนแทบหลอมรวมเป็นหนึ่งกับเขาอีกครั้ง

            “อื้อ” พยายามเอาลำแขนหนาออกจากเอวแต่ดูจะยาก เธอหันไปมองอีกคนหลับนิ่งแล้วยกแขนพสุธาออกจากตัว ก้มลงหยิบเสื้อเชิ้ตตัวใหญ่ของเขามาใส่กันอุจาดตาหากเดินโทงๆ ทั้งที่ไม่ใส่เสื้อผ้าสักชิ้น ถึงแม้พสุธาจะบอกไม่มีคนแต่เธอก็อายผีสางที่แม้จะมองไม่เห็นแต่ก็รู้ว่ามีเหมือนกัน

            “โอ๊ย” ท่อนล่างเธอแทบก้าวไม่ออกรู้สึกชาทั้งยังปวดระบมอีก หันไปมองคนต้นเรื่องก็ได้แต่กัดฟันข่มอารมณ์โมโหที่เขามักมากเล่นซะเกือบเช้าดีที่ยังปล่อยให้เธอได้นอนบ้างถึงแม้จะกอดเอาไว้ทั้งคืนก็ตาม

            ดาริกาเข้าห้องน้ำไปชำระร่างกายอีกรอบนุ่งผ้าเช็ดตัวออกมาแล้วเข้าห้องนอนตรงไปยังตู้เสื้อผ้าที่คาดว่าคงเตรียมเสื้อผ้าไว้ให้เธอบ้าง แล้วก็เป็นดังที่หวังเพราะมีชุดผู้หญิงพับไว้อย่างเรียบร้อยข้างกันนั้นก็มีชุดชั้นในวางไว้ด้วย ร่างบางรีบหยิบของทั้งหมดแล้วเข้าไปแต่งตัวในห้องน้ำ ใส่ชุดชั้นในก็อดอึ้งไม่ได้ที่เขากะไซซ์เธอได้ถูก ใส่พอดีราวกับรู้ขนาดอยู่แล้ว สวมเสื้อยืดกับกางเกงเลก็เป็นอันเสร็จ

            เดินออกมารับลมยามเช้าที่พอมองไปยังนาฬิกาพบว่าเป็นเวลาสิบเอ็ดโมงครึ่งแล้ว ท้องเริ่มประท้วงเธอจึงตัดสินใจเดินเข้าห้องครัวเพื่อทำอะไรรับประทาน แม้บ้านจะเป็นกระท่อมแต่เครื่องใช้ต่างๆ กลับทันสมัย ในครัวถูกมุงด้วยฟางผนังห้องก็เป็นเพียงไม้สานแต่เครื่องครัวกลับมีทั้งเตาแก๊สและหม้ออบไฟฟ้า คงเป็นเกาะห่างไกลผู้คนที่ราคาแพงพอสมควร

            เปิดตู้เย็นก็พบของสดมากมายจนยิ้มออกมาคิดหาเมนูที่จะทำสองสามอย่าง สิ่งที่เธอทำก่อนคือการหุงข้าวสวยหลังจากนั้นเธอก็เอาผักและเนื้อสัตว์มาเตรียมไว้โดยตั้งใจจะทำฉู่ฉี่กุ้ง ยำทะเลรวมมิตรและไข่เจียว ลงมือตีไข่นำไปปรุงแล้วทอดลงกระทะจนได้ไข่เจียวสีเหลืองกรอบน่ากิน ก่อนหันไปทำฉู่ฉี่และปิดท้ายด้วยยำทะเล

            “ทำอะไรหอมจัง” ขณะที่ก้มหน้าก้มตาทำยำทะเลรวมมิตรก็มีแรงกอดรอบเอวจากชายร่างสูงพร้อมหอมแก้มเธอเสียฟอดใหญ่

            “ปากเหม็น แปรงฟันหรือยัง” หันไปมองสามีที่หน้าตายังสะลึมสะลืออยู่ผมเผ้ายุ่งจนดูไม่ได้ก็เอ่ยถามขึ้น เขาส่ายหน้าแล้วยิ้มให้เธอ

            “ยังเลย ได้กลิ่นหอมเลยตามกลิ่นมา”

            “ไปล้างหน้าแปรงฟันก่อนไป น่าเกลียดจริงๆ” แม้จะเขินอายแต่ก็ระงับอาการไว้ด้วยการส่งสายตาดุ ซึ่งคนตัวสูงก็ทำตามอย่างว่าง่ายปล่อยเธอแต่โดยดีหันหลังกลับออกไปจากครัว ลับหลังร่างสูงดาริกาถอนหายใจออกมาเอามือทาบอกทันที

            “เก่งมากดาว เก่งแล้ว” ชมตนเองที่พยายามทำนิ่งต่อหน้าเขาได้ทั้งที่ยากเกินเพราะใจเต้นรัวไม่เป็นจังหวะจนกลัวว่าจะถูกจับได้ ดาริกาทำอาหารเสร็จพอดีกับที่พสุธาเข้ามาช่วยยกออกไป สองหนุ่มสาวสามัคคีกันอย่างดีถ้าไม่ติดที่พสุธามักจะมองเธอแล้วยิ้มกรุ้มกริ่ม

            “มองบ้าอะไรนักหนา” แหวใส่ร่างสูงเพื่อกลบเกลื่อนอาการเขินแต่พสุธาก็เอาแต่ยิ้มจนเธอต้องตีไหล่หนา

            “หยุดยิ้มเดี๋ยวนี้” สั่งเสียงเข้มขณะที่ช่วยอีกฝ่ายจัดโต๊ะอาหาร

            “นี่มันหน้าฉัน ฉันจะยิ้มจะร้องไห้จะหัวเราะมันก็เรื่องของฉันไง” ยิ่งพูดก็ยิ่งยิ้มมากขึ้นไปอีกดาริกาจึงทำเมินเฉยเสียแม้ว่าหน้าจะแดงขนาดไหนก็ตาม สองหนุ่มสาวนั่งกินข้าวโดยที่ร่างบางพยายามมองทะเลหรือต้นไม้แทนใบหน้าคมที่ทานไปยิ้มไปราวกับโลกนี้สดใสนักหนา

            “ถ้านายไม่หยุดยิ้มฉันเอาส้อมจิ้มหน้าจริงๆ ด้วย” แววตาของพสุธาทำให้เธอแทบละลายไปกับน้ำ มันดูหวานหยดย้อยจนคนถูกมองทำตัวไม่ถูก

            “โหดจังเลย คืนนี้ขอโหดๆ แบบนี้นะ” คำพูดคำจาที่ดูล่อแหลมทั้งสายตากรุ้มกริ่มดาริกาตัดสินใจวางช้อนส้อมลงทั้งที่ยังกินข้าวได้ไม่ถึงครึ่งจาน เอามือตบโต๊ะเสียงดังแล้วมองค้อน

“หยุดพูดเลยนะ จะพูดอะไรนักหนาเรื่องเมื่อคืน ฉันลืมไปหมดแล้ว” ว่าจบเดินออกไปแต่มือหนามาคว้าแขนเรียวเอาไว้ก่อน

            “ลืมจริงหรือ มาย้ำใหม่อีกรอบไหม” ลุกขึ้นมากอดเอวบางเอาไว้จนเธอต้องเอามือยันอกเขาพร้อมยื่นหน้าออกห่าง

            “หยุดเลยนะ พอเลยแค่นี้ก็ระบมไปหมดแล้ว”

            “ฮ่าๆ เมื่อคืนแค่ออเดิร์ฟครับ หลังจากนี้จัดเต็มแน่นอน” ยอมปล่อยร่างบางก่อนจะนั่งลงทานข้าวอย่างอารมณ์ดี เคี้ยวข้าวไปยิ้มไปซึมซับบรรยากาศดีๆ ที่นานครั้งจะเกิดขึ้น ดาริกาเดินหนีไปในห้องก็พบว่าห้องยังเกลื่อนไปด้วยเสื้อผ้าเมื่อคืนทั้งผ้าห่มที่ยับย่น

            “เฮ้อ เหมือนได้ลูกชาย” ถอนหายใจระอากับเขาแล้วก็เริ่มลงมือเก็บที่นอน เธอรื้อผ้าห่มออกแล้วจัดการเก็บห้อง เห็นน้ำสีขุ่นก็รีบเบือนหน้าหนีเก็บผ้าปูที่นอนด้วยความเขินอาย เสื้อผ้าบนพื้นหยิบลงตะกร้าสานเอาออกมาซัก

            “จะทำอะไรน่ะ” ระหว่างเดินสวนกันพสุธาก็ถามขึ้น

            “เอาไปเผาทิ้งมั้ง”

            “โฮ เสียดายแย่เลยถือเป็นความทรงจำระหว่างเราไปเผาทิ้งก็เสียของแย่สิที่รัก” วางแขนบนไหล่เธอกระซิบข้างหูจนหญิงสาวต้องมองค้อนตาเขียว

            “เลิกเล่นเลย ตื่นขึ้นมารู้จักเก็บข้าวของบ้างไหม ผ้าห่มไปทางหมอนไปทาง ไหนจะเสื้อผ้าอีกแล้วดูสิน้ำท่าก็ยังไม่รู้จักอาบมันกี่โมงกี่ยามแล้วจะต้องให้พูดให้บอกกี่ครั้ง” ดาริการ่ายยาวจนสามีมองเธออย่างอึ้งๆ เริ่มคิดหนักแล้วว่าได้เมียหรือได้แม่มาเพิ่ม

            “ไปจ้ะ ไปซักผ้าดีกว่านะ เดี๋ยวช่วยซักจะได้เสร็จเร็วๆ” รู้เอาตัวรอดเป็นยอดดีเขาตามเธอไปที่ระเบียงซักผ้าข้างห้องน้ำที่มีบันไดลงเป็นที่โล่งมีเพียงก๊อกน้ำและโอ่งแดงตั้งอยู่

            “เข้าไปเอาผ้าปูกับผ้าห่มในห้องมาด้วย” สั่งเสร็จร่างสูงก็ทำตามอย่างรวดเร็ว ดาริกาเอากะละมังออกมาเทน้ำใส่ก่อนจะเทผงซักฟอกลงไปพอประมาณ หลังจากนั้นทั้งสองก็ช่วยกันซักผ้าแม้ว่าพสุธาจะทำไม่ค่อยเป็นและโดนบ่นตลอดการทำกิจกรรมคู่รักที่แปลกจากแผนการที่วางเอาไว้ก็ตาม

            “เหยียบดีๆ เอาให้ซึมเข้าไป” หลังจากซักเสื้อผ้าเสร็จก็ต้องมาซักผ้าห่มผืนใหญ่แต่ไม่รู้เหตุใดคนที่ซักมีแค่เขาส่วนภรรยาก็นั่งสั่งในร่มปล่อยสามีสุดหล่อยืนตากแดดอยู่คนเดียว

            “พอได้แล้ว เหยียบมาจะครบชั่วโมงแล้วครับ” ประท้วงด้วยสีหน้าโอดครวญ

“อย่ามาบ่น ทำไปเลย” ได้รับคำสั่งมาพ่อบ้านใจกล้ามีหรือจะยอมทำตามคำสั่ง

            “หยุดสั่งได้แล้ว” ทำท่าขึงขังใส่อย่างห้าวหาญ

“ทำไม”

            “ก็จะล้างน้ำสะอาดไงครับผม เดี๋ยวขอเทน้ำออกก่อนนะ” เปลี่ยนเป็นความนอบน้อมอย่างรวดเร็ว ดาริกาก้มหน้ายิ้มแล้วสั่งให้ทำต่อไปส่วนพสุธาก็ยิ้มรับ แม้ว่าอีกฝ่ายจะบ่นมากแค่ไหนก็ตาม ดูท่าไม่น่าจะใช่เมียแล้วแหละ อย่างนี้แม่คนที่สองแน่นอน

            “คุณดินครับ คุณดินอยู่บ้านไหมครับ” ดาริกาหันตามเสียงด้วยความสงสัย เธอไม่คิดว่าจะมีคนอยู่บนเกาะด้วย

            “ครับลุงสม อยู่ครับ” อยากจะวิ่งเข้าไปกอดผู้ช่วยชีวิตตนเอง เขาเดินแกมวิ่งไปที่สะพานเชื่อมไปชายฝั่ง ร่างบางก็เดินตามไปไม่ห่าง

            “พอดีผมจะไปหาปลา คุณจะไปด้วยกันไหมครับ” ชายมีอายุหน้าตาใจดียืนยิ้มให้พสุธาบนไหล่มีแหอยู่ด้วย ตากลมโตมองแขกด้วยความสงสัย

            “ไปครับลุง รอผมก่อนนะครับขอไปใส่รองเท้าก่อน” ในใจตะโกนร้องว่ารอดตายแล้ว ปล่อยให้ดาริกายืนยิ้มให้ลุงสม

“สวัสดีครับคุณผู้หญิง” เห็นเขายกมือไหว้เธอก็รับไหว้แทบไม่ทัน “อย่าไหว้หนูเลยค่ะ หนูอายุน้อยกว่าลุงอีก”

            “คุณลุงอยู่ที่นี่นานแล้วหรือคะ” เอ่ยถามด้วยความสงสัยเพราะเธอคิดว่าเกาะนี้เป็นเกาะร้างเสียอีกเพราะไม่เห็นคนหรือบ้านเลยนอกจากหลังที่เธออยู่นอกนั้นก็เป็นป่าที่ดูอุดมสมบูรณ์

            “ครับ ผมเป็นคนดูแลเกาะนี้แล้วก็บ้านหลังใหญ่ให้คุณภมร” ชื่อคุ้นเคยทำให้เธอยิ่งสงสัยพอดีกับที่พสุธาวิ่งมาหา

“เสร็จแล้วครับ” เก็บความสงสัยเอาไว้แล้วยืนส่งเขา

“ฝากซักผ้าห่มด้วยนะที่รักเดี๋ยวฉันจะไปหาปลามาให้เธอทำกับข้าวกิน งานบ้านก็ต้องเป็นของภรรยา เดี๋ยวกลับมานะจ๊ะ” โบกมือลาแล้วยิ้มให้ดูอีกคนจะมีความสุขเหลือเกินที่ได้ออกไป ดาริกาอมยิ้มรู้ทันว่าพสุธาอยากหาทางออกไปข้างนอกตอนนี้ก็สมใจแล้ว ร่างบางเดินเข้าบ้านไปซักผ้าต่อปล่อยให้สามีออกไปหาปลา

            หลังซักผ้าและตากเสร็จเรียบร้อยเธอก็ไปเดินเล่นที่ชายหาดแม้แดดจะเปรี้ยงก็ไม่กลัว เห็นเปลือกหอยมากมายก็เก็บมาล้างแล้วจัดการร้อยเป็นกำไล จากนั้นเธอก็เริ่มจัดการเก็บกวาดบ้านให้จนแสงตะวันอ่อนลงมองนาฬิกาก็พบว่าเป็นเวลาห้าโมงกว่าแล้ว           

            “ทำไมยังไม่กลับอีกนะ” มองสะพานก็ไม่เห็นเขาเดินมาท้องทะเลเวิ้งว้างช่างกว้างใหญ่เหลือเกินตอนที่ไม่มีพสุธาอยู่ด้วย ยิ่งแสงอาทิตย์ที่ค่อยๆ ลาลับไปก็ทำให้หัวใจดวงน้อยเริ่มเหงา

            “มาแล้วครับ” ไม่รู้ทำไมแค่ได้ยินเสียงเขาหัวใจที่แห้งเหี่ยวเมื่อครู่กลับชุ่มชื่นขึ้นมา เดินออกจากห้องนอนไปข้างนอกก็พบพสุธาถือถังใส่ปลามาด้วย ร่างสูงส่งยิ้มให้เธอจนต้องยิ้มตอบ วินาทีนี้ต้องยอมรับกับตัวเองเสียแล้วว่าติดเขาจนไม่อาจห่างได้

            “ได้ปลามาเยอะเลย ฉันอยากกินต้มยำปลาเก๋าแล้วก็ย่างปลาธรรมดากินกับน้ำพริก น่าอร่อยมากเลยทำให้กินหน่อยนะครับ” สั่งอย่างกับเธอเป็นแม่ครัวร้านดังที่จะทำได้ทุกเมนูที่อยากกิน

            “คิดว่าฉันทำต้มยำปลาเก๋าเป็นหรือไง” ถามกลับซึ่งพสุธาก็พยักหน้า

            “ทำเป็น เธอคือกูเกิ้ลผู้รู้ทุกอย่าง ทำให้กินหน่อยนะครับฮันนี” เข้ามาออดอ้อนอย่างกับเด็กน้อยทั้งที่อายุก็ปาเข้าไปยี่สิบหกปีแล้ว

            “ก็ได้” มือหนาชูขึ้นพร้อมร้องไชโยแต่โดนเบรกก่อน

“แต่ว่า นายต้องช่วยฉันทำ” พยักหน้าแล้วยิ้มให้เธอ

            “สบายมาก ของถนัดเลยงานนี้” ดูคำโอ้อวดแล้วก็ได้แต่คิดว่าเธอทำถูกไหมที่เอาคนอย่างพสุธามาเข้าครัว ดูท่าแล้วน่าจะพังมากกว่า เอาเถอะในเมื่อพูดไปแล้วก็คงต้องให้อีกคนแสดงฝีมือบ้างอยากรู้เหมือนกันว่าตากล้องสุดหล่อจะทำอาหารรสชาติออกมาเป็นอย่างไรบ้างแม้ครั้งล่าสุดจะเกือบเผาครัวไปแล้วก็ตาม

            “ไว้ใจนายพสุธาได้เลย งานนี้มีแต่คำว่าอร่อย” คำคุยมีเป็นล้าน สองหนุ่มสาวเดินเข้าครัวโดยมือหนาโอบไหล่บางเอาไว้ราวกับว่ามันคือที่ประจำ ดาริกาเริ่มคุ้นชินกับสัมผัสจากร่างสูงมากขึ้นอยู่ด้วยกันในฐานะสามีภรรยาร่วมเดือนแล้ว การมาฮันนีมูนครั้งนี้ดูจะเชื่อมความสัมพันธ์มากขึ้นถือว่าแผนการสำเร็จไปอีกขั้นแล้ว

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เล่ห์พสุธา   ตอนพิเศษ ...ลูกสาวข้าใครอย่าแตะ

    ตอนพิเศษ...ลูกสาวข้าใครอย่าแตะ กาลเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจนพสุธาไม่อยากจะเชื่อ จากชายหนุ่มวัยเลยเบญจเพสกลับกลายเป็นคุณพ่อลูกห้าที่ยังคงความหล่อและเฟี้ยวเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแม้ว่าจะอายุสี่สิบเอ็ดปีแล้วก็ตามไม่ต่างจากภรรยาที่ยังคงสวยราวกับหยุดใบหน้าไว้ที่อายุยี่สิบห้าปี “พ่อครับ วันนี้ผมเห็นใครก็ไม่รู้ให้ดอกไม้พี่วีด้วย” จากเด็กชายตัวน้อยที่ชอบเล่นรถแบคโฮกลับกลายเป็นหนุ่มตัวสูงโย่งกว่าเพื่อนในห้องเสียงเริ่มแตกหนุ่ม “จริงหรือลูก! มันเป็นใคร” คุณพ่อจากที่นั่งดูภาพในจอแมคบุ๊คเครื่องใหม่ที่เพิ่งถอยเพราะเครื่องเก่าตกน้ำแช่นานร่วมวันโดนเมียด่าจนหูชาขนาดซื้อเครื่องใหม่มายังโดนทุกวันจนเริ่มคิดแล้วว่าวางยาเมียซะดีไหม “ตัวสูงๆ ไม่ค่อยหล่อเลยนะพ่อ หน้าตาเหมือนโจรไม่น่าไว้ใจ” นั่งลงข้างบิดาที่โซฟากลางห้องรับแขก ชุดนักเรียนก็ยังไม่ถอดเพราะจะนำเรื่องราวเหล่านี้มาบอกพ่อให้ได้รู้ก่อน เด็กชายพชิราอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่หนึ่งเพิ่งสอบเข้าได้เรียนที่เดียวกับพี่สาวต่างจากน้องอีกสามคนที่เรียนนานาชาติแต่ปีหน้าเด็กแฝดก็คงไปสอบเข้าโรงเรียนเดียวกับพี่ทั้งสองคน

  • เล่ห์พสุธา   ตอนพิเศษ ...ตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้

    ตอนพิเศษ...ตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้“น้องดาวไหว้คุณอาสิลูก”เป็นครั้งแรกที่เธอได้มาบ้านของคุณอาพสุหลังจากที่ท่านแวะไปหาพ่อของเธอบ่อยๆ บ้านหลังใหญ่ที่มีความร่มรื่นจนเด็กหญิงอายุแปดขวบรู้สึกชอบ อีกทั้งขนมที่คุณอานิททำก็อร่อยจนวางไม่ลง “สวัสดีค่ะ” มือน้อยประนมแล้วก้มไหว้อย่างสวยงามจนคนเห็นเอ็นดู “ลูกมึงน่ารักดี ท่าจะว่านอนสอนง่าย” เรื่องนี้เป็นเรื่องที่คุณเนติธรมักเอาไปอวดเพื่อนที่ลูกสาวของท่านเป็นเด็กดีเรียนเก่งความประพฤติเยี่ยม “พ่อแม่สอนมาดี”ยังไม่ทันจะได้คุยกันต่อลูกชายคนโตของครอบครัววิจิตรประภาก็วิ่งเข้ามาเสียก่อน เด็กน้อยตัวขาวแต่ตอนนี้หน้าตามอมแมมเพราะเล่นซุกซน “ตายแล้วดิน ทำไมหน้าเป็นอย่างนั้น” คนเป็นแม่หันมาเห็นลูกชายก็ตกใจ “ก็ดินไปเล่นดินมา ดินเลยเต็มหน้าดิน หน้าดินเลยมีแต่ดินไงครับแม่” ลูกชายตัวดีตอบอย่างไร้เดียงสาจนแขกทั้งสองหัวเราะออกมา ดาริกามองเพื่อนที่มาใหม่ด้วยแววตาเป็นประกาย “ไปล้างหน้าล้างตาแล้วมาไหว้คุณอาเขา” เอ็ดลูกชายเสียงเบาเด็กน้อยก็รับคำแข็งขันวิ่งไปล้างหน้าจนใสสะอาดเผยให้เห็นความหล่อตั้งแต่

  • เล่ห์พสุธา   ตอนพิเศษ ...อย่าปล่อยลูกไว้กับพ่อ

    ตอนพิเศษ...อย่าปล่อยลูกไว้กับพ่อเช้าวันเสาร์ที่แสนสดใสของพสุธา ร่างสูงตื่นมาด้วยใบหน้ายุ่งเหยิงเนื่องจากเมื่อวานทำงานหนักอีกทั้งกลับมาเมียยังล็อกประตูบ้านบอกกลับเกินหกทุ่มให้นอนข้างนอก สามีที่ประพฤติตัวดีมาตลอดสุดแสนจะช้ำหากให้ร้องเสียงดังก็ไม่กล้ากลัวลูกๆ ตื่นเขาเลยระเห็จไปนอนเต็นท์บนดาดฟ้าที่ปล่อยร้างมานานหลังจากทำประตูที่สองสำเร็จ “พ่อขา พ่อ” นั่งสะลึมสะลือสักพักก็ได้ยินเสียงลูกสาวมาร้องเรียก เปิดซิปออกเห็นใบหน้าหวานของเด็กหญิงพรรณนิกาจ้องมองคุณพ่อตาแป๋ว “เจ้าหญิงของพ่อ” โผจะกอดลูกแต่เด็กน้อยก็หลบเสียก่อนพร้อมปิดจมูก “คุณพ่อปากเหม็นต้องไปแปรงฟันก่อน” บอกเลยว่าตลอดระยะเวลาหกปีตั้งแต่ลูกเกิดคาดหวังว่าลูกสาวคนแรกจะต้องช่างออดช่างอ้อนเห็นดีงามตามพ่อแต่หาเป็นแบบนั้นไม่ แม่เป็นอย่างไรลูกสาวเป็นอย่างนั้นจนคิดว่าได้แม่คนที่สาม “จ้ะลูกรัก พ่อจะไปแปรงฟันเดี๋ยวนี้” หอบประเป๋าของตนเองได้ก็ลงไปพร้อมลูกสาวที่อยู่ในชุดกระโปรงบานสีฟ้าถักเปียน่ารักจนอยากพาลูกไปเทสต์หน้ากล้องแสดงละครให้โลกได้รู้ว่าลูกสาวหน้าตาดีขนาดไหน “พ่อค้าบ” ลูกชายคนท

  • เล่ห์พสุธา   ตอนพิเศษ ...ดาวดินอินบุพเพสันนิวาส

    ตอนพิเศษ...ดาวดินอินบุพเพสันนิวาส การจราจรแน่นขนัดบนถนนในเวลาหกโมงครึ่ง ดาริกาที่นั่งบนรถดูกระสับกระส่ายมองถนนสลับกับมองนาฬิกาจนดูแล้วน่าเวียนหัว “เป็นอะไรดาว ฉันเห็นเธอมองไปมองมาหลายรอบแล้ว” คนขับรถสุดหล่อถามด้วยไม่เข้าใจ “วันนี้วันพุธ ต้องรีบกลับ” เดาถูกอย่างนี้ทำไมไม่ซื้อหวยถูกบ้างนะ พสุธาส่ายหน้าช้าๆ แล้วขยับรถทีละนิดจนถนนเริ่มโล่งจึงบึ่งรถให้ภรรยาที่ดูร้อนใจเสียเหลือเกิน “ขับช้า เร็วๆ หน่อย” หนึ่งทุ่มแล้วก็ยังไม่ถึงห้อง ไหนจะต้องทำอาหารเย็นอาบน้ำอีกเพราะหากไม่อาบก่อนละครเล่นอาบอีกทีคงเป็นห้าทุ่มกว่าจะนอนหลับอีกเธอวาดแผนไว้ในใจเงียบๆ รถยนต์เคลื่อนถึงคอนโดพอจอดเรียบร้อยดาริกาก็รีบลงโดยไม่รอพสุธา “อ้าว นี่เธอจะไม่รอฉันก่อนหรือไง” ร้องถามขณะเอาของลงจากหลังรถ ซึ่งของทั้งหมดก็แฟ้มเอกสารของคนตัวบางทั้งนั้น งานเขามีแค่นิดเดียวเอง “หายไปซะงั้น” เงยหน้ามาอีกทีก็ไม่เห็นแม้แต่หลังของดาริกาท่าทางจะรีบจริงหน้าที่ขนของจึงกลายเป็นของคุณสามี เขาหอบของขึ้นมาบนห้องเปิดประตูไม่เห็นภรรยาจึงเอางานเธอไปวางไว้ห้องทีวีซึ่งคือที่ประจ

  • เล่ห์พสุธา   ตอนพิเศษ ...วันสงกรานต์

    ตอนพิเศษ...วันสงกรานต์“ไอ้ดาวไปเล่นน้ำกัน” ในขณะที่ร่างบางนอนดูทีวีอยู่บ้านตามปกติก็มีชายหนุ่มที่คุ้นหน้าเดินเข้ามาพร้อมกับเสื้อยืดสีขาวกางเกงขาสามส่วนสีเข้มในมือถือปืนฉีดน้ำกระบอกใหญ่เอาไว้ด้วย “ไม่ไป จะอยู่บ้าน” ยันตัวลุกขึ้นนั่งบนโซฟาแล้วหยิบหนังสือนิยายเล่มโปรดที่เพิ่งไปซื้อเมื่อวานขึ้นมาอ่านพลางเปิดรายการเพลงในทีวีฟังไปด้วยเท่านี้ก็สร้างความสุขให้เธอมากกว่าไปเดินฉีดน้ำคนไม่รู้จักกลางแดดร้อนกว่าสามสิบแปดองศา “โธ่ดาว ไปเถอะ วันสงกรานต์ทั้งทีแกจะนอนอืดอยู่บ้านไม่ได้นะ” เขารบเร้าเพื่อนพลางนั่งลงข้างกายเธอ “ไม่เอา สงกรานต์แล้วยังไง มันก็วันธรรมดา” เธอเบี่ยงตัวหลบเขาที่เอามือมาดึงแขนเธอไว้ “มันไม่ธรรมดาสิ มันคือวันปีใหม่ไทย เราต้องไปสาดน้ำใส่คนอื่น” ชายหนุ่มผู้ไม่ค่อยมีวาทศิลป์ในการชักจูงคนอย่างพสุธาพยายามหาเหตุผลต่างๆ มาหว่านล้อมเพื่อนสาวที่ยังคงยึดมั่นจะนอนเล่นอยู่บ้านโดยไม่มีท่าทีจะเอนเอียงเลยแม้แต่น้อย “ตอนเช้าฉันไหว้พ่อแล้ว รดน้ำดำหัวเรียบร้อย” “ดาว แกจะไปดีๆ หรือให้ฉันอุ้มไป!” เมื่อไม้อ่อนไม่ได้ผลพสุธาก็งัด

  • เล่ห์พสุธา   บทที่สิบแปด ...ครอบครัวสุขสันต์

    บทที่สิบแปด...ครอบครัวสุขสันต์ หลังคลอดลูกได้หนึ่งสัปดาห์คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ก็มีผู้ช่วยเต็มบ้านทั้งคุณเนติธร คุณพสุ คุณนิทราที่ขยันมาหาหลานจนแทบไม่กลับบ้าน ดาริกาได้รับคำแนะนำจากแม่สามีเยอะแยะเรื่องการดูแลลูกจนไม่ต้องจ้างพี่เลี้ยง ตอนดึกลูกมักร้องไห้เธอกับสามีก็จะพลัดกันมาอุ้มเด็กน้อยจนแทบไม่มีเวลานอน “ไหวไหมดิน” เวลาตีสองที่ควรได้นอนสองพ่อแม่มือใหม่ก็ช่วยกันดูลูกที่ร้องไห้ยามค่ำคืน เธอลุกขึ้นจากเตียงเห็นคุณพ่ออุ้มลูกแล้วนั่งหลับบนโซฟาเล็กก็เดินมาหาแล้วถามเสียงเบาด้วยกลัวลูกตื่น “อือ ไหว” ตอบกลับแล้วค่อยๆ ลุกเอาลูกลงนอนเปลสำหรับเด็กที่ตั้งไว้ข้างเตียงนอน ใครจะรู้ว่าเป็นพ่อแม่จะเหนื่อยขนาดนี้ ยิ่งเลี้ยงเด็กเล็กด้วยแล้วแทบไม่มีเวลาให้ตนเอง “ไปนอนเถอะพรุ่งนี้ต้องไปทำงานแต่เช้าไม่ใช่หรือ” ถามสามีด้วยความเป็นห่วง ช่วงนี้เขาโหมงานหนักเพราะต้องการเก็บเงินให้ลูกอย่างจริงจังแม้เธอจะปรามก็ไม่อาจทานเขาได้ “อยากกอดเมีย” โอบเอวบางแล้วพาเธอมานอนบนเตียง การได้กอดร่างนุ่มของภรรยายิ่งหลังคลอดเธอยังมีพุงน้อยๆ ให้บีบตอนนอนยิ่งมีความสุขแม้จะโดน

  • เล่ห์พสุธา   บทที่สี่ ...สร้างอาณาจักร

    บทที่สี่...สร้างอาณาจักรตื่นมาอีกทีก็เป็นเวลาเที่ยงกว่าแล้ว ร่างสูงเดินเกาพุงออกไปที่ห้องครัวเห็นฝาชีครอบไว้เลยเปิดออกมาพบอาหารเช้าเป็นไข่ดาว แฮม ไส้กรอกและแซนด์วิชอดยิ้มออกมาไม่ได้ ปกติตอนเช้าส่วนมากถ้าไม่เป็นกาแฟก็ปิ้งขนมปังเท่านั้นค่อยไปกินที่บริษัทเอา “ฮัลโหลว่าไงเพื่อน” ชื่อที่โช

  • เล่ห์พสุธา   บทที่ห้า ...เล่นงานลับหลัง

    บทที่ห้า...เล่นงานลับหลัง “พี่ดาวมีคนมาหาค่ะ” ในขณะที่กำลังทำงานอยู่น้องนักศึกษาฝึกงานก็มาบอกเธอด้วยสีหน้ากรุ้มกริ่ม มองนาฬิกาที่ตั้งไว้บนโต๊ะก็พบว่าเป็นเวลาหกโมงกว่าแล้วเธอทำงานจนลืมเวลาไปเลยหรือนี่ “ใครเหรอ” “สามีพี่ดาวค่ะ” บอกพร้อมกับเปิดตัวหนุ่มหล่อที่เดินเข

  • เล่ห์พสุธา   บทที่หนึ่ง ...ตั้งแต่เป็นสาวเต็มกาย

    บทที่หนึ่ง...ตั้งแต่เป็นสาวเต็มกายตั้งแต่ เป็นสาวเต็มกาย หาผู้ชายถูกใจไม่มีเมื่อคืน ฝันดีน่าตบ ฝันฝันว่าพบผู้ชายยอดดีพาไปเที่ยวดูหนัง พาไปนั่งจู๋จี๋แล้วพาไปเที่ยว ชมสวนเด็ดดอกลำดวนส่งให้ด้วยสิเสียบหูให้ตั้งหลายหนน่ะเสียบหล่น อ่ะเสียบหล่น ตั้งห้าหกทีต๊กใจ ตื่นตอน ตีสี่แหมเสีย ดายจัง เฮ่อ เสีย

  • เล่ห์พสุธา   บทนำ

    บทนำ หัวใจดวงน้อยเต้นไม่เป็นจังหวะเมื่อได้สัมผัสกับริมฝีปากหนาได้รูปของคนที่ครอบครองหัวใจเธอมานานแสนนาน อาจด้วยเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์หรือเหตุผลกลใดก็ตาม ที่ทำให้ร่างสูงกระทำการอุกอาจแบบนี้เธอก็ไม่อาจทราบได้ “อึก”หายใจไม่ทันเพราะไม่ประสีประสากับเรื่องนี้ เธอยังอ่อนหัดกับภาษากาย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status