Accueil / โรแมนติก / เล่ห์พสุธา / บทที่หนึ่ง ...ตั้งแต่เป็นสาวเต็มกาย

Partager

บทที่หนึ่ง ...ตั้งแต่เป็นสาวเต็มกาย

Auteur: Kaowsethong
last update Date de publication: 2024-11-02 12:09:57

บทที่หนึ่ง

...ตั้งแต่เป็นสาวเต็มกาย

ตั้งแต่ เป็นสาวเต็มกาย หาผู้ชายถูกใจไม่มี

เมื่อคืน ฝันดีน่าตบ ฝันฝันว่าพบผู้ชายยอดดี

พาไปเที่ยวดูหนัง พาไปนั่งจู๋จี๋แล้วพาไปเที่ยว ชมสวน

เด็ดดอกลำดวนส่งให้ด้วยสิเสียบหูให้ตั้งหลายหน

น่ะเสียบหล่น อ่ะเสียบหล่น ตั้งห้าหกที

ต๊กใจ ตื่นตอน ตีสี่แหมเสีย ดายจัง เฮ่อ เสียดายจัง

เพลงผู้ชายในฝัน : คำร้อง/ทำนอง วิเชียร คำเจริญ

เสียงเพลงของนักร้องลูกทุ่งสาวผู้ล่วงลับไปแล้วดังขึ้นทั่วผับชื่อดังที่ถูกปิดชั่วคราว เนื่องจากต้องการฉลองให้กับลูกสาวของตนเองที่เรียนจบปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจจากประเทศสหรัฐอเมริกา อีกทั้งกลับมาเมืองไทยได้เพียงไม่นานก็ได้ตำแหน่งรองผู้จัดการแผนกโฆษณาของบริษัทจำหน่ายเครื่องสำอางแบรนด์ดัง ผู้คนที่เข้ามาในงานต่างก็เป็นเพื่อนที่รู้จักคุ้นเคยของลูกหรือเพื่อนของผู้เป็นบิดาที่ท่านชวนมาเพื่อสังสรรค์

“เจ้าของงานมาแล้ว” พิธีกรประกาศใส่ไมค์ทำให้ทุกสายตาจ้องไปที่ประตูทางเข้าก่อนจะพบร่างบางในชุดราตรียาวสีครามมีคริสตัลประดับรอบกระโปรงต้องแสงไฟทำให้ส่องประกายระยิบระยับ ใบหน้าหวานประดับรอยยิ้มระหว่างเดินเข้ามาภายในงานของตนเอง

“สวยขึ้นมากเลยดาว” ชนินาถเพื่อนสมัยเรียนมัธยมด้วยกันเอ่ยชม อาจเพราะไม่ได้เจอกันนานทำให้เพื่อนเธอดูแปลกตาไปจากตอนเรียน

“เวลาเปลี่ยนเราก็ต้องเปลี่ยนตัวเองสิ” เจ้าของงานตอบรับเสียงใสแม้จะมีเสียงดังจากเพลงรบกวนเธอก็พยายามที่จะเข้ามาคุยกับเพื่อนทุกคนที่ไม่ได้เจอกันนานหลายปีเพราะพวกเขาอุตส่าห์สละเวลามาหาจะให้เมินเฉยได้อย่างไร

“แต่เธอเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นนะ สวยวันสวยคืนฉันละอิจฉาจริง” กีรติหรือหญิงกีที่เพื่อนๆ พากันเรียกเอ่ยขึ้นบ้าง แม้จะอยู่ในรูปร่างท้วมเพราะกำลังท้องลูกคนที่สองก็ไม่ได้ทำให้ความสวยของเธอลดลงเลย

“ใครจะเหมือนเธอล่ะ ที่นอกจากจะสวยวันสวยคืนยังมีลูกโผล่มาอีกหนึ่ง ได้ข่าวว่าลูกคนแรกยังไม่เข้าประถมด้วยซ้ำ” ดาริกาธรนกุลเอ่ยแซวเพื่อนสนิทบ้าง เธอกับกีรติสนิทกันมากกว่าใครเพราะเรียนด้วยกันมาตั้งแต่ประถม มัธยมจนกระทั่งมหาวิทยาลัยก็เลือกคณะเดียวกัน สาขาวิชาเดียวกันอีก เสียดายที่วันแต่งงานเพื่อนเธอไม่ได้มาเพราะติดเรียนปริญญาโท

“แซวฉันนะยายดาว” กลุ่มเพื่อนสาวหัวเราะด้วยความสุขก่อนที่สามีของกีรติจะเข้ามาโอบเอวเธอด้วยความรัก ใบหน้าหล่อแย้มยิ้มให้เจ้าของงาน

“ไงไอ้ดาว กลับมาคราวนี้มีแฟนรึยัง” คำถามที่บ่งบอกนิสัยของผู้พูดทำให้ดาริกาต้องค้อนใส่เขา ไม่เคยเข้าใจเลยว่าเพื่อนสนิทไปหลงอะไรของหมอนี่ถึงได้แต่งงานอย่างรวดเร็วขนาดนั้น หลังรับปริญญาได้สามเดือนเพื่อนก็สละโสดแถมสามียังเป็นเพื่อนในห้องเดียวกันอีก ปกติเธอมักจะเห็นสองคนนี้ทะเลาะกันทุกครั้ง จึงได้แต่นึกสงสัยว่าไปสปาร์กกันได้อย่างไร

“ฉันมีหรือไม่มีแล้วมันหนักส่วนไหนบนหัวแกเหรอ” ดาริกาตอบกลับไปอย่างรวดเร็วทำเอาคุณพ่อลูกสองหัวเราะร่า

“ก็ไม่หนักหัวฉันหรอก แต่มันอาจจะไปหนักหัวใครบางคน” พิชิตพูดแบบมีเลศนัยก่อนที่สายตาจะมองไปที่ด้านหลังเธอแล้วยิ้มออกมา

“นั่น เพื่อนสนิทคนสำคัญของแกมาพอดีเลย” ได้ยินแค่นั้นก็ตรึงร่างของเธอเอาไว้ได้ หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะแทบไม่อยากหันไปมองว่าคนที่พูดถึงคือใครได้แต่ลุ้นและภาวนาว่าให้ไม่ใช่เขา เธอหนีหน้าอีกฝ่ายมาได้สี่ปีแล้วและยังไม่พร้อมจะเจอตอนนี้ หวังว่าคงไม่ใช่

“ไอ้ดิน ทางนี้เพื่อน” นั่นปะไร พิชิตเรียกเพื่อนสนิทเข้ามาในวงสนทนาที่มีแต่สาวๆ ในขณะที่เขาก้าวเดินมาเธอก็เหงื่อแตกราวกับร้อนนักหนา ทั้งที่เครื่องปรับอากาศเปิดเย็นฉ่ำ มือบางกำเข้าหากันแน่นพยายามคิดหาทางเลี่ยงที่จะเผชิญหน้ากับบุคคลที่เธอหนีมาตลอดหลายปี

“ฉันคงต้องไปหาพ่อก่อน ขอตัวนะ” รีบพูดโดยเร็วแล้วเดินหนีไปทันทีโดยไม่ได้อยู่รอพบหน้าอีกคนให้หัวใจเจ็บปวด

“เดี๋ยวสิยายดาว” เสียงใครตะโกนไล่หลังมาเธอไม่อาจจะรับรู้ได้เพราะตอนนี้ต้องการหนีไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด ดาริกาเดินไปยังโซนที่นั่งของแขกบิดาที่อยู่บนชั้นสอง เข้าไปหาพร้อมกับยกมือไหว้อย่างนอบน้อม        “ยายดาวมาสวัสดีลุงๆ เร็ว” คนเป็นพ่อเอ่ยเรียกบุตรสาวสีหน้ายิ้มแย้ม ก่อนที่เธอจะมาท่านก็ได้เอ่ยชมบุตรสาวคนโตถึงการเรียนว่าดีเยี่ยมมาแต่เด็ก เรียกได้ว่าเป็นงานอวดลูกสาวให้เหล่าเพื่อนๆได้ชื่นชมอย่างแท้จริง

“อาก็พอมั้งไอ้เน กูยังไม่อยากแก่ขนาดนั้น” คุณปวิชเอ่ยขัดเพื่อน รูปร่างที่เคยฟิตตอนหนุ่มพอแก่ตัวมาก็เริ่มปล่อยตัวจนลงพุง

“อ้าวเหรอ ตามใจเลยเพื่อน” แก๊งคุณพ่อคุยกันอย่างสนุกสนานเธอก็นั่งยิ้มฟัง ในขณะที่สายตาก็มองไปยังกลุ่มเพื่อนด้านล่าง แม้ในผับจะมืดแต่ก็ยังมีไฟเปิดให้พอมองเห็น และตอนนั้นเองที่ทำให้เธอสบตากับชายหนุ่มที่ไม่เคยลืมเพราะติดอยู่ในใจมาตลอดสิบแปดปี แววตาที่สบเพียงครั้งเดียวก็สามารถสั่นคลอนหัวใจเธอได้

“แล้วไอ้พสุมันไม่มาเหรอ”

“มันส่งลูกมาแทน มันบอกติดงาน อายุห้าสิบกว่าแล้วใครเขาทำงานกัน” ชื่อคุณอาที่เธอคุ้นเคยมากที่สุดถูกเอ่ยถึงทำให้ความสนใจของหญิงสาวถูกเปลี่ยนทันที

“อ้อดินน่ะเหรอ เห็นมันบอกทำงานเป็นช่างภาพไม่อยากทำบริษัท มันบ่นให้กูฟังบ่อยๆ” ดาริกาอมยิ้มเพราะเธอรู้ว่าเพื่อนชายดื้อแค่ไหน ไม่มีใครสามารถบังคับพสุธาได้ หากเขายืนกรานที่จะทำอะไรก็ตาม อาชีพในอนาคตก็เช่นกัน ชายหนุ่มเลือกจะเรียนนิเทศแทนบริหาร ต้องการทำงานเป็นช่างภาพมากกว่านั่งบริหารงานในบริษัท

“ลูกมันมาผับกูบ่อย แต่ละครั้งสาวนั่งข้างไม่ซ้ำหน้า” พ่อของเธอพูดกับเพื่อนพลางยกแก้วขึ้นดื่ม หัวใจดวงน้อยดิ่งลง พสุธามีเสน่ห์ต่อคนรอบข้างเสมอ มักจะดึงดูดเพศตรงข้ามเข้าหาและอีกฝ่ายก็ไม่ปฏิเสธที่จะสานสัมพันธ์ต่อ

“เจ้าชู้เหมือนพ่อ แต่ถ้ามีเมียคงกลัวเมียเหมือนพ่อด้วย” เสียงหัวเราะดังขึ้นกลางวงสนทนาเพราะรู้ว่าคุณพสุรักและเกรงใจภรรยาขนาดไหน

“บางทีมึงอาจจะได้ลูกไอ้พสุเป็นลูกเขยก็ได้นะวิช” คุณเนติธรเอ่ยแซวเพื่อน

“กูกลัวลูกกูเสียใจน่ะสิ เด็กมันร้าย ดูสายตาแพรวพราว” ร่างบางก้มลงมองพื้นนึกถึงสายตาเมื่อครู่ที่เธอสบด้วยไม่กี่วิก็พานใจสั่น เขาคือเสือร้ายที่เหยื่อต้องตายเพียงเพราะสบตา

“มึงอาจจะได้เป็นลูกเขยนะไอ้เน ได้ข่าวหนูดาวก็สนิทกับดินด้วยใช่ไหม” คำถามพุ่งมาที่เธอทำเอาหญิงสาวตกใจส่ายหัวแทบไม่ทัน

“ไม่ ไม่หรอกค่ะ เป็นแค่เพื่อนกันเท่านั้น” ได้เท่านี้ก็ดีแล้ว คงไม่หวังสูงเป็นมากกว่านั้นให้ตนเองเจ็บใจเล่นเพราะอีกคนฝากใจทั้งดวงไว้กับคนอื่น

“ใช่ มึงอย่ามายุลูกกู” คนเป็นพ่อเอ่ยเสียงเข้มแล้วโอบบ่าลูกสาวอย่างหวงแหน ท่านมีลูกสาวคนเดียวก็อยากจะเลือกคู่ครองที่ดีให้กับลูก ภาพรวมผู้ชายคนนั้นต้องดีและไม่มีให้ติ ลูกควรได้แต่งงานเมื่ออายุสามสิบให้ประสบความสำเร็จในเรื่องงานก่อนความรักค่อยว่าอีกที

“ดาวขอตัวไปหาเพื่อนนะคะ” เห็นผู้ใหญ่พูดกันโดยที่ตนเองนั่งเฉยจึงขออนุญาตไปหาเพื่อน คนเป็นพ่อพยักหน้าแล้วหันมาสนใจการสังสรรค์ตรงหน้า

ร่างบางเดินลงไปข้างล่างพยายามเลี่ยงไม่อยากเจอพสุธา เธอจึงเดินเข้าห้องน้ำเพื่อไปล้างหน้าล้างตาให้กำลังใจตนเอง แม้ไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์แต่เธอเหมือนรู้สึกเมาเพียงแค่สบตาอีกฝ่ายครั้งเดียว หากเป็นไปได้ก็ไม่อยากจะเจอเลย

“เฮ้อ ทำไงดี” ไม่เคยสักครั้งที่หญิงสาวจะรู้สึกเสียศูนย์ขนาดนี้ เธอกลัวการได้เผชิญหน้ากับเขา กลัวจนต้องหนีหัวซุกหัวซุนทั้งที่มันไม่ควรเป็นแบบนี้ ถ้าหากวันนั้นเราไม่จูบกันเรื่องมันคงไม่เลยเถิดจนเข้าหน้ากันไม่ติด ไม่น่าเลยจริงๆ

“แกต้องสู้สิดาว สู้” ให้กำลังใจตัวเองหน้ากระจกสูดลมหายใจลึกๆ เดินออกมาจากห้องน้ำ แต่แล้วก็ต้องรีบกลับเข้ามาใหม่เพราะพสุธากำลังเดินมาทางนี้เช่นเดียวกัน เธอวิ่งเข้าไปหลบในห้องก่อนหายใจเข้าออกรวดเร็ว เธอไม่กล้าสู้หน้าเขาไม่สมกับที่เป็นดาวเหนือหญิงแกร่งเลย ทำตัวอ่อนแอจนแม้แต่ตัวเองยังรู้สึกรับไม่ได้

“เอาใหม่ดาว ตั้งสติ ไอ้ดินแค่เพื่อน เพื่อนไง เพื่อนจูบกันไม่แปลกหรอก ไม่แปลก มันก็แค่เมาหลังจากนั้นมันก็ไปหาคนอื่นแล้ว มันอาจจะลืมไปแล้วก็ได้” เตือนตัวเองอีกครั้งหายใจเข้าออกหลายรอบแล้วเดินออกมาจากห้องน้ำ ส่องกระจกสำรวจความเรียบร้อยเป็นครั้งสุดท้าย มองแววตาของตนเองในกระจกก็เห็นความเศร้าที่แฝงอยู่ “พอๆ” มือบางตบลงบนอ่างล้างหน้าให้ตนเองเลิกคิดถึงเหตุการณ์ในค่ำคืนนั้น เธอยืดตัวตรงเดินออกจากห้องน้ำทันที

“โอ๊ย” สองเสียงร้องพร้อมกันก่อนที่อีกฝ่ายจะรับร่างเธอเอาไว้เพราะกลัวล้ม “เป็นอะไรไหม” น้ำเสียงที่คุ้นเคยสัมผัสที่ไม่ลืมทำให้เธอรีบผละออกจากร่างสูงอย่างรวดเร็ว

“ไม่ ฉันโอเค สบายดี” สมองของเธอประมวลผลไม่ทัน รีบตอบออกไปอย่างรวดเร็วเพราะต้องการหนีจากสถานการณ์ตรงหน้าแต่ก็ไม่เป็นผลเมื่ออีกฝ่ายคว้าแขนเรียวเอาไว้ก่อน

“ไม่คิดจะหันมาคุยกันเลยเหรอ แกหนีฉันไปตั้งสี่ปี” น้ำเสียงที่ถามมีความอ้อนวอนอย่างไม่คิดว่าจะได้ยินจากนายพสุธาเพื่อนที่คบกันมาตั้งแต่ประถม

“แกไม่ติดต่อฉัน เปลี่ยนเบอร์ ไม่ตอบอีเมลไลน์ก็บล็อกบอกฉันหน่อยสิดาวว่าทำไม” ไม่กล้าแม้แต่จะหันไปสบดวงตาคมคู่นั้น เธอหลับตาลงก่อนจะลืมขึ้น สูดลมหายใจเข้าช้าๆ ยกยิ้มแล้วหันไปหาพสุธา

“ก็ฉันเรียนหนัก” ครั้งแรกที่ทั้งสองได้มองหน้ากันในระยะใกล้ ใบหน้าคมดูเข้มขึ้น ทั้งยังสูงและรูปร่างหนากว่าเมื่อก่อน แต่สิ่งที่เหมือนเดิมคือดวงตาที่ขโมยหัวใจเธอได้ทุกครั้งที่ได้สบกันแม้อีกคนจะไม่รู้ก็ตาม สี่ปีที่ผ่านมามันนานมากสำหรับดาริกา เธอต้องเรียนหนักเพราะไม่อยากคิดถึงค่ำคืนนั้นที่เขาทำการหยามเกียรติเธอ ทั้งยังพาผู้หญิงคนอื่นไปเริงรักกันต่ออีก

“หรอ” มันคือข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้น เธอรู้ว่าชายหนุ่มเองก็ไม่เชื่อทั้งสองมองหน้ากันนิ่งราวกับกำลังสื่อสารกันทางจิต ดวงตาที่โหยหาซึ่งกันและกันดาริกาลอบมองพสุธาในชุดเสื้อเชิ้ตเนื้อดีสีดำแถบขาวแขนยาวถูกพับขึ้นเหนือศอกเล็กน้อย กางเกงยีนส์สีเข้มและรองเท้าผ้าใบยี่ห้อดังสีดำ มองโดยรวมแล้วดูดีจนผู้หญิงต้องมองเหลียวหลัง

“ไอ้ดาว มาอยู่นี่เองพวกฉันหาตั้งนาน” ราวกับสวรรค์มาโปรดเมื่อกีรติเดินเข้ามาหาเพื่อนเรียกเสียงดัง แล้วมาร่วมวงสนทนาที่เธออยากหลีกหนีมากที่สุด

“อ้าวดิน คุยกันอยู่หรือ ฉันมากวนหรือเปล่า”

“ไม่/ใช่” สองเสียงตอบแตกต่างกัน ดาริกาหันมาหาพสุธาที่ตอบว่าใช่ ใบหน้าหล่อดูขัดใจอย่างเห็นได้ชัดแต่ก็ยอมปล่อยแขนเธอออก

“ตกลงมันยังไง” กีรติมองเพื่อนสองคนสลับกันไปมาก่อนดาริกาจะคว้ามือเพื่อนให้เดินออกไปจากตรงนี้

“ไม่หรอก ไปกันเถอะ” สองสาวเดินจากไปโดยไม่ได้หันมามองคนข้างหลังว่าเป็นอย่างไร ดาริกาถอนหายใจออกมาราวกับโล่งอกหนักหนาเมื่อพ้นจากเขามาได้ รักเพื่อนสาวคนนี้เหลือเกินที่มาได้ถูกจังหวะพอดี

“ยายดาว” เพื่อนที่คุ้นเคยเดินเข้ามากอดเธอเอาไว้ ฐิตาหรือต้าสาวสวยจากคณะเดียวกัน สาขาเดียวกันทั้งยังเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกัน สนิทกันมากแต่ห่างหายไปเพราะต่างก็แยกย้ายไปทำหน้าที่ของตนเอง

“ไม่เจอนาน ผอมลงไหม” ผละออกจากกันมาได้เอ่ยถามสารทุกข์สุกดิบ ฐิตาแนะนำแฟนหนุ่มที่เพิ่งคบกันได้ไม่นานเพื่อนแต่ละคนจึงเอ่ยแซว เวลาผ่านไปสักพักพิธีกรก็เชิญดาริกาออกไปพูดคุยหน้าเวทีแล้วให้เธอร้องเพลงแต่เจ้าของงานก็ปฏิเสธเพราะอายเกินกว่าจะร้องต่อหน้าคนเป็นร้อยแบบนี้ เสียงเธอไม่ดีหนักไปทางแย่ด้วยซ้ำจึงต้องให้น้องชายขึ้นมาช่วยร้องแทน นิปุณหรือฟองสมุทรรับหน้าที่อย่างเต็มใจเพราะมาช่วยพ่อที่ผับบ่อย ถือเป็นนักร้องประจำเลยก็ว่าได้ตอนนี้กำลังเรียนมหาวิทยาลัยชั้นปีที่สอง

“น้องฟอง” หญิงสาวด้านล่างต่างส่งเสียงเรียกและปรบมือให้นักร้องหนุ่มหล่อขณะที่กำลังตั้งสายกีตาร์ ดาริกาลงมาข้างล่างพลางรับน้ำมาจากกีรติเพื่อดื่ม เธอยิ้มให้ทุกคนขณะเดียวกันก็มองหาหนุ่มร่างสูงที่คุ้นเคยหากไม่พบ หรือจะกลับไปแล้ว...

อยู่ดีๆ ใจก็ห่อเหี่ยวแค่รู้ว่าพสุธากลับ

“น้องดาว” ดวงตากลมโตมองผู้ชายตรงหน้าที่ส่งยิ้มมาให้

“พี่รุต” เธอเดินเข้าไปหาชายหนุ่มที่มาใหม่แล้วยิ้มให้อย่างอ่อนหวาน เขาเป็นพี่ชายที่น่ารักรู้จักกันเพราะอีกฝ่ายไปเรียนปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยเดียวกัน ทั้งยังอายุมากกว่าเธอสองปีแต่เพิ่งมีเวลาไปเรียนจึงได้ร่วมชั้นกัน

“พอดีพี่เลิกงานช้า ขอโทษนะ แล้วก็นี่ของขวัญครับ” ชายหนุ่มยื่นกล่องของขวัญที่ถูกห่ออย่างประณีตมาให้เธอ

“อะไรคะเนี่ย” ถามกลับแต่ก็ไม่ได้รับการตอบรับนอกจากรอยยิ้ม ที่ถูกส่งมาให้เท่านั้น

“พี่ใช้เวลาเลือกนานเลยนะ ไม่รู้ว่าจะชอบหรือเปล่า”

“แค่มาก็ดีใจแล้วค่ะ” ก่อนที่หญิงสาวจะเชิญให้เขาไปนั่งกับเพื่อนของเธอ ไม่ลืมแนะนำให้ทุกคนรู้จักทำเอาสาวๆ แต่ละคนรีบแนะนำตัวกันแทบไม่ทัน เมื่อรู้ว่ามารุตเป็นถึงรองประธานผู้จัดการบริษัทสื่อสิ่งพิมพ์ขนาดใหญ่

เวลาดำเนินไปเรื่อยๆ แต่ดาริกากลับรู้สึกง่วงนอนทุกขณะ เธอหาวบ่อยจนเพื่อนแซวว่าเป็นคุณหนูอนามัยต้องนอนสี่ทุ่มตื่นหกโมงจนต้องค้อนให้เพื่อนวงใหญ่ หลังจากนั้นไม่นานเธอก็ทนความง่วงไม่ไหวขอตัวขึ้นไปพักบนห้องนอนชั้นสามโดยไม่ลืมไปบอกบิดาไว้ก่อนเพราะกลัวท่านตามหา เธอลาทุกคนแล้วขึ้นห้องที่พ่อทำไว้เพื่อพักผ่อนที่ผับแห่งนี้

“ทำไมง่วงแบบนี้” ได้แต่ถามตัวเองอย่างสงสัยตอนแรกว่าจะอาบน้ำแต่คงไม่ไหวเพราะง่วงเกินกว่าจะทำอะไรได้ ดาริกาเลือกที่จะนอนทันทีที่ถึงห้อง เพียงไม่นานเธอก็หลับไปลมหายใจสม่ำเสมอจนไม่รับรู้ว่าวันต่อมาจะเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นกับตนเอง

“ยายดาว!”

“ไอ้ดิน แกทำอะไรลูกฉัน”

เสียงที่ดังขึ้นทำให้ร่างบางที่นอนหลับใหลค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมา ภายในห้องเปิดไฟสว่างจ้าจนต้องเอามือยกขึ้นมาบังแสงเพราะยังปรับสายตาไม่ได้ เธอไม่ได้ปวดศีรษะอย่างคนเมาเหล้าแค่เพลียเพราะการนอนมากกว่า แต่เมื่อสติเริ่มมาดาริกาก็รู้ถึงสภาพของตนเองว่าเธอไม่ได้ใส่เสื้อผ้าสักชิ้น!

“ใจเย็นครับคุณพ่อ”

“ใครพ่อแก!”

หลังจากตกใจกับสภาพของตนเองเธอก็ดึงผ้าห่มมาปกปิดร่างกายเอาไว้หันไปข้างกายก็เห็นสองหนุ่มต่างวัยกำลังถกเถียงกันหน้าเคร่งเครียด และเมื่อมองไปยังชายหนุ่มก็ทำให้ตกใจยิ่งขึ้นไปอีกเพราะเขาคือพสุธา!

“ดิน” หญิงสาวเรียกด้วยความอึ้งปนสงสัย เธอจับต้นชนปลายไม่ถูกว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

“พ่อให้เวลาไปจัดการตัวเอง ส่วนแกมากับฉัน” คำพูดเด็ดขาดพร้อมสายตาแข็งกร้าวส่งมาให้คนเป็นลูก ครั้งแรกที่พ่อใช้น้ำเสียงและสายตาแบบนี้กับเธอ มันเกิดอะไรขึ้น ดาริกามองตามผู้เป็นพ่อที่ลากคอเสื้อพสุธาออกจากห้องไป โดยที่หนุ่มร่างสูงยังหันมายิ้มให้เธออีกด้วย ประตูปิดลงเสียงดังพร้อมกับสติของหญิงสาวที่ค่อยๆ กลับมา เมื่อคืนเธอง่วงมากจึงเข้ามานอนในห้องนี้ หัวถึงหมอนก็หลับไปเลยแต่ทำไมตื่นเช้ามากลับเจอเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้นแล้วทำไมเธอถึงอยู่ในสภาพตัวเปลือยเปล่า แบบนี้

ดาริกาค่อยๆ ลงจากเตียงเดินเข้าห้องน้ำเพื่อชำระร่างกาย ส่องกระจกเห็นสภาพตัวเองเต็มตาอีกครั้งก็ทำให้อ้าปากค้างทันที คอเธอเต็มไปด้วยรอยจูบสีกุหลาบ ทั้งยังลามไปทั่วบริเวณหน้าอกอย่างน่ากลัวว่าเป็นโรคอะไรหรือเปล่า

“เกิดอะไรขึ้น” ขาอ่อนแรงจนยืนแทบไม่ไหว มีใครมาล่วงละเมิดตอนเธอหลับอย่างนั้นหรือ

หญิงสาวพยายามนึกทบทวนก็ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องแบบนี้กับเธอขึ้นได้อย่างไร ใบหน้าหวานมีเครื่องสำอางแน่นจะล้างออกก็ไม่ได้เพราะไม่ได้เอาโลชั่นแบบน้ำสำหรับเช็ดเครื่องสำอางมาด้วย จึงทำได้เพียงชโลมน้ำลงบนใบหน้าเพื่อให้สดชื่นเท่านั้น

ชำระร่างกายเสร็จก็ออกมาแต่งตัวโดยใส่ชุดเมื่อวานเพราะไม่มีชุดให้เธอเปลี่ยนได้เลย

“นี่มัน” ในขณะที่เดินไปที่เตียงก็เห็นสีแดงตรงที่นอนด้านขวาซึ่งเธอนอนเมื่อคืน “เฮ้ย” พอจะเดินไปกลับเหยียบเข้ากับถุงยางอนามัยที่ใช้แล้ว “ฮือ” เพียงเท่านี้ก็ได้คำตอบทุกอย่างแล้ว เธอเสียสาวแล้วอย่างนั้นหรือ สิ่งที่ทะนุถนอมมากว่ายี่สิบปี แล้วคนคนนั้นคือใคร หรือว่าจะเป็น “ดินเหรอ” พึมพำเสียงเบาอย่างสงสัย

“ไอ้พสุมึงดูลูกมึง!”

ได้ยินเสียงเอะอะข้างล่างเธอก็ลืมเรื่องที่คิดไปเสียสนิท เมื่อแต่งตัวเรียบร้อยจึงเดินลงไปโดยไม่ลืมหาผ้ามาคลุมไหล่เอาไว้เพราะรอยเต็มไปหมดจนนึกอายหากปล่อยให้มันโล่งโจ้ง

“มึงใจเย็นก่อน” พสุพูดกับเนติธร

การก้าวลงบันไดแต่ละขั้น เธอรู้สึกว่ามันยากเย็นเหลือเกินด้วยไม่รู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งยังกลัวบิดาที่อารมณ์ของท่านที่อยู่ในขีดสูงสุดจึงไม่รู้จะรับมืออย่างไร ทั้งพสุธาที่นั่งหันหลังอยู่และครอบครัวของเขาอย่างคุณอาพสุและอานิทราที่มาด้วย

“ดาวมานี่!” บิดาเรียกเสียงเข้มอย่างไม่เคยเป็น ทำเอาร่างบางรีบเดินมานั่งข้างท่าน เพราะตอนเช้าร้านไม่เปิดทำให้การคุยค่อนข้างเป็นส่วนตัวแม้จะอยู่ชั้นสองที่เป็นชั้นสำหรับแขกวีไอพี เพราะมีโต๊ะค่อนข้างเป็นส่วนตัว

“ตกลงเรื่องมันเป็นมายังไง” คนมาใหม่อย่างคุณพสุเอ่ยถามเพื่อน หากแต่สายตากลับมองไปที่ลูกชายซึ่งนั่งก้มหน้าราวกับสำนึกผิดหากแต่แววตากลับมีประกายระยับอย่างยากจะคาดเดาว่าพสุธากำลังคิดอะไรอยู่

“ถามลูกมึงดูสิ” สายตาสี่คู่หันมามองพสุธาเป็นตาเดียว ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นแล้วมองไปยังพ่อตาหมาดๆ

“ผมยอมรับผิดครับ เพราะผมที่ไม่ห้ามใจจนเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น” คำพูดกำกวมที่ตอบสร้างความขัดใจให้ดาริกาที่อยากรู้เรื่องทั้งหมดเหมือนกัน

“เล่าให้พ่อฟังทั้งหมดว่ามันเกิดอะไรขึ้น”

“เมื่อคืนผมเมา เลยขึ้นไปบนห้องชั้นสามเพราะไม่คิดว่ามีใครอยู่ แล้วพอนอนลงก็มีคนมากอดอารมณ์มันก็มาผมเลยเผลอมีอะไรนิดหน่อย” หลังจากได้ฟังคำอธิบายอารมณ์ของดาริกาก็ไม่สามารถแยกแยะได้เลยว่ารู้สึกอย่างไรบ้าง เธอเป็นคนนอนดิ้นและติดหมอนข้างมากไม่คิดเลยว่าเพราะนิสัยส่วนตัวแบบนี้จะทำให้เกิดเรื่อง และก็เจ็บเหลือเกินที่ได้รู้ว่า ไม่ว่าจะเป็นใครก็สามารถนอนกับเขาได้ขอแค่เป็นผู้หญิง ร่างสูงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนที่นอนอยู่ข้างๆ เป็นใคร

“แล้วใครใช้ให้ขึ้นไปนอนข้างบน บ้านมีก็กลับไปสิ” คุณเนติธรเริ่มหัวเสียกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับบุตรสาวสุดที่รัก

“ผมเมา เพื่อนก็เมา เขารณรงค์เมาไม่ครับนะครับคุณพ่อ”

“บอกแล้วไงฉันไม่ใช่พ่อแก” สองหนุ่มต่างวัยถกเถียงกันอีกครั้ง

“พ่อของเมียก็คือพ่อตา ก็ต้องเรียกพ่อถูกแล้วนะครับ” ระบุสถานะชัดเจนจนทำให้ดาริกาหน้าแดงเพราะอายกับจำกัดความสัมพันธ์ของเขา จากเพื่อนได้เลื่อนเป็นเมียอย่างรวดเร็วเพียงข้ามคืน

“ไอ้ดิน” ตอนนี้คุณเนติธรหน้าแดงด้วยความโกรธแทบจะลุกขึ้นมาวางมวยกับว่าที่ลูกเขย แต่พสุก็รีบห้ามเพื่อนเอาไว้

“ดินพอได้แล้ว” หันไปดุลูกชายที่ทำทีสลดลงแต่ก็ไม่ได้สำนึกเลย คุณนิทราถอนหายใจด้วยความกลุ้ม หันไปมองดาริกาที่เธอเอ็นดูเหมือนลูกคนหนึ่งก็อดสงสารไม่ได้ พ่อลูกชายตัวดีไม่มีคำว่ารักบอกให้อีกคนรู้สักนิด

“เรื่องมันเกิดขึ้นไปแล้ว เราแก้ไขอะไรไม่ได้หรอก” พสุนั่งข้างเพื่อนเพราะกลัวลูกชายจะได้รับอันตราย ดูจากสายตาของเนติธรที่มองแล้วคาดว่าพสุธาน่าจะตกที่นั่งลำบาก

“ผมจะแต่งงานกับดาวครับ” ชายหนุ่มแทรกขึ้นมาเสียงดังทำเอาคนที่เหลือมองเป็นตาเดียว แววตาที่เด็ดเดี่ยวมองไปยังดาริกาก่อนเอ่ยออกมา “ผมจะรับผิดชอบเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น” เพียงเขาเอ่ยเท่านั้นดาริกาก็ตอบขึ้นทันที

“ไม่ค่ะ หนูไม่แต่ง” ด้วยอารมณ์น้อยใจเธอหันไปมองพ่อทันทีพร้อมคำปฏิเสธที่ชัดเจน

“ไม่ได้ ต้องแต่ง เมื่อคืนฉันไม่ได้ป้องกันตั้งหลายรอบแถมยังแตกในด้วย เผื่อท้องขึ้นมาจะทำยังไง” คำพูดตรงๆ ของลูกชายทำเอาคุณนิทราลมแทบจับได้แต่หยิบยาหอมขึ้นมาดม

“ไอ้ดิน!” คนเป็นพ่อปรามลูกชายด้วยสายตาพลางจับแขนเพื่อนสนิทไว้เพราะดูเหมือนอีกฝ่ายจะลุกขึ้นไปตีพสุธาได้ทุกเมื่อ

“ผมพูดจริงนิพ่อ ยังไงก็ต้องแต่งว่าไงครับพ่อเนตัดสินเลยครับ”

“ไม่ ฉันไม่แต่ง พ่อคะดาวไม่แต่ง” ลูกสาวหันไปอ้อนพ่อมองอย่างเว้าวอน

“ต้องแต่ง แต่งครับ จัดงานวันไหนดี ไปดูฤกษ์วันนี้เลยไหม” พสุธาก็ไม่น้อยหน้ารีบถามอย่างเร่งรัด

“ไอ้ดิน!” ดาริกาหันมาแหวใส่เขาเสียงเขียว

“เงียบทั้งสองคน!” ในที่สุดคุณเนติธรก็เอ่ยขึ้น ท่านมองหนุ่มสาวสองคนอย่างตัดสินใจนิ่งไปนานแล้วถอนหายใจออกมาอย่างคนสิ้นหวัง ในเมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นมาขนาดนี้แล้ว หากดูไปพสุธาก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรถ้าอยู่ๆ กันอาจจะเลิกนิสัยเรื่องผู้หญิงได้บ้าง เรื่องมาถึงขนาดนี้คงทำได้อย่างเดียว

“งานแต่งต้องจัดขึ้นเร็วที่สุด” คำประกาศิตของคุณเนติธรเหมือนสายฟ้าสาดมากลางใจลูกสาวอย่างดาริกา

“คุณพ่อ!”

            “ได้ครับ ผมจะจัดให้เร็วที่สุดคุณพ่อไม่ต้องห่วงเลย” พสุธารีบคลานเข่าเข้าไปกราบเนติธรด้วยรู้สึกผิด “ผมขอขมาที่ล่วงเกินดาว ผมสัญญาว่าจะดูแลดาวอย่างดีที่สุด” สองสายตาของหนุ่มต่างวัยสบกันอย่างหยั่งเชิงก่อนที่คุณเนติธรจะตบไหล่ว่าที่ลูกเขย

“ถ้าทำไม่ได้อย่างที่พูด..ตาย” แค่เห็นสายตาท่าน ชายหนุ่มก็เสียววาบทันทีแต่เชื่อมั่นในตนเองว่าจะดูแลดาริกาได้ ร่างสูงลุกไปนั่งข้างหญิงสาวแต่เธอทำท่าจะขยับหนีจึงคว้าเอวบางเอาไว้

“ทำแน่นอนครับ ผมกลัวตาย” หญิงสาวมองพสุธาอย่างไม่ค่อยชอบใจนัก ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วไปหมดจนเธอตั้งรับไม่ทัน แม้จะมีความน้อยใจ เสียใจที่อีกฝ่ายทำราวกับเธอเป็นผู้หญิงง่ายๆ แต่ก็อดยอมรับไม่ได้ว่าลึกๆ ก็ดีใจที่จะได้แต่งงานกัน

“แต่ดาว”

“ปล่อยให้เป็นเรื่องผู้ใหญ่คุยกัน” พสุธาหันมาบอกว่าที่เจ้าสาวของเขาแล้วยิ้มในหน้า ทำเอาเธอแสนหมั่นไส้จนต้องหยิกเอวเขาเพื่อให้อารมณ์โกรธคลายคงบ้าง

“โอ๊ย” ได้ผลพสุธาปล่อยเอวบางแล้วกระเถิบออกไปทันทีมองร่างบางอย่างคาดโทษ หากก็ได้รับการตอบกลับด้วยแววตาแข็งกร้าวไม่ต่างกันเขาจึงยิ้มเจื่อนนั่งมองบุพการีตกลงเรื่องต่างๆ

“ตาดินพาหนูดาวกลับไปพักผ่อนก่อนไป เดี๋ยวเรื่องต่างๆ ผู้ใหญ่จะจัดการเอง” คุณนิทราหันมาบอกลูกชายซึ่งก็ยิ้มร่าทันที

“ไปเถอะหนูดาว” เมื่อเห็นหญิงสาวทำท่าจะค้านคุณนิทราจึงบอกเสียงอ่อนโยนทำให้สาวรุ่นลูกยอมเดินไปกับพสุธาที่ยืนยิ้มรออยู่แล้ว

“เดินไปสิ” อดลงที่พสุธาไม่ได้กับหน้าตาที่แสนจะน่าหมั่นไส้ทำราวกับโลกทั้งใบอยู่ในกำมือของเขาแล้วซึ่งเธอไม่ชอบเหลือเกิน

“ครับ คุณผู้หญิง”

สองหนุ่มสาวเดินเคียงกันไปเหมาะสมเกินจะบรรยาย คุณนิทราอมยิ้มดีใจราวกับได้ย้อนอดีตอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ลูกชายของเธอดูจะมีความสุขกับการได้แต่งงานทั้งที่เธอก็ไม่อาจทราบได้ว่าลูกรู้สึกอย่างไรกับดาริกาทำเพียงภาวนาให้ทั้งสองใจตรงกันและไม่มีเรื่องราวยุ่งเหยิงเกิดขึ้นเหมือนรุ่นเธอด้วยเถอะ

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เล่ห์พสุธา   ตอนพิเศษ ...ลูกสาวข้าใครอย่าแตะ

    ตอนพิเศษ...ลูกสาวข้าใครอย่าแตะ กาลเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจนพสุธาไม่อยากจะเชื่อ จากชายหนุ่มวัยเลยเบญจเพสกลับกลายเป็นคุณพ่อลูกห้าที่ยังคงความหล่อและเฟี้ยวเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแม้ว่าจะอายุสี่สิบเอ็ดปีแล้วก็ตามไม่ต่างจากภรรยาที่ยังคงสวยราวกับหยุดใบหน้าไว้ที่อายุยี่สิบห้าปี “พ่อครับ วันนี้ผมเห็นใครก็ไม่รู้ให้ดอกไม้พี่วีด้วย” จากเด็กชายตัวน้อยที่ชอบเล่นรถแบคโฮกลับกลายเป็นหนุ่มตัวสูงโย่งกว่าเพื่อนในห้องเสียงเริ่มแตกหนุ่ม “จริงหรือลูก! มันเป็นใคร” คุณพ่อจากที่นั่งดูภาพในจอแมคบุ๊คเครื่องใหม่ที่เพิ่งถอยเพราะเครื่องเก่าตกน้ำแช่นานร่วมวันโดนเมียด่าจนหูชาขนาดซื้อเครื่องใหม่มายังโดนทุกวันจนเริ่มคิดแล้วว่าวางยาเมียซะดีไหม “ตัวสูงๆ ไม่ค่อยหล่อเลยนะพ่อ หน้าตาเหมือนโจรไม่น่าไว้ใจ” นั่งลงข้างบิดาที่โซฟากลางห้องรับแขก ชุดนักเรียนก็ยังไม่ถอดเพราะจะนำเรื่องราวเหล่านี้มาบอกพ่อให้ได้รู้ก่อน เด็กชายพชิราอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่หนึ่งเพิ่งสอบเข้าได้เรียนที่เดียวกับพี่สาวต่างจากน้องอีกสามคนที่เรียนนานาชาติแต่ปีหน้าเด็กแฝดก็คงไปสอบเข้าโรงเรียนเดียวกับพี่ทั้งสองคน

  • เล่ห์พสุธา   ตอนพิเศษ ...ตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้

    ตอนพิเศษ...ตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้“น้องดาวไหว้คุณอาสิลูก”เป็นครั้งแรกที่เธอได้มาบ้านของคุณอาพสุหลังจากที่ท่านแวะไปหาพ่อของเธอบ่อยๆ บ้านหลังใหญ่ที่มีความร่มรื่นจนเด็กหญิงอายุแปดขวบรู้สึกชอบ อีกทั้งขนมที่คุณอานิททำก็อร่อยจนวางไม่ลง “สวัสดีค่ะ” มือน้อยประนมแล้วก้มไหว้อย่างสวยงามจนคนเห็นเอ็นดู “ลูกมึงน่ารักดี ท่าจะว่านอนสอนง่าย” เรื่องนี้เป็นเรื่องที่คุณเนติธรมักเอาไปอวดเพื่อนที่ลูกสาวของท่านเป็นเด็กดีเรียนเก่งความประพฤติเยี่ยม “พ่อแม่สอนมาดี”ยังไม่ทันจะได้คุยกันต่อลูกชายคนโตของครอบครัววิจิตรประภาก็วิ่งเข้ามาเสียก่อน เด็กน้อยตัวขาวแต่ตอนนี้หน้าตามอมแมมเพราะเล่นซุกซน “ตายแล้วดิน ทำไมหน้าเป็นอย่างนั้น” คนเป็นแม่หันมาเห็นลูกชายก็ตกใจ “ก็ดินไปเล่นดินมา ดินเลยเต็มหน้าดิน หน้าดินเลยมีแต่ดินไงครับแม่” ลูกชายตัวดีตอบอย่างไร้เดียงสาจนแขกทั้งสองหัวเราะออกมา ดาริกามองเพื่อนที่มาใหม่ด้วยแววตาเป็นประกาย “ไปล้างหน้าล้างตาแล้วมาไหว้คุณอาเขา” เอ็ดลูกชายเสียงเบาเด็กน้อยก็รับคำแข็งขันวิ่งไปล้างหน้าจนใสสะอาดเผยให้เห็นความหล่อตั้งแต่

  • เล่ห์พสุธา   ตอนพิเศษ ...อย่าปล่อยลูกไว้กับพ่อ

    ตอนพิเศษ...อย่าปล่อยลูกไว้กับพ่อเช้าวันเสาร์ที่แสนสดใสของพสุธา ร่างสูงตื่นมาด้วยใบหน้ายุ่งเหยิงเนื่องจากเมื่อวานทำงานหนักอีกทั้งกลับมาเมียยังล็อกประตูบ้านบอกกลับเกินหกทุ่มให้นอนข้างนอก สามีที่ประพฤติตัวดีมาตลอดสุดแสนจะช้ำหากให้ร้องเสียงดังก็ไม่กล้ากลัวลูกๆ ตื่นเขาเลยระเห็จไปนอนเต็นท์บนดาดฟ้าที่ปล่อยร้างมานานหลังจากทำประตูที่สองสำเร็จ “พ่อขา พ่อ” นั่งสะลึมสะลือสักพักก็ได้ยินเสียงลูกสาวมาร้องเรียก เปิดซิปออกเห็นใบหน้าหวานของเด็กหญิงพรรณนิกาจ้องมองคุณพ่อตาแป๋ว “เจ้าหญิงของพ่อ” โผจะกอดลูกแต่เด็กน้อยก็หลบเสียก่อนพร้อมปิดจมูก “คุณพ่อปากเหม็นต้องไปแปรงฟันก่อน” บอกเลยว่าตลอดระยะเวลาหกปีตั้งแต่ลูกเกิดคาดหวังว่าลูกสาวคนแรกจะต้องช่างออดช่างอ้อนเห็นดีงามตามพ่อแต่หาเป็นแบบนั้นไม่ แม่เป็นอย่างไรลูกสาวเป็นอย่างนั้นจนคิดว่าได้แม่คนที่สาม “จ้ะลูกรัก พ่อจะไปแปรงฟันเดี๋ยวนี้” หอบประเป๋าของตนเองได้ก็ลงไปพร้อมลูกสาวที่อยู่ในชุดกระโปรงบานสีฟ้าถักเปียน่ารักจนอยากพาลูกไปเทสต์หน้ากล้องแสดงละครให้โลกได้รู้ว่าลูกสาวหน้าตาดีขนาดไหน “พ่อค้าบ” ลูกชายคนท

  • เล่ห์พสุธา   ตอนพิเศษ ...ดาวดินอินบุพเพสันนิวาส

    ตอนพิเศษ...ดาวดินอินบุพเพสันนิวาส การจราจรแน่นขนัดบนถนนในเวลาหกโมงครึ่ง ดาริกาที่นั่งบนรถดูกระสับกระส่ายมองถนนสลับกับมองนาฬิกาจนดูแล้วน่าเวียนหัว “เป็นอะไรดาว ฉันเห็นเธอมองไปมองมาหลายรอบแล้ว” คนขับรถสุดหล่อถามด้วยไม่เข้าใจ “วันนี้วันพุธ ต้องรีบกลับ” เดาถูกอย่างนี้ทำไมไม่ซื้อหวยถูกบ้างนะ พสุธาส่ายหน้าช้าๆ แล้วขยับรถทีละนิดจนถนนเริ่มโล่งจึงบึ่งรถให้ภรรยาที่ดูร้อนใจเสียเหลือเกิน “ขับช้า เร็วๆ หน่อย” หนึ่งทุ่มแล้วก็ยังไม่ถึงห้อง ไหนจะต้องทำอาหารเย็นอาบน้ำอีกเพราะหากไม่อาบก่อนละครเล่นอาบอีกทีคงเป็นห้าทุ่มกว่าจะนอนหลับอีกเธอวาดแผนไว้ในใจเงียบๆ รถยนต์เคลื่อนถึงคอนโดพอจอดเรียบร้อยดาริกาก็รีบลงโดยไม่รอพสุธา “อ้าว นี่เธอจะไม่รอฉันก่อนหรือไง” ร้องถามขณะเอาของลงจากหลังรถ ซึ่งของทั้งหมดก็แฟ้มเอกสารของคนตัวบางทั้งนั้น งานเขามีแค่นิดเดียวเอง “หายไปซะงั้น” เงยหน้ามาอีกทีก็ไม่เห็นแม้แต่หลังของดาริกาท่าทางจะรีบจริงหน้าที่ขนของจึงกลายเป็นของคุณสามี เขาหอบของขึ้นมาบนห้องเปิดประตูไม่เห็นภรรยาจึงเอางานเธอไปวางไว้ห้องทีวีซึ่งคือที่ประจ

  • เล่ห์พสุธา   ตอนพิเศษ ...วันสงกรานต์

    ตอนพิเศษ...วันสงกรานต์“ไอ้ดาวไปเล่นน้ำกัน” ในขณะที่ร่างบางนอนดูทีวีอยู่บ้านตามปกติก็มีชายหนุ่มที่คุ้นหน้าเดินเข้ามาพร้อมกับเสื้อยืดสีขาวกางเกงขาสามส่วนสีเข้มในมือถือปืนฉีดน้ำกระบอกใหญ่เอาไว้ด้วย “ไม่ไป จะอยู่บ้าน” ยันตัวลุกขึ้นนั่งบนโซฟาแล้วหยิบหนังสือนิยายเล่มโปรดที่เพิ่งไปซื้อเมื่อวานขึ้นมาอ่านพลางเปิดรายการเพลงในทีวีฟังไปด้วยเท่านี้ก็สร้างความสุขให้เธอมากกว่าไปเดินฉีดน้ำคนไม่รู้จักกลางแดดร้อนกว่าสามสิบแปดองศา “โธ่ดาว ไปเถอะ วันสงกรานต์ทั้งทีแกจะนอนอืดอยู่บ้านไม่ได้นะ” เขารบเร้าเพื่อนพลางนั่งลงข้างกายเธอ “ไม่เอา สงกรานต์แล้วยังไง มันก็วันธรรมดา” เธอเบี่ยงตัวหลบเขาที่เอามือมาดึงแขนเธอไว้ “มันไม่ธรรมดาสิ มันคือวันปีใหม่ไทย เราต้องไปสาดน้ำใส่คนอื่น” ชายหนุ่มผู้ไม่ค่อยมีวาทศิลป์ในการชักจูงคนอย่างพสุธาพยายามหาเหตุผลต่างๆ มาหว่านล้อมเพื่อนสาวที่ยังคงยึดมั่นจะนอนเล่นอยู่บ้านโดยไม่มีท่าทีจะเอนเอียงเลยแม้แต่น้อย “ตอนเช้าฉันไหว้พ่อแล้ว รดน้ำดำหัวเรียบร้อย” “ดาว แกจะไปดีๆ หรือให้ฉันอุ้มไป!” เมื่อไม้อ่อนไม่ได้ผลพสุธาก็งัด

  • เล่ห์พสุธา   บทที่สิบแปด ...ครอบครัวสุขสันต์

    บทที่สิบแปด...ครอบครัวสุขสันต์ หลังคลอดลูกได้หนึ่งสัปดาห์คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ก็มีผู้ช่วยเต็มบ้านทั้งคุณเนติธร คุณพสุ คุณนิทราที่ขยันมาหาหลานจนแทบไม่กลับบ้าน ดาริกาได้รับคำแนะนำจากแม่สามีเยอะแยะเรื่องการดูแลลูกจนไม่ต้องจ้างพี่เลี้ยง ตอนดึกลูกมักร้องไห้เธอกับสามีก็จะพลัดกันมาอุ้มเด็กน้อยจนแทบไม่มีเวลานอน “ไหวไหมดิน” เวลาตีสองที่ควรได้นอนสองพ่อแม่มือใหม่ก็ช่วยกันดูลูกที่ร้องไห้ยามค่ำคืน เธอลุกขึ้นจากเตียงเห็นคุณพ่ออุ้มลูกแล้วนั่งหลับบนโซฟาเล็กก็เดินมาหาแล้วถามเสียงเบาด้วยกลัวลูกตื่น “อือ ไหว” ตอบกลับแล้วค่อยๆ ลุกเอาลูกลงนอนเปลสำหรับเด็กที่ตั้งไว้ข้างเตียงนอน ใครจะรู้ว่าเป็นพ่อแม่จะเหนื่อยขนาดนี้ ยิ่งเลี้ยงเด็กเล็กด้วยแล้วแทบไม่มีเวลาให้ตนเอง “ไปนอนเถอะพรุ่งนี้ต้องไปทำงานแต่เช้าไม่ใช่หรือ” ถามสามีด้วยความเป็นห่วง ช่วงนี้เขาโหมงานหนักเพราะต้องการเก็บเงินให้ลูกอย่างจริงจังแม้เธอจะปรามก็ไม่อาจทานเขาได้ “อยากกอดเมีย” โอบเอวบางแล้วพาเธอมานอนบนเตียง การได้กอดร่างนุ่มของภรรยายิ่งหลังคลอดเธอยังมีพุงน้อยๆ ให้บีบตอนนอนยิ่งมีความสุขแม้จะโดน

  • เล่ห์พสุธา   บทที่หก ...หวานไปทั้งตัว

    บทที่หก...หวานไปทั้งตัว แม้จะเป็นเวลาเที่ยงคืนแต่ความหิวก็ไม่ปราณีใคร สองสามีภรรยาช่วยกันทำอาหารมื้อดึกคือเมนูผัดมาม่าใส่ไข่ที่แสนจะเรียบง่าย “ไม่เอาผัก” แม้ว่าจะล้างผักและหั่นเองกับมือแต่พอเห็นดาริกาจะเอาลงกระทะก็อดห้ามไม่ได้ “แล้วจะหั่นมาทำไม” “ก็อยากช่วย” ใบห

  • เล่ห์พสุธา   บทที่ห้า ...เล่นงานลับหลัง

    บทที่ห้า...เล่นงานลับหลัง “พี่ดาวมีคนมาหาค่ะ” ในขณะที่กำลังทำงานอยู่น้องนักศึกษาฝึกงานก็มาบอกเธอด้วยสีหน้ากรุ้มกริ่ม มองนาฬิกาที่ตั้งไว้บนโต๊ะก็พบว่าเป็นเวลาหกโมงกว่าแล้วเธอทำงานจนลืมเวลาไปเลยหรือนี่ “ใครเหรอ” “สามีพี่ดาวค่ะ” บอกพร้อมกับเปิดตัวหนุ่มหล่อที่เดินเข

  • เล่ห์พสุธา   บทที่สี่ ...สร้างอาณาจักร

    บทที่สี่...สร้างอาณาจักรตื่นมาอีกทีก็เป็นเวลาเที่ยงกว่าแล้ว ร่างสูงเดินเกาพุงออกไปที่ห้องครัวเห็นฝาชีครอบไว้เลยเปิดออกมาพบอาหารเช้าเป็นไข่ดาว แฮม ไส้กรอกและแซนด์วิชอดยิ้มออกมาไม่ได้ ปกติตอนเช้าส่วนมากถ้าไม่เป็นกาแฟก็ปิ้งขนมปังเท่านั้นค่อยไปกินที่บริษัทเอา “ฮัลโหลว่าไงเพื่อน” ชื่อที่โช

  • เล่ห์พสุธา   บทที่สาม ...เราจะตีป้อม

    บทที่สาม...เราจะตีป้อม ในที่สุดงานแต่งก็มาถึง ช่วงเช้าเป็นพิธีรดน้ำสังข์ง่ายๆ ที่บ้านของเจ้าสาว เชิญเพียงญาติและคนสนิทมาเท่านั้น ขบวนขันหมากเจ้าบ่าวแห่มาโดยมีเจ้าสาวแอบดูอยู่บนบ้าน วันนี้ดาริกาอยู่ในชุดไทยสีทองสง่างามขับผิวขาวให้ดูเนียนตา ผมยาวถูกรวบขึ้นมัดอย่างสวยงามพร้อมเสียบปิ่นปักผ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status