بيت / โรแมนติก / เล่ห์พสุธา / บทที่สี่ ...สร้างอาณาจักร

مشاركة

บทที่สี่ ...สร้างอาณาจักร

مؤلف: Kaowsethong
last update تاريخ النشر: 2024-11-02 12:11:33

บทที่สี่

...สร้างอาณาจักร

ตื่นมาอีกทีก็เป็นเวลาเที่ยงกว่าแล้ว ร่างสูงเดินเกาพุงออกไปที่ห้องครัวเห็นฝาชีครอบไว้เลยเปิดออกมาพบอาหารเช้าเป็นไข่ดาว แฮม ไส้กรอกและแซนด์วิชอดยิ้มออกมาไม่ได้ ปกติตอนเช้าส่วนมากถ้าไม่เป็นกาแฟก็ปิ้งขนมปังเท่านั้นค่อยไปกินที่บริษัทเอา

            “ฮัลโหลว่าไงเพื่อน” ชื่อที่โชว์หราขึ้นมาทำให้เขาทักทายเสียงใสอย่างเป็นกันเอง

            “กูโทรมาขัดจังหวะมึงไหม”

            กัดแซนด์วิชเข้าปากคำโตเคี้ยวไปทั้งยังตอบปลายสาย “ไม่กวน เมียกูไม่อยู่ไปทำงานแต่เช้าแล้วอีกสักพักคงกลับ” ตอบตามความเป็นจริงที่แสนจะเศร้า

            “ชีวิตมึงน่าสงสารจริงๆ” สองพี่น้องคุยกันอีกสักพักก่อนที่คนโทรมาจะเข้าเรื่อง “พรุ่งนี้เข้าบริษัทมาหน่อยนะ พ่อกูมีเรื่องจะคุยกับมึง” ภราดรเข้าเรื่องที่ทำให้ต้องโทรมาหา มือหนาที่หยิบแฮมขึ้นมากินชะงักไปพลางคิดว่าต้องมีเรื่องสำคัญอย่างแน่นอน

            “ไปทำไม เรื่องอะไร จะให้กูไปเรียนรู้งานหรือ กูไม่ทำไงกูชอบถ่ายรูปมึงบอกลุงภมรเลยว่ากูไม่ทำ ไม่เอาหุ้นก็ได้ ไม่ชอบ” ปฏิเสธรัวเร็วจนฟังแทบไม่ทัน พสุธาปฏิเสธที่จะทำงานบริษัทแต่เด็กแล้ว ชายหนุ่มไม่ชอบและบอกเสมอว่ามันไม่ใช่ทาง ตอนแรกว่าจะไม่เอาหุ้นแต่พ่อบังคับทำให้ได้เงินจากบริษัททุกเดือนแต่ก็ไม่ค่อยได้ใช้กะว่าจะเก็บไว้ยามจำเป็นซึ่งก็จำเป็นจริงๆ เพราะได้ใช้ในช่วงแต่งงาน

            “ไม่ใช่หรอก กูก็ไม่รู้เหมือนกัน แค่นี้แหละ”

            “อ้าวไอ้ดล ไอ้ดลเดี๋ยวก่อนกูยังไม่ได้ด่ามึงเรื่องซองงานแต่งกูเลย ไอ้ดล!” วางสายไปเสียอย่างนั้นสร้างความขัดใจให้ตากล้องสุดหล่ออย่างหนัก วางมือถือไว้บนโต๊ะแล้วก็กินข้าวเช้าอย่างมีความสุขเปิดเพลงฟังไปพลาง เหลือบเห็นจานข้าวของดาริกาก็จัดการให้เธอด้วย ยังไม่ทันกินหมดเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีก

            “ฮอตจริงวุ้ยไอ้ดิน” เช็ดมือกับกระดาษทิชชูก่อนรับสายของภรรยาคนสวย

            “ว่าไงครับผม”

            “กำลังจะกลับ ฝากซื้ออะไรไหม”

            ไม่รู้ทำไมแค่คำถามพื้นๆ กลับสร้างพลังมหาศาลได้ พสุธายกยิ้มขึ้นแล้วกินไส้กรอก

            “ไม่เอาหรอก แค่เธอรีบกลับมาก็พอแล้ว” ไม่ได้หยอดแต่พูดจริงดังว่า ดาริกาบ่นสักพักแล้ววางสายไปอย่างรวดเร็ว พสุธากินเสร็จก็ทำการเก็บจานไปล้างจัดการทำความสะอาดเรียบร้อย หลังจากนั้นก็เดินเข้าห้องน้ำไปทำความสะอาดเปลี่ยนชุดใหม่ให้ดูดีกว่าเดิมเล็กน้อย

            “หล่อแล้ว” ส่องกระจกสำรวจความเรียบร้อยก็เดินไปห้องเล็กที่ดาริกายังไม่เคยเข้าไป จึงเข้าใจว่าเป็นห้องนอนซึ่งจริงๆ แล้วเป็นห้องทำงานของเขา ภายในห้องมีตู้กระจกที่วางกล้องราคาแพงเอาไว้หลายตัวรวมทั้งเลนส์ที่ราคาหากบอกไปดาริกามีหวังบ่นหูชาแน่นอน และห้องนั้นไม่ได้เล็กแต่อย่างใดกลับใหญ่โตมีห้องลับอีกห้องในนั้นคือห้องล้างภาพ บางวันก็ขลุกในห้องนั้นทั้งวัน

            “ดิน” เสียงเรียกข้างนอกร่างสูงจึงวางกล้องลงแล้วเดินออกไปหา พบดาริกาในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกระโปรงบานยาวเลยเข่า กำลังเดินตามหาเขาอยู่ ร่างสูงค่อยๆ ย่องไปแล้วกอดเธอจากข้างหลังจนคนตัวบางสะดุ้งโหยง

            “เล่นอะไรตกใจหมด” หันมาเอ็ดเสียงเขียวแต่ชายหนุ่มมีหรือจะกลัวกลับยิ้มหน้าเป็นใส่เสียอย่างนั้น

            “ตื่นเช้ามาไม่ได้กอด ขอกอดตอนนี้ไม่ได้หรือไง” เอาคางไปเกยบนไหล่บาง ไม่รู้ว่ารู้สึกไปเองหรือเปล่าว่าตัวเธอช่างพอเหมาะเวลาที่กอดเหลือเกิน มันสมดุลอย่างไม่น่าเชื่อ

            “มันอึดอัด”

            “ไม่เห็นอึดอัดเลย อบอุ่นจะตาย” ยังคงกอดไม่ยอมปล่อยทำให้ร่างบางเริ่มเขินด้วยไม่บ่อยครั้งที่พสุธาจะอ้อนเธอแบบนี้ มือบางจับมือหนาเอาไว้แล้วปลดออกหันมามองใบหน้าคม

            “เล่นอยู่ได้ จะไปเปลี่ยนชุด” เอ็ดเสียงเขียวกำลังจะเดินเข้าห้องแต่นึกขึ้นได้

            “ซื้อมาการองมาฝากวางอยู่หน้าทีวี” พูดจบก็เข้าห้องไปทันทีไม่รู้เพราะรีบไปเปลี่ยนชุดดังที่ว่าหรือเขินกันแน่ พสุธายิ้มแล้วเดินฮัมเพลงไปห้องนั่งเล่นเห็นมาการองร้านโปรดวางใส่จานจัดเอาไว้สวยงามก็รู้สึกอุ่นในอก การแต่งงานมีคนเคียงข้างกายมันเป็นเช่นนี้เองหรือ

            ด้านดาริกาเข้ามาในห้องก็จับอกข้างซ้ายที่เต้นระรัว พยายามสูดลมหายใจเข้าออกช้าๆ เป็นอย่างนี้ต่อไปมีหวังเธอไม่รอดแน่นอน พสุธามีพลังทำลายล้างสูงมากแค่มองตาก็เหมือนจะตายได้แล้ว เธอต้องมีภูมิคุ้มกันเขาสิ ต้องไม่ตกหลุมที่อีกคนขุดขึ้นมา เธอต้องทำได้ดาริกา

            วันหยุดของสามีภรรยาคือการที่ชายหนุ่มขลุกในห้องเล็กเพื่อทำงานจนถึงตอนเย็นส่วนเธอก็ต้องเคลียร์งานใหม่ต่างคนก็ต่างหน้าที่ของตนเองไม่ได้หยุดพักจนกระทั่งเธอทำงานเสร็จจึงเดินเข้าครัวจะทำอาหารเย็นให้ทาน

            ก๊อก ก๊อก ก๊อก

            เคาะประตูห้องทำงานขนาดเล็กที่เธอเพิ่งรู้เมื่อเห็นอีกฝ่ายเปิดประตูออกมาเห็นกล้องหลายตัวพร้อมทั้งเลนส์ที่ไม่อยากจะคำนวณราคาเลยว่ามันจะเท่าไหร่ หากเธอเอาไปขายสักตัวสองตัวคงพอตั้งบริษัทเป็นของตนเองได้อย่างแน่นอน

            “ดิน ได้ยินไหม” เคาะอีกครั้งก็ไม่ได้รับเสียงตอบรับจากคนในห้อง ถอนหายใจออกมาแล้วเดินไปทำอาหารโดยตัดสินใจไม่ถามความเห็นของเขาแล้ว เธอทำอะไรก็ต้องกินอันนั้นแหละไม่มีสิทธิเรียกร้องเพราะไม่อยากมาเปิดประตูเอง

            ดาริกาเข้าครัวเตรียมของต่างๆ ตัดสินใจทำสปาเกตตีขี้เมาทะเลเพราะเห็นในตู้เต็มไปด้วยกุ้ง ปลาหมึก และหอยแมลงภู่ที่คาดว่าอานิทจะเอามาใส่ไว้ให้เมื่อวาน เธอเกรงใจที่ท่านดูแลเรื่องอาหารสงสัยคราวหน้าคงต้องบอกว่าจะดูแลเองเสียแล้ว

            กลิ่นอาหารลอยเข้าไปภายในห้องทำเอาคนที่กำลังทำงานอย่างเพลิดเพลินถึงกับสมาธิกระเจิง มองดูนาฬิกาข้างฝาผนังพบว่าตอนนี้หนึ่งทุ่มครึ่งแล้วเสียงท้องก็ร้องประท้วงทันที พสุธาบิดขี้เกียจลุกขึ้นเดินออกจากห้องทำงานตามกลิ่นไปพบดาริกาที่กำลังตักอาหารใส่จานและตกแต่งอย่างสวยงาม

            “หอมจัง”

            “ได้กลิ่นแล้วมาเลยนะ ทีฉันเคาะเรียกตั้งนานไม่เห็นตอบ” เงยหน้ามาเจอร่างสูงยืนยิ้มอยู่ก็เอ่ยประชดจนชายหนุ่มต้องทำหน้าออดอ้อน

            “โธ่ ตอนทำงานมันเพลินเลยไม่ได้ยินครับผม ต่อไปคราวหน้าถ้าคุณภรรยาเรียกจะรีบเปิดประตูมาอย่างเร็วเลย” เห็นทำท่าอย่างนั้นก็เกิดอาการหมั่นไส้ขึ้นมาในความกะล่อน

            “ถ้าไม่เปิดฉันจะเอาอาหารไปเทให้หมาแมวแถวนี้กิน”

            “ใจร้าย ถึงกับเทให้หมากินเลยหรือ” พสุธานั่งเก้าอี้รออาหารเสิร์ฟ มองสปาเกตตีขี้เมาทะเลด้วยตาเป็นประกายเริ่มกินด้วยความหิว ระหว่างนั้นสองคนแทบไม่พูดกันเพราะมัวแต่ทานอาหารจนหมดพสุธาก็ทำหน้าที่ของตนเองอย่างดีโดยดาริกากลับไปทำงานต่อ เสร็จจากล้างจานร่างสูงก็เดินมานั่งข้างภรรยา

            “อะไร” ผละจากหน้าจอโน้ตบุ๊กหันมาถามเขา

            “ต้องการความรัก ความเอาใจใส่” น้ำเสียงที่มีแววกวนมากกว่าจะพูดจริงดังรู้สึกทำให้ดาริกาส่ายหัวด้วยความระอาใจ

            “ไปไกลๆ เลยไป คนจะทำงาน แล้วงานนายเสร็จแล้วหรือ” พยักหน้าช้าๆ เอนศีรษะมาพิงไหล่บางเอาไว้ ดาริกานั่งทำงานอยู่บนพื้นตรงโต๊ะตัวเล็กหน้าโทรทัศน์เพราะมีพื้นที่ให้วางเอกสารเยอะ ทั้งยังเปิดหนังต่างประเทศดูไปด้วย

            “เสร็จแล้ว ไม่เสร็จก็ช่างมันขี้เกียจ” ว่าจบก็เอนตัวลงนอนบนตักเธอเหมือนครั้งยังเรียนมัธยม เวลาที่ดาริกาไปติวหนังสือให้หลังจากติวเสร็จเขาก็มักจะนอนบนตักหญิงสาวประจำราวกับมันคือที่ของตนไปเสียแล้ว

            “ไปนอนในห้องสิมานอนตรงนี้ทำไม” ควรชินกับการกระทำอีกฝ่ายแต่ไม่รู้ทำไมเธอถึงไม่ชินกับมันเสียที

            “ไม่เอา อยากนอนตักเมีย” คำพูดที่ผ่ากลางปล้องทำให้ดาริกาเงียบโดยพลัน เธอไม่พูดอะไรต่อแต่ก้มมองคนที่กำลังมองเธออยู่

            “อยู่กับฉันอย่างนี้ไปนานๆ ได้ไหม” สองสายตาสบกันนิ่งก่อนที่มือหนาจะดึงเธอลงมาจูบโดยร่างบางก็โอนอ่อนผ่อนตาม ริมฝีปากทั้งสองประกบกันดูดดึงไปมาราวกับชิมความหวานจากอีกฝ่าย พสุธายืดตัวขึ้นโดยไม่ผละออกจากเธอ เขาอ่อนโยนก่อนจะเพิ่มเป็นความดุดันลิ้นหนาแทรกเข้าไปชิมความหวานก่อนจะเกี่ยวกระหวัดทั่วโพรงปากอย่างคนชำนาญจนดาริกาได้แต่ครางอืออาด้วยไม่ประสา

            “พอ พอก่อน หายใจไม่ทัน” เอามือยันอกหนาไว้เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะไม่ยอมปล่อยเธอ

            “ต้องฝึกบ่อยๆ จะได้หายใจทัน” ย้ำกับเธอแล้วเข้าไปชิมความหวานอีกรอบ อีกรอบและอีกรอบจนดาริกาไม่มีสมาธิทำงาน เสียงจูบดังไปทั่วห้องแต่ดีที่คอนโดเก็บเสียงจึงมั่นใจว่าต่อให้เสียงดังแค่ไหนห้องข้างๆ ก็ไม่มีทางได้ยินอย่างแน่นอน

            “อื้อ พอก่อนที่รัก” แม้อารมณ์กำลังได้ที่พร้อมปะทุแต่พสุธาก็ผละออกจากเธอ แม้แววตาหวานจะแสดงออกถึงอาการเสียดายก็ตาม

            “รอก่อนนะ ต้องไม่ใช่ตอนนี้” คำบอกเล่าของเขาแม้สงสัยแต่  ดาริกาคิดได้ว่าพสุธาคงไม่อยากมีอะไรกับเธอ ครั้งนั้นมันก็เกินพอแล้ว หญิงสาวพยักหน้าติดกระดุมเสื้อที่ถูกปลดออกให้เข้าที่หันไปทำงานโดยไม่ได้พูดอะไรอีก ความรู้สึกสับสนตีกันมั่วไปหมด

            “ไม่งอนสิ”

            “เปล่าสักหน่อย ปล่อยได้แล้วอึดอัด” เป็นข้ออ้างที่ดาริกามักใช้แต่ก็ไม่ได้ผลสักครั้ง พสุธาหัวเราะน้อยๆ ราวกับมันเป็นเรื่องขบขันแล้วลุกขึ้นเดินเข้าห้องไป ลับหลังร่างสูงดาริกาก็แอบมองด้วยความผิดหวัง เขาไม่อยากมีสัมพันธ์เกินเลยกับเธออย่างนั้นใช่ไหม

            “ทำงาน ทำงาน ทำงาน” กว่าจะรวบรวมสมาธิจากอารมณ์ที่กระเจิดกระเจิงได้ก็ใช้เวลาพอสมควร เธอนั่งทำงานจนดึกจึงปิดโน้ตบุ๊กเดินเข้าห้องพบพสุธาที่นอนหลับไปแล้ว อยากจะเอาหมอนปิดหน้าหล่อให้ขาดอากาศหายใจตายไปเลย แต่ก็ได้เพียงแค่คิด อยากรู้เหลือเกินว่าอีกคนรู้ไหมว่าทำให้คนอื่นคิดหนักแค่ไหน ไม่หรอก..

            ..พสุธาไม่เคยรู้อะไรเลย

            ตื่นเช้ามาหญิงสาวก็รีบไปอาบน้ำเพราะตื่นสายกว่าปกติดีที่คอนโดของสามีหนุ่มใกล้ที่ทำงาน เมื่ออาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ออกไปทำแซนด์วิชไว้ให้คนที่ยังไม่ตื่น เข้ามาในห้องเพื่อบอกว่าจะไปทำงาน แต่พสุธาก็จะไปส่งพูดไปจนเกือบทะเลาะกันเธอเลยต้องยอม ร่างสูงอยู่ในชุดเสื้อยืดคอย้วยสีขาวกับกางเกงขาสามส่วนคีบรองเท้าแตะเดินไปที่จอดรถ สภาพเขาแม้จะเพิ่งตื่นก็อดยอมรับไม่ได้ว่าหล่อจริงๆ

            “บอกแล้วว่าไม่ต้องมาส่ง” ขึ้นรถมาก็ยังบ่นไม่เลิก

            “ทำไม กลัวคนอื่นเห็นหรือไง” ดาริกาหันมามองร่างสูงอย่างไม่ชอบใจกับคำพูดที่เอ่ยประชด

            “ฉันขับมาสะดวกกว่า”

            “แล้วฉันมาส่งมันไม่สะดวกตรงไหน นั่งเฉยๆ มันไม่สบายกว่าขับมาเองหรือไง” ถามเสียงเข้มบ้างแม้รู้ว่าอาจนำไปสู่การทะเลาะแต่มันก็ห้ามไม่ได้จริงๆ ดาริกาเงียบไม่ยอมพูดที่ไม่อยากให้มาส่งเพราะไม่อยากให้ลำบาก ขับมาแล้วขับกลับทั้งที่วันนี้อีกฝ่ายเองไม่มีงานเช้าก็อยากให้นอนเต็มที่มากกว่า

            “เดี๋ยวตอนเย็นมารับนะ” ถึงบริษัทก็บอกเป็นปกติ ดาริกาพยักหน้าลงจากรถไปทันทีปล่อยร่างสูงมองตามแล้วถอนหายใจออกมา ชีวิตแต่งงานดูท่าจะไม่ราบรื่นเสียแล้ว

            “ว่าไง” เสียงโทรศัพท์แผดดังจนต้องยกขึ้นมารับเป็นสายจากญาติสนิทของตน

            “อย่าลืมเข้าบริษัท” มันโทรมาย้ำอีกครั้ง ซึ่งก็ดีเพราะเขาลืมไปแล้วว่าต้องเข้าไปพบคุณลุงภมรที่แสนจะใจดี

            “เออกูไม่ลืมหรอก ขอไปอาบน้ำแต่งตัวก่อน” วางสายเสร็จก็ขับรถกลับคอนโดตนเอง ไม่ลืมซื้อน้ำเต้าหู้ใต้คอนโดไปกินด้วย เมื่อถึงห้องก็อาบน้ำแต่งตัวให้ดูดีสมกับเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนเสียหน่อย สูทที่นานทีจะใส่ก็ถูกจับออกจากราวมาอยู่บนตัวร่างสูงที่หุ่นราวกับนายแบบ มีแมวมองชวนเข้าวงการแต่ไม่ถนัดงานหน้ากล้อง ขออยู่หลังกล้องแบบนี้ดีกว่า

            “หล่อแล้ว” จัดทรงผมเสร็จตรวจเช็กความเรียบร้อยก็ออกจากห้องไปนั่งกินอาหารเช้าที่ภรรยาเตรียมไว้ให้ มองนาฬิกาที่ข้อมือพบว่าเป็นเวลาเก้าโมงครึ่งแล้วเลยรีบออกจากห้อง ดีที่คุณลุงภมรเรียกพบเพราะตนเองก็จะไปหาท่านอยู่แล้วมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย

            เดินมาหยิบกุญแจรถแล้วใส่รองเท้าหนังยี่ห้อดังที่นานครั้งจะใส่เพราะชอบรองเท้าผ้าใบที่ทะมัดทะแมงและเข้ากับทุกชุดที่ใส่มากกว่า วันนี้พสุธาออกไปในมาดผู้บริหารหนุ่มหล่อทำเอาเพื่อนบ้านทักว่าดูดีขึ้นเป็นกอง ซึ่งชายหนุ่มก็ทำเพียงยิ้มรับเท่านั้นเพราะเขาดูดีทุกวันแม้จะอยู่ในลุคธรรมดาก็ตาม ความมั่นใจที่สร้างได้ด้วยตนเองมีมานานแล้วสำหรับผู้ชายคนนี้

            ระหว่างขับรถก็ฮัมเพลงไปด้วยอย่างมีความสุข ระยะทางจากคอนโดไปบริษัทไม่ไกลนักแต่ก็ใช้เวลาชั่วโมงกว่าเพราะรถติด มาถึงก็เข้าจอดรถตรงชั้นวีไอพี พสุธามาบริษัทวิจิตร จำกัด (มหาชน) ไม่ค่อยบ่อยเพราะไม่มีกิจธุระอะไรจะมาแค่ประชุมผู้ถือหุ้นซึ่งก็ปีละครั้ง ร่างสูงตรงไปยังห้องประธานบริษัทพอเลขาหน้าห้องเห็นก็ให้เข้าไปเนื่องจากคุณภมรสั่งไว้อยู่แล้ว

            “สวัสดีครับคุณลุง”

            คุณภมรที่กำลังนั่งอ่านเอกสารเงยหน้าขึ้นยิ้มให้หลานชายก่อนจะผายมือเชิญอีกฝ่ายนั่งลง

            “ลุงขอโทษที่ไม่ได้ไปงานแต่งนะ พอดีมีประชุมกะทันหันที่ฮ่องกง” พสุธายิ้มแล้วส่ายหน้าเป็นพัลวัน

            “ไม่เป็นไรครับ ถึงไม่มาแต่เงินมาแทนผมก็โอเคแล้ว” หลานชายผู้ร่าเริงหยอกกลับทำให้ท่านหัวเราะไปด้วย พสุธากับภราดรแม้จะเกิดไล่เลี่ยและอายุเท่ากันแต่นิสัยต่างกันสิ้นเชิง ลูกชายท่านค่อนข้างเจ้าระเบียบและขรึมผิดกับพสุธาที่ร่าเริง เป็นกันเองเข้ากับคนได้ง่ายกว่า

            “ว่าแต่คุณลุงมีธุระอะไรกับผมหรือครับ” ชายร่างใหญ่ในวัยหกสิบกว่าที่ยังไม่เกษียณอายุการทำงานแม้ลูกชายของท่านที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายการตลาดจะสามารถทำให้ผู้ถือหุ้นไว้ใจได้ในระดับหนึ่งแล้วก็ตาม

            “ได้ข่าวเรากำลังหาที่สร้างเรือนหอ” รู้มาจากน้องชายที่มาถามไถ่เรื่องที่ของตระกูลซึ่งเขาถือโฉนดเอาไว้

            “ครับ ว่าจะสร้างแต่กำลังหาที่อยู่” ตั้งใจจะแยกออกมาอยู่เป็นครอบครัวบ้านหลังใหญ่ก็ให้พิยดาไปเลยอยากสร้างบ้านด้วยน้ำพักน้ำแรงของตนเองมากกว่า

            “ถ้าอย่างนั้น ลุงให้นี่เป็นของขวัญแต่งงานอีกชิ้นแล้วกัน” ซองสีน้ำตาลขนาดบีสี่ยื่นมาตรงหน้าใจหนุ่มรุ่นลูกเต้นตุ๊มๆ ต่อมๆลุ้นว่าจะเป็นดังที่คิดหรือเปล่า

            “โฉนดที่ดินติดถนนใหญ่ใกล้สาทรอยู่แถวที่ทำงานเราพอดี” ท่านเฉลยทั้งที่เขายังไม่ได้เปิดดูด้วยซ้ำ พอเปิดดูโฉนดที่ดินเนื้อที่กว่า220ตารางวาก็ตื้นตัน ที่ดินแถวนี้แพงจนไม่กล้าสู้ราคาซื้อเองจึงบากหน้าไปให้พ่อช่วยท่านก็บอกจะช่วยแต่ไม่คิดว่าจะได้มาฟรีอย่างนี้

            “ส่วนเรื่องก่อสร้างออกแบบก็ให้บริษัทเราทำให้แล้วกัน คนกันเองคิดไม่แพงหรอก ตอนแรกลุงจะสร้างเรือนหอให้ด้วยแต่พ่อเราเลยขัดก่อนบอกว่าเราอยากใช้เงินตัวเอง” พสุธาพยักหน้าหากคุณลุงสร้างให้เขาก็คงไม่รับเพราะแค่ที่ดินก็มากเกินพอแล้ว

            “ได้ครับ ขอบคุณมากนะครับคุณลุง” สองหนุ่มต่างวัยคุยเรื่องต่างๆ ก่อนที่พสุธาจะขอตัวกลับเพราะไม่อยากรบกวนการทำงานของคุณลุง ก่อนกลับก็ไม่ลืมแวะไปหาบิดาของตนเองที่ห้องทำงานก่อน ทักทายเลขาหน้าห้องแล้วเข้าไปหาพ่อ

            “พ่อครับ” คุณพสุเงยหน้าขึ้นมามองประตูเห็นลูกชายตัวน้อยที่ค่อยๆ โตขึ้นตามกาลเวลาแล้วยิ้มออกมา แต่ก่อนยังหลีสาวด้วยกันตอนนี้โตจนมีเมียแล้ว

            “จะมาไม่เห็นบอกก่อน” ทั้งที่เพิ่งเจอลูกไปตอนงานแต่งเมื่อไม่กี่วันก่อนก็เหมือนไม่เจอกันนาน ยิ่งช่วงที่พสุธาไปเรียนต่อที่อเมริกาทั้งท่านและคุณนิทราคิดถึงจนต้องบินไปหาลูกบ่อยๆ

            “กะทันหันน่ะพ่อ ไอ้ดลมันโทรไปบอกว่าลุงอยากพบ” คนเป็นพ่อเดินไปโอบไหล่ลูกมานั่งที่โซฟารับแขก

            “อยากพบเรื่องอะไรล่ะ”

            “ก็พ่อไปคุยอะไรให้ผมไว้เล่า ลุงภมรให้โฉนดแถมยังให้คนของบริษัททำเรือนหอให้ผมอีกด้วย” ได้ทีก็อวดใหญ่ราวกับเด็กน้อย เขายื่นโฉนดที่ดินให้พ่อดู

            “โอ้โฮ ให้เยอะเลยขนาดพ่อเป็นน้องยังไม่ได้ขนาดนี้ หลานรักนะเรา”

            พสุธายิ้มภูมิใจ ด้วยความที่เข้ากับคนง่ายช่างประจบข้อนี้รู้ตัวดีทำให้เป็นที่เอ็นดูของลุงภมรกับป้าลินดา ทุกเทศกาลถ้าไปบ้านนั้นมักได้ของขวัญชิ้นใหญ่ที่ภราดรยังอดกระแซะไม่ได้ว่าเขาเหมือนลูกชายมากกว่าภราดรเสียอีก

            “มันแน่นอนอยู่แล้วพ่อ”

            “แล้วจะไปไหนต่อ วันนี้ไม่มีงานหรือ” เห็นลูกชายแต่งชุดเต็มยศยิ่งกว่าไปทำงานก็นึกเสียดายที่พสุธาไม่เรียนบริหารมาช่วยงานของทางบ้าน

            “มีบ่ายครับ เสร็จจากไปหาพ่อก็ว่าจะแวะไปหาไอ้ดลมันก่อน” สองพ่อลูกพูดคุยกันแล้วลูกชายก็ไหว้ลาเดินออกไป

            “กลับบ้านบ้างล่ะแม่คิดถึง ไม่ใช่ว่าติดเมียจนไม่เป็นอันไปไหนนะ” ร่างสูงหัวเราะพลางส่ายหน้า

            “ไม่หรอกพ่อ เดี๋ยวเข้าไปหาแต่อีกไม่นานผมว่าจะไปฮันนีมูนนะ”

            “ที่ไหน”

            “ความลับครับผม” คุณพสุส่ายหน้าระอาใจแล้วตบไหล่ลูกชายก่อนไปส่งหน้าห้อง เขาเดินไปหน้าลิฟต์กดชั้น12เพื่อไปยังฝ่ายการตลาดที่มีหัวหน้าแผนกเป็นชายหนุ่มอายุเพียงแค่ยี่สิบหกปีแต่ได้รับการยอมรับนับถือจากผู้คนมากมาย ภายในแผนกกำลังวุ่นวายคนเดินผ่านไปมาเหมือนกำลังจะมีประชุม

            “อ้าว มาได้ยังไง” ขณะที่กำลังจะเข้าไปทักทายภราดรในห้องทำงานอีกฝ่ายก็เปิดประตูออกมาเสียก่อนจนเกือบกระแทกหน้า

            “เอาจริงหรือ กูขับรถมาจากคอนโดแล้วก็ไปจอดชั้นวีไอพี เสร็จแล้วก็เดินไปหาพ่อมึงไปหาพ่อกูสุดท้ายก็เดินมาหามึง” เล่าย่อแบบกระชับส่งยิ้มปิดท้าย แต่ในความรู้สึกของภราดรมันช่างกวนบาทาจนคันไม้คันมืออยากตั้นหน้าหล่อๆ ของญาติคนนี้เหลือเกิน

            “ขอบใจที่แจกแจงขนาดนี้ เข้ามาในห้องก่อนมา”

            “มึงไม่ไปธุระแล้วหรือ” ถามเพราะเห็นว่าอีกฝ่ายรีบร้อนออกมาจากห้อง

            “ไม่หรอก ช่างมัน” พสุธาพยักหน้าเดินตามเพื่อนเข้าไปในห้องทำงานที่มีเอกสารอยู่รายรอบ รู้สึกว่าตนเองตัดสินใจถูกแล้วที่เลือกจะทำงานถ่ายภาพเพราะถึงแม้จะไม่เป็นเวลาหรือเลิกดึกดื่นแค่ไหนก็ดีกว่าต้องมานั่งในห้องสี่เหลี่ยมอ่านเอกสารวันละหลายฉบับแบบนี้ ขอลาขาด

            “คุณเฟื่องเอาน้ำมาให้แขกผมด้วย” ยกหูโทรศัพท์สั่งเลขาหน้าห้องก่อนจะวางมาดผู้บริหารเป็นแบบนี้เองแม้จะเห็นบ่อยแต่ก็ไม่ชินเสียที

            “ห้องมึงเล็ก เข้ามาแล้วหายใจไม่ออก” มองโดยรอบถือว่าเล็กหากเทียบกับระดับประธานหรือรองประธานบริษัท แต่หากเป็นหัวหน้าแผนกก็ถือว่าใหญ่พอสมควร

            “เรื่องของมึงสิ หายใจไม่ออกก็ตายๆ ไปเลยส่วนแบ่งสมบัติจะได้น้อย” สองคนนี้มักใช้คำพูดรุนแรงใส่กันแต่ไม่มีใครเก็บไปคิดเพราะสนิทเกินกว่าจะคิดเรื่องเล็กน้อยแบบนี้

            “กูไม่ตาย กูจะอยู่แบบนี้รอกินปันผลไปเรื่อยๆ” ขายาวนั่งไขว่ห้างอย่างสบาย เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมเลขาที่ถือน้ำกับขนมมาเสิร์ฟแขกของหัวหน้า

            “มึงใส่ซองงานแต่งกูน้อย งานมึงกูใส่พันเดียวพอ” ด้วยยังไม่ลืมและไม่มีทางลืมง่ายๆ ด้วย

            “กูใส่ไปตั้งห้าพัน มันน้อยตรงไหน”

            “มึงเป็นถึงหัวหน้าแผนกอีกไม่นานก็เป็นประธานใหญ่มีเงินเดือนเป็นแสน ในบัญชีธนาคารมึงอีกกี่ล้านให้กูมาห้าพัน เดี๋ยวโบกด้วยปูนซีเมนต์เลยครับเพื่อน เรื่องนี้สำคัญนะครับคนมีครอบครัวมีเมียอีกไม่นานก็จะมีลูก คิดซะว่าเป็นทุนการศึกษาหลานสิ” ภราดรยกยิ้มพลางส่ายหน้าให้กับความคิดไปไกลของเพื่อน

            “หลานกูมาเมื่อไหร่เอาไปเลยแสนหนึ่ง” ได้ยินอย่างนั้นพสุธาก็ตาโตทันที

            “มึงพูดแล้วนะ คืนคำกูตามไปทวงเงินมึงถึงบ้านแน่” เป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้นไม่เคยเปลี่ยน แม้จะไม่เก่งวิชาคณิตแต่เรื่องทวงเงินและคำนวณพสุธาไม่เคยพลาดแม้แต่บาทเดียว

            “กูไม่เห็นไอ้โปรดเลย น้องมึงหายไปไหนงานแต่งกูก็ไม่มา ฝากบอกมันด้วยว่ามันจะไม่ใช่น้องรักกูอีกแล้ว” คนโปรดหรือพัลลภ วิจิตรประภา น้องชายแท้ๆที่คลานตามกันมาของภราดรกำลังไปเป็นเด็กฝึกหัดที่ประเทศเกาหลีใต้ คาดว่าอีกไม่เกินสองปีคงได้แจ้งเกิดและโด่งดังไปทั่วแน่นอน

            “ให้มันได้นอนก่อนเถอะ ซ้อมถึงตีสามตีสี่แม่กูบินไปหาทุกเดือนหว่านล้อมให้กลับมาไทยมันก็ดื้อ” พูดอย่างระอาใจ น้องชายไปแข่งตอนที่ค่ายดังมาออดิชั่นแล้วติดจึงต้องไปเป็นเด็กฝึกหัดตั้งแต่อายุเพียงสิบหกปี ตอนนี้ก็อายุ 18 ปีเข้าไปแล้วพึ่งได้กำหนดเปิดตัววงใหม่ของค่ายดังน่าจะเป็นสองปีข้างหน้า

            “ความสุขมัน ถ้าน้องมึงดังก็ได้ผลบุญไปด้วย เผื่อมีเมียเป็นสาวเกาหลี ขาวสวยหมวยอึ๋มเลยนะมึง”

            “แต่กูชอบแบบเมียมึงมากกว่า” จบคำพสุธาแทบจะเอาเท้าทาบหน้าลูกพี่ลูกน้องที่พูดออกมาหน้าตายว่าชอบเมียเขา

            “อยากสลบแล้วตื่นขึ้นมาไปเฝ้ายมบาลไหม” ดูก็รู้ว่าหวงเมียมากแค่ไหน สองหนุ่มคุยกันไปเรื่อยโดยลืมเวลาไปเลย

            “ช่วงนี้ดาราที่มึงคบเป็นไงบ้าง ได้ข่าวงอนเก่ง” ธรรมดาของหนุ่มรูปหล่อพ่อรวยแถมมีอนาคตไกลอย่างภราดรที่มักจะมีสาวมาติดพัน แต่ช่วงนี้กำลังคบกับดาราสาวเจ้าเสน่ห์ช่องน้อยสีที่ดังเป็นพลุแตกจากละครย้อนยุค

            “อือ พอสมควรคบไปก่อนถ้าไม่ไหวก็เลิก”

            ใครว่าพสุธาเจ้าชู้ถ้ามารู้จักภราดรเขาแทบจะชิดซ้าย ชายคนนี้คือผู้ไม่มีรักแท้ในหัวใจถูกใจก็คบ พอไปต่อไม่ไหวก็เลิก ทำผู้หญิงอกหักมานักต่อนักแล้วก็ต้องรอดูว่าจะมีใครมามัดใจชายผู้รักอิสระอย่างเพื่อนสุดหล่อได้บ้าง

            “ฮอตเหลือเกิน”

            “ธรรมดา” คุยไปสักพักมองนาฬิกาก็พบว่าเป็นเวลาเที่ยงครึ่งแล้วเลยขอตัวไปทำงานเพราะกลัวไม่ทันยิ่งขับรถยนต์มาด้วยหากรถติดอาจไปถึงช้า ปกติแล้วจะขี่มอเตอร์ไซค์แต่พอแต่งงานอะไรหลายอย่างก็ต้องปรับเปลี่ยนไปบ้าง สองหนุ่มลากันก่อนที่พสุธาจะเดินไปชั้นจอดรถขับออกไปทำงานของตนเอง

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • เล่ห์พสุธา   ตอนพิเศษ ...ลูกสาวข้าใครอย่าแตะ

    ตอนพิเศษ...ลูกสาวข้าใครอย่าแตะ กาลเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจนพสุธาไม่อยากจะเชื่อ จากชายหนุ่มวัยเลยเบญจเพสกลับกลายเป็นคุณพ่อลูกห้าที่ยังคงความหล่อและเฟี้ยวเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแม้ว่าจะอายุสี่สิบเอ็ดปีแล้วก็ตามไม่ต่างจากภรรยาที่ยังคงสวยราวกับหยุดใบหน้าไว้ที่อายุยี่สิบห้าปี “พ่อครับ วันนี้ผมเห็นใครก็ไม่รู้ให้ดอกไม้พี่วีด้วย” จากเด็กชายตัวน้อยที่ชอบเล่นรถแบคโฮกลับกลายเป็นหนุ่มตัวสูงโย่งกว่าเพื่อนในห้องเสียงเริ่มแตกหนุ่ม “จริงหรือลูก! มันเป็นใคร” คุณพ่อจากที่นั่งดูภาพในจอแมคบุ๊คเครื่องใหม่ที่เพิ่งถอยเพราะเครื่องเก่าตกน้ำแช่นานร่วมวันโดนเมียด่าจนหูชาขนาดซื้อเครื่องใหม่มายังโดนทุกวันจนเริ่มคิดแล้วว่าวางยาเมียซะดีไหม “ตัวสูงๆ ไม่ค่อยหล่อเลยนะพ่อ หน้าตาเหมือนโจรไม่น่าไว้ใจ” นั่งลงข้างบิดาที่โซฟากลางห้องรับแขก ชุดนักเรียนก็ยังไม่ถอดเพราะจะนำเรื่องราวเหล่านี้มาบอกพ่อให้ได้รู้ก่อน เด็กชายพชิราอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่หนึ่งเพิ่งสอบเข้าได้เรียนที่เดียวกับพี่สาวต่างจากน้องอีกสามคนที่เรียนนานาชาติแต่ปีหน้าเด็กแฝดก็คงไปสอบเข้าโรงเรียนเดียวกับพี่ทั้งสองคน

  • เล่ห์พสุธา   ตอนพิเศษ ...ตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้

    ตอนพิเศษ...ตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้“น้องดาวไหว้คุณอาสิลูก”เป็นครั้งแรกที่เธอได้มาบ้านของคุณอาพสุหลังจากที่ท่านแวะไปหาพ่อของเธอบ่อยๆ บ้านหลังใหญ่ที่มีความร่มรื่นจนเด็กหญิงอายุแปดขวบรู้สึกชอบ อีกทั้งขนมที่คุณอานิททำก็อร่อยจนวางไม่ลง “สวัสดีค่ะ” มือน้อยประนมแล้วก้มไหว้อย่างสวยงามจนคนเห็นเอ็นดู “ลูกมึงน่ารักดี ท่าจะว่านอนสอนง่าย” เรื่องนี้เป็นเรื่องที่คุณเนติธรมักเอาไปอวดเพื่อนที่ลูกสาวของท่านเป็นเด็กดีเรียนเก่งความประพฤติเยี่ยม “พ่อแม่สอนมาดี”ยังไม่ทันจะได้คุยกันต่อลูกชายคนโตของครอบครัววิจิตรประภาก็วิ่งเข้ามาเสียก่อน เด็กน้อยตัวขาวแต่ตอนนี้หน้าตามอมแมมเพราะเล่นซุกซน “ตายแล้วดิน ทำไมหน้าเป็นอย่างนั้น” คนเป็นแม่หันมาเห็นลูกชายก็ตกใจ “ก็ดินไปเล่นดินมา ดินเลยเต็มหน้าดิน หน้าดินเลยมีแต่ดินไงครับแม่” ลูกชายตัวดีตอบอย่างไร้เดียงสาจนแขกทั้งสองหัวเราะออกมา ดาริกามองเพื่อนที่มาใหม่ด้วยแววตาเป็นประกาย “ไปล้างหน้าล้างตาแล้วมาไหว้คุณอาเขา” เอ็ดลูกชายเสียงเบาเด็กน้อยก็รับคำแข็งขันวิ่งไปล้างหน้าจนใสสะอาดเผยให้เห็นความหล่อตั้งแต่

  • เล่ห์พสุธา   ตอนพิเศษ ...อย่าปล่อยลูกไว้กับพ่อ

    ตอนพิเศษ...อย่าปล่อยลูกไว้กับพ่อเช้าวันเสาร์ที่แสนสดใสของพสุธา ร่างสูงตื่นมาด้วยใบหน้ายุ่งเหยิงเนื่องจากเมื่อวานทำงานหนักอีกทั้งกลับมาเมียยังล็อกประตูบ้านบอกกลับเกินหกทุ่มให้นอนข้างนอก สามีที่ประพฤติตัวดีมาตลอดสุดแสนจะช้ำหากให้ร้องเสียงดังก็ไม่กล้ากลัวลูกๆ ตื่นเขาเลยระเห็จไปนอนเต็นท์บนดาดฟ้าที่ปล่อยร้างมานานหลังจากทำประตูที่สองสำเร็จ “พ่อขา พ่อ” นั่งสะลึมสะลือสักพักก็ได้ยินเสียงลูกสาวมาร้องเรียก เปิดซิปออกเห็นใบหน้าหวานของเด็กหญิงพรรณนิกาจ้องมองคุณพ่อตาแป๋ว “เจ้าหญิงของพ่อ” โผจะกอดลูกแต่เด็กน้อยก็หลบเสียก่อนพร้อมปิดจมูก “คุณพ่อปากเหม็นต้องไปแปรงฟันก่อน” บอกเลยว่าตลอดระยะเวลาหกปีตั้งแต่ลูกเกิดคาดหวังว่าลูกสาวคนแรกจะต้องช่างออดช่างอ้อนเห็นดีงามตามพ่อแต่หาเป็นแบบนั้นไม่ แม่เป็นอย่างไรลูกสาวเป็นอย่างนั้นจนคิดว่าได้แม่คนที่สาม “จ้ะลูกรัก พ่อจะไปแปรงฟันเดี๋ยวนี้” หอบประเป๋าของตนเองได้ก็ลงไปพร้อมลูกสาวที่อยู่ในชุดกระโปรงบานสีฟ้าถักเปียน่ารักจนอยากพาลูกไปเทสต์หน้ากล้องแสดงละครให้โลกได้รู้ว่าลูกสาวหน้าตาดีขนาดไหน “พ่อค้าบ” ลูกชายคนท

  • เล่ห์พสุธา   ตอนพิเศษ ...ดาวดินอินบุพเพสันนิวาส

    ตอนพิเศษ...ดาวดินอินบุพเพสันนิวาส การจราจรแน่นขนัดบนถนนในเวลาหกโมงครึ่ง ดาริกาที่นั่งบนรถดูกระสับกระส่ายมองถนนสลับกับมองนาฬิกาจนดูแล้วน่าเวียนหัว “เป็นอะไรดาว ฉันเห็นเธอมองไปมองมาหลายรอบแล้ว” คนขับรถสุดหล่อถามด้วยไม่เข้าใจ “วันนี้วันพุธ ต้องรีบกลับ” เดาถูกอย่างนี้ทำไมไม่ซื้อหวยถูกบ้างนะ พสุธาส่ายหน้าช้าๆ แล้วขยับรถทีละนิดจนถนนเริ่มโล่งจึงบึ่งรถให้ภรรยาที่ดูร้อนใจเสียเหลือเกิน “ขับช้า เร็วๆ หน่อย” หนึ่งทุ่มแล้วก็ยังไม่ถึงห้อง ไหนจะต้องทำอาหารเย็นอาบน้ำอีกเพราะหากไม่อาบก่อนละครเล่นอาบอีกทีคงเป็นห้าทุ่มกว่าจะนอนหลับอีกเธอวาดแผนไว้ในใจเงียบๆ รถยนต์เคลื่อนถึงคอนโดพอจอดเรียบร้อยดาริกาก็รีบลงโดยไม่รอพสุธา “อ้าว นี่เธอจะไม่รอฉันก่อนหรือไง” ร้องถามขณะเอาของลงจากหลังรถ ซึ่งของทั้งหมดก็แฟ้มเอกสารของคนตัวบางทั้งนั้น งานเขามีแค่นิดเดียวเอง “หายไปซะงั้น” เงยหน้ามาอีกทีก็ไม่เห็นแม้แต่หลังของดาริกาท่าทางจะรีบจริงหน้าที่ขนของจึงกลายเป็นของคุณสามี เขาหอบของขึ้นมาบนห้องเปิดประตูไม่เห็นภรรยาจึงเอางานเธอไปวางไว้ห้องทีวีซึ่งคือที่ประจ

  • เล่ห์พสุธา   ตอนพิเศษ ...วันสงกรานต์

    ตอนพิเศษ...วันสงกรานต์“ไอ้ดาวไปเล่นน้ำกัน” ในขณะที่ร่างบางนอนดูทีวีอยู่บ้านตามปกติก็มีชายหนุ่มที่คุ้นหน้าเดินเข้ามาพร้อมกับเสื้อยืดสีขาวกางเกงขาสามส่วนสีเข้มในมือถือปืนฉีดน้ำกระบอกใหญ่เอาไว้ด้วย “ไม่ไป จะอยู่บ้าน” ยันตัวลุกขึ้นนั่งบนโซฟาแล้วหยิบหนังสือนิยายเล่มโปรดที่เพิ่งไปซื้อเมื่อวานขึ้นมาอ่านพลางเปิดรายการเพลงในทีวีฟังไปด้วยเท่านี้ก็สร้างความสุขให้เธอมากกว่าไปเดินฉีดน้ำคนไม่รู้จักกลางแดดร้อนกว่าสามสิบแปดองศา “โธ่ดาว ไปเถอะ วันสงกรานต์ทั้งทีแกจะนอนอืดอยู่บ้านไม่ได้นะ” เขารบเร้าเพื่อนพลางนั่งลงข้างกายเธอ “ไม่เอา สงกรานต์แล้วยังไง มันก็วันธรรมดา” เธอเบี่ยงตัวหลบเขาที่เอามือมาดึงแขนเธอไว้ “มันไม่ธรรมดาสิ มันคือวันปีใหม่ไทย เราต้องไปสาดน้ำใส่คนอื่น” ชายหนุ่มผู้ไม่ค่อยมีวาทศิลป์ในการชักจูงคนอย่างพสุธาพยายามหาเหตุผลต่างๆ มาหว่านล้อมเพื่อนสาวที่ยังคงยึดมั่นจะนอนเล่นอยู่บ้านโดยไม่มีท่าทีจะเอนเอียงเลยแม้แต่น้อย “ตอนเช้าฉันไหว้พ่อแล้ว รดน้ำดำหัวเรียบร้อย” “ดาว แกจะไปดีๆ หรือให้ฉันอุ้มไป!” เมื่อไม้อ่อนไม่ได้ผลพสุธาก็งัด

  • เล่ห์พสุธา   บทที่สิบแปด ...ครอบครัวสุขสันต์

    บทที่สิบแปด...ครอบครัวสุขสันต์ หลังคลอดลูกได้หนึ่งสัปดาห์คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ก็มีผู้ช่วยเต็มบ้านทั้งคุณเนติธร คุณพสุ คุณนิทราที่ขยันมาหาหลานจนแทบไม่กลับบ้าน ดาริกาได้รับคำแนะนำจากแม่สามีเยอะแยะเรื่องการดูแลลูกจนไม่ต้องจ้างพี่เลี้ยง ตอนดึกลูกมักร้องไห้เธอกับสามีก็จะพลัดกันมาอุ้มเด็กน้อยจนแทบไม่มีเวลานอน “ไหวไหมดิน” เวลาตีสองที่ควรได้นอนสองพ่อแม่มือใหม่ก็ช่วยกันดูลูกที่ร้องไห้ยามค่ำคืน เธอลุกขึ้นจากเตียงเห็นคุณพ่ออุ้มลูกแล้วนั่งหลับบนโซฟาเล็กก็เดินมาหาแล้วถามเสียงเบาด้วยกลัวลูกตื่น “อือ ไหว” ตอบกลับแล้วค่อยๆ ลุกเอาลูกลงนอนเปลสำหรับเด็กที่ตั้งไว้ข้างเตียงนอน ใครจะรู้ว่าเป็นพ่อแม่จะเหนื่อยขนาดนี้ ยิ่งเลี้ยงเด็กเล็กด้วยแล้วแทบไม่มีเวลาให้ตนเอง “ไปนอนเถอะพรุ่งนี้ต้องไปทำงานแต่เช้าไม่ใช่หรือ” ถามสามีด้วยความเป็นห่วง ช่วงนี้เขาโหมงานหนักเพราะต้องการเก็บเงินให้ลูกอย่างจริงจังแม้เธอจะปรามก็ไม่อาจทานเขาได้ “อยากกอดเมีย” โอบเอวบางแล้วพาเธอมานอนบนเตียง การได้กอดร่างนุ่มของภรรยายิ่งหลังคลอดเธอยังมีพุงน้อยๆ ให้บีบตอนนอนยิ่งมีความสุขแม้จะโดน

  • เล่ห์พสุธา   บทที่หก ...หวานไปทั้งตัว

    บทที่หก...หวานไปทั้งตัว แม้จะเป็นเวลาเที่ยงคืนแต่ความหิวก็ไม่ปราณีใคร สองสามีภรรยาช่วยกันทำอาหารมื้อดึกคือเมนูผัดมาม่าใส่ไข่ที่แสนจะเรียบง่าย “ไม่เอาผัก” แม้ว่าจะล้างผักและหั่นเองกับมือแต่พอเห็นดาริกาจะเอาลงกระทะก็อดห้ามไม่ได้ “แล้วจะหั่นมาทำไม” “ก็อยากช่วย” ใบห

  • เล่ห์พสุธา   บทที่ห้า ...เล่นงานลับหลัง

    บทที่ห้า...เล่นงานลับหลัง “พี่ดาวมีคนมาหาค่ะ” ในขณะที่กำลังทำงานอยู่น้องนักศึกษาฝึกงานก็มาบอกเธอด้วยสีหน้ากรุ้มกริ่ม มองนาฬิกาที่ตั้งไว้บนโต๊ะก็พบว่าเป็นเวลาหกโมงกว่าแล้วเธอทำงานจนลืมเวลาไปเลยหรือนี่ “ใครเหรอ” “สามีพี่ดาวค่ะ” บอกพร้อมกับเปิดตัวหนุ่มหล่อที่เดินเข

  • เล่ห์พสุธา   บทที่สาม ...เราจะตีป้อม

    บทที่สาม...เราจะตีป้อม ในที่สุดงานแต่งก็มาถึง ช่วงเช้าเป็นพิธีรดน้ำสังข์ง่ายๆ ที่บ้านของเจ้าสาว เชิญเพียงญาติและคนสนิทมาเท่านั้น ขบวนขันหมากเจ้าบ่าวแห่มาโดยมีเจ้าสาวแอบดูอยู่บนบ้าน วันนี้ดาริกาอยู่ในชุดไทยสีทองสง่างามขับผิวขาวให้ดูเนียนตา ผมยาวถูกรวบขึ้นมัดอย่างสวยงามพร้อมเสียบปิ่นปักผ

  • เล่ห์พสุธา   บทที่สอง …กะทันหันไปหมด

    บทที่สอง…กะทันหันไปหมด ระหว่างที่นั่งรถมาด้วยกัน ทั้งสองไม่ได้พูดอะไรกันเลยสักคำนอกจากร่างสูงจะนั่งฮัมเพลงราวกับมีความสุขนักหนา ซึ่งเธอไม่เข้าใจเลยทำไมจึงเป็นเช่นนั้น พสุธาหวงชีวิตโสดดูได้จากการที่เขาไม่เคยคบผู้หญิงคนไหนเลยนอกจาก...น้องเล็ก เด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้มที่อยู่ข้างบ้านเธอ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status