Beranda / โรแมนติก / เล่ห์พสุธา / บทที่ห้า ...เล่นงานลับหลัง

Share

บทที่ห้า ...เล่นงานลับหลัง

Penulis: Kaowsethong
last update Tanggal publikasi: 2024-11-02 12:25:09

บทที่ห้า

...เล่นงานลับหลัง

            “พี่ดาวมีคนมาหาค่ะ” ในขณะที่กำลังทำงานอยู่น้องนักศึกษาฝึกงานก็มาบอกเธอด้วยสีหน้ากรุ้มกริ่ม มองนาฬิกาที่ตั้งไว้บนโต๊ะก็พบว่าเป็นเวลาหกโมงกว่าแล้วเธอทำงานจนลืมเวลาไปเลยหรือนี่

            “ใครเหรอ”

            “สามีพี่ดาวค่ะ” บอกพร้อมกับเปิดตัวหนุ่มหล่อที่เดินเข้ามาภายในแผนกด้วยชุดแปลกตาที่ไม่ค่อยเห็น เขาใส่สูทและถือแก้วน้ำหลายใบยี่ห้อเงือกไซเรนสีเขียวที่โด่งดังในเรื่องความอร่อยและราคาของมัน

            “สวัสดีครับทุกคน” คนในแผนกโฆษณามีทั้งแปดคนรวมเธอและหัวหน้าแผนกด้วย ดูเหมือนแต่ละคนที่กำลังทำงานจะหยุดมองชายผู้มาใหม่เป็นตาเดียวก่อนสาวๆ จะเกาะกลุ่มกันแล้วซุบซิบพลางตอบรับคำทักทายด้วยเสียงหวาน

            “ผมชื่อพสุธานะครับ เรียกสั้นๆ ว่าดินก็ได้ เป็นสามีของดาวเหนือครับ” กล่าวแนะนำตัวเสร็จสรรพพร้อมรอยยิ้มกว้างที่มีให้ทุกคน ดาริกายืนแข็งเหมือนถูกสตัฟฟ์เอาไว้กับที่เมื่อสามีเข้ามาแนะนำตัวโดยไม่บอกกล่าวเธอเลยสักคำ

            “ผ่านร้านน้ำเลยซื้อมาฝากทุกคน รู้มาว่ามีแปดคนรวมน้องนักศึกษาฝึกงานด้วยก็เก้า ผมไม่รู้ว่าชอบรสไหนกันเลยซื้อมาแบบให้เขาจัดให้ไม่รู้ว่าจะชอบหรือเปล่า เชิญเลือกได้เลยนะครับ” แก้วน้ำถูกวางไว้บนโต๊ะกลางของแผนกโดยมีผู้คนเข้าไปเลือกอย่างเกรงใจ แต่เมื่อพสุธาบอกตามสบายแต่ละคนจึงรีบจับจองแก้วที่ชอบ

            “อ้าว ใช่สามีคุณดาวไหม” คุณหิรัญหัวหน้าแผนกถือแฟ้มเข้ามาภายในห้องหลังจากเสร็จการประชุมช่วงบ่ายที่ลากยาวจนถึงเย็นเห็นหนุ่มหล่อรุ่นลูกยืนยิ้มโดยมีพนักงานในแผนกรุมโต๊ะกลางอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

            “ครับ ผมดินนะครับสามีดาว แวะมารับภรรยาเลยซื้อของมาให้คนในแผนกด้วยครับ” เป็นคนเข้าผู้ใหญ่เป็นจึงยกมือไหว้ทั้งยังเดินไปแนะนำตัวพร้อมรอยยิ้มประดับใบหน้า

            “ตอนเจอที่งานแต่งว่าคุ้นหน้าแล้ว มาวันนี้คุ้นกว่าเดิมอีกนะ” มองหน้าพลางนึกว่าเคยเจอที่ไหนก่อนที่สาวอีกคนจะเอ่ยขึ้นมา

            “ก็คุณดินช่างภาพสุดฮอตที่ค่าตัวแพงติดหนึ่งในสามของประเทศไทยตอนนี้ไงคะ เห็นตามหนังสือไม่คิดว่าจะเจอตัวจริง ชื่อข้าวปั้นนะคะ โสดค่ะ” รุ่นพี่อารมณ์ดีร่างอวบเข้าไปทักทาย

            “เอ่อครับคุณข้าวปั้น ผมไม่โสดนะครับ อีกอย่างค่าตัวผมไม่ได้แพงขนาดนั้นสักหน่อย ค่าตัวแพงจริงต้องคนโน้น” ชี้ไปที่ภรรยาตัวเองที่ยืนถลึงตาใส่ก่อนจะยิ้มเจื่อนๆ ให้รุ่นพี่

            “งานแต่งผ่านไปผมเกือบล้มละลายเลย” หยอกเย้าพอเป็นพิธีแต่ก็ทำให้บรรยากาศครึกครื้นขึ้นกว่าเมื่อสักครู่ที่แต่ละคนเคร่งเครียดในการทำงาน ดาริกาเก็บของสะพายกระเป๋าเดินมาหาสามีที่ไม่บอกก่อนว่าจะมารับเธอถึงแผนก

            “เอ่อ ถ้าอย่างนั้นดาวขอกลับก่อนนะคะ” ยกมือไหว้ทุกคนแล้วลากแขนพสุธาเดินออกมาใบหน้าหวานบูดบึ้งพร้อมมีเรื่องทุกขณะ

            “เบาๆ ก็ได้ครับผม ลากแรงจังเลยไม่สงสารผู้ชายบอบบางบ้างเลยนะที่รัก” หันไปมองคนบอบบางที่กล้ามแขนเป็นมัดแล้วก็อดใจไม่ไหวตีเข้าที่แขนหนา

            “โอ๊ย ตีทำไมเจ็บนะครับ”

            “ขึ้นมาทำไม ถ้ามาถึงก็โทรมาบอกสิ” พสุธาหุบยิ้มลงแต่ก็ยังคงมีแววขี้เล่นเช่นเดิม

            “อยากมาแนะนำตัวกับคนที่ทำงานเธอ ทุกคนจะได้รู้ว่าผู้หญิงคนนี้มีสามีแล้วที่สำคัญคือสามีหล่อมาก” พูดจบก็เสยผมราวกับนายแบบจนดาริกาส่ายหน้าให้กับความหลงตัวเองของสามี ร่างบางเดินหนีไม่รออีกฝ่ายก็วิ่งตามมากอดไหล่ภรรยาเอาไว้ส่งยิ้มแสนหวานให้

            “เดี๋ยวไปกินข้าวบ้านเธอก่อนนะ คุณพ่อโทรมาหาฉันบอกคิดถึงลูกสาว” ได้ยินคำบอกเล่าของเขาก็ขมวดคิ้วทันทีด้วยสงสัย

            “ทำไมพ่อไม่โทรหาฉัน”

            “เอาโทรศัพท์ขึ้นมาดูก่อนเถอะว่าไม่ได้รับกี่สาย ทั้งพ่อฉันพ่อเธอโทรมาเป็นสิบกว่าครั้งไม่มีการตอบรับเลยสักครั้ง ถ้าจะมีโทรศัพท์ไว้เป็นเครื่องประดับแบบนี้ทีหลังก็เอาไว้ทับกระดาษเฉยๆ ก็ได้นะครับ ฮันนี” มือหนาที่กอดไหล่เนียนลูบหน้าเธอแล้วพูดจาหยอกล้อ

            “บอกว่าไม่เอาคำเรียกเลี่ยนๆ แบบนี้” หันไปแหวแต่ดูท่าร่างสูงจะไม่สะท้านเลย

            “อุ้ยลืม ให้ลงโทษเลย” ทำปากจู๋ยื่นไปหาจนดาริกาต้องเอามือตีปากอีกฝ่ายพลางมองไปรอบบริเวณโถงกลางหน้าลิฟต์

            “คนเยอะ ทำอะไรอายบ้าง” มองซ้ายขวาไม่พบสักคนเพราะเลยเวลาเลิกงานไปนานแล้วส่วนคนที่อยู่ก็มีแค่เคลียร์งาน ซึ่งไม่ได้มายุ่งอยู่แล้ว   

            “ไม่เห็นคนเลย มีสัมผัสที่หกเหรอ นี่เธอมองเห็นผีเหรอ” เรื่องความเล่นใหญ่เกินเบอร์ต้องคุณคนนี้จริงๆ ดาริกากอดอกมองเขาอย่างเอือมระอา

            “ช่วยรอแบบเงียบๆ สักสามสี่นาทีได้ไหม”

            “ตามบัญชาเลยครับ” ระหว่างรอลิฟต์ร่างสูงก็ไม่พูดจริงดังว่า แต่มือหนาที่วาดมาโอบไหล่เอาไว้กลับเขี่ยแก้มนิ่มเล่นบางครั้งก็ม้วนผมเธอบ้าง หันไปทำตาดุใส่หลายรอบอีกฝ่ายก็ไม่สะท้าน สะบัดออกก็ไม่ขยับจนต้องปล่อยเลยตามเลย เมื่อลิฟต์มาสองหนุ่มสาวเข้าไปแล้วกดชั้นหนึ่ง ไม่มีคนเข้ามาทำให้ภายในนั้นมีแค่พวกเขาสองคน พสุธาอมยิ้มก่อนจับไหล่ภรรยาดันไปชิดผนังลิฟต์

            “ทำอะไรของนายน่ะ” แหวเสียงลั่นมองตาคมอย่างไม่ชอบมาพากล

            “อยากลองในลิฟต์บ้าง” บอกเจตนาแล้วก้มลงจูบคนตัวเล็กอย่างรวดเร็ว ดาริการีบปิดกั้นไม่ให้สอดลิ้นเข้ามาแต่เพียงไม่นานก็ต้องเปิดปากเพราะหายใจไม่ทันเป็นโอกาสดีที่ร่างสูงสอดลิ้นเข้าไปหยอกล้อ ก่อนผละออกมาแล้วก้มลงจูบอีกครั้ง ใบหน้าคมยิ้มอย่างมีความสุขจนกระทั่งได้ยินเสียงลิฟต์ดังเมื่อถึงชั้นที่ต้องการเธอจึงรีบผลักร่างสูงออกไปโดยเร็ว

            ดาริกาเดินออกไปไม่รอคนข้างหลังที่ใช้นิ้วโป้งเช็ดมุมปากเพราะมีน้ำลายไหลออกมา ชิมความหวานแล้วก็มีความสุขเดินผิวปากตามเธอออกไป เขาไปเอารถให้ดาริการอหน้าบริษัท ระหว่างทางไม่มีใครพูดอะไรนอกจากฟังเพลงที่เปิดตามคลื่นวิทยุเท่านั้น

            “ต่อไปนี้นายห้ามทำอะไรแบบเมื่อกี้อีก” ทนไม่ไหวจนต้องหันมาสั่งเสียงเข้มแต่ใบหน้ากลับแดงก่ำไม่รู้เพราะโกรธหรือเขินกันแน่

            “ทำอะไร ขึ้นไปหาเธอน่ะหรือ” แสร้งเฉไฉไม่รู้เรื่องจนคนพูดต้องเอามือมาบิดสีข้างด้วยหมั่นไส้เหลือทน

            “โอ๊ยๆๆ เจ็บครับ พอก่อนๆ” ปล่อยมือออกเพราะสงสารเสียงร้องโอดครวญอีกฝ่ายรีบลูบตรงที่ถูกบิดเพื่อคลายความเจ็บลงบ้าง แต่ดูท่าจะไม่ได้ผลเท่าไหร่เพราะยังคงเจ็บเหมือนเดิม

            “พูดเรื่อยเปื่อย ฉันไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้นสักหน่อย แต่พูดมาก็ดีแล้วถ้ามาถึงก็โทรหาสิเดี๋ยวฉันลงมาข้างล่างไม่ต้องขึ้นไปหาให้มันเอิกเกริก รู้ว่าตัวเองดัง คนชอบเยอะก็ไม่ต้องมาทำตัวอ่อยไปทั่วแบบนี้เลย แค่ไปงานแต่งเราฉันก็ฟังคนในออฟฟิศชื่นชมนายจนเอียนไปหมดแล้ว” นี่คือสาเหตุที่ไม่อยากให้สามีไปหา เพราะผู้หญิงกว่าครึ่งแผนกชื่นชอบพสุธา บางคนถึงกับขอให้เธอเอาสมุดไปให้สามีหนุ่มเซ็นด้วยซ้ำ

            “บ่นยาวเลย” พึมพำเสียงเบาแต่คนหูดีดันได้ยิน

            “เมื่อกี้ว่าอะไรนะ” หันไปหาคนขับรถกิตติมศักดิ์ด้วยแววตาเอาเรื่องจนสะดุ้งรีบแก้ตัวลิ้นพันกัน       “เปล่าจ้ะ แค่บอกว่ารถยาวมากเลย กว่าจะถึงคงอีกนาน” พลางยื่นคอมองการจราจรที่ติดขัดในช่วงเลิกงาน ดาริกาเลิกสนใจร่างสูงมองออกไปข้างนอกทำให้เขาค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกมาเมื่อกี้ไม่ได้กลัวเมียใช่ไหม เรียกว่าให้เกียรติซึ่งกันและกันดีกว่า ไม่ได้เข้าชมรมพ่อบ้านใจกล้าแน่นอน

            รถติดกว่าสามชั่วโมง ดาริกาหลับจนถึงบ้านพอปลุกเธอเลยตื่นขึ้นมาด้วยท่าทางงัวเงียหันมามองสามีตาขวางอีกที่ขัดการนอนของตนเอง

            “อย่ามองแบบนั้นสิจ๊ะ ถึงบ้านแล้วเลยปลุกจ้ะ ไม่ได้กวนเลยนะจ๊ะ” เพิ่งตื่นเลยไม่มีอารมณ์พูดกวนพสุธาตอบ ทั้งสองเดินเข้าบ้านไปหาคุณเนติธรที่ยืนรอต้อนรับบุตรสาวตนเอง

            “เป็นอย่างไรบ้างลูก ดินดูแลดีไหม” ยังไม่ทันที่ดาริกาจะตอบชายหนุ่มผู้มาด้วยก็โพล่งขึ้นเสียก่อน

            “ผมดูแลอย่างดีเลยครับคุณพ่อ ไปรับไปส่ง กินอาหารที่เมียทำจนหมด ไม่มีปากเสียงว่ายังไงว่าตามกัน ดีกว่านี้หาไม่ได้อีกแล้วครับ” มือหนากุมข้างหน้าแล้วโฆษณาตัวเองเต็มที่เอาใจพ่อตาที่เริ่มพอใจตนมากขึ้นทีละน้อยแล้ว หากไม่ไปเที่ยวผับของคุณเนติธรบ่อยท่านก็คงไม่เห็นข้อเสียเล็กน้อยเรื่องผู้หญิงหรอก

            “จริงหรือเปล่าลูก” โอบไหล่ลูกสาวแล้วถามขึ้น

            “ตามนั้นก็ได้ค่ะพ่อ” เหนื่อยจะมาเถียงเพราะหากจะว่าไปแล้วเขาก็เป็นอย่างที่ว่าจริงยกเว้นเสียแต่เรื่องตามใจทุกอย่างนี่แหละเพราะบางอย่างก็ค้านจนเธอคร้านจะเอ่ยให้มากความ

            ทั้งสามรับประทานอาหารเย็นด้วยกันโดยมีดาริกาเข้าครัวระหว่างนั้นพสุธาก็ออกไปนั่งดื่มเบียร์กับพ่อตาพูดคุยเรื่องราวต่างๆ เข้ากันได้ดี กำแพงที่คุณเนติธรสร้างขึ้นมาพังทลายหมดเพราะความช่างพูดของพสุธา

            “จริง แต่ก่อนพ่อก็แบบนี้เลย ตอนแม่ยายดาวอยู่นะไปไหนแทบไม่ได้กระดิกตัวทีจ้องตาเขียว” ระบายความเป็นพ่อบ้านแสนดีให้ฟัง

            “แต่ก็ยอมใช่ไหมครับ” ท่านพยักหน้าดวงตาล่องลอยเพราะคิดไปถึงครั้งภรรยายังอยู่ข้างกาย เสียดายที่จากไปตั้งแต่ลูกชายได้หกขวบเพราะเป็นมะเร็งปากมดลูก ตรวจพบช้าเกินไปทำให้มันลุกลามไปมากแล้วท่านทำเพียงรอเวลาให้เธอจากไปอย่างสงบเท่านั้น ถือเป็นการสูญเสียที่หนักหน่วงมากแทบไม่เป็นอันทำอะไรวันๆ เอาแต่เมามายจนลูกสาวเดินมาเก็บขวดเบียร์จึงคิดได้กลับมายืนหยัดอีกครั้งและสัญญากับตนเองว่าจะไม่มีใครมาแทนที่เธอจนบัดนี้

            “ก็รักมากนั่นแหละ” กับแกล้มมาเสิร์ฟบนโต๊ะพสุธาก็กินเพลิน “แล้วจะไปฮันนีมูนตอนไหน” คุณเนติธรเอ่ยถามขณะยกเบียร์ขึ้นจิบ

            “อีกไม่นานหรอกครับ ถามดาวก่อนว่าว่างตอนไหน”

            “คิดที่ไว้หรือยัง”

            “คิดไว้แล้วครับ คงเป็นทะเล เห็นดาวชอบ” คนเป็นพ่อตาพยักหน้าภูมิใจที่ลูกเขยทำการบ้านมาดี บรรยากาศยามเย็นลมพัดสบาย สักพักก็มีสาวใช้มาเรียกไปยังห้องอาหารเพราะทุกอย่างเตรียมพร้อมไว้บนโต๊ะหมดแล้ว

            “โอ้โฮ น่ากินจังเลย” อาหารมากกว่าห้าอย่างวางเรียงบนโต๊ะอย่างสวยงาม พสุธาเดินมานั่งข้างซ้ายโดยมีภรรยานั่งเก้าอี้ฝั่งขวาคุณเนติธรนั่งหัวโต๊ะ

            “ลงครัวเองทุกวันเลยหรือลูก” นั่งเรียบร้อยท่านจึงเอ่ยถามบุตรสาว

            “ใช่ค่ะ ถ้าปล่อยให้ดินทำคงไม่ได้กินแน่เผลอๆ หนูว่าครัวจะไหม้ด้วยซ้ำ” ภรรยาเผาสามีทำเอาเขาหน้างอมองค้อนเธอเสียยกใหญ่

            “เดี๋ยวต่อไปฉันจะไปเรียนทำอาหารมาให้เธอกิน” ตั้งเป้าหมายเอาไว้ด้วยแววตามุ่งมั่นก่อนจะโดนภรรยาเบรก

            “แยกน้ำปลากับซอสให้ได้ก่อนเถอะ” คุณเนติธรหัวเราะลูกเขยก่อนลงมือรับประทานอาหาร บรรยากาศเป็นกันเองและดาริการับรู้ได้ว่าพ่อเริ่มเปิดใจให้พสุธามากขึ้น ใบหน้าหวานยิ้มอย่างมีความสุขแค่คนที่เธอรักสองคนเข้ากันได้ดี ก็พอใจแล้ว

            “เราจะไปฮันนีมูนวันไหนดี” ถามขึ้นกลางโต๊ะกินข้าว ร่างบางที่กำลังรับประทานอย่างเอร็ดอร่อยชะงักเมื่อได้ยินคำว่าฮันนีมูน เธอลืมคิดถึงเรื่องนี้ไปด้วยซ้ำ

            “ไปทำไม” คำถามนั้นทำให้สองหนุ่มต่างวัยมองหน้ากันทันที ไม่คิดว่าจะเจอคำถามแบบนี้จากดาริกาผู้หญิงที่ได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่งพ่วงด้วยดีกรีปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยเยลเก่งด้านทฤษฎีหากแต่ความรักกลับติดลบอย่างไม่น่าเชื่อ

            “ที่รักจ๊ะ การแต่งงานถ้าให้สมบูรณ์แบบเราก็ต้องไปฮันนีมูนดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ใต้แสงเทียนแสงดาวสิ” อันที่จริงก็รู้แต่ดาริกาไม่เห็นถึงความสำคัญที่จะต้องไป เธอคิดว่ามันเสียเวลา ไปหลายวันงานก็ต้องลางานขาดรายได้อีก

            “ไม่อยากไป นายไปเลย” พอเจอภรรยาตอบแบบนี้สามีก็งงตาแตกเลย ไปฮันนีมูนคนเดียวอย่างนั้นหรือ ให้นอนกอดหมอนข้างหรืออย่างไร

            “ได้ไงล่ะ มันคือฮันนีมูนสามีภรรยานะให้ไปคนเดียวฉันก็เปลี่ยวใจแย่” ข้าวบนโต๊ะเริ่มไม่อร่อยสำหรับพสุธาแล้ว เพราะจะพูดอย่างไรภรรยาก็ไม่มีท่าทีโอนอ่อนผ่อนตามเลย เธอยืนกรานที่จะไม่ไปฮันนีมูน ทุกครั้งเขามักจะตามใจแต่ครั้งนี้ไม่ได้ อย่างไรเธอก็ต้องไปฮันนีมูน

            “ลางานก็เสียรายได้ไม่เอาด้วยหรอก” อีกอย่างเธอยังไม่ชินกับความสัมพันธ์แบบสามีภรรยา กลัวที่จะอยู่ใกล้พสุธาแล้วทำให้ขาดเขาไม่ได้แค่ทุกวันนี้อีกฝ่ายไปรับส่งไม่ขาดทั้งยังพูดออดอ้อนให้เธอใจอ่อนก็ต้านทานไม่ไหวแล้ว หากให้ใกล้มากกว่านี้กลัวว่าวันหนึ่งต้องเสียเขาไปคนที่เจ็บจะเป็นเธอ

            “คุณพ่อครับ ดูลูกสาวคุณพ่อสิ” เมื่อไม่ได้ผลก็ต้องหาตัวช่วยซึ่งคงไม่พ้นคุณเนติธร ท่านสะดุ้งแล้วยิ้มแหยไม่อยากเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องของสามีภรรยา อีกทั้งลูกสาวยังส่งสายตากดดันมาให้อีก กระแอมเบาๆ แล้วรวบช้อนดื่มน้ำไปครึ่งแก้ว

            “ตกลงกันเองแล้วกัน พ่ออิ่มแล้ว ขอตัว” หยิบผ้ามาเช็ดปากแล้วลุกขึ้นออกจากโต๊ะอาหารที่กลายเป็นสมรภูมิย่อมๆ ไม่ขออยู่ต่อดีกว่าหนีเอาตัวรอดน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

            “อย่างไรก็ช่าง ฉันไม่ไปแน่”

            “เธอต้องไป ครั้งนี้ฉันไม่ยอมจริงๆ ด้วย” ยืนกรานหนักแน่น ด้วยวางแผนเอาไว้เสียดิบดีจะมาล่มเพราะภรรยาไม่ยอมไปด้วยไม่ได้

            “หรือเธอจะให้ฉันไปกับคนอื่น” พูดเท่านั้นมือบางก็วางช้อนส้อมลงเสียงดัง นัยน์ตาโตแข็งกร้าวพร้อมขย้ำคนตรงหน้าได้ทันทีทำเอาพสุธาอยากตบปากตัวเองร้อยที สร้างความร้าวฉานให้ครอบครัวแล้วไหมล่ะไอ้ดิน

            “ลองดูสิ” เป็นสามพยางค์ที่ทำให้ลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มาแบบนี้ก็ไม่ขอสู้ทำเพียงยิ้มหวานหวังลดไฟในดวงตาเธอได้

            “ไม่จ้ะ ล้อเล่นเฉยๆ ไม่ไปก็ได้จ้ะ” ในที่สุดสามีก็ต้องยอมเธอเพราะไม่อยากทะเลาะกันให้เรื่องราวบานปลายใหญ่โต “แค่นี้ก็จบ” ไม่เคยเลยสักครั้งที่รู้สึกว่าชีวิตตัวเองจะตกอยู่ในอุ้งมือใครสักคนแต่ตอนนี้ประจักษ์แล้ว เหมือนตนเองอยู่ในกำมือของดาริกาจะบีบก็ตายจะคลายก็รอด ทำอะไรไม่ได้เลยเธอช่างเป็นคนกำหนดชะตาเขาโดยแท้

            หลังทานข้าวเย็นเสร็จก็ลาคุณเนติธรขับรถกลับคอนโด ระหว่างทางดาริกาก็หลับเหมือนเดิมปล่อยพสุธาขับรถไปด้วยความเงียบแต่นั่นก็ทำให้คิดอะไรขึ้นมาได้ ฮันนีมูนที่วางไว้จะต้องไม่ล่ม ภรรยาไม่ยอมแต่โดยดีก็ต้องใช้ตัวช่วยเสียหน่อย

            ผ่านไปสองสัปดาห์โดยที่สองสามีภรรยาแทบไม่มีเวลาให้กันไม่มีช่วงข้าวใหม่ปลามันทั้งสิ้น เพราะงานที่บริษัทยุ่งเสียจนเวลาจะทานข้าวยังไม่มีไม่ต่างจากพสุธาที่รับงานเยอะราวกับมีหนี้ท่วมหัวพี่ที่บริษัทต่างพากันถามด้วยความสงสัยว่าจะเอาเงินไปทำอะไรเขาก็เพียงยิ้มให้ไม่ได้ไขข้อสงสัยนั้น

            “ว่าไงดิน” สองทุ่มครึ่งแล้วดาริกายังคงนั่งทำงานอยู่ที่บริษัท มือเรียวยังพิมพ์งานโดยใช้ไหล่ช่วยประคองโทรศัพท์ไว้

            “วันนี้ฉันไม่กลับห้องนะ เร่งทำงาน”

หยุดการทำงานก่อนจะใช้มือจับโทรศัพท์ไว้

            “งานเสร็จดึกมากหรือ” แม้จะเป็นช่วงเวลาที่ต่างคนก็ยุ่งในหน้าที่ของตน แต่ทุกคืนก็กลับไปนอนคอนโดด้วยกันได้นอนข้างกันจนดาริกาชินไปกับการตื่นมาแล้วเห็นร่างสูงนอนหลับอยู่

            “ใช่ ว่าจะอยู่ทำจนเช้าเลย ไม่โกรธนะครับ” พยายามถอนหายใจออกมาเบาที่สุดเพื่อไม่ให้ปลายสายได้ยิน กังวลสารพัดจากนิสัยของพสุธาที่เคยเป็น เขาเจ้าชู้ทำเธอเจ็บช้ำมาหลายหนมาถึงเวลานี้จะเชื่อได้มากน้อยแค่ไหนกัน

            “อือ อย่าหักโหมนะ”

            “เธอก็เหมือนกัน กลับห้องได้แล้ว” บอกราวกับรู้ว่าเธอกำลังทำงานอยู่ออฟฟิศ

            “กำลังจะกลับแล้ว”

            “ไว้เจอกัน” สายถูกตัดไปเหลือเพียงความเงียบที่โอบล้อมเธอ มองไปก็พบเพียงความว่างเปล่าเพราะทุกคนกลับบ้านหมดแล้วเธอตัดสินใจเซฟงานปิดคอมแล้วเก็บของเพื่อกลับไปคอนโด คงเหงาน่าดูถ้าไม่มีพสุธา การแต่งงานเปลี่ยนคนจริงดังว่า จากที่เคยทำอะไรตัวคนเดียวได้ตอนนี้ต่างออกไป เพียงแค่สัปดาห์ที่ผ่านมาพสุธาไม่ค่อยมาส่งเธอก็รู้สึกเหงา ขับรถมาคนเดียวก็คิดถึงเขาจนอาจจะเข้าขั้นเพ้อเสียด้วยซ้ำทั้งที่เจอกันที่ห้องทุกวัน

            เดินมารอลิฟต์ไม่นานก็มาถึง เธอเข้าไปข้างในระหว่างที่ประตูลิฟต์กำลังจะปิดกลับมีคนแทรกเข้ามาก่อน ชายร่างสูงใส่ผ้าปิดปากกว่าครึ่งหน้าทั้งยังมีหมวกสีเข้มปิดบังอีก ดาริกาเริ่มระแวงขยับไปชิดผนังในหัวเริ่มคิดทางหนีทีไล่ ประตูลิฟต์ถูกปิดลงพร้อมการเคลื่อนไปชั้นที่หมาย คนชุดดำเริ่มขยับเข้าใกล้เธอมากขึ้น

            ขาเธอไม่มีแรงจะยืนเพราะไม่เคยพบกับเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนในชีวิต ร่างบางเดินไปกดปุ่มหวังจะเปิดชั้นที่ใกล้ที่สุดให้รอดพ้นจากตรงนี้ชายชุดดำจึงอาศัยช่วงเวลาเธอหันหลังรีบเอาผ้ามาปิดปากและจมูกด้วยความเร็ว มือบางไขว่คว้ากลางอากาศราวกับต้องการตัวช่วยพยายามกลั้นหายใจแต่ไม่เป็นผลเพราะต่อมาเธอก็สลบไม่ได้สติ

           

            เปลือกตาที่ถูกเคลือบด้วยเครื่องสำอางสีหวานค่อยๆ เปิดออกมองเพดานที่เป็นโครงไม้มีฟางวางทับกันแดดกันฝน หันมองด้านข้างหน้าต่างก็เป็นเพียงมุ้งลวดไม่มีประตูปิด ดาริกาค่อยๆ รำลึกถึงเหตุการณ์น่ากลัวที่เธอประสบก็เด้งตัวลุกขึ้นนั่งอย่างเร็ว

            “เราถูกลักพาตัวหรือ” ได้แต่ถามตัวเองแล้วสำรวจไปรอบๆ อีกครั้ง ผนังบ้านเป็นไม้สานตัวห้องโล่งมีเพียงเตียงกว้างทั้งยังมีมุ้งห้อยไว้ด้านบน ตู้ไม้สีเข้มคาดว่าน่าจะเป็นตู้เสื้อผ้าอยู่มุมห้องด้านขวาดูเหมือนเจ้าของห้องจะไม่ค่อยมาอยู่ราวกับร้างคนมานาน เธอค่อยๆ หย่อนขาลงเหยียบพื้นเบาๆ เพราะไม่อยากให้ใครได้ยิน ก้มตัวต่ำกว่าหน้าต่างเดินไปที่ประตูห้อง แสงสว่างจากหลอดไฟกลมกลางห้องพอให้เธอมองเห็นด้านนอกที่มืดสนิทอยู่บ้าง

            “ทะเลอย่างนั้นหรือ” มองทะลุมุ้งลวดออกไปก็เจอน้ำทะเลยามกลางคืนทั้งยังเสียงคลื่นที่กระทบฝั่งหอบเอาลมเย็นๆพัดผ่านหน้า

            “จะจับเรามาขายหรือเปล่า” คิดไปไกลเพราะดูข่าวว่ามีคนถูกจับไปขายเพื่อสนองตัณหาให้พวกคนรวยเยอะ มองสำรวจตนเองก็ยังอยู่ในชุดเดิมพอให้โล่งใจได้บ้าง มือเรียวจับประตูที่ไม่มีลูกบิดหรือที่จับอะไรทั้งสิ้นเป็นเพียงประตูไม้สาน ผลักออกไปพบว่าไม่ได้ล็อกไว้

            เมื่อออกมาก็ต้องตะลึงกับบรรยากาศโดยรอบที่มีคบไฟจุดไว้เพื่อให้แสงสว่างแทนหลอดไฟ ช่อดอกไม้ที่ตั้งไว้ข้างกันทั้งยังเทียนหอมที่ส่งกลิ่นหอมหวานราวเดินอยู่ท่ามกลางทุ่งดอกไม้ กระท่อมที่เธออยู่ยื่นออกมากลางทะเลโดยมีสะพานเป็นทางเดินเชื่อมออกจากห้องนอนมาด้านขวาจะเป็นห้องครัวใกล้กันนั้นเป็นห้องน้ำ ส่วนด้านซ้ายเป็นโต๊ะกินข้าวซึ่งตอนนี้มีดอกไม้ประดับไว้กลางโต๊ะ

            “นี่มันอะไรกัน” ใครเล่นตลกอะไรกับเธอหรือเปล่าหากถูกจับมาทำไมไม่มีใครมาเฝ้าเลยสักคนไม่กลัวหนีหรือ แต่พอมองไปก็สิ้นหวังเพราะไม่รู้จะหนีอย่างไรมีแต่ทะเลกับป่า ใครพาเธอมาติดเกาะกันเนี่ย

            “ว้าย” ในขณะที่กำลังเหม่อก็มีมือปริศนามากอดเธอจากข้างหลัง ใจดวงน้อยหล่นไปอยู่ตาตุ่มตัวแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูกจนกระทั่งเสียงทุ้มเอ่ยขึ้น

            “ถ้าขยับจะจับจูบจนปากเปื่อยเลย” น้ำเสียงที่คุ้นเคยทำให้เธอแทบจะร้องไห้ออกมา ความอุ่นวาบวิ่งเข้ามาในหัวใจหันไปมองเขาแล้วยิ้มออกเมื่อพบว่าคนที่กอดคือพสุธาสามีของเธอนั่นเอง

            “ดิน” ร่างบางกอดตอบทันที กอดแน่นจนอีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัวเสียด้วยซ้ำ

            “เฮ้ย ดาวเป็นอะไร ร้องไห้ทำไม” กอดเธอแน่นแล้วลูบหัวเบาๆ รับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะท้านจากคนในอ้อมกอด ร่างสูงเริ่มหน้าเสียพลางคิดว่าเล่นแรงเกินไปหรือเปล่า

            “นายทำบ้าอะไรรู้ไหมว่าฉันกลัวแค่ไหน” พูดอู้อี้อยู่กับอกหนาพลางทุบหลังชายหนุ่มราวกับต้องการลงโทษที่ทำให้เธอคิดมากและกลัวว่าจะถูกจับมาขาย

            “ก็แค่ล้อเล่นเอง ฉันอยากมาฮันนีมูนกลัวเธอไม่มาด้วยเลยต้องใช้วิธีนี้” เฉลยความจริงแต่ดูเหมือนดาริกาจะยังไม่หายโกรธ เธอผละออกจากอกมองสามีตาเขียวพร้อมประทุษร้ายได้ทุกเมื่อจนพสุธาค่อยๆ ถอยหลังออกห่าง

            “แล้วทำไมไม่บอกดีๆ เล่นบ้าอะไรของนาย ถ้าเธอฉันกลัวจนช็อกตายจะทำยังไง ไอ้บ้าทำไมชอบเล่นอะไรพิเรนทร์” ใส่ไม่ยั้งมาพร้อมมือที่ทุบบนอกคนตัวสูงอีกตากลมโตยังมีน้ำใสคลออยู่เต็มก่อนเธอจะใช้หลังมือปาดออก

            “ขอโทษ ฉันคิดน้อยไปเอง ไม่โกรธนะ ตลอดสองอาทิตย์รีบเคลียร์งานเพื่อการนี้โดยเฉพาะเราอย่าทะเลาะกันเลยนะครับ” จับมือบางเอาไว้แล้วยกมาจุมพิต ดวงตาของเขาแสดงถึงความจริงใจชัดเจนจนต้องหลบตาเพราะหัวใจที่สั่นแรงในขณะนี้ แววตาทำลายล้างจริงๆ

            “พอเลย” ดึงมือตนเองออกมาแล้วก้มหน้าซ่อนความเขินอายไว้ ดีที่ไม่มีแสงส่องมาที่หน้าเธอไม่อย่างนั้นคงทำตัวไม่ถูกมากกว่านี้

            “เอาล่ะ ขอต้อนรับสู่การฮันนีมูน เจ็ดวันเจ็ดคืนของเรานะที่รัก” เคลียร์กันเสร็จพสุธาก็ได้ฤกษ์กล่าวต้อนรับผู้มาใหม่ที่รีบเงยหน้าขึ้นมาเมื่อได้ยินคำว่าฮันนีมูนเจ็ดวัน

            “จะบ้าหรือ! เจ็ดวันเสียรายได้ไปตั้งเท่าไหร่ ฉันจะกลับ” ดาริกาผู้มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่โวยวายขึ้นมาลืมความเขินอายไปเสียสิ้นแต่เอวบางก็ถูกสามีกอดเอาไว้เสียก่อน

            “ฉันลาให้แล้ว ลาไปเลยหนึ่งสัปดาห์ เจ้านายเธอเข้าใจเพราะเป็นช่วงข้าวใหม่ปลามันแถมยังอวยพรให้มีเจ้าตัวน้อยเร็วๆ ด้วย” ได้อย่างไรกัน อีกคนไปลาให้เธอตอนไหนทำไมไม่รู้เรื่องเลย แสดงว่าทุกคนปิดเงียบไม่มีหลุดรอดมาให้ผิดสังเกตเลย นี่ทำเป็นขบวนการเลยสินะ

            “ไม่ต้องมองตาขวางเลยครับ เราแต่งงานกันแล้วก็ต้องมาทำทุกอย่างให้สมบูรณ์สิ” กอดเธอแน่นขึ้นยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนหน้าผากชิดกัน

            “รู้ไหมว่าฉันรอวันนี้มานานแค่ไหน เธอจะมาบ่ายเบี่ยงแบบนี้ไม่ได้” ลมหายใจใกล้จนสัมผัสได้ แม้จะจูบกันบ่อยแต่ก็ยังไม่ชินเสียทียิ่งครั้งนี้ที่เขาค่อยๆ เคลื่อนหน้ามาไม่ได้จู่โจมรวดเร็วก็ยิ่งทำให้เธอเขินมากขึ้น

            “ฉันขออะไรอย่างได้ไหม” ถามในขณะที่ริมฝีปากห่างกันเพียงแค่หนึ่งเซนติเมตรเท่านั้นในความรู้สึกของเธอ

            “อะไร” พยายามขยับปากให้น้อยที่สุดเพราะกลัวไปโดนริมฝีปากหนาเข้า

            “ดาวจ๋า...” เรียกเสียงหวานจนรู้สึกมวนท้องไปหมดแล้ว “หิวข้าวมากเลยทำอะไรให้กินหน่อยสิ” นั่นปะไร เขาผละออกจากเธอยิ้มหวานอย่างประจบ ความรู้สึกสีชมพูเมื่อครู่หายวับไปทันที พสุธาคือชายผู้อยู่เหนือกฎเกณฑ์ทุกอย่าง ไม่มีความโรแมนติกเลยสักนิด! ถึงแม้เธอจะทำเหมือนไม่อยากให้มันเกิดขึ้นแต่ก็ใช่ว่าจะรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ เสียหน่อย ความโรแมนติกที่สร้างขึ้นพังทลายเพียงเพราะความหิวของสามีเธอเอง แล้วภรรยาอย่างเธอจะทำอะไรได้นอกจาก

            ...เดินเข้าครัวทำอาหารค่ำกินกับเขาสองคน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เล่ห์พสุธา   ตอนพิเศษ ...ลูกสาวข้าใครอย่าแตะ

    ตอนพิเศษ...ลูกสาวข้าใครอย่าแตะ กาลเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจนพสุธาไม่อยากจะเชื่อ จากชายหนุ่มวัยเลยเบญจเพสกลับกลายเป็นคุณพ่อลูกห้าที่ยังคงความหล่อและเฟี้ยวเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแม้ว่าจะอายุสี่สิบเอ็ดปีแล้วก็ตามไม่ต่างจากภรรยาที่ยังคงสวยราวกับหยุดใบหน้าไว้ที่อายุยี่สิบห้าปี “พ่อครับ วันนี้ผมเห็นใครก็ไม่รู้ให้ดอกไม้พี่วีด้วย” จากเด็กชายตัวน้อยที่ชอบเล่นรถแบคโฮกลับกลายเป็นหนุ่มตัวสูงโย่งกว่าเพื่อนในห้องเสียงเริ่มแตกหนุ่ม “จริงหรือลูก! มันเป็นใคร” คุณพ่อจากที่นั่งดูภาพในจอแมคบุ๊คเครื่องใหม่ที่เพิ่งถอยเพราะเครื่องเก่าตกน้ำแช่นานร่วมวันโดนเมียด่าจนหูชาขนาดซื้อเครื่องใหม่มายังโดนทุกวันจนเริ่มคิดแล้วว่าวางยาเมียซะดีไหม “ตัวสูงๆ ไม่ค่อยหล่อเลยนะพ่อ หน้าตาเหมือนโจรไม่น่าไว้ใจ” นั่งลงข้างบิดาที่โซฟากลางห้องรับแขก ชุดนักเรียนก็ยังไม่ถอดเพราะจะนำเรื่องราวเหล่านี้มาบอกพ่อให้ได้รู้ก่อน เด็กชายพชิราอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่หนึ่งเพิ่งสอบเข้าได้เรียนที่เดียวกับพี่สาวต่างจากน้องอีกสามคนที่เรียนนานาชาติแต่ปีหน้าเด็กแฝดก็คงไปสอบเข้าโรงเรียนเดียวกับพี่ทั้งสองคน

  • เล่ห์พสุธา   ตอนพิเศษ ...ตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้

    ตอนพิเศษ...ตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้“น้องดาวไหว้คุณอาสิลูก”เป็นครั้งแรกที่เธอได้มาบ้านของคุณอาพสุหลังจากที่ท่านแวะไปหาพ่อของเธอบ่อยๆ บ้านหลังใหญ่ที่มีความร่มรื่นจนเด็กหญิงอายุแปดขวบรู้สึกชอบ อีกทั้งขนมที่คุณอานิททำก็อร่อยจนวางไม่ลง “สวัสดีค่ะ” มือน้อยประนมแล้วก้มไหว้อย่างสวยงามจนคนเห็นเอ็นดู “ลูกมึงน่ารักดี ท่าจะว่านอนสอนง่าย” เรื่องนี้เป็นเรื่องที่คุณเนติธรมักเอาไปอวดเพื่อนที่ลูกสาวของท่านเป็นเด็กดีเรียนเก่งความประพฤติเยี่ยม “พ่อแม่สอนมาดี”ยังไม่ทันจะได้คุยกันต่อลูกชายคนโตของครอบครัววิจิตรประภาก็วิ่งเข้ามาเสียก่อน เด็กน้อยตัวขาวแต่ตอนนี้หน้าตามอมแมมเพราะเล่นซุกซน “ตายแล้วดิน ทำไมหน้าเป็นอย่างนั้น” คนเป็นแม่หันมาเห็นลูกชายก็ตกใจ “ก็ดินไปเล่นดินมา ดินเลยเต็มหน้าดิน หน้าดินเลยมีแต่ดินไงครับแม่” ลูกชายตัวดีตอบอย่างไร้เดียงสาจนแขกทั้งสองหัวเราะออกมา ดาริกามองเพื่อนที่มาใหม่ด้วยแววตาเป็นประกาย “ไปล้างหน้าล้างตาแล้วมาไหว้คุณอาเขา” เอ็ดลูกชายเสียงเบาเด็กน้อยก็รับคำแข็งขันวิ่งไปล้างหน้าจนใสสะอาดเผยให้เห็นความหล่อตั้งแต่

  • เล่ห์พสุธา   ตอนพิเศษ ...อย่าปล่อยลูกไว้กับพ่อ

    ตอนพิเศษ...อย่าปล่อยลูกไว้กับพ่อเช้าวันเสาร์ที่แสนสดใสของพสุธา ร่างสูงตื่นมาด้วยใบหน้ายุ่งเหยิงเนื่องจากเมื่อวานทำงานหนักอีกทั้งกลับมาเมียยังล็อกประตูบ้านบอกกลับเกินหกทุ่มให้นอนข้างนอก สามีที่ประพฤติตัวดีมาตลอดสุดแสนจะช้ำหากให้ร้องเสียงดังก็ไม่กล้ากลัวลูกๆ ตื่นเขาเลยระเห็จไปนอนเต็นท์บนดาดฟ้าที่ปล่อยร้างมานานหลังจากทำประตูที่สองสำเร็จ “พ่อขา พ่อ” นั่งสะลึมสะลือสักพักก็ได้ยินเสียงลูกสาวมาร้องเรียก เปิดซิปออกเห็นใบหน้าหวานของเด็กหญิงพรรณนิกาจ้องมองคุณพ่อตาแป๋ว “เจ้าหญิงของพ่อ” โผจะกอดลูกแต่เด็กน้อยก็หลบเสียก่อนพร้อมปิดจมูก “คุณพ่อปากเหม็นต้องไปแปรงฟันก่อน” บอกเลยว่าตลอดระยะเวลาหกปีตั้งแต่ลูกเกิดคาดหวังว่าลูกสาวคนแรกจะต้องช่างออดช่างอ้อนเห็นดีงามตามพ่อแต่หาเป็นแบบนั้นไม่ แม่เป็นอย่างไรลูกสาวเป็นอย่างนั้นจนคิดว่าได้แม่คนที่สาม “จ้ะลูกรัก พ่อจะไปแปรงฟันเดี๋ยวนี้” หอบประเป๋าของตนเองได้ก็ลงไปพร้อมลูกสาวที่อยู่ในชุดกระโปรงบานสีฟ้าถักเปียน่ารักจนอยากพาลูกไปเทสต์หน้ากล้องแสดงละครให้โลกได้รู้ว่าลูกสาวหน้าตาดีขนาดไหน “พ่อค้าบ” ลูกชายคนท

  • เล่ห์พสุธา   ตอนพิเศษ ...ดาวดินอินบุพเพสันนิวาส

    ตอนพิเศษ...ดาวดินอินบุพเพสันนิวาส การจราจรแน่นขนัดบนถนนในเวลาหกโมงครึ่ง ดาริกาที่นั่งบนรถดูกระสับกระส่ายมองถนนสลับกับมองนาฬิกาจนดูแล้วน่าเวียนหัว “เป็นอะไรดาว ฉันเห็นเธอมองไปมองมาหลายรอบแล้ว” คนขับรถสุดหล่อถามด้วยไม่เข้าใจ “วันนี้วันพุธ ต้องรีบกลับ” เดาถูกอย่างนี้ทำไมไม่ซื้อหวยถูกบ้างนะ พสุธาส่ายหน้าช้าๆ แล้วขยับรถทีละนิดจนถนนเริ่มโล่งจึงบึ่งรถให้ภรรยาที่ดูร้อนใจเสียเหลือเกิน “ขับช้า เร็วๆ หน่อย” หนึ่งทุ่มแล้วก็ยังไม่ถึงห้อง ไหนจะต้องทำอาหารเย็นอาบน้ำอีกเพราะหากไม่อาบก่อนละครเล่นอาบอีกทีคงเป็นห้าทุ่มกว่าจะนอนหลับอีกเธอวาดแผนไว้ในใจเงียบๆ รถยนต์เคลื่อนถึงคอนโดพอจอดเรียบร้อยดาริกาก็รีบลงโดยไม่รอพสุธา “อ้าว นี่เธอจะไม่รอฉันก่อนหรือไง” ร้องถามขณะเอาของลงจากหลังรถ ซึ่งของทั้งหมดก็แฟ้มเอกสารของคนตัวบางทั้งนั้น งานเขามีแค่นิดเดียวเอง “หายไปซะงั้น” เงยหน้ามาอีกทีก็ไม่เห็นแม้แต่หลังของดาริกาท่าทางจะรีบจริงหน้าที่ขนของจึงกลายเป็นของคุณสามี เขาหอบของขึ้นมาบนห้องเปิดประตูไม่เห็นภรรยาจึงเอางานเธอไปวางไว้ห้องทีวีซึ่งคือที่ประจ

  • เล่ห์พสุธา   ตอนพิเศษ ...วันสงกรานต์

    ตอนพิเศษ...วันสงกรานต์“ไอ้ดาวไปเล่นน้ำกัน” ในขณะที่ร่างบางนอนดูทีวีอยู่บ้านตามปกติก็มีชายหนุ่มที่คุ้นหน้าเดินเข้ามาพร้อมกับเสื้อยืดสีขาวกางเกงขาสามส่วนสีเข้มในมือถือปืนฉีดน้ำกระบอกใหญ่เอาไว้ด้วย “ไม่ไป จะอยู่บ้าน” ยันตัวลุกขึ้นนั่งบนโซฟาแล้วหยิบหนังสือนิยายเล่มโปรดที่เพิ่งไปซื้อเมื่อวานขึ้นมาอ่านพลางเปิดรายการเพลงในทีวีฟังไปด้วยเท่านี้ก็สร้างความสุขให้เธอมากกว่าไปเดินฉีดน้ำคนไม่รู้จักกลางแดดร้อนกว่าสามสิบแปดองศา “โธ่ดาว ไปเถอะ วันสงกรานต์ทั้งทีแกจะนอนอืดอยู่บ้านไม่ได้นะ” เขารบเร้าเพื่อนพลางนั่งลงข้างกายเธอ “ไม่เอา สงกรานต์แล้วยังไง มันก็วันธรรมดา” เธอเบี่ยงตัวหลบเขาที่เอามือมาดึงแขนเธอไว้ “มันไม่ธรรมดาสิ มันคือวันปีใหม่ไทย เราต้องไปสาดน้ำใส่คนอื่น” ชายหนุ่มผู้ไม่ค่อยมีวาทศิลป์ในการชักจูงคนอย่างพสุธาพยายามหาเหตุผลต่างๆ มาหว่านล้อมเพื่อนสาวที่ยังคงยึดมั่นจะนอนเล่นอยู่บ้านโดยไม่มีท่าทีจะเอนเอียงเลยแม้แต่น้อย “ตอนเช้าฉันไหว้พ่อแล้ว รดน้ำดำหัวเรียบร้อย” “ดาว แกจะไปดีๆ หรือให้ฉันอุ้มไป!” เมื่อไม้อ่อนไม่ได้ผลพสุธาก็งัด

  • เล่ห์พสุธา   บทที่สิบแปด ...ครอบครัวสุขสันต์

    บทที่สิบแปด...ครอบครัวสุขสันต์ หลังคลอดลูกได้หนึ่งสัปดาห์คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ก็มีผู้ช่วยเต็มบ้านทั้งคุณเนติธร คุณพสุ คุณนิทราที่ขยันมาหาหลานจนแทบไม่กลับบ้าน ดาริกาได้รับคำแนะนำจากแม่สามีเยอะแยะเรื่องการดูแลลูกจนไม่ต้องจ้างพี่เลี้ยง ตอนดึกลูกมักร้องไห้เธอกับสามีก็จะพลัดกันมาอุ้มเด็กน้อยจนแทบไม่มีเวลานอน “ไหวไหมดิน” เวลาตีสองที่ควรได้นอนสองพ่อแม่มือใหม่ก็ช่วยกันดูลูกที่ร้องไห้ยามค่ำคืน เธอลุกขึ้นจากเตียงเห็นคุณพ่ออุ้มลูกแล้วนั่งหลับบนโซฟาเล็กก็เดินมาหาแล้วถามเสียงเบาด้วยกลัวลูกตื่น “อือ ไหว” ตอบกลับแล้วค่อยๆ ลุกเอาลูกลงนอนเปลสำหรับเด็กที่ตั้งไว้ข้างเตียงนอน ใครจะรู้ว่าเป็นพ่อแม่จะเหนื่อยขนาดนี้ ยิ่งเลี้ยงเด็กเล็กด้วยแล้วแทบไม่มีเวลาให้ตนเอง “ไปนอนเถอะพรุ่งนี้ต้องไปทำงานแต่เช้าไม่ใช่หรือ” ถามสามีด้วยความเป็นห่วง ช่วงนี้เขาโหมงานหนักเพราะต้องการเก็บเงินให้ลูกอย่างจริงจังแม้เธอจะปรามก็ไม่อาจทานเขาได้ “อยากกอดเมีย” โอบเอวบางแล้วพาเธอมานอนบนเตียง การได้กอดร่างนุ่มของภรรยายิ่งหลังคลอดเธอยังมีพุงน้อยๆ ให้บีบตอนนอนยิ่งมีความสุขแม้จะโดน

  • เล่ห์พสุธา   บทที่สาม ...เราจะตีป้อม

    บทที่สาม...เราจะตีป้อม ในที่สุดงานแต่งก็มาถึง ช่วงเช้าเป็นพิธีรดน้ำสังข์ง่ายๆ ที่บ้านของเจ้าสาว เชิญเพียงญาติและคนสนิทมาเท่านั้น ขบวนขันหมากเจ้าบ่าวแห่มาโดยมีเจ้าสาวแอบดูอยู่บนบ้าน วันนี้ดาริกาอยู่ในชุดไทยสีทองสง่างามขับผิวขาวให้ดูเนียนตา ผมยาวถูกรวบขึ้นมัดอย่างสวยงามพร้อมเสียบปิ่นปักผ

  • เล่ห์พสุธา   บทที่สอง …กะทันหันไปหมด

    บทที่สอง…กะทันหันไปหมด ระหว่างที่นั่งรถมาด้วยกัน ทั้งสองไม่ได้พูดอะไรกันเลยสักคำนอกจากร่างสูงจะนั่งฮัมเพลงราวกับมีความสุขนักหนา ซึ่งเธอไม่เข้าใจเลยทำไมจึงเป็นเช่นนั้น พสุธาหวงชีวิตโสดดูได้จากการที่เขาไม่เคยคบผู้หญิงคนไหนเลยนอกจาก...น้องเล็ก เด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้มที่อยู่ข้างบ้านเธอ

  • เล่ห์พสุธา   บทที่หก ...หวานไปทั้งตัว

    บทที่หก...หวานไปทั้งตัว แม้จะเป็นเวลาเที่ยงคืนแต่ความหิวก็ไม่ปราณีใคร สองสามีภรรยาช่วยกันทำอาหารมื้อดึกคือเมนูผัดมาม่าใส่ไข่ที่แสนจะเรียบง่าย “ไม่เอาผัก” แม้ว่าจะล้างผักและหั่นเองกับมือแต่พอเห็นดาริกาจะเอาลงกระทะก็อดห้ามไม่ได้ “แล้วจะหั่นมาทำไม” “ก็อยากช่วย” ใบห

  • เล่ห์พสุธา   บทที่สี่ ...สร้างอาณาจักร

    บทที่สี่...สร้างอาณาจักรตื่นมาอีกทีก็เป็นเวลาเที่ยงกว่าแล้ว ร่างสูงเดินเกาพุงออกไปที่ห้องครัวเห็นฝาชีครอบไว้เลยเปิดออกมาพบอาหารเช้าเป็นไข่ดาว แฮม ไส้กรอกและแซนด์วิชอดยิ้มออกมาไม่ได้ ปกติตอนเช้าส่วนมากถ้าไม่เป็นกาแฟก็ปิ้งขนมปังเท่านั้นค่อยไปกินที่บริษัทเอา “ฮัลโหลว่าไงเพื่อน” ชื่อที่โช

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status