Masukเย็นวันศุกร์ หลังเลิกงาน
ร่างสูงของชัชชนน์เดินออกมาจากประตูบริษัท แสงไฟสลัวๆ ในลานจอดรถทอดเงาบนใบหน้าหล่อเหลา ดวงตาคู่สวยของใครบางคนที่เดินตามมาเปล่งประกายระยิบระยับด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าก่อนจะรีบเดินตรงไปหาเขาอย่างไม่รีรอ
“คุณชัชคะ!!!” เมญาดาเดินเข้ามาเกาะแขนแกร่งก่อนจะกระซิบเสียงหวาน ชายหนุ่มหยุดชะงักเมื่อเห็นร่างอรชร ดวงตาคมกริบจ้องมองเธออย่างลึกซึ้ง เขารู้ว่าเธอคงจะมาเตือนเรื่องสัญญาในวันพรุ่งนี้
“คุณญาดาแน่ใจแล้วหรือครับ ว่าต้องการให้ผมไปด้วยจริงๆ?” น้ำเสียงของเขาแฝงไว้ด้วยความลังเล ราวกับกลัวว่าการใกล้ชิดกับเธอครั้งนี้จะนำมาซึ่งปัญหา เมญาดารีบจับมือหนาของเขามากุมไว้แน่น ความอบอุ่นจากมือของเขาแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจที่เหี่ยวเฉาของเธอ
“แน่ใจสิคะ! ก็ญาดาอยากใช้เวลาอยู่กับคุณ...แค่สองคนจริงๆ นี่คะ” เธอเน้นย้ำด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
ชัชชนน์มองมือเล็กๆ ที่กุมมือเขาอยู่ ความรู้สึกอบอุ่นที่ส่งผ่านมาช่างแตกต่างจากความเย็นชาที่เขาเคยสร้างกำแพงไว้รอบตัว
ในใจของเขามีความขัดแย้งเกิดขึ้นตีกันจนตัดสินใจไม่ถูก เขาควรจะปล่อยใจไปตามความรู้สึก หรือยับยั้งมันไว้เพื่อแผนการต่อไปดี?
“งั้น...พรุ่งนี้เช้า คุณไปรับผมนะ เดี๋ยวผมจะขับรถให้คุณเอง” แล้วชัชชนน์ ก็ตัดสินใจตอบรับในที่สุด แม้ในใจของเขาจะยังคงสับสนและลังเลอยู่บ้างก็ตาม สาวลูกครึ่งยิ้มหวานดวงตาของเธอเปล่งประกาย ก่อนจะโผเข้ากอดวิศวกรหนุ่มอย่างรวดเร็ว
“ขอบคุณนะคะ...ญาดาแทบจะรอวันพรุ่งไม่ไหวแล้ว” เสียงหวานกระซิบข้างหูเขาอย่างออดอ้อน
ชัชชนน์ คว้าข้อมือเล็กของเมญาดา เบาๆ ด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะดึงร่างบอบบางของเธอให้เดินมาหลบอยู่ด้านหลังตัวรถอย่างมิดชิด ราวกับจงใจหลีกเร้น แสงไฟสลัวส่องกระทบร่างของคนทั้งสองที่ยืนแนบชิดกัน ความเงียบงันปกคลุมรอบกาย แต่ภายในใจกลับอื้ออึงด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย
ดวงตาคู่สวยของเมญาดา เงยมองใบหน้าคมคายของชัชชนน์อย่างลึกซึ้ง ราวกับต้องการอ่านความในใจที่ซ่อนอยู่ภายใต้แววตาคมกริบนั้น ส่วนชัชชนน์เองก็ลดสายตาลงมาสบกับดวงตาที่เป็นประกายคู่นั้นอย่างอ่อนโยน เป็นความอ่อนโยนที่เขาเองก็เพิ่งค้นพบเมื่อเร็วๆ นี้เหมือน
อ้อมแขนแข็งแรงค่อยๆ โอบกระชับร่างบอบบางของเธอเข้ามาใกล้ชิดยิ่งขึ้น สัมผัสอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกายทำให้เมญดารู้สึกปลอดภัยและอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน เธอซบใบหน้าหวานลงบนอกกว้าง ฟังเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะหนักแน่น ราวกับเป็นเพลงรักที่ขับกล่อมเธอ
ความรู้สึกปรารถนาเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ ท่ามกลางความมืดมิด แสงไฟสลัวๆ ที่ส่องกระทบร่างของพวกเขา ราวกับเป็นพยานเงียบต่อความรู้สึกที่กำลังเบ่งบานในหัวใจของคนทั้งคู่ มันเป็นความรู้สึกที่ต้องซ่อนเร้น เก็บงำไว้ภายใต้เงามืดแห่งรัตติกาล แต่กระนั้นก็ไม่อาจปิดกั้นความร้อนแรงที่กำลังก่อตัวขึ้นภายในใจได้
“เอาไว้วันพรุ่งนี้ครับ ผมจะอยู่ไม่ห่างจากคุณเลย!!!” ชัชชนน์ กระซิบเสียงทุ้มนุ่มข้างใบหูเล็ก ราวกับให้คำมั่นสัญญาที่มาจากหัวใจ ดวงตาคมกริบของเขามองใบหน้าสวยหวานที่ซ่อนอยู่ภายใต้เงามืดด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบายเป็นความปรารถนา และความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่กำลังต่อสู้กันอย่างเงียบๆ ในใจ
หลังจากคำกระซิบแผ่วเบาที่ข้างหู เมญาดาเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มดวงตาคู่สวยเปล่งประกายวาววับในความมืดสลัว เธอสัมผัสได้ถึงความรักและความอ่อนโยนที่แฝงอยู่ในน้ำเสียงของเขา และความรู้สึกอบอุ่นก็แผ่ซ่านไปทั่วหัวใจของเธอ
“ขอบคุณนะคะ...” เมญาดา กระซิบตอบเสียงหวาน ก่อนจะโน้มตัวเข้าไปใกล้เขาอีกครั้ง สัมผัสแผ่วเบาจากริมฝีปากอิ่มที่แตะลงบนแก้มสากของเขาอย่างรวดเร็ว ราวกับเป็นการขอบคุณจากใจจริง
ชัชชนน์ ยืนนิ่งราวกับถูกมนต์สะกด สัมผัสอ่อนโยนนั้นช่างแตกต่างจากสัมผัสที่เขาเคยได้รับมา มันเป็นความรู้สึกที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้
“คุณรีบกลับบ้านเถอะครับ ก่อนที่คุณน้าสาวของคุณจะสงสัยเอา” ชัชชนน์ เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าเล็กน้อย และพยายามดึงตัวเองกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง
เมญาดา พยักหน้าเบาๆ เธอคลี่ยิ้มหวานให้เขา ก่อนจะเดินไปที่รถของตัวเองที่มีคนขับรถรออยู่ โดยมีชัชชนน์เดินตามหลังไปส่งเธออย่างเงียบๆ ความรู้สึกบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นระหว่างพวกเขาในมุมมืดของลานจอดรถนั้น ราวกับเป็นสัญญาเงียบๆ ที่รอคอยวันที่จะเบ่งบานอย่างเปิดเผย
ตอนที่ 36 ตอนจบบรรยากาศในห้องอบอวลไปด้วยความอบอุ่นและความรักที่ผสานรวมกัน ความเศร้าโศกค่อยๆ จางหายไป เหลือเพียงความหวังและความผูกพัน ชัชชนน์รู้ดีว่าเส้นทางข้างหน้าอาจไม่ง่าย แต่เขาก็พร้อมที่จะก้าวเดินไปพร้อมกับเมญาดาและวีโอลา เพื่อสร้างครอบครัวที่อบอุ่นและเติมเต็มความรักที่ขาดหายไปในชีวิตน้อยๆ ของเด็กหญิงผู้สูญเสียมารดาเช้าวันรุ่งขึ้น ลูเซียโนได้นำกำลังตำรวจบุกเข้าไปจับชลธิชาน้องสะใภ้ ด้วยหลักฐานจากกล้องวงจรปิดหน้ารถที่บันทึกภาพรถของมาร์โกไล่ตามสังหารชัชชนน์เมื่อวานนี้ รถคันนั้นเขาเพิ่งจะมอบให้ชัชชนน์ขับไปรับส่งวีโอลาที่โรงเรียนแต่เขาก็ติดกล้องวงจรปิดเอาไว้ทั่วทั้งคัน เพราะคิดว่าวันหนึ่งมันจะได้ใช้ประโยชน์ซึ่งตำรวจก็ออกหมายจับชลธิชาอย่างไม่ต้องสงสัย เมื่อมาร์โกถูกควบคุมตัวและสอบสวนอย่างหนัก จนเขายอมจำนนต่อหลักฐานและซัดทอดไปยังผู้บงการแต่โดยดี นั่นก็คือชลธิชาแม้ในตอนแรกชลธิชาจะปฏิเสธเสียงแข็ง แต่หลักฐานจากการแชทที่เธอวางแผนการอันชั่วร้ายกับมาร์โกก่อนหน้านี้ ก็มัดตัวเธอจนดิ้นไม่หลุด ในที่สุดเงามืดแห่งความชั่วร้ายที่ปกคลุมคฤหาสน์มานาน ก็ถูกแสงแห่งความยุติธรรมแผดเผาจนสิ้นสองวันต่อมา
ตอนที่ 35 Truth Bomb!“จริงๆ นะฉันไม่ได้โกหก” นริลญาเอ่ยเสียงแผ่วแต่หนักแน่น“ตอนนั้นแม่ของฉันก็หนีหัวซุกหัวซุน ไม่มีโอกาสได้ไปอธิบายเรื่องราวทั้งหมดกับแม่ของคุณ ท่านเสียใจมากที่พ่อของคุณต้องมาเสียชีวิต ก่อนหน้านั้นแม่พาฉันหนีไปพร้อมกับพ่อของคุณ ตอนนั้นฉันยังเด็กมาก...” เธอหยุดเล็กน้อย กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก“แม่เองก็อยากพาพี่ญาดาไปด้วย แต่ด้วยความยากลำบากในการหลบหนี ทำให้แม่ตัดสินใจพาฉันไปแค่คนเดียว...แต่ระหว่างทาง พวกเราก็ถูกมาร์โกตามมาทัน...และพ่อของคุณก็ถูกเขาฆ่าเสียก่อน” น้ำเสียงของนริลญาสั่นเครือเล็กน้อยเมื่อกล่าวถึงเหตุการณ์อันแสนเจ็บปวดในอดีต“พ่อของคุณถูกมาร์โก...ลูกน้องของพ่อ ที่เป็นสามีลับ ๆ ของน้าชล ไล่ตามล่าและฆ่าตาย...เพราะน้าชลอยากได้พ่อเป็นสามีเพื่อต้องการครอบครองทุกอย่าง”เมื่อรถยนต์จอดสนิท ณ บ้านพักเงียบสงบหลังเล็ก ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางสวนผลไม้เขียวครึ้ม ห่างไกลจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่ นริลญาหันมาเผชิญหน้ากับชัชชนน์อีกครั้งแล้วบอกกับเขา“ช่วงนี้คุณพักที่นี่ไปก่อนนะ” แสงสุดท้ายของวันสาดส่องผ่านผ้าม่านบางเบา แววตาของเธอมุ่งมั่นและหนักแน่น ราวกับแบกรับภาระอันยิ่
ตอนที่ 34 อยากให้เธอเข้าใจ...วันนี้หลังเลิกงานชัชชนน์ เดินทางไปรับวีโอลาที่โรงเรียนของเธอ ลูเซียโนที่รู้สึกผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงได้มอบรถยนต์ประจำตำแหน่งคันหรูให้กับชัชชนน์ เพื่อใช้ในการรับส่งวีโอลาได้อย่างสะดวกสบาย ชายหนุ่มอุ้มเด็กน้อยขึ้นรถด้วยความรักใคร่ ไม่นานนักรถยนต์คันงามก็เคลื่อนตัวออกจากบริเวณโรงเรียน มุ่งหน้ากลับสู่อพาร์ตเมนต์ของชัชชนน์“พ่อชัชคะ...วันนี้ที่โรงเรียนหนู...มีกิจกรรมสนุก ๆ ด้วยค่ะ” เสียงเล็กๆ ของวีโอลาเจื้อยแจ้วเล่าเรื่องราวในวันนี้อย่างสนุกสนาน ชัชชนน์ยิ้มบางๆ ฟังลูกบุญธรรมด้วยความอบอุ่นในหัวใจ“ว้าว!!!..กิจกรรมอะไรน่า ถึงทำให้ลูกสาวของพ่อยิ้มได้ขนาดนี้” ยังไม่ทันที่เด็กน้อยจะเอ่ยตอบทันใดนั้น!!!“ปัง! ปัง! ปัง!”เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวราวกับเสียงฟ้าร้องในตอนกลางวัน รถยนต์กระบะสีดำสนิทคันหนึ่งพุ่งเข้ามาประกบด้านข้างรถของชัชชนน์อย่างกระชั้นชิด ก่อนจะรัวกระสุนเจาะทะลุตัวถังรถเข้ามาอย่างน่าหวาดเสียว ทำลายความสงบสุขภายในรถ ที่สองพ่อลูกกำลังคุยกันอย่างสนุกสนาน“บ้าเอ๊ย!” ชัชชนน์ สบถเสียงต่ำ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด สัญชาตญาณนักสู้ทำงานทันที เขาหัก
ตอนที่ 33 โลกหมุนให้เราพบกันณ สวนกุหลาบหลังคฤหาสน์ แสงจันทร์สีนวลอาบไล้กลีบดอกไม้สีแดงสด อเลสเซียนั่งหลังพวงมาลัยรถหรู หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน เรื่องราวฝาแฝดของเมญาดา ที่เคยฟังดูราวกับนิทานกำลังปรากฏเป็นความจริงตรงหน้าแล้วในที่สุด...ร่างบอบบางของ นริลญาก็ค่อยๆ ย่องออกมาจากเงามืดของสวนกุหลาบหลังคฤหาสน์ แสงจันทร์จับใบหน้าหวานที่เปื้อนดินและฝุ่นเล็กน้อย อเลสเซียถึงกับตะลึงค้าง ราวกับมองเห็นภาพสะท้อนของเพื่อนสนิท นริลญามีใบหน้า ดวงตา โครงสร้างทุกอย่างแทบจะถอดแบบเมญาดามาอย่างน่าประหลาดใจ ยกเว้นเพียงเรือนร่างที่ดูแข็งแรงกว่าเล็กน้อย เพราะเมญาดาเอาแต่เจ็บป่วยจนร่างกายซูบผอม“นาริล! ทางนี้!” อเลสเซียรีบลดกระจกลง ก่อนจะโบกมือเรียกด้วยน้ำเสียงเบาหวิวที่เต็มไปด้วยความร้อนรน นริลญารีบวิ่งตรงมาที่รถอย่างรวดเร็วแล้วรีบเปิดประตูเข้าไปนั่งข้างคนขับพลางถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก“ขอบคุณมากนะคะที่มารับ” นริลญากล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย“เฮ่ย!!...ไม่เป็นไรเลยนาริล...ฉันไม่เคยคิดเลยว่าพวกเธอจะเหมือนกันขนาดนี้...นะเนี่ย!!” อเลสเซียยังคงมองนริลญาด้วยความทึ่ง ก่อนจะรีบ
ตอนที่ 32 ความลับของคฤหาสน์“มาร์โก! แก แก...รีบ ๆ มา ๆ ที่คฤหาสน์ ด่วน ๆ เลย!!” เสียงของชลธิชาติดอ่างและสั่นเครืออย่างควบคุมไม่ได้ ปลายสายเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกราวกับคนกำลังจะจมน้ำ เธอเดินวนไปวนมาในห้องนอนหรูหราด้วยความกระวนกระวายราวกับหนูติดจั่น เหงื่อกาฬเริ่มผุดพรายตามไรผม ใบหน้าสวยซีดเผือด ดวงตาเรียวคมกริบสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว“นายหญิงครับ...ใจเย็นๆ ก่อนนะครับ” เสียงของมาร์โกดังลอดมาจากโทรศัพท์ ก่อนจะพยายามพูดเพื่อประคองสติที่กำลังแตกกระเจิงของหญิงสาวผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาอย่างลับ ๆ ของเขาแล้วในตอนนี้ แม้สถานะของเขาจะเป็นเพียงแค่ลูกน้องที่คอยรับคำสั่ง แต่ความสัมพันธ์ลับๆ ที่ลึกซึ้งนั้นก็ผูกมัดทั้งสองไว้ด้วยผลประโยชน์อันมากมาย มาร์โกตระหนักดีว่าความมั่นคงในชีวิตของเขานั้นขึ้นอยู่กับความสำเร็จและความอยู่รอดของชลธิชา ดังนั้นในยามที่นางบำเรอผู้ทรงอิทธิพลเสียขวัญ เขาก็ต้องทำหน้าที่ประดุจเสาหลัก เพื่อรักษาผลประโยชน์ของตนเองเช่นกัน“มีอะไรค่อยๆ เล่าให้ผมฟังทีละขั้นทีละตอน ตอนนี้ผมเองก็สับสนไปหมดแล้วครับนายหญิง”“เกิดอะไรขึ้นที่คฤหาสน์เหรอครับ?”“นังเด็กนั่น! นังเด็กนริลญา! มันกล
ตอนที่ 31 เอาทุกอย่างที่เป็นของฉันคืนมาณ คฤหาสน์หรูของลูเซียโน ประตูไม้โอ๊คบานใหญ่ของห้องรับแขกค่อยๆ แง้มออก ราวกับม่านที่เปิดขึ้นสู่ฉากละครอันน่าติดตาม แสงตะวันยามเย็นสาดส่องเป็นลำยาว จับร่างของหญิงสาวที่ก้าวเข้ามาอย่างสง่างามดุจนางพญา ดวงตาคมกริบกวาดมองความโอ่อ่าของคฤหาสน์ด้วยแววตาที่ยากจะอ่านออก ราวกับกำลังจดจำทุกรายละเอียดของสถานที่...ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่พำนักอาศัยของเธอและมารดา“สวัสดีค่ะ น้าชล” เสียงหวานเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งเอ่ยทักทายชลธิชา ที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางห้องรับแขก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจจนใบหน้าของเธอซีดเผือด“คุณน้าสบายดีมั้ยคะ?” นริลญา เอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยความเยียบเย็น จนชลธิชา ถึงกับสะท้าน ดวงตาของเธอเบิกกว้างและไร้ซึ่งคำตอบใด ๆ ก่อนจะจ้องมองนริลญาราวหลานสาวอีกคนราวกับเห็นวิญญาณร้าย จนต้องยืนอึ้งราวกับถูกสาป“คุณน้าคงสบายกว่าตอนที่คุณแม่หนูอยู่ที่นี่ใช้มั้ยคะ?” นริลญาย้ำคำถามคล้ายเดิมเดิม เพื่อรื้อฟื้นความทรงจำให้ผู้เป็นน้า ดวงตาคมกริบมองใบหน้าซีดเผือดของชลธิชาอย่างไม่ละ“แต่นาริลว่า อากาศที่คฤหาสน์หลังนี้คงสดใสขึ้นเยอะเลยใช่ไหมคะ.







