LOGINความรักที่จริงใจแต่กลับซ่อนไว้ซึ่งกับดักลวง หญิงสาวผู้มอบกายถวายใจโดยไม่รู้ว่ารักครั้งนี้จะนำพาเธอไปสู่ ห้วงเสน่หาที่อันตราย เมื่อเขาต้องเลือกระหว่างไฟรักที่เผาผลาญ...กับการแก้แค้นที่ฝังลึกในอดีต... หญิงสาวผู้มอบกายใจ...เพื่อบูชาแด่ความรักครั้งแรกและครั้งเดียวของเธอ โดยไม่รู้ว่ามันคือกับดักลวง ที่กักขังเธอไว้ในห้วงเสน่หาของเขาไปตลอดกาล ซึ่งมันจะนำพาเธอไปสู่หรือรอยแผลลึกที่หัวใจมิอาจลืมเลือน...
View Moreกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกมะลิในสวนหลังบ้านยามเช้าตรู่ มักเป็นสิ่งที่ชัชชนน์ ในวัยเยาว์จดจำได้ดีที่สุด ควบคู่ไปกับเสียงหัวเราะทุ้มนุ่มของบิดา ผู้เป็นทั้งเพื่อนเล่นและครูคนแรกในชีวิต แสงแดดยามเช้าสาดส่องลอดใบไม้ใหญ่ลงมากระทบผืนหญ้าสีเขียวสดใส ราวกับภาพวาดที่แสนสุข
แต่ความสุขนั้นช่างแสนสั้น ราวกับความฝันที่จางหายเมื่อแสงตะวันแรงกล้าขึ้น เสียงหัวเราะของพ่อค่อยๆ เลือนหายไป กลายเป็นความเงียบงันที่น่าหวาดหวั่น กลิ่นมะลิยังคงหอมหวน แต่กลับเคล้าคลอไปด้วยกลิ่นธูปจางๆ ที่ลอยมาจากมุมหนึ่งของบ้าน
ชัชชนน์ในวัยสิบขวบเขาจำได้เพียงลางๆ ถึงใบหน้าเศร้าสร้อยของแม่ ดวงตาแดงก่ำที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตา และเสียงกระซิบกระซาบของผู้ใหญ่ที่เขาจับใจความไม่ได้ รู้เพียงว่านับตั้งแต่วันนั้น โลกของเขาก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป รอยยิ้มของพ่อกลายเป็นเพียงภาพถ่ายที่ประดับอยู่กลางห้อง ความอบอุ่นที่เคยโอบล้อมกายมลายหายไปพร้อมกับร่างที่ไร้ลมหายใจ
คำว่า ‘อุบัติเหตุ’ ที่ผู้ใหญ่พร่ำบอก ราวกับบทเพลงกล่อมเด็กที่ฟังดูขัดหูสำหรับเด็กชายที่เริ่มเติบโตขึ้นทุกวัน ชัชชนน์สัมผัสได้ถึงความไม่ชอบมาพากล ความเงียบงันที่ปกคลุมบ้าน ความเศร้าลึกๆ ในดวงตาของแม่ มันบ่งบอกว่าเบื้องหลังการจากไปของพ่อ อาจมีบางสิ่งบางอย่างที่ถูกซ่อนไว้
เวลาล่วงเลยดั่งสายน้ำที่ไม่เคยไหลย้อนกลับ ชัชชนน์เติบโตเป็นหนุ่มหล่อคมคาย ดวงตาคู่คมนั้นฉายแววเด็ดเดี่ยวและเก็บซ่อนความเศร้าลึกๆ ไว้ภายใต้มาดนิ่งขรึม ความทรงจำเกี่ยวกับพ่อยังคงชัดเจน ราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน ความรักและความเคารพที่มีต่อผู้เป็นบิดา แปรเปลี่ยนเป็นความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะสืบหาความจริง และทวงคืนความยุติธรรม
ในคืนหนึ่งที่แสงจันทร์ส่องสว่างเต็มดวง ชัชชนน์ยืนอยู่หน้าภาพถ่ายของพ่อ รอยยิ้มที่แสนอบอุ่นนั้นกลับกลายเป็นเครื่องย้ำเตือนถึงสิ่งที่เขาเสียไป นิ้วแกร่งค่อยๆ สัมผัสกรอบรูป ดวงตาฉายแววมุ่งมั่น
“พ่อครับ...ผมจะไปตามหาความจริงให้พ่อเองครับ ไม่ว่ามันจะยากเย็นแค่ไหนก็ตาม” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยแผ่วเบา ราวกับคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับเงาในอดีต
“แม่ครับ...ผมตัดสินใจแล้ว” ชัชชนน์ เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ขณะนั่งอยู่ตรงข้ามมารดาที่กำลังยืนรดน้ำต้นไม้ในกระถางเล็กๆ ริมหน้าต่าง แสงแดดยามเช้าสาดส่องใบหน้าซีดเซียวของท่าน
มารดาเงยหน้าขึ้น มองบุตรชายด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรักและความกังวล
“ตัดสินใจอะไรลูก?”
“ผมจะไปทำงานที่อิตาลีครับแม่” ชัชชนน์ตอบอย่างแน่วแน่ มือที่กำลังรดน้ำชะงักไปเล็กน้อย มารดาวางบัวรดน้ำลงช้าๆ และจ้องมองใบหน้าของบุตรชายอย่างพิจารณา
“แต่มันไกลมากนะลูก แล้วเงินเดือนที่ได้ มันจะพอค่าใช้จ่ายเหรอ ลองมองงานอื่นแถวนี้ดีมั้ย?”
“ผมคิดมาดีแล้วครับแม่” ชัชชนน์พยายามตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบที่สุด เพื่อปกปิดความรู้สึกที่แท้จริง มารดาลุกขึ้น เดินมานั่งข้างๆ บุตรชาย จับมือเขาไว้ด้วยมือที่เหี่ยวย่นตามวัย
“แม่รู้ว่าลูกคิดมาดีแล้ว...แต่แม่ก็อดห่วงไม่ได้” ชัชชนน์บีบมือมารดาเบาๆ
“ผมจะดูแลตัวเองอย่างดีครับแม่ ไปอยู่ที่นั่นเขามีบ้านพักให้ครับ ส่วนใหญ่ก็เป็นคนไทยเกือบทั้งหมด ผมจะตั้งใจทำงานเก็บเงิน แล้วก็รีบกลับมาหาแม่นะครับ”
“ชัช!!!..แกสัญญากับแม่แล้วนะ” มารดาเน้นเสียง ดวงตาเริ่มมีน้ำคลอ
“ครับแม่ ผมสัญญา” ชัชชนน์ตอบอย่างหนักแน่น
“อีกอย่าง...ที่นั่นอาจจะเป็นโอกาสให้ผมได้พบสืบหาความจริงเรื่องของคุณพ่อด้วย” เขาพูดเสียงเบาลงในประโยคหลัง มารดามองบุตรชายด้วยความสงสัย แววตาของท่านฉายความเศร้าออกมาเล็กน้อย
“นี่ลูกยังคิดถึงเรื่องนั้นอยู่อีกเหรอ” ชัชชนน์สบตากับมารดาอย่างจริงจัง
“ผมไม่อยากให้พ่อตายฟรีนะครับแม่” มารดาถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง
“แม่เข้าใจลูก...แต่ลูกต้องระมัดระวังตัวด้วยนะ อย่าให้ความแค้นมันบดบังทุกสิ่งทุกอย่างล่ะ”
“ผมจะจำคำแม่ไว้เสมอครับ” ชัชชนน์ตอบด้วยความเคารพ
รุ่งเช้าชัชชนน์ก็หอบหิ้วกระเป๋าเดินทางเพื่อมาลาคุณมารดาไปสนามบิน
“ผมไปนะครับแม่” ชัชชนน์ เอ่ยเสียงหนักแน่นอีกครั้ง พลางยกกระเป๋าเดินทางขึ้นถือมั่น ดวงตาของเขามุ่งมั่นแต่ก็ยังคงแฝงไว้ด้วยความอาลัย อรัญญาพยักหน้าช้าๆ น้ำตาคลอหน่วยแต่ก็พยายามที่จะฝืนยิ้ม ก่อนที่เสียงสั่นเครือของเธอจะเอ่ยขึ้น
“เดินทางปลอดภัยนะลูก...ทุกย่างก้าวของลูก แม่ขอให้มีแต่สิ่งดีๆ” เธอเดินเข้ามาใกล้ กุมมือลูกชายไว้แน่นอีกครั้ง
“อย่าลืมที่แม่บอกนะ ดูแลตัวเองให้ดีที่สุด” ชัชชนน์บีบมือมารดาเบาๆ
“ครับแม่ ผมจำได้ทุกคำ” เขาสูดลมหายใจลึก
“ผมจะตั้งใจทำงาน จะไม่ทำให้แม่ผิดหวัง และเมื่อไหร่ที่ผมมีเงินมีงานมั่นคง ผมจะรีบกลับมาเยี่ยมแม่บ่อยๆ นะครับ” เขาให้สัญญาด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง อรัญญาใช้มือลูบแก้มสากของลูกชายอย่างทะนุถนอม
“แม่ไม่เคยสงสัยในตัวลูกเลยชัชชนน์ แม่รู้ว่าลูกเป็นคนดีและมีความรับผิดชอบ แม่แค่...คิดถึงลูกตั้งแต่ยังไม่ทันได้จากไปด้วยซ้ำ” ชัชชนน์โอบกอดมารดาอีกครั้ง อ้อมกอดนี้อบอุ่นและคุ้นเคย เป็นพลังใจสำคัญที่เขาจะเก็บไว้ในใจตลอดการเดินทาง
“ผมก็คิดถึงแม่ครับ...” เขาผละออกจากอ้อมกอด มองใบหน้าของผู้หญิงที่เขารักและผูกพันมากที่สุดเป็นครั้งสุดท้าย
“แม่ไม่ต้องห่วงผมนะครับ ผมจะเข้มแข็ง และจะดูแลตัวเองให้ดีที่สุด” ชัชชนน์ย้ำอีกครั้งด้วยรอยยิ้มที่พยายามให้คลายความกังวลของมารดา อรัญญายิ้มตอบอย่างอ่อนโยน แม้ดวงตาจะยังคงแดงก่ำ
“แม่จะรอวันนั้นนะลูก...วันที่ลูกกลับมา”
ชัชชนน์พยักหน้ารับคำ มองมารดาด้วยความเคารพรัก เขาก้มลงกราบลามารดาอย่างนอบน้อม ก่อนจะลุกขึ้นหันหลังเดินลากกระเป๋าเดินทางออกจากบ้านหลังเล็กไปสู่โลกกว้างใหญ่ สนามบินอยู่ไม่ไกล ความหวังและความมุ่งมั่นที่จะค้นหาความจริงเกี่ยวกับอดีตของบิดาในกรุงมิลานเป็นแรงผลักดันให้เขาก้าวเดินต่อไป แม้ในใจจะยังคงมีความอาลัยต่อผู้เป็นแม่ก็ตาม
บนเครื่องบินที่กำลังทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ชัชชนน์มองออกไปนอกหน้าต่าง แสงไฟระยิบระยับของเมืองไทยค่อยๆ เล็กลงจนกลายเป็นเพียงจุดเล็กๆ ในความมืดมิด ความรู้สึกหลากหลายถาโถมเข้ามา ทั้งความหวัง ความกังวล และความมุ่งมั่นอันแรงกล้าที่จะเผชิญหน้ากับอดีตที่ตามหลอน และค้นหาความจริงที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้เมืองหลวงแห่งศีลธรรม
ตอนที่ 36 ตอนจบบรรยากาศในห้องอบอวลไปด้วยความอบอุ่นและความรักที่ผสานรวมกัน ความเศร้าโศกค่อยๆ จางหายไป เหลือเพียงความหวังและความผูกพัน ชัชชนน์รู้ดีว่าเส้นทางข้างหน้าอาจไม่ง่าย แต่เขาก็พร้อมที่จะก้าวเดินไปพร้อมกับเมญาดาและวีโอลา เพื่อสร้างครอบครัวที่อบอุ่นและเติมเต็มความรักที่ขาดหายไปในชีวิตน้อยๆ ของเด็กหญิงผู้สูญเสียมารดาเช้าวันรุ่งขึ้น ลูเซียโนได้นำกำลังตำรวจบุกเข้าไปจับชลธิชาน้องสะใภ้ ด้วยหลักฐานจากกล้องวงจรปิดหน้ารถที่บันทึกภาพรถของมาร์โกไล่ตามสังหารชัชชนน์เมื่อวานนี้ รถคันนั้นเขาเพิ่งจะมอบให้ชัชชนน์ขับไปรับส่งวีโอลาที่โรงเรียนแต่เขาก็ติดกล้องวงจรปิดเอาไว้ทั่วทั้งคัน เพราะคิดว่าวันหนึ่งมันจะได้ใช้ประโยชน์ซึ่งตำรวจก็ออกหมายจับชลธิชาอย่างไม่ต้องสงสัย เมื่อมาร์โกถูกควบคุมตัวและสอบสวนอย่างหนัก จนเขายอมจำนนต่อหลักฐานและซัดทอดไปยังผู้บงการแต่โดยดี นั่นก็คือชลธิชาแม้ในตอนแรกชลธิชาจะปฏิเสธเสียงแข็ง แต่หลักฐานจากการแชทที่เธอวางแผนการอันชั่วร้ายกับมาร์โกก่อนหน้านี้ ก็มัดตัวเธอจนดิ้นไม่หลุด ในที่สุดเงามืดแห่งความชั่วร้ายที่ปกคลุมคฤหาสน์มานาน ก็ถูกแสงแห่งความยุติธรรมแผดเผาจนสิ้นสองวันต่อมา
ตอนที่ 35 Truth Bomb!“จริงๆ นะฉันไม่ได้โกหก” นริลญาเอ่ยเสียงแผ่วแต่หนักแน่น“ตอนนั้นแม่ของฉันก็หนีหัวซุกหัวซุน ไม่มีโอกาสได้ไปอธิบายเรื่องราวทั้งหมดกับแม่ของคุณ ท่านเสียใจมากที่พ่อของคุณต้องมาเสียชีวิต ก่อนหน้านั้นแม่พาฉันหนีไปพร้อมกับพ่อของคุณ ตอนนั้นฉันยังเด็กมาก...” เธอหยุดเล็กน้อย กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก“แม่เองก็อยากพาพี่ญาดาไปด้วย แต่ด้วยความยากลำบากในการหลบหนี ทำให้แม่ตัดสินใจพาฉันไปแค่คนเดียว...แต่ระหว่างทาง พวกเราก็ถูกมาร์โกตามมาทัน...และพ่อของคุณก็ถูกเขาฆ่าเสียก่อน” น้ำเสียงของนริลญาสั่นเครือเล็กน้อยเมื่อกล่าวถึงเหตุการณ์อันแสนเจ็บปวดในอดีต“พ่อของคุณถูกมาร์โก...ลูกน้องของพ่อ ที่เป็นสามีลับ ๆ ของน้าชล ไล่ตามล่าและฆ่าตาย...เพราะน้าชลอยากได้พ่อเป็นสามีเพื่อต้องการครอบครองทุกอย่าง”เมื่อรถยนต์จอดสนิท ณ บ้านพักเงียบสงบหลังเล็ก ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางสวนผลไม้เขียวครึ้ม ห่างไกลจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่ นริลญาหันมาเผชิญหน้ากับชัชชนน์อีกครั้งแล้วบอกกับเขา“ช่วงนี้คุณพักที่นี่ไปก่อนนะ” แสงสุดท้ายของวันสาดส่องผ่านผ้าม่านบางเบา แววตาของเธอมุ่งมั่นและหนักแน่น ราวกับแบกรับภาระอันยิ่
ตอนที่ 34 อยากให้เธอเข้าใจ...วันนี้หลังเลิกงานชัชชนน์ เดินทางไปรับวีโอลาที่โรงเรียนของเธอ ลูเซียโนที่รู้สึกผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงได้มอบรถยนต์ประจำตำแหน่งคันหรูให้กับชัชชนน์ เพื่อใช้ในการรับส่งวีโอลาได้อย่างสะดวกสบาย ชายหนุ่มอุ้มเด็กน้อยขึ้นรถด้วยความรักใคร่ ไม่นานนักรถยนต์คันงามก็เคลื่อนตัวออกจากบริเวณโรงเรียน มุ่งหน้ากลับสู่อพาร์ตเมนต์ของชัชชนน์“พ่อชัชคะ...วันนี้ที่โรงเรียนหนู...มีกิจกรรมสนุก ๆ ด้วยค่ะ” เสียงเล็กๆ ของวีโอลาเจื้อยแจ้วเล่าเรื่องราวในวันนี้อย่างสนุกสนาน ชัชชนน์ยิ้มบางๆ ฟังลูกบุญธรรมด้วยความอบอุ่นในหัวใจ“ว้าว!!!..กิจกรรมอะไรน่า ถึงทำให้ลูกสาวของพ่อยิ้มได้ขนาดนี้” ยังไม่ทันที่เด็กน้อยจะเอ่ยตอบทันใดนั้น!!!“ปัง! ปัง! ปัง!”เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวราวกับเสียงฟ้าร้องในตอนกลางวัน รถยนต์กระบะสีดำสนิทคันหนึ่งพุ่งเข้ามาประกบด้านข้างรถของชัชชนน์อย่างกระชั้นชิด ก่อนจะรัวกระสุนเจาะทะลุตัวถังรถเข้ามาอย่างน่าหวาดเสียว ทำลายความสงบสุขภายในรถ ที่สองพ่อลูกกำลังคุยกันอย่างสนุกสนาน“บ้าเอ๊ย!” ชัชชนน์ สบถเสียงต่ำ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด สัญชาตญาณนักสู้ทำงานทันที เขาหัก
ตอนที่ 33 โลกหมุนให้เราพบกันณ สวนกุหลาบหลังคฤหาสน์ แสงจันทร์สีนวลอาบไล้กลีบดอกไม้สีแดงสด อเลสเซียนั่งหลังพวงมาลัยรถหรู หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน เรื่องราวฝาแฝดของเมญาดา ที่เคยฟังดูราวกับนิทานกำลังปรากฏเป็นความจริงตรงหน้าแล้วในที่สุด...ร่างบอบบางของ นริลญาก็ค่อยๆ ย่องออกมาจากเงามืดของสวนกุหลาบหลังคฤหาสน์ แสงจันทร์จับใบหน้าหวานที่เปื้อนดินและฝุ่นเล็กน้อย อเลสเซียถึงกับตะลึงค้าง ราวกับมองเห็นภาพสะท้อนของเพื่อนสนิท นริลญามีใบหน้า ดวงตา โครงสร้างทุกอย่างแทบจะถอดแบบเมญาดามาอย่างน่าประหลาดใจ ยกเว้นเพียงเรือนร่างที่ดูแข็งแรงกว่าเล็กน้อย เพราะเมญาดาเอาแต่เจ็บป่วยจนร่างกายซูบผอม“นาริล! ทางนี้!” อเลสเซียรีบลดกระจกลง ก่อนจะโบกมือเรียกด้วยน้ำเสียงเบาหวิวที่เต็มไปด้วยความร้อนรน นริลญารีบวิ่งตรงมาที่รถอย่างรวดเร็วแล้วรีบเปิดประตูเข้าไปนั่งข้างคนขับพลางถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก“ขอบคุณมากนะคะที่มารับ” นริลญากล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย“เฮ่ย!!...ไม่เป็นไรเลยนาริล...ฉันไม่เคยคิดเลยว่าพวกเธอจะเหมือนกันขนาดนี้...นะเนี่ย!!” อเลสเซียยังคงมองนริลญาด้วยความทึ่ง ก่อนจะรีบ





