LOGINหนึ่งเดือนต่อมา...
”คุณชัชคะ...อาทิตย์หน้านี้เป็นวันหยุดของคุณใช่มั้ย?” เมญาดาเอ่ยถามเสียงหวาน ขณะชะโงกหน้าเข้ามาในห้องทำงานเล็กๆ ของชัชชนน์อย่างระมัดระวัง ดวงตากลมโตจับจ้องใบหน้าคมคายของชายหนุ่มที่ก้มหน้าอ่านเอกสารอยู่บนโต๊ะ แสงแดดยามบ่ายลอดผ่านม่านบางๆ ส่องกระทบกรอบหน้าหล่อเหลา ช่างเป็นภาพที่ทำให้หัวใจดวงน้อยๆ ของเธอเต้นระรัวด้วยความรู้สึกเสน่หา
ชัชชนน์ เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคมกริบเลื่อนมาสบกับดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความอ้อนวอนของเธอที่แอบซ่อนอยู่ตรงประตู
“มีอะไรหรือเปล่าครับคุณญาดา?” น้ำเสียงของเขายังคงราบเรียบ แต่แววตาแฝงไว้ด้วยความสงสัยระคนเอ็นดู
เมญาดาย่องเข้ามาในห้องทำงานของชัชชนน์อย่างเงียบเชียบ ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามโต๊ะทำงานของเขา แล้วแอบกระซิบเสียงหวานเบา ๆ
“คืออาทิตย์หน้านี้...ญาดาจะแอบไปเที่ยวะเล...” เธอจับมือเขาเบาๆ ก่อนจะส่งสายตาเว้าวอน
“เบื่อบรรยากาศในบริษัทแล้วอะ...โดยเฉพาะเวลาที่พี่วินคอยตามเป็นเราสองคน ญาดาอยากไปสูดอากาศบริสุทธิ์ ไปฟังเสียงคลื่นบ้าง...” ชัชชนน์วางเอกสารในมือลง แล้วเงยมองใบหน้าสวยที่ฉายแววอ้อนวอนอย่างลังเล
“คุณไปกับญาดานะคะ...นะคะ..คุณชัช!!!” หญิงสาวบีบแขนเขาเบาๆ น้ำเสียงออดอ้อนจนคนฟังแทบใจอ่อน
“จะดีเหรอครับ เดี๋ยวพี่วินของคุณก็ไปคอยกันท่าอยู่ดีนั่นแหละ” ชัชชนน์เอ่ยเตือนด้วยความเป็นห่วง เมญาดายิ้มหวานอย่างมีเลศนัย
“อาทิตย์หน้าพี่วินต้องไปดูแลกิจการแทนคุณพ่อที่ฟลอเรนซ์ค่ะ รับรองว่าทางสะดวก ไม่มีใครมาคอยขัดขวางเราอย่างแน่นอน”
“คุณไปนะคะ...ไปกับญาดา..นะคะ นะคะคุณชัช!!” เมญาดาลุกขึ้นเดินอ้อมไปโอบไหล่ชายหนุ่ม ก่อนจะโน้มตัวลงกระซิบข้างหูเขาอย่างออดอ้อน สัมผัสแผ่วเบาจากลมหายใจอุ่นๆ ที่ข้างแก้มทำให้ความรู้สึกบางอย่างในใจของชัชชนน์อ่อนยวบลงอย่างน่าประหลาด เขาถอนหายใจแผ่วเบา ก่อนจะมองดวงตาที่เป็นประกายวิงวอนของเธออย่างปฏิเสธไม่ลง
“งั้นก็ได้ครับ...”
สิ้นเสียงทุ้มของชายหนุ่มรอยยิ้มสดใสราวกับดอกไม้แรกแย้มก็ปรากฏบนใบหน้าสวยหวานของสาวลูกครึ่งทันที เธอรีบก้มลงกระซิบข้างหูเขาด้วยความดีใจ
“ขอบคุณนะคะ..ญาดาดีใจที่สุดเลย!” เสียงหวานใสกระซิบแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของลมรัก ก่อนที่ริมฝีปากอิ่มจะแตะลงบนแก้มสากของเขาอย่างรวดเร็วและแผ่วเบา ราวกับผีเสื้อที่มาดอมดมดอกไม้เพียงชั่วครู่ แล้วก็รีบผละออกไปอย่างรวดเร็ว เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามายังห้องทำงานของเขา
ชัชชนน์ได้แต่มองตามแผ่นหลังบอบบางที่รีบเร้นกายออกไปอย่างงงงัน สัมผัสอบอุ่นและอ่อนนุ่มที่แก้มยังคงตราตรึง ราวกับรอยประทับแห่งความเสน่หาที่ไม่ทันตั้งตัว หัวใจที่เคยเย็นชากลับเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย ความรู้สึกบางอย่างที่ไม่คุ้นเคยเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ ราวกับเมล็ดพันธุ์เล็กๆ ที่เพิ่งได้รับการรดน้ำจากหยาดฝนแห่งความรัก
ชัชชนน์รู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากสัมผัสนั้นเพียงชั่วครู่ มันช่างแตกต่างจากความเย็นชาที่เขาสร้างขึ้นมาปกป้องตัวเองซะเหลือเกิน
หลังจากที่เมญาดารีบร้อนออกจากห้องทำงานของชัชชนน์ไปได้ไม่นาน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับร่างของชลธิชาและหัวหน้าคนงานที่ไซร์ก่อสร้าง ทั้งคู่เปิดประตูเข้ามาพร้อม ๆ กัน ก่อนที่หัวหน้าคนงานจะเอ่ยกับชัชชนน์
“Signor Chatchan per favore, potrebbe firmare questi documenti per l'approvazione dei costi dei materiali da costruzione?” หัวหน้าคนงานวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงานของชัชชนน์ ส่วนชลธิชาก็กวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องอย่างจับผิด ดวงตาของเธอจับจ้องไปที่แก้มของชัชชนน์อย่างสงสัยก่อนจะเอ่ยถามหลังจากหัวหน้าคนงานเดินออกไปเรียบร้อยแล้ว
“เมื่อสักครู่หลานสาวชั้นไม่ได้อยู่ในห้องทำงาน..เธอได้มาหาคุณหรือเปล่า.” ชัชชนน์รีบเก็บซ่อนความรู้สึกประหลาดใจไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยเสียงราบเรียบ
“เปล่าครับ ผมทำงานอยู่ในห้องคนเดียวมาตลอดตั้งแต่เช้า”
ชลธิชาเลิกคิ้วเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้เซ้าซี้ต่อ
“ช่วงนี้ท่านประธานไม่อยู่ ถ้ามีอะไรให้ขึ้นตรงกับฉันได้เลยนะ” เธอรีบบอกเพราะไม่อยากให้ชัชชนน์ไปวุ่นวายกับหลานสาว
หลังจากชลธิชาออกไป ชัชชนน์ก็รีบยกมือขึ้นสัมผัสแก้มข้างที่เมญาดาเพิ่งหอมเบาๆ ไปเมื่อสักครู่ ความรู้สึกอบอุ่นยังคงหลงเหลือ มันเป็นความรู้สึกที่แตกต่างจากความเย็นชาและความระมัดระวังที่เขามีมาตลอด ความใกล้ชิดกับเมญาดาเริ่มทำให้แผนการที่เขาเคยวางไว้เริ่มสั่นคลอนอย่างไม่น่าเชื่อ ชัชชนนน์ค่อยๆ ยิ้มออกมาเมื่อนึกถึงเหตุการณ์นั้น
ในขณะเดียวกัน เมญาดากลับมานั่งทำงานที่โต๊ะของตัวเองด้วยใบหน้าที่แดงระเรื่อ หัวใจของเธอยังคงเต้นไม่เป็นจังหวะกับสัมผัสเมื่อครู่ ที่ใจกล้าไปหอมแก้มแล้วก็ยั่วยวนเขาแบบนั้นทั้งที่เธอไม่เคยใกล้ชิดผู้ชายคนไหนมากเท่านี้มาก่อน
ความรู้สึกที่เมญาดามีต่อชัชชนน์ก็เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ มันไม่ใช่แค่ความขอบคุณ แต่เป็นความรู้สึกเสน่หาที่เธอเองก็เริ่มหวั่นไหวมาตลอดหนึ่งเดือน
***คำแปลของหัวหน้าคนงานที่พูดกับชัชชนน์***
“Signor Chatchan, per favore, potrebbe firmare questi documenti per l'approvazione dei costi dei materiali da costruzione?” (ซิน-ญอร์ ชัชชนน์ แปร์ ฟา-โว-เร โป-เตร็บ-เบะ ฟีร์-มา-เร กเว-สตี โด-กุ-เมน-ตี แปร์ ลาป-โปร-วา-ซี-โอ-เน เด-อิ คอส-ตี เด-อิ มา-เต-รี-อา-ลิ ดา กอส-ตรุ-ซี-โอ-เน) คุณชัชครับ รบกวนเซ็นเอกสารอนุมัติค่าวัสดุก่อสร้างด้วยครับ
ตอนที่ 36 ตอนจบบรรยากาศในห้องอบอวลไปด้วยความอบอุ่นและความรักที่ผสานรวมกัน ความเศร้าโศกค่อยๆ จางหายไป เหลือเพียงความหวังและความผูกพัน ชัชชนน์รู้ดีว่าเส้นทางข้างหน้าอาจไม่ง่าย แต่เขาก็พร้อมที่จะก้าวเดินไปพร้อมกับเมญาดาและวีโอลา เพื่อสร้างครอบครัวที่อบอุ่นและเติมเต็มความรักที่ขาดหายไปในชีวิตน้อยๆ ของเด็กหญิงผู้สูญเสียมารดาเช้าวันรุ่งขึ้น ลูเซียโนได้นำกำลังตำรวจบุกเข้าไปจับชลธิชาน้องสะใภ้ ด้วยหลักฐานจากกล้องวงจรปิดหน้ารถที่บันทึกภาพรถของมาร์โกไล่ตามสังหารชัชชนน์เมื่อวานนี้ รถคันนั้นเขาเพิ่งจะมอบให้ชัชชนน์ขับไปรับส่งวีโอลาที่โรงเรียนแต่เขาก็ติดกล้องวงจรปิดเอาไว้ทั่วทั้งคัน เพราะคิดว่าวันหนึ่งมันจะได้ใช้ประโยชน์ซึ่งตำรวจก็ออกหมายจับชลธิชาอย่างไม่ต้องสงสัย เมื่อมาร์โกถูกควบคุมตัวและสอบสวนอย่างหนัก จนเขายอมจำนนต่อหลักฐานและซัดทอดไปยังผู้บงการแต่โดยดี นั่นก็คือชลธิชาแม้ในตอนแรกชลธิชาจะปฏิเสธเสียงแข็ง แต่หลักฐานจากการแชทที่เธอวางแผนการอันชั่วร้ายกับมาร์โกก่อนหน้านี้ ก็มัดตัวเธอจนดิ้นไม่หลุด ในที่สุดเงามืดแห่งความชั่วร้ายที่ปกคลุมคฤหาสน์มานาน ก็ถูกแสงแห่งความยุติธรรมแผดเผาจนสิ้นสองวันต่อมา
ตอนที่ 35 Truth Bomb!“จริงๆ นะฉันไม่ได้โกหก” นริลญาเอ่ยเสียงแผ่วแต่หนักแน่น“ตอนนั้นแม่ของฉันก็หนีหัวซุกหัวซุน ไม่มีโอกาสได้ไปอธิบายเรื่องราวทั้งหมดกับแม่ของคุณ ท่านเสียใจมากที่พ่อของคุณต้องมาเสียชีวิต ก่อนหน้านั้นแม่พาฉันหนีไปพร้อมกับพ่อของคุณ ตอนนั้นฉันยังเด็กมาก...” เธอหยุดเล็กน้อย กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก“แม่เองก็อยากพาพี่ญาดาไปด้วย แต่ด้วยความยากลำบากในการหลบหนี ทำให้แม่ตัดสินใจพาฉันไปแค่คนเดียว...แต่ระหว่างทาง พวกเราก็ถูกมาร์โกตามมาทัน...และพ่อของคุณก็ถูกเขาฆ่าเสียก่อน” น้ำเสียงของนริลญาสั่นเครือเล็กน้อยเมื่อกล่าวถึงเหตุการณ์อันแสนเจ็บปวดในอดีต“พ่อของคุณถูกมาร์โก...ลูกน้องของพ่อ ที่เป็นสามีลับ ๆ ของน้าชล ไล่ตามล่าและฆ่าตาย...เพราะน้าชลอยากได้พ่อเป็นสามีเพื่อต้องการครอบครองทุกอย่าง”เมื่อรถยนต์จอดสนิท ณ บ้านพักเงียบสงบหลังเล็ก ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางสวนผลไม้เขียวครึ้ม ห่างไกลจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่ นริลญาหันมาเผชิญหน้ากับชัชชนน์อีกครั้งแล้วบอกกับเขา“ช่วงนี้คุณพักที่นี่ไปก่อนนะ” แสงสุดท้ายของวันสาดส่องผ่านผ้าม่านบางเบา แววตาของเธอมุ่งมั่นและหนักแน่น ราวกับแบกรับภาระอันยิ่
ตอนที่ 34 อยากให้เธอเข้าใจ...วันนี้หลังเลิกงานชัชชนน์ เดินทางไปรับวีโอลาที่โรงเรียนของเธอ ลูเซียโนที่รู้สึกผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงได้มอบรถยนต์ประจำตำแหน่งคันหรูให้กับชัชชนน์ เพื่อใช้ในการรับส่งวีโอลาได้อย่างสะดวกสบาย ชายหนุ่มอุ้มเด็กน้อยขึ้นรถด้วยความรักใคร่ ไม่นานนักรถยนต์คันงามก็เคลื่อนตัวออกจากบริเวณโรงเรียน มุ่งหน้ากลับสู่อพาร์ตเมนต์ของชัชชนน์“พ่อชัชคะ...วันนี้ที่โรงเรียนหนู...มีกิจกรรมสนุก ๆ ด้วยค่ะ” เสียงเล็กๆ ของวีโอลาเจื้อยแจ้วเล่าเรื่องราวในวันนี้อย่างสนุกสนาน ชัชชนน์ยิ้มบางๆ ฟังลูกบุญธรรมด้วยความอบอุ่นในหัวใจ“ว้าว!!!..กิจกรรมอะไรน่า ถึงทำให้ลูกสาวของพ่อยิ้มได้ขนาดนี้” ยังไม่ทันที่เด็กน้อยจะเอ่ยตอบทันใดนั้น!!!“ปัง! ปัง! ปัง!”เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวราวกับเสียงฟ้าร้องในตอนกลางวัน รถยนต์กระบะสีดำสนิทคันหนึ่งพุ่งเข้ามาประกบด้านข้างรถของชัชชนน์อย่างกระชั้นชิด ก่อนจะรัวกระสุนเจาะทะลุตัวถังรถเข้ามาอย่างน่าหวาดเสียว ทำลายความสงบสุขภายในรถ ที่สองพ่อลูกกำลังคุยกันอย่างสนุกสนาน“บ้าเอ๊ย!” ชัชชนน์ สบถเสียงต่ำ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด สัญชาตญาณนักสู้ทำงานทันที เขาหัก
ตอนที่ 33 โลกหมุนให้เราพบกันณ สวนกุหลาบหลังคฤหาสน์ แสงจันทร์สีนวลอาบไล้กลีบดอกไม้สีแดงสด อเลสเซียนั่งหลังพวงมาลัยรถหรู หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน เรื่องราวฝาแฝดของเมญาดา ที่เคยฟังดูราวกับนิทานกำลังปรากฏเป็นความจริงตรงหน้าแล้วในที่สุด...ร่างบอบบางของ นริลญาก็ค่อยๆ ย่องออกมาจากเงามืดของสวนกุหลาบหลังคฤหาสน์ แสงจันทร์จับใบหน้าหวานที่เปื้อนดินและฝุ่นเล็กน้อย อเลสเซียถึงกับตะลึงค้าง ราวกับมองเห็นภาพสะท้อนของเพื่อนสนิท นริลญามีใบหน้า ดวงตา โครงสร้างทุกอย่างแทบจะถอดแบบเมญาดามาอย่างน่าประหลาดใจ ยกเว้นเพียงเรือนร่างที่ดูแข็งแรงกว่าเล็กน้อย เพราะเมญาดาเอาแต่เจ็บป่วยจนร่างกายซูบผอม“นาริล! ทางนี้!” อเลสเซียรีบลดกระจกลง ก่อนจะโบกมือเรียกด้วยน้ำเสียงเบาหวิวที่เต็มไปด้วยความร้อนรน นริลญารีบวิ่งตรงมาที่รถอย่างรวดเร็วแล้วรีบเปิดประตูเข้าไปนั่งข้างคนขับพลางถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก“ขอบคุณมากนะคะที่มารับ” นริลญากล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย“เฮ่ย!!...ไม่เป็นไรเลยนาริล...ฉันไม่เคยคิดเลยว่าพวกเธอจะเหมือนกันขนาดนี้...นะเนี่ย!!” อเลสเซียยังคงมองนริลญาด้วยความทึ่ง ก่อนจะรีบ
ตอนที่ 32 ความลับของคฤหาสน์“มาร์โก! แก แก...รีบ ๆ มา ๆ ที่คฤหาสน์ ด่วน ๆ เลย!!” เสียงของชลธิชาติดอ่างและสั่นเครืออย่างควบคุมไม่ได้ ปลายสายเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกราวกับคนกำลังจะจมน้ำ เธอเดินวนไปวนมาในห้องนอนหรูหราด้วยความกระวนกระวายราวกับหนูติดจั่น เหงื่อกาฬเริ่มผุดพรายตามไรผม ใบหน้าสวยซีดเผือด ดวงตาเรียวคมกริบสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว“นายหญิงครับ...ใจเย็นๆ ก่อนนะครับ” เสียงของมาร์โกดังลอดมาจากโทรศัพท์ ก่อนจะพยายามพูดเพื่อประคองสติที่กำลังแตกกระเจิงของหญิงสาวผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาอย่างลับ ๆ ของเขาแล้วในตอนนี้ แม้สถานะของเขาจะเป็นเพียงแค่ลูกน้องที่คอยรับคำสั่ง แต่ความสัมพันธ์ลับๆ ที่ลึกซึ้งนั้นก็ผูกมัดทั้งสองไว้ด้วยผลประโยชน์อันมากมาย มาร์โกตระหนักดีว่าความมั่นคงในชีวิตของเขานั้นขึ้นอยู่กับความสำเร็จและความอยู่รอดของชลธิชา ดังนั้นในยามที่นางบำเรอผู้ทรงอิทธิพลเสียขวัญ เขาก็ต้องทำหน้าที่ประดุจเสาหลัก เพื่อรักษาผลประโยชน์ของตนเองเช่นกัน“มีอะไรค่อยๆ เล่าให้ผมฟังทีละขั้นทีละตอน ตอนนี้ผมเองก็สับสนไปหมดแล้วครับนายหญิง”“เกิดอะไรขึ้นที่คฤหาสน์เหรอครับ?”“นังเด็กนั่น! นังเด็กนริลญา! มันกล
ตอนที่ 31 เอาทุกอย่างที่เป็นของฉันคืนมาณ คฤหาสน์หรูของลูเซียโน ประตูไม้โอ๊คบานใหญ่ของห้องรับแขกค่อยๆ แง้มออก ราวกับม่านที่เปิดขึ้นสู่ฉากละครอันน่าติดตาม แสงตะวันยามเย็นสาดส่องเป็นลำยาว จับร่างของหญิงสาวที่ก้าวเข้ามาอย่างสง่างามดุจนางพญา ดวงตาคมกริบกวาดมองความโอ่อ่าของคฤหาสน์ด้วยแววตาที่ยากจะอ่านออก ราวกับกำลังจดจำทุกรายละเอียดของสถานที่...ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่พำนักอาศัยของเธอและมารดา“สวัสดีค่ะ น้าชล” เสียงหวานเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งเอ่ยทักทายชลธิชา ที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางห้องรับแขก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจจนใบหน้าของเธอซีดเผือด“คุณน้าสบายดีมั้ยคะ?” นริลญา เอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยความเยียบเย็น จนชลธิชา ถึงกับสะท้าน ดวงตาของเธอเบิกกว้างและไร้ซึ่งคำตอบใด ๆ ก่อนจะจ้องมองนริลญาราวหลานสาวอีกคนราวกับเห็นวิญญาณร้าย จนต้องยืนอึ้งราวกับถูกสาป“คุณน้าคงสบายกว่าตอนที่คุณแม่หนูอยู่ที่นี่ใช้มั้ยคะ?” นริลญาย้ำคำถามคล้ายเดิมเดิม เพื่อรื้อฟื้นความทรงจำให้ผู้เป็นน้า ดวงตาคมกริบมองใบหน้าซีดเผือดของชลธิชาอย่างไม่ละ“แต่นาริลว่า อากาศที่คฤหาสน์หลังนี้คงสดใสขึ้นเยอะเลยใช่ไหมคะ.







