Se connecter“ภูมิใจมากเหรอคะที่ควงผู้หญิงได้ไม่ซ้ำหน้า” น้ำเสียงประชดประชันของสิริภัทรที่เอ่ยขึ้นท่ามกลางความมืดสลัว
“แต่พอพี่จะจริงจังกับใครสักคนเข้าหน่อย เธอก็หักอกพี่เอาดื้อ ๆ”
“ภัทรต้องการจะพูดว่าเซเลน่าหักอกพี่งั้นเหรอ!” สุดเขตขัดขึ้นทันควัน น้ำเสียงเข้มจัดกร้าวระคนโมโห ดวงตาคมกริบวาวโรจน์ด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งสูงจนแทบทะลุจุดเดือดในความเงียบสงัด
“พี่พูดเองนะ แล้วมันจริงมั้ยล่ะ” แรงอารมณ์บางอย่างดลใจให้สิริภัทรโพล่งออกไปแบบนั้น ทั้งที่รู้ดีแก่ใจว่าคำตอบที่ได้รับกลับมาจะกรีดลึกซึ้งเข้าไปในหัวใจที่บอบช้ำของเธอเพียงใด
“พูดแบบนี้... อยากให้พี่มองภัทรเป็นตัวเลือกอีกคนหรือไง”
“ภัทรไม่ได้คิดไปไกลขนาดนั้นหรอกค่ะ เพราะรู้ดีว่าตัวเองไม่ใช่สเปกของพี่”
“รู้ตัวก็ดี...” ชายหนุ่มเหยียดยิ้มเยาะ สายตาคมกวาดมองใบหน้าเนียนที่พยายามเชิดขึ้นอย่างถือดี
“อย่าคิดนะว่าพี่ไม่รู้” คำพูดรู้ทันของเขาทำให้ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายหวาดหวั่น
“พี่เขตรู้อะไรมาเหรอคะ” หญิงสาวแสร้งถามด้วยแววตาซื่อใส พยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่นพร่า ตีสีหน้าให้แนบเนียนที่สุดเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีชิ้นสุดท้ายที่เหลืออยู่
“รู้ว่าที่ผ่านมา ภัทรยังลืมพี่ไม่ได้น่ะสิ” สุดเขตโน้มใบหน้าคมคายลงมาจนชิด กลิ่นกายบุรุษเพศผสมน้ำหอมราคาแพงระเหยอวลชวนให้ใจสั่น เขากระซิบแผ่วเบาชวนให้ขนลุกซู่ที่ข้างใบหูเล็ก
“แต่สถานะของเรามันแค่คนคุยไง แต่ถ้าภัทรต้องการ พี่ก็ไม่ขัดหรอกนะ พี่พอจะช่วยได้อยู่”สิริภัทรกลั้นลมหายใจ ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับจะระเบิด ความจริงที่ถูกกระชากหน้ากากเปิดโปงทำเอาหัวใจเต้นระรัวจนแทบกระดอนออกมานอกอก
“หึ...ฝันไปเถอะ ภัทรไม่ได้ใจง่ายกับพี่อีกต่อไปแล้ว” หญิงสาวตวาดแหวกลบเกลื่อนพลางสะบัดหน้าหนี แต่อาการแก้มแดงปลั่งซับสีเลือดรุกรามไปจนถึงใบหูกลับลบเลือนไปจากสายตาคมกริบของคนเจ้าเล่ห์ไม่ได้เลย
“จริงเหรอ งั้นก็รีบ ๆ หาคนคุยคนใหม่ซะสิ”
หลับพูดจบสุดเขตก็รู้สึกถึงชัยชนะที่อยู่เหนือกว่า จึงแค่นยิ้มร้ายก่อนจะสำทับด้วยถ้อยคำแดกดันที่ผลักเธอให้ตกลงสู่เหวเหว่ว้า
“แต่ถ้าจะหาคนคุยคนใหม่ก็หัดเจียมตัวเองเอาไว้บ้างก็ดี อย่าไปแสดงตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเค้าล่ะ” สิ้นเสียงหักหาญน้ำใจ ชายหนุ่มก็ผละจากร่างบางแล้วเดินจากไปทันที ทิ้งให้สิริภัทรยืนจมอยู่กับความมืดและไอเย็นจากกำแพงตึก น้ำตาเม็ดโตไหลร่วงลงมากระทบแก้มเนียนเนิ่นนาน พร้อมกับไฟในใจที่เริ่มเปลี่ยนจากความช้ำรัก เป็นความต้องการเอาชนะ!
หลังจากที่สุดเขตทำลายความรู้สึกของเธอจนย่อยยับ สิริภัทรก็ไม่พาตัวเองไปให้สุดเขตเห็นหน้าอีกเลย จนกระทั่งบ่ายวันศุกร์อันแสนวุ่นวาย
“แคท เย็นนี้ว่างหรือเปล่า” สิริภัทรเอ่ยถามเพื่อนสนิทที่ทำงานเดียวกัน
แคเธอริน สาวลูกครึ่งไทย-อังกฤษ ใบหน้าสวยหวานล้อมกรอบด้วยผมดัดลอนสลวยดูเย้ายวนใจเงยหน้าขึ้นมาจากกองเอกสาร หล่อนเป็นลูกสาวอดีตนักการทูตที่ย้ายกลับมาพำนักที่เมืองไทยเป็นการถาวร และที่สำคัญเธอเป็นเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่รู้ความลับว่าสิริภัทรแอบหลงรักสุดเขต หนุ่มรุ่นพี่สุดฮอต
“ทำไม... จะชวนไปแฮงเอาต์เหรอ” แคเธอรินถามอย่างรู้ทัน
สิริภัทรรีบปิดและวางตำราเรียนกองโตที่แอบเอามาอ่านในเวลาว่างลงทันที ก่อนจะขยับเก้าอี้เข้าไปใกล้แล้วกระซิบแผ่วเบา
“อือ”
“เธอนัดใครไว้หรือเปล่า” แคเธอรินหรี่ตาจับผิดอย่างจับสังเกต
“เปล่า ไม่ได้นัดใครทั้งนั้นแหละ” หญิงสาวรีบแก้ตัวพัลวันเมื่อเห็นเพื่อนทำท่าอิดออดเพราะงานล้นมือ
“ไม่ใช่ว่าแต่อยากไปเจอพี่สุดเขตหรอกนะ”
“บ้า! ไม่ได้อยากเจอสักหน่อย ฉันตัดใจจากเขาแล้วย่ะ” สิริภัทรตัดบททันควัน แต่ดวงตากลับไหวระริก
“ก็ดีนะ คบกันแล้วได้สถานะแค่คนคุย มันเสียเวลา ไม่ใช่สิ เสียทั้งเวลาเสียทั้งตัว”
“แกอย่าตอกย้ำได้มั้ยแคท แค่นี้ฉันก็เจ็บปวดมากพออยู่แล้วนะ”
“ไม่ใช่ว่าแกอยากไปเห็นหน้าพี่เค้าเป็นครั้งสุดท้ายหรอกเหรอ” แคเธอรินจี้ใจดำ
“ก็ไม่เชิง... อีกหน่อยพอฉันบินไปเรียนต่อ ก็คงไม่ได้เห็นอีกนานเลย กลับมาพี่เค้าก็คงมีแฟนแต่งงานเป็นตัวเป็นตนแล้วมั้ง” สิริภัทรคลี่ยิ้ม แววตาคู่สวยกลับทอประกายลึกล้ำ ซ่อนเร้นแผนการบางอย่างที่ร้อนแรงเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด
“จะยากอะไร ก็ส่องเอาสิ แกแอบส่องไอจีเค้าบ่อยอยู่แล้วนี่”
“บ้า! ฉันอันฟอลโลว์เค้าไปแล้วย่ะ คนปากร้ายแบบนั้นน่ะ”
“ชอบแต่ไม่กล้าพูด กล้า ๆ หน่อยสิวะ วัดใจกันไปเลย!” แคเธอรินยุยง
“ไม่เอา... เก็บไว้แบบนี้แหละ ไม่อยากเจ็บปวดอีกแล้ว”
“เฮ้อ!!...” แคเธอรินถอนหายใจยาวกับความปากแข็งของเพื่อน
“ตกลงไปใช่มั้ย”
“เอาสิ ไปก็ไป”
“งั้นคืนนี้แกช่วยอะไรฉันอย่างหนึ่งได้ป่ะ”
“จะให้ช่วยอะไรก็ว่ามา”
“ฉันอยากเปรี้ยว... แกมีชุดเดรสสวย ๆ ให้ยืมใส่ป่ะ ไม่อยากใส่ชุดเรียบร้อย ๆ ทึม ๆ ที่มีอยู่ไปผับน่ะ”
“มี! แต่เอาอย่างงี้ดีกว่า เดี๋ยวฉันจะพาแกไปซื้อ ถือว่าเป็นของขวัญส่งท้ายให้แกล่ะกัน”
“เฮ้ย! จะมาซื้อใหม่ทำไมล่ะ เกรงใจ”
“ก็ก่อนที่เราจะจากกันไง แกต้องไปเรียนต่อต่างประเทศตั้งสองปีเลยนะ”
“งั้นก็ไม่ต้องซื้อแพงหรอกนะ ฉันเกรงใจแกจริง ๆ”
“เอาเถอะ... ฉันรู้ช่วงนี้แกประหยัด เพราะต้องเก็บเงินเอาไว้ไปเรียนต่อ ถึงจะได้ทุน แต่มันก็ต้องมีค่าใช้จ่ายส่วนตัวบ้าง”
งานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสสุดหรูหรา บรรยากาศอบอวลไปด้วยความสุขและความยินดีของเหล่าแขกเหรื่อ กระทั่งเวลาสำคัญล่วงเลยมาถึง ส่งตัวเข้าหอ ผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายต่างมอบพรให้อย่างอบอุ่นและเปี่ยมไปด้วยความเมตตา“รักกันมากๆ นะลูก หนักนิดเบาหน่อยก็อภัยให้กัน น้องภัทรแต่งงานแล้วอย่าแสนงอนนักนะลูก... ตาเขต น้าฝากน้องด้วย คิดซะว่าเป็นทั้งเมียทั้งน้องนะลูก” คุณลดาวัลย์เอ่ยเตือนด้วยความรักและห่วงใย บ่าวสาวรับคำอย่างพร้อมเพรียง ก่อนจะก้มลงกราบตักผู้ใหญ่อย่างอ่อนน้อม“แม่ดีใจมากที่ได้น้องภัทรมาเป็นลูกสะใภ้ สุดเขตต้องรักน้องให้มากๆ นะ แล้วก็... รีบมีหลานให้แม่เยอะๆ นะ แม่จะเลี้ยงเองไม่บ่นเลยจ้ะ” คุณหญิงญาดาเอ่ยอย่างอารมณ์ดี พร้อมส่งยิ้มเอ็นดู ทำเอาสิริภัทรหน้าแดงแปร๋นซับสีเลือดด้วยความขินอายเมื่อผู้ใหญ่ทุกท่านก้าวออกจากห้องหอ ล็อกประตูปล่อยให้เป็นพื้นที่ส่วนตัวของคู่บ่าวสาว สิริภัทรก็รีบลุกขึ้นจากเตียงทันทีด้วยความลุกลี้ลุกลน“จะไปไหนจ๊ะ... ที่รัก” สุดเขตฉุดข้อมือเรียวของภรรยาไว้ นัยน์ตาทอดมองด้วยความยั่วเย้า“ไปอาบน้ำค่ะ” สิริภัทรตอบหน้าแดง ก้มหน้างุดไม่ยอมสบตาคม“ให้พี่ช่วยรูดซิปให้ดีกว่านะ...”สุดเขตไม่
“ค่ะ...ภัทรตามใจพี่เขตทุกอย่าง แต่พี่ต้องรักษาตัวให้หายนะคะ นานแค่ไหนภัทรก็รอได้...” หญิงสาวรับคำโดยไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังตกหลุมดักที่สามีขุดไว้อย่างจัง!“ตามใจพี่ทุกอย่างจริงนะ...” สุดเขตถามย้ำเพื่อความแน่ใจ พอเห็นสิริภัทรพยักหน้า เขาก็หอมแก้มเธอฟอดใหญ่ ก่อนจะค่อยๆ บดจูบลึกล้ำลงบนริมฝีปากบางอย่างอ้อยอิ่ง ละเลียดชิมความหวานผสานความปรารถนาที่ตื่นตัวขึ้นมาทันที!สิริภัทรจูบตอบรับสัมผัสของเขาด้วยความรักทั้งหมดที่มี สุดเขตผ่อนร่างบางให้นอนลงบนเตียงนุ่ม ตัวเขาผงกศีรษะขึ้นมอง สายตาคมเข้มทอดมองสบสายตาคู่งามอย่างมีความหมาย ก่อนจะกระซิบเสียงหวานพร่า“คราวนี้...พี่ขอลูกสาวนะคนดี”“เดี๋ยวค่ะพี่เขต!” สิริภัทรรีบเอามือยันอกกว้างไว้ หน้าแดงก่ำซับสีเลือดเมื่อรู้ความหมายในคำพูดและสายตาพราวเสน่ห์ของเขา“อะไรจ๊ะ...ที่รัก” สุดเขตถามอย่างนุ่มนวล ปัดปอยผมสลวยออกจากหน้าผากมนอย่างเบามือ“พี่เขตกำลังไม่สบายอยู่นะคะ”“ใครบอก...พี่สบายดีครับ” สุดเขตยืนยันหนักแน่น สายตาคมกริบทอดมองเรือนร่างใต้อาภรณ์ที่แปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่น แต่สิริภัทรก็ยังไม่ยอมปล่อยมือ เพราะปักใจเชื่อคำบอกเล่าของเพื่อนสนิทว่าเขาป่วยหนัก“พี่เ
เมื่อกลับมาถึงบ้าน สิริภัทรย่องเบาๆ ไปยังห้องรับแขกที่สุดเขตยึดเป็นห้องนอนในช่วงหลายวันมานี้ เธอค่อยๆ ผลักประตูเข้าไปเบาๆ เพราะคิดว่าเขาคงหลับไปแล้ว แต่กลับต้องใจหายวาบเมื่อพบแต่ความว่างเปล่า ข้าวของเครื่องใช้ของเขาหายไปทั้งหมดสิริภัทรเดินเข้าไป เอามือลูบผ้าคลุมเตียงที่เย็นชืดด้วยความใจลอย แต่ขณะกำลังจะหมุนตัวกลับ สายตาของเธอดันไปสะดุดเข้ากับวัตถุชิ้นหนึ่งที่ตกอยู่ข้างเตียง หญิงสาวก้มลงหยิบมันขึ้นมาดู...มันคือรูปถ่ายของตัวเธอเอง ใบหน้างามหันมายิ้มให้กล้องอย่างเป็นธรรมชาติ ผมยาวสลวยปล่อยสยายเคลียไหล่ มันคือรูปของเธอเมื่อสามปีก่อน!สุดเขตไปเอามาจากไหนกัน แล้วเธอก็นึกออก...รูปนี้เคยวางอยู่ที่หัวเตียงในห้องนอนของเธอ ก่อนที่เธอจะเดินทางไปเรียนต่อฝรั่งเศส ชายหนุ่มคงแอบหยิบมันมาเก็บไว้ สิริภัทรบรรจงวางรูปนั้นไว้ที่หัวเตียง ก่อนจะตัดสินใจเดินกลับขึ้นห้องนอน ไปหอบหมอนและผ้าห่มของตัวเอง ลงมานอนที่ห้องพักแขกห้องนี้ ห้องที่มีกลิ่นกายของเขาตกค้างอยู่ทางด้านฐากูลและแคเธอริน ทั้งสองตัดสินใจแวะไปที่บ้านของสุดเขต เพราะอยากช่วยปลอบใจเพื่อน และก็เป็นอย่างที่คิด สุดเขตนั่งนิ่งอยู่ในห้องรับแขกที่มืดมึน
“มามี้!” น้องคุณส่งเสียงเรียกคุณแม่คนสวย ท่าเดินเตาะแตะน่าเอ็นดูทำให้สิริภัทรรีบวิ่งเข้าไปอุ้มลูกชายตัวน้อยขึ้นมาไว้ในอ้อมกอด“อาบน้ำเสร็จแล้วเหรอครับ...มาให้คุณแม่ทาแป้งก่อนนะคะ” สิริภัทรวางลูกลงบนเก้าอี้เด็ก หันไปหยิบกระป๋องแป้งมาทาแก้มยุ้ยจนขาววอก น้องคุณหัวเราะร่า ชอบใจใหญ่ ก่อนจะเอานิ้วจิ้มแป้งในมือคุณแม่ไปละเลงลงบนใบหน้าบึ้งตึงของคุณพ่อ จนสุดเขตหลุดยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้“อ้าว...พ่อ แม่ ลูก อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาเชียว” คุณหญิงญาดาเดินเข้ามาพร้อมกับคนใช้ที่หอบกล่องของเล่นชิ้นใหญ่มาให้หลานชาย“สวัสดีค่ะคุณป้า” สิริภัทรยกมือไหว้คุณหญิงญาดา แล้วหันไปสอนลูกชายให้ยกมือไหว้คุณย่า แต่น้องคุณที่เห็นกล่องของเล่นก็รีบตบมือร่าด้วยความดีใจ“ต้องเรียกแม่สิจ๊ะ” คุณหญิงญาดาท้วงด้วยรอยยิ้ม แล้วอุ้มหลานชายมากอดด้วยความรักใคร่ สักพักคุณลัดดาวัลย์ มารดาของสิริภัทรก็เดินตามเข้ามาสมทบ“อะไรครับแม่” สุดเขตถามเมื่อเห็นมารดายื่นการ์ดเชิญหรูหรามาให้“บัตรละครการกุศลของตาฐาและหนูแคทไงจ๊ะ แม่เหมามาตั้งหลายใบ แถวหน้าทั้งนั้นเลย ตาเขตพาน้องภัทรไปด้วยนะลูก แม่บอกท่านผู้หญิงไว้แล้ว” คุณญาดาจัดการสรุปเสร็จสร
“ภัทรครับ...ผมว่าคุณกลับไปพร้อมสามีคุณเถอะครับ” วิศรุตเอ่ยน้ำเสียงนุ่มนวลเยือกเย็น ผิดกับสุดเขตที่กำลังยืนตระหง่านเหมือนยักษ์วัดแจ้งที่พร้อมจะพังทลายทุกอย่างตรงหน้า ราวสวรรค์กับนรกเลยทีเดียวสุดเขตตาโตด้วยความโทสะ เมื่อได้ยินสรรพนามและน้ำเสียงสนิทสนมที่ชายหน้าไหนก็ไม่รู้ใช้เรียกภรรยาของเขา เขากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดเกร็ง เตรียมจะเงื้อหมัดประเคนใส่หน้าอีกฝ่าย หากฐากูลและแคเธอรินไม่ได้ปราดเข้ามาล็อคตัวและห้ามไว้เสียก่อน“ภัทรกลับเถอะ...อย่าให้มีเรื่องมีราวกันเลยนะ” แคเธอรินรีบเข้าไปกระซิบข้างหูเพื่อนสาว เพราะเห็นแววตาของสุดเขตแล้วบอกตรงๆ ว่ากลัวใจชายหนุ่มเหลือเกิน ขืนมีเรื่องตรงนี้ เช้าวันพรุ่งนี้คงได้ขึ้นหน้าหนึ่งทุกสำนักแน่“กลับก็ได้...” สิริภัทรเอ่ยเสียงกระแทกกระทั้นประชดประชันใส่สุดเขต ก่อนจะหันไปยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้กับวิศรุต“ภัทรเห็นแก่คุณวิศรุตนะคะ...เอาไว้วันหลังเราค่อยนัดเจอกันใหม่นะคะ” เธอบอกด้วยน้ำเสียงออดอ้อน ท่าทางทำทีจะโน้มใบหน้าเข้าไปหอมแก้มวิศรุต แต่ชายหนุ่มรีบเบี่ยงตัวออกเล็กน้อยพลางเอ่ยขัดขึ้นเสียก่อน“ฉันจะไม่ช่วยแกแล้วนะยะ ดูสิผัวแกดุอะ ฉันไม่อยากโดนต่อเว้ย”สิริภั
“เฮ้ย!... ดื่มเป็นน้ำเลยว่ะ!” ฐากูลแย่งแก้วเหล้าออกจากมือเพื่อนสนิท พอรับโทรศัพท์เขาก็รีบบึ่งรถมาหาแทบไม่ทัน แต่ก็ทันได้เห็นสุดเขตอยู่ในสภาพเมาได้ที่พอดี“อย่ามายุ่ง... แค่นี้ไม่เมาหรอกโว้ย!”“คนเมาที่ไหนยอมรับว่าตัวเองเมากันล่ะ” ฐากูลบอกพลางกวักมือเรียกบริกร“กาแฟดำสอง... ขอเข้ม ๆ เลยนะน้อง”“อกหักมาหรือไงวะ” ฐากูลแกล้งแหย่ โดยไม่รู้ว่าแทงใจดำเพื่อนอย่างจัง“อย่ามาพูดมากน่า... ฉันไม่เอาเรื่องแกที่ปิดบังเรื่องภัทรก็ดีเท่าไหร่แล้ว” สุดเขตชี้หน้าเพื่อนอย่างคาดโทษ“ทำไงได้ล่ะ ถ้าไม่ช่วยยัยแคทจะเล่นงานฉันด้วยนะซิ” ฐากูลพูดแล้วก็ถอนหายใจอย่างเซ็ง ๆ แต่ในใจกลับมีความสุขลึก ๆ ที่นับวันเขาเหมือนถูกคู่หมั้นข่มขู่เข้าไปทุกที“เออ... ไอ้คนเห็นแฟนดีกว่าเพื่อน!” สุดเขตประชด ประจวบกับยกแก้วกาแฟดำที่บริกรเพิ่งนำมาเสิร์ฟขึ้นดื่มด้วยความเมา คิดว่าเป็นแก้วเหล้า ความร้อนและรสชาติขมปี๋ทำให้เขาถึงกับสำลักกระจุยกระจาย“โอ๊ย!” ฐากูลรีบยื่นกระดาษทิชชูให้เพื่อน พลางส่ายหน้ากับพฤติกรรมสุดทน“แกหนีมาเที่ยวแบบนี้ น้องภัทรไม่ว่าเอาเหรอวะ”“เค้าไม่อยู่น่ะสิ...”“อ้าว แล้วเขาไปไหน” ฐากูลถามอย่างงุนงง ไหนสายข่าวอย่า







