เข้าสู่ระบบเมื่อไปถึงบูติกอแห่งหนึ่ง สิริภัทรถึงกับอ้าปากค้างเมื่อเพื่อนสาวตัวดีชี้ให้พนักงานขายหยิบชุดที่โชว์อยู่บนหุ่นหน้าร้านมาให้เธอลอง
มันเป็นชุดเดรสสั้นสายเดี่ยวผ้าไหมสีชมพู ผืนผ้าทิ้งตัวมันวาวล้อแสงไฟ ตัวเสื้อด้านหน้าผ่าลึกคว้านยาวลงมาจนอวดส่วนเว้าส่วนโค้งของร่องอกอวบอิ่มที่เคยซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อผ้าเนื้อหนามานาน กระโปรงเนื้อดีรัดรึงไปตามสะโพกกลมกลึงเน้นทรวดทรงองค์เอว ก่อนจะผ่าข้างขึ้นมาสูงลิ่ว อวดเรียวขาขาวเนียน
“ครั้งสุดท้ายที่แกจะได้เจอพี่เค้า ก็แต่งให้มันสุด ๆ ไปเลย” แคเธอรินยัดชุดใส่มือเพื่อน
“โห!!... ต่อให้กินเหล้าเป็นขวด ฉันก็ยังไม่กล้าใส่อยู่ดีว่ะแก มันโป๊ไป”
“เอาน่า....สักครั้งในชีวิต เอาให้โลกตะลึงไปเลยสิ มีของดีก็กล้าโชว์หน่อย!”
สิริภัทรสูดหายใจลึก สลัดคราบสาวออฟฟิศผู้จืดชืดทิ้งไว้ในห้องลองเสื้อ ทันทีที่เรียวขาคู่สวยก้าวพ้นม่านออกมา แคเธอรินถึงกับตาโตอ้าปากค้าง พินิจมองเพื่อนรักราวกับเป็นคนละคน
ผิวขาวผุดผ่องราวกับน้ำนมบริสุทธิ์ขับเน้นให้ชุดสายเดี่ยวสีหวานดูเซ็กซี่ร้อนแรงขึ้นเป็นเท่าตัว รูปร่างที่ซ่อนรูปมานานปรากฏเด่นชัด อกอวบอิ่มล้นทะลักสายตา เอวคอดกิ่วและสะโพกผายผุดผาดรับกับช่วงเรียวขาเพรียวระหง ชนิดที่นางแบบมืออาชีพยังต้องหลบซ้าย
“มองอะไรขนาดนั้นน่ะแคท... ฉันมีอะไรแปลกไปหรือเปล่า” สิริภัทรหมุนตัวถามด้วยความขัดเขิน มือเรียวพยายามดึงชายกระโปรงลงมาอย่างไม่ชินสายตา
“เปล่า... แต่แกเซ็กซี่และสวยชะมัดเลย! รู้อย่างนี้ฉันจับเธอแต่งตัวแบบนี้ตั้งนานแล้ว พี่สุดเขตเค้าจะได้ไม่ทิ้ง” แคเธอรินชมจากใจจริง ดวงตาเป็นประกายระยับ
“อย่าพูดว่าเค้าทิ้งสิ ฉันเป็นคนเก็บข้าวของออกมาจากบ้านพี่เค้าเองนะ”
“เอ่อ ๆ แกทิ้งเค้า ๆ ฉันลืมไป อย่าร้อง ๆ ฮึบๆๆๆ”
“ฮึกก”
“ฉันขอโทษ ๆ อย่าร้องสิ ภัทรไม่เอาน่า”
“ฉันรับรองเลยว่าคืนนี้... ต้องมีคนกระอักเลือดแน่”
“แล้วแกล่ะ ไม่ลองเลือกไปสักชุด ใส่เป็นเพื่อนฉัน”
“ก็นี่ไง ได้ตั้งนานแล้ว ป่ะ. ๆ ไปจ่ายเงินกัน แล้วรีบกลับไปแต่งหน้าทำผมกันดีกว่า ฉันรับรองว่าคืนนี้แกจะต้องเกิด!”
เวลาสามทุ่มครึ่งที่ผับหรูแห่งหนึ่งใจกลางกรุง บรรยากาศภายในอบอวลไปด้วยแสงสีตระการตาที่สาดสลับไปมาส่องกระทบเรือนร่างของเหล่านักท่องเที่ยว เสียงดนตรีหนักหน่วงดังก้องกระตุ้นโสตประสาทและหัวใจให้เต้นตามจังหวะ ผู้คนเบียดเสียดหนาตา กลิ่นอายของน้ำหอมราคาแพงและแอลกอฮอล์และบุหรี่อบอวลคล้ายมอมเมาสิริภัทรที่เดินเข้ามาพร้อมกับเพื่อนสาว สายตากว้างมองไปรอบ ๆ เพื่อมองหาใครบางคน
“ถ้ารู้ว่าคนจะเยอะขนาดนี้ ฉันไม่มาเด็ดขาดเลย” แคเธอรินบ่นกระปอดกระแปดขณะพยายามเบียดตัวนำทางเพื่อนรักเข้ามาด้านใน
“แต่ถ้าเจอพี่เขต ฉันว่ามันก็คุ้มนะ” สิริภัทรเอ่ยแก้พลางหัวเราะเสียงใส นัยน์ตาคู่สวยสะท้อนแสงไฟระยิบระยับ
“ยอมใจในความรักเดียวใจเดียวของแกเลยจริง ๆ... แต่เชื่อฉันเถอะว่าคืนนี้ ต้องมีหนุ่ม ๆ มาตามจีบแกให้พี่สุดเขตหึงเล่นแน่ ๆ”
“ถึงขั้นหึงเลยเหรอแก” สิริภัทรถามอย่างมีความหวังลึก ๆ
“ก็ใช่น่ะสิ ฉันว่าพี่เขา ก็คงคิดอะไรกับแกนั่นแหละ แต่คนมันเจ้าชู้ไง เลยไม่กล้าให้สถานะกับแก” แคเธอรินยักไหล่
“อยากมีแฟนหล่อระดับตัวท็อปก็ต้องรับมือกับความเจ้าชู้ให้ได้ ข้อนี้แกคงจำได้ขึ้นใจอยู่แล้วนี่”
และก็เป็นจริงอย่างที่แคเธอรินคาดการณ์ไว้ไม่มีผิด ตลอดทางที่เดินผ่าน สายตาของเหล่านักเที่ยวหนุ่ม ๆ ต่างจับจ้องมาที่เรือนร่างระหงในชุดเดรสสายเดี่ยวสีชมพูมุกรัดรูปของสิริภัทรราวกับจะกลืนกิน ผิวขาวเนียนละมุนทอประกายล้อแสงไฟดูนุ่มนวลชวนสัมผัสไปทั้งตัว ทรวดทรงอกเอวที่เด่นชัดดึงดูดสายตาจนเกิดเสียงกระซิบกระซาบตามหลังมาไม่ขาดสาย
ทันทีที่พวกเธอได้โต๊ะนั่งในมุมที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัว เสียงฮือฮาก็ดังขึ้นบริเวณประตูทางเข้าหลักของผับ
“พี่เค้ามาจริงๆ ด้วยว่ะแก!” แคเธอรินสะกิดแขนเพื่อนพลางชี้ชวนให้ดู
สิริภัทรเบนสายตาไปตามคำบอก จากนั้นหัวใจดวงน้อยก็พลันเต้นระทึกอย่างห้ามไม่อยู่ ร่างสูงใหญ่กำยำในชุดเสื้อเชิ้ตลำลองเนื้อดีสีเข้ม ปลดกระดุมเสื้อเม็ดบนออกสองเม็ด เผยให้เห็นแผงอกตึงแน่น ลำคอแกร่ง และช่วงไหล่กว้างสอบสมชายชาตรี ใบหน้าคมครึ้มหล่อเหลาบาดใจเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจในตัวเองอันเป็นเอกลักษณ์
“พี่เขต!!...” สิริภัทรพึมพำแผ่วเบาในลำคอ
ชายหนุ่มเดินเข้ามาพร้อมกับกลุ่มเพื่อนสนิท โดยมีสาวสวยทรงโตนุ่งน้อยห่มน้อยคอยเดินโอบแขนออเซาะขนาบข้างไม่ห่างกาย ภาพนั้นทำให้สิริภัทรรู้สึกหน่วงในอก แต่เธอก็พยายามเชิดหน้าขึ้นและเก็บความเจ็บปวดเอาไว้ลึก ๆ ในใจ
“เขาหล่อสมคำร่ำลือจริงๆ แหละแก โต๊ะเค้านี่ไม่เคยขาดสาว ๆ เลยเนาะ” แคเธอรินเอ่ยยอมรับ
ในอีกมุมหนึ่งของร้าน สายตาของ ฐากูล เพื่อนสนิทในกลุ่มของสุดเขต มองฝ่าความสลัวมาเห็นแคเธอรินและสิริภัทรเข้าพอดี
“เฮ้ย! ไอ้เขต... นั่นน้องภัทรเด็กเก่าแกนั่งอยู่นู่นว่ะ หุ่นอย่างเอ็กซ์! เซ็กซี่เป็นบ้า เฮ่ย! เอาจริง ๆ นะตั้งแต่เลิกคบกันไปเนี่ย น้องภัทรดูสวยวันสวยคืนแฮะ!” ฐากูลกระทุ้งศอกใส่เพื่อนพลางบุ้ยปากไปทางสองสาว
งานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสสุดหรูหรา บรรยากาศอบอวลไปด้วยความสุขและความยินดีของเหล่าแขกเหรื่อ กระทั่งเวลาสำคัญล่วงเลยมาถึง ส่งตัวเข้าหอ ผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายต่างมอบพรให้อย่างอบอุ่นและเปี่ยมไปด้วยความเมตตา“รักกันมากๆ นะลูก หนักนิดเบาหน่อยก็อภัยให้กัน น้องภัทรแต่งงานแล้วอย่าแสนงอนนักนะลูก... ตาเขต น้าฝากน้องด้วย คิดซะว่าเป็นทั้งเมียทั้งน้องนะลูก” คุณลดาวัลย์เอ่ยเตือนด้วยความรักและห่วงใย บ่าวสาวรับคำอย่างพร้อมเพรียง ก่อนจะก้มลงกราบตักผู้ใหญ่อย่างอ่อนน้อม“แม่ดีใจมากที่ได้น้องภัทรมาเป็นลูกสะใภ้ สุดเขตต้องรักน้องให้มากๆ นะ แล้วก็... รีบมีหลานให้แม่เยอะๆ นะ แม่จะเลี้ยงเองไม่บ่นเลยจ้ะ” คุณหญิงญาดาเอ่ยอย่างอารมณ์ดี พร้อมส่งยิ้มเอ็นดู ทำเอาสิริภัทรหน้าแดงแปร๋นซับสีเลือดด้วยความขินอายเมื่อผู้ใหญ่ทุกท่านก้าวออกจากห้องหอ ล็อกประตูปล่อยให้เป็นพื้นที่ส่วนตัวของคู่บ่าวสาว สิริภัทรก็รีบลุกขึ้นจากเตียงทันทีด้วยความลุกลี้ลุกลน“จะไปไหนจ๊ะ... ที่รัก” สุดเขตฉุดข้อมือเรียวของภรรยาไว้ นัยน์ตาทอดมองด้วยความยั่วเย้า“ไปอาบน้ำค่ะ” สิริภัทรตอบหน้าแดง ก้มหน้างุดไม่ยอมสบตาคม“ให้พี่ช่วยรูดซิปให้ดีกว่านะ...”สุดเขตไม่
“ค่ะ...ภัทรตามใจพี่เขตทุกอย่าง แต่พี่ต้องรักษาตัวให้หายนะคะ นานแค่ไหนภัทรก็รอได้...” หญิงสาวรับคำโดยไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังตกหลุมดักที่สามีขุดไว้อย่างจัง!“ตามใจพี่ทุกอย่างจริงนะ...” สุดเขตถามย้ำเพื่อความแน่ใจ พอเห็นสิริภัทรพยักหน้า เขาก็หอมแก้มเธอฟอดใหญ่ ก่อนจะค่อยๆ บดจูบลึกล้ำลงบนริมฝีปากบางอย่างอ้อยอิ่ง ละเลียดชิมความหวานผสานความปรารถนาที่ตื่นตัวขึ้นมาทันที!สิริภัทรจูบตอบรับสัมผัสของเขาด้วยความรักทั้งหมดที่มี สุดเขตผ่อนร่างบางให้นอนลงบนเตียงนุ่ม ตัวเขาผงกศีรษะขึ้นมอง สายตาคมเข้มทอดมองสบสายตาคู่งามอย่างมีความหมาย ก่อนจะกระซิบเสียงหวานพร่า“คราวนี้...พี่ขอลูกสาวนะคนดี”“เดี๋ยวค่ะพี่เขต!” สิริภัทรรีบเอามือยันอกกว้างไว้ หน้าแดงก่ำซับสีเลือดเมื่อรู้ความหมายในคำพูดและสายตาพราวเสน่ห์ของเขา“อะไรจ๊ะ...ที่รัก” สุดเขตถามอย่างนุ่มนวล ปัดปอยผมสลวยออกจากหน้าผากมนอย่างเบามือ“พี่เขตกำลังไม่สบายอยู่นะคะ”“ใครบอก...พี่สบายดีครับ” สุดเขตยืนยันหนักแน่น สายตาคมกริบทอดมองเรือนร่างใต้อาภรณ์ที่แปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่น แต่สิริภัทรก็ยังไม่ยอมปล่อยมือ เพราะปักใจเชื่อคำบอกเล่าของเพื่อนสนิทว่าเขาป่วยหนัก“พี่เ
เมื่อกลับมาถึงบ้าน สิริภัทรย่องเบาๆ ไปยังห้องรับแขกที่สุดเขตยึดเป็นห้องนอนในช่วงหลายวันมานี้ เธอค่อยๆ ผลักประตูเข้าไปเบาๆ เพราะคิดว่าเขาคงหลับไปแล้ว แต่กลับต้องใจหายวาบเมื่อพบแต่ความว่างเปล่า ข้าวของเครื่องใช้ของเขาหายไปทั้งหมดสิริภัทรเดินเข้าไป เอามือลูบผ้าคลุมเตียงที่เย็นชืดด้วยความใจลอย แต่ขณะกำลังจะหมุนตัวกลับ สายตาของเธอดันไปสะดุดเข้ากับวัตถุชิ้นหนึ่งที่ตกอยู่ข้างเตียง หญิงสาวก้มลงหยิบมันขึ้นมาดู...มันคือรูปถ่ายของตัวเธอเอง ใบหน้างามหันมายิ้มให้กล้องอย่างเป็นธรรมชาติ ผมยาวสลวยปล่อยสยายเคลียไหล่ มันคือรูปของเธอเมื่อสามปีก่อน!สุดเขตไปเอามาจากไหนกัน แล้วเธอก็นึกออก...รูปนี้เคยวางอยู่ที่หัวเตียงในห้องนอนของเธอ ก่อนที่เธอจะเดินทางไปเรียนต่อฝรั่งเศส ชายหนุ่มคงแอบหยิบมันมาเก็บไว้ สิริภัทรบรรจงวางรูปนั้นไว้ที่หัวเตียง ก่อนจะตัดสินใจเดินกลับขึ้นห้องนอน ไปหอบหมอนและผ้าห่มของตัวเอง ลงมานอนที่ห้องพักแขกห้องนี้ ห้องที่มีกลิ่นกายของเขาตกค้างอยู่ทางด้านฐากูลและแคเธอริน ทั้งสองตัดสินใจแวะไปที่บ้านของสุดเขต เพราะอยากช่วยปลอบใจเพื่อน และก็เป็นอย่างที่คิด สุดเขตนั่งนิ่งอยู่ในห้องรับแขกที่มืดมึน
“มามี้!” น้องคุณส่งเสียงเรียกคุณแม่คนสวย ท่าเดินเตาะแตะน่าเอ็นดูทำให้สิริภัทรรีบวิ่งเข้าไปอุ้มลูกชายตัวน้อยขึ้นมาไว้ในอ้อมกอด“อาบน้ำเสร็จแล้วเหรอครับ...มาให้คุณแม่ทาแป้งก่อนนะคะ” สิริภัทรวางลูกลงบนเก้าอี้เด็ก หันไปหยิบกระป๋องแป้งมาทาแก้มยุ้ยจนขาววอก น้องคุณหัวเราะร่า ชอบใจใหญ่ ก่อนจะเอานิ้วจิ้มแป้งในมือคุณแม่ไปละเลงลงบนใบหน้าบึ้งตึงของคุณพ่อ จนสุดเขตหลุดยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้“อ้าว...พ่อ แม่ ลูก อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาเชียว” คุณหญิงญาดาเดินเข้ามาพร้อมกับคนใช้ที่หอบกล่องของเล่นชิ้นใหญ่มาให้หลานชาย“สวัสดีค่ะคุณป้า” สิริภัทรยกมือไหว้คุณหญิงญาดา แล้วหันไปสอนลูกชายให้ยกมือไหว้คุณย่า แต่น้องคุณที่เห็นกล่องของเล่นก็รีบตบมือร่าด้วยความดีใจ“ต้องเรียกแม่สิจ๊ะ” คุณหญิงญาดาท้วงด้วยรอยยิ้ม แล้วอุ้มหลานชายมากอดด้วยความรักใคร่ สักพักคุณลัดดาวัลย์ มารดาของสิริภัทรก็เดินตามเข้ามาสมทบ“อะไรครับแม่” สุดเขตถามเมื่อเห็นมารดายื่นการ์ดเชิญหรูหรามาให้“บัตรละครการกุศลของตาฐาและหนูแคทไงจ๊ะ แม่เหมามาตั้งหลายใบ แถวหน้าทั้งนั้นเลย ตาเขตพาน้องภัทรไปด้วยนะลูก แม่บอกท่านผู้หญิงไว้แล้ว” คุณญาดาจัดการสรุปเสร็จสร
“ภัทรครับ...ผมว่าคุณกลับไปพร้อมสามีคุณเถอะครับ” วิศรุตเอ่ยน้ำเสียงนุ่มนวลเยือกเย็น ผิดกับสุดเขตที่กำลังยืนตระหง่านเหมือนยักษ์วัดแจ้งที่พร้อมจะพังทลายทุกอย่างตรงหน้า ราวสวรรค์กับนรกเลยทีเดียวสุดเขตตาโตด้วยความโทสะ เมื่อได้ยินสรรพนามและน้ำเสียงสนิทสนมที่ชายหน้าไหนก็ไม่รู้ใช้เรียกภรรยาของเขา เขากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดเกร็ง เตรียมจะเงื้อหมัดประเคนใส่หน้าอีกฝ่าย หากฐากูลและแคเธอรินไม่ได้ปราดเข้ามาล็อคตัวและห้ามไว้เสียก่อน“ภัทรกลับเถอะ...อย่าให้มีเรื่องมีราวกันเลยนะ” แคเธอรินรีบเข้าไปกระซิบข้างหูเพื่อนสาว เพราะเห็นแววตาของสุดเขตแล้วบอกตรงๆ ว่ากลัวใจชายหนุ่มเหลือเกิน ขืนมีเรื่องตรงนี้ เช้าวันพรุ่งนี้คงได้ขึ้นหน้าหนึ่งทุกสำนักแน่“กลับก็ได้...” สิริภัทรเอ่ยเสียงกระแทกกระทั้นประชดประชันใส่สุดเขต ก่อนจะหันไปยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้กับวิศรุต“ภัทรเห็นแก่คุณวิศรุตนะคะ...เอาไว้วันหลังเราค่อยนัดเจอกันใหม่นะคะ” เธอบอกด้วยน้ำเสียงออดอ้อน ท่าทางทำทีจะโน้มใบหน้าเข้าไปหอมแก้มวิศรุต แต่ชายหนุ่มรีบเบี่ยงตัวออกเล็กน้อยพลางเอ่ยขัดขึ้นเสียก่อน“ฉันจะไม่ช่วยแกแล้วนะยะ ดูสิผัวแกดุอะ ฉันไม่อยากโดนต่อเว้ย”สิริภั
“เฮ้ย!... ดื่มเป็นน้ำเลยว่ะ!” ฐากูลแย่งแก้วเหล้าออกจากมือเพื่อนสนิท พอรับโทรศัพท์เขาก็รีบบึ่งรถมาหาแทบไม่ทัน แต่ก็ทันได้เห็นสุดเขตอยู่ในสภาพเมาได้ที่พอดี“อย่ามายุ่ง... แค่นี้ไม่เมาหรอกโว้ย!”“คนเมาที่ไหนยอมรับว่าตัวเองเมากันล่ะ” ฐากูลบอกพลางกวักมือเรียกบริกร“กาแฟดำสอง... ขอเข้ม ๆ เลยนะน้อง”“อกหักมาหรือไงวะ” ฐากูลแกล้งแหย่ โดยไม่รู้ว่าแทงใจดำเพื่อนอย่างจัง“อย่ามาพูดมากน่า... ฉันไม่เอาเรื่องแกที่ปิดบังเรื่องภัทรก็ดีเท่าไหร่แล้ว” สุดเขตชี้หน้าเพื่อนอย่างคาดโทษ“ทำไงได้ล่ะ ถ้าไม่ช่วยยัยแคทจะเล่นงานฉันด้วยนะซิ” ฐากูลพูดแล้วก็ถอนหายใจอย่างเซ็ง ๆ แต่ในใจกลับมีความสุขลึก ๆ ที่นับวันเขาเหมือนถูกคู่หมั้นข่มขู่เข้าไปทุกที“เออ... ไอ้คนเห็นแฟนดีกว่าเพื่อน!” สุดเขตประชด ประจวบกับยกแก้วกาแฟดำที่บริกรเพิ่งนำมาเสิร์ฟขึ้นดื่มด้วยความเมา คิดว่าเป็นแก้วเหล้า ความร้อนและรสชาติขมปี๋ทำให้เขาถึงกับสำลักกระจุยกระจาย“โอ๊ย!” ฐากูลรีบยื่นกระดาษทิชชูให้เพื่อน พลางส่ายหน้ากับพฤติกรรมสุดทน“แกหนีมาเที่ยวแบบนี้ น้องภัทรไม่ว่าเอาเหรอวะ”“เค้าไม่อยู่น่ะสิ...”“อ้าว แล้วเขาไปไหน” ฐากูลถามอย่างงุนงง ไหนสายข่าวอย่า







